<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99238</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2021 09:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2021 09:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2วันจับเมาแล้วขับ527คดี &#039;สมุทรปราการ&#039;ครองแชมป์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 เม.ย. 64 - นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติ ในวันที่ 2 ของการควบคุมเข้มงวด (11 เมษายน 2564) เป็นคดีขับรถในขณะเมาสุรา จำนวน 18 คดี จึงทำให้มียอดสะสมสถิติคดีที่ศาลสั่งคุมประพฤติระหว่างวันที่ 10 -11 เมษายน 2564 จำนวนทั้งสิ้น 529 คดี จำแนกเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวน 527 คดี คิดเป็นร้อยละ 99.62 ส่วนคดีขับเสพ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; &amp;nbsp; 2 คดี คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp; &amp;nbsp;0.38&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถในขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ 1. จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 58 คดี 2.จังหวัดนนทบุรีและจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 56 คดี และ 3. จังหวัดสระบุรี จำนวน 50 คดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในส่วนของการติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรือกำไล EM กับผู้กระทำผิดเมาแล้วขับยังไม่มีเพิ่มเติม ยังคงตัวเลขสะสม 2 วันอยู่ที่ จำนวน&amp;nbsp; 1 ราย โดยมีเงื่อนไขห้ามออกจากที่พักอาศัย ในช่วงเวลาตั้งแต่ 22.00 น. &amp;ndash; 04.00 น. เป็นระยะเวลา 15 วัน ทั้งนี้ สำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศเฝ้าติดตามและควบคุมดูแลผู้กระทำผิดตลอด 24 ชั่วโมงผ่านศูนย์ควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว&amp;nbsp; (Electronic Monitoring Control Center - EMCC) พร้อมประสานเครือข่ายภาคประชาชน อาสาสมัครคุมประพฤติ เตรียมพร้อมลงพื้นที่หากมีการผิดเงื่อนไขคุมความประพฤติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมคุมประพฤติ ยังฝากความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชนที่เตรียมเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2564 ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยเฉพาะการสังสรรค์ ควรเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด หยุดอยู่บ้าน ดื่มไม่ขับ ขับไม่ดื่ม เพื่อป้องกันและลดอุบัติทางถนน ทั้งนี้ กรมคุมประพฤติ โดยสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ ร่วมกับอาสาสมัครคุมประพฤติ ภาคีเครือข่าย ประชาชนและผู้ถูกคุมความประพฤติ ยังคงเข้าสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่บริเวณจุดบริการประชาชน ด่านชุมชน และด่านตรวจค้น จำนวน 72 จุด โดยมีผู้ร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 467 คน ทั้งยังมีเจ้าหน้าที่คอยอยู่เวรปฏิบัติงานที่สำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ เพื่อให้คำแนะนำในด้านต่างๆ แก่ประชาชนที่มาติดต่อราชการกับสำนักงานคุมประพฤติ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99238</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำไลEM, คุมประพฤติ, จับเมาแล้วขับ, วิตถวัลย์ สุนทรขจิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210412/image_big_6073ae7fab73c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88770</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2021 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2021 13:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดรวม &#039;คุมประพฤติ&#039; ช่วงเทศกาลปีใหม่ แตะ 2,500 คดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ม.ค.64 - นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยสถิติคดีที่ศาลสั่งคุมความประพฤติ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2564 ว่า วานนี้ (3 ม.ค.2563) เป็นวันที่ศาลปิดทำการ จึงทำให้ปริมาณคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติ มีจำนวนเพียง 326 คดี เป็นคดีขับรถในขณะเมาสุราทั้งหมด ซึ่งขณะนี้ ยอดสถิติคดีสะสมรวมจำนวนทั้งสิ้น 2,522 คดี จำแนกเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน &amp;nbsp;2,399 คดี คิดเป็นร้อยละ 95.12 คดีขับเสพ จำนวน &amp;nbsp;105 คดี คิดเป็นร้อยละ 4.16 คดีขับรถประมาทจำนวน18 คดีคิดเป็นร้อยละ 0.71&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสะสมสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ 1. จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 309 คดี 2. จังหวัดชัยภูมิ จำนวน 206 คดี และ 3. จังหวัดจันทบุรี จำนวน 182 คดี &amp;nbsp;เมื่อเปรียบเทียบสถิติคดีเข้าสู่งานคุมประพฤติในวันที่ 6 ของช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2563 และ พ.ศ. 2564 พบว่า คดีขับรถในขณะเมาสุรา ปี พ.ศ. 2563 จำนวน 337 คดี และปี พ.ศ. 2564 มีจำนวน 326 คดี ลดลง จำนวน 11 คดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรือกำไล EM ยังคงจำนวน 39 ราย โดยส่วนใหญ่มีเงื่อนไขห้ามออกจากที่พักอาศัย ในช่วงเวลาตั้งแต่ 23.00 น. - 04.00 น. เป็นระยะเวลา 30 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า ประชาชนต่างทยอยเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานคร หลังหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2564 ทำให้ปริมาณรถหนาแน่น กรมคุมประพฤติ จึงได้กำชับสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ พร้อมด้วยกำลังอาสาสมัครคุมประพฤติ ภาคีเครือข่าย และผู้ถูกคุมความประพฤติ ลงพื้นที่สนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ในการให้บริการประชาชน พร้อมทั้งจัดให้มีการทำงานบริการสังคม โดยการตรวจเยี่ยม แจกน้ำดื่ม ทำความสะอาดห้องน้ำ ตรวจวัดอุณหภูมิ เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงจากโรคโค​วิด-​19​ ณ จุดบริการประชาชน ด่านชุมชน และด่านตรวจค้น จำนวน 30 จุด โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนทั้งสิ้น 255 คน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88770</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมประพฤติ, วิตถวัลย์ สุนทรขจิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210104/image_big_5ff2b2baacab3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88710</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2021 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มิตรภาพอัมพาต แห่กลับกรุงแน่น ติดหนึบลากยาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศปถ.เผยยอดอุบัติเหตุ 5 วัน คนไทยสังเวย 2,748 ครั้ง ดับแล้ว 316 ราย บาดเจ็บรวม 2,741 คน โคราชสยองรวมแล้ว 16 ศพ ด้านอธิบดีคุมประพฤติเผยเมาแล้วขับยังพุ่งพรวด 2,073 คดี บุรีรัมย์รับแชมป์ทำสถิตินำโด่ง ศาลสั่งติดอุปกรณ์ EM 39 ราย ห้ามออกจากบ้าน 5 ทุ่มถึงตี 4 ยาว 30 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2564 กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2564 (ศปถ.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 2 ม.ค.2564 ซึ่งเป็นวันที่ 5 ของการรณรงค์ &amp;ldquo;ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่อย่างปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ&amp;rdquo; เกิดอุบัติเหตุ 383 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 44 ราย ผู้บาดเจ็บ 384 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยธรรม์กล่าวต่อว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 30.29 ขับรถเร็ว ร้อยละ 28.98 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 79.85 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 67.10 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 38.38 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 37.86 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 33.94 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 30.84
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยธรรม์กล่าวว่า ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 1,930 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 61,655 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 529,869 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 117,106 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 31,305 ราย ไม่มีใบขับขี่ 28,884 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ร้อยเอ็ด (20 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงราย เชียงใหม่ (จังหวัดละ 3 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ร้อยเอ็ด (21 คน)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 5 วันของการรณรงค์ (29 ธ.ค.63-2 ม.ค.64) เกิดอุบัติเหตุรวม 2,748 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 316 ราย ผู้บาดเจ็บ รวม 2,741 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 9 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (97 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา (16 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (99 คน)&amp;quot; นายชยธรรม์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยธรรม์กล่าวต่อไปว่า วันนี้เป็นวันหยุดสุดท้ายของเทศกาลปีใหม่ คาดว่าประชาชนส่วนใหญ่จะเดินทางกลับเป็นจำนวนมาก ทำให้เส้นทางสายหลักจากภูมิภาคต่างๆ ที่มุ่งเข้าสู่กรุงเทพมหานคร และเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดมีปริมาณรถหนาแน่น และบางเส้นทางอาจมีการจราจรติดขัด ประกอบกับผู้ขับขี่อาจมีอาการอ่อนล้าจากเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จึงทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุง่วงหลับใน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศปถ.จึงได้กำชับให้จังหวัดเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติงานของจุดตรวจบนเส้นทาง สายหลัก ถนนสายรอง เส้นทางลัด และเส้นทางเลี่ยงเมือง โดยบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด คุมเข้มพฤติกรรมเสี่ยง ขับรถเร็ว รวมถึงเรียกตรวจเพื่อประเมินความพร้อมของผู้ขับขี่ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุง่วงหลับใน&amp;quot; ปลัดกระทรวงคมนาคมระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัดกระทรวงคมนาคมในฐานะประธานแถลงข่าวศูนย์ ศปถ.กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ได้เน้นย้ำเรื่องของการอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับของประชาชน ทั้งความพร้อมด้านรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย และแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลประชาชนที่ใช้บริการสาธารณะให้เดินทางกลับอย่างปลอดภัยและไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า ถึงสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2564 ว่า เข้าสู่วันที่ 5 ของการควบคุมเข้มงวด (2 ม.ค.2564) แต่กลับมีจำนวนคดีที่เข้าสู่งานคุมประพฤติพุ่งสูงถึง 1,168 คดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิตถวัลย์กล่าวต่อว่า เป็นคดีขับรถในขณะเมาสุรา จำนวน 1,162 คดี ขับเสพ จำนวน 5 คดี และคดีขับรถประมาท จำนวน 1 คดี ทำให้ยอดสถิติคดีสะสมรวมจำนวนทั้งสิ้น 2,196 คดี จำแนกเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 2,073 คดี คิดเป็นร้อยละ 94.40 คดีขับเสพ จำนวน 105 คดี คิดเป็นร้อยละ 4.78 คดีขับรถประมาท จำนวน 18 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.82
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยจังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสะสมสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ 1.จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 309 คดี 2.จังหวัดจันทบุรี จำนวน 182 คดี และ 3.จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 153 คดี เมื่อเปรียบเทียบสถิติคดีเข้าสู่งานคุมประพฤติในวันที่ 5 ของช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2563 และ พ.ศ.2564 พบว่า คดีขับรถในขณะเมาสุราปี พ.ศ.2563 จำนวน 3,701 คดี และปี พ.ศ.2564 มีจำนวน 1,162 คดีลดลง จำนวน 2,539 คดี&amp;quot; นายวิตถวัลย์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมคุมประพฤติกล่าวว่า กรมคุมประพฤติได้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ในคดีขับรถในขณะเมาสุราเพิ่มเติมอีกจำนวน 26 ราย โดยส่วนใหญ่มีเงื่อนไขห้ามออกจากที่พักอาศัยในช่วงเวลาตั้งแต่ 23.00-04.00 น. เป็นระยะเวลา 30 วัน รวมยอดสะสมคดีขับรถในขณะเมาสุราที่ศาลสั่งติดอุปกรณ์ EM จำนวน 39 ราย จังหวัดที่ศาลสั่งติดอุปกรณ์ EM สูงสุดคือ จังหวัดสุโขทัย มีจำนวนถึง 30 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88710</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยธรรม์ พรหมศร, วิตถวัลย์ สุนทรขจิต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210103/image_big_5ff1cb6c92a58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88595</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/01/2021 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/01/2021 13:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดศักราช &#039;คุมประพฤติ&#039; ยอดรวมผู้กระทำผิดทะลุ 1,000 คดี!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ม.ค.64 - นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ เผยสถิติคดีขับรถในขณะเมาสุราที่ศาลสั่งคุมความประพฤติ ต้อนรับวันปีใหม่ (1 ม.ค.2564) มีจำนวนเพียง 36 คดี เนื่องจากศาลปิดทำการ ทำให้ตัวเลขสถิติยอดรวม 4 วันที่มีการควบคุมเข้มงวด (29 ธ.ค. 2563 &amp;ndash; 1 ม.ค. 2564) มีจำนวนทั้งสิ้น 1,028 คดี จำแนกเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน &amp;nbsp;911 คดี คิดเป็นร้อยละ 88.62 คดีขับเสพ จำนวน &amp;nbsp;100 คดี คิดเป็นร้อยละ 9.73 คดีขับรถประมาท จำนวน &amp;nbsp; &amp;nbsp;17 คดี คิดเป็นร้อยละ 1.65&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสะสมสูงสุด 3 อันดับยังคงเดิม ได้แก่ 1. จังหวัดชัยภูมิ อุบลราชธานี จำนวน 105 คดี 2. จังหวัดจันทบุรี จำนวน 104 คดี และ 3. จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 99 คดี ทัังนี้เมื่อเปรียบเทียบสถิติคดีเข้าสู่งานคุมประพฤติในวันที่ 4 ของช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2563 และ พ.ศ. 2564 พบว่า คดีขับรถในขณะเมาสุรา ปี พ.ศ. 2563 จำนวน 404 คดี และปี พ.ศ. 2564 มีจำนวน 36 คดี ลดลง จำนวน &amp;nbsp;368 คดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิตถวัลย์ กล่าวว่า กรมคุมประพฤติ เน้นย้ำมาตรการคุมเข้มสำหรับผู้กระทำผิดในฐานความผิดขับรถในขณะเมาสุรา ในการติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) อีกทั้งยังมีการคัดกรองตามแบบประเมินพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกราย หากพบว่า มีความเสี่ยงสูงในการติดสุรา จะส่งบำบัดรักษาอาการติดสุรา ณ สถานพยาบาล ตลอดจนประเมินความเสี่ยงต่อการกระทำผิดซ้ำเพื่อควบคุมเข้มงวด หรือพบว่ามีประวัติการกระทำผิดซ้ำ จะนำส่งเข้ารับการแก้ไขฟื้นฟูแบบเข้มข้นในรูปแบบค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เป็นระยะเวลา 3 วันต่อเนื่อง ซึ่งมีกิจกรรมทั้งการให้ความรู้ และการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากผู้ขับรถขณะเมาสุรา เพื่อสร้างจิตสำนึกในเรื่องความรับผิดชอบต่อผลการกระทำของตัวเองที่มีต่อบุคคลอื่นและสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดี​กรม​คุมประพฤติ ​กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ในวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2564 กรมคุมประพฤติ โดยสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ ร่วมกับอาสาสมัครคุมประพฤติ ภาคีเครือข่าย และผู้ถูกคุมความประพฤติ ยังคงสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ในการให้บริการประชาชน พร้อมทั้งจัดให้มีการทำงานบริการสังคม โดยการตรวจเยี่ยม แจกน้ำดื่ม ตรวจวัดอุณหภูมิและให้คำแนะนำในการป้องกันตนเองจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 แก่ประชาชนที่เดินทาง ณ จุดบริการประชาชน ด่านชุมชน และด่านตรวจค้น จำนวน 48 จุด มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนทั้งสิ้น 298 คน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	หมอ 3 นิ้ว โอด Wevo ช่วยผู้เลี้ยงกุ้ง แต่กลับถูกจับดำเนินคดี
	ตร.หิ้ว 14 การ์ดกุ้ง 3 นิ้วฝากขัง มวลชนหลักสิบกดดัน &amp;#39;ปล่อยเพื่อนกู&amp;#39;
	ไม่เชื่อ &amp;#39;แม้ว&amp;#39; วางมือการเมือง ชี้ติดนิสัยพูดโกหกไม่หาย
	ดร.อานนท์ เผยอยากเห็นกฎแห่งกรรมทำงานโดยเร็วที่สุด!
	1 เมษาฯเห็นทางสว่าง! ส.ว.วันชัย สวมบทโหรทำนายศึกโควิด
	&amp;#39;ไมค์&amp;#39; สั่งเสีย งานศพผมไม่ต้องเปลือง ไม่ต้องเอาไว้นาน!

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88595</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมคุมประพฤติ, วิตถวัลย์ สุนทรขจิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210102/image_big_5ff0180759075.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88509</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2วันอันตราย! ตายพุ่ง117ศพ เมาขับ293คดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2 วันอันตรายปีใหม่พุ่ง 117 ศพ! เกิดอุบัติเหตุพันครั้ง บาดเจ็บ 1,014 ราย จับเมาแล้วขับรวม 293 คดี ติด EM9 ราย ศปถ.สั่งด่านชุมชนคุมเข้มดื่มแล้วขับ-ขาซิ่ง นายกฯ กำชับทุกหน่วยงานอำนวยความสะดวกเต็มที่ อวยพร ปชช.เดินทางปลอดภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2564 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2564 โดย ปภ. และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 30 ธันวาคม 2563 ซึ่งเป็นวันที่สองของการรณรงค์ &amp;ldquo;ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่ปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ&amp;rdquo; เกิดอุบัติเหตุ 586 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 74 ราย ผู้บาดเจ็บ 576 คน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 33.96, ขับรถเร็ว ร้อยละ 33.45 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 82.03 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง 66.38, ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 40.61, ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 33.45 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 27.99 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 29.38 ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 1,927 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 61,710 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 351,923 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 62,598 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 19,102 ราย ไม่มีใบขับขี่ 16,135 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา (26 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา (5 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา (32 คน) สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 2 วันของการรณรงค์ (29-30 ธ.ค.63) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,000 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 117 ราย ผู้บาดเจ็บ รวม 1,014 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 26 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (36 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา (จังหวัดละ 6 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (41 คน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภัทรกล่าวว่า วันนี้ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางถึงที่หมายแล้ว และเป็นวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ หลายพื้นที่งดจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ที่มีการรวมตัวของกลุ่มคนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากการแพร่ระบาดของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จึงคาดว่าประชาชนจะจัดงานสังสรรค์กับครอบครัวและญาติมิตรภายในครอบครัวและเขตหมู่บ้าน ซึ่งอาจเพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนจากการดื่มแล้วขับในเส้นทางสายรอง ถนนใน อบต.และหมู่บ้าน ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนได้ประสานจังหวัดดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนในเส้นทางดังกล่าวเป็นพิเศษ โดยเน้นปฏิบัติการลดปัจจัยเสี่ยงหลักของการบาดเจ็บและเสียชีวิต โดยเฉพาะขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ดื่มแล้วขับ และไม่สวมหมวกนิรภัย รวมถึงเพิ่มความเข้มข้นจัดตั้งจุดตรวจของด่านชุมชนในเส้นทางสายรอง เส้นทางเข้า-ออกชุมชนและหมู่บ้าน เพื่อป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนน พร้อมคุมเข้มกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ให้สวมหมวกนิรภัยและไม่ขับขี่ด้วยความคึกคะนอง เพื่อสร้างการสัญจรปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยว่า สถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติ เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2563 ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการควบคุมเข้มงวดช่วงเทศกาลปีใหม่ มีจำนวน 309 คดี เป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 251 คดี, คดีขับเสพ 49 คดี และขับรถประมาท 9 คดี ส่งผลให้มียอดสะสมสถิติคดีที่ศาลสั่งคุมประพฤติระหว่างวันที่ 29-30 ธ.ค.2563 มีจำนวนทั้งสิ้น 407 คดี จำแนกเป็น ขับรถขณะเมาสุรา 293 คดี, ขับเสพ 99 คดี ขับรถประมาท 15 คดี จังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถในขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ 1.อุบลราชธานี 52 คดี 2.ชัยภูมิ 27 คดี และ 3.นครราชสีมา 20 คดี เมื่อเปรียบเทียบสถิติคดีเข้าสู่งานคุมประพฤติในวันที่ 2 ของช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2563 และ พ.ศ.2564 พบว่า คดีขับรถในขณะเมาสุรา ปี พ.ศ.2563 จำนวน 5 คดี และปี พ.ศ. 2564 มีจำนวน 251 คดี เพิ่มขึ้น 246 คดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีผู้กระทำผิดเมาแล้วขับ จับติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรือกำไล EM แล้ว 9 ราย โดยมีเงื่อนไขห้ามออกจากที่พักอาศัย ในช่วงเวลาตั้งแต่เวลา 22.00-05.00 น. เป็นระยะเวลา 7-30 วัน นอกจากนี้ ได้กำชับสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ เฝ้าติดตามและควบคุมดูแลผู้กระทำผิดตลอด 24 ชั่วโมงผ่านศูนย์ควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (Electronic Monitoring Control Center - EMCC) พร้อมประสานเครือข่ายภาคประชาชน อาสาสมัครคุมประพฤติ เตรียมพร้อมลงพื้นที่หากมีการผิดเงื่อนไขคุมความประพฤติ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้ติดตามสถานการณ์การเดินทางกลับภูมิลำเนาของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกการเดินทางของประชาชนอย่างเต็มที่ พร้อมเน้นย้ำมาตรการลดอุบัติเหตุในเทศกาลปีใหม่ 2564 ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด มีจุดบริการประชาชนอย่างเพียงพอ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งยังกำชับให้เพิ่มความรัดกุมเกี่ยวกับมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากเป็นการเดินทางในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงขอให้ทุกหน่วยงานเพิ่มความรัดกุมในมาตรการเฝ้าระวัง ทั้งในส่วนของการบริการรถสาธารณะ จุดพักรถบริการประชาชน ตลอดจนจุดที่มีการรวมตัวของคนหมู่มาก เช่น ปั๊มน้ำมัน เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ แสดงความห่วงใยในการเดินทางกลับภูมิลำเนา แม้ปีนี้ประชาชนจะเดินทางกลับไม่มากเมื่อเทียบกับทุกปีที่ผ่านมา แต่ก็ขอให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง มีสติ ไม่ประมาท งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยังอวยพรให้ประชาชนเดินทางอย่างปลอดภัย ขอให้ผ่านสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไปได้โดยเร็ว&amp;quot; รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครราชสีมา เวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพช่วงผ่านจังหวัดนครราชสีมา มีปริมาณรถยนต์มากในบางจุด แต่โดยส่วนใหญ่การจราจรบนถนนมิตรภาพจะเริ่มโล่งเบาบาง สามารถเคลื่อนตัวได้ดี โดย พ.ต.อ.ปฏิยุทธ สิงห์สมโรจน์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ปีนี้ไม่มากเหมือนทุกปี น่าจะมาจากสถานการณ์โควิด-19 ระบาด และประชาชนส่วนใหญ่ทยอยเดินทางออกจากกรุงเทพฯ กลับภูมิลำเนาภาคอีสานช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ชัยนาท การจราจรบนถนนสายเอเชียช่วงผ่านจังหวัดชัยนาทในวันสิ้นปียังคงมีปริมาณรถมากต่อเนื่อง แต่การจราจรยังคล่องตัว มีชะลอตัวบ้างเล็กน้อย บริเวณสี่แยกหางน้ำสาคร อ.มโนรมย์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารเทศบาลนครยะลา อ.เมืองฯ จ.ยะลา &amp;nbsp;นายอนุศิษฏ์ อาแวปาโอะ นายสถานีเดินรถยะลา เปิดเผยว่า ปีนี้บรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา เนื่องจากประชาชนมีความกังวลในเรื่องของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงมีการยกเลิกการเดินทางไปพอสมควรประมาณ 30-40%.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88509</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิตถวัลย์ สุนทรขจิต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201230/image_big_5fec3a67b14fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
