<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2018 18:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกาหลีก็มีหมอผีชักใยผู้นำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซอยดื่มกินใกล้ๆ พระราชวังเคียงบก กรุงโซล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรงข้ามกับกำแพงพระราชวังเคียงบกทางด้านทิศเหนือคือทำเนียบประธานาธิบดี หรือ &amp;ldquo;ชองวาแด&amp;rdquo; ในภาษาเกาหลี แต่หลายคนเรียกติดปากว่า &amp;ldquo;บลูเฮาส์&amp;rdquo; เนื่องจากหลังคาของอาคารหลักๆ มุงด้วยกระเบื้องสีฟ้า เมื่อมองเข้าไปจากประตูทางเข้าก็จะเห็นเป็นคฤหาสน์สีฟ้าขนาดใหญ่ รับกับสีเขียวทมึนของ &amp;ldquo;ภูเขาพูกัก&amp;rdquo; ทางด้านหลัง ในวันเวลาปกติสามารถเข้าเยี่ยมชมได้ฟรี เปิดวันละ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;รอบ แต่ต้องทำการจองล่วงหน้าอย่างน้อย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จินนี่ เพื่อนชาวเกาหลีใต้ของผมเล่าให้ฟังว่าหลังจาก &amp;ldquo;มุน แจ-อิน&amp;rdquo; สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อกลางเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว หรือราว4&amp;nbsp;เดือนก่อนที่เราจะมายืนมองบลูเฮาส์จากแสงไฟฟ้าอยู่ในเวลานี้ เขาต้องใช้เวลาถึง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วันกว่าจะย้ายเข้าไปพำนักได้ สาเหตุก็เพราะต้องให้เจ้าหน้าที่รื้อกระจบรอบทิศทางในห้องนั่งเล่นออกไปเสียก่อน อีกทั้งต้องเปลี่ยนเตียงนำเข้าจากอิตาลีราคาแพงระยับจากเงินภาษีประชาชนที่ &amp;ldquo;ปัก กึน-ฮเย&amp;rdquo; ประธานาธิบดีคนเก่าเคยใช้นอน เพราะประธานาธิบดีมุน แจ-อิน คงสยิวปนสยองหากต้องนอนทับที่ &amp;ldquo;มิสปัก&amp;rdquo; และท่านผู้นำคนใหม่ก็ยินดีใช้เงินส่วนตัวซื้อที่นอนให้ตัวเอง (ขอแก้ไขข้อมูลจากฉบับที่แล้วที่ระบุว่ามิสปักมีเตียงนอน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เตียงในห้องนอน ความจริงคือเธอใช้เตียงนอน&amp;nbsp;3เตียงในระยะเวลา&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน ซึ่งก็ยังรู้สึกแปลกประหลาดอยู่ดี) &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อนของผมสันนิษฐานว่ารสนิยมในการตกแต่งบ้านพักของอดีตประธานาธิบดีหญิงคนแรกของประเทศน่าจะมาจากอิทธิพลของเพื่อนหญิงของเธอที่ชื่อ &amp;ldquo;ชอย ซุน-ซิล&amp;rdquo; หรืออาจจะเป็นเพื่อนคนนี้ที่ลงมือตกแต่งเอง มีรายงานด้วยว่าการประกอบพิธีกรรมบูชาคุณไสยก็ทำกันในทำเนียบแห่งนี้ สื่อเกาหลีใต้แฉว่าชอย ซุน-ซิลเข้าไปเกี่ยวข้องจนถึงขั้นที่เรียกว่า &amp;ldquo;บงการ&amp;rdquo; มิสปักในแทบทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องการแต่งกายไปจนถึงสุนทรพจน์ในงานต่างๆ ทว่าเป็นเครื่องแต่งกายที่เชยและเสื้อผ้าคุณภาพต่ำเนื่องจากเงินหลวงที่มิสปักยื่นให้ &amp;ldquo;มาดามชอย&amp;rdquo; เพื่อเป็นงบด้านนี้นางกลับเก็บเข้ากระเป๋าตัวเองเรียบ ส่วนสุนทรพจน์ที่ผู้ช่วยหรือเลขาร่างไว้ให้อย่างดี มาดามชอยก็จะเอาไปแก้เสียจนออกมาเป็นภาษาที่ฟังไม่รู้เรื่อง นอกจากนี้นางยังได้ตั้งกลุ่มลับเฉพาะเป็นที่ปรึกษาพิเศษเรียกว่า &amp;ldquo;นางฟ้าทั้งแปด&amp;rdquo; สามารถเข้าถึงประธานาธิบดีได้ในทุกโอกาส &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัก กึน-ฮเย เป็นบุตรสาวของ &amp;ldquo;ปัก จุง-ฮี&amp;rdquo; นายพลผู้นำการรัฐประหารเมื่อปี ค.ศ.&amp;nbsp;1961&amp;nbsp;ในขณะที่เกาหลีใต้อยู่ภายใต้การดูแลความปลอดภัยโดยกองทัพของประเทศประชาธิปไตยอย่างสหรัฐอเมริกา (ทุกวันนี้กองทัพสหรัฐฯ ก็ยังประจำการในเกาหลีใต้) จากนั้นอีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีก็ขึ้นเป็นประธานาธิบดีและอยู่ในตำแหน่งอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนกระทั่งถูกสังหารเมื่อปี ค.ศ.&amp;nbsp;1979&amp;nbsp;โดยคนกันเองที่ชื่อ &amp;ldquo;คิม แจ-กิว&amp;rdquo; ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง หรือซีไอเอแห่งเกาหลีใต้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วน &amp;ldquo;ยุก ยัง-ซู&amp;rdquo; มารดาของ &amp;ldquo;มิสปัก&amp;rdquo; นั้นเสียชีวิตไปก่อนแล้วจากการถูกลูกหลงในการลอบสังหารประธานาธิบดีปัก จุง-ฮี ครั้งก่อนโดยสายลับเกาหลีเหนือที่เกิดในญี่ปุ่น ขณะ &amp;ldquo;นายพลปัก&amp;rdquo; กำลังกล่าวสุนทรพจน์วันชาติในโรงละครแห่งชาติเมื่อปี ค.ศ.&amp;nbsp;1974ทั้งนี้เป็นเวลาถึง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปีที่มิสปักถูกยกให้เป็น &amp;ldquo;สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง&amp;rdquo; ของเกาหลีใต้หลังการเสียชีวิตของแม่ และสิ้นสุดลงในวันเสียชีวิตของพ่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ชอย แต-มิน&amp;rdquo; ผู้ผ่านการแต่งงาน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ครั้ง เดิมทีเป็นพระสงฆ์ในศาสนาพุทธก่อนจะเปลี่ยนไปนับถือคริสต์นิกายโรมันคาธอลิค และให้คนเรียกว่าบาทหลวงทั้งที่ไม่เคยเข้าโรงเรียนสอนศาสนา แต่ก็เที่ยวบอกใครต่อใครว่าตัวเองคือพระศรีอริยเมตไตรย หรือพุทธเจ้าองค์ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาได้ผสมผสานความเชื่อต่างๆ ทั้งส่วนที่เป็นศาสนา ความเชื่อดั้งเดิมของเกาหลี และไสยศาสตร์มนตร์ดำ แล้วสถาปนาตัวเองเป็นผู้นำลัทธิ &amp;ldquo;ยงแซ-เกียว&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ลัทธิโลกแห่งวิญญาณ&amp;rdquo; จนคนเรียกขานว่า &amp;ldquo;รัสปูตินแห่งเกาหลี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อแม่ของ &amp;ldquo;ปัก กึน-ฮเย&amp;rdquo; เสียชีวิตลง ขณะที่เธอมีอายุ&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ปี &amp;ldquo;หมอผีชอย&amp;rdquo; ได้เพียรส่งจดหมายหาเธอเป็นจำนวนหลายสิบฉบับ อ้างว่าติดต่อกับวิญญาณของแม่เธอได้และวิญญาณแม่ต้องการจะสื่อสารกับลูกสาวคนนี้ (มิสปักมีน้องอีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน) กระทั่งมิสปักได้เชิญให้หมอผีชอยเข้าพบที่บลูเฮาส์ ซึ่งขณะนั้นเธอพำนักอยู่กับพ่อที่ยังเป็นประธานาธิบดี และแล้วมิสปักก็ถูกหล่อหลอมและเติบโตตามที่หมอผีชอยกำกับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมอผีชอยมีบุตรสาวในวัยเดียวกับมิสปัก ชื่อว่า &amp;ldquo;ชอย ซุน-ซิล&amp;rdquo; ผู้ที่รับวิชาหมอผีคนทรงเจ้ามาจากพ่อเช่นกัน มิสปักนั้นครองโสดอยู่จนเวลานี้ ขณะที่ชอย ซุน-ซิล แต่งงานกับ &amp;ldquo;ชอง ยุน-ฮอย&amp;rdquo; มีบุตรสาวชื่อ &amp;ldquo;ชอง ยู-รา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของชอง ยุน-ฮอยนั้นก็มีข่าวเกี่ยวข้องกับมิสปัก ถ้ายังจำกันได้กรณีเรือเฟอร์รี่เซวอลอับปางเมื่อปี ค.ศ.&amp;nbsp;2014&amp;nbsp;ทำให้เด็กนักเรียนเสียชีวิตไป&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ร้อยกว่าคน วันนั้นตัวผู้นำประเทศกลับหายตัวไป&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ชั่วโมงกว่าจะโผล่หน้าต่อสาธารณะ นักข่าวอาวุโสหนังสือพิมพ์&amp;nbsp;Sankei&amp;nbsp;ของญี่ปุ่นซึ่งประจำการในเกาหลีใต้ตั้งข้อสงสัยตามกระแสที่เขาได้รับว่ามิสปักไปอยู่ในโรงแรมกับอดีตสามีของหมอผีหญิงที่เพิ่งหย่าร้างกันในปีนั้นเอง แล้วหมอผีหญิงก็ไปชุบเลี้ยงชายหนุ่มบาร์โฮสต์หรือที่สื่อถึงขั้นเรียกกันว่า &amp;ldquo;จิกกะโล่&amp;rdquo; หรือไอ้แมงดามาเป็นดีไซเนอร์หนุ่มนักออกแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีความเหมือนกันในหลายๆ สังคมบนโลกใบนี้ พวกที่อ้างว่านับถือลัทธิแปลกๆ อะไรก็ตาม ล้วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องเงินๆ ทองๆ แทบทั้งสิ้น สุดท้ายก็ละโมบโลภมาก อยากมีอำนาจ มีหน้ามีตาในสังคม หลังการตายของ &amp;ldquo;รัสปูตินแห่งเก่าหลี&amp;rdquo; ในปี ค.ศ.&amp;nbsp;1994&amp;nbsp;มีข้อกล่าวหาตามมามากมายว่าเขาใช้ความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับครอบครัวอดีตประธานาธิบดีปัก จุง-ฮี เรียกรับสินบนจนร่ำรวยผิดหูผิดตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีข่าวว่า &amp;ldquo;นายพลปัก&amp;rdquo; ได้เคยเรียกหมอผีชอยไปห้ามปรามไม่ให้หาเงินเข้ากระเป๋า แต่ &amp;ldquo;มิสปัก&amp;rdquo; ก็ได้ปกป้องฝ่ายพ่อมดหมอผีนี้อยู่เสมอ ท่านผู้นำจึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลยเพราะไม่อยากขัดลูกสาวที่เพิ่งสูญเสียแม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คิม แจ-กิว&amp;rdquo; ได้ยอมรับต่อศาลว่าเขาสังหารประธานาธิบดีปัก จุง-ฮี เพราะประธานาธิบดีล้มเหลวในการขัดขวางการฉ้อโกงของหมอผีชอย รวมถึงไม่สามารถนำบุตรสาวออกห่างจากหมอผีชอยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายน้องๆ ของมิสปักเองก็ยังเคยขอความช่วยเหลือจากประธานาธิบดี &amp;ldquo;โร แต-วู&amp;rdquo; เมื่อปี ค.ศ.&amp;nbsp;1990&amp;nbsp;ให้ช่วยแยกพี่สาวออกมาจากการครอบงำของหมอผีชอย แต่ก็ไม่เป็นผล จนความห่างเหินระหว่างเครือญาติถ่างออกไปจนไม่มีใครใยดีกันและกันอีกต่อไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชอย ซุน-ซิล ผู้กลายเป็น &amp;ldquo;รัสปูตินแห่งเกาหลี&amp;rdquo; คนใหม่แทนพ่อผู้ล่วงลับ ก็ได้ใช้ความสนิทสนมกับมิสปักที่เข้าสู่เวทีการเมืองตั้งแต่ปี ค.ศ.&amp;nbsp;1997&amp;nbsp;เรียกรับผลประโยชน์จากบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่หลายราย นำเงินเข้ามูลนิธิและองค์กรที่ตัวเองควบคุมดูแลก่อนจะผ่องถ่ายออกไปเป็นเงินส่วนตัวถึงขั้นมีทรัพย์สินต่างๆ รวมทั้งฟาร์มม้าในเยอรมนีมูลค่ารวมนับพันล้านเหรียญสหรัฐฯ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน &amp;ldquo;ชอง ยู-รา&amp;rdquo; ลูกสาวของเธอก็ได้เข้าศึกษาใน&amp;nbsp;Ewha Womans University&amp;nbsp;ที่โด่งดัง มหาวิทยาลัยสตรีที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยโควต้านักกีฬาที่เธอเป็นนักขี่ม้าทีมชาติประเภทศิลปะบังคับม้า แต่ในระเบียบของมหาวิทยาลัยนั้นระบุว่าต้องเป็นนักกีฬาประเภทเดี่ยวซึ่งในกรณีของลูกสาวหมอผีหญิงนั้นไม่ตรงกับเกณฑ์เพราะเธออยู่ในประเภททีม ในเวลานั้นได้เกิดการประท้วงกันของนักศึกษาและผู้ปกครองเพราะสังคมเกาหลีใต้นั้นเรื่องอะไรก็ยอมได้แต่เรื่องสถาบันการศึกษาและเรื่องผลการเรียนนั้นยอมกันไม่ได้ ทำให้ชาวเกาหลีใต้เริ่มให้ความสนใจกับครอบครัวหมอผีนี้ขึ้นมา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อมิสปักหมดอำนาจ อธิการบดีมหาวิทยาลัยก็โดนจับข้อหารับชอง ยู-รา เข้าศึกษาโดยไม่ถูกต้อง แถมยังให้เกรดดีเกินเหตุอีกต่างหากแม้ว่าเธอจะไม่ค่อยเข้าเรียน นอกจากนี้ยังมีอาจารย์อีกหลายคนที่ถูกจับดำเนินคดี อาจารย์บางคนยอมทำการบ้านให้ลูกสาวเพื่อนประธานาธิบดีก็ยังมี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีข้อสอบเอ็นทรานซ์รั่ว และเรื่องนิสิตย้ายคณะแบบวิธีพิเศษที่บ้านเราเมื่อสิบกว่าปีก่อนถือว่าเด็กๆ ไปเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังมีอีกหลายเรื่องหลายคดีที่แดงขึ้นมาหลังผู้นำหญิงคนแรกของประเทศหมดอำนาจลง ตัวเธอเองในวัย&amp;nbsp;66&amp;nbsp;ปี ถูกศาลตัดสินให้จำคุก&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ปีจากข้อหาคอรัปชั่นและการใช้อำนาจโดยมิชอบ&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ข้อหา แต่เธอก็ไม่หนีคุก (ฮา!)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน &amp;ldquo;รัสปูตินหญิง&amp;rdquo; โดนไปรวม&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ปี จากข้อหาเรียกรับสินบนหลายพันล้านบาท ใช้อำนาจโดยมิชอบ ก้าวก่ายการทำงานของรัฐบาล และนำลูกสาวเข้ามหาวิทยาลัยโดยผิดกฎหมาย ด้านลูกสาวโดนลบชื่อออกจากมหาวิทยาลัย และถูกเพิกถอนวุฒิระดับมัธยมปลาย (เพราะได้มาโดยวิธีพิเศษเช่นกัน) นอกจากนี้สองแม่ลูกยังถูกรัฐบาลเยอรมันตรวจสอบว่าทรัพย์สินทั้งหลายในประเทศเยอรมนีเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน ถูกจับดำเนินคดีข้อหาทำรายการแบล็คลิสต์ผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์มิสปัก โดยมีบุคคลทั้งระดับสูงและระดับทั่วไปถึงกว่า&amp;nbsp;1หมื่นคนในลิสต์ดังกล่าว เรียกคนเหล่านี้ว่าพวก &amp;ldquo;หัวเอียงซ้าย&amp;rdquo; นอกจากนี้ยังมีนักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ และนักธุรกิจของบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับประธานและรองประธานต่างก็ถูกตัดสินให้มีความผิดติดตะรางไปตามๆ กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คงจำกันได้ว่าเมื่อ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีก่อนประชาชนคนเกาหลีใต้ได้ออกมาประท้วงกันเต็มท้องถนนเหตุเพราะพวกเขาไม่ต้องการทนเห็นหมอผีและคณะคนชั่วชักใยเชิดหุ่นผู้นำประเทศ หากขับไล่ประธาธิบดีออกไปได้ หมอผีพวกนี้ก็ไม่รู้จะเชิดใคร พากันหมดอำนาจไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จินนี่บอกว่าการคอรัปชั่นของนักการเมืองในเกาหลีใต้นั้นมีมาตลอด ประชาชนเคยเห็นผู้นำยักยอกเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง และยอมให้ญาติพี่น้องโกงกินมานักต่อนัก จุดขายที่ทำให้มิสปักชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีก็คือการที่เธอไม่มีครอบครัว ไม่มีญาติพี่น้องที่จะทำมาหากินกับงบประมาณแผ่นดิน จึงค่อนข้างสบายใจว่าคอรัปชั่นคงจะไม่เกิดขึ้นอย่างน่าเกลียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อเกิดขึ้นในระดับที่เกินรับได้ และที่สำคัญคือเป็นการโกงกินที่พิลึกพิลั่น เพราะผู้นำเอาเงินไปให้กับหมอผีคนทรงเจ้า จึงทำให้ประชาชนออกมาชุมนุมกันอย่างท้วมท้นล้นหลาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มันเป็นเรื่องเพี้ยนอย่างกับหนังน้ำเน่าหรือละครชั้นต่ำ พวกเราอับอายเหลือเกิน&amp;rdquo; จินนี่หัวเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากหยุดอยู่หน้าประตูทางเข้าบลูเฮาส์ได้สักพัก เราก็เดินเลียบกำแพงพระราชวังเคียงบกลงไปทางทิศใต้ &amp;nbsp;แล้วเลี้ยวขวาเข้าซอยเล็กๆ มีร้านอาหารและเครื่องดื่มเต็มทั้งฝั่งซ้าย-ฝั่งขวา แวะที่บาร์เบียร์คราฟต์ท้องถิ่น สั่งมาดื่มกันคนละไพนต์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จินนี่เข้าอินเตอร์เน็ตหาข้อมูลเรื่องหมอผีกับประธานาธิบดีให้ผมเพิ่มเติม เธอบอกว่าเรื่องนี้พ้องกับละคร&amp;nbsp;Secret Love Affair&amp;nbsp;ที่ออกอากาศทางสถานี&amp;nbsp;JTBCเมื่อปี&amp;nbsp;2014&amp;nbsp;อย่างเหลือเชื่อ เหมือนทีมงานผู้สร้างรู้เรื่องฉาวนี้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีก่อนข่าวใหญ่จะถูกเปิดเผยออกมา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีตัวละครผู้เป็นแม่ใช้อิทธิพลจากความสนิทสนมกับนายกสมาคมให้ลูกสาวเข้าเรียนในวิทยาลัยของไอวีลีก ซึ่งลูกสาวในละครมีชื่อว่า &amp;ldquo;ชอง ยู-รา&amp;rdquo; ชื่อเดียวกับลูกสาวของชอย ซุน-ซิล นอกจากนี้แม่ในเรื่องก็ยังเป็นหมอผีคนทรงเจ้าเหมือนกับแม่ของชอง ยู-รา ในชีวิตจริง โดยใช้มนตร์ดำช่วยให้คุณหญิงคุณนายร่ำรวยขึ้นจากธุรกิจผิดกฎหมาย และเมื่อถูกสืบสวนสอบสวนก็บินหนีไปเมืองนอก ซึ่งในชีวิตจริงของสองแม่ลูกก็ได้บินหนีไปยังประเทศเยอรมนีเมื่อเรื่องโกงกินถูกประจาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมนึกถึงละครเรื่อง &amp;ldquo;เหนือเมฆ&amp;nbsp;2&amp;rdquo; เมื่อประมาณ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปีก่อนที่ถูกสั่งงดออกอากาศกลางคันเพียงแค่นำเสนอพฤติกรรมของนักการเมืองโกงทั้งที่ไม่ได้ระบุชื่อแซ่แต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14274</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิฑูรย์ ทิพย์กองลาส, เกาหลี, เบื้องหน้าที่ปรากฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2018 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เยี่ยมเพื่อนที่ ‘กรุงโซล’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot;&gt;คาเฟ่เก๋ไก๋ในย่านฮงแด กรุงโซล&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot;&gt;จากเมืองฮาโกดาเตะบนเกาะฮ็อกไกโด ผมกลับเข้ากรุงโตเกียวด้วยรถไฟชิงกันเซ็นเที่ยวสิบโมงกว่าๆ ถึงสถานีอุเอโนะตอนบ่าย 2 โมง เย็นนั้นได้ออกไปกินข้าวกับคู่รักหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่เคยเจอกันเมื่อ 2 ปีก่อนหลังการเสียชีวิตของ &amp;ldquo;ปีเตอร์ คัมเบอร์เบิร์ช&amp;rdquo; เพื่อนแคนาเดียนรุ่นใหญ่ของผม ทั้งคู่เป็นเพื่อนของปีเตอร์เหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;อีก 2 วันต่อมาผมก็ได้เจอกับอีกคู่รัก อายุของคู่นี้มากกว่าคู่แรกอยู่หลายปี สุภาพสตรีคือภรรยาเก่า (คนที่ 2) ของปีเตอร์ ส่วนสุภาพบุรุษคือสามีใหม่ของเธอซึ่งปีเตอร์เป็นผู้แนะนำให้รู้จักกันหลังจากตัวเองต้องแยกทางเดินออกมา เขาไว้ใจและเคารพสุภาพบุรุษท่านนี้ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้วเช่นกันที่ผมได้เจอทั้งคู่หลังจากปีเตอร์เสียชีวิตลงเมื่อ 2 ปีที่แล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ก่อนหน้าที่จะเดินทางไปญี่ปุ่นรอบนี้ ผมได้แวะที่เกาหลีใต้เป็นเวลา 1 สัปดาห์ เพื่อเยี่ยมเพื่อนปีเตอร์ที่รู้จักกันหลังการตายของเขาอีกคน &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;........................................................&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเปิดพาสปอร์ตของผมไปยังหน้าที่มีตราประทับของ ตม. ญี่ปุ่นอยู่ 2 ตราในหน้าเดียวกัน แล้วก็บรรจงปั๊มตราของเกาหลีใต้ยัดลงไปในหน้านั้นอีก ดูพี่เขาทำ!&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;บนรถไฟแบบจอดหลายสถานีมีจอฉายหนังสั้น ประชาสัมพันธ์ว่า &amp;ldquo;หมู่เกาะด็อกโด&amp;rdquo; เป็นของเกาหลี โดยอ้างอิงหลักฐานทางประวัติศาสตร์บางอย่าง ฉายวนซ้ำไปซ้ำมา ซึ่งหมู่เกาะแห่งนี้มีเกาะหินหลักๆ อยู่ 2 เกาะ และเกาะเล็กเกาะน้อยอีกประมาณ 90 เกาะ เนื้อที่รวมเกือบ 190,000 ตารางเมตร เกิดปัญหาข้อพิพาทในการอ้างสิทธิเหนือดินแดนอยู่กับประเทศญี่ปุ่นมาเป็นเวลานาน ซึ่งญี่ปุ่นเรียกว่า &amp;ldquo;เกาะทาเคชิมะ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;รถไฟวิ่งเกือบ 1 ชั่วโมงก็มาถึงสถานีมหาวิทยาลัยฮงอิก (Hongik University Station) ในเวลาเที่ยง สถานีนี้ใหญ่พอสมควร มีทางออกหลายทาง ผมเดินออกที่ประตูหมายเลข 9 เห็นร้านไก่ทอดเคเอฟซีก็โผเข้าใส่ทันที เพราะทนหิวบนเครื่องบินโลว์คอสต์แอร์ไลน์มาตั้งแต่หลังเที่ยงคืนนิดๆ แถมนอนบนเครื่องไม่หลับอีกต่างหาก&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ถือว่าได้พิสูจน์ไก่เคเอฟซีเกาหลีโดยไม่ต้องวางแผน สนนราคาชุดละ 6 พันกว่าวอน หรือเกือบๆ 200 บาท รสชาติหลังบวก-ลบความหิวแล้วถือว่าสอบผ่าน ดีกว่าที่เคยกินของญี่ปุ่น แต่สู้ของพวกยุโรปตะวันออกไม่ได้ ส่วนอันดับหนึ่งยังคงยกให้อินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เกสต์เฮาส์ที่จองไว้ผมจะไม่ขอเปิดเผยชื่อเพราะเจ้าของและผู้ดูแลอาจซวยได้ ที่หน้าประตูมีกระดาษติดไว้ว่า &amp;ldquo;ไปกินข้าวเที่ยง จะรีบกลับมา ขออภัยในความไม่สะดวก&amp;rdquo; ลงชื่อผู้เขียนและเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมลองเอามือผลักประตูก็สามารถเปิดเข้าไปได้ ฝรั่งสาวคนหนึ่งนั่งกินบะหมี่อยู่ในครัวเดินมาบอกว่าเดี๋ยวรีเซ็พชั่นก็จะขึ้นมา ผมจึงนั่งรอบนโซฟากลางห้องโถงต้อนรับ พอกำลังจะผล็อยหลับเธอคนนั้นก็เดินเข้ามา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เธอขอให้ผมใช้สัญญาณ Wi-fi ของเกสต์เฮาส์เข้าอินเตอร์เน็ตกดยกเลิกการจองกับเว็บไซต์เอเยนต์ ให้เหตุผลว่าไม่ต้องการจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับเว็บไซต์ดังกล่าวเป็นจำนวนถึง 30 เปอร์เซ็นต์ของค่าเข้าพัก เมื่อเห็นว่าใบหน้าง่วงๆ ของผมเปลี่ยนเป็นใบหน้าสะดุ้งตื่น เธอก็อ้อนวอน &amp;ldquo;ได้โปรดเถอะค่ะ เราจ่ายให้พวกเขามากเกินไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมบอกเธอว่า &amp;ldquo;30 เปอร์เซ็นต์ดูจะมากเกินไปจริงๆ แต่ผมมีเพื่อนที่เคยทำงานกับเว็บไซต์รับจองที่พักอันนี้ในออฟฟิศที่สิงคโปร์เคยบอกว่าพวกเขาหักเฉลี่ยประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;ldquo;ที่นี่ถูกหัก 30 เปอร์เซ็นต์จริงๆ ค่ะ&amp;rdquo; เธอยืนยัน &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;จะทำอย่างไรได้ ผมง่วงนอนเต็มทีจึงยอมกดยกเลิกตามความประสงค์ของเธอ แต่ขอให้รับประกันด้วยว่าผมจะไม่ถูกเว็บไซต์เรียกเก็บเงินทีหลัง เพราะเป็นการยกเลิกหลังจากเลยกำหนดให้ยกเลิกตามที่ประกาศไว้ ซึ่งโดยปกติจะต้องเสียค่าปรับ ส่วนมากก็เท่ากับ 100 เปอร์เซ็นต์ของค่าที่พัก&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;สภาพร้านรวงในเขตใกล้เคียงมหาวิทยาลัยฮงอิก&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เธอขอให้ผมหยุดกังวล &amp;ldquo;คุณจะไม่มีปัญหา เชื่อฉันเถอะ&amp;rdquo; เธอคงทำมาบ่อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมจ่ายเงินไปตามราคาจองหน้าเว็บไซต์ แล้วก็เข้าไปนอนในห้องรวมที่มีกลิ่นอับแปลกๆ แต่ก็หลับลงไปได้อย่างรวดเร็ว &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;แม้ว่าคนไทยเข้าเกาหลีได้โดยไม่ต้องใช้วีซ่ามานานนมแล้วจากอานิสงส์วีรกรรมทหารกล้าที่ไปช่วยรบในสงครามเกาหลีเมื่อ 60 กว่าปีก่อน แต่นี่เป็นการมาเยือนแดนกิมจิและเคป็อปครั้งแรกของผม พอตื่นขึ้นมาแล้วเข้าไปอาบน้ำก็เกิดอาการงุนงงนิดๆ โถสุขภัณฑ์อยู่ที่มุมหนึ่ง อ่างล้างหน้ามุมหนึ่ง ฝักบัวมุมหนึ่ง แต่ไม่มีการแยกโซนแห้งและโซนเปียก พื้นกระเบื้องลาดลงสู่รูท่อตรงกลางห้องน้ำ ตอนแรกผมยังนึกว่าเป็นเฉพาะในเกสต์เฮาส์หรือโรงแรมราคาประหยัด แต่เมื่ออีกวันต่อมาได้ไปใช้ห้องน้ำบ้านเพื่อนก็พบคำตอบว่า &amp;ldquo;ห้องน้ำเกาหลีเป็นแบบนี้แหละ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;จินฮี หรือ &amp;ldquo;จินนี่&amp;rdquo; เพื่อนของผมส่งข้อความมาบอกว่า &amp;ldquo;ฉันมีข่าวดีจะบอก อย่าเพิ่งกินข้าว เก็บท้องไว้กินด้วยกัน จะไปรับตอน 6 โมงเย็น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมออกมานั่งรอจินนี่ที่โซฟาตัวเดิม สาวผู้ดูแลเกสต์เฮาส์ (เธอเป็นมากกว่ารีเซ็พชั่น) เข้ามาคุยด้วย เธอพูดภาษาอังกฤษได้ดีมากเพราะเรียนในหลักสูตรอินเตอร์ฯ ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เดาเอาว่าหน้าตายังไม่ได้ผ่านมีดหมอ และไม่จำเป็นต้องผ่านหรือเพิ่มเติมสิ่งใดให้เสียเวลาและเงินทอง &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เธอเหมือนมีอาการสะดุ้งเมื่อผมบอกว่า &amp;ldquo;เพื่อนผมกำลังจะมารับไปกินข้าวเย็น เธอเคยทำงานอยู่ที่เว็บไซต์รับจองที่พัก..... แต่ไม่ต้องห่วงหรอก เธอลาออกมาได้สักพักแล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมดูราคาห้องพักสำหรับคืนพรุ่งนี้จากเว็บไซต์เดิม ราคาเพิ่มขึ้นมาอีกประมาณ 200 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;ldquo;พรุ่งนี้ขึ้นราคาที่พักหรือครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;ldquo;จำเป็นต้องขึ้นเพราะเป็นวันศุกร์ ที่ไหนก็ขึ้นทั้งนั้นแหละค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;จินนี่เปิดประตู้เข้ามา ดูเหมือนเธอจะทำน้ำหนักเพิ่มขึ้นไปอีกหลายกิโลกรัมจากครั้งหลังสุดที่เจอกัน ผมลุกออกไปกอดทักทาย สาวผู้ดูแลเกสต์เฮาส์เดินเข้าไปในครัว จินนี่สอดส่ายสายตาดูภาพรวมๆ ของเกสต์เฮาส์ แล้วก็ดึงมือผมลงจากเกสต์เฮาส์ไป&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;มีตัวเลือกให้ผม &amp;ldquo;ไก่ทอดกับเบียร์ หรือจะหมูย่างเกาหลี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;พอผมเลือกหมูย่างเกาหลี จินนี่ก็เดินเข้าร้านใกล้ๆ กับเกสต์เฮาส์แล้วบอกว่า &amp;ldquo;ร้านนี้แหละอร่อย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมได้แต่นั่งเฉยๆ ตามคำสั่ง จินนี่ปิ้งย่างอย่างชำนาญ พร้อมเทโซจูใส่แก้วให้ผมเป็นระยะๆ ตามธรรมเนียมแล้วจะไม่รินให้ตัวเองคล้ายกับญี่ปุ่น เนื้อสัตว์ย่างและผักดองเครื่องเคียงเข้ากับโซจูได้ดี ยกเว้นกิมจิที่ผมไม่นิยม รสชาติโดยรวมก็ถือว่าอร่อยตามคำโฆษณา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;จินนี่เล่าให้ฟังว่าหลังจากทราบว่าทั้งพ่อและแม่ป่วยก็เลยลาออกจากงานที่สิงคโปร์กลับมาดูแล รับ-ส่งโรงพยาบาล แต่เธอไม่ได้อยู่บ้านเดียวกันเพราะไม่อยากฟังคำบ่นของผู้ใหญ่ ออกไปเช่าแฟลตอยู่กับเพื่อนคนหนึ่ง ห่างจากบ้าน (คอนโด) พ่อแม่ไม่ถึง 1 กิโลเมตร ช่วงนี้แฟลตเมทไปทำงานต่างประเทศ เลยบอกให้ผมไปค้างที่แฟลตเธอได้ โดยให้นอนในห้องของเพื่อน ผมขอบคุณและขอเวลาพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;แผงลอยขายอาหารในยามค่ำคืน มีให้เห็นอยู่ทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ช่วงที่ต้องดูแลพ่อแม่ จินนี่ที่เรียนจบมาทางด้านวรรณกรรมก็เริ่มเขียนเรื่องสั้น เธอบอกว่าตอนมีเวลาไม่เคยได้เขียนอย่างจริงจัง แต่ตอนที่ชีวิตยุ่งสุดขีดกลับเขียนได้อย่างลื่นไหล เธอส่งงานเขียนเข้าประกวด และเพิ่งจะประกาศผลออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;ldquo;ฉันได้รางวัล ที่เกาหลีคุณต้องชนะการประกวดถึงจะเป็นนักเขียนได้ ที่อื่นคุณก็แค่ส่งงานเขียนไปตามสำนักพิมพ์ เขารับพิมพ์คุณก็ได้เป็นนักเขียน แต่ที่เกาหลีต้องประกวด และนี่ฉันก็ยังต้องประกวดต่อในอีกเวทีเพื่อจะได้เป็นนักเขียนเต็มขั้น&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมเอื้อมมือหยิบขวดโซจู รินใส่แก้วจินนี่ และแก้วตัวเอง กล่าว &amp;ldquo;ค็อนเป&amp;rdquo; แสดงความยินดีและ &amp;ldquo;ขอให้อาชีพนักเขียนไปได้สวย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;จินนี่ไม่ยอมให้ผมจ่ายค่าอาหาร บอกว่าเป็นการเลี้ยงต้อนรับ ผมว่างั้นขอเลี้ยงเบียร์ที่ร้านถัดไป เราเดินออกจากร้านหมูย่างพร้อมด้วยกลิ่นหมูย่างที่ติดตามมากับเสื้อผ้าและผมเผ้า มีห้องน้ำรวมของบรรดาร้านในตึกแถวบล็อกนี้ตั้งอยู่ติดกัน ไม่สะอาดแต่สำหรับผู้ชายที่เร่งรีบก็ใช้ปลดทุกข์เบาๆ ได้ จินนี่มองเข้าไปในห้องน้ำแล้วพูดว่า &amp;ldquo;ฉันทนได้อีกสักพัก ไปกันเถอะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;มีย่านบันเทิงติดๆ กับที่พักของผมชื่อว่าย่านฮงแด (Hongdae) เต็มไปด้วยไนท์คลับ ผับ บาร์ คาเฟ่ และดนตรีสดตามพื้นที่สาธารณะของบรรดาคนหนุ่มสาว เพราะย่านนี้ตั้งอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยฮงอิกที่โด่งดังทางด้านศิลปะ แต่จินนี่ทำตัวศิลปะกว่าด้วยการพาผมเดินไปอีกทาง เกือบจะห่างไกลผู้คน แล้วเข้านั่งที่ร้านเงียบๆ ร้านหนึ่ง เธอสั่งเบียร์ที่เรียกว่าเบียร์ครีมมา 2 แก้วแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;หมดเบียร์ครีมก็ต่อด้วยเบียร์ขวดยี่ห้อแคส รสชาติจืดชืดเหลือเกิน เบียร์ท้องถิ่นที่นี่มีตัวเลือกไม่มากนักและขออภัยที่ต้องบอกว่า &amp;ldquo;งั้นๆ&amp;rdquo; ในบรรดาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผมว่ามีโซจูที่สามารถร่วมหัวจมท้ายได้ ส่วนเครื่องดื่มที่เรียกว่า &amp;ldquo;มักกอลลี&amp;rdquo; (Makgeolli) ลักษณะและรสชาติคล้ายๆ สาโทบ้านเรา ดื่มได้คราวละแก้วสองแก้วก็ควรหันไปทำอย่างอื่น &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;จินนี่เดินมาส่งผมที่หน้าเกสต์เฮาส์ เธอว่าถ้าราคาที่พักขึ้นไปอีก 200 บาทก็ควรย้ายไปนอนที่แฟลตของเธอ เพราะดูแล้วไม่สมเหตุสมผลกับเรื่องคุณภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ตื่นเช้าวันต่อมาก็ตัดสินใจเช็กเอาต์แต่ขอฝากกระเป๋าไว้ก่อน ผมลาสาวผู้ดูแลเกสต์เฮาส์ที่กำลังนั่งสนทนากับแขกคนอื่นๆ อยู่บนโซฟา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เธอลุกขึ้นเดินมาหาผม อ้าแขนกว้างแล้วสวมกอดแน่น แน่นอนว่าเป็นอ้อมกอดที่น่าอภิรมย์และอบอุ่นอยู่ในที แต่ผมก็ยังรู้สึกว่าเป็นกอดที่เกินกว่าเหตุ แม้ไม่มีคำพูดออกมา แต่เหมือนจะหมายความได้ว่า &amp;lsquo;อย่าบอกเพื่อนของเธอเรื่องยกเลิกการจองห้องพักนะ&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpf82beae0&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;ldquo;จ้ะ ไม่บอกหรอก&amp;rdquo; ผมเปล่งเสียงออกไปโดยไม่รู้ตัว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13402</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงโซล, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาส, เกาหลี, เบื้องหน้าที่ปรากฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12944</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2018 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีที่ ‘อุทยานโอนุมะ’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;อุทยานแห่งชาติโอนุมะ ด้านหลังคือภูเขาไฟโคมากาตาเกะผู้ให้กำเนิดอุทยานแห่งนี้ ขณะเดียวกันก็ได้คร่าชีวิตผู้คนไปราว&amp;nbsp;700&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;รถไฟเจอาร์ท้องถิ่นวิ่งจากสถานีฮาโกดาเตะถึงสถานีโอนุมะโคเอ็ง ตอนเวลาเกือบบ่าย 2 โมง ผู้โดยสารพร้อมใจกันลงที่สถานีนี้ เพราะเป็นที่ตั้งของ &amp;ldquo;อุทยานแห่งชาติโอนุมะ&amp;rdquo; สถานที่ท่องเที่ยวที่กำลังได้รับการผลักดันส่งเสริมอย่างเป็นล่ำเป็นสัน หากว่ามาเยือนเมืองฮาโกดาเตะก็ไม่ควรละเลย พอๆ กับที่ไม่ควรพลาดวิวล้านดอลลาร์จากเขาฮาโกดาเตะที่ผมได้แนะนำไปเมื่อฉบับที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;มีแผนที่บอกทางแสดงรูปร่างแผนผังของอุทยานอยู่หน้าสถานีรถไฟ แต่ผมก็ยังเดินไปคนละทางกับที่คนทั่วไปเขาเดินกัน ซึ่งจะไปเริ่มที่ Onuma Park Plaza เหตุคงเพราะเห็นใบไม้ที่กำลังเปลี่ยนสีหลอกล่อให้เดินไปบนถนนเลียบรางรถไฟ ซึ่งจะว่าไปก็ไม่ได้ผิดเสียทีเดียว เพราะสุดท้ายแล้วก็จะกลับไปออกยังทางเข้าอยู่ดี แถมมีเพื่อนร่วมทางที่ไม่เฉลียวใจเดินตามผมมาสามสี่คนด้วย ส่วนค่าเข้าอุทยานนั้นฟรีอยู่แล้ว จึงไม่ได้กังวลว่าจะเดินเข้าทางไหน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ภูเขาไฟโคมากาตาเกะ มุมมองจากจุดที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ของเส้นทางเดินที่อุทยานจัดไว้ให้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ภูเขาไฟโคมากาตาเกะ มุมมองจากจุดที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ของเส้นทางเดินที่อุทยานจัดไว้ให้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ไม่ถึง 1 กิโลเมตร ก็เห็นป้ายบอกทางอยู่ด้านขวามือให้เดินเข้าไป ส่วนทางด้านซ้ายมือ อีกฝั่งของรางรถไฟนั้นคือทะเลสาบขนาดเส้นรอบวงประมาณ 16 กิโลเมตร มีชื่อว่า &amp;ldquo;โคนุมะ&amp;rdquo; ปกคลุมด้วยดอกลิลลี่น้ำ และมีอีกทะเลสาบขนาดเล็กชื่อว่า &amp;ldquo;จุงไซนุมะ&amp;rdquo; ซึ่งจุงไซถือเป็นพืชตระกูลบัว เก็บไปทำอาหารและวางขายกันในช่วงหน้าร้อน ทะเลสาบสองแห่งนี้อาจไม่เป็นที่นิยมในการเดินชมเท่ากับทะเลสาบ &amp;ldquo;โอนุมะ&amp;rdquo; พื้นที่เส้นทางรอบทะเลสาบประมาณ 24 กิโลเมตร ที่ผมกำลังเดินเข้าไป แต่ทะเลสาบหรือบึงทั้งสามก็เรียกรวมกันว่า &amp;ldquo;อุทยานแห่งชาติโอนุมะ&amp;rdquo; (Onuma Quasi-National Park)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;จุดนี้เป็นจุดที่ 4 ของทั้งหมด 7 จุด ตามเส้นทางเดินในแผนที่ (ไม่ได้ครอบคลุมทั้งทะเลสาบ) นั่นคือควรจะเดินจาก 1 ไล่ไปถึง 7 ก็จะวนออกทาง Onuma Park Plaza อย่างสะดวกและประหยัดเวลา จุดที่ 4 นี้นอกจากวิวมองภูเขาโคมากาตาเกะความสูง 1,131 เมตร ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับแล้ว ยังเป็นที่ตั้งของร้านอาหารดังประจำอุทยาน ชื่อว่าร้าน Table de Rivage ผมเห็นมีคนใช้บริการอยู่จำนวนหนึ่ง อีกทั้งมีลานจอดรถเล็กๆ อยู่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;อุทยานแห่งชาติโอนุมะมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 9,000 เฮคตาร์ เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟโคมากาตาเกะเมื่อเกือบ 400 ปีก่อน ธารลาวาไหลลง &amp;ldquo;อ่าวฟังกะ&amp;rdquo; ในฝั่งทะเลแปซิฟิก เกิดเป็นคลื่นสึนามิกวาดซัดบ้านเรือน คร่าผู้คนไปราว 700 ชีวิต ส่วนธารลาวาที่ไหลลงมาอีกฝั่งก็ได้ขวางทางแม่น้ำสายต่างๆ จนกลายเป็นทะเลสาบ และเกิดเป็นเกาะเล็กเกาะน้อย จำนวน 126 เกาะ ทางการได้ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปี ค.ศ.1958 บริหารโดยรัฐบาลของจังหวัด เมื่อมีการสร้างสะพานเชื่อมเกาะต่างๆ ที่ส่วนมากจะเป็นสะพานโค้งรูปทรงสวยงาม อุทยานแห่งนี้จึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของภูมิภาคฮอกไกโด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ล่องแพกินดื่มแกล้มธรรมชาติงาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ในฤดูใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีที่ผมไปถึงนั้นอากาศยังไม่หนาวนัก ผู้คนเช่าจักรยานเป็ดน้ำปั่นกันเป็นคู่ๆ เป็นหมู่ ที่ล่องเรือยนต์ชมน้ำชมป่าลัดเลาะไปตามเกาะก็มีไม่น้อย บ้างก็พายเรือแคนูได้ใกล้ชิดกับผืนน้ำยิ่งขึ้น แถมยังได้ออกกำลังกาย หรือจะนั่งแพร้านอาหารที่เรียกว่าเทอร์เรสกินและดื่มแกล้มธรรมชาติงามก็ให้ความรู้สึกดีไปอีกแบบ เส้นทางสำหรับจักรยานภายในอุทยานก็จัดเตรียมไว้อย่างดี รวมถึงเซ็กเวย์ที่ขึ้นไปยืนบนฐานระหว่างล้อ 2 ล้อ แล้วเราก็จะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้เองแค่จับแฮนด์ บางคนจะใช้บริการท่องไพรชมบึงไปบนหลังม้าก็ไม่มีใครว่า ส่วนผมนั้นไม่ต้องคิดมาก เดินแน่นอนครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;หลังจากชมวิวภูเขาไฟโคมากาตาเกะ และมองบรรดานกน้ำและพวกเป็ดลอยน้ำไปมาอยู่ได้สักพักก็เดินข้ามจากเกาะนั้นไปเกาะนี้ด้วยสะพานเชื่อมทั้งที่สร้างด้วยหินและเหล็ก ใบไม้ของต้นเมเปิลและเบิร์ชกำลังเปลี่ยนสีจากเขียวเป็นเหลือง มีส้มๆ แดงๆ บ้าง แต่ยังไม่มาก อากาศที่บริสุทธิ์และเย็นสบาย หายใจเข้าเต็มปอด ทำให้เวลาเกือบๆ 2 ชั่วโมงที่เดินอยู่จนครบพื้นที่ส่วนที่เป็นทะเลสาบโอนุมะเป็นความเพลินอุราล้วนๆ ไม่รู้สึกเหนื่อยแม้แต่นิด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;อีกมุมหนึ่งภายในพื้นที่อุทยานโอนุมะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;หลังจากเดินวนไปครบทั้ง 7 จุด ก็ออกสู่ Onuma Park Plaza มีร้านค้าร้านอาหารไว้รองรับนักท่องเที่ยว แต่พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสนามหญ้าเตียนโล่ง เห็นเด็กๆ วิ่งเล่นอยู่ภายใต้การดูแลของพ่อแม่ ที่มากันเป็นครอบครัวใหญ่หรือเพื่อนฝูงหลายๆ คนปั่นจักรยานนับสิบที่นั่งต่อกันก็มีไม่น้อย บริเวณนี้เป็นเหมือนศูนย์กลางหรือฐานบัญชาการของอุทยาน มีผู้คนอยู่มากกว่าส่วนอื่นๆ แถมยังมองเห็นภูเขาไฟโคมากาตาเกะได้ในมุมที่ไม่อายใคร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ในฤดูหนาวเมื่อผืนน้ำกลายเป็นน้ำแข็งและหิมะปกคลุม กิจกรรมการนั่งรถเลื่อน ปีนเขา หรือแม้แต่ขี่หลังม้าลุยหิมะ ชมนกอพยพสีขาวที่จะมาอยู่อาศัยในพื้นที่จุดเชื่อมแคบๆ ระหว่างบึงโอนุมะและบึงโคนุมะ การตกปลาโดยหย่อนสายเบ็ดลงไปทางรูน้ำแข็งก็เป็นที่นิยมอย่างมาก และยังมีงานแกะสลักประติมากรรมน้ำแข็งประจำปีในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งถือเป็นงานใหญ่สุดของอุทยาน เมื่อย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิก็จะได้เห็นกะหล่ำสกังค์สีขาวตัดกับสีเขียวของต้นไม้ที่กำลังออกใบอ่อน ในช่วงหน้าร้อนบางส่วนของอุทยานโอนุมะยังเป็นที่นิยมมาแคมปิ้งในพื้นที่ที่อุทยานจัดให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือจะขี่ม้าไปเล่นกับกระต่ายและแพะที่เลี้ยงไว้ในฟาร์ม ดอกลิลลี่น้ำก็จะบานสะพรั่งในช่วงนี้ อีกทั้งมีงานหน้าร้อนประจำปีจัดติดต่อกัน 2 วัน ไฮไลต์อยู่ที่การลอยโคมไฟในบึงเพื่อรำลึกถึงบรรพบุรุษและผู้ที่ประสบภัยจากการระเบิดของภูเขาไฟครั้งกระโน้น นอกจากนี้ยังมีการจุดพลุดอกไม้ไฟเพื่อให้สว่างไสวไปทั้งทะเลสาบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;มองภูเขาไฟโคมากาตาเกะจากอนุสรณ์สถาน &amp;ldquo;หนึ่งพันสายลม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;จาก Onuma Park Plaza หากหันหน้าสู่ภูเขาไฟโคมากาตาเกะไปทางขวามือ มีเส้นทางเดินชมน้ำชมป่า ผ่านสะพานเชื่อมเกาะเพียง 3 สะพานก็สามารถวนกลับมาออกมาทางเดิม หากเดินตามแผนผังไปยังเกาะแรกจะพบอนุสรณ์สถานแบบนูนต่ำขึ้นมาจากพื้น ชื่อว่า &amp;ldquo;Monument of One Thousand Winds&amp;rdquo; ซึ่งว่ากันว่าเป็นจุดที่นักร้องนักแต่งเพลงนาม &amp;ldquo;แมน อาราอิ&amp;rdquo; ได้แปลกวีเมื่อปี ค.ศ.1932 ของ &amp;ldquo;แมรี เอลิซาเบธ ฟราย&amp;rdquo; ชื่อ &amp;ldquo;โปรดอย่าร้องให้คร่ำครวญต่อหน้าหลุมศพของฉัน&amp;rdquo; (Do Not Stand at My Grave and Weep) มาเป็นบทเพลงในชื่อ &amp;ldquo;หนึ่งพันสายลม&amp;rdquo; จนโด่งดังและมีคนร้องคัฟเวอร์ในเวลาต่อมา และมีการสร้างอนุสรณ์นี้ขึ้นมาในที่สุด ผมเดินไปจนจบเส้นทางนี้แล้วก็กลับมายังที่ตั้งที่คึกคักอยู่ด้วยคนหลากหลายวัยในลาน Onuma Park Plaza ซึ่งเป็นเวลาที่คำนวณแล้วไม่ควรอ้อยอิ่งอยู่อีกนานนัก เพราะเย็นพอสมควรแล้ว กลัวว่ารถไฟจะหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;แต่ก่อนจะเดินออกจาก Onuma Park Plaza ผมดูแผนที่จากป้ายที่ติดไว้ มีเบียร์ฮอล์ตั้งอยู่ห่างออกไปนิดเดียว จึงเจียดเวลาเดินไปตามแผนที่ ก็พบว่าเป็นโรงเบียร์กึ่งร้านอาหาร จำหน่ายเบียร์ท้องถิ่น Onuma Craft แตกต่างในปริมาณแอลกอฮอล์ 3 ระดับ ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นและน้ำที่มีความเป็นด่างจากเชิงเขาโยโคสึที่ตั้งอยู่ไม่ห่างออกไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;เลือกได้แบบกระป๋องที่มีแอลกอฮอล์ระดับกลาง แล้วเดินจิบไปจนถึงสถานีรถไฟ โดยผ่านร้านขนม Numa no Ya ที่มีชื่อเสียงเรื่องเค้กดังโงะสูตรเฉพาะ เปิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1905 แต่นอกจากดังโงะจะไม่เข้ากับเบียร์ในมือแล้ว มันก็มักจะหมดลงก่อนเวลาเย็นเยี่ยงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ผมนำเบียร์ขึ้นไปดื่มบนรถไฟได้อย่างไม่มีปัญหา เพราะคนญี่ปุ่นดื่มแบบแก้กระหายบนรถไฟกันเป็นเรื่องธรรมดา เบียร์ทำมือเพื่อเศรษฐกิจของคนท้องถิ่นหมดไปนานแล้วตอนรถไฟจอดที่สถานีฮาโกดาเตะ ซึ่งใช้เวลาวิ่งมาจากสถานีโอนุมะโคเอ็งประมาณ 40 นาที ผมเดินออกจากสถานีสู่โรงแรมแคปซูลที่ห่างออกไป 1 กิโลเมตร ถามพนักงานต้อนรับเรื่องปลาแซลมอนที่ไม่ยอมกลับสู่แม่น้ำลำธารเพื่อวางไข่ แต่ใช้ชีวิตอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวรู้ฤดูกาลอยู่ในทะเลเรื่อยไป เรียกว่า toki shirazu แปลว่า &amp;ldquo;ไม่รู้เวลา&amp;rdquo; แต่อร่อยกว่าและราคาแพงกว่าปลาแซลมอนทั่วไป พนักงานต้อนรับไม่รู้เรื่องนี้ ผมเองก็เพิ่งได้รับการแนะนำมาโดยเพื่อนชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง จึงเดินออกไปฝากท้องกับร้านในย่านอิซากายะของเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;เดินวนไปเวียนมา พินิจพิจารณาแทบทุกร้าน มีร้านอยู่ 2 แบบ คือร้านที่คนเต็ม และร้านที่ไม่มีลูกค้าเลย ผมจึงคิดว่าที่คนเข้าร้านร้านหนึ่งจนคนเต็มก็เพราะเห็นว่ามีลูกค้า น่าจะเป็นร้านอร่อย ส่วนร้านที่เห็นว่าไม่มีลูกค้าก็คิดว่าคงไม่อร่อย แล้วก็เลยคิดตามๆ กัน สำหรับคนที่ไม่อยากรอคิวอย่างผมจึงเลือกเข้าร้านบะหมี่ที่ไม่มีคน เนื่องจากเป็นร้านขนาดเล็กประมาณห้าหกที่นั่ง มีหนึ่งคนก็เหมือนมีหลายคน สักพักลูกค้านักท่องเที่ยวก็ทยอยเข้ามาจนเต็ม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;บะหมี่และเบียร์เป็นอะไรที่ไม่เข้ากันเลย ยิ่งเป็นบะหมี่ชามใหญ่ยักษ์และเบียร์สดแก้วขนาดครึ่งลิตร กว่าจะกินหมดก็พุงป่องด้วยความอืด ไม่นานความง่วงก็เข้ารุกราน ขากลับเดินผ่านร้านหนึ่งมีทหารหนุ่มที่ผมเจอเมื่อวันก่อนนั่งอยู่ในนั้น แต่เขามีเพื่อนอยู่หลายคนจึงคิดว่าเดินผ่านเลยไปจะดีกว่า โชคดีที่เขามองไม่เห็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;อีกประมาณ 100 เมตรจะถึงที่พัก ผมหยุดที่หน้าร้านร้านหนึ่ง มีโลโก้รูปแมวสีดำและขวดสาเกติดอยู่ เขียนภาษาญี่ปุ่นกำกับไว้ มองไม่เห็นด้านในร้าน ความจริงผมสงสัยอยู่ตั้งแต่วันก่อนแล้ว จึงถ่ายรูปส่งไปให้เพื่อนชาวญี่ปุ่น เขาแปลกลับมาว่า &amp;ldquo;Nihon-shu Bar&amp;rdquo; วันนี้เลยขอเข้าไปพิสูจน์ดับความง่วงและความหนาวเสียหน่อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;รถไฟที่นำผู้เขียนกลับฮาโกดาเตะ​​​​​​​&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;มีรูปแมวดำติดไว้หลายที่ แต่ไม่มีแมวสักตัว โต๊ะในร้านเป็นแบบเคาน์เตอร์บาร์หันหน้าเข้าหาตู้เก็บขวดสาเกขนาดใหญ่ มีสาเกอยู่ในตู้นับร้อยขวด คั่นกลางด้วยคุณลุงผู้คอยแนะนำและรินสาเกให้กับลูกค้าอย่างชำนิชำนาญ ภรรยาของแกก็คอยหยิบโน่นหยิบนี่สนับสนุนการงานของสามี ตอนที่ผมเข้าไปมีสตรี 2 คนนั่งอยู่ด้วยกันทางด้านซ้ายมือ คะเนอายุคงประมาณสี่สิบกลางๆ ถึงปลายๆ พอพูดภาษาอังกฤษได้ ส่วนคุณลุงและภรรยาพูดแทบไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;พี่ผู้หญิงข้างๆ ช่วยอธิบายว่าให้ผมเลือกสาเกมา 3 ตัว แล้วลุงจะรินให้ทดลอง หากเราชอบตัวไหนก็ค่อยสั่ง ลุงก็จะรินใส่แก้วให้ ผมจึงขอให้ลุงในฐานะผู้เชี่ยวชาญแนะนำตามที่แกชอบ แกหยิบออกมา 3 ขวด แล้วรินใส่แก้วช็อต ผมลองแล้วก็ชี้บอกลุงว่าชอบตัวไหน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;พี่ผู้หญิงทั้งสองออกจากร้านไปแล้ว ก่อนกลับคนหนึ่งเอามือมาลูบหลังผมอย่างเอ็นดูผสมสงสาร ผมชี้เลือกสาเกมาอีกหนึ่งแก้ว หนุ่มสาวคู่หนึ่งเดินเข้ามาและทักทายสนทนากัน ชายหนุ่มมาจากเกาะชิโกกุ ทำงานอยู่ในฮาโกดาเตะได้สักพักแล้ว ส่วนหญิงสาวเป็นคนท้องถิ่น พูดภาษาอังกฤษดีทั้งคู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ผมขอสาเกอีกแก้ว บอกลุงว่าขอตัวที่ทำจากข้าวเมืองนิงาตะ แกก็ทำหน้าแปลกใจที่ผมรู้เรื่องนี้ ความจริงแล้วผมก็รู้แค่ว่าข้าวจากเมืองนิงาตะเป็นข้าวที่ดี อีกทั้งนิยมนำมาทำสาเก ส่วนอะวะโมริที่มาจากเกาะโอกินาวะนั้น ต้องมีข้าวเมืองไทยผสมอยู่ด้วย ไม่อย่างนั้นจะไม่ใช่อะวะโมริ เพราะในอดีตต้องนั่งเรือมาซื้อข้าวจากกรุงศรีอยุธยาไปใช้ทำสุราตัวนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ร้านปิดห้าทุ่มครึ่ง หนุ่มสาวอัธยาศัยดีออกไปก่อนแล้ว ผมออกจากร้านเป็นคนสุดท้าย เจ้าของร้านทั้งคู่ออกมาส่งที่หน้าร้านทำเอาผมปลื้มประทับใจอย่างมาก ก่อนลาผมหันไปมองโลโก้ร้านที่มีรูปแมวกับขวดสาเกอีกครั้ง แล้วถามออกไปว่า &amp;ldquo;ไม่เห็นมีแมวเลยครับ แมวอยู่ไหน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ได้รับคำตอบว่า &amp;ldquo;แมวอยู่บ้าน&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12944</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญี่ปุ่น, ท่องเที่ยว, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาส, เบื้องหน้าที่ปรากฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12436</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2018 19:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิวล้านดอลลาร์ที่ &#039;ฮาโกดาเตะ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;วิวงามจนถูกขนามนามว่าเป็น &amp;ldquo;วิวล้านดอลลาร์&amp;rdquo; จากเขาฮาโกดาเตะ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;กว่าฝนจะหยุดตกก็ปาเข้าไปเกือบ 11 โมง ผมจึงได้ออกจากโรงแรมแคปซูล เดินราว 1 กิโลเมตรไปยังตลาดเช้าฮาโกดาเตะ ตั้งอยู่ติดๆ กับสถานีรถไฟ ร้านขายอาหารสดโดยเฉพาะปูจักรพรรดิและปูขนยังคงเปิดอยู่หลายร้าน แต่ร้านอาหารแบบนั่งรับประทานกำลังทยอยปิด ไม่มีเวลาให้เลือกมากจึงเสี่ยงเดินเข้าไปในร้านหนึ่ง ได้ข้าวสวยกับปลากะพงแดงย่างซอสเป็นมื้อเที่ยง แล้วเดินผ่านย่านตลาดไปบนถนนเลียบอ่าวฮาโกดาเตะ มีคนจอดจักรยานยืนตกปลาอยู่เป็นช่วงๆ เดินไม่นานนักก็ถึงเขตท่าเรือที่มีโกดังอิฐแดงนับสิบหลังตั้งสวยเด่นเรียงกันบนถนนริมฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เมืองฮาโกดาเตะมีความสำคัญต่อญี่ปุ่นมาตั้งแต่อดีต หลังจากกองทัพเรือของสหรัฐอเมริกาโดย &amp;ldquo;พลเรือจัตวา แมทธิว เพอร์รี&amp;rdquo; นำกองเรือรบมาปิดอ่าวโตเกียวในปี ค.ศ. 1853 เมื่อครั้งที่ญี่ปุ่นยังปิดประเทศ ข่มขู่จะทำลายบ้านเมืองให้ย่อยยับจนนำไปสู่สนธิสัญญาทางการค้า ฮาโกดาเตะก็เป็นหนึ่งในเมืองท่าแรกๆ ที่ต้องเปิดให้กับมหาอำนาจ และเมืองฮาโกดาเตะก็เติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นเมืองที่มีความสำคัญที่สุดในญี่ปุ่นตอนเหนือ อีกทั้งเคยเป็นเมืองที่ใหญ่สุด (ประชากรมากสุด) บนเกาะฮ็อกไกโด กระทั่งเกิดไฟไหม้ใหญ่ในปี ค.ศ. 1934 ปัจจุบันจึงเป็นรองเมืองซัปโปโรและอาซาฮิคาวะ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;โกดังหรือคลังสินค้าอิฐแดงคาเนโมริ (Kanemori Red Brick Warehouse) นี้สร้างขึ้นโดย &amp;ldquo;คูมาชิโระ วาตานาเบะ&amp;rdquo; เมื่อปี ค.ศ. 1887 หลังจากเดินทางมาจากนางาซากิ เมืองทางตอนใต้ของเกาะคิวชูเมื่อปี ค.ศ.1863 เพื่อเปิดร้านทำการค้าส่งทางเรือบริเวณอ่าวแห่งนี้ คลังสินค้าที่ปัจจุบันกลายเป็นที่ตั้งของร้านอาหารและร้านค้าทั่วไปมาจากการสร้างขึ้นใหม่เมื่อปี ค.ศ. 1909 นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินเที่ยว ถ่ายรูป และใช้บริการร้านรวงเป็นจำนวนมาก ผมได้ยินเสียงภาษาไทยแว่วไปแว่วมาอยู่หลายรอบ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ย่านโกดังอิฐแดง ด้านหลังคือเขาฮาโกดาเตะ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ไม่ห่างจากย่านโกดังอิฐแดง มีรูปปั้นชายหนุ่มยืนอยู่ในเรือพายขนาดเล็ก ป้ายเขียนไว้ว่า นี่คือหนึ่งในนักการศึกษายุคเมจิ ด้วยความมุ่งหมายที่จะได้วิชาความรู้จากต่างแดน เขาจึงฝ่าฝืนกฎข้อห้ามการเดินทางออกนอกประเทศ คืนหนึ่งในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1864 เขาได้พายเรือออกไปจากฝั่งฮาโกดาเตะจนไปถึงเรือสินค้าของอเมริกันที่ทอดสมออยู่นอกชายฝั่งแล้วขอขึ้นเรือนั้นไปด้วย เขาประสบความสำเร็จได้จากญี่ปุ่นสมใจ ก่อนจะเดินทางกลับประเทศในอีกหลายปีต่อมาเพื่อเปิดโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษโดชิฉะ (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยโดชิฉะ) ชายผู้นี้ชื่อ &amp;ldquo;โจเซฟ ฮาร์ดี เนชิมะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ถนนที่ผ่านย่านโกดังอิฐแดงไปตัดกับถนนใหญ่อีกสายซึ่งเลียบมากับโค้งอ่าวอีกด้านกลายเป็นสี่แยก เมื่อข้ามสี่แยกนี้ไปถนนก็จะพุ่งเชิดขึ้นเนินไปยังย่าน &amp;ldquo;โมโตมาชิ&amp;rdquo; (มีถนนตัดขึ้นไปยังเนินนี้อีกหลายเส้น) เป็นที่ตั้งของศาลากลางแห่งเก่า (Old Public Hall of Hakodate Ward) ในสไตล์โคโลเนียล ที่อ่านจากเอกสารแล้วรู้สึกน่าไปเยี่ยมชมอย่างยิ่งเพราะวิวที่มองลงมายังอ่าวฮาโกดาเตะ &amp;ldquo;มิชลินกรีนไกด์&amp;rdquo; มอบให้ถึง 2 ดาว (จากคะแนนเต็ม 3 ดาว)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;นอกจากนี้ ย่านโมโตมาชิยังเป็นที่ตั้งของสถานกงสุลเก่าอังกฤษ สถานกงสุลเก่ารัสเซีย โบสถ์คริสต์ทั้งนิกายโรมันคาธอลิก, รัสเซียนออร์ธอดอกซ์ และอังกลิกันแบบอเมริกา อีกทั้งศาลเจ้าของทหารฝ่ายจักรพรรดิที่รบกับฝ่ายโชกุนโตกุกาวะก็อยู่ในย่านนี้ หากเดินไหวก็จะให้ภาพและบรรยากาศชวนมอง ไม่ว่าจะมองขึ้นไปบนเนินเขาหรือมองลงมายังบริเวณท่าเรือ นอกจากนี้ก็ยังเป็นเขตพื้นที่ต่อเนื่องขึ้นไปยังภูเขาฮาโกดาเตะ ภูเขาที่ทำให้เมืองฮาโกดาเตะดูเหมือนติ่งในแผนที่ของเกาะฮ็อกไกโด เกิดเป็นอ่าวหลบลมพายุที่วาณิชทางทะเลได้พึ่งพา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผู้ใฝ่รู้ที่ฝ่ากฎเกณฑ์จนกลายมาเป็นนักวิชาการคนสำคัญของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมยังไม่เดินขึ้นเนินโมโตมาชิไปแต่เดินไปบนถนนเส้นหลักเพื่อจะขึ้นเนินจากอีกถนน เนื่องจากเส้นทางเดินนี้ผ่านเสาไฟฟ้าคอนกรีตเสาแรกของประเทศญี่ปุ่น และเกือบจะเดินเลยไปเพราะดูธรรมดาไม่ได้มีการผูกผ้าหลากสีให้ดูโดดเด่นเป็นเครื่องหมาย อีกทั้งยังมีการใช้งานอยู่ตามปกติ ยังดีที่มีป้ายข้อมูลตั้งอยู่ข้างๆ แต่ก็ไม่ได้ระบุว่าสร้างขึ้นแทนเสาไม้ต้นเดิมเมื่อปีใด&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;จากนั้นก็เดินขึ้นเนินโมโตมาชิ แต่ไม่ได้ไปเดินเล่นตามสถานที่สำคัญๆ ที่ได้กล่าวถึง เพราะเวลาห้าโมงเย็นนิดๆ ทว่าฟ้าในฤดูใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีทำท่าจะมืดลงแล้ว จึงเดินเลยไปจนถึงสถานีรถกระเช้าขึ้นยอดเขาฮาโกดาเตะ ระบบรถกระเช้าที่ให้บริการนักท่องเที่ยวถึงปีละ 1.56 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;บริเวณลานจอดรถของสถานีมีรถทัวร์จอดอยู่หลายคัน คิวซื้อตั๋วขึ้นรถกระเช้าก็ยาว แต่การจัดการที่ดีทำให้รอไม่นานนักก็ได้ตั๋วในราคา 1,280 เยน (เที่ยวเดียว 780 เยน) แล้วค่อยๆ เคลื่อนตัวตามฝูงชนขึ้นบันไดไปทีละขั้นทีละชั้น มีภาพพาโนรามาขนาดใหญ่ 2 ภาพ ภาพหนึ่งเป็นภาพขาว-ดำ อีกภาพเป็นภาพสี ติดเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างของวิวจากยอดเขาที่มองกลับเข้าไปยังเมืองฮาโกดาเตะระหว่าง 2 ยุค ซึ่งการตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนในยุคที่ยังถ่ายด้วยฟิลม์ขาว-ดำนั้นก็หนาแน่นไม่น้อย และมีเรือจอดเต็มอ่าว ผิดกับภาพสีที่มีเรืออยู่ไม่กี่ลำ แต่มีอาคารสูงเพิ่มขึ้นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เสาไฟฟ้าคอนกรีตต้นแรกของประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันยังคงใช้งานอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;จอโทรทัศน์ที่ติดอยู่ขึ้นข้อความว่า &amp;ldquo;วันนี้มีหมอก อาจมองวิวไม่ชัด&amp;rdquo; แต่เมื่อรถกระเช้านำผู้โดยสารที่จุได้เต็มที่ถึง 125 คน ใช้เวลา 3 นาที ขึ้นไปยังยอดเขาความสูง 334 เมตรแล้วมองลงมาก็ถือว่าหมอกไม่ได้เป็นอุปสรรคเท่าใดนัก &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ที่สถานีด้านบนที่เรียกว่าซันโจ (สถานีล่างเรียกว่าซันโรคุ) มีระเบียง 2 ชั้น อีกทั้งห้องกระจกใสสำหรับชมวิวส่วนคอดโค้งของอ่าวทั้งฝั่งทะเลเปิดด้านขวา (มหาสมุทรแปซิฟิก) และฝั่งอ่าวฮาโกดาเตะด้านซ้าย หันหลังให้กับช่องแคบสึการุที่คั่นเกาะฮ็อกไกโดกับเกาะฮอนชู แต่เชื่อมกันอยู่ใต้น้ำทะเลโดยอุโมงค์เซกัง ความยาว 54กิโลเมตร &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;แสงไฟของอาคารบ้านเรือนทอดนำสายตาจากด้านล่างของเขาฮาโกดาเตะไปสู่ส่วนคอดดังกล่าว ก่อนแผ่ออกเป็นเมืองฮาโกดาเตะ คล้ายรูปนาฬิกาทราย หรือเอวองค์ของนางในวรรณคดี สมกับที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น &amp;ldquo;วิวล้านดอลลาร์&amp;rdquo; (Million Dollar View) เคียงไปกับวิวจากภูเขามายะในเมืองโกเบ และวิวเมืองนางาซากิจากภูเขาอินาสะ ขณะที่ &amp;ldquo;มิชลินกรีนไกด์&amp;rdquo; ยกให้ 3 ดาวเต็ม เป็นสุดยอดวิวในระดับเดียวกับที่ฮ่องกง และเมืองเนเปิลส์ ของอิตาลี  &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ส่วนคอดฝั่งซ้ายคืออ่าวฮาโกดาเตะ ฝั่งขวาคือมหาสมุทรแปซิฟิก&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผู้มาเยือนขึ้น-ลง หมุนเวียนกันตั้งแต่ 10 โมง ยัน 4 ทุ่ม ช่วงเวลาที่เหมาะเหม็งควรขึ้นมามากที่สุดคงเป็นเวลาก่อนพระอาทิตย์ตกและอยู่จนกระทั่งฟ้ามืดสนิท เพื่อจะได้ชมและถ่ายภาพที่เห็นทั้งแสงธรรมชาติและจากแสงไฟนีออน และเนื่องจากนักท่องเที่ยวบางประเภทชอบแช่ถ่ายรูปที่มุมโปรดเป็นเวลานาน ไม่ยอมหลีกทางให้คนอื่น จึงต้องเผื่อเวลาบนนี้ไว้พอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมเดินออกนอกสถานีเห็นว่ามีรถขึ้นมาจอดและมีทางสำหรับปั่นจักรยานและเดินขึ้น-ลงได้ ก็เกือบที่จะตัดสินใจเดินลงเพราะผู้คนใช้บริการรถกระเช้าเยอะเหลือเกิน แต่เดินกลางคืนคงไม่เห็นอะไรที่น่าอภิรมย์มากนัก อีกทั้งเส้นทางเป็นอย่างไรก็ยังไม่รู้ จึงเข้าคิวลงรถกระเช้ากลับสู่สถานีฐานแล้วเดินลงเนินบนถนนเส้นเดิม ซึ่งเป็นถนนหลักที่ตรงไปยังใจกลางเมือง และได้โอกาสแวะที่ร้านสะดวกซื้อเนื่องจากคอแห้งเต็มที หยิบน้ำดื่มออกมาให้แคชเชียร์คิดเงิน ที่เคาน์เตอร์มีจุดคืนภาษีสำหรับชาวต่างชาติที่รัฐบาลญี่ปุ่นเพิ่งออกมากระตุ้นการท่องเที่ยว น้ำของผมราคาไม่กี่เยนจึงยินดีจ่ายภาษีด้วยความเต็มใจ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เพิ่มมุมมองให้กับอ่าวฮาโกดาเตะ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;บนถนนเส้นนี้มี Hakodate Beer Restaurant ตั้งอยู่ ขนาดใหญ่และน่าสนใจมากแต่ผมมีธุระสำคัญรออยู่ที่สถานีรถไฟกลัวว่าจะปิดทำการเสียก่อน สอบถามเจ้าหน้าที่ของบริษัทเจอาร์ว่าตั๋วชิงกันเซ็นสำหรับเข้าโตเกียววันมะรืนเที่ยวประมาณเที่ยงวันหรือบ่ายๆ มีว่างหรือไม่ ก็ได้คำตอบว่าเต็มหมดแล้ว เหลือเฉพาะเที่ยว10.49 น. (ออกจากสถานีชิน-ฮาโกดาเตะ) ต้องออกจากโรงแรมตั้งแต่เช้า แต่ก็จำเป็นต้องจองไว้เพราะวันมะรืนเป็นวันสุดท้ายที่สามารถใช้ตั๋วเจอาร์พาสได้&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เมื่อได้ตั๋วแล้วก็เดินหาเอทีเอ็ม แต่ตู้ไม่รับบัตรถึง 2 แห่ง ท้องก็เริ่มร้อง ในกระเป๋ามีเงินอยู่ 3 พันเยน ผมเดินเข้าร้านที่มีภาษาไทยเขียนไว้ด้วยว่า &amp;ldquo;สวัสดี&amp;rdquo; ถามพนักงานสาวว่ารับบัตรเดบิตไหม เธอตอบว่ารับเฉพาะบัตรเครดิต จึงขอร้องไปว่าถ้าผมกินถึง 3 พันเยนเมื่อไหร่รบกวนแจ้งด้วย เธอก็ยินดี&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมสั่งอาหารอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะเบียร์สดนั้นสั่งมาเพียงแก้วเดียว เรียกคนเดินโต๊ะมาถามอีกครั้งว่าถึง 3 พันเยนหรือยัง เธอก็บอกยัง จึงค่อยสบายใจขึ้น จนเมื่ออิ่มดีแล้วก็ลงมาจ่ายเงินที่แคชเชียร์ สนนราคาแค่ 2พันเยนกว่าๆ เท่านั้น แต่หมดโอกาสซ่าต่อในคืนนี้ เดินคอตกกลับโรงแรมแคปซูล ไม่วายลองเสี่ยงที่ตู้เอทีเอ็มของร้านสะดวกซื้อยอดนิยมสีเขียว-แดง ปรากฏว่าเงินเยนไหลออกมาทำเอาเกือบน้ำตาซึม เดินไปเลือกเบียร์ดำซัปโปโรและเบียร์ลาเกอร์กิรินอย่างละกระป๋องไปเปิดดื่มในห้องล็อบบี้ของที่พัก&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;นักท่องเที่ยวไม่ยอมปล่อยมุมดีๆ ไปง่ายๆ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;พนักงานต้อนรับคนหนึ่งพูดภาษาอังกฤษได้ดีมาก เธอมีหน้าที่รับมือแขกที่เป็นชาวต่างชาติ และรับศึกแขกเรื่องมากด้วย ผมเห็นเธอต้องนั่งอธิบายเรื่องราวต่างๆ แก่คุณป้านักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออกคนหนึ่งที่พูดภาษาอังกฤษเก่ง กว่าเบียร์ผมจะหมดทั้ง 2 กระป๋องน้องหนูก็ยังอธิบายให้คุณป้าฟังไม่เสร็จสรรพเพราะคุณป้าอยากรู้ไปเสียทุกเรื่อง คงลืมไปว่าน้องเขาไม่ได้เป็นไกด์&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เช้าวันต่อมาผมเดินลงมายังบริเวณล็อบบี้ หาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวประจำวันนี้จากโทรศัพท์มือถือ และตัดสินใจว่าจะไปเที่ยว &amp;ldquo;ป้อมโกเรียวคาขุ&amp;rdquo; ป้อมปราการเมืองในยุคปลายของโชกุนตระกูลโตกุกาวะที่มีคูน้ำล้อมรอบเป็นรูปดาวห้าแฉก หากมองจากมุมสูงโดยเฉพาะจากหอคอยโกเรียวคาขุความสูง 107 เมตรที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กันก็จะได้มุมมองที่ขรึมขลังอลังการมาก ปัจจุบันเป็นสวนสาธารณะ เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์เมืองฮาโกดาเตะ และเป็นสถานที่ปิกนิคยอดนิยมในช่วงดอกซากุระบาน ระยะทางห่างจากที่พักประมาณ 3 กิโลเมตร แต่เมื่อดูข้อมูลและภาพ &amp;ldquo;อุทยานแห่งชาติโอนุมะ&amp;rdquo; ที่ต้องนั่งรถไฟไปประมาณ 40 นาทีก็น่าสนใจไม่แพ้กัน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;พี่ฟันหลอคนเก่า วันนี้มาทำงานตั้งแต่เช้า เดินเข้ามาทักทาย ผมจึงถามว่าสองแห่งนี้ควรจะไปที่ไหนดี เพราะดูเวลาแล้วจะควบทั้งสองที่คงไม่ทันเนื่องจากอยู่ห่างกันมาก พี่ฟันหลอตอบอย่างมั่นใจ &amp;ldquo;โอนุมะสิ แหมถามได้&amp;rdquo; ผมจึงต้องสละป้อมปราการรูปดาวในการมาเยือนคราวนี้ และดูๆ ไปพี่ฟันหลอน่าจะเป็น &amp;ldquo;เจ๊&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;บรรยากาศภายในตลาดเช้าฮาโกดาเตะ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;คำนวณแล้ววันนี้มีเวลาที่จะไปหาอะไรกินในตลาดเช้าก่อนขึ้นรถไฟไปโอนุมะ ก็เลยเข้าไปเดินเลือกเดินชม เห็นบรรยากาศการซื้อขายที่คึกคัก โดยเฉพาะในพื้นที่บริเวณตรงกลางของตลาดจะมีบ่อให้ลูกค้าตกหมึกสดๆ ตอนที่มีคนตกหมึกได้แฟนๆ ที่มุงดูกันอยู่ก็ปรบมือส่งเสียงกรี๊ดกันเกรียวกราว แล้วพ่อครัวก็ปรุงให้รับประทานกันตรงนั้น นอกจากการตกหมึกที่นิยมแล้วก็มีหลายร้านที่ขายหอยเชลล์ตัวใหญ่ย่างสดๆ หน้าร้าน ผมสั่งมาลอง 1ตัวในราคา 700 เยน และที่มีมากไม่แพ้กันคือเมล่อนญี่ปุ่น มีทั้งขายเป็นลูกและเป็นชิ้นที่ผ่าเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวสีเหลืองส้ม ราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไปอยู่มาก ผมลองชิมเมล่อน 1 ชิ้น ราคา 300 เยน หวานหอมจนไม่อยากกินอะไรอีก แต่ต้องกินเพราะต้องไปเที่ยวต่ออีกครึ่งค่อนวัน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;หลังจากเดินดูตลาดอีกหลายส่วน รู้สึกเมื่อยเท้าจึงเดินเข้าไปหาที่นั่งในฟู้ดคอร์ต ทั้งที่มีร้านอยู่ด้านในและนอกตลาดอีกมากมายผมก็ดันลุกขึ้นไปสั่งอาหารจากร้านหนึ่งในฟู้ดคอร์ตแห่งนี้ ได้ข้าวหน้าเนื้อปู ผสมไข่หอยเม่น และไข่ปลาแซลม่อนมาเป็นมื้อเช้า รูปลักษณ์ดีแต่ไม่ค่อยอร่อย แถมยังราคาแพง  &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpa8cf1cb0yiv6995726736ydp1afc60be&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมพลาดมหันต์ตั้งแต่เดินเข้าฟู้ดคอร์ตแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12436</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญี่ปุ่น, ท่องเที่ยว, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาส, ฮาโกดาเตะ, เบื้องหน้าที่ปรากฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2018 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โยโกฮามา – ฮาโกดาเตะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot;&gt;มองย่านมินาโตะ-มิราอิ จากท่าเรือโซโนฮานะ เมืองโยโกฮามา จังหวัดคานากาวะ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot;&gt;รถไฟจากเมืองคามากุระเข้าเมืองโยโกฮามาใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ผมต้องนั่งต่อจากสถานีโยโกฮามาไปอีกนิดเพื่อจะเดินไปที่พักง่ายๆ ลงที่สถานีอิชิคาวาโจแล้วเดินลอดประตูจีนที่ตั้งอยู่ตรงทางออกฝั่งทิศเหนือ บ่งบอกว่านี่คืออาณาบริเวณของย่านไชน่าทาวน์ที่เลื่องลือของโยโกฮามา และผมก็มุ่งหมายว่าจะเข้าไปหามื้อค่ำกินในนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;หลังจากเข้าเช็กอินที่ Yokohama Central Hostel ซึ่งตั้งอยู่ติดกับสนามเบสบอลของสโมสร Yokohama DeNa BayStars ท้องร้องอย่างรุนแรงจึงแวะกินข้าวหน้าปลาย่างที่ร้าน Sukiya ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบแฟรนไชส์ ซึ่งเป็นร้านที่ใกล้ที่สุด สะดวกรวดเร็วและรสชาติก็ไม่เลวร้าย กินตอนกำลังหิวคงดีกว่ารอกินของอร่อยแต่ปล่อยให้ท้องร้อง และโรคกระเพาะเข้าคุกคามในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมดูแผนที่ที่หยิบมาจากโฮสเทล เห็นว่าท่าเรือตั้งอยู่ใกล้ๆ จึงเดินฝ่าลมออกไป ใช่แล้ว ลมทะเล!&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เดินตรงไปเรื่อยๆ ก็ถึงท่าเรือเล็กๆ ชื่อ &amp;ldquo;โซโนฮานะ&amp;rdquo; มองออกไปทางซ้ายมือเห็นสัญลักษณ์สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่และสีสันยามค่ำคืนของย่านมินาโตะ-มิราอิ 21 หรืออาจเรียกว่า &amp;ldquo;มินาโตะ-มิราอิ&amp;rdquo; เฉยๆ เขตเศรษฐกิจการค้าที่สำคัญของเมือง แต่ตัดสินใจที่จะไม่เดินไปหาเพราะลมแรงจนรู้สึกหนาว ทำได้แค่เดินตรงไป และถือว่าโชคดีและคุ้มค่าที่ได้แวะมาแม้ไม่ได้ตั้งใจ เพราะนี่คือท่าเรือ &amp;ldquo;โอซัมบาชิ&amp;rdquo; ท่าเรือนานาชาติในชื่อทางการว่า Yokohama International Passenger Terminal เป็นสถานีเรือโดยสารขนาดใหญ่ ดูทันสมัยและสวยงาม จนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเยือนโดยไม่ต้องขึ้นเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ท่าเรือโอซัมบาชิดั้งเดิมสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1889 เป็นท่าเรือที่เก่าแก่สุดในโยโกฮามา สร้างขึ้นจากผลพวงของสนธิสัญญา 2 ฉบับในปี ค.ศ. 1859 ที่โชกุลตระกูลโตกุกาวะจำใจลงนามกับมหาอำนาจบาตรใหญ่ในขณะนั้น ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์ และรัสเซีย ส่วนท่าเรือใหม่นั้นมีการประกวดการออกแบบ ก่อสร้าง และเปิดใช้เมื่อปี ค.ศ. 2002 &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ท่าเรือโซโนฮานะ และแสงสีจากย่านมินาโตะ-มิราอิ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;วันนี้ที่ท่าโอซัมบาชิมีเรือสำราญชื่อ Celebrity Millennium ขนาดความยาว 294 เมตรจอดเทียบอยู่ทางด้านซ้ายมือ ผมมองเข้าไปในห้องอาหารภายในตัวเรือ แขก (ลูกค้า) กำลังดินเนอร์กันอยู่ ส่วนมากเป็นวัยกลางคนถึงผู้อาวุโส ก็ให้คิดว่าเทียบท่าทั้งทียังต้องกินในเรือ แต่เท่าที่ทราบ อาหารในเรือสำราญนั้นคุณภาพไม่เป็นสองรองใคร และที่สำคัญคือคิดราคารวมไปแล้วในค่าตั๋ว ส่วนการเที่ยวบนฝั่งนั้นทางผู้ให้บริการจะปล่อยขึ้นไปในช่วงกลางวัน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมเดินไปบนดาดฟ้าของท่าเรือจนถึงส่วนหัวของเรือสำราญ มองกลับไปยังฝั่ง แสงสว่างทางด้านหลังเยื้องไปทางขวาของตัวเรือคือภาพของย่านมินาโตะ-มิราอิที่ให้มุมมองต่างไปจากเดิมอีกนิด มีอาคารและสิ่งก่อสร้างเรียงจากซ้ายไปขวา ได้แก่ Yokohama Landmark Tower ตึกที่เคยสูงที่สุดในญี่ปุ่นด้วยความสูง 296เมตร (ปัจจุบันถูกแซงไป 4 เมตรโดยตึก Abeno Harukas ในโอซาก้า), กระเช้าลอยฟ้า Cosmo Clock 21 ความสูง 112.5 เมตร ของสวนสนุก Yokohama Cosmoworld ด้านหลังของกระเช้าลอยฟ้าคืออาคารของศูนย์การค้า Queen&amp;rsquo;s Square เรียงกัน 3 หลัง และด้านขวาสุดคือโรงแรม Yokohama Grand Intercontinental รูปทรงเว้าโค้งแปลกตา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;และพอหันหลังไปมองอีกทางก็เห็นสะพาน Yokohama Bay Bridgeความยาว 860 เมตร ส่องสว่างนำทางยานยนต์ที่ข้ามอ่าวโตเกียว เชื่อมระหว่างฝั่งท่าเรือ Honmoku และเกาะเทียม Daikoku ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทางด่วนสายBayshore Route ที่วิ่งผ่านโตเกียวไปยังจังหวัดชิบะ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมยืนถ่ายรูปอยู่จนแบตเตอรีกล้องหมดก็ยังอ้อยอิ่งอยู่พักใหญ่จนได้ยินเสียงประกาศดังผ่านลำโพงได้ความว่าท่าเรือกำลังจะปิด จึงเดินกลับที่พัก แล้วเข้านอนเร็วกว่าปกติ ประมาณสี่ทุ่มกว่าๆ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;วันรุ่งขึ้นตื่นแต่เช้าเพราะต้องเดินทางไกลไปยังเมืองฮาโกดาเตะ บนเกาะฮ็อกไกโด โดยไม่สนอาหารเช้าที่ให้บริการฟรี นั่งรถไฟเข้าโตเกียวที่สถานีอุเอโนะ ชุมทางสำคัญที่รถไฟชิงกันเซ็นจอด แต่ปรากฏว่าชิงกันเซ็นเที่ยว 10.26 น. ไม่มีที่ว่าง เนื่องจากผมไม่ได้จองล่วงหน้า จึงบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าขอจองเที่ยวถัดไป คือเวลา 12.26 น. แล้วออกไปกินอาหารเช้าและกาแฟที่ร้านนอกสถานี จากนั้นเข้าไปเดินเล่นสูดอากาศในสวนอุเอโนะ ก่อนกลับเข้าสถานี แวะซื้อ &amp;ldquo;เอคิเบน&amp;rdquo; หรือข้าวกล่องสถานีรถไฟเพื่อกินระหว่างทาง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;รถไฟซิงกันเซ็นจอด 4 &amp;ndash; 5 ครั้งเท่านั้น เพราะแถบนี้มีเมืองใหญ่ตั้งอยู่ไม่มาก เมื่อเทียบจอดที่สถานีชิน-ฮาโกดาเตะ ซึ่งเป็นสถานีสุดท้ายและเหนือสุดของรถไฟชิงกันเซ็นแล้ว ผมก็นั่งรถไฟธรรมดาของบริษัทเจอาร์ต่อไปยังสถานีฮาโกดาเตะ ถึงเวลาประมาณ 5 โมงเย็น ออกจากสถานีด้วยอาการงุนงงเล็กน้อยว่าจะไปทางไหนต่อ เดินตรงไปยังสี่แยกที่มีสถานีรถรางตั้งอยู่ เข้าไปถามสาวญี่ปุ่นคนหนึ่งถึงกติกาการใช้รถราง เธอก็ช่วยสอนอย่างเต็มใจ แต่ผมนั่งเลยไปหนึ่งป้ายทำให้คนขับบอกว่ายังไม่ต้องจ่ายเงิน ให้จ่ายกับคันที่จะขึ้นกลับไปยังป้ายที่ต้องการลง แต่ผมเห็นว่าเลยมาแค่ป้ายเดียวและฟ้าก็โพล้เพล้เต็มที จึงตัดสินใจเดิน เท่ากับว่าผมเบี้ยวค่าโดยสารเข้าให้แล้ว ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;อีกมุมมองของย่านมินาโตะ-มิราอิ ยามค่ำคืน​​​​​​​&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ประตูอัตโนมัติของ Capsule Hotel Hakodate เปิดออก มีเปียโนหลังใหญ่วางอยู่หลังทางเข้า บนเคาน์เตอร์ต้อนรับมีธงชาติประเทศต่างๆ ตั้งประดับ เขาทำการบ้านมาก่อนว่าวันนี้จะมีแขกประเทศใดเข้าพักบ้างก็นำเอาธงชาติเหล่านั้นมาปักไว้ ซึ่งวันนี้มีธงชาติไทยด้วยทำให้ไทยน้อยแดนสยามประทับใจเป็นอย่างยิ่ง และพนักงานก็ใจดีอัพเกรดให้เป็นห้องแคปซูลขนาดใหญ่ เรียกว่าสุพีเรียร์แคปซูล มีพื้นที่วางกระเป๋า พร้อมโต๊ะเก้าอี้ และล็อกประตูได้ ส่วนห้องปกตินั้นจะมีแค่ห้องนอนเปล่าๆ และไม่สามารถล็อกประตูได้ ต้องเก็บของในล็อกเกอร์ ราคาต่างกันที่ประมาณ 1,500 บาท กับ 1,300 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมเก็บกระเป๋าเรียบร้อยแล้วก็ลงมาที่เคาน์เตอร์ต้อนรับเพื่อขอจองห้องพักต่อสำหรับวันพรุ่งนี้ พนักงานอายุประมาณ 40 ปี อาจจะเป็นผู้จัดการหรือหัวหน้างานประจำกะนั้น บุคลิกโดดเด่นใครเห็นก็จำได้เพราะฟันหลอ 2 ซี่ บอกว่าห้องเต็มแล้ว ผมจึงควักโทรศัพท์ออกมาขอใช้สัญญาณ Wi-fi เดินไปนั่งที่โต๊ะตัวหนึ่งในพื้นที่ส่วนกลางของห้องโถงกว้าง หาที่พักแห่งใหม่อยู่ได้สักพัก พี่ฟันหลอก็เดินเข้ามาแสดงสีหน้าเหมือนสงสาร อนุญาตให้ผมอยู่ต่อได้แต่ต้องจองโดยตรงกับโรงแรมและต้องจ่ายเงินทันที &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;แสดงว่าที่ผมพูดให้ฟังก่อนหน้านี้พี่แกไม่เข้าใจ เพราะผมก็จะจองโดยตรงอยู่แล้ว โรงแรมจะได้ไม่ต้องจ่ายให้กับเว็บไซต์รับจองในเรทอย่างน้อย 15เปอร์เซ็นต์ของราคาที่พัก แต่คราวนี้ผมต้องจ่ายในราคาห้องสุพีเรียร์ตามจริง และเนื่องจากพรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ มีนักท่องเที่ยวมากขึ้น ราคาก็ขึ้นไปอีกนิดตามจริตของทุนนิยม ซึ่งเป็นเหมือนกันหมดทุกที่&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;สายฝนโปรยปรายลงมาทำให้ความคิดที่จะไปดูวิวงามยามค่ำคืนที่เรียกกันว่า &amp;ldquo;วิวล้านดอลลาร์&amp;rdquo; (Million Dollar View) จากภูเขาฮาโกดาเตะ (Mt. Hakodate) เป็นอันต้องยกยอดไปวันพรุ่งนี้ แล้วขอให้พี่ฟันหลอแนะนำร้านอาหารใกล้ๆ แกหยิบแผนที่แจกฟรีของโรงแรมมาทำเครื่องหมายและแสดงเส้นทางเดินไปยังย่านที่เต็มไปด้วยร้านแบบอิซากายะ (Izakaya) หรือร้านเล็กๆ ตกแต่งง่ายๆ ขายอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีลักษณะเป็นบาร์มากกว่าร้านอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมเดินไปตามคำแนะนำจนถึงถนนเส้นหลักของเมืองที่เหมือนพุ่งตรงออกมาจากสถานีรถไฟฮาโกดาเตะ ยังไม่ทันถึงย่านที่อุดมไปด้วยร้านอิซากายะก็เลี้ยวเข้าร้านชื่อ Grazie Grazie ชื่ออิตาเลียนแต่มีเมนูอาหารญี่ปุ่นวางอยู่ด้วย ซึ่งเป็นของอีกร้านแต่เจ้าของเดียวกัน ตั้งอยู่ใกล้ๆ กัน ปรุงเสร็จก็มีคนมาส่ง &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;สถานีรถไฟเจอาร์ &amp;ldquo;ฮาโกดาเตะ&amp;rdquo; เมืองฮาโกดาเตะ จังหวัดโอชิมะ เกาะฮ็อกไกโด​​​​​​​&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;มื้อค่ำเริ่มด้วยสลัดและเบียร์สดจากร้านนี้ ส่วนปลาย่างทั้งตัวและท้องปลาแซลม่อนมาจากอีกร้าน ผมนั่งบนโต๊ะเคาน์เตอร์บาร์ตามแบบฉบับของคนลุยเดี่ยว บาร์เทนเดอร์อัธยาศัยดี เขาพูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย ผมได้ยินคำว่า &amp;ldquo;ชนาธิป&amp;rdquo; ซึ่งก็คือ &amp;ldquo;เจ ชนาธิป สรงกระสิทธิ์&amp;rdquo; นักฟุตบอลทีมชาติไทยที่มาค้าแข้งอยู่กับสโมสร &amp;ldquo;คอนซาโดเลซัปโปโร&amp;rdquo; ที่เมืองซัปโปโร ห่างขึ้นไปทางเหนือประมาณ300 กิโลเมตร แสดงว่าเจ้าเจของเราดังไกลเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;สักพักมีชายคนหนึ่ง คะเนอายุจากใบหน้าได้ประมาณ 40 กลางๆ มานั่งข้างๆ ผม แนะนำตัวว่าเป็นเจ้าของร้าน หรือที่แกเรียกว่าเป็น &amp;ldquo;ท่านประธาน&amp;rdquo; แกเคยไปเมืองไทยหลายครั้ง ชอบอาหารไทยและนวดไทยเป็นพิเศษ แล้วเล่าประสบการณ์ในเมืองไทยให้บาร์เทนเดอร์หนุ่มฟังอย่างภาคภูมิใจ แต่ลึกๆ เหมือนต้องการแสดงให้ผมรู้ว่าแกชอบและรู้จักเมืองไทยพอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ชายอีกคน คะเนจากใบหน้า อายุประมาณ 50 กว่าๆ เดินเข้ามานั่งหน้าบาร์ทางฝั่งขวาของผม เจ้าของร้านแนะนำว่าเป็นเพื่อนร่วมรุ่นของแก ทำงานในบริษัทประกันภัย ผมนึกเล่นๆ ว่าอยากดูแก่ให้ทำงานออฟฟิศ อยากดูเด็กให้เปิดร้านอาหาร ครู่ต่อมาก็มีทหารหนุ่มนอกเครื่องแบบมานั่งหน้าบาร์อีกคน และผู้หญิงที่ทำงานอยู่ในร้านอีกคนก็มาร่วมสนทนาด้วย เจ้าของร้านแนะนำว่าเป็นภรรยาของแก &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เบียร์สด, ไฮบอลล์ และสาเก ทำให้ผมรู้สึกกรึ่มๆ จึงเรียกเก็บเงินและขอตัวกลับเพราะได้ตั้งกติกาให้ตัวเองไว้ว่าจะไม่ดื่มจนเมามายในต่างบ้านต่างเมือง แม้ว่าญี่ปุ่นจะสามารถเป็นข้อยกเว้นได้เนื่องจากมีความปลอดภัยสูง แต่การรักษากติกาไว้ก็ย่อมดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ก่อนหน้าที่จะมาญี่ปุ่นคราวนี้ผมได้เที่ยวในเกาหลีมาก่อนประมาณ 10 วัน ได้ซักผ้าที่บ้านเพื่อนในกรุงโซลไปแล้วรอบหนึ่ง ก่อนจะเดินทางต่อไปยังเมืองปูซานที่อยู่ทางใต้ของประเทศ แล้วบินจากปูซานมายังโอซาก้าเมื่อประมาณ 1สัปดาห์ที่แล้ว ตอนนี้ก็ถึงคราวที่ควรจะซักผ้าอีกรอบเพราะกระเป๋าจัดเสื้อผ้าไว้สำหรับใช้ประมาณ 7 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญของโรงแรมแคปซูลทำงานดีมาก ใช้เวลาไม่นานก็ปั่นจนแห้งเก็บพับวางบนโต๊ะได้ยังไม่ทันง่วงเกินไปที่จะอาบน้ำ ซึ่งห้องน้ำนั้นก็แยกห้องอาบน้ำ-ห้องล้างหน้าแปรงฟัน กับห้องถ่ายเบา-ถ่ายหนักออกไปคนละทิศ สะอาดและเป็นระเบียบดีมาก&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ตื่นเช้าอีกวันฝนก็ยังโปรยปรายเหมือนเดิม ผมหยิบบะหมี่สำเร็จรูปในราคา 100 เยน (ทุกอย่าง 100 เยน ถูกกว่าร้านสะดวกซื้อ ส่วนชาแบบต่างๆ ดื่มฟรีจากเครื่องกดอัตโนมัติ) มาจากมุมอาหารของโรงแรม กดน้ำร้อนใส่แล้วไปนั่งกินที่ริมกระจกใส มองเห็นสถานีโทรทัศน์ NHK สาขาฮาโกดาเตะตั้งอยู่อีกฝั่งถนน หมดบะหมี่ก็ไปหยิบกาแฟราคา 100 เยน มากดน้ำร้อนใส่แล้วไปนั่งจิบที่เดิม&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp1db2fb48&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;หมดกาแฟก็เดินไปขอจองและจ่ายเงินค่าที่พักล่วงหน้าสำหรับวันพรุ่งนี้ เพราะคาดการณ์ได้ว่าวันนี้คงเที่ยวได้ไม่กี่ที่ เช่นเดียวกับเรื่องเล่าฉบับนี้ที่ยังพาท่านผู้อ่านไปไหนไม่ได้ไกล. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11962</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญี่ปุ่น, ท่องเที่ยว, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาส, ฮาโกดาเตะ, ฮ็อกไกโด​​​​​​​, เบื้องหน้าที่ปรากฏ, โอชิมะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11471</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2018 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2018 18:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คามาคุระ - เอโนชิมะ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot;&gt;หลวงพ่อโต หรือ &amp;ldquo;ไดบุตสึ&amp;rdquo; แห่งวัดโคโตะกุ เมืองคามาคุระ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot;&gt;พินิจความงามของประสาทฮิเมจิจากด้านล่างอยู่ได้ประมาณครึ่งชั่วโมงผมก็นั่งรถไฟชิงกันเซ็นกลับเมืองโกเบ รับกระเป๋าที่ฝากไว้กับโฮสเทลแล้วก็กลับไปขึ้นชิงกันเซ็นไปนอนที่เมืองเกียวโตเพราะติดใจและคุ้นเค้ยกับบาร์แห่งหนึ่งย่านปอนโตโชเพียงเหตุผลเดียวแท้ๆ และคืนนี้บาร์เจ้ากรรมดันปิดพอดี &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;หากรู้ล่วงหน้าก็คงนอนที่โกเบต่ออีกคืน เพื่อจะได้ท่องราตรีโกเบให้รู้ดำรู้แดง เพราะเมื่อคืนวานฟ้าฝนไม่เป็นใจ ส่วนเกียวโตนั้นผมเยือนมาแล้วสองครั้ง และขออนุญาตยกยอดไปเล่าให้ฟังในคราวหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;วันถัดมา ผมขึ้นรถไฟชิงกันเซ็นเที่ยวบ่ายโมง วิ่งปรู๊ดจากสถานีเกียวโต ภูมิภาคคันไซ ข้ามภูมิภาคชูบุ ไปยังภูมิภาคคันโต ถึงสถานีชิน-โยโกฮามา ระยะทางเกือบ 500 กิโลเมตร ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;จากสถานีชิน-โยโกฮามา ผมก็นั่งรถไฟของบริษัทเจอาร์ตะวันออกต่อไปยังสถานีโยโกฮามา แล้วเปลี่ยนสายนั่งต่อไปยังสถานีคามาคุระซึ่งก็ยังเป็นของเจอาร์ตะวันออก ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มเพราะมีตั๋วเจอาร์พาสอยู่แล้ว จากสถานีคามาคุระก็ซื้อตั๋วราคา 190 เยน ใช้บริการรถไฟท้องถิ่นของบริษัท Enoshima Electric Railway เรียกว่าสาย Enoshima Dentetsu Line หรือเรียกสั้นๆ ว่า Enoden ซึ่งมีอยู่เพียงสายเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;รถไฟ Enoden สีเขียว พ่วงกันไม่กี่ตู้ ดูน่ารักและมีเสน่ห์มาก จอดเพียง 3 ครั้งก็ถึงสถานี Hase (ฮาเซ) เป็นสถานีเล็กๆ แต่ผู้โดยสารลงและขึ้นคราวละหลายคนเพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจบริเวณนี้คือวัดฮาเซ-เดระ และวัดโคโตะกุ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;สถานีรถไฟฮาเซ เมืองคามาคุระ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมเดินหาเกสต์เฮาส์ Iza Kamakura อยู่ไม่นานก็เจอ ตั้งอยู่ใกล้ชายทะเลที่เป็นส่วนหนึ่งของอ่าวซากามิ แต่หาดทรายไม่สวยเท่าไหร่ อันเป็นลักษณะทั่วไปของชายหาดในประเทศญีปุ่น เช็กอินเสร็จแล้วก็เดินหาร้านอาหารในย่านใกล้ๆ สถานีรถไฟ แต่ไม่เจอร้านที่ถูกใจจึงกลับไปกินที่เกสต์เฮาส์ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เมนูอาหารเย็นของเกสต์เฮาส์จะแตกต่างกันไปในแต่ละวัน และลูกค้าต้องแจ้งความประสงค์กับพนักงานก่อนเวลาหนึ่งทุ่ม เพราะต้องการทำให้พอดี ไม่ขาดไม่เหลือ เมนูวันนี้คือข้าวแกงกะหรี่หมูทอด มีลูกค้ารออยู่สี่ห้าคนเท่านั้น และสำหรับผู้เข้าพักใหม่สามารถซื้อเครื่องดื่มแก้วแรกที่บาร์ได้ในราคา 300 เยน (จากปกติ500 เยน) มีเบียร์สดและค็อกเทลให้เลือก ผมจึงเรียกน้ำย่อยด้วยเบียร์สดกิริน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;หลังจากเบียร์แก้วแรกหมดลงไปพร้อมกับข้าวแกงกะหรี่ ผมก็สั่งมาอีกแก้ว จากนั้นก็ขึ้นห้องพักไปหยิบเบลนด์วิสกี้ &amp;ldquo;ซันพีซ&amp;rdquo; และซิงเกิลมอลต์วิสกี้ &amp;ldquo;ยามาซากิ&amp;rdquo; ลงมาวางบนโต๊ะ เพราะอากาศภายนอกค่อนข้างหนาวจึงไม่ขอออกไปเดินเล่น ซึ่งย่านนี้ของเมืองค่อนข้างเงียบเชียบในเวลากลางคืน &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;กลุ่มคนหนุ่มจากอังกฤษกลับมาจากปั่นจักรยานบนถนนเลียบหาดเข้ามาขอนั่งด้วย คงเพราะเห็นวิสกี้วางหราอยู่ 2 ขวดบนโต๊ะอย่างกับเชื้อเชิญ ผมจึงบอกพวกเขาให้รินกันเอาเอง ไม่ต้องเกรงใจ หนึ่งในกลุ่มเล่าว่าพวกเขาเพิ่งเรียนจบปริญญาตรีจึงให้รางวัลตัวเองด้วยการเดินทางท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;รถไฟวิ่งผ่านย่านที่อยู่อาศัยในเมืองคามาคุระ​​​​​​​&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;พวกเขานั่งสนทนากันเองเสียเป็นส่วนมาก และดื่มกันคนละนิดหน่อยก็ขึ้นไปนอน นึกขึ้นได้ว่าวันนี้ขึ้น 15 ค่ำ ผมจึงเดินออกไปยังบริเวณชายหาดเพื่อดูพระจันทร์เต็มดวง แต่เมฆบางบังเอาไว้ รออยู่สักห้านาทีเมื่อเมฆเคลื่อนออกก็ได้ชมจันทร์นวลดวงกลมโต เพียงครู่เดียวเมฆก้อนใหม่ก็ทำทีจะลอยเข้าไปกลบแสง อีกทั้งอากาศยิ่งหนาวหนักขึ้น ตัดสินใจเดินกลับเข้าเกสต์เฮาส์ แล้วให้ &amp;ldquo;ยามาซากิ&amp;rdquo; ช่วยเพิ่มอุณหภูมิร่างกายให้กลับสู่ปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ในห้องส่วนกลางที่เป็นทั้งร้านอาหาร บาร์ และที่นั่งเล่น เหลือแขกของเกสต์เฮาส์ที่ยังไม่นอนอีกคนหนึ่ง และพนักงานของเกสต์เฮาส์ที่คอยดูแลความเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;แขกคนเดียวที่เหลืออยู่คนนั้นเข้ามานั่งกับผม เธอจะขอถ่ายรูปด้วยเพื่อเอาไปลงเฟซบุ๊ก แต่ห้องค่อนข้างมืด ผมจึงบอกว่าค่อยถ่ายพรุ่งนี้เถอะ เธอจึงเห็นด้วย และเล่าให้ฟังว่าชีวิตนางพยาบาลที่เมืองชิสุโอกะของเธอมีแต่ความเครียดและความกดดันเพราะเธออยู่แผนกฉุกเฉิน ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะมีคนไข้ฉุกเฉินหรือประสบอุบัติเหตุร้ายแรงมาเมื่อไหร่ ต้องสแตนด์บายเตรียมพร้อมรอเหตุด่วนอยู่ตลอดเวลา เมื่อมีโอกาสก็เลยขอลาพักร้อนและปั่นจักรยานเที่ยว เมืองชิสึโอกะของเธอนั้นตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะวันออกของญี่ปุ่นเช่นเดียวกับเมืองคามาคุระ โดยอยู่ห่างออกไปทางด้านล่างประมาณ 130 กิโลเมตร &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เวลาตีหนึ่งกว่าๆ ผมก็ลาสาวพยาบาลขึ้นไปนอนในห้องรวม ชาวคณะผู้ดีทั้งสี่ห้าคนไม่มีใครนอนกรนเลย เป็นผลดีกับคนหลับยากอย่างผมยิ่งนัก&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;มุมมองจากศาลเจ้าเอโนชิมะ เกาะเอโนชิมะ เมืองฟูจิซาวะ​​​​​​​&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ตื่นเช้าขึ้นมาทางเกสต์เฮาส์ก็มีอาหารเช้าง่ายๆ ให้รับประทานฟรี ทั้งแบบญี่ปุ่นและแบบตะวันตก พวกฝรั่งก็พุ่งไปที่ขนมปังปิ้ง และกระปุกแยม กระปุกเนย ส่วนญี่ปุ่นและไทยน้อยก็เข้าคิวตักข้าวสวยกินกับผงโรยข้าวหอมๆ ที่มีส่วนผสมหลายอย่าง รสชาติออกไปทางทะเลๆ ผสมสาหร่ายและงาขาวงาดำ เข้ากับข้าวสวยและซุปมิโสะร้อนๆ ได้ดีมาก&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมนึกว่าพยาบาลสาวจะลืมเรื่องเมื่อคืนไปแล้ว ตอนที่ผมยังกินกาแฟไม่ทันเสร็จเธอก็มาขอถ่ายรูปจนได้ โดยลากผมไปรับแสงอาทิตย์ที่หน้าเกสต์เฮาส์เสียดิบดี ชายคนหนึ่งที่กำลังนั่งสูบบุหรี่หลังมื้อเช้ามีน้ำใจถ่ายรูปให้ แล้วเธอก็ไม่ลืมขอเฟซบุ๊กของผมซะด้วย ผมภาวนาว่าตอนลงรูปที่รักได้โปรดอย่าแท็กผมนะ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เสร็จภารกิจถ่ายรูปอันยิ่งใหญ่นี้แล้วผมก็เช็กเอาต์และฝากกระเป๋าเดินทางไว้กับเกสต์เฮาส์ตามสูตร แล้วเดินเท้าไม่กี่นาทีก็ถึงวัดโคโตะกุ มีพระใหญ่ (ไดบุตสึ) ที่สวยงามและอลังการมากในสายตาผม ค่าเข้าชมคนละ 200 เยน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;สองสาวและเจ้าเหมียวบนเกาะเอโนชิมะ​​​​​​​&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;วัดนิกายโจโด-ชู แห่งนี้มีอายุมากกว่า 700 ปีแล้ว องค์พระพุทธรูปหรือหลวงพ่อโตของวัดแรกเริ่มเดิมทีสร้างขึ้นด้วยไม้เมื่อปี ค.ศ. 1243 แต่พายุก็ทำให้ทั้งศาลาและองค์พระเสียหาย จึงเรี่ยไรเงินกันสร้างขึ้นใหม่ด้วยทองสัมฤทธิ์เคลือบด้วยทองคำเปลวเมื่อปี ค.ศ. 1252 พร้อมกับสร้างศาลาใหม่ด้วย แต่ไม่วายถูกพายุซ้ำเติมในปี ค.ศ. 1334 และ ค.ศ. 1369 ทำให้ศาลาพังลงจนต้องปฏิสังขรณ์ แต่แล้วคลื่นสึนามิในปี ค.ศ. 1498 ก็กวาดศาลาทิ้งหายวับไป องค์พระจึงตั้งอยู่กลางแจ้งไม่ต้องสร้างศาลาป้องกันให้เสียเวลาเสียทรัพย์กันอีกต่อไป ทว่าเมื่อนานๆ เข้าสีขององค์พระก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวดังที่เห็นเพราะเกิดการกร่อนของโลหะ ส่วนร่องรอยของทองคำเปลวหลงเหลืออยู่เพียงบริเวณติ่งหู และเมื่อคราวแผ่นดินไหวใหญ่ในภูมิภาคคันโตเมื่อปี ค.ศ. 1923 ก็ได้ทำให้ฐานขององค์พระทรุดเสียหาย ต้องซ่อมแซมกันใหม่ ปัจจุบันกำลังอยู่ในขั้นตอนการเสนอชื่อเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ภายในองค์พระที่สูง 13.35 เมตร และหน้าตักกว้าง 9.10 เมตร ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของพระพุทธรูปในญี่ปุ่น (รองจากหลวงพ่อโต วัดโทไดจิ เมืองนาระ) มีลักษณะกลวงโปร่ง นักท่องเที่ยวสามารถซื้อตั๋วเข้าไปชมข้างในได้ ราคาเพียง 20 เยนเท่านั้น และด้านหลังขององค์พระยังมีหน้าต่าง 2 บาน ไว้สำหรับเปิดถ่ายเทอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;นอกจากเป็นที่นิยมมาเยือนของนักท่องเที่ยวทั่วไปแล้ว วัดโคโตะกุยังถือว่ามีความสำคัญกับคนไทยด้วย เนื่องจากภายในวัดมีต้นสนที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ได้ทรงปลูกไว้เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2530 อีกทั้งยังมีต้นสนของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ที่ทรงปลูกไว้ในวโรกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2472 &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;จุดตกปลาบนเกาะเอโนชิมะ อีกฝั่งคือแผ่นดินใหญ่เกาะฮอนชู​​​​​​​&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;สำหรับเมืองคามาคุระเอง แม้ในปัจจุบันจะเป็นเมืองขนาดเล็กอยู่ในจังหวัดคานางาวะ โดยห่างจากกรุงโตเกียวประมาณ 50 กิโลเมตร ในอดีตนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เป็นศูนย์กลางทางการเมืองการปกครองของญี่ปุ่นถึง 141 ปี สถาปนาขึ้นโดยโชกุน &amp;ldquo;นาโตะ โนะ โยริโมโตะ&amp;rdquo; ในยุคใกล้เคียงกับที่วัดโคโตะกุถูกสร้างขึ้น ซึ่งเป็นยุคที่พุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองอย่าม มีวัดถึง 65 วัด และมีศาลเจ้าชินโตกว่า 20 แห่ง แม้ว่าเมืองหลวงจะอยู่ที่เกียวโตก็ตาม แต่ก็เป็นเพียงในนามหรือเป็นที่ประทับของสมเด็จจักรพรรดิเท่านั้น และในช่วงนั้นคามาคุระมีประชากรของเมืองมากที่สุดในญี่ปุ่นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เวลาราว 11 โมง ผมก็เดินตามกลุ่มเด็กนักเรียนหมวกเหลืองออกมาจากวัด สังเกตเห็นหลายครั้งแล้วว่าเด็กนักเรียนในญี่ปุ่นตอนที่ออกนอกโรงเรียนไปเป็นกลุ่มนั้นจะสวมหมวกสีเดียวกัน หากเป็นเด็กเล็กๆ นอกจากหมวกสีเดียวกันแล้วก็ยังเดินเป็นแถวเกาะเชือกเส้นเดียวกันด้วย เพื่อรับรองว่าจะไม่พลัดหลงกันอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;จากสถานีฮาเซ รถไฟวิ่งเลียบทะเลและบางช่วงตัดเข้าย่านที่อยู่อาศัย แค่ชั่วอึดใจก็มาถึงสถานี Enoshima (เอโนชิมะ) แล้วเดินออกจากสถานีมุ่งหน้าริมทะเล ลอดอุโมงค์แล้วข้ามสะพานประมาณ 600 เมตรก็ถึงเกาะเอโนชิมะ เกาะเล็กๆ ที่มีความยาวรอบเกาะแค่ประมาณ 4 กิโลเมตรเท่านั้น และถึงแม้จะอยู่ไม่ไกลจากคามาคุระ แต่เกาะเอโนชิมะแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของเมืองฟูจิซาวะ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ทางเดินบนเกาะเอโนชิมะ เดินสะดวกและร่มรื่น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;สองข้างทางเดินที่จะขึ้นไปยังศาลเจ้าเอโนชิมะ อายุเก่าแก่ 800 กว่าปี มีร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกตั้งกันอย่างแน่นหนา บรรยากาศเต็มไปด้วยชีวิตชีวา นักท่องเที่ยวเดินชมเดินช็อปกันขวักไขว่ หน้าทางขึ้นศาลเจ้ามีทางเลื่อนอยู่ทางซ้ายมือ แต่ผมเดินเลือกขึ้นบันไดเพราะไม่ได้สูงชันอะไรนัก จากศาลเจ้ามองลงมายังด้านล่างก็ให้ภาพประตูโทริอิ ทางเดินขึ้นเขา สะพานข้ามเกาะ และแผ่นดินใหญ่ ที่ไล่เรียงลงไปอย่างสอดคล้องลงตัว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ออกจากศาลเจ้าก็มีทางให้เดินต่อไปเรื่อยๆ และมีจุดพักเป็นระยะ แม้บางช่วงจะชันนิดหน่อยแต่เดินเพลิน และไม่น่าจะเป็นอุปสรรคแม้สำหรับผู้อาวุโส บนนี้ยังมีสวนไม้ดอกไม้ประดับ จุดชมวิวหลายแห่ง ประภาคารและหอสังเกตการณ์ ถ้ำหินงอกหินย้อย ร้านอาหารร้านขายของที่ระลึก แนวหินริมเกาะที่เป็นจุดสำหรับตกปลาของพรานเบ็ด และแมวจำนวนหนึ่งที่แอบงีบอยู่ตามสวนและหน้าร้านค้า แต่ส่วนมากจะถูกนักท่องเที่ยวทาสแมวปลุกมาเกาคางลูบหัว หวังว่าบรรดาเจ้าเหมียวจะไม่เคืองขุ่นแม้สีหน้าบ่งบอก &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;การเดินทางด้วยจักรยานทำให้ร่างกายแข็งแรงแถมได้ชมวิวงาม​​​​​​​&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เมื่อเดินวนรอบเกาะกลับไปใกล้ๆ ศาลเจ้าเอโนชิมะ มีจุดที่เหมาะเหม็งสำหรับเห็นไกลถึงภูเขาไฟฟูจิ แต่วันนี้ฟ้าไม่เปิด มองเห็นเพียงรางๆ จากนั้นก็เดินลงไปยังด้านล่าง เลี้ยวขวาผ่านร้านขายอาหารทะเลสดๆ ถัดไปเป็นร้านอาหารเรียงกันหลายร้านแต่ผมเลือกไม่ถูก จนต้องเดินออกจากเกาะ แล้วแวะกินข้าวโปะด้วยปลาตัวเล็กๆ ลักษณะคล้ายปลาข้าวสาร ไข่ปลาแซลมอน และเนื้อปลาดิบซอยชิ้นเล็กๆ ผมเชื่อว่าร้านบนเกาะน่าจะอร่อยกว่า แต่สายไปเสียแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เมื่อขึ้นรถไฟกลับไปรับกระเป๋าที่ฝากไว้เพื่อจะเดินทางไปค้างคืนที่เมืองโยโกฮามา ผมก็ใช้โทรศัพท์มือถือเข้าสัญญาณอินเตอร์เน็ตจากเกสต์เฮาส์&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydpcc147dd8&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;พยาบาลสาวโพสต์เฟซบุ๊กแท็กผมเรียบร้อยแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11471</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญี่ปุ่น, ท่องเที่ยว, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาส, เบื้องหน้าที่ปรากฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11014</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2018 19:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2018 19:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุงเกาหลี ที่ &#039;โกเบ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปราสาทฮิเมจิ อายุราว&amp;nbsp;700&amp;nbsp;ปี รอดพ้นจากการทิ้งระเบิดในสงครามโลกครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และเหตุแผ่นดินไหวฮันชิงเมื่อ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กว่าปีก่อนอย่างเหลือเชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถไฟระหว่างเมืองจากสถานีโอสึเกียว ในจังหวัดชิกะ ถึงสถานีโกเบ ในจังหวัดเฮียวโกะ ระยะทางราว 80 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางเกือบ 1 ชั่วโมงครึ่ง ค่ารถประมาณ 450 บาท ถือเป็นการเดินทางที่สะดวกสบายดีมาก แม้จะไม่รวดเร็วนักแต่ก็ไม่รู้จะรีบไปไหน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อออกจากสถานีโกเบแล้วผมก็งงเหมือนสุนัขถูกเอามาทิ้ง เดินไปตามเส้นทางที่คาดว่าถูกต้องซึ่งได้เซฟแผนที่ไว้ในหน้าจอโทรศัพท์มือถือตอนที่ยังมีสัญญาณ Wi-fi ที่บ้านของฮิโรกิ ในเมืองโอสึ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินอยู่นานก็พบตัวเองหลงอยู่ที่สี่แยกแห่งหนึ่ง แล้วก็เดินวนไปวนมาเพราะสับสนกับแผนที่ สุดท้ายเข้าไปถามทางกับลุงที่ยืนคุมงานก่อสร้างถนนโดยการให้ดูที่อยู่ของโฮสเทลจากหน้าจอโทรศัพท์ แกชี้ไปทางหนึ่ง ผมเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็เกิดอาการไม่มั่นใจว่าลุงบอกถูกหรือเปล่า จึงเดินกลับไปตั้งหลักที่สี่แยกก่อนหน้านี้ เมื่อพบเด็กนักเรียนคนหนึ่งเดินมาก็เข้าไปถามทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คะเนรูปร่างหน้าตาแล้ว น้องผู้ชายคนนี้ถ้าไม่เรียนชั้นม.ต้นตอนปลาย ก็ต้องอยู่ชั้นม.ปลายตอนต้น เขาหยิบเอาโทรศัพท์มือถือออกมากดๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉยและไม่พูดไม่จา ผมคิดว่าเขาน่าจะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนุ่มน้อยเงยหน้าขึ้นมา ชี้มือไปทางที่ลุงคนแรกชี้บอก แล้วพูดออกมาว่า &amp;ldquo;อาฟเตอร์ แฟมิลีมาร์ท เทิร์น เลฟต์&amp;rdquo; ผมต้องขอบคุณหนุ่มหน้ามนคนนี้เป็นการใหญ่ ถ้าไม่ได้เขาผมคงแย่ แต่จะว่าไปผมก็ควรจะเชื่อใจลุงคนแรกด้วย เพียงแต่ว่าลุงแกชี้มือไปเฉยๆ ผมก็คงต้องหาคนถามต่ออยู่ดี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถึง Hostel Nakamura ก็พบว่าสาเหตุที่หลงเพราะตอนออกจากสถานีรถไฟผมออกผิดทาง ทำให้ผมไม่เชื่อคุณลุงคุมงานก่อสร้าง เพราะดูทิศทางแล้วไม่น่าจะใช่ เรื่องนี้ต้องระวังให้ดี เพราะสถานีรถไฟบางสถานีมีทางออกหลายทาง ทั้งทางออกหลัก ทางออกรอง และทางออกย่อยต่างๆ ถ้าผมออกทางออกหลัก หรือMain Exit ก็แค่เดินตรงไปบนถนน แล้วเลี้ยวแค่ 2 ครั้งเท่านั้น ระยะทางรวมไม่ถึง 500 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฮสเทลแห่งนี้สะอาดสะอ้านน่าพัก คุ้มราคาประมาณ 1 พันบาท ห้องนอนรวมของผมอยู่บนชั้น 3 แยกห้องน้ำออกไปด้านนอก ส่วนห้องอาบน้ำก็แยกไปอีกที่ เช่นเดียวกับอ่างล้างหน้าก็แยกไปต่างหาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลาโพล้เพล้ที่ท่าเรือโกเบแสงสีน่าจะสวยงามน่ามอง แต่ฝนได้เทลงมาอย่างหนักเมื่อตอนที่ผมกำลังจะเดินออกไป จึงทำได้แค่ยืมร่มของโฮสเทลออกไปซื้อไก่ทอดและเบียร์กิรินที่ร้านสะดวกซื้อแล้วกลับมานั่งฆ่าเวลาในห้องครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หอคอยท่าเรือโกเบ หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมืองโกเบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้องนั่งเล่นที่อยู่ใกล้ๆ กันมีป้ายชื่อร้านอาหารแนะนำในละแวกใกล้ๆ โฮสเทล โดยมีแผนที่กำกับไว้ด้วย เมื่อเห็นว่าสายฝนยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดก็เลยเลือกร้านที่ใกล้ที่สุด เป็นร้านเล็กๆ ที่หัวมุมถนนถัดไป กางร่มเดินไปแค่ประมาณ 2 นาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนที่มาเที่ยวเมืองโกเบก็คงจะกินเนื้อโกเบกันทั้งสิ้น เว้นเสียแต่ว่าเป็นคนไม่กินเนื้อวัว ผมเองนั้นเคยหยุดกินเนื้อวัวไปราว 4 ปี แล้วดันหลงกลไปนั่งในร้านโคขุนกับเพื่อนๆ หลังเล่นกีฬา เพราะเพื่อนคนหนึ่งบอกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่นก็มี ซึ่งเป็นความคิดที่ไม่เข้าท่าเลย เพราะขนาดพระสงฆ์แก่พรรษาถูกสีกาไปจ้องหน้าทุกวันยังสึกมาแล้วหลายรูป แล้วคนหิวนั่งหน้าเตาโคขุนอย่างผมจะเหลืออะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื้อโกเบที่เมืองไทยนั้นเป็นที่ขึ้นชื่อของราคามากกว่ารสชาติเสียอีก แต่ที่นี่รสชาติดีและราคาไม่แพง ผมเป็นคนกินน้อยและไม่ชอบกินเนื้อสัตว์ในปริมาณมากๆ จึงเข้าทางเป็นอย่างยิ่งเพราะร้านนี้มีเนื้อชิ้นเล็ก น่าจะขนาด 100 กรัม (หรือน้อยกว่า) เชฟเอาไปย่างบนเปลวไฟไม่นานก็เอามาหั่นวางใส่จาน เนื้อนุ่มละลายในปาก อร่อยจนจำราคามาบอกท่านผู้อ่านไม่ได้ แต่คิดว่าชิ้นละประมาณ 3 พันเยนนิดๆ หรือประมาณ 1 พันบาทเท่านั้น กินกับเบียร์ฮาร์ทแลนด์ (ของบริษัทกิริน) เข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ก่อนนี้มีความเชื่อฝังหัวว่าเนื้อวัวต้องจับคู่กับไวน์แดงเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เชฟและผู้ช่วยสาวของเขาอัธยาศัยดี ยิ้มแย้ม บริการเยี่ยม ผมจึงสั่งฮาร์ทแลนด์มาอีกแก้ว คราวนี้กินกับแซลมอนโรล และเครื่องเคียงอย่างผัดเห็ดและผัดผักก็ยังถือว่าใช้ได้อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในร้านตอนนี้ไม่มีลูกค้าอื่นนอกจากผม เชฟจึงคว้ามือถือออกมาพิมพ์ลงในแอปแปลภาษาแล้วยื่นให้อ่าน แต่สุดท้ายก็คุยด้วยความเมื่อยมือกันไปทั้งสองฝ่าย เขาบอกว่ามีคนไทยมากินก่อนผมเมื่อสักครู่นี้เอง ตัวใหญ่ๆ ใส่กางเกงขาสั้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัสเขียวเที่ยวรอบเมืองและอาคารสไตล์ยุโรปติดกับสถานีรถไฟใต้ดินมินาโมโตะมาชิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอเห็นว่ามีลูกค้าเริ่มทยอยเข้ามานั่งผมก็เลยเรียกเก็บเงินแล้วเดินออกจากร้าน ผู้ช่วยสาวเดินออกมาส่งและกล่าวลาอย่างน่ารักและน่ากลับมาใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอกลับถึงโฮสเทลก็พบคนไทยคนหนึ่ง ตัวใหญ่ ใส่กางเกงขาสั้น ใช่เขาแน่นอนที่เพิ่งไปกินร้านเดียวกันมา ได้คุยกันพอหอมปากหอมคอก็ได้ความว่าเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวเหมือนกัน ไม่เปิดสัญญาณโทรศัพท์แบบโรมมิ่ง และไม่ซื้อซิมการ์ดของญี่ปุ่น ใช้วิธีการแคปหน้าจอแผนที่ตอนที่โทรศัพท์มีสัญญาณ Wi-fi แล้วเดินหาเป้าหมายเอาตามแผนที่นั้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ครั้งที่แล้วผมมากับแฟน กลับไปเลิกกันเลยครับ เขาติดอินเตอร์เน็ต ติดการวางแผน ติดต่อเพื่อนที่เมืองไทยตลอดเวลา เรามากันแค่ไม่กี่วันเอง ผมว่าเราควรใส่ใจสถานที่และผู้คนที่นี่มากกว่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องแบบนี้แนวใครแนวมัน ผมนั้นเห็นด้วยเต็มที่ ถ้าใครไม่มีปัญหาเรื่องกินข้าวคนเดียวในประเทศที่อาหารอร่อย ก็อยากแนะนำให้ลองเที่ยวคนเดียวดูครับ โดยเฉพาะถ้ายังหนุ่มสาวกันอยู่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บนห้องนอนรวม ผมเจอลุงคนหนึ่งมาจากเกาหลีใต้นอนเตียงใกล้กัน แกดูเป็นมิตร ชอบชวนคุย ตอนผมหยิบวิสกี้ Sun Peace ที่ฮิโรกิให้มาลงไปนั่งจิบพร้อมกับเขียนต้นฉบับ &amp;ldquo;เบื้องหน้าที่ปรากฏ&amp;rdquo; ส่งกลับมายังเมืองไทย ลุงเกาหลีแกก็ตามลงไปคุยด้วย ผมรินวิสกี้ใส่แก้วอีกใบ แกก็ให้เกียรติรับไปดื่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เป็นครั้งแรกที่ผมเดินทางโดยไม่มีเมียมาด้วย ผมอยากจะรู้ว่ามันเป็นยังไง&amp;rdquo; คุณลุงปรารภ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แล้วมันเป็นยังไงครับ&amp;rdquo; ผมอยากรู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเพิ่งมาถึงวันนี้เอง ยังตอบไม่ได้ อ๋อ และก็เป็นครั้งแรกด้วยที่ผมพักโฮสเทล เพราะตอนมากับเมียนอนโรงแรมเท่านั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นได้ชัดว่าลุงอยากมีเพื่อน คนที่พักโฮสเทลและเกสต์เฮาส์นั้นนอกจากราคาถูกแล้วอีกเหตุผลหนึ่งก็คืออยากพบเจอผู้คนแปลกหน้าแปลกภาษา ผมเคยเจอผู้อาวุโสหลายคนที่ไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณแต่นิยมพักตามโฮสเทลและเกสต์เฮาส์ เพราะมันมีพลังงานของความหนุ่มสาวแฝงอยู่ หากจะดูวุ่นวายก็เป็นความวุ่นวายที่มีเสน่ห์ อีกทั้งจะพูดคุยกับใครก็ดูไม่เป็นการรบกวน หรือพูดอีกอย่างว่าไม่ต้องเกรงใจกันมาก เพราะส่วนใหญ่ก็ต้องการเพื่อนแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันทั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปราสาทฮิเมจิ มองจากหน้าสถานีรถไฟฮิเมจิ​​​​​​​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลุงคนนี้แกอยู่อาศัยในกรุงโซล พอรู้ว่าผมเป็นคนไทยแกก็เล่าให้ฟังว่าได้ช่วยคนไทยที่เป็นเอเยนต์หาคนไปทำศัลยกรรมที่สถานความงามในเกาหลีใต้มาแล้วหลายครั้งด้วยการรับรองเอกสารการทำงานให้กับนายหน้าเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมดวิสกี้แก้วที่ผมรินให้ลุงก็ชวนไปกินมื้อค่ำ ผมบอกว่ากินไปแล้ว และแนะนำถึงร้านที่เพิ่งไปกินมา แกก็ยังชวนให้ออกไปกินด้วยกัน พอผมยืนยันว่า&amp;ldquo;ขออภัยครับ ผมคงไม่ไป&amp;rdquo; ลุงก็บอกว่า &amp;ldquo;คุณควรไปกับผม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่จริงผมควรจะไปนั่งเป็นเพื่อน ดื่มเบียร์ตอนลุงแกกินเนื้อโกเบก็ได้ แต่ผมก็จำเป็นต้องทำงานจริงๆ เพียงแต่ว่าลืมอธิบายเหตุผลที่ไม่ไป แถมยังแสดงอาการสนใจลุงน้อยไปอีกต่างหากเพราะนิ้วมือทั้งสิบมัวแต่วางอยู่บนแป้นพิมพ์ตลอดเวลา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งลุงกลับมาจากกินมื้อค่ำ เข้านอน ผมเข้านอนทีหลัง ลุงตื่นนอนก่อน และเช็กเอาต์ออกไป โดยที่ไม่ได้คุยกันอีกเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แกยังจะช่วยเหลือเอเยนต์ชาวไทยที่หาคนไปทำศัลยกรรมที่เกาหลีอยู่อีกมั้ยนะ เมื่อเจอคนไทยเสียมารยาทอย่างผมเข้าไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากเช็กเอาต์ตอนสายๆ ฝากกระเป๋าไว้กับโฮสเทล แวะซื้อไก่ทอดและกาแฟจากร้านสะดวกซื้อ แล้วก็เดินไปนั่งเติมพลังที่สวนสาธารณะเล็กๆ ริมทะเล ใกล้ๆ อู่ต่อเรือ แล้วเดินอีกนิดไปยัง &amp;ldquo;โกเบ ฮาร์เบอร์แลนด์&amp;rdquo; ศูนย์รวมแหล่งช็อปปิ้งและบันเทิงใกล้ท่าเรือโกเบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลานชมวิวที่ติดกับ Kobe Anpanman Children&amp;rsquo;s Museum &amp;amp; Mall มีชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่สีแดงตั้งอยู่ มองเห็นหอคอยท่าเรือโกเบสีแดงเด่นอยู่ทางด้านซ้ายมือ และโรงแรมเมริเค็น ปาร์ค โอเรนทัล ที่สร้างยื่นออกไปในอ่าว ไกลออกไปแต่ยังมองเห็นได้ชัดคือ &amp;ldquo;สะพานโกเบเกรตบริดจ์&amp;rdquo; ตรงกลางสะพานมีรูปทรงโค้งมนสีแดง ดูเหมือนว่าอะไรหลายๆ อย่างของที่นี่จะนิยมทาด้วยสีแดง สะพานนี้เชื่อมกับเกาะท่าเรือ (Port Island) และเกาะท่าเรือนี้ก็เชื่อมกับอีกเกาะที่เป็นที่ตั้งของสนามบินโกเบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คูน้ำรอบปราสาทฮิเมจิ​​​​​​​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำนวณเวลาแล้วผมควรเดินทางต่อเสียที จึงเดินไปขึ้นรถไฟใต้ดิน Minamotomachi ไปยังสถานี Sannomiya-Hanadokeimae เดินต่อไปยังสถานี JR Sannomiya เพื่อแลกเจอาร์พาสเป็นตั๋ว ระบุไปว่าจะเริ่มใช้ในวันนี้ จะเห็นได้ว่าสถานี Sannomiya (ซานโนมิยะ) ดูจะมีความสำคัญกว่าสถานีโกเบ นั่นก็เพราะซานโนมิยะคือชื่อของเขตที่ใหญ่ที่สุดในย่านใจกลางเมือง มาจากชื่อศาลเจ้าซานโนมิยะ ซึ่งเป็นสาขาของศาลเจ้าอิคึตะที่มีความเก่าแก่ย้อนไปถึงคริสต์ศตวรรษที่ 3 ตั้งอยู่ไม่ห่างกันนัก อย่างไรก็ตามยังมีสถานีชื่อ Kobe-Sannomiya ตั้งอยู่ติดๆ กัน ซึ่งเป็นของบริษัทรถไฟท้องถิ่น ยอมรับว่าเมืองใหญ่อันดับ 6 ของญี่ปุ่นแห่งนี้ทำให้สับสนเรื่องชื่อสถานีรถไฟได้มากทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังมื้อเที่ยงเนื้อย่างกระทะร้อนที่ร้านใกล้ๆ สถานีซานโนมิยะ ผมก็ได้ขึ้นรถไฟของบริษัทเจอาร์ ประเดิมตั๋วเจอาร์พาสชนิด 7 วัน ไปทางทิศตะวันตก เห็นสะพานอากาชิไคเกียวอยู่ทางซ้ายมือ สะพานนี้ถือเป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก ยาว 1,991 เมตร เชื่อมเมืองโกเบกับเกาะอาวาจิ (จากนั้นเกาะอาวาจิก็จะเชื่อมกับเกาะใหญ่ชิโกกุ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 40 นาที ก็ถึงสถานีฮิเมจิ (Himeji) เมืองฮิเมจิ จังหวัดเฮียวโกะ พอเดินออกจากสถานีฮิเมจิก็เห็นปราสาทฮิเมจิขาวเด่นอยู่ห่างออกไปประมาณ 2 กิโลเมตร มีถนนแบบอเวนิวทอดตรงไปยังปราสาท บางคนนั่งรถเมล์ บ้างก็แท็กซี่ แต่ผมเลือกเดินตามถนัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถึงปราสาทก็ใกล้เวลาปิด (สี่โมงครึ่ง) เต็มที ไม่ได้เข้าไปภายในเหมือนเคย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11014</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญี่ปุ่น, ท่องเที่ยว, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาส, เบื้องหน้าที่ปรากฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
