<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115605</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2021 07:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2021 05:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดฟินทะเลหมอกเมืองเลย  กรีนซีซั่นเบิกบานผ่านออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;ldquo;ภูพระ&amp;quot; บ้านหมากแข้ง ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ททท.สำนักงานเลย ชวนเบิกบานผ่านม่านฝน ชมบรรยากาศธรรมชาติ วิถีชีวิต และแหล่งท่องเที่ยวสวยงามของเมืองเลยในช่วงกรีนซีซั่นผ่านออนไลน์ พร้อมให้ข้อมูลสถานการณ์ท่องเที่ยวแบบล่าสุด ไม่ว่าจะเป็นตารางเที่ยวบิน หรือบริการของ บขส. โปรโมชั่นเที่ยววันธรรมดา และร่วมกับผู้ประกอบการยกระดับมาตรฐานบริการ Sha เตรียมพร้อมรอเวลานักท่องเที่ยวมาเยือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวธนวัน กาสี ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเลย เปิดเผยว่า แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดเลยมีจุดเด่นอยู่ที่ธรรมชาติ ซึ่งในช่วงกรีนซีซั่นหรือช่วงฤดูฝน นับว่ามีความสวยงามมาก มองเห็นป่า ภูเขา น้ำตกและทะเลหมอก ดอกไม้ ที่สวยงาม ซึ่งโดยปกติจะมีนักเดินทางจากทั่วประเทศเดินทางมาเยือนเป็นจำนวนมาก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แม้จะยังอยู่ในช่วงที่ต้องอยู่กับบ้านเพื่อความปลอดภัยตามมาตรการของรัฐบาลเป็นหลัก แต่ ททท.ก็เตรียมการรองรับในหลายด้าน โดยเฉพาะการให้ข่าวสารเกี่ยวกับการแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในช่วงฤดูฝน โดยผ่านระบบออนไลน์ รวมทั้งยังเตรียมการหากสถานการณ์ผ่อนคลาย ก็สามารถเดินหน้าแผนการตลาดเพื่อกระตุ้นการเดินทางให้เข้ามาในพื้นที่ได้ และยังเป็นการช่วยเหลือฟื้นฟูภาคอุตสาหรรมทางการท่องเที่ยวในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในระดับชุมชนท้องถิ่นให้กลับมาดำเนินกิจการอีกครั้ง หลังต้องหยุดกิจการชั่วคราวจากสถานการณ์โควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;บรรยากาศนักท่องเที่ยวกับท้องนาช่วงฤดูฝน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเลยกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา ททท.สำนักงานเลยได้มุ่งเน้นทำการตลาดออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ของสำนักงาน ททท.เลย เช่น การเล่าเรื่องด้วยภาพ และคลิปวิดีโอ โดยมีแอดมินนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับฤดูกาลท่องเที่ยว เช่นช่วงนี้คือ &amp;quot;กรีนซีซั่น&amp;quot; หรือฤดูฝน นักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางไปด้วยตนเอง แต่ก็สามารถรับชมความสวยงามเสมือนหนึ่งได้ไปอยู่ที่นั่นด้วยตัวเอง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ศิลปะบนนาข้าว บ้านแสงภา อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยกตัวอย่างเช่น การเล่าเรื่องด้วยรูปและข้อมูล ภายใต้หัวข้อ &amp;quot;ศิลปะบนนาข้าว&amp;quot; &amp;quot;Amazing Thailand&amp;quot; บริเวณด้านหน้า อบต.แสงภา บ้านแสงภา อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย, ความสวยงามของธรรมชาติในฤดูฝนของอำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย, เรื่องราวของ &amp;quot;วัดศรีโพธิ์ชัย&amp;quot; บ้านแสงภา อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย ที่มีความเก่าแก่มากกว่า 400 ปี มีสถาปัตยกรรมคล้ายวัดเชียงของ เมืองหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;วัดศรีโพธิ์ชัย บ้านแสงภา อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภูพระ&amp;rdquo; บ้านหมากแข้ง ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย, ตำนานของ &amp;quot;องค์พระธาตุศรีสองรัก&amp;quot; อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย, ชมความงดงามของ วัดเนรมิตวิปัสสนา อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย, ชม &amp;quot;ประติมากรรมเทพเทวา&amp;quot; ที่ วัดป่าห้วยลาด อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย, &amp;ldquo;หลวงปู่ไหลคำมา&amp;rdquo; นาคาธิบดีแห่งภูบ่อบิด แลนด์มาร์กแห่งใหม่ อำเภอเมืองเลย, &amp;ldquo;เจ้าแม่กวนอิม&amp;rdquo; ปางพันมือองค์ใหญ่ที่สุดในโลก อำเภอเมือง จังหวัดเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;พระธาตุศรีสองรัก สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;quot;เจ้าแม่กวนอิม&amp;quot; ปางพันมือองค์ใหญ่ที่สุดในโลก อำเภอเมือง จังหวัดเลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังมีเส้นทางชมทะเลหมอกสุดฟินในช่วงหน้าฝน &amp;quot;บริเวณภูเก้าง้อม&amp;quot; หรือโค้งหมายเลข 9 ซึ่งเป็นเส้นทางระหว่างทางอำเภอด่านซ้ายสู่อำเภอนาแห้ว ใกล้ อบต.นามาลา อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย, &amp;quot;ถนนนลอยฟ้าภูหลวง&amp;quot; เส้นทางรอยต่อระหว่างอำเภอภูหลวง จังหวัดเลย และอำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นถนนที่มีภูมิทัศน์สองข้างทางสวยงามมากอีกเส้นหนึ่ง, เชียงคาน จังหวัดเลย ชมเมืองน่ารักริมแม่น้ำโขง พบกับเสน่ห์ของบ้านไม้โบราณและวิถีชีวิตของชาวอีสานดั้งเดิม มีกิจกรรมให้ทำได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการปั่นจักรยานชมเมือง ตื่นเช้าตักบาตรข้าวเหนียว หรือสายกินอาจจะอยากลองชิม ส้มตำด๊องแด๊ง ที่เชียงคาน อีกหนึ่งเมนูอร่อยที่คนมาแล้วพลาดไม่ได้ และชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าริมน้ำโขงที่แสนประทับใจ ฯลฯ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ตักบาตรข้าวเหนียวยามเช้า เชียงคาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ชมเมืองเก่าเชียงคาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ล่องเรือริมน้ำโขงชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า เชียงคาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ททท.สำนักงานเลยยังทำงานเชิงบูรณาการร่วมกับ ททท.ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ ททท.สำนักงานอื่นๆ ในภาคอีสาน 20 จังหวัด นำเสนอทิศทางการทำงานและประสานระหว่างกัน มีการไลฟ์สดผ่านเพจเฟซบุ๊กของ ททท.สำนักงานเลย โดยเชิญตัวแทนของ ททท., ผู้ประกอบการ และตัวแทนชุมชนในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยว เข้ามารายงานสถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้ข้อมูลแบบล่าสุดกับผู้ที่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;แคมเปญวันธรรมดาน่าเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงที่มีงานประเพณีวัฒนธรรมในชุมชน มีการจัดไลฟ์สดจากพื้นที่ให้คนทั่วไปได้รับชม หรือมีงานแถลงข่าวกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว พร้อมยังนำเสนอสาระความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพที่เป็นประโยชน์ และการแจ้งโปรโมชั่น เช่น ขยายกิจกรรม &amp;quot;เที่ยวเลยวันธรรมดา&amp;quot; ให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวจังหวัดเลย ระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายน 2564 ในช่วงวันธรรมดา (อาทิตย์-พฤหัสบดี) ภายใต้มาตรการสาธารณสุขของจังหวัดเลย รับส่วนลดค่าที่พักคนละ 100 บาทต่อทริป จำนวน 1,000 คน เป็นต้น รวมทั้งยังแจ้งข่าวสารการท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น ตารางบิน ตารางเดินรถ การเปิดหรือปิดแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ให้ประชาชนรับทราบข้อมูลล่าสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นักท่องเที่ยวที่สนใจยังสามารถเข้ามาชม และสืบค้นข้อมูลของแหล่งท่องเที่ยวทั้งใหม่และเก่า เพื่อเตรียมวางแผนการเดินทางในอนาคต หรือรับชมเพื่อให้คลายความคิดถึงสถานที่ที่เคยเดินทางมาเยือนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ รวมทั้งยังเปิดพื้นที่เป็นตลาดออนไลน์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าอาทิ สินค้าเกษตร และสินค้าชุมชน โอท็อปต่างๆ ให้ประชาชนโดยทั่วไปสามารถสั่งซื้อแบบออนไลน์ได้ทั่วประเทศ&amp;quot; ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเลยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากการตลาดแบบออนไลน์แล้ว ททท.สำนักงานเลยยังให้ความสำคัญกับการปรับตัวไปสู่การดำเนินชีวิตวิถีใหม่ หรือ New Normal และเชิญชวนให้ผู้ประกอบการในพื้นที่เข้าร่วมโครงการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย หรือ Amazing Thailand Safety &amp;amp; Health Administration (SHA)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นในพื้นที่จังหวัดเลยมีผู้เข้าร่วมโครงการยกระดับมาตรฐาน SHA จำนวน&amp;nbsp; 54 ราย และผู้ประกอบการจากจังหวัดหนองบัวลำภู ในความรับผิดชอบของ ททท.สำนักงานเลยเข้าร่วมประมาณกว่า 10 ราย และจะเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการที่เหลือเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง โดยจัดเจ้าหน้าที่ ททท.เข้าไปประสานเพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินการ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;เครื่องหมายรับรองมาตรฐาน SHA &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการมาตรฐาน SHA เกิดขึ้นจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท.ร่วมกับกรมควบคุมโรค กรมอนามัย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข มีเป้าหมายเพื่อยกมาตรฐานการบริการที่มีความปลอดภัยด้านสุขอนามัย โดยเชิญชวนผู้ประกอบการและสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องแต่ละพื้นที่เข้าร่วมโครงการ ผู้ที่ผ่านมาตรฐานการประเมินจะได้รับเครื่องหมาย SHA เป็นสัญลักษณ์เพื่อเพิ่มความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครอบคลุมกิจการท่องเที่ยว 10 ประเภท ได้แก่ 1.ภัตตาคาร ร้านอาหาร 2.โรงแรม ที่พัก สถานที่จัดประชุม 3.นันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว 4.ยานพาหนะ 5. บริษัทนำเที่ยว 6.สุขภาพและความงาม 7.ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า 8.กีฬาเพื่อการท่องเที่ยว 9.โรงละคร โรงมหรสพ การจัดกิจกรรม และ 10.ร้านค้าของที่ระลึกและร้านค้าอื่นๆ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จังหวัดเลยเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะช่วงกรีนซีซั่น หรือฤดูฝน สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติต่างๆ มีความสวยงามอย่างมาก ปกคลุมไปด้วยทะเลหมอก เชื่อว่าหากสถานการณ์ผ่อนคลาย และให้มีการเดินทางได้ในเร็วๆ นี้ จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากภายนอกเข้ามาท่องเที่ยว พักผ่อนได้ ซึ่งจะเป็นการช่วยให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและชุมชนมีรายได้ ฟื้นตัวทางเศรษฐกิจได้อีกครั้งอย่างแน่นอน&amp;rdquo; ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเลยกล่าวปิดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สนใจสอบถามข้อมูลและการท่องเที่ยวจังหวัดเลยเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานเลย โทร.0-4281-2812 (จันทร์-ศุกร์ 08.30-16.30 น.) และ Facebook : TAT Loei Office หรือเว็บไซต์ www.เที่ยวอีสาน.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;สรณะ รายงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115605</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรีนซีซั่น, ททท, ทะเลหมอก, ท่องเที่ยว., ธรรมชาติ, วิถีชีวิต, ออนไลน์, เมืองเลย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210904/image_big_61332dfadee32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94881</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2021 14:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2021 13:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิถีชีวิตชาวปกาเกอะยอบ้านห้วยริน จ.แม่ฮ่องสอน  “เงินไม่ใช่พระเจ้า     ข้าวต่างหากที่คือพระเจ้า”  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;นาข้าวบ้านห้วยรินหลังการเก็บเกี่ยวและชาวบ้านช่วยนำอาหารไปทำบุญ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;บ้านห้วยริน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตำบลแม่ลาน้อย&amp;nbsp; อำเภอแม่ลาน้อย&amp;nbsp; จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp; อยู่ห่างจากตัวอำเภอแม่ลาน้อยประมาณ 4 กิโลเมตร&amp;nbsp; เป็นหมู่บ้านชาวกะเหรี่ยง&amp;nbsp; &amp;lsquo;ปกาเกอะยอ&amp;rsquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จำนวน 115 ครอบครัว&amp;nbsp; ประชากรประมาณ 440 คน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์&amp;nbsp; ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม&amp;nbsp; ปลูกข้าวโพดและถั่วเหลืองเป็นพืชเศรษฐกิจหลัก&amp;nbsp; แต่ก็ปลูกข้าวทุกครัวเรือนเพื่อเอาไว้กินตลอดทั้งปี&amp;nbsp; เมื่อเหลือจึงขาย&amp;nbsp; และแบ่งปันให้คนที่มีข้าวไม่พอกิน&amp;nbsp; เป็นหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ยังสืบทอดประเพณีดั้งเดิมของชาวปกาเกอะยอเอาไว้หลายอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สราวุฒิ ขจรสันติชัย อดีตพ่อหลวงหรือผู้ใหญ่บ้านบ้านห้วยริน&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ชาวบ้านที่นี่นับถือว่า &amp;lsquo;ข้าว&amp;rsquo; มีพระคุณเหมือนกับพ่อแม่ของเขา&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นเมื่อเก็บเกี่ยวข้าวแล้วจึงมีการทำบุญขวัญข้าวเพื่อตอบแทนคุณ&amp;nbsp; และยังมีพิธีต่างๆ ที่เกี่ยวกับข้าวตลอดทั้งปี&amp;nbsp; ที่สำคัญก็คือมีพิธี &amp;lsquo;กองบุญข้าว&amp;rsquo;&amp;nbsp; หลังฤดูเก็บเกี่ยว&amp;nbsp; เพื่อให้ชาวบ้านนำข้าวเปลือกมาทำบุญแล้วนำไปเก็บในยุ้งข้าว&amp;nbsp; เหมือนกับเป็นธนาคารข้าวเปลือกสำรองเอาไว้ในหมู่บ้านเพื่อให้คนที่ขาดแคลนยืมข้าวเอาไปกิน&amp;nbsp; และเมื่อทำนาได้ผลแล้วจึงนำข้าวเปลือกมาคืนพร้อมกับดอกเบี้ยเล็กน้อยเพื่อให้ธนาคารข้าวเติบโตและยั่งยืน&amp;nbsp; สามารถช่วยเหลือคนอื่นได้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;มีนิทานของชาวปกาเกอะยอเรื่องหนึ่งเล่าต่อกันมาว่า &amp;nbsp;ในสมัยก่อน&amp;nbsp; มีพ่อค้าที่ร่ำรวยคนหนึ่งขี่ช้างหลงเข้าไปในหมู่บ้านชาวปกาเกอะยอแห่งหนึ่ง &amp;nbsp;แล้วประกาศกับชาวบ้านว่าตนเองเป็นพ่อค้าที่ร่ำรวย &amp;nbsp;มีช้างมากมาย &amp;nbsp;มีเงินที่จะซื้อข้าวปลาอาหารจากชาวบ้านได้ทั้งหมู่บ้าน &amp;nbsp;เมื่อพ่อค้าหิวข้าวจึงเอาถุงเงินออกมาเพื่อจะขอซื้อข้าวจากชาวบ้าน&amp;nbsp; แต่ชาวบ้านก็ไม่ได้ให้ความสนใจ &amp;nbsp;เพราะชาวบ้านไม่เคยใช้เงิน &amp;nbsp;ไม่รู้จักเงิน &amp;nbsp;สุดท้ายพ่อค้าต้องใช้ช้างที่ตนเองขี่มาแลกข้าวกับชาวบ้านได้เพียง 1 ห่อกินแก้หิว&amp;rdquo; &amp;nbsp;อดีตพ่อหลวงบ้านห้วยรินยกนิทานแฝงปรัชญาขึ้นมาเล่า &amp;nbsp;ก่อนย้ำว่า &amp;ldquo;เงินไม่ใช่พระเจ้า &amp;nbsp;ข้าวต่างหากที่เป็นพระเจ้า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;ชาวบ้านห้วยรินช่วยกันถอนกล้าข้าวก่อนนำไปปลูก (ภาพจากเพจ ห้วยริน M 14)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;บือฉ่อบุ&amp;rdquo; กองบุญข้าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ในอดีตชาวปกาเกอะยอและกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในภาคเหนือจะมีความเชื่อและพิธีกรรมต่างๆ เป็นของตนเอง&amp;nbsp; แต่เมื่อราว 100 ปีก่อน&amp;nbsp; คริสต์ศาสนาได้เดินทางมาถึงพร้อมกับผู้เผยแผ่ที่ดั้นด้นบุกป่าฝ่าดงดอยเข้าไปถึงหมู่บ้าน&amp;nbsp; กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ จึงเริ่มหันมานับถือศาสนาคริสต์ (ส่วนใหญ่เป็นนิกายโรมันคาทอลิก)&amp;nbsp; เช่นเดียวกับชาวปกาเกอะยอบ้านห้วยริน&amp;nbsp; แต่ก็ยังสืบทอดประเพณีและความเชื่อของบรรพบุรุษเอาไว้หลายอย่างจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp; รวมทั้งยังหลอมรวมความเชื่อดั้งเดิมเข้ากับงานพัฒนาหมู่บ้านได้อย่างกลมกลืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;เช่น&amp;nbsp; ประเพณี &amp;lsquo;บือฉ่อบุ&amp;rsquo; หรือกองบุญข้าว&amp;nbsp; โดยจะทำหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวในราวเดือน 12 &amp;nbsp;(ประมาณเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม) เพื่อนำข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวมาทำบุญ&amp;nbsp; แบ่งปันให้คนยากไร้&amp;nbsp; หรือครอบครัวที่มีข้าวไม่พอกิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;ภัยจากธรรมชาติทำให้ไร่นาเสียหาย&amp;nbsp; หลายครอบครัวปลูกข้าวไม่พอกิน (ภาพจากเพจ ห้วยริน M 14)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;โดยชาวปกาเกอะยอมีความเชื่อที่สืบต่อกันมาว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;ข้าวมีอยู่ 9 เมล็ด &amp;nbsp;เมล็ดที่ 1 เอาไว้สำหรับตัวเองเพื่อบริโภค เมล็ดที่ 2 สำหรับครอบครัว &amp;nbsp;เมล็ดที่ 3 สำหรับญาติพี่น้องและเพื่อนฝูง &amp;nbsp;เมล็ดที่ 4 เพื่อคนยากจนที่มาขอในยามยาก &amp;nbsp;เมล็ดที่ 5 เอาไว้บวชลูก เมล็ดที่ 6 เอาไว้ค้ำจุนสังคมยุคพระศรีอาริย์ เป็นการเอื้อเฟื้อเกื้อกูลซึ่งกันและกันเพื่อช่วยกันสร้างสังคมใหม่ เมล็ดที่ 7 มีไว้เพื่อแลกกับแก้วแหวนเงินทอง &amp;nbsp;เมล็ดที่ 8 เอาไว้เพื่อสร้างชุมชนเพื่อทำให้เกิดอารยธรรม &amp;nbsp;และเมล็ดที่ 9 เอาไว้เพื่อตัวข้าเมื่อข้าตายไปแล้ว&amp;rdquo; (ข้อมูลจากhttp://www.jpthai.org)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นั่นคือความเชื่อที่นำมาสู่การแบ่งปัน&amp;nbsp; เกื้อกูลกันของชาวปกาเกอะยอ&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน &amp;lsquo;ศูนย์สังคมพัฒนา สังฆมณฑลเชียงใหม่&amp;rsquo; &amp;nbsp;(องค์กรพัฒนาเอกชนที่เป็นองค์กรศาสนาภายใต้สภาคาทอลิกแห่งประเทศไทยเพื่อการพัฒนา) ได้นำแนวคิดการจัดตั้งธนาคารข้าวมาต่อยอดพิธีกองบุญข้าวของชาวปกาเกอะยอในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ จ.เชียงใหม่&amp;nbsp; ในช่วงปี 2530&amp;nbsp; หลังจากนั้นพิธีกองบุญข้าวจึงแพร่หลายไปทั่วภาคเหนือในหมู่บ้านที่นับถือศาสนาคริสต์&amp;nbsp; รวมทั้งที่บ้านห้วยริน&amp;nbsp; อ.แม่ลาน้อย&amp;nbsp; จ.แม่ฮ่องสอนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สากล&amp;nbsp; บรรพขจรเวช&amp;nbsp; อายุ 36&amp;nbsp; ปี&amp;nbsp; พ่อหลวงบ้านห้วยริน (คนปัจจุบัน) บอกว่า&amp;nbsp; พื้นที่ส่วนใหญ่ของหมู่บ้านห้วยรินตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ยวมฝั่งซ้าย&amp;nbsp; ชาวบ้านจึงมีพื้นที่ทำกินไม่มากนัก&amp;nbsp; ครอบครัวหนึ่งประมาณ&amp;nbsp; 3-4 ไร่&amp;nbsp; ส่วนใหญ่ปลูกข้าวโพด(เลี้ยงสัตว์) และถั่วเหลืองเอาไว้ขาย&amp;nbsp; แต่ได้ราคาไม่ดีนัก&amp;nbsp; โดยเฉพาะข้าวโพดราคาประมาณกิโลกรัมละ&amp;nbsp; 4-5 บาท แต่ก็จำเป็นต้องปลูกพืชเศรษฐกิจเพื่อเอาเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว&amp;nbsp; และปลูกข้าวเจ้าเอาไว้กิน &amp;nbsp;ที่เหลือก็ขาย &amp;nbsp;เป็นข้าวพันธุ์ กข.21 &amp;nbsp;มีจุดเด่น&amp;nbsp; คือทนต่อโรคและแมลง&amp;nbsp; ให้ผลผลิตสูง (ประมาณ 700 กิโลกรัม/ไร่)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;แม้ว่าชาวบ้านห้วยรินจะมีรายได้จากการปลูกข้าวโพดและถั่วเหลืองไม่มากนัก&amp;nbsp; แต่เราก็ใช้ชีวิตแบบพอเพียง&amp;nbsp; ไม่ฟุ่มเฟือย&amp;nbsp; และยังปลูกข้าวเอาไว้กิน&amp;nbsp; มีพิธีกองบุญข้าวทุกปี&amp;nbsp; เอาข้าวเปลือกมาสำรองไว้ช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนนี้มีข้าวเปลือกเหลืออยู่ประมาณ 5 ตัน&amp;rdquo;&amp;nbsp; พ่อหลวงบ้านห้วยรินบอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;พิธีบือฉ่อบุหรือกองบุญข้าวที่บ้านห้วยริน&amp;nbsp; เริ่มขึ้นอย่างจริงจังและต่อเนื่องมาตั้งแต่ราวปี 2535&amp;nbsp; โดยจะมีพิธีภายหลังการเกี่ยวข้าวแล้ว&amp;nbsp; หรือในช่วงเดือน 12 (ประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม)&amp;nbsp; หลังเกี่ยวข้าวชาวบ้านจะมีการทำบุญขวัญข้าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยนำเอาข้าวปลาอาหารมาเซ่นไหว้ &amp;nbsp;เพื่อตอบแทนพระคุณของข้าวที่ออกช่อชูรวงมาให้กิน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;จากนั้นแต่ละครอบครัวก็จะแบ่งข้าวเปลือกเอามากองร่วมกัน &amp;nbsp;ใครมีน้อยก็ให้น้อย &amp;nbsp;มีมากก็ให้มาก&amp;nbsp; จึงเรียกพิธีนี้ว่า &amp;lsquo;กองบุญข้าว&amp;rsquo; &amp;nbsp;เป็นการทำบุญช่วยเหลือคนที่ยากจนกว่า&amp;nbsp; หรือครอบครัวที่มีข้าวไม่พอกินในหมู่บ้าน &amp;nbsp;หากมีข้าวเหลือก็จะนำไปเก็บไว้ในยุ้งข้าว &amp;nbsp;ใครเดือดร้อนก็มาเอาไปกิน &amp;nbsp;หรือหมู่บ้านอื่นๆ ที่ขาดแคลนก็เอาข้าวไปกินได้ &amp;nbsp;รวมทั้งยังนำข้าวไปช่วยเหลือหมู่บ้านที่ประสบภัยพิบัติ&amp;nbsp; ไม่มีข้าวกิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;สากล&amp;nbsp; บรรพขจรเวช&amp;nbsp; พ่อหลวงบ้านห้วยรินกับธนาคารข้าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;lsquo;บือพอ&amp;rsquo;&amp;nbsp; ธนาคารข้าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ไม่เพียงแต่จะมีพิธีทำขวัญข้าวและกองบุญข้าวเท่านั้น &amp;nbsp;ชาวปกาเกอะยอบ้านห้วยรินยังมีพิธีกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้าวตลอดทั้งปี &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมแล้วเกือบ 10 พิธี &amp;nbsp;&amp;nbsp;ตั้งแต่พิธีการถางไร่ &amp;nbsp;การหว่านข้าว &amp;nbsp;การเลี้ยงผีไร่ &amp;nbsp;พิธีไล่ความชั่วร้ายในไร่ &amp;nbsp;ฯลฯ &amp;nbsp;เพื่อปกป้องไร่นา &amp;nbsp;และขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้ได้ข้าวอุดมสมบูรณ์ &amp;nbsp;ถือเป็นการแสดงความอ่อนน้อม &amp;nbsp;คารวะต่อบุญคุณของแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;พ่อหลวงสากล&amp;nbsp; บอกว่า ชาวบ้านห้วยรินใช้วิธีการทำนาแบบดำนา &amp;nbsp;เนื่องจากพื้นที่ทำนาเป็นที่ราบเชิงหุบเขา&amp;nbsp; ไม่ใช่การเพาะปลูกแบบข้าวไร่บนดอย&amp;nbsp; อาศัยน้ำจากห้วยรินและน้ำฝนในการทำนา&amp;nbsp; โดยการเพาะต้นกล้าก่อน&amp;nbsp; เมื่อเพาะต้นกล้าจนโตแล้วจึงถอนต้นกล้าเอามาปักดำในนา&amp;nbsp; ซึ่งในช่วงการดำนานี้เอง&amp;nbsp; ชาวบ้านห้วยรินจะใช้วิธี &amp;lsquo;เอามือ&amp;rsquo; หรือลงแรงช่วยกันดำนา&amp;nbsp; โดยจะบอกกล่าวไหว้วานให้เพื่อนบ้านหรือญาติพี่น้องมาช่วยกันถอนต้นกล้าเพื่อนำไปดำ&amp;nbsp; แปลงละ 10-20 คน&amp;nbsp; ใช้เวลา 1-2 วันก็แล้วสร็จ &amp;nbsp;เพราะส่วนใหญ่มีที่นาไม่มาก &amp;nbsp;&amp;nbsp;แล้วหมุนเวียนไปช่วยเอามือในแปลงอื่นๆ&amp;nbsp; ทำให้ประหยัดเวลา&amp;nbsp; ประหยัดค่าแรง&amp;nbsp; รวมทั้งยังทำให้เกิดความรัก&amp;nbsp; ความสามัคคีในหมู่บ้านด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;การ &amp;lsquo;เอามือ&amp;rsquo; ช่วยกันถอนกล้าข้าวเพื่อเอามาปลูก (ภาพจากเพจ ห้วยริน M 14)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ข้าวพันธ์ กข. 21&amp;nbsp; จะใช้ระยะเวลาตั้งแต่เพาะต้นกล้าประมาณ 30 วัน&amp;nbsp; และเติบโตพร้อมเกี่ยวข้าวอีก 120-130 วัน&amp;nbsp; หากเริ่มปลูกในช่วงต้นฤดูฝน&amp;nbsp; ประมาณเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน&amp;nbsp; ช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนก็เก็บเกี่ยวข้าวได้&amp;nbsp; หลังจากนั้นจึงมีพิธีกองบุญข้าว&amp;nbsp; แล้วเอาข้าวเปลือกไปใส่ไว้ในยุ้งข้าวหรือ &amp;lsquo;บือพอ&amp;rsquo;&amp;nbsp; หรือธนาคารข้าวในหมู่บ้าน&amp;nbsp; ครอบครัวไหนที่มีที่นาน้อย&amp;nbsp; หรือปลูกข้าวไม่พอกินก็จะเอาข้าวเปลือกไปกินก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;เมื่อเกี่ยวข้าวแล้ว&amp;nbsp; ชาวบ้านจะเอาข้าวเปลือกขึ้นยุ้งเพื่อเก็บไว้กินให้พอตลอดทั้งปี&amp;nbsp; คนที่มีข้าวเหลือกินแล้วก็จะนำข้าวเปลือกมาร่วมพิธีกองบุญ&amp;nbsp; ครอบครัวละ 1 หลัง&amp;nbsp; หรือ 112 &amp;nbsp;กิโลฯ&amp;nbsp; หากครอบครัวไหนมีข้าวไม่พอกินก็จะมาเอาที่ธนาคารข้าว&amp;nbsp; ถ้าเอาข้าวไป 1 หลัง (112 กิโลฯ)&amp;nbsp; เวลาเอาข้าวมาคืนก็จะคืน 1 หลังกับ 1 ควาย (14 กิโลฯ) &amp;nbsp;หรือเสียดอกเบี้ย 14 กิโลฯ&amp;nbsp; เพื่อให้ธนาคารมีข้าวสำรองเอาไว้ตลอดทั้งปี&amp;rdquo;&amp;nbsp; พ่อหลวงสากลอธิบาย&amp;nbsp; และบอกถึงวิธีการนับปริมาณข้าวของชาวบ้านห้วยริน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;ช่วยกันเอาข้าวเปลือกขึ้นยุ้งข้าว หรือ &amp;lsquo;บือพอ&amp;rsquo; (ภาพจากเพจ ห้วยริน M 14)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ปัจจุบัน (มีนาคม 2564)&amp;nbsp; ธนาคารข้าวบ้านห้วยรินมีข้าวเปลือกสำรองประมาณ 5 ตัน&amp;nbsp; หรือประมาณ 5,000 กิโลกรัม&amp;nbsp; โดยมีชาวบ้านที่ปลูกข้าวพอกินประมาณ 50 ครอบครัว (จากทั้งหมด 115 ครอบครัว) ที่นำข้าวมาร่วมพิธีกองบุญข้าว&amp;nbsp; ครอบครัวละ 1 หลังหรือ 112 กิโลฯ&amp;nbsp; ข้าวที่เหลือสำรองในธนาคารข้าวส่วนหนึ่งจะขายให้พ่อค้าเพื่อนำเงินมาพัฒนาหมู่บ้าน&amp;nbsp; รวมทั้งถวายวัดและโบสถ์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;
สราวุฒิ ขจรสันติชัย อดีตพ่อหลวงบ้านห้วยรินกล่าวเสริมว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;เมื่อก่อนชาวบ้านที่นี่อดอยาก &amp;nbsp;ต้องเอาของไปแลกข้าวจากที่อื่นมากิน &amp;nbsp;แต่ตอนนี้คนจากหมู่บ้านอื่นต้องมาแลกข้าวที่นี่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;และยังช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนได้ &amp;nbsp;เมื่อครั้งที่อำเภอปายดินถล่ม &amp;nbsp;(ประมาณปี 2548)&amp;nbsp; พวกเราก็เอาข้าวจากที่นี่ไปช่วยเหลือพี่น้องทางโน้นด้วย&amp;rdquo; อดีตพ่อหลวงบอกด้วยความภูมิใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ร้านค้าชุมชนบ้านห้วยริน นำผลกำไรคืนสู่ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;นอกจากพิธีกองบุญข้าวและธนาคารข้าวซึ่งถือว่าเป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลกันของชาวปกาเกอะยอบ้านห้วยรินแล้ว&amp;nbsp; ที่หมู่บ้านแห่งนี้มีการจัดตั้งร้านค้าชุมชนขึ้นมาตั้งแต่ปี 2546&amp;nbsp; หลังจากที่ผู้นำในหมู่บ้านได้ไปศึกษาดูงานร้านค้าชุมชนมาจากจังหวัดลำพูน&amp;nbsp; เปิดขาย 2 ช่วงทุกวัน&amp;nbsp; คือ ช่วงเช้าตั้งแต่ตี 5&amp;nbsp; จนถึง 8 โมงเช้า และช่วงเย็น&amp;nbsp; เวลา 4 โมงเย็นถึง 2 ทุ่ม&amp;nbsp; มีคนขายและทำบัญชี 1 คน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ขายสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สบู่&amp;nbsp; ยาสีฟัน&amp;nbsp; ผงซักฟอก&amp;nbsp; น้ำมันพืช&amp;nbsp; ขนม&amp;nbsp; ของขบเคี้ยว&amp;nbsp; บะหมี่สำเร็จรูป&amp;nbsp; นม&amp;nbsp; และเครื่องดื่มต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งยังมีปั้มน้ำมันหยอดเงินบริการด้วย&amp;nbsp; ถือเป็นร้านสะดวกซื้อของชาวบ้าน&amp;nbsp; ไม่มีแอร์&amp;nbsp; แต่มีเงินปันผล&amp;nbsp; และยังนำผลกำไรส่วนหนึ่งมาพัฒนาหมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;ร้านค้าชุมชนบ้านห้วยริน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;พันธ์&amp;nbsp; วิริยศิลา&amp;nbsp; ประธานกรรมการร้านค้าชุมชน&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ช่วงแรกร้านค้าชุมชนกำหนดกฎระเบียบออกมาให้สมาชิกถือหุ้นๆ ละ 5 บาท เพื่อเป็นเงินลงทุนและซื้อสินค้าเข้ามาจำหน่าย &amp;nbsp;สิ้นปีก็จะมีเงินปันผลและมีสวัสดิการช่วยเหลือสมาชิก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ด้วยการขาดประสบการณ์ ในช่วงแรกจึงไม่ได้จำกัดการถือหุ้น &amp;nbsp;คนที่มีเงินมากก็ซื้อหุ้นคนละ 1,000-2,000 บาท &amp;nbsp;หวังว่าจะได้เงินปันผลมากๆ &amp;nbsp;ต่อมาจึงปรับให้ถือหุ้นได้ไม่เกินคนละ 100 บาทเพื่อความเท่าเทียมกัน &amp;nbsp;เริ่มแรกมีเงินลงทุนประมาณ 10,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;ตอนที่เปิดร้านค้าชุมชนใหม่ๆ&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนที่เปิดร้านขายของชำในหมู่บ้านอยู่แล้วก็ไม่พอใจ เพราะคิดว่าเราจะมาแย่งลูกค้า ทำให้เขาขาดรายได้ &amp;nbsp;แต่พอนานไป &amp;nbsp;เขาก็เข้าใจ &amp;nbsp;เพราะรู้ว่าร้านค้าชุมชนเป็นของส่วนรวม &amp;nbsp;เป็นของหมู่บ้าน &amp;nbsp;ผลกำไรก็นำมาแบ่งปันกัน &amp;nbsp;ตอนหลังร้านชำเหล่านี้ก็มาสมัครเป็นสมาชิกของเราด้วย&amp;rdquo; ประธานฯ ร้านค้าชุมชนบอกเล่าการดำเนินการในช่วงแรก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;กรรมการร้านค้าชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ปัจจุบันร้านค้าชุมชนบ้านห้วยรินมีสมาชิกทั้งหมด 75 ราย &amp;nbsp;ปี 2563 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; มียอดขายรวมประมาณ 170,000 บาท&amp;nbsp; มีผลกำไรประมาณ&amp;nbsp; 30,000 บาท&amp;nbsp; ปันผลให้สมาชิกหุ้นละ 5 บาท&amp;nbsp; และแบ่งกำไรให้สมาชิกตามยอดซื้อตลอดทั้งปี&amp;nbsp; เฉลี่ยคนละ 5 % ของยอดซื้อ&amp;nbsp; (บางคนได้เงินปันผลกำไร 2,400 บาท)&amp;nbsp; มีเงินทุนหมุนเวียนประมาณ 60,000 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นอกจากนี้ร้านค้าชุมชนจะจัดสรรผลกำไรดังนี้ &amp;nbsp;20 %&amp;nbsp; เป็นทุนหมุนเวียนให้ร้านค้า&amp;nbsp; 40 % &amp;nbsp;นำมาเป็นเงินพัฒนาหมู่บ้าน &amp;nbsp;เช่น ซ่อมถนน&amp;nbsp; ซ่อมท่อประปา&amp;nbsp; ทำฝายชะลอน้ำ &amp;nbsp;และ 40 %&amp;nbsp; นำมาจัดสวัสดิการให้สมาชิก&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; คลอดบุตรช่วยเหลือ 500 บาท&amp;nbsp; เจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาลช่วยเหลือ300-500 บาท (ตามระยะทาง)&amp;nbsp; เสียชีวิตช่วยเหลือ 1,000 บาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;ผลกำไรจากร้านค้านำไปพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ทำฝายชะลอน้ำ (ภาพจากเพจ ห้วยริน M 14)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;รวมทั้งยังช่วยเหลือคนที่พิการ &amp;nbsp;คนด้อยโอกาส &amp;nbsp;และบริจาคข้าวเข้ากองบุญข้าวด้วย &amp;nbsp;ส่วนจะช่วยมากน้อยเพียงใดก็จะดูจากผลกำไรในแต่ละปี &amp;nbsp;โดยคณะกรรมการร้านค้าฯ จะเป็นผู้พิจารณา&amp;nbsp; ปัจจุบันมีเงินกองทุนสวัสดิการร้านค้าประมาณ 10,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ถือเป็นหมู่บ้านที่มีความเกื้อกูล แบ่งปัน &amp;nbsp;ช่วยเหลือดูแลกันและกัน&amp;nbsp; เหมือนกับความเชื่อเรื่องข้าวของชาวปกาเกอะยอที่ว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;ข้าวมีอยู่ 9 เมล็ด &amp;nbsp;เมล็ดที่ 1 เอาไว้สำหรับตัวเองเพื่อบริโภค เมล็ดที่ 2 สำหรับครอบครัว &amp;nbsp;เมล็ดที่ 3 สำหรับญาติพี่น้องและเพื่อนฝูง &amp;nbsp;เมล็ดที่ 4 เพื่อคนยากจนที่มาขอในยามยาก...&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;(โดยสำนักพัฒนานวัตกรรมชุมชนจัดการความรู้และสื่อสาร&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน))&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94881</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ้านห้วยริน, วปกาเกอะยอ, วิถีชีวิต, แม่ฮ่องสอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210303/image_big_603f39ebcb50a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19690</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2018 17:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2018 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อรัญประเทศ...มี (ดี) มากกว่าแค่ตลาดโรงเกลือ ชวนสัมผัสวิถีชุมชนตามแบบฉบับ OTOP นวัตวิถี อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เมื่อพูดถึงอำเภออรัญประเทศ สิ่งที่ผุดขึ้นมาในความคิดของใครหลายคน คงหนีไม่พ้น &amp;ldquo;ตลาดโรงเกลือ&amp;rdquo; แหล่งช้อปปิ้งสินค้ามือสองที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ผู้คนส่วนใหญ่มักเริ่มต้นการเดินทางใน อ.อรัญประเทศ ด้วยการแวะซื้อสินค้าที่ &amp;ldquo;ตลาดโรงเกลือ&amp;rdquo; ภาพบรรยากาศร้านค้าแบบโรงเรือน แบ่งเป็นห้องๆ เสียงเรียกลูกค้า เสียงต่อราคาที่เริ่มจอแจขึ้นตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้าของวัน ภาพวิถีชีวิตของคนหลากหลายเชื้อชาติ เช่น กัมพูชา จีน เวียดนาม ไทย ที่มารวมกันอยู่ที่นี่ คงเป็นสิ่งคุ้นตาของใครหลายคนเมื่อมาแวะเที่ยวที่สถานที่แห่งนี้ ทว่า...คงจะน่าเสียดายอยู่ไม่น้อย หากเราเดินทางมาถึง อ.อรัญประเทศ แล้วจบการเดินทางอยู่เพียงเท่านี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;หลายคนอาจไม่รู้ว่าที่ อ.อรัญประเทศ ยังมีสิ่งที่น่าสนใจเรียงรายรอให้ไปเยี่ยมชมอยู่อีกมากอย่าง ปราสาทเขาน้อยสีชมพู &amp;nbsp;ซึ่งเป็นสถานที่ค้นพบจารึกที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย และยังมีชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ที่จะช่วยให้การท่องเที่ยวอรัญประเทศของเรามีเสน่ห์อย่างลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม เพราะนอกจากจะเป็นการช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืนแล้ว เรายังจะได้เข้าไปเรียนรู้วิถีชีวิต และได้ลองสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นดั้งเดิมของชุมชนเหล่านี้มากขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ชวนเที่ยว 5 หมู่บ้าน ตามแบบฉบับ OTOP นวัตวิถี อ.อรัญประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อรัญประเทศ เป็นอำเภอชายแดนทางด้านตะวันออกของประเทศไทย มีแนวชายแดนติดกับประเทศกัมพูชา นับเป็นจุดเชื่อมต่อทางการค้าที่สำคัญในย่านนี้มาตั้งแต่อดีต จึงเป็นแหล่งรวมของคนหลากหลายเชื้อชาติ ทั้งไทย กัมพูชา เวียดนาม ลาว และญ้อ จนทำให้อำเภออรัญประเทศ มีกลิ่นอายทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย โดยเส้นทางท่องเที่ยว 4 ตำบล 5 หมู่บ้านตามแบบฉบับ OTOP นวัตวิถี ที่เราจะพาไปเที่ยวครั้งนี้ ประกอบด้วย 1.หมู่บ้านคลองน้ำใส ต.คลองน้ำใส 2. หมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง (อพป.) คลองน้ำใส ต.คลองน้ำใส 3. หมู่บ้านทับพริก ต.ทับพริก 4. หมู่บ้านโรงเรียน ต.บ้านด่าน และ 5. หมู่บ้านเนินสะอาด ต.เมืองไผ่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;1. บ้านคลองน้ำใส ตำบลคลองน้ำใส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พื้นที่ของบ้านคลองน้ำใสอยู่ใกล้กับชายแดนประเทศกัมพูชาจนมีการไปมาหาสู่กันได้สะดวก แหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดหากมาเยือน คือ ปราสาทเขาน้อยสีชมพู ซึ่งไม่เพียงเป็นสถานที่สำคัญในหมู่บ้านคลองน้ำใส แต่ยังเป็นโบราณสถานที่โดดเด่นถึงขั้นได้รับการนำไปใส่ไว้ในตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดสระแก้วด้วย ส่วนของขึ้นชื่อที่นี่ คือ ผลิตภัณฑ์จักสานเส้นพลาสติก ซึ่งเกิดจากการร่วมกลุ่มของชาวบ้านเพื่อผลิตงานหัตกรรมเป็นอาชีพเสริมจากการทำนาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;2. บ้าน อพป.คลองน้ำใส ตำบลคลองน้ำใส &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ถัดจากบ้านคลองน้ำใสไปไม่ไกลในตำบลเดียวกันนี้ก็ยังมีอีกหนึ่งหมู่บ้านที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี นั่นก็คือ บ้าน อพป.คลองน้ำใส ซึ่งมีผลิตภัณฑ์เด่นเป็น ผ้ามัดหมี่ทอมือ ที่เคยได้รับรางวัล OTOP 4 ดาว การรันตีคุณภาพมาแล้ว โดยนักท่องเที่ยวที่หลงใหลความสวยงามของผ้าทอ สามารถขอเข้าไปเรียนรู้การทอผ้ากับชาวบ้านได้อย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;3. บ้านทับพริก ตำบลทับพริก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ที่ตำบลทับพริก ชาวบ้านหมู่บ้านทับพริกรอคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยผลิตภัณฑ์เด่นอย่าง มะม่วงแก้วขมิ้นปลอดสาร พืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่มีถิ่นกำเนิดจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ผลมีรูปกลมรีขนาดใหญ่ แตกต่างจากผลของมะม่วงแก้วไทยอย่างชัดเจน เนื้อมะม่วงหากแก่จัดหรือสุกเมื่อผ่าจะเป็นสีเหลืองเข้มคล้ายสีของขมิ้น ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมหมู่บ้านแห่งนี้ ต้องไม่พลาดชิม และนำกลับไปเป็นของฝาก นอกจากนี้เรายังสามารถแวะเยี่ยม ไร่ ณ ชายแดน เพื่อเรียนรู้การเกษตรแบบผสมผสานตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;4. บ้านโรงเรียน ตำบลบ้านด่าน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นักท่องเที่ยวคนไหนอยากลองสัมผัสวิถีชีวิตชาวนาดูสักครั้ง ต้องไม่พลาดการไปเยี่ยมชมวิถีชีวิตของชุมชน
หมู่บ้านโรงเรียน ตำบลบ้านด่าน ที่ชุมชนแห่งนี้ นักท่องเที่ยวจะได้ลองสวมจิตวิญญาณความเป็นลูกชาวนา เรียนรู้การทำนา 
ด้วยตนเอง พร้อมทั้ง เข้าเยี่ยมชมโรงสีชุมชน นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ OTOP นวัตวิถีขึ้นชื่ออย่าง ผลิตภัณฑ์จักสานไม้ไผ่ ที่เกิดจากภูมิปัญญาของชาวบ้านให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อติดมือกลับไปเป็นที่ระลึก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;5. บ้านเนินสะอาด ตำบลเมืองไผ่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ปิดท้ายด้วยการเรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชมหมู่บ้านคนเนินสะอาด ผ่านผลิตภัณฑ์ OTOP นวัตวิถี อย่าง ข้าวเม่าน้ำนม ที่เป็นการนำข้าวอ่อนที่เพิ่งออกรวงใหม่มาคั่วแล้วโขลกจนแบน ซึ่งหากเราก้าวย่างเข้าไปที่หมู่บ้านนี้ จะได้ยินเสียงครกกระเดื่องตำข้าวมาแต่ไกล ชวนให้เดินตามเสียงเข้าไปจนกลิ่นหอมของข้าวลอยมาแตะจมูก เชิญชวนให้ลองลิ้มชิมรสชาติผลิตภัณฑ์ข้าวเม่าของหมู่บ้าน อย่าง ข้าวเม่าคลุก รสหอมหวาน หรือ นมข้าวเม่า ที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก แคลเซียม และวิตามินเอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เส้นทางท่องเที่ยว 5 หมู่บ้านตามแบบฉบับ OTOP นวัตวิถีของอำเภออรัญประเทศนี้ คงเป็นเหมือนการเพิ่มเติมเนื้อหาหัวข้อลงในหนังสือเล่มเดิมที่เราเคยอ่านบ่อยครั้งจนเผลอเข้าใจไปว่าเนื้อหาคงจบลงเพียงเท่านั้น ... การออกเดินทางครั้งนี้ คงเป็นโอกาสดีที่เราจะได้ลองหยิบหนังสือเล่มเดิมออกไปเติมเลขหน้ากันดูที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ... แล้วเราจะพบว่าหนังสือเล่มเดิมของเราหนา และน่าอ่านมากขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19690</URL_LINK>
                <HASHTAG>OTOP นวัตวิถี, ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี, ตลาดโรงเกลือ, ปราสาทเขาน้อยสีชมพู, วิถีชีวิต, สระแก้ว, อรัญประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbf212a7fee9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;Samsung Love and Care&#039;  เพิ่มทักษะใช้มือถือให้ผู้สูงวัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเทศไทยได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) โดยจากข้อมูลของรายงาน World Population Ageing ที่จัดทำโดย United Nations ชี้ว่า หลังจากปี 2560 จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ประชากรเด็กน้อยกว่าผู้สูงอายุ เมื่อมีผู้สูงอายุมากขึ้นและมีอายุยืนยาวมากขึ้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องส่งเสริมให้ผู้สูงอายุใส่ใจในการดูแลรักษาสุขภาพทั้งทางกายและทางจิตใจ แต่ด้วยวิถีชีวิตในปัจจุบันที่เปลี่ยนไป จากปัจจัยความเร่งรีบในการแข่งขันกันในด้านต่างๆ ทั้งเรื่องงาน การเป็นอยู่ การศึกษา ทำให้สังคมเมืองหรือสังคมใหญ่ๆ ในชนบทที่เคยอยู่ร่วมกันแบบครอบครัวใหญ่แตกกระจายออกไปใช้ชีวิตอยู่กันแบบครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตลอดจนเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการติดต่อสื่อสาร ค้นหาสาระและกิจกรรมบันเทิงต่างๆ ผู้สูงอายุจึงควรปรับตัวให้ทันเพื่อสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในโอกาสวันผู้สูงอายุที่ผ่านมา ซัมซุงจัดกิจกรรมจิตอาสา &amp;ldquo;Samsung Love and Care&amp;rdquo; ฝึกอบรมและให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้สมาร์ทโฟนและการใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ แก่กลุ่มผู้สูงวัย โรงเรียนผู้สูงอายุเขตยานนาวา เพื่อให้ความช่วยเหลือและส่งเสริมทักษะทางเทคโนโลยี สู่การพัฒนาสังคมที่ยั่งยืนในยุคดิจิทัล ด้วยเล็งเห็นความสำคัญของการใช้เทคโนโลยีเป็นสื่อกลางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวาริท จรัณยานนท์ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการตลาดองค์กร บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า Samsung Love and Care มีจุดประสงค์สำคัญคือ เพื่อยกระดับความเป็นอยู่และพัฒนาคุณภาพชีวิตของสังคม โดยครั้งนี้ได้จัดกิจกรรมแก่กลุ่มผู้สูงอายุโดยเฉพาะ เนื่องจากซัมซุงเล็งเห็นว่ายังมีผู้สูงอายุจำนวนมากที่มีความสนใจและต้องการที่จะเรียนรู้วิธีการใช้สมาร์ทโฟนและเข้าถึงการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ เพื่อติดต่อสื่อสารกับลูกหลานและญาติมิตร โดยทางซัมซุง ซึ่งเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม มีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนและแบ่งปันความรู้ด้านเทคโนโลยี เพื่อเป็นหนึ่งแรงผลักดันและขับเคลื่อนศักยภาพของคนในชุมชนให้สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีคุณภาพ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในครั้งนี้ พนักงานอาสาสมัครของซัมซุงได้ร่วมกันจัดฝึกอบรมให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีการสื่อสารต่างๆ ได้แก่ การใช้สมาร์ทโฟน ความปลอดภัย และการป้องกันจากมิจฉาชีพ การใช้แอปพลิเคชัน LINE เพื่อติดต่อสื่อสารกับลูกหลานและญาติมิตร การใช้แอปพลิเคชัน YouTube เพื่อรับชมสาระบันเทิงต่างๆ ในรูปแบบวิดีโอ การใช้แอปพลิเคชัน Samsung Health เพื่อเช็กสุขภาพและวิเคราะห์หลักโภชนาการของตัวผู้ใช้ และการใช้ Galaxy Gift แอปพลิเคชันจากซัมซุงที่รวบรวมสิทธิพิเศษต่างๆ ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนซัมซุง ไม่ว่าจะเป็นบริการ ร้านอาหาร ความงาม และความบันเทิงในรูปแบบต่างๆ ซึ่งบรรยากาศในการอบรมเต็มไปด้วยความสนุกสนาน สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะแก่ผู้ให้และผู้รับได้อย่างทั่วถึง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายลิขิต ลิ้มรสรวย ผู้อำนวยการโรงเรียนผู้สูงอายุเขตยานนาวา กล่าวว่า &amp;ldquo;โรงเรียนผู้สูงอายุแห่งนี้ ถือเป็นโรงเรียนต้นแบบแห่งแรกของกรุงเทพมหานคร โดยจะมีการจัดตารางการเรียนการสอนแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งกิจกรรมที่ทางซัมซุงจัดขึ้นนี้ ถือเป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับแนวทางการศึกษาของทางโรงเรียน เนื่องจากยุคสมัยเกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่โลกยุคดิจิทัล การสื่อสารผ่านสมาร์ทโฟนจึงเข้ามามีบทบาทในการใช้ชีวิตมากขึ้น และยังมีผู้สูงอายุอีกจำนวนมากที่ยังขาดโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยี เพื่อติดตามความรู้ ข่าวสาร ความบันเทิง และเพื่อติดต่อกับลูกหลานและสมาชิกในครอบครัว ซึ่งกิจกรรมนี้สามารถช่วยพัฒนาวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุได้ดียิ่งขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกวง ตรีวิทย์ หนึ่งในผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรม &amp;ldquo;Samsung Love and Care&amp;rdquo; ในครั้งนี้กล่าวว่า &amp;ldquo;ผมรู้สึกประทับใจมากที่ทางซัมซุงได้นำความรู้ความเชี่ยวชาญมาแบ่งปันให้กับผมและเพื่อนๆ รุ่นราวคราวเดียวกัน ซึ่งหลายๆ คนไม่คุ้นเคยกับการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีมากนัก กิจกรรมครั้งนี้ทำให้เรารู้จักใช้งานฟังก์ชันต่างๆ บนมือถือ และแอปพลิเคชันต่างๆ ซึ่งจะทำให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้นได้ติดต่อกับลูกหลาน ญาติมิตรที่อยูไกลกันมากขึ้น ผมอยากขอบคุณทางซัมซุงที่ได้จัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์นี้ครับ&amp;rdquo;.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8697</URL_LINK>
                <HASHTAG>Samsung Love and Care, United Nations, World Population Ageing, คุณภาพชีวิต, ซัมซุง, ดูแลรักษาสุขภาพ, นายวาริท จรัณยานนท์, บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด, ผู้สูงอายุ, วิถีชีวิต, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180507/image_big_5af04105eebab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
