<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 13:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 11:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิตามินซี...ตัวช่วยป้องกันลูกรักเป็นหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ช่วงนี้สภาพอากาศประเทศไทยค่อนข้างแปรปรวนแบบสุดๆ หนึ่งวันแทบจะมีครบทุกฤดู จนทำให้หลายคนปรับสภาพร่างกายแทบไม่ทัน โดยเฉพาะเด็กๆ&amp;nbsp; หลายบ้านเป็นหวัดน้ำหมูกไหลฟึดฟัดกันทั้งวัน แล้วจะดีกว่าไหมถ้าคุณแม่สร้างเกราะป้องกันไข้หวัดให้กับลูกน้อยตั้งแต่เนิ่นๆ แต่จะให้ลูกทานอาหารครบ 5 หมู่ทุกวันก็เป็นไปได้ยาก จะให้ออกกำลังกายข้างนอกก็กลัวโรคระบาด หลายสิ่งหลายอย่างคุณแม่ก็ต้องปรับเปลี่ยนเข้าสู่วิถีใหม่ (New Normal) &amp;quot;กิฟฟารีน&amp;quot; นำเสนอตัวช่วยให้ลูกรักของเราแข็งแรงและไม่เป็นหวัดบ่อย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;อย่างแรกที่คุณแม่ควรทำความเข้าใจคือประโยชน์ของ วิตามินแต่ละชนิด เริ่มกันที่ วิตามินซี เป็นวิตามินที่สำคัญกับร่างกาย ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงและช่วยป้องกันการเกิดโรคหวัดได้ดี ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ทำให้เด็กๆ ในวัยเจริญเติบโตมีสุขภาพแข็งแรง ไม่ป่วยง่าย และยังช่วยลดปัญหาภูมิแพ้และการติดเชื้อไวรัส โดยวิตามินซี พบมากในผลไม้ตระกูลส้ม สตรอเบอร์รี่ มะเขือเทศ และผักใบเขียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ตามมาด้วย วิตามินบีรวม ทั้งวิตามินบี 1 บี 2 บี3 บี 5 บี 6 บี12 และโฟเลตหรือวิตามินบี 9 เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ สามารถหารับประทานได้จากอาหารในชีวิตประจำวัน เช่น เนื้อสัตว์ ธัญพืช ผัก และผลไม้ โดยวิตามินบีรวมจะช่วยในเรื่องต่างๆของร่างกาย อาทิ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบประสาท หัวใจ และทางเดินอาหาร บำรุงเส้นผม เล็บ และผิวหนัง ลดภาวะโลหิตจาง และเสริมระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สุดท้ายที่มีประโยชน์กับร่างกายสุดๆอย่าง โคลีน (Choline) สารตั้งต้นหลักในการสังเคราะห์สารสื่อประสาทที่มีชื่อว่า อะเซททิลโคลีน (Acetylcholine) เป็นสารสื่อประสาทสำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับความจำ การควบคุมกล้ามเนื้อและหน้าที่อื่นๆ อีกหลายประการ แม้ว่าจะบริโภคเกินความต้องการในแต่ละวัน ก็จะไม่มีอันตราย เมื่อได้รับมากเกินไปร่างกายก็จะขับออกเองได้จึงไม่สะสมให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ แต่บางครั้งร่างกายของเราก็อาจได้รับวิตามินบีรวมในปริมาณที่ไม่เพียงพอ จึงได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ให้ทานง่าย รสชาติอร่อย เพื่อทดแทนสารอาหารที่ร่างกายต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;วันนี้ กิฟฟารีน ได้ส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด ตอบโจทย์วิถีใหม่ (New Normal) กิฟฟารีน เซเว่น บี พลัส ไฮ ซี แอนด์ โคลีน ( Giffarine Seven B Plus Hi C and Choline) ผลิตภัณฑ์ที่รวมสารอาหารที่มีประโยชน์สำหรับคุณหนูและคนในครอบครัวอย่างครบถ้วน โดยเพียง 1 ขวดอุดมไปด้วยวิตามินบี1 บี 2 บี3 บี5 บี6 บี12 และโฟเลต แถมผสานคุณประโยชน์ของโคลีน สารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับความจำ อีกทั้งยังมีวิตามินซีสูง 200% Thai RDI*(1 เม็ดให้วิตามินซีถึง 60 มก.) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเติมวิตามินซีให้ร่างกายได้ง่ายๆ &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119962</URL_LINK>
                <HASHTAG>Giffarine Seven B Plus Hi C and Choline, กิฟฟารีน, กิฟฟารีน เซเว่น บี พลัส ไฮ ซี แอนด์ โคลีน, วิตามินซี, สร้างเกราะป้องกันไข้หวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211017/image_big_616baac36f9e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้านหวัดวัยเก๋า...ด้วยหลักโภชนาบำบัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(วิภา เกียรติหนุนทวี)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากหาหมอแล้ว &amp;ldquo;การกินอาหารให้เป็นยา&amp;rdquo; ถือเป็นเทรนด์ต้านหวัดที่ยังใช้ได้ดีเสมอ โดยเฉพาะผู้สูงวัยที่มักเจ็บป่วยออดๆแอดๆ และเป็นโรคหวัดบ่อยๆ ในช่วงหน้าฝนอย่างนี้ เพราะบางครั้งการกินยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาโรคทางเดินหายใจ ก็อาจส่งผลข้างเคียง ต่อกระเพาะอาหารของคนวัยหลัก 6 ได้ และการป้องกันก็ย่อมดีกว่าการรักษา พี่แป้ง-วิภา เกียรติหนุนทวี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการผู้สูงอายุ รพ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาหารต้านหวัด รวมถึงโภชนะบำบัดที่ควรเลี่ยงในช่วงหน้าฝนไว้น่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ต้านโรคหวัดช่วงหน้าฝน แนะนำให้ผู้สูงอายุบริโภคสับปะรดเป็นประจำ)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พยาบาลวิภาอธิบายว่า &amp;ldquo;อาหารกลุ่มแรกที่สามารถป้องกันโรคหวัดในคนสูงวัยได้ดีคือ &amp;ldquo;กลุ่มวิตามินซี&amp;rdquo; เช่น มะขามป้อม ที่รู้กันดีว่ามีวิตามินซีค่อนข้างสูง นอกจากนี้ยังส้มและสับปะรด ที่มีทั้งวิตามินซีและช่วยขับเสมหะในรายที่คุณตาคุณยายเป็นหวัด ซึ่งผลไม้ชนิดนี้สามารถบริโภคได้ตลอด และยังละลายได้ดีในน้ำหลังจากที่รับประทานอาหาร จึงไม่มีพิษถ้าหากจะรับประทานบ่อยขึ้นในช่วงหน้าฝน ที่น่าสนใจ &amp;ldquo;สมุนไพรกลุ่มต้านหวัด&amp;rdquo; ก็ยังสามารถรับประทานเพื่อป้องกันโรคทางเดินหายใจควบคู่กันได้เช่นเดียวกัน อาทิ &amp;ldquo;ฟ้าทะลายโจร&amp;rdquo; สามารถบริโภคในรูปแบบของแคปซูล ก็จะช่วยลดไข้ได้ดีในขณะที่เป็นหวัด หรือสมุนไพรที่คุ้นเคยกันดีอย่าง &amp;ldquo;มะแว้ง&amp;rdquo; ก็สามารถอมเป็นยาแก้ไอและแก้เจ็บคอได้ แต่อาจมีข้อจำกัดอยู่บ้าง เช่น ไม่ควรบริโภคสมุนไพรติดต่อกันเกิน 7 วัน เพราะจะส่งผลต่อระบบตับและไตเสื่อมได้เร็ว เนื่องจากทำงานหนักมากเกินไป เพราะอวัยวะทั้ง 2 เป็นตัวรับและกรองของเสีย อีกทั้งข้อปฏิบัติในป้องกันโรคหวัดที่สำคัญ แนะนำให้ผู้สูงอายุดื่มน้ำอุ่นบ่อยๆ พยายามรักษาร่างกายให้เป็นปกติ โดยเฉพาะเวลานอนก็ให้ห่มผ้า และหมั่นออกกำลังสม่ำเสมอทุกวัน วันละ 30 นาที เช่น เดินเร็ว, เล่นโยคะ หรือยืนแกว่งแขน ตรงนี้จะกระตุ้นให้ปอดแข็งแรง ทำให้หายใจได้สะดวก &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;เนื้อสัตว์&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ผลไม้สีเหลือง&amp;rdquo; แหล่งพลังงานสูง กระตุ้นผู้สูงอายุไม่สบายตัว และเป็นสาเหตุของอาการเจ็บป่วยได้ง่าย)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของอาหารที่ควรงดบริโภคในช่วงหน้าฝน โดยเฉพาะคนที่เป็นหวัดแล้ว ได้แก่ &amp;ldquo;อาหารมัน&amp;rdquo; หรืออาหารทอด เพราะนอกจากเสี่ยงต่อการเป็นหวัดแล้ว ยังทำให้อาการของโรคหวัดแย่ลงเช่นเดียวกัน เพราะของมันจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกระคายคอ เหนื่อยง่าย และผู้ป่วยหายใจไม่ออก รวมถึง &amp;ldquo;อาหารย่อยยาก&amp;rdquo; เนื่องจากอาหารกลุ่มนี้จะไปดันกระบังลมให้ขยายตัวในการย่อยอาหาร นั่นจึงทำให้อวัยวะดังกล่าวขยายตัวไม่เต็มที่ จึงส่งผลให้ผู้สูงอายุหายใจไม่อิ่ม และมีอาการเหนื่อยหอบได้ค่อนข้างง่าย นอกจากนี้ยังมี &amp;ldquo;อาหารให้พลังงานสูง&amp;rdquo; เช่น เนื้อสัตว์ต่างๆ หากผู้สูงอายุบริโภคในช่วงหน้าฝนก็จะยิ่งไปเพิ่มความร้อนให้ร่างกาย กระทั่งทำให้รู้สึกไม่สบายตัว และเกิดอาการเจ็บป่วยเป็นหวัดได้ในที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมไปถึง &amp;ldquo;ผักสีแดง&amp;rdquo; ที่มีฤทธิ์ร้อนก็ควรหลีกเลี่ยงเช่นเดียวกัน เช่น พริกแดง, พริกหยวก รวมถึง &amp;ldquo;ผลไม้สีเหลือง&amp;rdquo; ที่มีความร้อน ไขมันและน้ำตาลสูงมากเช่นเดียวกัน อาทิ ทุเรียน, ขนุน, ลำไย เมื่อผู้สูงวัยรับประทานเข้าไปในปริมาณมากๆ ก็จะทำให้รู้สึกร้อน อีกทั้งไม่สบายตัว หงุดหงิดง่าย และยังหายใจไม่สะดวกอีกด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17241</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, วิตามินซี, วิภา เกียรติหนุนทวี, สมุนไพรกลุ่มต้านหวัด, อาหารให้พลังงานสูง, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180910/image_big_5b96710f9fa71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11692</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิตามินและเกลือแร่ คนแก่ต้องกินแค่พอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สูงอายุควรได้อาหารที่มีธาตุเหล็กมากเพียงพอ ประมาณวันละ 6 มิลลิกรัม ในขณะเดียวกันต้องได้โปรตีนและวิตามินซีด้วย เพื่อช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก อาหารที่มีธาตุเหล็กมาก ได้แก่ ผักบุ้ง คะน้า ตับ เนื้อสัตว์ ไข่แดง เป็นต้น ส่วนวิตามินซีควรรับประทาน 30 มิลลิกรัม โดยดื่มน้ำส้มคั้นวันละ 1 แก้ว สำหรับแคลเซียมควรได้รับวันละ 800 มิลลิกรัม อาหารที่มีแคลเซียมมาก ได้แก่ น้ำนม หรือนมถั่วเหลือง ถั่วเมล็ดแห้ง ปลาเล็กปลาน้อย กุ้งแห้ง เป็นต้น.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11692</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุ้งแห้ง, คะน้า, ตับ, ธาตุเหล็ก, นมถั่วเหลือง, น้ำนม, ผักบุ้ง, วิตามินซี, เล็กๆน้อยๆ, โปรตีน, ไข่แดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a3767e7341e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8371</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โกจิเบอร์รีดูแลไต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชื่อ Goji Berry อาจจะทำให้หลายคนงง หรือคิดอยู่นานว่าหน้าตาเป็นอย่างไร แต่บอกว่า โกจิเบอร์รีก็คือ &amp;quot;เก๋ากี้&amp;quot; ส่วนใหญ่คงร้องอ๋อ.. เพราะเราคุ้นเคยกับชื่อจีนนี้มากกว่า และมักจะเห็นผสมอยู่ในอาหารจีนต่างๆ เพราะเก๋ากี้นั้นอุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินเอ เส้นใยอาหาร ธาตุเหล็ก ซิงค์ สารต้านอนุมูลอิสระ และกรดอะมิโนจำเป็น จึงเป็นอาหารเสริมสุขภาพที่นิยมอย่างมาก และมีการวิจัยแล้วว่าเป็นยารักษาโรคได้ โดยมีงานค้นคว้าหนึ่งใช้สารโพลีแซ็กคาไรด์ที่ได้จากโกจิเบอร์รีทดลองในหนูที่เป็นโรคเบาหวาน พบว่าสารดังกล่าวช่วยลดความเสียหายของเซลล์เนื้อเยื่อในไตที่เกิดจากยาชนิดหนึ่งได้ ซึ่งอาจเป็นผลดีต่อการป้องกันการเกิดความเสียหายในไตจากโรคเบาหวานค่ะ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8371</URL_LINK>
                <HASHTAG>Goji Berry, ความเสียหายในไต, วิตามินซี, วิตามินเอ, สารต้านอนุมูลอิสร, สารโพลีแซ็กคาไรด์, อาหารจีน, เก๋ากี้, เล็กๆน้อยๆ, โรคเบาหวาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a3767e7341e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
