<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26729</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2019 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2019 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ็นจีโอ ฟ้องคกก.วัตถุอันตราย แม้มีแผนจะทบทวนใช้พาราควอตใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ม.ค.62 นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี หรือไบโอไทย กล่าถึงกรณีที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติให้ทบทวนมติการแบนพาราควอตให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน &amp;nbsp;หลังที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติให้ยกเลิกการใช้สารพิษร้ายแรงภายใน 1 ปี ว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ในวาระแรกมีการพิจารณาทบทวนการแบนเฉพาะสารพาราควอต ภายใน 1 เดือน โดยจะมีการสรุปผลอีกครั้งในวันที่ 15 ก.พ. ซึ่งกรรมการในสัดส่วน 17:7 เห็นชอบให้มีการพิจารณาทบทวนมติของคณะกรรมการฯ ซึ่งเคยมีมติอนุญาตให้มีการใช้พาราควอตต่อไปได้โดยการจำกัดการใช้ ทราบว่าการประชุมวาระดังกล่าวค่อนข้างมีความยืดเยื้อเนื่องจาก คณะกรรมการบางส่วน ต้องการให้เป็นการลงมติลับ แต่ตัวแทนผู้ทรงคุณวุฒิมีข้อเสนอให้มีการลงมติแบบเปิดเผย ซึ่งการที่มีมติให้พิจารณาพาราควอตเพียงสารเดียวก่อน เข้าใจว่าเป็นคำสั่งของผู้ตรวจการแผ่นดินให้มีการพิจารณาไปทีละตัวจากสารที่มีผู้ใช้เยอะและมีผลกระทบมากที่สุดก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คิดว่าการที่คณะกรรมการส่วนใหญ่เห็นชอบให้มีการนำเรื่องการแบนสารพาราคอตมาพิจารณาใหม่สะท้อนให้เห็นว่าเป็นผลมาจากมติของที่ประชุมผู้ตรวจการโดยตรงและแรงกดดันของภาคประชาสังคมที่มีการเคลื่อนไหวกันมาตลอด ซึ่งหลังจากพิจารณาใน 1เดือน ผลเป็นได้ทั้งสองทาง คืออาจจะยืนตามมติเดิม หรือให้แบนไปเลย ตนก็ไม่กล้าพูดว่ามั่นใจว่าจะมีการแบน แต่เชื่อว่าคำสั่งของที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินที่สั่งการมาที่คณะกรรมการใหญ่โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านคณะอนุกรรมการฯ เพื่อจะยื้อเวลาเหมือนที่ผ่านมา และแรงกดดันของภาคประชาสังคมอาจจะทำให้มีการพิจารณาให้มีการแบน เร็วขึ้น อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีมติให้มีการพิจารณามติใหม่อีกครั้งเช่นนี้แต่การฟ้องร้องคณะกรรมการวัตถุอันตรายให้มีการเพิกถอนมติเดิม ในวันที่ 29 ม.ค.นี้ก็ยังยืนยันตามวันเวลาเดิม &amp;nbsp;&amp;rdquo;นายวิฑูรย์ และว่า การพิจารณาของคณะกรรมการวัตถุอันตรายจะต้องมีการนำข้อมูลของผู้ตรวจการแผ่นดินไปประกอบการพิจารณา ซึ่งในวันศุกร์ที่ 18 ม.ค. นี้ทางผู้ตรวจการแผ่นดินก็ได้มีการเชิญภาคประชาสังคมเข้าประชุมในวาระพิเศษเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบจากการใช้สารพาราควอตโดยเฉพาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิฑูรย์ กล่าวอีกว่า สำหรับการเดินหน้าต่อไปเราได้เตรียมกระบวนการเพื่อเสนอเป็นชุดนโยบายคุ้มครองสุขภาพและงดใช้สารเคมีเพื่อส่งเสริมการใช้เกษตรกรรมอย่างยั่งยืนโดยเฉพาะไปยังพรรคการเมืองทุกพรรคก่อนจะมีการเลือกตั้ง เพราะที่ผ่านมาเห็นว่ามีบ้างที่บางพรรคการเมืองมีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เป็นการพูดรวมๆในชุดนโยบายเสริมเท่านั้นอีกทั้งส่วนใหญ่เป็นโฆษกพรรคที่พูดออกมา ซึ่งยังเชื่อถือไม่ได้ ดังนั้นหลังจากเราส่งไปที่พรรคการเมืองก็จะรอแต่ละพรรคตอบกลับมาว่าจะบรรจุเป็นนโยบายที่ชัดเจนในนามของพรรคการเมือง &amp;nbsp;และเราจะมีการรณรงค์ให้ประชาชนเลือกพรรคการเมืองที่มีนโยบายดังกล่าว พร้อมทั้งจะมีการติดตามหากได้เป็นรัฐบาลจะดำเนินการตามนโยบายหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นแพทย์และทราบถึงผลกระทบของสารเคมีเหล่านี้ ตนรู้สึกเสียใจกับผลการประชุมของคณะกรรมการวัตถุอันตรายเมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา เพราะสุดท้ายก็ให้ไปพิจารณาใหม่ และรอผลการประชุมอีกครั้งในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นการยืดเยื้อมาก เนื่องจากก่อนหน้านั้นผู้ตรวจราชการแผ่นดินก็เคยให้ข้อมูลแล้วว่าต้องแบน ไม่เอาสารเคมีทั้ง 3 ชนิด คือ พาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพริฟอส &amp;nbsp;และให้หาสารอื่นทดแทนภายใน 1 เดือน และภายใน 3 เดือนหากลงพื้นที่ตรวจสอบยังพบว่าเกษตรกรยังใช้อยู่ แสดงว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ละเลยหน้าที่สร้างความเข้าใจ และต้องหมดไปภายใน 1 ปี แต่สุดท้ายกลับไปที่ศูนย์ ไม่จบไม่สิ้น ต้องพิจารณาอีก ซึ่งในอีก 1 เดือนข้างหน้าตนก็ไม่มั่นใจว่าจะได้ข้อสรุปจริงๆ เชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชน และจะรอไปรัฐบาลหน้าอีก ก็ไม่เข้าใจว่า ในเมื่อยังเป็นรัฐบาลอยู่ก็ควรต้องทำให้เสร็จสิ้น จะรอทำไม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26729</URL_LINK>
                <HASHTAG>คกก.วัตถุอันตราย, พาราควอต, วิฑูรย์ เลี่ยนจำรุญ, ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180604/image_big_5b14e2fb0e473.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25029</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2018 14:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2018 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;กัญชา&quot;เป็นเหตุ &quot;วิฑูรย์&quot;ลั่นไม่เลือก พปชร.แน่นอน ชี้ไม่ฟังเสียงปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;25 ธ.ค.61- &amp;nbsp;นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี หรือไบโอไทย กล่าวว่า วันนี้ชัดเจนแล้วว่า รัฐบาลไม่ได้สนใจปกป้องคนไทยเลย แม้วันนี้ร่างพ.ร.บ.ยาเสพติดฯ ที่มีกัญชาเตรียมใช้ทางการแพทย์จะเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) วาระสุดท้าย ซึ่งที่ผ่านมา สนช.คาดหมายว่าจะยกเลิกสิทธิบัตรก่อนกฎหมายมีผล แต่เมื่อความจริงปรากฎว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาไม่ได้ดำเนินการตามที่นายสนธิรัตน์ เคยให้ข่าวไว้ว่าจะมีการยกเลิก 3 คำขอสิทธิบัตร ซึ่งจะเหลืออีก 7 คำขอ กลายเป็นว่า เหลืออีก 10 คำขอที่ไม่ได้ยกเลิก แสดงว่าไม่ได้ทำอะไรเลย ไม่ได้ฟังเสียงประชาชน เสียงของนักวิจัยไทยเลย แบบนี้คือ แหกตาประชาชนหรือไม่ ซึ่งแค่นี้ยังหลอกลวง แล้วอนาคตจะฝากความหวังอย่างไร ซึ่งตรงนี้ประชาชนจะได้เรียนรู้แล้วว่า คำรับปากของทีมเศรษฐกิจ หรือรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งเป็นแกนสำคัญของการจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) หาความเชื่อถือไม่ได้ จึงไม่ต้องหวังว่า หากมาเป็นรัฐบาลมีบทบาทอีกจะทำอะไรตามที่หาเสียงหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิฑูรย์ กล่าวอีกว่า ตนไม่เลือกพรรคพลังประชารัฐแน่นอน โดยมีหลายเหตุผลที่จะไม่เลือก รวมทั้งเหตุผลนี้ชัดเจนมาก ซึ่งภาคประชาชนก็เห็นแล้ว และเชื่อว่าประชาชนที่ต้องการปกป้องทรัพยากร และภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งกลุ่มคนที่จะได้ประโยชน์ รวมทั้งผู้ป่วยที่จะได้ใช้กัญชาทางการแพทย์ก็จะได้หูตาสว่างว่า ควรเลือกมาบริหารประเทศหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป นายวิฑูรย์ กล่าวว่า โดยส่วนตัวคิดว่าประชาชนจะใช้กรณีนี้ในการสั่งสอนโดยการไม่สนับสนุนแกนนำที่ก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐแน่นอน อย่างไรก็ตาม ทางมูลนิธิฯ จะร่วมหารือกับเครือข่ายภาคประชาชนว่า จะเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป นอกเหนือจากเดินหน้าฟ้องร้องร่วมกับมหาวิทยาลัยรังสิต แต่ทางกลุ่มจะเดินหน้ารณรงค์เรื่องนี้ให้ประชาชนรับทราบมากยิ่งขึ้น ว่า จะทำอย่างไรให้ทีมรัฐบาลนี้ได้รับบทเรียนจากภาคประชาชน ทั้งนี้ ยังมีอีกหลายเรื่องที่เมื่อเรียกร้องไปแล้วแต่ก็กลับมาที่เดิม คือ การยกเลิกสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีพิษร้ายแรง เช่นพาราควอต ก็ไม่ได้ยกเลิกเหมือนเดิม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25029</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพย์สินทางปัญญา, ผอ.ไบโอไทยไม่เลือกพปชร., พปชร, วิฑูรย์ เลี่ยนจำรุญ, สิทธิบัตรกัญชา, ไบโอไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180604/image_big_5b14e2fb0e473.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2018 17:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2018 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไบโอไทย ชี้รัฐบาลยังเฉื่อยเนือยเรื่องกัญชา แต่โลก- ไปไกลมาก &quot;มะกัน&quot;รุกหนักส่อผูกขาด  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
19ธ.ค.61-นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี หรือไบโอไทย กล่าวว่า ขณะนี้เกิดปัญหาใหม่เรื่องสิทธิบัตรกัญชา เพราะไม่ใช่แค่กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์เท่านั้น แต่ยังมีกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีกด้วย เนื่องจาก ก่อนหน้านี้มีความพยายามผลักดันร่างปรับแก้พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542 &amp;nbsp;ให้เหมือนกับของสหรัฐอเมริกา แต่ถูกภาคประชาสังคมคัดค้านจึงเงียบไป ปรากฏว่า มีกระแสข่าวว่าจะมีการผลักดันอีก ซึ่งหากเป็นจริงจะทำให้เกิดหายนะขึ้นในประเทศไทย เกี่ยวกับการป้องกันทรัพย์สินทางปัญญา พันธุ์พืช ภูมิปัญญาต่างๆของไทย ทางมูลนิธิจึงมองว่าเรื่องนี้ต้องมีการกระทุ้งเพื่อให้ประชาชนทราบอย่างทั่วกัน เพราะชัดเจนว่า ประเด็นสิทธิบัตรกัญชาที่ดูรัฐบาลจะเงียบเฉยเริ่มชัดเจนแล้วว่า เพราะต้องการเอื้อประโยชน์กับต่างชาติมากกว่าคนไทย หากไม่ใช่ก็อยากให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมาพูดเรื่องนี้และจัดการปัญหาให้ชัดเจนเสียที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิฑูรย์ กล่าวว่า ประเด็นคือ ปัจจุบันประเทศสหรัฐอเมริกามีกฎหมายเรื่องสิทธิบัตร 2 ตัว คือ กฎหมายสิทธิบัตรเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์ และกฎหมายสิทธิบัตรพันธุ์พืช คือให้นักปรับปรุงพันธุ์พืชยื่นจดสิทธิบัตรได้ รวมทั้งกัญชา จากการสืบค้นพบว่า ขณะมีการทยอยให้สิทธิบัตรพันธุ์พืชจากกัญชาไปบ้างแล้วจำนวน 4 สิทธิบัตร ซึ่งพบว่าเป็นการปรับปรุงพันธุ์จนได้พันธุ์ลูกผสม &amp;nbsp;และยังมีสิทธิบัตรที่กำลังรอยื่นอีกจำนวนมากหลายสายพันธุ์ ซึ่งประมาณการว่า หากผ่านสิทธิบัตรหมด ก็จะทำให้บริษัทไม่กี่แห่งผูกขาดพันธุ์กัญชามากถึง 50-70% ของสายพันธุ์ที่มีอยู่ทั้งหมด และภัยคุกคามนั้นกำลังคืบคลานมากระทบการปลูกและการพัฒนาสายพันธุ์ ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากสายพันธุ์กัญชาต่างๆของประเทศไทยในอนาคตอันใกล้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายวิฑูรย์ กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้สหรัฐอเมริกามีการพัฒนาเทคโนโลยีการปรับปรุงสายพันธุ์กัญชาไปมากอย่างน้อย 3,000 สายพันธุ์ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นการปรับปรุงมาจากสายพันธุ์ทั้งของไทยและในเอเชียอย่างน้อยสุดอยู่ที่ 500 สายพันธุ์ แต่ของไทยจำนวนเท่าไหร่ยังสืบค้นข้อมูลไม่ได้ละเอียดมากขนาดนั้น แต่ถือเป็นสัญญาณเตือน เพราะกรณีนี้คือการผูกขาด และหากประเทศไทยมีการแก้กฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช ซึ่งปัจจุบันไม่อนุญาตให้จดสิทธิบัตรพันธุ์พืช แต่หากแก้ไขให้เหมือนสหรัฐ จะหมายถึงว่า เราเปิดตลาดให้ต่างชาติเข้ามา และสหรัฐจะเข้ามาจดในไทยเกี่ยวกับการปรับปรุงพันธุ์พืชอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายวิฑูรย์ กล่าวอีกว่า กฎหมายไทยปัจจุบันยังไม่ให้การรับรองสายพันธุ์กัญชา เนื่องจากไม่ได้อยู่ในประเภทของชนิดพืชที่ได้รับการประกาศว่าจะให้การคุ้มครองนักปรับปรุงพันธุ์ แต่การผลักดันให้ของบรรษัทยักษ์ใหญ่เมล็ดพันธุ์และเทคโนโลยีชีวภาพ ตลอดจนการเข้าร่วมในความตกลง CPTPP ซึ่งทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลนี้ต้องการผลักดัน จะทำให้เกิดปัญหาใหญ่เพิ่มขึ้น &amp;nbsp;นอกเหนือจากปัญหาสิทธิบัตรการประดิษฐ์เกี่ยวกับการใช้กัญชารักษาโรค ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการแก้ปัญหาที่คาราคาซังอยู่ กลับพบปัญหานี้เพิ่มอีก โดยในวันที่ 20 ธันวาคมนี้ ที่โรงแรมไมด้า ไบโอไทยจะเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว ในการประชุมที่จัดขึ้นที่สภาเกษตรกรแห่งชาติ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24610</URL_LINK>
                <HASHTAG>CPTPP, กงสุลสหรัฐอเมริกา, กัญชา, พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542, วิฑูรย์ เลี่ยนจำรุญ, สหรัฐอเมริกามีกฎหมายเรื่องสิทธิบัตร 2 ตัว คือ กฎหมายสิทธิบัตรเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์ และกฎหมายสิทธิบัตรพันธุ์พืช, สายพันธุ์กัญฃา, ไบโอไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181219/image_big_5c1a160f67812.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24229</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2018 17:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2018 17:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิฑูรย์&#039;ชี้กรมทรัพย์สินปัญญา ปล่อยเกียร์ว่าง&#039;สิทธิบัตรกัญชา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14ธ.ค.61- วิฑูรย์ชี้ ผลการหารือร่วม สนช.มีความเป็นห่วง เรื่องนี้มาก และยอมรับว่า จริงๆ กฎหมายต้องออกเร็วกว่านี้ แต่ปรากฎว่าติดขัดเรื่องสิทธิบัตรกัญชา แม้รัฐบาลจะสนับสนุน &amp;nbsp;แต่กลับต้องมาติดขัดที่ส่วนราชการ อย่างกรมทรัพย์สินทางปัญญา ที่ปล่อยเกียร์ว่างในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี หรือไบโอไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาสิทธิบัตรกัญชา ที่อาจกระทบต่อการออกประมวลกฎหมายยาเสพติดฯ ที่จะอนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อทางการแพทย์ ว่า เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ได้เชิญทางภาคประชาสังคมและทางมหาวิทยาลัยรังสิต เข้าหารือ เกี่ยวกับเรื่องสิทธิบัตรกัญชา โดยมีการหารือร่วมกับนายสมชาย แสวงการ สมาชิก สนช. เห็นว่า ทางสนช.มีความเป็นห่วงมาก และยอมรับว่า จริงๆ แล้ว กฎหมายกัญชาต้องออกเร็วกว่านี้ แต่ปรากฎว่าติดขัดเรื่องสิทธิบัตรกัญชา ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีก็มีความเป็นห่วง จนก่อนหน้านี้จะใช้คำสั่งม.44 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มาแก้ปัญหาสิทธิบัตรกัญชาแต่เมื่อทราบว่าการใช้ม.44 อาจส่งผลข้างเคียง ก็มีการหารือว่าอาจใช้ในทิศทางอื่นๆ เพื่อแก้ปัญหา ส่วนจะใช้ทิศทางไหนยังไม่ทราบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิฑูรย์ กล่าวว่า ทางเครือข่ายฯ เห็นว่า เรื่องนี้น่ากังวลมาก เพราะจะส่งผลต่อการออกกฎหมายได้ ขณะที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาก็ปล่อยเกียร์ว่าง ไม่สนใจใดๆ คงรอให้ผ่านพ้นรัฐบาลชุดนี้ จึงฝากความหวังกับทาง สนช. และเสนอขอให้เรียกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมทรัพย์สินทางปัญญามาร่วมกันเพื่อหาทางออก ด้วยการตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจก่อนที่ประมวลกฎหมายยาเสพติดฯ จะออกมา แต่ถ้าสุดท้ายกรมทรัพย์สินฯยังไม่ให้ความร่วมมือ คงต้องไปร้องต่อนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ให้ช่วยเรื่องนี้ เพราะหากฝ่ายราชการนิ่งเฉย ฝ่ายการเมืองต้องลุกขึ้นมาทำอะไรบ้าง ไม่เช่นนั้นก็เหมือนไม่ปกป้องสิทธิของคนในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการไบโอไทยกล่าวอีกว่า อีกปัญหาที่ทางมหาวิทยาลัยรังสิตมองคือ ร่างกฎหมายที่กำลังผลักดันจำกัดสิทธิการปลูกของหมอยา ซึ่งมีภูมิปัญญาทางการแพทย์แผนไทยอยู่แล้ว จึงเสนอว่าเป็นไปได้หรือไม่ให้ปลูกได้ แต่ต้องขึ้นทะเบียนถูกต้อง แต่ที่น่าจับตามองอีกอย่างคือ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาทราบมาว่า ทาง พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม &amp;nbsp;ได้เสนอนายกรัฐมนตรี พิจารณาขอให้ทางสหกรณ์การเกษตรขนาดเล็กและกลุ่มวิสาหกิจชุมชน สามารถปลูกกัญชาเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ แต่ต้องขออนุญาตหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้ทางนายกฯยังไม่เคาะข้อเสนอนี้ แต่เป็นเรื่องที่น่าติดตามเช่นกัน จะเห็นว่า ฝ่ายรัฐบาลระดับสูงก็สนใจเรื่องกัญชาทางการแพทย์ เพราะเป็นความหวังของผู้ป่วย แต่กลับต้องมาติดขัดที่ส่วนราชการ อย่างกรมทรัพย์สินทางปัญญา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24229</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพย์สินทางปัญญา, มูลนิธิชีววิถี, วิฑูรย์ เลี่ยนจำรุญ, สิทธิบัตรกัญชา, ไบโอไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181022/image_big_5bcdaebeb16c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23639</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2018 16:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2018 16:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนช.เชิญภาคสังคมให้ข้อมูลสิทธิบัตรกัญชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ธ.ค.61- นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี หรือไบโอไทย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ได้เชิญทางภาคประชาสังคมเข้าหารือ พร้อมทั้งให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิบัตรกัญชาในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ &amp;nbsp;เนื่องจากยังมีข้อกังวลว่า เมื่อมีการผลักดันจนออกประมวลกฎหมายยาเสพติดฯ อาจติดขัดตรงปัญหาสิทธิบัตรกัญชาที่ให้ต่างชาติ และสุ่มเสี่ยงนักวิจัยไทยจะไม่สามารถพัฒนาและผลิตออกมาเป็นยาได้ แต่จะเป็นการเอื้อประโยชน์ต่างชาติแทนนั้น แต่มีการประสานขอเลื่อนการนัดหารือไปในสัปดาห์หน้า แต่ยังไม่กำหนดวัน ทำให้ทางเครือข่ายฯเสียดาย เพราะเตรียมข้อมูลเพื่อให้สนช.ดำเนินการในสิ่งที่ถูกต้อง และไม่หลงเชื่อข้อมูลจากบางกลุ่มที่อาจทำให้ประเทศชาติเสียประโยชน์
นายวิฑูรย์ กล่าวว่า เราเตรียมข้อมูลทั้งหมดให้สนช.แล้ว และจะเสนอขอให้สนช.ใช้อำนาจตามที่มีอยู่ เสนอต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาให้ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง คือ การแก้ไขเพิ่มเติมในร่างพ.ร.บ.สิทธิบัตรฯ กำลังจะแก้ไข โดยขอให้ใครก็ตาม ไม่ใช่แค่บริษัทต่างชาติเท่านั้น หากต้องการขอยื่นจดสิทธิบัตรกัญชา หรือสิทธิบัตรอื่นๆ โดยเฉพาะการใช้พืชยา ต้องระบุที่มาให้ชัดเจน อย่างกัญชา ต้องระบุว่า เป็นกัญชาจากสายพันธุ์ไหน จากประเทศใด และองค์ความรู้ที่จะจดมาจากการใช้ความรู้ของท้องถิ่นหรือไม่ อย่างไร เช่น หากเป็นองค์ความรู้ท้องถิ่นของภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยในการรักษาโรค อย่างลมชัก ซึ่งมีอยู่แล้ว แบบนี้จะยื่นขอจดไม่ได้ หากเรามีการกำหนดเช่นนี้จะทำให้ป้องกันการขอจดซ้ำซ้อน และทางกรมทรัพย์สินฯ ก็จะไม่ได้โดนเพ่งเล็งว่า ทำงานขัดกฎหมายตัวเอง ซึ่งในต่างประเทศมีการกำหนดเช่นนี้ &amp;nbsp;อย่างจีน สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ เป็นต้น ซึ่งหากสนช.แนะนำไป ทางกรมทรัพย์สินฯก็ต้องดำเนินการ หากไม่ทำก็ต้องมีเหตุผลที่ดีพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเดินหน้าปกป้องสิทธิกัญชาไทยอย่างไร เมื่อขณะนี้เรื่องสิทธิบัตรกัญชายังไม่มีการยกเลิกเพิ่มเติม นายวิฑูรย์ กล่าวว่า ขณะนี้ทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาเล่นเกมเงียบสยบความเคลื่อนไหว ไม่เพียงแต่กรมทรัพย์สินฯ แต่ทีมเศรษฐกิจ รัฐบาลก็เช่นกัน ออกมาเพียงว่าจะปกป้องสิทธิคนไทย แต่การกระทำยังไม่มีอะไรคืบ ดังนั้น ทางเครือข่ายฯ ร่วมกับทางมหาวิทยาลัยรังสิต จะเดินหน้าฟ้องร้อง ขณะนี้มหาวิทยาลัยรังสิตกำลังรวบรวมข้อมูลหลักฐานต่างๆ และจะฟ้องร้องต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาในเดือนมกราคม 2562 เพราะข้อมูลในการฟ้องร้องค่อนข้างมากต้องใช้เวลา แต่ไม่ว่าอย่างไร ทางเดียวและทางออกขณะนี้คงต้องฟ้องร้อง เพื่อขอให้ศาลคุ้มครองชั่วคราวก่อนว่า จะยุติการพิจารณาสิทธิบัตรกัญชาต่างๆ ก่อนได้หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สิ่งที่อยากฝากอีกเรื่องคือ ร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดฯ ยังไม่แน่ชัดว่า จะมีช่องอนุญาตให้หมอยาใช้ได้หรือไม่ หรืออนุญาตให้มีการปลูกได้มากน้อยแค่ไหน ตรงนี้ก็ยังเป็นปัญหาที่หลายคนสงสัย ตรงนี้หากได้เข้าหารือกับทาง สนช.ก็จะมีการสอบถามเรื่องนี้เช่นกัน&amp;rdquo; นายวิฑูรย์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ระธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า ในวันที่ 20 ธ.ค. ที่โรงแรมมารวยการ์เด้นส์ &amp;nbsp;จะมีงานสัมมนาเพื่อพูดคุยกันในเรื่องสรรพคุณของกัญชาด้านต่างๆ และขั้นตอนการดำเนินการปลดล็อกกัญชาทางกฎหมาย โดยได้มีการเชิญ ศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ เข้ามาร่วมพูดคุย อย่างไรก็ตาม ส่วนข้อกังวลเรื่องผลกระทบต่างๆนั้นยังไม่ขอจินตนาการขอดูกระบวนการทางกฎหมายก่อน แต่ทั้งนี้โดยหลักการก็ควรให้เกษตรกรสามารถใช้ได้เพื่อรักษาตัวเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23639</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สนช., กรมทรัพย์สินทางปัญญา, ภาคประชาสังคม, วิฑูรย์ เลี่ยนจำรุญ, สิทธิบัตรกัญชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20180201/image_mid_5a726d439566c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23090</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2018 14:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2018 14:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิฑูรย์ หวั่นกรมวิชาการเกษตรบิดพลิ้วมติผู้ตรวจการแผ่นดิน ไม่แบน3สารเคมี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29พ.ย.61-ผอ.ไบโอไทย เผย กรมวิชาการเกษตร อาจบิดพลิ้ว มติแบน 3 สารเคมีอย่างเป็นทางการของผู้ตรวจการแผ่นดิน &amp;nbsp;โดยอาจอ้างมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายมาหักล้าง ต้องรอติดตามอีกครั้งหลังปีใหม่ ด้าน การฟ้องร้องคณะกรรมการวัตถุอันตรายของภาคประชาชน คาดดำเนินกาได้ภายในสิ้นปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี กล่าวว่า หลังจากที่ที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งมีอำนาจตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มีมติอย่างเป็นทางการให้มีการยกเลิกสารเคมี ทั้ง 3 ชนิด คือ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกรโฟเซต ภายใน 1 ปี โดยระหว่างนี้ ต้องมีมาตรการควบคุมและจำกัดการใช้ ตลอดจนหาวิธีอื่นในการกำจัดศัตรูพืชทดแทน ทั้งนี้ได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำแผนดำเนินการเสนอกลับใน 30 วัน ก่อนมีการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าอีกครั้งหลังช่วงปีใหม่ว่าได้ดำเนินการตามที่ได้รับมอบหมายหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามจากที่ฟังข้อมูลจากกรมวิชาการเกษตร ยังพบว่ามีข้ออ้างที่อาจจะไม่ทำตาม โดยการยกมติให้มีการจำกัดการใช้ของคณะกรรมการวัตถุอันตรายขึ้นมา ซึ่งหากไม่ดำเนินการ ทาง ที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดิน มีทางเลือกในการดำเนินการ 2 ทางเลือก คือ 1. ทำรายงานต่อรัฐบาล ซึ่งก็ต้องมาดูว่าจะทันรัฐบาลนี้หรือไม่ หรือจะเป็นรัฐบาลชุดใหม่ และ 2. ที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดิน สามารถฟ้องต่อศาลปกครองได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากดูจากมติของที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรดำเนินการ กรมวิชาการเกษตร &amp;nbsp;จะมีหน้าที่ในการควบคุมการใช้ในระหว่างนี้ไปจนถึงมีการแบน ภายใน 1 ปี อย่างไรก็ตาม อำนาจของกรมวิชาการเกษตรยังมีมากกว่านั้น คือ มีอำนาจที่จะไม่ต่อทะเบียน และสามารถเสนอชี้ให้มีการแบนไปยังคณะกรรมการวัตถุอันตรายได้ด้วย ซึ่งในการติดตามหลังช่วงปีใหม่ที่ประชุมฯ คงจะมีการติดตามความคืบหน้าเหล่านี้จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย ซึ่งหากไม่ทำตามจนที่ประชุ มในกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินมีการรายงานไปยังรัฐบาล คิดว่าจะมีน้ำหนักให้รัฐบาลมีความรับผิดชอบต้องดำเนินการแบนให้สำเร็จ เพราะกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรฯ เป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาล หากไม่ทำตามที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินซึ่งมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญสั่งการก็แปลว่ารัฐบาลมีความบกพร่อง&amp;rdquo; นายวิฑูรย์ กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อมีมติออกมาอย่างเป็นทางการเช่นนี้ การที่ภาคประชาชนจะมีการฟ้องคณะกรรมการวัตถุอันตรายจะต้องมีการดำเนินต่อไปหรือไม่อย่างไร นายวิฑูรย์ กล่าวว่า แน่นอนว่ายังคงต้องมีการเดินหน้าต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการร่วมประชุมกับกับผู้ร่วมฟ้องร้อง ทั้งนิติบุคคล และตัวแทนภาคเกษตรกร ไปแล้ว 5 ครั้ง ซึ่งจากการปรึกษาทีมทนาย ได้ให้ข้อแนะนำว่าเอกสารที่จะดำเนินการฟ้องส่วนใหญ่เป็นเอกสารทางวิชาการ ซึ่งมาจากวารสาร บทความ หรือรายงานของต่างประเทศ จึงต้องหาวิธีให้ศาลปกครองเข้าใจได้ง่ายๆ อาจต้องมีการแปลเป็นภาษาไทยเพราะหากส่งไปทั้งภาษาอังกฤษอาจจะลำบาก โดยคาดว่าคำร้องอย่างเป็นทางการจะออกมาประมาณกลางเดือน ธ.ค.นี้ และคาดว่าจะสามารถดำเนินการฟ้องร้องได้ภายในสิ้นปีนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23090</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมวิชาการเกษตร, ผู้ตรวจการแผ่นดิน, ยกเลิกสารเคมี3ชนิดใน3ปี, วิฑูรย์ เลี่ยนจำรุญ, ไบโอไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20180918/image_mid_5ba0d2bccac42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2018 17:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2018 17:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไบโอไทยชี้กรมทรัพย์สินฯ ถอนคำขอฉบับเดียว มีอีก 10 ต่างชาติเดินหน้าจดสิทธิบัตรกัญชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 20 พ.ย. นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) กล่าวถึงกรณีนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกมาประกาศแก้ปัญหาการจดสิทธิบัตรกัญชาว่า การที่นายสนธิรัตน์ออกมาพูดมีการถอนสิทธิบัตรกัญชานั้น จริงๆ แค่เพิกถอน 1 ตัว โดยจากข้อมูลที่ทางเครือข่ายฯ ได้สืบค้นในฐานข้อมูลกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่พอจะหาได้ พบว่าล่าสุดมีต่างชาติมายื่นขอสิทธิบัตรเกี่ยวกับกัญชา 13 คำขอ โดยมี 2 คำขอละทิ้ง จะเหลือ 11 คำขอ ปรากฏว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุว่า ถอนสิทธิบัตรกัญชาที่ขัด ม. 9(1) เรื่องสารธรรมชาติในกัญชาจดไม่ได้ ซึ่งมีแค่ 1 คำขอเท่านั้น แต่ที่เหลืออีก 10 คำขอยังเดินหน้าต่อไป ที่สำคัญตนพบว่า มี 2 คำขอที่กำลังจะได้สิทธิบัตร ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องลดอาการปวด และเป็นการยื่นขอสิทธิบัตรเรื่องสารในกัญชาที่เรียกว่า THC
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิฑูรย์ กล่าวว่า อยากให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุให้ชัดว่า ที่มาขอจดนั้นไม่เกี่ยวกับสารในกัญชา ซึ่งเป็นสารในธรรมชาติจริงๆ เพราะค่อนข้างไม่มั่นใจ และหากให้สิทธิบัตรแล้วจะกระทบต่อนักวิจัยที่พัฒนาสารสกัดกัญชาเพื่อทางการแพทย์หรือไม่ อีกทั้ง ที่เรากังวลคือ ที่ยังยื่นคำขออยู่นั้น ไม่ขัดกับ ม.9(1) และไม่ขัดต่อ ม.9(4) ที่ไม่ให้อ้างสรรพคุณด้วยหรือไม่ รวมไปถึงม.5 ของพ.ร.บ.สิทธิบัตรฯ ระบุว่าต้องเป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ซึ่งหลายอย่างภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยมีการนำมาใช้อยู่แล้ว ตรงนี้กรมทรัพย์สินฯ ต้องชัดเจน อีกทั้ง ล่าสุดทราบข่าวมาว่า ทางคุณสนธิรัตน์ ต้องการหารือร่วมกับกลุ่มนั้นก็ยินดีรอแค่มีการติดต่อมา อย่างไรก็ตาม ในส่วนของภาคประชาสังคมต้องเดินหน้าปกป้องสิทธิของคนไทย เพราะกรณีที่เกิดขึ้นชัดเจนว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญา ไม่มีความพยายามในการปกป้องสิทธิของคนไทย นักวิจัยไทย ถ้าไม่มีการตรวจสอบ หรือพบเรื่องนี้ก็คงเลยตามเลยหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิฑูรย์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทางเครือข่ายฯ และทางมหาวิทยาลัยรังสิต ได้ทำหนังสือส่งถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) &amp;nbsp;เพื่อขอให้พิจารณาและปกป้องสิทธิคนไทย โดยปฏิรูปกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพราะไม่ใช่แค่เรื่องสิทธิบัตรกัญชาเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องสิทธิบัตรอื่นๆ รวมทั้งจะเสนอให้นายกฯ พิจารณาแก้ไขตัวร่างกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ที่กำลังผลักดันอยู่ ว่า เปิดโอกาสให้เอกชนคนไทยได้มีสิทธิวิจัยพัฒนาและผลิตเพื่อประโยชน์ของคนไทยได้ด้วย ไม่ควรให้มีการผูกขาดโดยรัฐ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22374</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพย์สินทางปัญญา, จดสิทธิบัตรกัญชา, วิฑูรย์ เลี่ยนจำรุญ, ไบโอไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181120/image_big_5bf3e3dd3dc9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
