<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115793</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาตรการรัฐ ฉุดเงินเฟ้อ ส.ค.หดตัวครั้งแรกในรอบ 5 เดือน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย. 2564 นายวิชานัน นิวาตจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือนส.ค.2564 เท่ากับ 99.63 เทียบกับเดือนก.ค.2564 ลดลง 0.18% เทียบกับส.ค.2563 ลดลง 0.02% เป็นการกลับมาหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน ส่วนเงินเฟ้อเฉลี่ย 8 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-ส.ค.) เพิ่มขึ้น 0.73% ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน ที่หักอาหารสดและพลังงานที่มีความผันผวนด้านราคาออก พบว่า ดัชนีอยู่ที่ 100.43 ลดลง 0.07% เมื่อเทียบกับเดือนก.ค.2564 และเพิ่มขึ้น 0.07% เมื่อเทียบกับเดือนส.ค.2563 และเฉลี่ย 8 เดือน เพิ่มขึ้น 0.23%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อในเดือนส.ค.2564 หดตัว มาจากมาตรการลดภาระค่าครองชีพของภาครัฐ โดยเฉพาะการลดค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่ากระแสไฟฟ้า และค่าน้ำประปา การลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มอาหารสดบางชนิด โดยเฉพาะข้าว เนื้อสัตว์ ผักสด และผลไม้สด และราคาสินค้าในกลุ่มพลังงานที่แม้จะเพิ่มขึ้น แต่เริ่มชะลอตัวลง ขณะที่ราคาสินค้าในหมวดอื่น ๆ ยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในเดือนส.ค.2564 มีสินค้าปรับขึ้นราคา 204 รายการ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ไข่ไก่ น้ำมันพืช ขิง องุ่น กับข้าวสำเร็จรูป ข้าวราดแกง ปลาหมึกกล้วย ผงซักฟอก สินค้าไม่เปลี่ยนแปลง 71 รายการ และสินค้าลดลง 155 รายการ เช่น ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว ไก่ย่าง มะเขือเทศ ต้นหอม ผักชี เงาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายวิชานันกล่าวว่า แนวโน้มเงินเฟ้อในเดือนก.ย.2564 คาดว่าจะกลับมาขยายตัวในระดับที่ไม่สูงมากนัก โดยมีปัจจัยสำคัญจากการสิ้นสุดมาตรการลดค่ากระแสไฟฟ้าและค่าน้ำประปา ซึ่งสิ้นสุดในเดือนส.ค.2564 อีกทั้งราคาพลังงานมีแนวโน้มทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อยจากการเพิ่มกำลังการผลิตของผู้ผลิตโลก ประกอบกับสถานการณ์โควิด-19 ที่มีแนวโน้มเริ่มคลี่คลาย แต่ถ้ารัฐบาลต่ออายุมาตรการลดค่าครองชีพ ทั้งลดค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ถึงสิ้นปี ก็จะทำให้เงินเฟ้อขยายตัวในแดนลบต่อไป โดยทั้งปีคาดว่าเงินเฟ้อจะขยายตัว 0.7-0.8% แต่ถ้าไม่มีมาตรการ ก็ยังบวกไม่ถึง 1% จากคาดการณ์ 0.7-1.2% มีค่ากลางอยู่ที่ 1.2%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จะมีการทบทวนประมาณการณ์เงินเฟ้ออีกครั้ง หลังจากได้ตัวเลขในเดือนก.ย.2564 โดยอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ มีการปรับประมาณการลง แต่จะยึดตัวเลขของสภาพัฒน์ที่ 0.7-1.5% จากเดิม 1.5-2.5% ราคาน้ำมันดิบดูไบ ต้องประเมินอีกครั้ง เดิมอยู่ที่ 60-70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยน ที่จะประเมินใหม่ จากปัจจุบันอยู่ที่ 30-32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115793</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป), วิชานัน นิวาตจินดา, สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.), เงินเฟ้อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210805/image_big_610b74ff1d889.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2021 12:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2021 12:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เงินเฟ้อก.ค.64 เพิ่ม 0.45% ขยายตัวต่อเนื่อง 4 เดือนติด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5 ก.ค. 2564 นายวิชานัน นิวาตจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือนก.ค.2564 เท่ากับ 99.81 เทียบกับเดือนมิ.ย.2564 ลดลง 0.12% เทียบกับก.ค.2563 เพิ่มขึ้น 0.45% สูงขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 แต่เพิ่มในอัตราที่ชะลอตัวลง ส่วนเงินเฟ้อเฉลี่ย 7 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-ก.ค.) เพิ่มขึ้น 0.83% ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน ที่หักอาหารสดและพลังงานที่มีความผันผวนด้านราคาออก พบว่า ดัชนีอยู่ที่ 100.50 เพิ่มขึ้น 0.03% เมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย.2564 และเพิ่มขึ้น 0.14% เมื่อเทียบกับเดือนก.ค.2563 และเฉลี่ย 7 เดือน เพิ่มขึ้น 0.26%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อยังคงขยายตัว มีปัจจัยหลักมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ที่เพิ่มสูงขึ้น 29.35% อาหารสดบางชนิด เช่น เนื้อสุกร ไข่ไก่ ผลไม้สด ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องของฐานปีที่แล้วต่ำ และมีความต้องการเพิ่มขึ้นในบางช่วง และเครื่องประกอบอาหาร เช่น น้ำมันพืช ซีอิ้ว พริกแกง ที่เพิ่มขึ้นจากฐานปีที่แล้วต่ำ โดยมีปัจจัยทอนไม่ให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นมาก จากมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐบาล คือ การลดค่าน้ำประปา และค่าไฟฟ้าที่ลดค่อนข้างแรงกว่าเดือนที่แล้ว เพราะใช้ฐานคำนวณใหม่ เป็นเดือนก.พ. จากเดิมเม.ย. ทำให้จ่ายค่าไฟถูกลง และยังมีการลดค่าธรรมเนียมการศึกษาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีการลดลงของสินค้าอาหารสดบางชนิด เช่น ข้าว ข้าวสารเหนียว ผักสด ที่ฐานปีที่แล้วต่ำ และผลผลิตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผลไม้ภาคใต้ เช่น มังคุด ที่ลดลงมาก เพราะมีปัจจัยเรื่องผลผลิตออกมาก มีปัญหาเรื่องการเก็บผลไม้ การขนส่ง ทำให้มีสต็อกค่อนข้างเยอะ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เช่น น้ำดื่ม กาแฟผงสำเร็จรูป น้ำอัดลม ที่ราคาปรับลดลง และเครื่องนุ่งห่ม ที่ราคาลดลง เพราะความต้องการลดลงในช่วงสถานการณ์โควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เงินเฟ้อเดือนก.ค.2564 กลุ่มที่ทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น มีมากกว่ากลุ่มที่ทำให้เงินเฟ้อหดตัว จึงทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเพียง 0.45% แต่ถ้าไม่มีมาตรการรัฐ ทั้งลดค่าน้ำ ค่าไฟ จะมีผลทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นอีก 1.3% ถ้าบวกเข้าไปเงินเฟ้อเดือนนี้ ก็จะวิ่งไปที่ 1.8% พอมีมาตรการมาช่วย ก็ขึ้นไม่มากอย่างที่เห็น&amp;rdquo;นายวิชานันกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชานันกล่าวว่า แนวโน้มเงินเฟ้อในเดือนส.ค.2564 คาดว่าจะขยายตัวไม่สูงมากนัก เพราะยังมีปัจจัยบวกจากมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐบาล ทั้งค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ในรอบเดือนก.ค.-ส.ค.2564 ส่วนราคาน้ำมัน แม้จะมีแนวโน้มสูงขึ้น แต่ก็มีแนวโน้มชะลอตัวลง เพราะฐานปีก่อนเริ่มสูงกว่าช่วงที่ผ่านมา สำหรับสินค้าในหมวดอื่น ๆ น่าจะยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางปกติ ตามปริมาณผลผลิตและความต้องการ ขณะที่ราคาสินค้าเกษตรยังมีโอกาสผันผวนตามสภาพอากาศ และยังมีปัจจัยจากโควิด-19 ที่กระทบต่อกำลังซื้อของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเงินเฟ้อทั้งปี ยังคงคาดการณ์อยู่ในช่วง 0.7-1.7% มีค่ากลางอยู่ที่ 1.2% และมองว่าโอกาสที่จะขยับขึ้นไปถึง 1.7% มีความเป็นไปได้น้อย เพราะน้ำมันไม่ได้ขยับขึ้นต่อเนื่อง และยังมีมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐบาลถึงส.ค.2564 โดยไตรมาส 2 เงินเฟ้ออยู่ที่ 2.36% ได้รับอิทธิพลจากราคาน้ำมันเป็นหลัก ส่วนไตรมาส 3 และ 4 คาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 1.01% และ 1.90% ภายใต้สมมตฐาน รัฐบาลไม่มีมาตรการลดค่าครองชีพเพิ่มเติม แต่ถ้ามี ตัวเลขนี้จะลดลงอีก แต่ทั้งปี จะอยู่ที่ 1.18-1.2% ภายใต้สมมติฐาน จีดีพี 1.5-2.5% ราคาน้ำมัน 60-70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยน 30-32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112284</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีราคาผู้บริโภค, วิชานัน นิวาตจินดา, สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.), เงินเฟ้อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210805/image_big_610b74ff1d889.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108676</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 15:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 15:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เงินเฟ้อเดือนมิ.ย.64 เพิ่ม 1.25% โตต่อเนื่อง 3 เดือนติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค. 2564 นายวิชานัน นิวาตจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือนมิ.ย.2564 เท่ากับ 99.93 เทียบกับเดือนพ.ค.2564 เพิ่มขึ้น 0.38% เทียบกับมิ.ย.2563 เพิ่มขึ้น 1.25% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 แต่เพิ่มในอัตราที่ชะลอตัวลง ส่วนเงินเฟ้อเฉลี่ย 6 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-มิ.ย.) เพิ่มขึ้น 0.89% ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน ที่หักอาหารสดและพลังงานที่มีความผันผวนด้านราคาออก พบว่า ดัชนีอยู่ที่ 100.47 เพิ่มขึ้น 0.02% เมื่อเทียบกับเดือนพ.ค.2564 และเพิ่มขึ้น 0.52% เมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย.2563 และเฉลี่ย 6 เดือนเพิ่มขึ้น 0.27%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อยังคงขยายตัวสูงขึ้น มาจากการสูงขึ้นของราคาพลังงาน 8.95% โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิง เพิ่มขึ้นสูงถึง 27.60% และยังมีการสูงขึ้นของสินค้าในกลุ่มอาหารสด เช่น เนื้อสุกร เพราะเกิดโรคระบาด ไข่ไก่ มีการปลดแม่ไก่ ผลไม้สด มีความต้องการเพิ่มทั้งในและต่างประเทศ เครื่องประกอบอาหาร และน้ำมันพืช ที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่ได้รับผลดีจากมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐบาล ทั้งค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา และการลดลงของอาหารสดบางประเภท เช่น ข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว และผักสด ที่เป็นปัจจัยทอนให้เงินเฟ้อในเดือนนี้ชะลอตัว และไม่เพิ่มสูงเร็วเกินไป ขณะที่สินค้าในหมวดอื่นๆ ยังเคลื่อนไหวในทิศทางปกติ สอดคล้องกับปริมาณการผลิตและความต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในเดือนมิ.ย.2564 มีสินค้าที่ราคาเพิ่มสูงขึ้น 226 รายการ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ค่าน้ำประปา เนื้อสุกร ไข่ไก่ น้ำมันพืช ข้าวราดแกง เงาะ ไก่ย่าง ถั่วฝักยาว ลดลง 135 รายการ เช่น ค่ากระแสดไฟฟ้า ข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว ผักชี พริกสด หอมแดง ต้นหอม ฟักทอง ชะอม เป็นต้น และไม่เปลี่ยนแปลง 69 รายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชานันกล่าวว่า แนวโน้มเงินเฟ้อในช่วงครึ่งปีหลัง 2564 คาดว่าไตรมาส 3 จะขยายตัว 2.13% ไตรมาส 4 ขยายตัว 2.37% เพราะยังคงได้รับอิทธิพลจากราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกมีสัญญาณฟื้นตัวในหลายประเทศ ส่งผลดีต่อการส่งออกและภาคการผลิตที่ต่อเนื่องกับการส่งออก ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อในช่วงที่เหลือของปียังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ก็จะไม่ขยายตัวมาก เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศ ยังเป็นข้อจำกัดที่ชะลอการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และมีโอกาสที่ภาครัฐจะมีการใช้หรือขยายมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐอีก ทำให้อัตราการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อเคลื่อนไหวในกรอบที่จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผลจากการที่สมมติฐานเปลี่ยนไป กระทรวงพาณิชย์ได้ปรับสมมติฐานประมาณการเงินเฟ้อปี 2564 ใหม่ โดยคาดว่าทั้งปีจะอยู่ที่ 0.7-1.7% ค่ากลาง 1.2% มีปัจจัยสนับสนุนจากอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) 1.5-2.5% จากเดิม 2.5-3.5% น้ำมันดิบดูไบ 60-70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากเดิม 55-65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยน 30-32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากเดิม 29-31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108676</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป), วิชานัน นิวาตจินดา, สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e2bd2365257.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105238</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 12:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 12:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พาณิชย์&#039;เผยเงินเฟ้อขยับเพิ่มต่อเนื่อง 2 เดือนติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย. 2564 นายวิชานัน นิวาตจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือนพ.ค.2564 เท่ากับ 99.55 เทียบกับเดือนเม.ย.2564 ลดลง 0.93% เทียบกับพ.ค.2563 เพิ่มขึ้น 2.44% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 แต่เพิ่มในอัตราที่ชะลอตัวลง ส่วนเงินเฟ้อเฉลี่ย 5 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-พ.ค.) เพิ่มขึ้น 0.83% ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน ที่หักอาหารสดและพลังงานที่มีความผันผวนด้านราคาออก พบว่า ดัชนีอยู่ที่ 100.45 ลดลง 0.11% เมื่อเทียบกับเดือนเม.ย.2564 และเพิ่มขึ้น 0.49% เมื่อเทียบกับเดือนพ.ค.2563 และเฉลี่ย 5 เดือนเพิ่มขึ้น 0.23% &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อยังคงขยายตัวสูงขึ้น มาจากการสูงขึ้นของราคาพลังงาน 24.79% โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิง เพิ่มขึ้นสูงถึง 36.49% และยังมีการสูงขึ้นของสินค้าในกลุ่มอาหารสด เช่น เนื้อสุกร อาหารทะเล ผลไม้ ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ แต่ก็ได้รับผลดีจากมาตรการลดค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปาของรัฐบาล และการลดลงของอาหารสดบางชนิด เช่น ข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว ไข่ไก่ ผักสด ที่เป็นปัจจัยชะลอไม่ให้เงินเฟ้อเพิ่มสูงเร็วเกินไป ขณะที่สินค้าอุปโภคบริโภค ยังเคลื่อนไหวในทิศทางปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เงินเฟ้อได้รับอิทธิพลมาจากราคาพลังงานสูงมาก เพราะราคาปรับขึ้นต่อเนื่อง โดยมีกลุ่มอาหารสดเป็นตัวเหวี่ยง มีทั้งขึ้นและลง และมีมาตรการภาครัฐ ที่ออกมาเป็นระยะๆ เป็นตัวฉุดไม่ให้เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นเร็วเกินไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในเดือนพ.ค.2564 มีสินค้าที่ราคาเพิ่มสูงขึ้น 220 รายการ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ค่าไฟฟ้า ค่าประปา น้ำมันพืช เนื้อสุกร กระดูกซี่โครงหมู ข้าวราดแกง เงาะ กล้วยน้ำว้า ลดลง 141 รายการ เช่น ข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว พริกสด หอมแดง ผักชี มะเขือ แตงกวา กระเทียม ชะอม เป็นต้น และไม่เปลี่ยนแปลง 69 รายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชานัน กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มเงินเฟ้อในเดือนมิ.ย.2564 คาดว่าจะยังคงเป็นบวกอยู่ แต่ไม่น่าจะสูงเท่ากับเดือนพ.ค.2564 โดยไตรมาส 2 คาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 2.30% และไตรมาส 3 และ 4 ยังเป็นบวกอยู่ แต่ค่อยๆ ลดลง โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาพลังงาน สินค้าอาหารสด ที่มีทั้งบวกและลบ โดยกลุ่มที่คาดว่าจะลดลง เช่น ข้าว ผักสด ผลไม้บางชนิด ที่จะมีราคาผันผวนบ้าง ส่วนกลุ่มที่ไม่ใช่อาหารสด ค่อนข้างนิ่ง ยกเว้นมีมาตรการรัฐ ที่จะเข้ามาช่วยลดค่าครองชีพ จะเป็นตัวเบี่ยงเบน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สนค.คาดว่า เงินเฟ้อในปี 2564 จะเคลื่อนไหวระหว่าง 0.7&amp;ndash;1.7% มีค่ากลางอยู่ที่ 1.2% ซึ่งเป็นอัตราที่น่าจะช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้อย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง แต่ถ้าสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จะมีการทบทวนเป้าหมายตัวเลขเงินเฟ้ออีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105238</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป), วิชานัน นิวาตจินดา, สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60b9b946041d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101826</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2021 12:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2021 12:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราคาน้ำมันดัน เงินเฟ้อ เพิ่มสูงสุดในรอบ 8 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ค. 2564 &amp;nbsp;นายวิชานัน นิวาตจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือนเมษายน 2564 สูงขึ้น 3.41% เทียบเดือนเดียวกันปีก่อน เป็นการกลับมาขยายตัวอีกครั้งในรอบ 14 เดือน และขยายตัวสูงสุดในรอบ 8 ปี 4 เดือน (100 เดือน) สาเหตุสำคัญจากสินค้ากลุ่มพลังงานขยายตัวก้าวกระโดด 36.38% ส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานราคาน้ำมันที่ต่ำมากในปีก่อน และระดับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศปีนี้ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องตามราคาตลาดโลก ประกอบกับมาตรการลดค่าไฟฟ้า และค่าน้ำประปาของรัฐได้สิ้นสุดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น สินค้าในกลุ่มอาหารสด โดยเฉพาะ เนื้อสุกร ผักและผลไม้ ขยายตัว 0.11% ผลจากสภาพอากาศแปรปรวนส่งผลให้ปริมาณผลผลิตลดลง สำหรับสินค้าในหมวดอื่นๆ ยังเคลื่อนไหวในทิศทางปกติ สอดคล้องกับผลผลิต การส่งเสริมการขายและความต้องการ โดยในเดือนมีนาคม สินค้าที่ใช้ในการคำนวณเงินเฟ้อ ที่ราคาสูงขึ้น 224 รายการ ลดลง 140 รายการ สำหรับเงินเฟ้อพื้นฐาน (หักอาหารสดและพลังงาน) ขยายตัว 0.30%เป็นการปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนที่ขยายตัว 0.09%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เดิมนั้นคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อมีทิศทางเป็นขาขึ้น จนถึงเดือนสิงหาคมจะทยอยลดลง เนื่องจากการอ่อนตัวของราคาอาหารสด และรัฐไม่ต่อมาตรการลดค่าครองชีพด้านสาธาณูปโภค แต่มีราคาพลังงานที่มีทิศทางสูงขึ้นเป็นการดันเงินเฟ้ออยู่ ขณะเดียวกันต้องติดตามแพคเกจมาตรการที่รัฐบาลจะออกมาเพื่อเยียวยาและลดค่าครองชีพอย่างไร หากมีการต่อมาตรการลดค่าน้ำค่าไฟ ซึ่งมีน้ำหนักที่สูงในเงินเฟ้อ จากที่คาดการณ์ว่าพฤษภาคม เงินเฟ้อสูง 3% ก็จะหายไป 2% เหลือ 1-1.5% เท่านั้น อีกทั้งหากต่อมาตรการยาวถึงครึ่งปีหลัง สนค.ก็จะทบทวนตัวเลขเงินเฟ้อใหม่&amp;rdquo; นายวิชานัน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคาดการณ์เงินเฟ้อ ณ เดือนเมษายน ไว้ว่า ไตรมาส 2 เงินเฟ้อจะขยายตัว 2.95% ไตรมาส 3 ขยายตัว 1.31% ไตรมาส 4 ขยายตัว 0.92% กรณีไม่มีมาตรการลดค่าสาธารณูปโภคเพิ่มเติมจากรัฐ และคาดเงินเฟ้อทั้งปี 2564 เคลื่อนไหวระหว่าง 0.7 &amp;ndash; 1.7% ค่ากลางขยายตัว 1.2% แต่หากรัฐบาลขยายแพคเกจช่วยลดค่าครองชีพด้านสาธาณูปโภคยาวหลายเดือน ก็จะต้องทบทวนตัวเลขคาดการณ์ทั้งปีใหม่ ที่อาจลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101826</URL_LINK>
                <HASHTAG>)กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงอุดมแจ้งเกิดราวเดือนเมษายน, วิชานัน นิวาตจินดา, เงินเฟ้อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606ae3677290a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98410</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2021 17:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2021 17:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เงินเฟ้อเดือนมี.ค.64 ลดลง 0.08% หดตัวต่ำสุดในรอบ 13 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เมษายน 2564 &amp;nbsp;นายวิชานัน นิวาตจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (เงินเฟ้อ) ของไทยเดือนมี.ค.2564 ดัชนีอยู่ที่ระดับ 99.11 ลดลง 0.08% เมื่อเทียบกับเดือนมี.ค.2563 ถือว่าหดตัวน้อยสุดในรอบ 13 เดือน นับตั้งแต่มี.ค.2563 แต่เพิ่มขึ้น 0.23% เมื่อเทียบกับเดือนก.พ.2564 ส่วนเฉลี่ย 3 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-มี.ค.) ลดลง 0.53% ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน ที่หักอาหารสดและพลังงานที่มีความผันผวนด้านราคาออก พบว่า ดัชนีอยู่ที่ 100.42 เพิ่มขึ้น 0.09% เมื่อเทียบกับเดือนมี.ค.2563 และเพิ่มขึ้น 0.03% เมื่อเทียบกับเดือนก.พ.2564 และเฉลี่ย 3 เดือนเพิ่มขึ้น 0.12%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสาเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อเดือนมี.ค.2564 ยังคงติดลบ เพราะยังได้รับผลดีจากมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐบาล ทั้งการลดค่าไฟฟ้าและน้ำประปาที่ยังคงมีอยู่และสิ้นสุดในเดือนมี.ค.2564 ราคากลุ่มอาหารสด ยังคงลดลง เช่น ข้าวสาร ไก่สด ไข่ไก่ และผักสด ส่วนสินค้าหมวดอื่นๆ ยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางปกติ แต่เงินเฟ้อก็เริ่มได้รับแรงกดดันจากราคาพลังงานที่กลับมาเป็นบวกอีกครั้งในรอบ 14 เดือน เพิ่มขึ้น 1.35% โดยเฉพาะราคาน้ำมันเพิ่ม 17.18% ทำให้ราคาขายปลีกในประเทศ ปรับขึ้น 5 ครั้ง และปรับลง 5 ครั้ง แต่ราคาปรับขึ้นมากกว่าราคาที่ลดลง รวมทั้งยังมีการเพิ่มขึ้นของน้ำมันพืช และเนื้อสุกร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เงินเฟ้อตั้งแต่มี.ค.2563 ปรับตัวลดลงมาต่อเนื่อง โดยมี.ค.2563 ลด 0.54% เม.ย.2563 ลด 2.99% พ.ค.2563 ลด 3.44% มิ.ย.2563 ลด 1.57% ก.ค.2563 ลด 0.98% ส.ค.2563 ลด 0.50% ก.ย.2563 ลด 0.70% ต.ค.2563 ลด 0.50% พ.ย.2563 ลด 0.41% ธ.ค.2563 ลด 0.27% และมา ม.ค.2564 ซึ่งใช้ฐานเงินเฟ้อใหม่ ลด 0.34% และ ก.พ.2564 ลด 1.17%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชานัน กล่าวว่า เงินเฟ้อเดือนเม.ย.2564 คาดว่าจะบวกแรง เพราะมาตรการลดค่าไฟฟ้าและน้ำประปาหมดไปแล้ว และจะบวกต่อเนื่องไปทั้งปี โดยไตรมาส 2 จะบวกค่อนข้างเยอะ เพราะฐานปีที่แล้วต่ำ โดยมีน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นตัวสำคัญ ที่จะทำให้เงินเฟ้อขึ้นมากหรือน้อย ส่วนอาหารสด เป็นไปตามฤดูกาล และความต้องการบริโภค ซึ่งก็ดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นต่างๆ ของรัฐบาลที่จะมีต่อเนื่อง และยังมีการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งล้วนส่งผลต่อราคาสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเงินเฟ้อปี 2564 คาดว่าจะยังอยู่ในกรอบที่ สนค. คาดการณ์ไว้ที่ขยายตัว 0.7-1.7% โดยมีค่ากลางอยู่ที่ 1.2% แม้จะมีการปรับสมมติฐานต่างๆ เพิ่มขึ้นก็ตาม โดยอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอยู่ที่ 2.5-3.5% จากเดิมในเดือนธ.ค.2563 คาดโต 3.5-4.5% ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 55-65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากเดิมคาด 40-50 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ค่าเงินบาททั้งปีอยู่ที่ 29.0-31.0 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากเดิมคาด 30.0-32.0 บาทต่อเหรียญสหรัฐ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98410</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (เงินเฟ้อ), วิชานัน นิวาตจินดา, สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606ae3677290a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
