<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105821</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 18:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 17:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศธ. หารือ สว.ปรับหลักสูตรทักษะฃีวิต โดยเฉพาะวิชาหน้าที่พลเมือง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 มิ.ย.64- นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ประชุมร่วมสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เพื่อหารือถึงการวางแนวทางที่จะทำความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และ สว. ทั้งในเรื่องหลักสูตรฐานสมรรถนะ &amp;nbsp;เพราะเราต้องการให้การปรับหลักสูตรได้มุ่งเน้นให้เด็กเกิดการเรียนรู้ด้านทักษะชีวิต การเรียนแบบ Active Learning หรือกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้ลงมือทำ และหน้าที่พลเมือง &amp;nbsp;โดยเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้างเด็กและเยาวชนไทยในอนาคตอย่างมีคุณภาพ นอกจากนี้ยังได้มีการหารือถึงร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อจะได้ประสานข้อมูลว่ามีประเด็นใดในเรื่องการศึกษาที่อาจยังมีข้อกังวล และการเตรียมผลักดันกฎหมายลูกฉบับต่างๆด้วย รวมถึงการจัดการศึกษาในพื้นที่นวัตกรรม ซึ่งต้องการให้มีการขยายพื้นที่นวัตกรรมให้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนปัญหาการฉีดวัคซีนของครูและบุคลากรทางการศึกษานั้น ขณะนี้ในส่วนของครูในกรุงเทพมหานครได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้ว ร้อยละ 50 ซึ่งจะทยอยฉีดให้ครบทุกคนอย่างแน่นอน สำหรับในพื้นที่ต่างจังหวัดได้มอบให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท) รวบรวมรายชื่อครูและบุคลากรทางการศึกษาส่งให้ศบค.จังหวัดในการลงทะเบียนการฉีดวัคซีนต่อไป ส่วนประเด็นที่มีครูไปแย่งฉีดวัคซีนจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดนั้น ดิฉันคิดว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และอาจเป็นการสื่อสารด้านระบบการลงทะเบียนมากกว่า&amp;quot;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105821</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, #สว., #หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน, วิชาหน้าที่พลเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c09f23b8ed9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102004</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 16:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 16:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศธ.-อว. ตั้ง คกก. ร่วมปรับปรุงการสอนวิชาประวัติศาสตร์  จริยธรรม หน้าที่พลเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
6พ.ค.64- นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) ได้มาหารือกับตนถึงประเด็นความร่วมมือระหว่าง อว.และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในเรื่องการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะประเด็นการปรับปรุงการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ จริยธรรม และหน้าที่พลเมือง เพราะ อว.มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญที่มีประสิทธิภาพ และ อว.จะมีแนวทางใดบ้างที่จะเข้ามาช่วยทำหลักสูตรเสริมด้านการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ และต้องเป็นการเรียนที่สนุก โดยตนต้องการให้การเรียนวิชาประวัติศาสตร์ของเด็กไทยมีการคิดวิเคราะห์ได้หลากหลายแง่มุม ซึ่งย่อมดีกว่าการที่เด็กมานั่งท่องจำแล้วนำไปสอบ อีกทั้งเรื่องการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ยังเป็นสิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญและอยากให้เด็กไทยเห็นคุณค่าของประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้จึงมีข้อตกลงร่วมกันว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการการด้านการปรับปรุงการเรียนการสอนระหว่าง ศธ.และ อว.ขึ้น &amp;nbsp;โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวจะเข้ามาดูเนื้อหาการเรียนว่าจะต้องมีการใส่ข้อมูลใดเพิ่มเติมอีกบ้างในการปรับปรุงหลักสูตรฐานสมรรถนะ รวมถึงการสร้างระบบอบรมครู &amp;nbsp;นอกจากนี้จะนำสื่อการสอนของโรงเรียนสาธิตที่มีการจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นมาให้โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้นำมาต่อยอดปรับใช้ในการเรียนการสอนด้วย อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการหารือถึงการปรับปรุงหลักสูตร การปรับวิธีการสอนแล้วยังฝากให้ อว.ปรับปรุงหลักสูตรการผลิตครู เพื่อให้สอดรับการหลักสูตรฐานสมรรถนะใหม่ด้วย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102004</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, #วิชาประวัติศาสตร์, #อว., วิชาหน้าที่พลเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_6093b87040ae7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95496</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2021 14:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2021 14:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ. ยันไม่มีการถอด วิชาประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมือง แต่จะเพิ่มภาคปฎิบัติหน้าที่พลเมืองสัปดาห์ละ1ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9มี.ค.64-นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวเรื่องการถอดวิชาประวัติศาสตร์ และวิชาหน้าที่พลเมืองที่ปลูกฝังจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคมออกจากหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ว่า เนื้อหาวิชาดังกล่าวยังอยู่ในหลักสูตรปัจจุบันและหลักสูตรฉบับใหม่ที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงอย่างแน่นอน &amp;nbsp;ซึ่งวิชาประวัติศาสตร์จัดเป็นวิชาบังคับกำหนดให้ต้องเรียนทุกระดับชั้นตั้งแต่ป.1 &amp;ndash; ม.6 โดย ชั้น ป.1 &amp;ndash; ม.3 มีเวลาเรียน 40 ชั่วโมงต่อปี หรือสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง ส่วนชั้นม.4-6 มีเวลาเรียน 80 ชั่วโมง ตลอดปีการศึกษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;สำหรับสาระหน้าที่พลเมือง ถือว่าเป็นสาระบังคับเช่นกัน โดยชั้น ป.1-6 จะเรียนรวมกับอีก 3 สาระ รวมเรียกว่าวิชาสังคมศึกษา มีเวลาเรียน 80 ชั่วโมงต่อปี หรือ สัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง ชั้น ม.1 &amp;ndash; 6 อาจจัดแยกเป็นวิชาๆ หรือรวมสาระก็ได้ โดยชั้น ม.1 &amp;ndash; 3 มีเวลาเรียนรวมทั้ง 4 สาระ 120 ชั่วโมงต่อปี (3 หน่วยกิต) หรือสัปดาห์ละ 3 ชั่วโมง และ ม.4-6 รวม 3 ปีเรียน 240 ชั่วโมง นอกจาก ที่หลักสูตรกำหนดแล้ว ยังมีนโยบายให้เรียนหน้าที่พลเมืองที่เน้นการปฏิบัติเพิ่มอีกสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง โดยอาจจะบูรณาการไปกับวิชาพื้นฐาน วิชาเพิ่มเติม กิจกรรมอื่นๆ ซึ่งเนื้อหาการเรียนประวัติศาสตร์จะได้เรียนเรื่องเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ เช่น ข้อมูลและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ วิธีการทางประวัติศาสตร์ พัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตถึงปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์สำคัญในอดีต สถาบันพระมหากษัตริย์ ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมา สพฐ.ได้ส่งเสริมให้ครูจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนคิดวิเคราะห์สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้ รวมถึงการทำให้การเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์มีความทันสมัยมากขึ้นด้วยการสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนตามนโยบายการอ่าน การเขียน เรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อสารร่วมสมัย ของคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศธ. ประกอบด้วย โครงการพัฒนาสื่อเทคโนโลยีภาพเสมือนจริง Augmented Reality (AR) เพื่อการเรียนรู้ประวัติศาสตร์รักชาติ ศาสตร์ กษัตริย์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ทำการพัฒนาสื่อเทคโนโลยีภาพเสมือนจริง ทั้งนี้ยังได้จัดทำคู่มือการใช้สื่อวีดีทัศน์ พร้อม QR Code เพื่อเข้าถึงตัวอย่างเนื้อหาสื่อนวัตกรรมการสอนประวัติศาสตร์อีกด้วย&amp;rdquo;เลขาฯ กพฐ. กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95496</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วิชาประวัติศาสตร์, #สพฐ., #หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน, วิชาหน้าที่พลเมือง, อัมพร พินะสา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210309/image_big_60471a28dbe9f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84658</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2020 13:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2020 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ครูอ๋อย&#039;แจงวุ่นไม่เคยลบวิชา&#039;ประวัติศาสตร์-ศีลธรรม-หน้าที่พลเมือง&#039;จากหลักสูตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ย.63- นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์ พรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) และรมว.ศึกษาธิการ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง &amp;quot;มีใครลบวิชาประวัติศาสตร์ ศีลธรรมและหน้าที่พลเมืองออกจากหลักสูตรการศึกษาหรือไม่&amp;quot; ตอนที่ 1 ระบุว่า นายจาตุรนต์ ฉายแสงไม่เคยเป็นผู้ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงหลักสูตรใดใดทั้งสิ้น หลังจากที่มีการจัดทำหลักสูตรประถมศึกษาพุทธศักราช 2521 แล้วมีการอนุมัติใช้และปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3 ครั้ง 1.หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานอนุมัติใช้ 2 พฤศจิกายน 2544 2.ปรับปรุงและอนุมัติใช้ปี 2551 ทำให้มีหลักสูตรแกนกลาง 3.ปรับปรุงหลักสูตรเล็กน้อยอีกครั้งในปี 2560&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา 2ครั้ง ครั้งแรกเมื่อปี 2548 - 2549 &amp;nbsp;ครั้งที่สองในปี 2556 - 2557 ผมจึงไม่เคยเกี่ยวข้องกับการจัดทำปรับปรุงหรืออนุมัติหลักสูตรในทั้ง 3 ครั้งดังกล่าวเลยแม้แต่น้อย สำหรับเรื่องหลักสูตร ก็ไม่มีใครลบวิชาประวัติศาสตร์ ศีลธรรมและหน้าที่พลเมืองออกจากหลักสูตรการศึกษา และกระทรวงศึกษาธิการไม่เคยยกเลิกวิชาประวัติศาสตร์ การจัดทำอนุมัติและปรับปรุงหลักสูตรในปี 2544 และ 2551 ไม่ได้ยกเลิกการศึกษาประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองและศีลธรรมออกไปจากหลักสูตร แต่มีการจัดหมวดหมู่สาระของหลักสูตรเสียใหม่ โดยในปี 2551 มีการจัดหลักสูตรเป็นแปดกลุ่มสาระ ในจำนวนนี้มีกลุ่มสาระหนึ่งเรียกว่ากลุ่มสาระ &amp;ldquo;สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม&amp;rdquo; วิชาประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม จริยธรรมอยู่ในกลุ่มสาระนี้ ผู้ที่ไม่ได้ศึกษารายละเอียด เมื่อมองเห็นชื่อกลุ่มสาระต่างๆ ก็อาจเข้าใจผิดไปว่ามีการยกเลิกวิชานั้นวิชานี้ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ววิชาเหล่านั้นยังอยู่ในกลุ่มสาระต่างๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84658</URL_LINK>
                <HASHTAG>#หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน, จาตุรนตฺ์ ฉายแสง, วิชาหน้าที่พลเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201122/image_big_5fba094766535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
