<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2021 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2021 13:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกปชป.แจงยิบปม &#039;วิฑูรย์ นามบุตร&#039; ลาออกพ้นสมาชิกพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.64 - นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงกรณีข่าวการลาออกของนายวิฑูรย์ นามบุตร ว่าพรรคเคารพในการตัดสินใจ แต่สมัยเลือกตั้งที่ผ่านมาการจัดลำดับบัญชีรายชื่อเป็นของคณะกรรมการบริหารพรรคที่มีอดีตหัวหน้าพรรค นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายจุติ ไกรฤกษ์ อดีตเลขาธิการพรรคเป็นผู้พิจารณา ซึ่งเชื่อว่าคงมีเหตุผลที่สำคัญบางประการในการจัดลำดับบัญชีรายชื่อ แต่เมื่อกระบวนการจบ ก็ต้องว่ากันไป คนที่พลาดหวังไม่ได้เป็น ส.ส.ก็แยกย้ายกันทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายเพื่อจุดมุ่งหมายที่สำคัญคือช่วยประคับประคองพรรคก้าวเดินไปข้างหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่บอกว่านายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ตกลงว่าจะให้เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรี &amp;nbsp;ต้องเรียนว่าไม่เคยมีการตกลงว่าจะให้ท่านวิฑูรย์เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรี เพราะท่านมีศักยภาพมากกว่านั้น การดูแลพื้นที่ภาคอีสานท่านวิฑูรย์ก็เป็นกำลังหลักอีกคนในฐานะอดีตรองหัวหน้าพรรคที่เคยดูแลภาคอีสานมาก่อนและยังเป็นอดีตรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่นายวุฒิพงศ์ นามบุตร ส.ส.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นหลานชาย ได้เป็นประธานคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ ก็เป็นการเลือกกันเองในที่ประชุม ส.ส.ซึ่งทุกคนจะทราบดีว่าเรื่องการลงคะแนนเลือกใครในตำแหน่งที่สำคัญนั้น ในพรรคไม่มีใครสามารถสั่งการได้ และตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการทุกคณะมีความสำคัญทุกคณะเพื่อการขับเคลื่อนช่วยเหลือประชาชน ยิ่งปัญหาหนี้สินของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญมากในการทำงาน ซึ่งท่านวุฒิพงศ์ก็ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่สำคัญที่บอกว่าพรรคไม่ให้ความสำคัญกับภาคอีสาน ก็ไม่เป็นความจริง บุคลากรของพรรคในพื้นที่ภาคอีสานมีคนดีคนเก่งที่ตั้งใจทุ่มเททำงานมากมาย พรรคให้ความสำคัญมาโดยตลอด ท่านวิฑูรย์ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่พรรคได้ให้ความสำคัญเพื่อดำรงตำแหน่งที่สำคัญเช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นรองหัวหน้าพรรค เป็นกรรมาธิการงบประมาณหลายปีติดต่อกัน และหน้าที่สำคัญอื่นๆ ตัวอย่างของท่านวิฑูรย์ และท่านวุฒิพงศ์หลานท่านวิฑูรย์ คือการชี้ให้พี่น้องภาคอีสานเห็นว่า พรรคให้ความสำคัญกับภาคอีสานเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมยังเคารพท่านวิฑูรย์เช่นเดิม ท่านวิฑูรย์เป็นนักการเมืองที่ดีคนหนึ่ง หวังว่าวันหนึ่งจะได้ร่วมงานกันในวันข้างหน้า&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91385</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปชป., ราเมศ รัตนะเชวง, วิฑูรย์ นามบุตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210103/image_big_5ff122eecf1a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91333</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิฑูรย์ทิ้งปชป.ซัดผิดสัญญา พปชร.แย่งลงเลือกตั้งซ่อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปชป.เลือดไหลอีกรอบ! &amp;quot;วิฑูรย์ นามบุตร&amp;quot; ไขก๊อกทิ้งบอมบ์ใส่หัวหน้า-เลขาฯ ผิดสัญญา &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; เสียดาย คุย &amp;quot;วุฒิพงษ์&amp;quot; แล้วไม่มีปัญหา เคาะส่งผู้สมัคร ส.ส.ลงเลือกตั้งซ่อมเขต 3 นครศรีฯ ได้ชื่อไม่เกิน 5 ก.พ. ปชป.-พปชร.ฟัดกันนัวปมเลือกตั้งซ่อม &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ยันพรรคส่งคนลงชิง &amp;quot;เทพไท&amp;quot; ดันน้องชายรักษาเก้าอี้ กกต.เตือนผู้สมัครเช็กคุณสมบัติตัวเองให้ดีก่อน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา นายวิฑูรย์ นามบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ดูแลภาคอีสาน อดีต ส.ส.อุบลราชธานี และอดีต รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรค ปชป. โดยนายวิฑูรย์ได้เขียนความในใจส่งเข้าไปในไลน์เพื่อน ส.ส.พรรคบางส่วนที่ใกล้ชิด โดยมีใจความว่า &amp;ldquo;เป็นนักการเมืองมา 30 ปี ตั้งใจว่าจะอยู่พรรคประชาธิปัตย์พรรคเดียวไม่เปลี่ยนแปลง แต่ถึงวันนี้ได้ไตร่ตรองทบทวนแล้ว เลยตัดสินใจลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยเหตุผลดังนี้ คือ 1.การเลือกตั้งครั้งล่าสุด ขณะนั้นผมยังเป็นรองหัวหน้าพรรค ควรจะได้ลงบัญชีรายชื่อลำดับต้นๆ แต่พรรคให้อยู่ลำดับที่ 40 ซึ่งรู้อยู่แล้วว่าไม่มีทางได้เป็น ส.ส. 2.ผมไม่มีที่ยืน และไม่มีตำแหน่งอะไรที่พรรคมอบให้ ผมอายุ 62 ปี ยังมีไฟ ยังอยากทำงานการเมืองต่อไป และเชื่อว่าคนอุบลราชธานียังให้โอกาสเลือกพวกเรา 3.นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค เคยตกลงกับผมว่าจะให้เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรี สุดท้ายก็ไม่ได้เป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค เคยรับปากว่าจะให้นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ส.ส.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นหลานชาย เป็นประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ แต่สุดท้ายก็ใช้มติโหวตในที่ประชุมพรรค โดยทั้งสองคนไม่ได้ช่วยอะไร ผลโหวตก็เป็นที่รู้กันว่า ส.ส.ส่วนใหญ่ซึ่งเป็นคนใต้ นายวุฒิพงษ์เลยได้เป็นเพียงแค่ประธานคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ 5.ด้วยเหตุผลดังกล่าว ถือว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ให้ความสำคัญกับส.ส.อีสาน 6.นายวุฒิพงษ์และผมจะไปอยู่พรรคใดก็เชื่อว่าประชาชนคนอุบลฯ ยังจะให้โอกาส และ 7.ผมยังจะเป็นนักการเมืองต่อไป โดยไปสังกัดพรรคอื่นที่เขาให้เกียรติและให้โอกาสทำงานการเมืองต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมยังรักและคิดถึงเพื่อนๆ ที่ยังอยู่พรรคประชาธิปัตย์ และหวังว่าจะได้ทำงานร่วมกัน แม้จะอยู่คนละพรรค บุคคลที่ผมให้เกียรติ เกรงใจ เคารพนับถือมากที่สุด คือท่านชวน หลีกภัย เคารพและศรัทธาไม่เปลี่ยนแปลงครับ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายจุรินทร์กล่าวว่า รู้สึกเสียดาย อยากให้เปลี่ยนใจ แต่เมื่อตัดสินใจไปแล้วต้องเคารพการตัดสินใจด้วย ส่วนที่มีข่าวว่าจะดึงนายวุฒิพงษ์ นามบุตร ส.ส.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นหลานชาย ลาออกไปด้วยนั้น เบื้องต้นนายวุฒิพงษ์ได้โทรศัพท์คุยกับตนแล้ว บอกว่าส่วนตัวไม่ได้มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น ทั้งนี้ ก่อนนายวิฑูรย์จะยื่นใบลาออกไม่ได้มีการพูดคุยกับตนเป็นการส่วนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 16.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อพิจารณาวาระต่างๆ จากนั้นนายจุรินทร์แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ให้ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช แทนนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช โดยขั้นตอนจากนี้จะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ที่มีนายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช เป็นประธาน ดำเนินการตามขั้นตอนตามข้อบังคับพรรค และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. โดยจะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ เมื่อได้ข้อยุติแล้วคณะกรรมการสรรหาฯ จะส่งรายชื่อมาให้คณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาในวันที่ 5 ก.พ. ซึ่งเป็นวันเปิดรับสมัครรับเลือกตั้งวันแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจำเป็นต้องประสานไปยังพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ที่ออกมาระบุว่าจะส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งซ่อมหรือไม่&amp;nbsp; นายจุรินทร์กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ในการพิจารณาของแต่ละพรรคที่จะพิจารณาว่าจะส่งหรือไม่ อย่างไร ในส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ชัดเจนแล้วว่าส่งผู้สมัครลงแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่า โดยมารยาทแล้วพรรคร่วมรัฐบาลต้องหลีกทางให้กับพรรคที่ได้คะแนนอันดับหนึ่ง นายจุรินทร์กล่าวว่า สุดแล้วแต่ความเห็นของพรรคพลังประชารัฐว่าจะมีความเห็นว่าอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ เปิดเผยว่า ส่วนตัวในฐานะเจ้าของพื้นที่ จะขอใช้สิทธิ์เสนอผู้เหมาะสมลงสมัครรับเลือกตั้งแทน ซึ่งได้มีการปรึกษาหารือกับทีมงานและกลุ่มผู้สนับสนุนแล้วว่าเห็นควรเสนอชื่อนายพงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมในครั้งนี้ เพราะเป็นผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมทั้งความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ เพราะได้คลุกคลีกับการเมืองในระดับท้องถิ่นและระดับชาติมาเป็นเวลานาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวถึงกรณีพรรค พปชร.จะส่งผู้สมัคร ส.ส.ลงแข่งขันด้วยว่า ตามหลักการและข้อตกลงร่วมกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล คือหากพื้นที่ไหนเป็นพื้นที่เดิมของพรรคนั้น อีกพรรคหนึ่งจะไม่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งแข่ง เพราะถือเป็นมารยาททางการเมืองที่ทำกันมาตลอด เช่น การเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดกำแพงเพชรและขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่ของพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์เองไม่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งในเขตนั้นเช่นกัน เพราะถือเป็นการให้เกียรติกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง ที่พรรคประชาธิปัตย์ถือธรรมเนียมอย่างนี้มาโดยตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ถ้าเกิดมีความขัดแย้งในเรื่องการส่งตัวผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค จะทำให้กระทบกับศึกการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายนิพนธ์กล่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาลไม่เอาเรื่องเล็กมาเป็นเรื่องใหญ่ ควรจะคุยกันว่าเรื่องใดที่หลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความขัดแย้งได้ควรจะทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. ในฐานะรองโฆษกพรรค ปชป. กล่าวถึงกรณีนายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค พปชร. ระบุว่า พรรค พปชร.จะส่งนายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ อดีตผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช ลงสมัครเลือกตั้งซ่อมว่า นายสัณหพจน์ควรมีมารยาททางการเมือง ไม่ควรพูดอะไรส่งเดช เพราะเรื่องนี้ควรจะเป็นมติของพรรคออกมาเสียก่อน การที่นายสัณหพจน์ให้สัมภาษณ์ในลักษณะเช่นนี้ เหมือนเป็นเด็กบริบาล ไม่ได้คำนึงถึงความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาล จากที่ได้สอบถาม ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐภาคใต้ ยืนยันว่าไม่ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ เพราะเข้าใจถึงมารยาททางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสัณหพจน์ได้ออกมาโต้กลับว่า ตนเสนอในนามส่วนตัวเท่านั้น โดยสุดท้ายแล้วทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับมติพรรคอีกครั้ง ทั้งนี้ ปฏิบัติตามมารยาททางการเมืองโดยตลอด แต่มีบุคคลบางกลุ่มที่ยังคงโจมตีตนไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งในพื้นที่นครศรีธรรมราชเขต 2 ที่ตนรับผิดชอบ หรือในสภา ซึ่งการออกมาแถลงข่าวของนายชัยชนะครั้งนี้ ทำให้หมดหวังว่าพี่น้องประชาชน จ.นครศรีธรรมราชจะได้ตัวแทนคนรุ่นใหม่ ที่มุ่งพัฒนาพื้นที่ เพราะภาพที่เห็นคือการทำตัวเป็นเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ตีโพยตีพาย เหมือนเด็กงอแงเวลาไม่ได้ดั่งใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 3 จะมีการหลีกทางให้พรรค ปชป. ตามมารยาททางการเมือง เนื่องจากเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น ว่า ตนจะส่ง แต่ต้องดูก่อนว่ากรรมการบริหารพรรคจะประชุมว่าอย่างไร ส่วนจะนัดประชุมเมื่อไหร่ยังไม่รู้ หากทาง ปชป.ร้องขอให้ไม่ส่งผู้สมัครจะดำเนินการหรือไม่นั้น ตนไม่รู้ และย้ำว่าขอประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคก่อน ส่วนจะเป็นคนเดิมหรือไม่ ไม่รู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า แถลงเปิดตัวนายสราวุฒิ สุวรรณรัตน์ ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 จ.นครศรีธรรมราช ในนามพรรค โดยนายสราวุฒิเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ของจังหวัดนครศรีธรรมราช และมีบทบาทสำคัญในการส่งเครื่องถมเครื่องเงินของนครศรีธรรมราชส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการส่งตัวผู้สมัครลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครนั้น นายกรณ์ยืนยันว่า พรรคกล้าพร้อมสู้ทุกเวที และเมื่อถึงเวลาพร้อมที่จะเปิดตัว โดยที่ขณะนี้มีคนในใจแล้ว แต่ขอยังไม่เปิดเผย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า จะมีการเสนอแผนเรื่องการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 นครศรีธรรมราช ให้ที่ประชุม กกต.รับทราบในวันที่ 29 ม.ค.นี้ แต่การจะกำหนดวันเลือกตั้ง จะต้องรอคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) การเลือกตั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อมีการประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งแล้ว จะมีการกำหนดวันเลือกตั้งและวันรับสมัครเลือกตั้ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส.นั้น ยืนยันว่า กกต.ตรวจอย่างเต็มที่ แต่ขึ้นอยู่กับความไวของการตรวจ เพราะบางเรื่องค่อนข้างหาข้อมูลยาก แต่คิดว่าผู้สมัครรู้ดีที่สุดว่าตัวเองมีคุณสมบัติหรือไม่ จะมาให้ กกต.ซึ่งเป็นคนตรวจไปไล่ตรวจจับเพียงอย่างเดียวไม่ได้ อยากจะกำชับอีกครั้งว่าผู้ที่จะลงสมัคร&amp;nbsp; ขณะนี้มีเวลาขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของตนเอง โดยเฉพาะสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นคือการไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91333</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปชป., พรรคประชาธิปัตย์, ลาออกจากสมาชิกพรรค, วิฑูรย์ นามบุตร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210128/image_big_6012c044a84c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2021 14:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2021 14:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิฑูรย์ นามบุตร&#039; ยื่นลาออกพ้นสมาชิก &#039;ปชป.&#039;  แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 ม.ค. นายวิฑูรย์ นามบุตร อดีตส.ส.อุบลราชธานี อดีตรองหัวหน้าพรรคภาคอีสาน และอดีตรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายวิฑูรย์ได้เขียนความในใจส่งเข้าไปในไลน์เพื่อนส.ส.ปชป.บางส่วนที่ใกล้ชิดโดยมีใจความว่า &amp;ldquo;เป็นนักการเมืองมา30 ปี ตั้งใจว่าจะอยู่พรรคประชาธิปัตย์พรรคเดียวไม่เปลี่ยนแปลง แต่ถึงวันนี้ได้ไตร่ตรองทบทวนแล้ว เลยตัดสินใจลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ด้วยเหตุผลดังนี้ คือ 1.การเลือกตั้งครั้งล่าสุด ขณะนั้นตนยังเป็นรองหัวหน้าพรรค ควรจะได้ลงบัญชีรายชื่อลำดับต้นๆ แต่พรรคให้อยู่ลำดับที่ 40 ซึ่งรู้อยู่แล้วว่าไม่มีทางได้เป็น สส.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ตนไม่มีที่ยืน และไม่มีตำแหน่งอะไรที่พรรคมอบให้ ตนอายุ 62 ปียังมีไฟ ยังอยากทำงานการเมืองต่อไป และเชื่อว่าคนอุบลราชธานี ยังให้โอกาสเลือกพวกเรา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ &amp;nbsp;หัวหน้าพรรค และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เคยตกลงกับตนว่าจะให้เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรี สุดท้ายก็ไม่ได้เป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 .หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค เคยรับปากว่าจะให้นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ส.ส.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นหลานชาย เป็นประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ แต่สุดท้ายก็ใช้มติโหวตในที่ประชุมพรรค โดยทั้งสองคนไม่ได้ช่วยอะไรผลโหวตก็เป็นที่รู้กันว่าส.ส.ส่วนใหญ่ซึ่งเป็นคนใต้ นายวุฒิพงษ์เลยได้เป็นเพียงแค่ประธานคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ด้วยเหตุผลดังกล่าว ถือว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ให้ความสำคัญกับส.ส อีสาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 .นายวุฒิพงษ์และตนจะไปอยู่พรรคใด ก็เชื่อว่าประชาชนคนอุบลฯยังจะให้โอกาส และ7.ตนยังจะเป็นนักการเมืองต่อไป โดยไปสังกัดพรรคอื่นที่เขาให้เกียรติและให้โอกาสทำงานการเมืองต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมยังรักและคิดถึงเพื่อนๆที่ยังอยู่พรรคประชาธิปัตย์และหวังว่าจะได้ทำงานร่วมกัน แม้จะอยู่คนละพรรค บุคคลที่ผมให้เกียรติ เกรงใจ เคารพนับถือมากที่สุด คือท่านชวน หลีกภัย เคารพและศรัทธาไม่เปลี่ยนแปลงครับ&amp;rdquo; นายวิฑูรย์ ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91284</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปชป., ประชาธิปัตย์, วิฑูรย์ นามบุตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181130/image_big_5c00d29f6ab3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79470</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไขก๊อกโชว์สปิริตการเมือง รักษาแบรนด์&#039;ปชป.&#039;สุจริต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;สำหรับประชาธิปัตย์ยุคนี้เกิดเรื่องราวขึ้นกับรัฐมนตรีนิพนธ์ ต้องดูว่าพรรคในสมัยจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นแม่ทัพใหญ่ ภายใต้แนวคิด อุดมการณ์ทันสมัย ทำได้ไว ทำได้จริง จะมีปฏิกิริยาอย่างไร จะยอมกลืนเลือด โชว์สปิริตทางการเมือง เพื่อรักษาแบรนด์พรรคแห่งความซื่อสัตย์สุจริตหรือไม่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การทุจริตที่พบมากที่สุดในบ้านนี้เมืองนี้ คือการโกงผ่านการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหลายของภาครัฐ เรื่องทำนองนี้มีให้เห็นทุกรัฐบาล ไม่เลือกหน้าว่าจะเป็นรัฐบาลเผด็จการหรือรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรณีล่าสุด &amp;ldquo;นิพนธ์ บุญญามณี&amp;rdquo; รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย จากพรรคประชาธิปัตย์ มีข่าวคึกโครมเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (2 ต.ค.) ว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด &amp;ldquo;นิพนธ์&amp;rdquo; สมัยที่เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (อบจ.สงขลา) ฐานละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ ไม่อนุมัติเบิกจ่ายงบประมาณให้แก่บริษัท พลวิศว์ เทคพลัส จำกัด เป็นค่ารถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ 2 คัน วงเงิน 50,850,000 บาท ที่ทำสัญญาซื้อขายกันเมื่อวันที่ 31 พ.ค.2556&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน &amp;ldquo;นิพนธ์&amp;rdquo; ยืนยันหนักแน่นว่าเรื่องนี้ตนไม่ได้ทำผิด ในทางตรงกันข้าม กลับเป็นการรักษาผลประโยชน์ของทางราชการ เนื่องจากตรวจสอบพบว่าการจัดซื้อจัดจ้างรถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่ตนจะเป็นนายก อบจ. มีการฮั้วประมูล!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระทั่งวันที่ 25 ก.ค.57 คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงรายงานผลการสอบข้อเท็จจริงว่า การจัดซื้อดังกล่าวมีเจตนาไม่สุจริต เป็นการสมยอมกันในการเสนอราคา จึงทำให้การจัดซื้อครั้งนี้ตกเป็นโมฆะ ซึ่งทาง อบจ.สงขลาก็ได้นำผลการสอบสวนของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงรายงานให้ศาลปกครองพิจารณาแล้ว รวมทั้ง อบจ.สงขลาได้นำผลรายงานการสอบสวนให้จังหวัดสงขลา ผู้ตรวจเงินแผ่นดินภาค 15 และ ป.ป.ช.ทราบเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ คดีดังกล่าวอยู่ในชั้นศาลปกครองสูงสุดพิจารณา ภายหลังจากเมื่อวันที่ 7 พ.ย.2560 ศาลปกครองจังหวัดสงขลามีคำพิพากษาให้ อบจ.สงขลาเป็นฝ่ายผิด และต้องชำระเงินให้แก่บริษัท พลวิศว์ฯ เป็นเงินต้นรวมดอกเบี้ย 7% ต่อปี เป็นเงิน 52 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม &amp;ldquo;นิพนธ์&amp;rdquo; ไม่ใช่คนแรกของพรรคที่เจอเรื่องลักษณะเช่นนี้ เพราะถ้ามองย้อนกลับไปพบว่าอย่างน้อยก็มี 3 คน ประกอบด้วย &amp;ldquo;อภิรักษ์ โกษะโยธิน&amp;rdquo; สมัยดำรงตำแหน่งเป็นพ่อเมืองกรุงเทพมหานคร เจอกับความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิง มูลค่า 6,687 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเจ้าตัวก็ได้ตัดสินใจลาออกจากการเป็นผู้ว่าราชการ กทม.ทันที ภายหลังจากที่ ป.ป.ช.มีมติเป็นเอกฉันท์ 9-0 ชี้มูลความผิด แต่ในที่สุดศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ยกฟ้อง เท่ากับ &amp;ldquo;อภิรักษ์&amp;rdquo; บริสุทธิ์และไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริตรถดับเพลิง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วน &amp;ldquo;วิฑูรย์ นามบุตร&amp;rdquo; ก็เช่นกัน เขาตัดสินใจโบกมือบายเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์ จากสาเหตุปลากระป๋องเน่าในถุงยังชีพที่แจกจ่ายให้กับประชาชนผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อมาคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงปลากระป๋องไม่มีคุณภาพในถุงยังชีพ ที่มีนางกานดา วัชราภัย สมัยนั้นเป็นรองปลัดกระทรวง พม. ตรวจสอบ ผลปรากฏว่าไม่มีการใช้เงินงบประมาณหรือเงินของทางราชการในการจัดซื้อปลากระป๋อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และในปลายเดือน ธ.ค.2552 กรณี &amp;ldquo;วิทยา แก้วภราดัย&amp;rdquo; กับโครงการ &amp;ldquo;ไทยเข้มแข็ง&amp;rdquo; ทำให้ &amp;ldquo;วิทยา&amp;rdquo; ต้องไขก๊อกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยเป็นการลาออกภายหลังจากที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงการทุจริต ที่มี นพ.บรรลุ ศิริพานิช เป็นประธาน ชี้ว่า นายวิทยา และนายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ส่อเจตนาไม่สุจริตในการอนุมัติโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สังเกตได้ว่าทั้ง 3 คนลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีก่อนที่เรื่องจะถึงศาลทั้งหมด และพร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในภายหลัง อาจเป็นเพราะสมัยนั้นพรรคประชาธิปัตย์มีหัวหน้าชื่อ &amp;ldquo;อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ&amp;rdquo; มีคอนเซ็ปต์ความรับผิดชอบทางการเมืองต้องอยู่เหนือความรับผิดชอบทางกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับ &amp;ldquo;ประชาธิปัตย์&amp;rdquo; ยุคนี้เกิดเรื่องราวขึ้นกับ &amp;ldquo;รัฐมนตรีนิพนธ์&amp;rdquo; ต้องดูว่าพรรคในสมัย &amp;ldquo;จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์&amp;rdquo; เป็นแม่ทัพใหญ่ ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;อุดมการณ์ทันสมัย ทำได้ไว ทำได้จริง&amp;rdquo; จะมีปฏิกิริยาอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะยอมกลืนเลือด โชว์สปิริตทางการเมือง เพื่อรักษาแบรนด์พรรคแห่งความซื่อสัตย์สุจริตหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79470</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, นิพนธ์ บุญญามณี, วิฑูรย์ นามบุตร, วิทยา แก้วภราดัย, อภิรักษ์ โกษะโยธิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201004/image_big_5f79d205b6056.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28794</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2019 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2019 08:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.ระส่ำ!&#039;วิฑูรย์&#039;เจ็บปวดถูกประหารชีวิตทางการเมือง แพ้ทุนพรรคถูกจัดปาร์ตี้ลิสต์ลำดับท้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.พ.62- นายวิฑูรย์ นามบุตร &amp;nbsp;รองหัวหน้าพรรคดูแลรับผิดชอบพื้นที่ภาคอีสาน และผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 40 โพสต์ข้อความในไลน์กลุ่มส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดูบัญชีรายชื่อ ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ท่านคิดอย่างไร เอาหลักคิด วิธีการจัดลำดับอย่างไร คนไม่ออกทุน ได้ 21 &amp;nbsp;คนไม่ออกแรง ไม่ออกทุน ไม่ทำกิจกรรมร่วมกับพรรค ไม่ลงพื้นที่ ลำดับ 28 เอาพวกเด็กๆ &amp;nbsp;อยู่ลำดับ 10-20-30&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนรองหัวหน้าพรรคภาคอีสาน ออกทุน ออกแรง เป็นคนเก่า มั่นคงกับ ปชป.ไม่เคยย้ายพรรค สู้ไม่ถอย แม้กระทั่งเหลือ ปชป.อุบลฯคนเดียว ก็สู้ ช่วงเลือกหัวหน้าพรรค ก็ออกแรงเชียร์อภิสิทธิ์ เต็มตัว เต็มที่ จนกลุ่มท่านบัญญัติ หมอวรวค์ ไม่พอใจ แต่ก็เปิดหน้าชนเพื่อนายอภิสิทธิ์จะได้เป็นหัวหน้าพรรค &amp;nbsp;สุดท้ายนายอภิสิทธิ์ จัดให้ลำดับ 40 ใครช่วยตอบที แบบนี้มันประหารกันชัดๆๆ เลือกตั้งครั้งนี้ จะพิสูจน์ว่า อีสาน จะเหลือ และจะได้ ส.ส.อีสาน กี่คน อีกไม่นานเกินรอ ก็จะรู้ ใครไม่เป็นผมไม่รู้หรอกครับว่ามันเจ็บปวดแค่ไหน &amp;nbsp;มันประหารชีวิตทางการเมืองกันชัดเจน ขอโทษเพื่อนๆนะครับ ขอบ่นหน่อย มีอะไรก็อยากบอกให้ทราบ สุดท้ายผมก็ประชาธิปัตย์ เลือดทุกหยดคือ ปชป. เพราะชีวิตนี้เลือกแล้วการเมืองคือ ประชาธิปัตย์พรรคเดียวและพรรคสุดท้ายครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ที่ถูกพูดนั้น ลำดับที่ 21 คือ นายสุทัศน์ เงินหมื่น &amp;nbsp;ลำดับที่ 28 นายไชยยศ &amp;nbsp;จิรเมธากร &amp;nbsp; ลำดับที่ 10 นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู &amp;nbsp;ลำดับที่ 20 &amp;nbsp;น.ส.จิตภัสร์ &amp;nbsp;ตั้น &amp;nbsp;กฤดากร &amp;nbsp; และลำดับที่ 30 นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข &amp;nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นเครือข่ายหรือคนใกล้ชิดของนายจุติ ไกรฤกษ์ &amp;nbsp;เลขาธิการพรรคคนปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;มีการวิเคราะห์กันว่าลำดับที่ปลอดภัยจะได้เป็นส.ส.นั้น อยู่ระหว่างลำดับที่ 30-35 &amp;nbsp;ทั้งนี้ ภายหลังจากที่พรรคเปิดเผยผลการจัดลำดับลำดับ มีบางคนวิพากษ์วิจารณ์ว่ายุคนี้ผู้บริหารพรรคที่กุมอำนาจมุ่งบริหารงานพรรคสไตล์พรรคประชากรไทย เพราะคิดถึงกลุ่มทุน ผลประโยชน์ก่อนคนทำงานและเสียสละให้พรรค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28794</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายทุนพรรค, ประหารชีวิตทางการเมือง, ผู้สมัครส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์, วิฑูรย์ นามบุตร, เจ็บปวด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181130/image_big_5c00d2b7484e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23192</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตู่&#039;สบถกลางไลฟ์สด ฉุนซักแบ่งเขต&#039;จะตายห่าหรือ-ไอ้เรื่องซังกะบ๊วย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตู่ดิจิทัล&amp;quot; เจอพิษโซเชียลฯ หลุดเฟซบุ๊กไลฟ์ไม่พอใจสื่อถามเรื่องแบ่งเขตเลือกตั้ง &amp;quot;จะตายห่ากันให้หมดหรืออย่างไรก็ไม่รู้กับไอ้เรื่องซังกะบ๊วย&amp;quot; เหน็บพรรคการเมือง ปรับอย่างไร คนไม่เลือกก็อยู่ที่โชคชะตา ก่อนขอโทษผ่าน &amp;quot;พุทธิพงษ์&amp;quot; ที่ใช้คำไม่สุภาพ ส่วนประธาน กกต.บอกจบแล้ว ขณะที่ประชาธิปัตย์สุโขทัยโวย ชูแผนที่เขตเลือกตั้งฟันหลอเอื้อพรรคใกล้ชิดรัฐบาล เตือนซ้ำรอยแก๊งสามหนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 พ.ย.2561 เวลา 10.15 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ครั้งที่ 5/2561 โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ชื่อ &amp;quot;สภาพัฒน์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวช่วงหนึ่งว่า หลายอย่างวันนี้ยังมีปัญหา ตนกลับมาก็ไม่ได้พัก ไม่ได้ไปเที่ยวไหน &amp;nbsp;ตามจี้ตูดถามกันทุกเรื่อง ตนจึงต้องพูดในทุกเรื่อง ถ้าฟังตนบ่นก็อย่าเพิ่งเบื่อกัน เพราะตนจะบ่นเป็นครั้งสุดท้ายจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ ที่ผ่านมารัฐบาลอื่นไม่ทำอะไร เพราะกลัวเสียคะแนนเสียง อย่างเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สื่อข้างนอกก็ถามกันอย่างเดียว เรื่องการแบ่งเขต จะตายห่ากันให้หมดหรืออย่างไรก็ไม่รู้กับไอ้เรื่องซังกะบ๊วยพวกนี้ ก็ว่ากันไปตามกติกา จะผิดหรือถูกผมไม่รู้ &amp;nbsp;กติกาว่าอย่างไรก็ว่าอย่างนั้น ผมจะไปรู้อะไร นายกฯ จะรู้เรื่องการแบ่งเขตหรือ ไม่เกี่ยวหรอก ใครได้ใครเสียก็ว่าไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า วันนี้เขาแบ่งด้วยอะไร เขาแบ่งด้วยประชากรที่เพิ่มขึ้นกับเรื่องของพื้นที่ วันนี้เปลี่ยนไปเท่าไหร่แล้ว 4-5 ปี กูจะเอาแบบเดิมตลอด ติดพื้นที่แบบเดิมตลอด ไม่ว่าจะปรับอย่างไร แก้อย่างไร ถ้าคนไม่เลือกเลยพรรคไหนก็ไม่ได้ทั้งนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก็แล้วแต่โชคชะตาก็แล้วกันประเทศไทยไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว เหลือแต่คนในห้องนี้คงเข้าใจผมนะ&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการเดินทางเยือนเยอรมนีที่ผ่านมาว่า ช่วงแรกเขาก็มีท่าทีกับตนแข็งๆ &amp;nbsp; หลังๆ มีท่าทีที่อ่อนลง ตนไม่ยอมเป็นเบี้ยล่างเขาอยู่แล้ว พูดเรื่องประเทศไทยไปเยอะ ตอนหลังก็เป็นเพื่อนกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เขาก็รับผมได้ในแบบบ้าๆ บอๆ ของผม ซึ่งเขาได้ถามผมว่า การเป็นทหารกับเป็นนายกฯ ต่างกันหรือไม่ ผมตอบไปว่าเป็นนายกฯ ก็เหนื่อยเหมือนกัน เพราะปัญหามีเยอะ สรุปว่าเขาเข้าใจและยินดีที่เรามีการเลือกตั้ง แต่พอผมกลับมาที่ประเทศไทยก็ถูกสื่อถามว่า เยอรมันถามรุกไล่เรื่องการเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ.62 หรือไม่ ไม่ถามว่ามีข้อตกลงอะไรที่ทำกับเยอรมันบ้าง สื่อถามไม่สร้างสรรค์ ผมไม่ได้รังเกียจ แต่รำคาญ ซึ่งผมต้องขอโทษที่บ่นในวันนี้ แต่มีอะไรต้องพูดหมด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ยังได้กล่าวประเด็นเดียวกันนี้ในรายการ &amp;nbsp;&amp;ldquo;ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; ช่วงค่ำวันศุกร์ว่า การเดินทางเยือนประเทศต่างๆ อย่างเป็นทางการตามคำเชิญของผู้นำประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา รัสเซีย สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส จีน และญี่ปุ่น ที่ผ่านมา รวมทั้งเยอรมนี ในครั้งนี้ อีกทั้งการเข้าร่วมประชุมสำคัญๆ ในเวทีระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงความยอมรับและความเชื่อมั่นทางการเมืองจากประเทศชั้นนำต่างๆ ต่อศักยภาพและบทบาทของไทยในเวทีโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การสอบผ่าน บทพิสูจน์เหล่านี้ ย่อมนำมาสู่ความไว้เนื้อเชื่อใจ และความร่วมมือ ที่จะนำพาประเทศของเรา บรรลุวิสัยทัศน์มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ได้ในที่สุดนะครับ&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ ขอโทษที่ใช้คำไม่สุภาพ แต่ที่จริงไม่มีเจตนา เพียงแต่ต้องการสื่อว่าตัวท่านเองและรัฐบาลไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับการแบ่งเขตการเลือกตั้งของ กกต. และ กกต.ก็ชี้แจงหลักเกณฑ์การแบ่งเขตชัดเจนแล้วว่ามาจากอะไร เช่น การใช้เกณฑ์ประชากรที่เพิ่มขึ้น เมื่อข้อเท็จจริงเป็นแบบนี้ สิ่งที่เคยทำมาแต่เดิมก็ต้องปรับเปลี่ยนตามไปด้วยเพื่อให้เกิดความเหมาะสม และไม่ให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ ไม่ใช่ทำเพื่อเข้าข้างใครทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในสังคม โดยทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน รักษาความสงบของบ้านเมือง และเตรียมตัวสู่การเลือกตั้ง ซึ่งประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจเอง
กกต.ไม่สนเสียงค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. กล่าวยืนยันว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต.เป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรา 27 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่าแบ่งเอื้อประโยชน์พรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล ก็สุดแท้แต่ความเห็น คงห้ามความคิดกันไม่ได้ แต่ กกต.ไม่ได้เเบ่งเขตเพื่อเอื้อใคร หรือมองว่าใครจะได้ไม่ได้อย่างไร และไม่หวั่นไหว เราคิดแต่มีหน้าที่ตามกฎหมายอย่างไร ให้แบ่งเขตก็แบ่ง โดย กกต. แต่ละท่านต่างก็มีข้อคิดเห็น แต่ก็ใช้หลักเกณฑ์ตามกฎหมายมาคุยกัน หลักเกณฑ์กฎหมายว่าอย่างไรก็แบ่งไปตามนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะมีการชี้แจงเหตุผลถึงการแบ่งเขตในจังหวัดที่มีการตั้งข้อสงสัยหรือไม่ ประธาน กกต.ตอบว่า คงไม่ต้องชี้แจงอีก เพราะทุกอย่างทำบนหลักพื้นฐานของกฎหมายแล้ว รวมถึงขณะนี้ประกาศราชกิจจานุเบกษาแล้ว ถือว่าการแบ่งเขตเสร็จสิ้นแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีบางพรรคการเมืองมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการยื่นศาลปกครอง หากไม่พอใจเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งว่า ถ้าใครไม่พอใจสามารถไปร้องศาลปกครองได้ เพราะเป็นวิธีเดียวที่ทำได้ ถ้าไปยื่นร้องแล้วศาลปกครองไม่รับคำร้องตนก็ไม่รู้ด้วยแล้ว ส่วนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2561 ที่ออกมานั้น เป็นตัวป้องกันในการฟ้องร้อง ซึ่งจะคุ้มครองเฉพาะกรรมการชุดใหญ่ที่เราเขียนป้องกันไว้ให้ แต่ไม่คุ้มครองผู้ปฏิบัติระดับล่างหรือ กกต.จังหวัด และถ้าไปยื่นแล้วศาลเห็นว่าคำร้องที่ถูกยื่นไม่เข้าข่าย เพราะการแบ่งเขตที่ออกมาเป็นที่สุดแล้ว ศาลก็จะไม่รับคำร้องดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แต่ถ้าพบว่ามีการทุจริตหรือตุกติกในระดับล่าง หรือ กกต.จังหวัด หรือมีสิ่งยืนยันว่าการแบ่งเขตไม่ได้มาจากมติเอกฉันท์ของ กกต.ชุดใหญ่ ยกตัวอย่าง อาจมีคนร้องว่า กกต.ชุดเต็มจะต้องมี 7 คน แต่ในการพิจารณาอาจมีแค่ 5 คน อาจจะไม่ถูก ก็ไปร้องได้ เป็นต้น&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หลายพรรคการเมืองไม่พอใจ จะนำไปสู่ความวุ่นวายหรือไม่ยอมรับกติกาเลือกตั้งหรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น ไม่ควรมีแบบนั้น และไม่ควรทำให้เป็นอย่างนั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อมีประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งออกมาแล้วพรรคการเมืองต่างๆ ก็สามารถพิจารณาจัดวางคนที่จะลงรับเลือกตั้งได้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิษณุเผยว่า การหารือระหว่าง คสช. กกต. และพรรคการเมือง ในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ คสช.ได้ทำหนังสือแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ กกต.เป็นฝ่ายเชิญพรรคการเมืองมาร่วมพูดคุย ประเด็นที่จะพูดคุยกันนั้นเป็นเรื่องที่ คสช.เป็นผู้เตรียม ตนจะร่วมชี้แจงในระหว่างการหารือ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ คสช.จะชี้แจงรายละเอียดในลำดับต่อไป โดยการหารือจะเริ่มในเวลา 13.00 น. หลังจากวันที่ 11 ธ.ค.นี้ที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลใช้บังคับ ทุกอย่างก็จะทยอยออกมาตามที่เคยชี้แจงไว้
จะไปรู้ได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงเสียงวิจารณ์การแบ่งเขตเลือกตั้งเอื้อพรรคพลังประชารัฐว่า &amp;quot;โห จะไปรู้ได้อย่างไร&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นักการเมืองมองว่าไม่เป็นธรรม พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;ต่างคนก็ต่างอยากได้&amp;quot; ถามถึงการเตรียมความพร้อมดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่เขตการเลือกตั้ง รองนายกฯ ตอบว่า ไม่ต้องเป็นห่วง ทุกอย่างเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คสช.ไม่ใช่คนไปแบ่งเขตเลือกตั้ง ไม่ได้เกี่ยวข้อง ยืนยันไม่ได้ไปก้าวก่ายการทำงานของ กกต. ถือเป็นเรื่องธรรมดาเขตที่ตัวเองอยากได้แต่ได้ก็ดี ถ้าไม่ได้ก็ร้อง มี 84 พรรค จะได้ทุกพรรคหรือไม่ก็เป็นไปไม่ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่กลัว ไม่มีการบอยคอต พรรคที่ออกมาร้องมีเพียงไม่กี่พรรค ส่วนพรรคการเมืองอื่นๆ ก็ไม่ได้ว่าอะไร ส่วนที่มีพรรคการเมืองไม่เข้าร่วมการหารือในวันที่ 7 ธันวาคมนั้น คงไม่กระทบกับแนวทางของ คสช.ที่ได้วางไว้ ถ้าไม่มาก็อย่ามา จะไปง้อทำไม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรย้ำว่า อยากให้นายกฯ อยู่บริหารบ้านเมืองอีก 4 ปี เพราะท่านทำงานดี และทำในทุกเรื่องเพื่อประชาชนให้อยู่ดีกินดี ให้ทำอีก 4 ปี เผื่อทุกอย่างเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ตอนนี้ก็ถือว่าประเทศดีขึ้นมากแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ฝ่ายการเมืองมีการแสดงความเห็นแย้งการแบ่งเขตเลือกตั้งอย่างกว้างขวาง โดยนายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และนายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล อดีต ส.ส.สุโขทัย ร่วมกันแถลงถึงกรณีการแบ่งเขตเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรมในจังหวัดสุโขทัยว่า เป็นไปตามแบบที่ 4 ซึ่งไม่ใช่ตามระเบียบที่ กกต.วางไว้ ทั้งที่ได้ยื่นหนังสือให้ทบทวนแล้ว แต่ไม่เป็นผล เนื่องจากมีนักการเมืองอาวุโสที่อยู่ในซีกรัฐบาลเข้าแทรกแซงพยายามผลักดันให้ใช้แบบที่ 4 ซึ่งทำให้ประชาชนในพื้นที่สับสนและได้เปรียบพรรคการเมืองอื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายธนาได้นำรูปภาพแผนผังการแบ่งเขตเลือกตั้งเมื่อปี 2557 ของจังหวัดสุโขทัย ที่มี 3 เขต โดยแบ่งตามภูมิศาสตร์และจำนวนประชากรใกล้เคียงกัน และเป็นที่ยอมรับของทุกคน แต่การแบ่งเขตล่าสุดเมื่อวันที่ 29 พ.ย. กกต.ได้แบ่งเขตของสุโขทัยเป็น 3 เขตก็จริง แต่ในเขตเลือกตั้งที่ 2 อยากถามว่ามีการแบ่งเขตที่อัปลักษณ์อย่างนี้หรือไม่ เพราะลักษณะการแบ่งเขตทอดยาวขึ้นไป และมีจุดติ่งซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อที่ไปเชื่อมต่อและมีภูเขา หากประชาชนจะเดินทางไปเขตเลือกตั้งจะทำให้ไม่สะดวก รวมทั้งไม่สะดวกกับเจ้าหน้าที่ กกต.จะควบคุมการเลือกตั้งอย่างไร&amp;nbsp;
เก็บประชาชนทุกหมู่บ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การแบ่งเขตครั้งนี้สอดคล้องกับสิ่งที่เราเคยพูดว่ามีพรรคการเมืองบางพรรคที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลใช้วิธีการดึงตัวนักการเมืองเข้าพรรค ด้วยการบอกว่าสามารถขีดเส้นแบ่งเขตเลือกตั้งได้ตามต้องการ ดังนั้น จากปัญหาการแบ่งเขตที่เกิดขึ้น พบว่ามีหลายสิบจังหวัดที่มีปัญหาลักษณะเดียวกับสุโขทัย ทางพรรคจึงให้อดีตส.ส.แต่ละจังหวัดรวบรวมรายละเอียดถึงปัญหาที่เกิดขึ้น รวมทั้งจัดทำภาพประกอบว่าการแบ่งเขตเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เพื่อรายงานให้พรรคทราบ เช่น จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดยโสธร เป็นต้น&amp;quot; นายธนากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสัมพันธ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาพูดตลอดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ต้องระวังใน 5 ข้อ ได้แก่ 1.พลังดูด 2.แบ่งเขตเลือกตั้ง 3.การพิมพ์บัตร &amp;nbsp;4.โกงการเลือกตั้ง ซึ่งจะบอกว่าหนักกว่าแบ่งเขตเลือกตั้ง พูดไว้เลย แม้กระทั่งในจังหวัดสุโขทัยการเรียกรวมตัว จ่ายเงินเต็มไปหมด ซึ่งต้องรีบทำเสร็จก่อนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (พ.ร.บ.ส.ส.) จะประกาศใช้ในวันที่ 11ธ.ค.นี้ รวมทั้งมีการให้ผู้นำหมู่บ้านเก็บบัตรประชาชนของทุกบ้านทุกหลังคาเรือน โดยอ้างว่าจะนำไปทำบัตรประชารัฐหรือบัตรคนจน ถ้าใครไม่ให้ถือว่าอยู่ฝ่ายตรงข้าม และ 5.ผู้ตรวจการเลือกตั้งที่อาจจะเอาคนของตัวเองเข้าไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อดีต ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งที่สุโขทัยและกาญจนบุรีก็พร้อมสู้ ประชาธิปัตย์เสียเปรียบมาหลายครั้งในการเลือกตั้ง แต่สิ่งสำคัญคือเป็นการตอกย้ำ เราไม่พยายามพัฒนาการเมือง และไม่ยกระดับการเมือง ยังคงอยู่ในกรอบความคิดเดิมๆ ที่อาศัยอำนาจใช้ความได้เปรียบ ขาดธรรมาภิบาลรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เปรียบเทียบอำนาจรัฐปีนี้และปี 2548 เป็นอย่างไร นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ในฐานะที่อยู่มาทั้ง 2 ยุค ต้องบอกว่าไม่ค่อยเห็นความแตกต่างเท่าไหร่ และเห็นว่าใครที่ไม่ทำตามหน้าที่ในที่สุดต้องรับผิดชอบ แต่กกต.ยุคนี้มีมาตรา 44 คุ้มครองอยู่ อาจทำให้มีความคิดว่าไม่เป็นไรก็ได้ ดังนั้นจึงอยากเรียกร้องให้ กกต.เป็นหลัก ไม่เช่นนั้นการเมืองไทยจะวนกลับสู่ภาวะวิกฤติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่า จะสามารถยื่นฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ชี้แจงว่า ฝ่ายกฎหมายคงต้องดูอีกทีว่ามีช่องทางหรือไม่ และถ้าไม่มีคำสั่ง คสช. มาตรา 44 การแบ่งเขตลักษณะนี้น่าจะขัดกับกฎหมายและรัฐธรรมนูญอย่างชัดแจ้ง ก็คงดำเนินการ แต่เมื่อมีมาตรา 44 คุ้มครองต้องดูช่องทางกันใหม่ เพราะในมาตรา 44 ระบุให้ถือว่าสิ่งที่ทำชอบด้วยกฎหมาย&amp;nbsp;
เชื่อ พปชร.ไม่ได้เกิดที่อีสาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิฑูรย์ นามบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ในพื้นที่อีสานยังคงเป็นของพรรคเพื่อไทย เพราะไม่มีใครย้ายออกไป ส่วนที่ไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ก็เป็นอดีต ส.ส.จากภาคอื่น ดังนั้น พปชร.ในภาคอีสานจะได้ ส.ส.น้อยมาก หรือเบียดไม่ได้เลย ทั้งนี้ พรรคที่จะได้หลักๆ คือพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนพรรคอื่นแทบมองไม่เห็นตัว และไม่เห็นว่า พปชร.จะได้ ส.ส.จากจังหวัดไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งครั้งแรกของ กกต.ฉบับที่ประธาน กกต.ลงนามส่งให้ไปลงราชกิจจานุเบกษาที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อสัปดาห์ก่อน พรรคไหนฉีกทิ้งแล้วมีประกาศ คสช.ที่ 16/2561 ออกมาแทรกแซง กกต. จนมีประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งฉบับใหม่ ถามว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้พรรคพลังประชารัฐหรือไม่ ทำเช่นนี้จะก่อให้เกิดวิกฤติศรัทธาต่อ กกต.และสังคมในอนาคต กกต.และข้าราชการทุกกระทรวง ควรดูตัวอย่างกรณี พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ อดีตประธานกกต. ที่ถูกศาลตัดสินจำคุกพร้อม กกต.ชุดดังกล่าวไว้เป็นอุทาหรณ์ในการปฏิบัติหน้าที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคไทยรักษาชาติ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค และนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคไทยรักษาชาติ แถลงถึงแนวทางยุทธศาสตร์พรรค นายจาตุรนต์กล่าวว่า มีความพยายามสืบทอดอำนาจของ คสช. เพื่อบริหารประเทศแบบเดิม จะทำให้ประเทศเสียหายต่อไปอีก เราต้องยับยั้งการสืบทอดอำนาจให้ได้ ไม่ให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ และจะผลักดันให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย นโยบายสำคัญที่พรรคจะผลักดันเป็นอันดับแรกคือเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง การใช้เทคโนโลยีให้ทันกับโลกสมัยใหม่ การแก้ปัญหายาเสพติด คอร์รัปชัน และความเป็นประชาธิปไตย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์กล่าวว่า การแบ่งเขตครั้งนี้ถือเป็นรอบสุดท้ายในการให้คุณให้โทษกับพรรคการเมืองก่อนการสรรหาผู้สมัครและการปลดล็อก ถือเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจที่สุด แม้จะไม่ได้เกิดกับเขตเลือกตั้งส่วนใหญ่ แต่เมื่อไปดูดนักการเมืองมาก็ประกาศว่ารัฐธรรมนูญออกแบบมาเพื่อตัวเอง แล้วประกาศว่าจะได้ส.ส. 150 คน ทั้งๆ ที่เป็นพรรคตั้งใหม่ ถือเป็นการแบ่งเขตที่น่าอัปยศ เพราะบางอำเภอถูกแบ่งเป็น 4 เขต ไม่คำนึงถึงความรู้สึกประชาชน เป็นการสนองความต้องการของนักการเมืองและพรรคการเมืองบางพรรค เป็นการสร้างแผลเป็นให้กับ กกต.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ท.ปรีชาพลกล่าวว่า แม้กติกาจะไม่ยุติธรรมกับฝ่ายประชาธิปไตย แต่พรรคไทยรักษาชาติพร้อมสู้ทุกสถานการณ์ และขณะนี้พรรคเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง โดยประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครของพรรคที่จะเปิดให้สมาชิกแสดงความประสงค์ลงเลือกตั้งก่อนเสนอที่ประชุมคณะกรรมการบริหารต่อไป รวมถึงได้เตรียมการเกี่ยวกับคณะกรรมการอำนายการการเลือกตั้งของพรรคที่จะวางบุคลากรทำหน้าที่ต่างๆ ทั้งฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายนโยบาย ที่จะมีการแถลงกันต่อไปในภายหลัง
เพื่อไทยขอเวลาเพิ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คสช.จะต้องให้โอกาสนักการเมืองทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากการแบ่งเขตเลือกตั้งชนิดที่เกินความคาดหมายเช่นนี้ได้ลงพื้นที่ไปทำความเข้าใจแก่ประชาชนเรื่องเขตเลือกตั้งที่แบ่งใหม่ด้วยตนเองให้ครบทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล และทุกอำเภอโดยเร็ว จะรอให้ กกต.ดำเนินการฝ่ายเดียวคงเป็นไปไม่ได้ เนื่องจาก กกต.ก็คงไม่มีเจ้าหน้าที่ครบทุกหมู่บ้าน และเขตใดที่มีพื้นที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ว่าที่ผู้สมัครฯ ก็จะได้พบปะ ทำความรู้จักกับประชาชนได้อย่างทั่วถึง จะรอให้ลงพื้นที่หาเสียงเพียงแค่ 40 วันมันน้อยเกินไป ควรจะเพิ่มวันให้มากกว่านี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การสร้างความได้เปรียบทางการเมืองที่น่าเกลียดแบบทุกวันนี้ไม่ได้หวั่นกลัว เราจะบอกพี่น้องประชาชน เมื่อปลดล็อกทางการเมือง เรายังไม่พูดว่าจะได้ ส.ส.เท่านั้นเท่านี้ จะบอกให้ประชาชนตัดสินใจว่าควรจะเลือกเราเพราะเหตุผลใด ไม่ว่าเขตเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร เพื่อไทยพร้อมที่จะสู้ในสนามเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่า พรรค ชทพ.ไม่มีปัญหาต่อเขตเลือกตั้งที่ประกาศ เนื่องจากไม่ว่าเขตเลือกตั้งจะออกมาเป็นลักษณะใด พรรคมีความพร้อมและเตรียมเดินหน้าสู่การเลือกตั้งเต็มที่ โดยเฉพาะพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี ที่เป็นพื้นที่หลักของพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ อดีต ส.ส.สระบุรี &amp;nbsp;พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า แม้เขตเลือกตั้งจะใหญ่ขึ้นแต่ในฐานะนักการเมืองต้องมีความพร้อม เปรียบเป็นนักรบไม่สามารถเลือกสนามรบได้ ต้องพร้อมทำงานในพื้นที่ที่มีการแบ่งออกมา แต่ก็อยากติงว่าบางพื้นที่ไม่ควรที่จะแบ่งเขตแบบข้ามเขต ซึ่งสร้างความลำบากให้กับประชาชนในพื้นที่ เพราะบางพื้นที่มีการนำตะเข็บชายแดนไปรวมกับเขตในเมืองแม้ระยะทางไม่ไกลกันแต่การคมนาคมยังเข้าไม่ถึงการไปลงคะแนนหย่อนบัตรเลือกตั้งของประชาชนอาจจะประสบปัญหาได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ต่อ เพราะเดินเข้าหาประชาชน ทำงานช่วยเหลือชาวบ้านอย่างแท้จริง รวมทั้งไม่ได้เป็นการสืบทอดอำนาจ เพราะไม่เห็นมีทหารมาสมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐสักคน มีแต่พรรคอื่นที่มีอดีตรอง ผบ.สส.มาสมัคร นายกฯ จึงไม่ได้เป็นเผด็จการ แต่เป็นคนกลางที่อาสาเข้ามาแก้ปัญหาความขัดแย้งให้ประเทศ ตนไม่อยากเห็นเสื้อแดงเสื้อเหลืองออกมากันอีกแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า บรรยากาศแบบนี้ ที่ดูวุ่นวายตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้นเป็นทางการ ทำให้นึกถึงระเบิดเวลาใหญ่อีก 3 ลูกว่าจะวุ่นวายลามไปถึงขั้นกระทบการเลือกตั้งวันที่ 24 กุมภาพันธ์ปีหน้าหรือไม่ ระเบิดเวลาลูกที่หนึ่งคือการประชุม คสช. และพรรคการเมืองเพื่อพิจารณาปลดล็อกในวันที่ 7 ธันวาคมนี้ จะมีประเด็นขัดแย้งเพิ่มขึ้นหรือไม่ เงื่อนไขในการปลดล็อกรับกันได้หรือไม่ และปลดล็อกมีวาระแอบแฝงหรือเข้าทางใครหรือไม่ระเบิดเวลาลูกที่สอง พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเลือกตั้งจะประกาศออกมาเมื่อไหร่ อย่างไร และจะถูกมองว่าเอื้อประโยชน์ให้ใครหรือไม่ อย่างไร ระเบิดเวลาลูกที่สาม พรรคเล็กหลายสิบพรรคที่ตกน้ำไปเพราะไม่สามารถหาผู้สมัครได้ทันเงื่อนไขวันที่ 26 พฤศจิกายนและหลาย 10 พรรค กกต.ยังไม่ประกาศรับรองความเป็นพรรค คนกลุ่มนี้จะเคลื่อนไหวแบบไหน อย่างไร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23192</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์ ฉายแสง, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช, วัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ, วัชระ เพชรทอง, วิฑูรย์ นามบุตร, วิษณุ เครืองาม, ศาสตร์พระราชา, สมคิด เชื้อคง, สุริยะใส กตะศิลา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, อิทธิพร บุญประคอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181130/image_big_5c014d34d8559.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23155</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2018 09:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2018 09:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เย้ยพปชร.แทบไม่ได้ส.ส.ในภาคอีสาน รองหัวหน้าปชป.ฟันธงพท.-ภท.-ปชป.ยังนำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

30พ.ย.61-นายวิฑูรย์ นามบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลภาคอีสาน กล่าวถึงการแบ่งเขตเลือกตั้ง&amp;nbsp; ว่า ภาพรวมเห็นด้วย ซึ่งในเขตเลือกตั้งที่พรรคเคยมีส.ส.อยู่ ก็มั่นใจว่าไม่มีปัญหา อย่างที่ จ.อุบลราชธานี&amp;nbsp; อำนาจเจริญ ก็ไม่มีปัญหา และคิดว่าตัวเลขเดิมที่เคยได้ส.ส.อยู่ก็จะยังได้ต่อไป โดยจ.อุบลฯ จะได้ ส.ส.เพิ่ม อีก 2 เขต รวมเป็น 4 เขต ส่วนเขตอื่นๆ เราจะได้คะแนนเพิ่มขึ้นและจังหวัดอื่นในอีสานจะพยายามให้ได้ส.ส.เพิ่ม ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะได้ส.ส.เพิ่ม 100 เปอร์เซ็นต์ จาก 5 คน เป็น 10 คน เช่นที่จ.ร้อยเอ็ด มหาสารคาม เลย เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การเลือกตั้งครั้งนี้ในพื้นที่อีสานยังคงเป็นของพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp; เพราะไม่มีใครย้ายออกไป ส่วนที่ไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ก็เป็นอดีตส.ส.จากภาคอื่น ดังนั้นพปชร.ในภาคอีสานจะได้ส.ส.น้อยมาก หรือเบียดไม่ได้เลย ทั้งนี้ พรรคที่จะได้หลักๆ คือพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp; ส่วนพรรคอื่นแทบมองไม่เห็นตัวและไม่เห็นว่าพปชร.จะได้ส.ส.จากจังหวัดไหน&amp;quot;นายวิฑูรย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23155</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแบ่งเขตเลือกตั้ง, พรรคประชาธิปัตย์, วิฑูรย์ นามบุตร, ส.ส.ภาคอีสาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181130/image_big_5c00a60f2f0db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
