<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59003</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พญาปลอดไม่หนี นอนคุก1ปี8เดือน เด้ง‘วิฑูรย์’มิชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ไม่หนี &amp;quot;ปลอดประสพ&amp;quot; มารายงานตัวศาลคดีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบสั่งย้าย &amp;quot;วิฑูรย์ ชลายนนาวิน&amp;quot; อดีตรองอธิบดีกรมทรัพยากรฯ ไปปฏิบัติหน้าที่ต่ำกว่าระดับเดิม ก่อนที่ศาลฎีกาพิพากษาคุก 1 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา ชดใช้ค่าเสียหาย 1.4 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวส่งนอนเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 มีนาคม ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี นายปลอดประสพ สุรัสวดี อายุ 75 ปี อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จำเลยคดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ ที่ศาลได้ออกหมายจับให้ติดตามตัวมาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.1063/2558 ที่นายวิฑูรย์ ชลายนนาวิน อดีตรองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ทส. เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ได้เดินทางมารายงานตัวต่อศาลก่อนถึงกำหนดนัดวันที่ 7 เม.ย.นี้ พร้อมขอให้ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในวันนี้ ซึ่งนายปลอดประสพมีอาการป่วย ใส่หน้ากากอนามัยและนั่งรถเข็นมาศาล พร้อมทั้งมีบุตรชาย ญาติ และคนใกล้ชิดนับสิบคนมาร่วมให้กำลังใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.25 น. ศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีนี้ คำฟ้องโจทก์ระบุกรณีเมื่อวันที่ 4 ก.ย.2546 นายบรรพต หงษ์ทอง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขณะนั้น มีคำสั่ง 399/2546 แต่งตั้งนายวิฑูรย์ โจทก์ ดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนัก (นักวิชาการป่าไม้ 9) สำนักส่งเสริมการปลูกป่าเศรษฐกิจ กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรฯ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2546 แต่จากนั้นมีการตรา พ.ร.ฎ.โอนป่ากรมป่าไม้ สังกัด ทส. มีผลเมื่อลงราชกิจจานุเบกษาวันที่ 30 ก.ย.2546 ซึ่งขณะนั้นโจทก์ดำรงตำแหน่ง ผอ.กองการอนุญาต กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 1 ต.ค.2546-12 พ.ย.2556 จำเลยซึ่งดำรงตำแหน่งปลัด ทส. ได้ออกคำสั่ง ทส.ที่ 287/2546 เมื่อวันที่ 1 ต.ค.2546 ให้ระงับการมอบหมายงานในหน้าที่ตามคำสั่ง 399/2546 ซึ่งแต่งตั้งโจทก์ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนัก (นักวิชาการป่าไม้ 9) โดยให้ถือว่าเป็นการยกเลิกคำสั่งดังกล่าวไว้ก่อน อันเป็นการใช้ดุลยพินิจโดยไม่ชอบเพื่อยับยั้งไม่ให้โจทก์ได้เลื่อนตำแหน่ง สาเหตุเนื่องจากโจทก์กับจำเลยมีเรื่องโกรธเคืองในเรื่องส่วนตัวกันมาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งวันที่ 12 พ.ย.2546 จำเลยกลั่นแกล้งโจทก์ ด้วยการให้นายดำรงค์ พิเดช ออกคำสั่งกรมป่าไม้ ที่ 543/2546 ย้ายโจทก์ไปตำแหน่ง &amp;ldquo;ป่าไม้จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;rdquo; ซึ่งเป็นตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญระดับ 8 เป็นการย้ายให้ปฏิบัติหน้าที่ต่ำกว่าระดับเดิม อีกทั้งก็ไม่ใช่ความจำเป็นที่ต้องรีบดำเนินการ และจำเลยก็ทราบดีว่านายดำรงค์ไม่มีอำนาจสั่งย้ายโจทก์ ดังนั้นคำสั่งย้ายที่จำเลยให้ความเห็นชอบนั้น จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นผลให้โจทก์ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง และเสียสิทธิไม่ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นระดับ 9 จึงขอให้ชดใช้ค่าเสียหายส่วนนี้ด้วย 2 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 มี.ค.2560 เห็นว่าการที่จำเลยมีคำสั่งไม่แต่งตั้งโจทก์ให้เลื่อนขั้นเป็นข้าราชการระดับ 9 นั้น ถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อกลั่นแกล้งโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย ทั้งที่โจทก์มีคุณสมบัติจะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บริหารได้ จึงให้จำคุก 1 ปี และปรับ 20,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี และให้จำเลยชดใช้เงินค่าเสียหายแก่โจทก์ด้วย 1.4 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 17 เม.ย.2561 เห็นว่าการย้ายโจทก์เพียงคนเดียวและในระดับที่ต่ำกว่าเดิมด้วยเสมือนเป็นการลงโทษ โดยโจทก์กับจำเลยเคยมีข้อพิพาทกันเมื่อปี 2541 ขณะที่คำสั่งให้โจทก์ได้เลื่อนชั้นดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักงานวิชาการ 9 ก็ชอบด้วยกฎหมาย การที่จำเลยให้ยกเลิกคำสั่งนั้นจึงกระทำไม่ชอบด้วยกฎหมาย และน่าเชื่อว่ามาจากกรณีจำเลยมีสาเหตุโกรธเคืองโจทก์มาก่อน และเพื่อกลั่นแกล้งโจทก์ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ และเมื่อพิจารณาการกระทำที่จำเลยให้รับโอนนายดำรงค์มาซ้อนตำแหน่งโจทก์ที่โจทก์ได้รับการแต่งตั้งโดยชอบด้วยกฎหมาย ก็อาจทำให้เกิดปัญหาว่าการปฏิบัติราชการของนายดำรงค์ต่อการออกคำสั่ง-ประกาศต่างๆ ของกรมป่าไม้ว่ามีความถูกต้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อราชการได้ พฤติการณ์นับว่าเป็นความผิดร้ายแรง จึงไม่เห็นสมควรรอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์ฯ จึงพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม ม.157 ประกอบมาตรา 84 อีกกรรมหนึ่ง ที่ใช้ให้นายดำรงค์โยกย้ายโจทก์ จึงให้จำคุก 2 กระทง กระทงละ 1 ปี รวมโทษจำคุกทั้งสิ้น 2 ปี โดยไม่รอการลงโทษ นอกจากที่แก้ ก็ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 1.4 ล้านบาทด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายปลอดประสพ จำเลย ได้ยื่นฎีกาต่อสู้คดี และได้ประกันตัวระหว่างฎีกา ด้วยหลักทรัพย์ 400,000 บาท แต่เมื่อวันที่ 26 ก.พ.2563 ที่ผ่านมา นายปลอดประสพไม่มาศาลตามนัดฟังคำพิพากษาฎีกา ศาลมีคำสั่งให้ปรับนายประกันเต็มจำนวน และให้ออกหมายจับนายปลอดประสพมาฟังคำพิพากษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำพิพากษาศาลฎีกาวันนี้ ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่าการกระทำของนายปลอดประสพ จำเลย ขณะดำรงตำแหน่งปลัด ทส. ที่ให้นายดำรงค์ออกคำสั่งใหม่ให้นายวิฑูรย์ โจทก์ ย้ายไปดำรงตำแหน่งป่าไม้จังหวัดอำนาจเจริญนั้น เป็นตำแหน่งข้าราชการพลเรือนระดับ 8 เป็นการย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ต่ำกว่าระดับเดิม และเป็นการโยกย้ายโดยเร่งด่วน ไม่ได้หารือต่อคณะกรรมการฯ ที่จำเลยอ้างว่ามีปัญหาเรื่องตำแหน่งใหม่ของโจทก์ เมื่อมีการโอนย้ายสังกัดกรมป่าไม้จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาสังกัดกระทรวงทรัพยากรฯ ซึ่งจากคำเบิกความของพยานที่ตอบคำถามยังได้ความว่าตำแหน่ง ผอ.สำนักงานวิชาการ 9 นั้น ก็จะมีกระบวนการสรรหาผู้มีคุณสมบัติซึ่งโจทก์ก็มีคุณสมบัติ จึงต่างจากที่จำเลยอ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น การออกคำสั่งยกเลิกการแต่งตั้งโจทก์และการย้ายนายดำรงค์มาในตำแหน่งทับซ้อนกับโจทก์ จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้ได้รับความเสียหายและทางเจริญก้าวหน้าในอาชีพของโจทก์ ซึ่งการแต่งตั้งโยกย้ายระบบราชการนอกจากความเหมาะสมแล้ว จะต้องคำนึงถึงคุณธรรมและธรรมาภิบาล แต่เมื่อพิจารณาจากพฤติการณ์ของจำเลยแล้ว เป็นการกระทำที่ทำลายระบบคุณธรรมและธรรมาภิบาลในระบบราชการ จึงไม่ควรรอการลงโทษ และที่ศาลอุทธรณ์ฯ กำหนดให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย 1.4 ล้านบาทนั้นเหมาะสมแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายตามมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 ฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ให้จำคุกรวม 1 ปี 8 เดือน โดยให้ออกหมายคดีถึงที่สุดด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่ได้รับฟังคำพิพากษาศาลฎีกาซึ่งผลถือเป็นที่สุดตามกฎหมายแล้ว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงได้ควบคุมตัวนายปลอดประสพไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อรับโทษตามผลการพิพากษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ในช่วงเย็นวันนี้ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครได้รับตัวนายปลอดประสพ ซึ่งต้องโทษจำคุก 1 ปี 8 เดือน ตามคำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง โดยเจ้าหน้าที่เรือนจำได้ปฏิบัติตามขั้นตอนการรับตัวผู้ต้องขังใหม่ มีการถ่ายรูป ตรวจร่างกาย เพื่อทำประวัตินักโทษ ซึ่งในวันนี้แพทย์อาจตรวจสุขภาพผู้ต้องขังใหม่ไม่ทัน เนื่องจากรับตัวเข้ามาในช่วงเย็น หากนายปลอดประสพ ซึ่งมีอายุ 87 ปี จัดอยู่ในกลุ่มผู้ต้องขังสูงอายุ มีอาการเจ็บป่วย เรือนพิเศษกรุงเทพฯ อาจส่งตัวไปคุมขังในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59003</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, ปลอดประสพ สุรัสวดี, วิฑูรย์ ชลายนนาวิน, ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดีตรองนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190712/image_big_5d2816714c676.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58236</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2020 13:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2020 13:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลออกหมายจับปลอดประสพ! เบี้ยวนัดฟังฎีกาคดีโยกย้าย  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ.2563- ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.1063/2558 ที่ นายวิฑูรย์ ชลายนนาวิน อดีตรองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายปลอดประสพ สุรัสวดี อายุ 75 ปี อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นจำเลย ในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำฟ้องโจทก์ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2546 นายบรรพต หงษ์ทอง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขณะนั้น มีคำสั่ง 399/2546 แต่งตั้งนายวิฑูรย์ โจทก์ ดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนัก (นักวิชาการป่าไม้ 9) สำนักส่งเสริมการปลูกป่าเศรษฐกิจ กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรสหกรณ์ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2546 แต่จากนั้นมีการตรา พ.ร.ฎ.โอนป่ากรมป่าไม้ สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีผลเมื่อลงราชกิจจานุเบกษาวันที่ 30 ก.ย. 2546 ซึ่งขณะนั้นโจทก์ ดำรงตำแหน่ง ผอ.กองการอนุญาต กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวันที่ 1 ต.ค. 2546 -12 พ.ย. 2556 จำเลยซึ่งดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ออกคำสั่งกระทรวงทรัพยากรฯที่ 287/2546 เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2546 ให้ระงับการมอบหมายงานในหน้าที่ตามคำสั่ง 399/2546 ซึ่งแต่งตั้งโจทก์ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนัก (นักวิชาการป่าไม้ 9) โดยให้ถือว่าเป็นการยกเลิกคำสั่งดังกล่าวไว้ก่อน อันเป็นการใช้ดุลยพินิจโดยไม่ชอบ เพื่อยังยั้งไม่ให้โจทก์ได้เลื่อนตำแหน่ง สาเหตุเนื่องจากโจทก์กับจำเลยมีเรื่องโกรธเคืองในเรื่องส่วนตัวกันมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งวันที่ 12 พ.ย. 2546 จำเลยกลั่นแกล้งโจทก์ ด้วยการให้นายดำรงค์ พิเดช ออกคำสั่งกรมป่าไม้ ที่ 543/2546 ย้ายโจทก์ไปตำแหน่งป่าไม้จังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งเป็นตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญระดับ 8 เป็นการย้ายให้ปฏิบัติหน้าที่ต่ำกว่าระดับเดิม อีกทั้งก็ไม่ใช่ความจำเป็นที่ต้องรีบดำเนินการ และจำเลยก็ทราบดีว่า นายดำรงค์ไม่มีอำนาจสั่งย้ายโจทก์ ดังนั้นคำสั่งย้ายที่จำเลยให้ความเห็นชอบนั้น จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นผลให้โจทก์ได้รับความเสียหายต่อเสียชื่อเสียง และเสียสิทธิไม่ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นระดับ 9 จึงขอให้ชดใช้ค่าเสียหายส่วนนี้ด้วย 2 ล้านบาท เหตุเกิดที่แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. โดยนายปลอดประสพ จำเลย ให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดีโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 มี.ค. 2560 เห็นว่า นายวิฑูรย์ โจทก์ มีคุณสมบัติที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บริหารได้ แต่การที่จำเลยมีคำสั่งไม่แต่งตั้งโจทก์ ให้เลื่อนขั้นเป็นข้าราชการระดับ 9 นั้น ถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อกลั่นแกล้งโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย จึงให้จำคุก 1 ปี และปรับ 20,000 บาท ขณะที่โทษจำคุกให้รอลงอาญา ไว้ 2 ปี และให้จำเลยชดใช้เงินค่าเสียหายแก่โจทก์ด้วย 1.4 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาทั้งนายปลอดประสพ จำเลย และนายวิฑูรย์ โจทก์ต่างยื่นอุทธรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2561 เห็นว่า การย้ายโจทก์เพียงคนเดียวในระดับที่ต่ำกว่าเดิมเสมือนเป็นการลงโทษ โดยโจทก์กับจำเลย เคยมีข้อพิพาทกันเมื่อปี 2541 ขณะที่จำเลยเป็นอธิบดีกรมป่าไม้ มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับโจทก์ โดยไม่มีการสอบสวนข้อเท็จจริง ไม่ให้โอกาสโจทก์และผู้เกี่ยวข้องไปเป็นพยานในการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อโต้แย้งข้อกล่าวหา ขณะที่โจทก์เคยกล่าวโทษจำเลยต่อพนักงานสอบสวน สน.บางเขน จนมีการส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช.ด้วย การที่โจทก์ได้เลื่อนชั้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใหม่ก็ชอบด้วยกฎหมาย แต่การที่จำเลยให้ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งนั้น จึงกระทำไม่ชอบด้วยกฎหมายและน่าเชื่อว่ามาจากกรณีจำเลยมีสาเหตุโกรธเคืองโจทก์มาก่อน โดยยกเลิกการแต่งตั้งเพื่อกลั่นแกล้งโจทก์ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่จำเลยยกเลิกคำสั่งแต่งตั้ง ทำให้โจทก์ขาดโอกาสในการได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น ความเสียหายดังกล่าวเป็นกรณีที่ไม่สามารถชดเชยให้กับโจทก์ได้ เมื่อพิจารณาการกระทำที่จำเลยให้รับโอนนายดำรงค์มาซ้อนตำแหน่งโจทก์ที่โจทก์ได้รับการแต่งตั้งโดยชอบด้วยกฎหมาย ก็อาจทำให้เกิดปัญหาว่าการปฏิบัติราชการของนายดำรงค์ต่อการออกคำสั่ง-ประกาศต่างๆ ของกรมป่าไม้มีความถูกต้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อราชการได้ พฤติการณ์นับว่าเป็นความผิดร้ายแรง จึงไม่เห็นสมควรรอการลงโทษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ศาลชั้นต้นให้รอการลงโทษจำเลยนั้น ศาลอุทธรณ์ฯ ไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์โจทก์ฟังขึ้น ศาลอุทธรณ์ฯ จึงพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิด ตาม ม.157 ประกอบมาตรา 84 อีกกรรมหนึ่งที่ใช้ให้นายดำรงค์โยกย้ายโจทก์ จึงให้จำคุก 2 กระทงๆ ละ 1 ปี รวมโทษจำคุกทั้งสิ้น 2 ปี โดยไม่รอการลงโทษ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 1.4 ล้านบาทด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายปลอดประสพ จำเลย ได้ประกันตัวระหว่างฎีกา ซึ่งศาลตีราคาหลักทรัพย์ 400,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันนี้ เป็นการนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาครั้งที่ 2 เคยมีการเลื่อนอ่านคำพิพากษามาแล้ว ปรากฏว่า นายปลอดประสพ จำเลย ไม่มาศาล โดยมีผู้รับมอบอำนาจมายื่นคำร้องขอเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาฎีกา ระบุว่ามีอาการป่วย แต่ศาลพิจารณาแล้วให้ยกคำร้องของนายปลอดประสพ จำเลย และมีคำสั่งให้ปรับนายประกันตามจำนวนประกันด้วย 400,000 บาท พร้อมให้ออกหมายจับนายปลอดประสพ จำเลย เพื่อมาฟังคำพิพากษาฎีกาในนัดต่อไปวันที่ 7 เม.ย.นี้ เวลา 10.00 น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58236</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ฎีกา, ทส., ปลอดประสพ สุรัสวดี, วิฑูรย์ ชลายนนาวิน, ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง, อดีตรองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191002/image_big_5d947c37a0aa9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7257</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2018 18:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2018 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน!ศาลอุทธรณ์สั่งจำคุก 2 ปี&#039;ปลอดประสพ&#039;ไม่รอลงอาญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เม.ย. 61- ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.1063/2558 ที่นายวิฑูรย์ ชลายนนาวิน อดีตรองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายปลอดประสพ สุรัสวดี อายุ 73 ปี อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและอดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 1 ต.ค. 2546 -12 พ.ย. 2554 ใช้ดุลยพินิจโดยมิชอบ ให้ระงับการมอบหมายงานในหน้าที่ตามคำสั่ง 399/2546 ที่ให้เลื่อนและแต่งตั้งโจทก์ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนัก (นักวิชาการป่าไม้ 9)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแก้ จากเดิมที่ศาลชั้นต้นให้รอลงอาญา 2 ปีและปรับ 20,000 บาท เป็นว่า ให้จำคุก 2 ปีโดยไม่รอลงอาญา แต่ยังคงให้ชดใช้ค่าเสียหายโจทก์ด้วย 1.4 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งขณะนี้นายปลอดประสพ จำเลย อยู่ระหว่างรอยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวสู้คดีชั้นฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิจารณาแล้วอนุญาตให้นายปลอดประสพ ได้ประกันตัว ระหว่างฎีกา โดยตีราคาประกัน 4 แสนบาท และกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7257</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำคุก, ปลอดประสพ, วิฑูรย์ ชลายนนาวิน, ศาลอุทธรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180210/image_big_5a7e9ef9ab5fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
