<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22174</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปทุมธานีจัด2งานใหญ่ลอยกระทง สืบตำนานแห่งสายน้ำวิถีไทยรามัญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานการแถลงข่าวงานเทศกาลลอยกระทง &amp;ldquo;ปทุมบูชา ตระการตาเพ็ญเดือนสิบสอง&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ตำนานสายน้ำปทุมธานี วิถีไทยรามัญ&amp;rdquo; โดยมีนางดลวสา บุญเลิศ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดปทุมธานี นายผล ดำธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นางวันทนา ดำธรรม รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดปทุมธานี นายชาธิป รุจนเสรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นางกาญจนี รุจนเสรี รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดปทุมธานี นางสาวฐิต์ณัฐ สมบัติศิริ วัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี นายวีรวัฒน์ วงศ์ศุปไทย รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี เข้าร่วมงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพินิจเปิดเผยว่า จังหวัดปทุมธานีเตรียมพร้อมจัดงานประเพณีลอยกระทงประจำปี 2561 เพื่อเล่าขานตำนานดอกบัวแห่งเมืองปทุม และสะท้อนเอกลักษณ์ของชุมชนชาติพันธุ์ไทย-รามัญซึ่งอยู่อาศัยในจังหวัดปทุมธานีมายาวนาน พร้อมกิจกรรมมากมาย โดยเฉพาะการประกวดกระทงชิงถ้วยรางวัลจากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ในงาน &amp;ldquo;ปทุมบูชา ตระการตาเพ็ญเดือนสิบสอง&amp;rdquo; บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด (หลังเก่า) ปทุมธานี และงาน &amp;ldquo;ตำนานสายน้ำปทุมธานี วิถีไทยรามัญ&amp;rdquo; บริเวณวัดสุราษฎร์รังสรรค์ อำเภอสามโคก ในวันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดปทุมธานีมีนโยบายในการส่งเสริม ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม รวมทั้งอนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบสานประเพณีท้องถิ่นให้คงอยู่อย่างยั่งยืน และในวันที่ 22 พ.ย.นี้ ตรงกับวันลอยกระทง จังหวัดปทุมธานี โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด จะจัดงานประเพณีลอยกระทง 2 แห่งด้วยกัน คือ งาน &amp;ldquo;ปทุมบูชา ตระการตาเพ็ญเดือนสิบสอง&amp;rdquo; บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด (หลังเก่า) ปทุมธานี และงาน &amp;ldquo;ตำนานสายน้ำปทุมธานี วิถีไทยรามัญ&amp;rdquo; บริเวณวัดสุราษฎร์รังสรรค์ อำเภอสามโคก ซึ่งงานที่จะจัดขึ้นทั้ง 2 แห่งจะสื่อสะท้อนถึงเอกลักษณ์ของจังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นเมืองดอกบัวและเอกลักษณ์ของชุมชนชาติพันธุ์ไทย-รามัญ ซึ่งอยู่อาศัยในจังหวัดปทุมธานีมาเป็นเวลาช้านานภายในงานจะมีกิจกรรมต่างๆ มากมายเพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วมและซึมซับในประเพณีที่ดีงามของไทย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพินิจกล่าวอีกว่า เมืองปทุมธานีเริ่มปรากฏในประวัติศาสตร์ชาติไทยไม่น้อยกว่า 300 ปีมาแล้ว ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ตามประวัติจะกล่าวถึงชุมชนชาวมอญที่อพยพเข้ามาอยู่อาศัยหลายระลอก ณ ชุมชน &amp;quot;บ้านสามโคก&amp;quot; ที่ต่อมากลายเป็น &amp;quot;เมืองสามโคก&amp;quot; หรืออำเภอสามโคกในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับที่มาของชื่อ &amp;quot;ปทุมธานี&amp;quot; มาจากพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ได้เสด็จประภาสเมืองสามโคก เหล่าพสกนิกรซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวมอญมีความปลาบปลื้มใจเป็นล้นพ้น จึงได้พากันนำดอกบัวหลวงที่มีขึ้นอยู่มากมาย ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเป็นราชสักการะอยู่เป็นเนืองนิจ ยังความซาบซึ้งในพระราชหฤทัย ร.2 เป็นอย่างยิ่งและได้พระราชทานนามเมืองสามโคกเสียใหม่ว่า &amp;quot;เมืองประทุมธานี&amp;quot; เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2358 ต่อมารัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ใช้คำว่า &amp;quot;จังหวัด&amp;quot; แทนคำว่า &amp;quot;เมือง&amp;quot; และให้เปลี่ยนการเขียนชื่อจังหวัดปทุมธานีใหม่เป็น &amp;quot;ปทุมธานี&amp;quot; มาจนถึงทุกวันนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางสาวฐิต์ณัฐ สมบัติศิริ วัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่า งานประเพณีลอยกระทงทั้ง 2 แห่ง จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา โดยตกแต่งบริเวณงานให้ได้บรรยากาศย้อนยุค ผู้ที่มาร่วมลอยกระทงและเข้าชมงานจะได้รับความเพลิดเพลินจากกิจกรรมต่างๆ ทั้งการแสดงประเพณีและวัฒนธรรมพื้นบ้าน การสาธิตประดิษฐ์กระทงในรูปแบบการรักษาสิ่งแวดล้อมจากภูมิปัญญาท้องถิ่น การออกร้านของผู้ค้าต่างๆ ในท้องถิ่น การประกวดหนูน้อยนพมาศ และการประกวดกระทง ซึ่งปีนี้ได้รับเกียรติจากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี มอบถ้วยรางวัลมาให้สำหรับการประกวดกระทง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยงาน &amp;ldquo;ปทุมบูชา ตระการตาเพ็ญเดือนสิบสอง&amp;rdquo; บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด (หลังเก่า) ทีมที่ได้รางวัลชนะเลิศจะได้รับถ้วยรางวัลจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับถ้วยรางวัลจากนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับถ้วยรางวัลจากนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม และรางวัลชมเชยได้รับถ้วยรางวัลจากนายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนงาน &amp;ldquo;ตำนานสายน้ำปทุมธานี วิถีไทยรามัญ&amp;rdquo; บริเวณวัดสุราษฎร์รังสรรค์ อำเภอสามโคก ทีมที่ได้รางวัลชนะเลิศจะได้รับถ้วยรางวัลจากผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี และผู้บริหารระดับจังหวัดตามลำดับเช่นกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้นแล้ว เพื่อให้เป็นการเชื่อมโยงวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ยังได้จัดการประกวดภาพถ่ายภายในงานอีกด้วย โดยตัดสินจากยอดไลค์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งรูปที่มียอดกดไลค์มากที่สุดจะได้รับรางวัลเงินสด พร้อมใบประกาศนียบัตรจากทางจังหวัด โดยผู้ที่อยู่ในงานจะได้ร่วมลุ้นกันอย่างสนุกสนานแน่นอน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22174</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนี รุจนเสรี, ชาธิป รุจนเสรี, ฐิต์ณัฐ สมบัติศิริ, ตำนานสายน้ำปทุมธานี วิถีไทยรามัญ, ปทุมบูชา ตระการตาเพ็ญเดือนสิบสอง, ผล ดำธรรม, วันทนา ดำธรรม, วิถีไทย, วีรวัฒน์ วงศ์ศุปไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181117/image_big_5bf00d9ec956e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21279</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตักบาตรพระร้อยทางเรือ ประเพณีเก่าแก่ริมฝั่งเจ้าพระยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดชินวรารามวรวิหาร (พระอารามหลวง) อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี นายผล ดำธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยนางวันทนา ดำธรรม รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดปทุมธานี นายพิษณุ ประภาธนานันท์ นายอำเภอลาดหลุมแก้ว นางสาวฐิต์ณัฐ สมบัติศิริ วัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี หัวหน้าส่วนราชการและประชาชนร่วมประเพณีตักบาตรพระร้อยทางเรือ ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ของวัดที่อยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่งแม่น้ำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การตักบาตรพระร้อย เป็นประเพณีตักบาตรทางน้ำในช่วงเทศกาลออกพรรษา ที่ชาวปทุมธานี โดยเฉพาะชาวไทยเชื้อสายมอญ ปฏิบัติกันมานานนับร้อยปี เพราะจังหวัดปทุมธานีมีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน ทำให้เกิดลำคลองหลายสายขึ้น เพื่อใช้เป็นเส้นทางการคมนาคม ใช้ในการชลประทาน ใช้ในการอุปโภคบริโภค อีกทั้งบ้านเรือนประชาชนแต่เดิมจะตั้งอยู่ริมแม่น้ำลำคลองเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งในช่วงออกพรรษาเป็นช่วงน้ำหลาก บรรยากาศชุ่มชื่นการสัญจรไปมาทางเรือสะดวก ดังนั้น การตักบาตรพระสงฆ์จึงใช้เรือในการบิณฑบาตบริเวณท่าน้ำหน้าบ้านประชาชน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้อนถึงประวัติความเป็นมา และพิธีปฏิบัติในประเพณีเก่าแก่นี้ หากวัดใดที่จะจัดพิธีตักบาตรพระร้อยต้องแจ้งกำหนดวันเสียก่อน ซึ่งประเพณีจะเริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ ไปจนถึงวันแรม 13 ค่ำ เดือน 11 วนเวียนกันไปในแต่ละวัด ถึงวันงานทางวัดจะนิมนต์พระเพื่อร่วมพิธีแต่เช้ามืด จากนั้นจึงจัดลำดับโดยการแจกหมายเลขก่อนหลัง เสร็จแล้ววัดเจ้าภาพจึงถวายภัตตาหารเช้าแก่พระที่ร่วมพิธี การตักบาตรพระร้อยจะเริ่มประมาณสองโมงเช้า นำโดยเรือพระพุทธวัดเจ้าภาพซึ่งส่วนใหญ่นิยมใช้เรือกระแชง ภายในเรือจะตั้งพระพุทธรูป โต๊ะหมู่บูชา ดอกไม้ธูปเทียน จากนั้นจึงเป็นเรือพระสงฆ์เรียงตามลำดับหมายเลขที่ได้รับ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกลักษณ์ของประเพณีคือการทำบุญตักบาตรจะประกอบขึ้นในเรือ ชาวบ้านจอดเรือจับเข้ากันเป็นพวง จัดเตรียมอาหารมาใส่บาตรพ่อพายท้าย แม่พายหัว ลูกนั่งกลางลำเรือ ส่วนพระภิกษุสงฆ์ลงเรือนั่งเป็นประธาน มีศิษย์วัดนั่งหัวเรือ ท้ายเรือคอยสาวเรือไปตามพวงหรือรับอาหารบิณฑบาต แม้วิธีปฏิบัติจะแปรเปลี่ยนไปบ้างตามยุคสมัย แต่ภาพความศรัทธาสามัคคียังคงดำรงสะท้อนออกมาจากผู้คนนับร้อย ผู้เฒ่าผู้แก่ หนุ่มสาว ยืนเรียงเป็นทิวแถว ขบวนเรือประดับแม่น้ำอย่างมีชีวิต อีกทั้งอาหารคาวหวาน หมี่กรอบ ผัดเผ็ด ผลไม้ ส้ม องุ่น กล้วยหอม ขนมถ้วยฟู ข้าวต้มหมัด ข้าวเม่าทอด ขนมตาล ขนมสอดไส้ แต่ละบ้านจัดเตรียมแยกไว้เป็นอย่างๆ เพื่อทำบุญตักบาตรในรุ่งเช้า หลังตักบาตรเสร็จแล้ว กลางวันปิดทองพระประธานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ มีการละเล่นรำพาข้าวสารและทอดผ้าป่า
การตักบาตรพระร้อยในปัจจุบันส่วนใหญ่จะพบเห็นในลักษณะที่ &amp;ldquo;พระสงฆ์รับบาตรอยู่ในเรือ ส่วนชาวบ้านนั่งรออยู่ริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง หรือบนแพ บนโป๊ะ&amp;rdquo; เป็นส่วนใหญ่ มีส่วนน้อยที่รอตักบาตรอยู่ในเรือ ประชาชนที่มาตักบาตรพระร้อยมีทั้งคนในพื้นที่ละแวกวัด คนในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีที่ทราบกำหนดวันตักบาตร และคนจากจังหวัดใกล้เคียงที่ต้องการสัมผัส และมีส่วนร่วมในประเพณีตักบาตรพระร้อยทางเรือ ที่พบเห็นได้น้อยเต็มทีแล้ว และส่วนใหญ่จะใช้เส้นทางคมนาคมทางบกขนสำรับคาวหวานมาเตรียมใส่บาตรที่ริมแม่น้ำ ไม่ได้ขนลงเรือมาเหมือนในสมัยก่อนเพราะหลายๆ บ้านไม่มีเรือใช้แล้ว อีกทั้งปัจจุบันมีการสร้างประตูน้ำกั้นปากคลองที่จะออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา จึงไม่สะดวกต่อการนำเรือออกมา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประเพณีตักบาตรพระร้อย ชาวบ้านมาด้วยใจที่เปี่ยมศรัทธา ถึงช่วงวันออกพรรษาประจำปี ต่างเตรียมข้าวของ ทั้งอาหารคาวหวาน อาหารแห้ง พืชผักผลไม้ พระจำนวนกว่าร้อยรูปนั่งบนลำเรือล่องเลาะริมฝั่งน้ำเจ้าพระยา ให้ชาวบ้านได้ทำบุญใส่บาตรอย่างอิ่มอุ่น ริมน้ำเจ้าพระยาจึงเนื่องแน่นด้วยผู้คนซึ่งร่วมกันสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมที่ยึดถือปฏิบัติกันมานับร้อยปีให้ดำรงอยู่ต่อไป&amp;rdquo;.
พงศ์พัทธ์ วงศ์ยะลา / ปทุมธานี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21279</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐิต์ณัฐ สมบัติศิริ, พงศ์พัทธ์ วงศ์ยะลา, พิษณุ ประภาธนานันท์, วัดชินวรารามวรวิหาร, วิถีไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181103/image_big_5bdd9fee6b388.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2026 19:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝึกจิตฝึกใจ ควบคู่ไปกับการทำงานเพื่อสังคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต จังหวัดชัยภูมิ ได้เข้าร่วมกิจกรรม &amp;ldquo;เดินตามครู&amp;rdquo; บนเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และได้บรรยายธรรมในหัวข้อ &amp;ldquo;ภาวนากับการทำงานเพื่อสังคม&amp;rdquo; ณ วัดสว่างอารมณ์ ตำบลบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระอาจารย์ไพศาลกล่าวว่า การจะช่วยผู้อื่นต้องกลับมาขัดเกลาตนเองด้วย การช่วยเหลือตนเองและการช่วยเหลือผู้อื่นไม่ได้แยกออกจากกัน ที่จริงถ้าหากว่าเราวางจิตวางใจให้เป็น ไม่ว่าทำงานอะไรก็ถือว่าเป็นการปฏิบัติธรรม &amp;nbsp;อย่างที่ท่านอาจารย์พุทธทาสพูดอยู่เสมอว่าการทำงานคือการปฏิบัติธรรม และยิ่งถ้าเราทำงานเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นหรือช่วยเหลือสังคม ถ้าเรามองว่าอะไรที่เกิดขึ้นในระหว่างการทำงานนี้สามารถจะฝึกฝนพัฒนาจิตใจได้ เริ่มตั้งแต่ทำงานอย่างมีสติ เราสามารถเจริญสติได้จากการทำงานไม่ว่าการทำงานที่บ้านหรือการทำงานเพื่อสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลาที่มีอุปสรรคจากการทำงานเพื่อสังคม มีปัญหาหรือกระทั่งมีความล้มเหลวเกิดขึ้น ก็จะเป็นการสอนและฝึกเราว่าจะทำอย่างไร และยังคงมีความเพียรอยู่ต่อไปหรือไม่ &amp;nbsp;อย่างน้อยๆ เป็นการฝึกความเพียรของเรา หรือหากจะฝึกมากกว่านั้นก็คือว่าทำอย่างไรเราจะไม่เป็นทุกข์ในยามที่เจอความล้มเหลว ซึ่งทำอย่างนี้ได้ต้องรู้จักวาง หรือว่าไม่ยึดเอาอัตตาไปผูกติดกับความสำเร็จหรือความล้มเหลว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายคนพอทำงานแล้วเจอกับความล้มเหลวก็จะมีความท้อแท้ เพราะลึกๆ แล้วรู้สึกว่านั่นล้มเหลวด้วยเรา เอาตัวกูของกูไปผูกติดกับผลสำเร็จ พอเวลางานไม่สำเร็จ มันจะไม่ใช่เพียงแค่งานล้มเหลว แต่จะรู้สึกว่าตัวเองล้มเหลวด้วย ที่จริงก่อนที่งานจะล้มเหลวนั้น ถ้าหากว่าเราเอาตัวกูไปผูกติดไว้กับงาน เราก็จะมีความทุกข์ เวลาเจออุปสรรคหรือเจอคนวิพากษ์วิจารณ์ จะรู้สึกว่าตัวเราถูกวิจารณ์ หรือกำลังคิดว่าเขาวิจารณ์เรา ไม่ได้วิจารณ์งาน ก็จะโกรธ หรือเวลาทำงานแล้วมีใครมายุ่งย่าม ก็จะรู้สึกว่าเข้ามายุ่งอะไรงานของเรา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเราวางจิตวางใจเป็น หรือเราถือว่าการทำงานเป็นการฝึกจิตฝึกใจ เวลามีความไม่พอใจเพราะเกิดเหตุอย่างที่ว่า เราก็จะไม่เอาตัวกูของกูนี้ไปผูกติดกับงาน ใครจะมายุ่งหรือว่า เราก็ไม่โกรธ ไม่คิดว่าเขามายุ่งอะไรกับงานของกู &amp;nbsp;เวลาใครเขามาวิจารณ์งานที่เราทำแทนที่จะโกรธ กลับมองว่าที่เขาพูดวิจารณ์มานี้มันถูกต้องมั้ย มีประโยชน์มั้ย ถ้าเราคิดแบบนี้ เราจะเห็นประโยชน์จากการวิจารณ์ ทำให้สามารถปรับปรุงงานให้ดีขึ้นได้ ถ้าหากคำวิจารณ์นั้นมีประโยชน์ถูกต้อง งานก็ดี ใจก็ไม่ทุกข์ อันนี้เป็นการปฏิบัติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลวงพ่อคำเขียนท่านทำงานช่วยเหลือชาวบ้านเยอะ ทั้งทำศูนย์เด็ก ทำสหกรณ์ข้าว&amp;nbsp;


สล็อตลองฟรี พัฒนาหมู่บ้าน ท่านทำหลายอย่าง ไม่นับเรื่องการฟื้นฟูป่า ท่านพยายามชวนชาวบ้านหันมาทำเกษตรแบบผสมผสาน ไม่ไปทำเกษตรเชิงเดี่ยวซึ่งทำให้เกิดหนี้สิน สิ่งที่ท่านทำหลายอย่างไม่สำเร็จ &amp;nbsp;มีคนมาถามท่านว่าทำงานพัฒนาชุมชนมานับสิบปีแล้ว หลวงพ่อคิดว่างานสำเร็จแค่ไหน ท่านบอกว่างานของท่านล้มเหลวแต่ตัวหลวงพ่อไม่ได้ล้มเหลว เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ท่านไม่ได้เอาตัวกูไปผูกติดกับงาน&amp;nbsp;


ทดลองเล่นสล็อต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งนี้เป็นตัวอย่างว่าการทำงานเพื่อสังคมหรือการทำงานเพื่อช่วยเหลือคนอื่นนั้น สามารถเป็นเวทีในการฝึกจิตฝึกใจทั้งในเรื่องของความอดทน ความเมตตากรุณา ได้เจริญสติและได้ฝึกการลดละอัตตา ซึ่งถ้าเรามีทัศนคติหรือท่าทีแบบนี้นาน ก็มีโอกาสเจริญก้าวหน้า เป็นเครื่องเชื่อมประสานผู้คนแทนที่จะยิ่งทำงานแล้วยิ่งมีความขัดแย้ง ทะเลาะเบาะแว้งกัน ทำให้เราได้ฝึกใจของเราด้วย สิ่งสำคัญที่ช่วยฝึกใจเราได้มากคือการเรียนรู้ที่จะเป็นปกติเวลาเจอคำวิพากษ์วิจารณ์


respin88 สมัยนี้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ทั้งจากเพื่อนร่วมงาน คนที่ไม่เข้าใจ &amp;nbsp;แต่ถ้าเรารู้จักฝึกจิตใจ ก็ทำให้ไม่เป็นทุกข์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากเรามองว่าการทำงานเพื่อสังคมหรือการทำงานเพื่อช่วยเหลือส่วนรวมเป็นการฝึกตนแบบหนึ่ง ภาษาพระเรียกว่าทำประโยชน์ท่านแล้ว ก็ทำประโยชน์ตนด้วย เราจะไม่มีความรู้สึกว่าล้มเหลว เรียกว่ามีแต่ได้ ไม่มีเสีย ถึงแม้ล้มเหลวแต่ก็ยังได้ คือได้พัฒนาจิตใจ พัฒนาคุณธรรมขึ้นมา กลายเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดแรงกระตุ้นหรือเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงจิตใจได้ เพราะว่าการทำงานเพื่อสังคมในบางเรื่อง &amp;nbsp;เช่น การอนุรักษ์ธรรมชาติ ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมนั้น ความสำเร็จเห็นได้ช้า บางเรื่องอาจไม่เห็นความสำเร็จในตอนนั้น &amp;nbsp;หลายคนทำไปแล้วไม่เห็นความสำเร็จก็เกิดความท้อ แต่ถ้าเรามองว่าถึงงานไม่สำเร็จ แต่ข้างในของเราได้ คือได้พัฒนาจิตใจ ช่วยลดอัตตาของเรา แบบนี้จะไม่มีคำว่าเสียเวลาหรือท้อแท้ ถึงอย่างไรก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปุจฉา : ในขณะเดินอย่างรู้สึกตัว เหมือนเราเพิ่มคำบริกรรม เช่น ซ้าย-ขวา หรือ พุท-โธ ไปด้วย มีความแตกต่างกันหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระอาจารย์ไพศาล : การรู้สึกตัวนั้น ไม่ต้องใช้คำบริกรรมเพราะว่าถ้าเราบริกรรมความรู้สึกตัวทั่วพร้อม ก็จะลดทอนลง ใจจะไปอยู่ที่คำบริกรรมหรืออยู่ที่เท้าและจะไม่รู้สึกตัวทั่วพร้อม แต่มีข้อดีอย่างหนึ่งคือได้สมาธิ ทำให้ใจไม่ทุกข์ เวลาเจอแดดร้อนหรือเวลาที่กายเหนื่อย ถ้าใจเราไปจดจ่ออยู่กับความร้อนหรือทุกขเวทนา เราจะยิ่งทุกข์ &amp;nbsp;ถ้าใจไม่ไปรับรู้มันก็ไม่ทุกข์ เวลาที่เราโดนยุงกัดแต่ถ้าเรากำลังเล่นไลน์ เล่นเฟซอยู่ เราจะไม่รู้สึกเจ็บใช่มั้ย เพราะว่าใจไม่ได้ไปรับรู้ความเจ็บซึ่งเกิดจากยุงกัด ทำนองเดียวกันเวลาเราเดิน แม้ว่ากายร้อน ขาเมื่อย แต่ถ้าใจของเราจดจ่ออยู่ที่คำบริกรรม มันก็ไม่ค่อยถูกหรอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำบริกรรมจึงมีประโยชน์ตรงที่ว่าทำให้ไม่ปวด ทำให้จิตไม่โวยวาย ถ้าไม่บริกรรมจิตก็จะโวยวาย คิดไปเพียงว่าเมื่อไหร่จะถึง เดินมากไปกว่านี้แล้วฉันจะป่วยมั้ย เดี๋ยวสิวฝ้าจะขึ้นหรือเปล่า เราก็จะทุกข์ แต่พอเอาใจมาอยู่กับคำบริกรรมมันไม่คิดแล้วกายทุกข์แต่ใจไม่ทุกข์ แต่ถามว่าช่วยให้เกิดความรู้สึกตัวทั่วพร้อมมั้ย มันคนละส่วนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความรู้สึกตัวทั่วพร้อมนี้ ไม่ต้องใช้คำบริกรรม แค่ให้ใจอยู่กับเนื้อกับตัวก็พอใจ จะไม่เพ่งที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือส่วนใดส่วนหนึ่ง หากเราต้องการฝึกความรู้สึกตัวทั่วพร้อม เราต้องฝึกให้ใจอยู่กับเนื้อกับตัวก็พอ เวลาใจคิดโน่นคิดนี่ เราก็พยายามดึงมันกลับมา อย่าไปใช้คำบริกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปุจฉา : เราทำงานทางสังคม บางครั้งมองว่าสิ่งที่ทำน่าจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง อาจจะไม่ถูกใจเพราะคนทุกคนไม่เท่ากัน บางทีเราทำไปก็อาจจะท้อบ้าง เพราะความไม่ถูกใจนั้นสร้างผลกระทบทั้งกับตัวเราและคนรอบข้าง เราควรจะวางตนเอง วางใจ หรือปล่อยวางอย่างไรดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระอาจารย์ไพศาล : สมัยนี้เราเอาความถูกใจเป็นหลักมากกว่าความถูกต้อง ยิ่งเฟซบุ๊กแพร่หลาย คำว่าไลค์หรือถูกใจทําให้คนถูกใจ สนใจ ซึ่งทำให้คนเป็นทุกข์ง่าย เวลาที่เราทำงานเพื่อสังคมนั้น เราทำเพื่อช่วยเหลือส่วนรวม แต่มีคนจำนวนหนึ่งไม่ถูกใจ เพราะยังไม่เข้าใจหรือเขาอาจสูญเสียผลประโยชน์ เราก็ต้องมองว่านี่เป็นธรรมดา &amp;nbsp;ไม่ว่าเราจะทำอะไรดีแค่ไหน จะมีคนจำนวนหนึ่งที่ไม่เข้าใจและคนอื่นอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่พอใจ เป็นอย่างนี้อยู่เสมอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเอาคำด่า คำวิจารณ์ เอาคำไม่ถูกใจของผู้คนมาใช้ประโยชน์ ซึ่งประโยชน์นั้นมีหลายอย่าง ประโยชน์ในทางที่เอามาช่วยทำให้งานเราดีขึ้น เพราะการไม่ถูกใจของบางคน อาจมีเหตุมีผล ถ้าเราเอามารับฟังสักหน่อยก็อาจมีเหตุผลกับเรา หรือไม่ฉะนั้นก็นำมาใช้ในการขัดหรือขูดกิเลสของ ถ้าเราก้าวข้ามตรงนี้ไปได้เราจะใช้ประโยชน์จากมัน อันนี้ก็ต้องวางอัตตา ถ้าเรายึดในอัตตาจะมีความทุกข์ตลอดเวลา แต่ถ้าเราวางอัตตาลงได้หรือไม่เอาอัตตาไปรับ เราก็จะมองเห็นประโยชน์. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8565</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยภูมิ, พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล, วัดป่าสุคะโต, วัดสว่างอารมณ์, วิถีไทย, ศูนย์เด็ก, สหกรณ์ข้าว, สุราษฎร์ธานี, เกาะสมุย, เดินตามครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180505/image_big_5aedb00fe9eb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6185</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2026 19:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร่วมมือรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ตรวจสภาพรถก่อนเที่ยวสงกรานต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มิชลิน ผนึกกำลังบริษัท ขนส่ง จำกัด, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และมูลนิธิเมาไม่ขับ เดินหน้ารณรงค์การขับขี่ปลอดภัยช่วงเทศกาลหยุดยาวอย่างต่อเนื่อง โดยจัดกิจกรรมตรวจสภาพรถยนต์และยางฟรี ให้กับรถตู้โดยสารสาธารณะ ณ บริเวณชานชาลาที่ 3 สถานีขนส่งรถตู้หมอชิต กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 26-28 มีนาคมที่ผ่านมา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเซบาสเตียน เอโน ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจ B2B บริษัท สยามมิชลิน จำกัด เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมตรวจสภาพรถฟรีเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยบนท้องถนน ภายใต้นโยบายที่มุ่งสร้างการสัญจรที่ดีกว่าอย่างยั่งยืน โดยเน้นสร้างจิตสำนึกให้แก่ผู้ขับขี่รถตู้โดยสารสาธารณะและรถยนต์ทั่วไปให้ตระหนักถึงความสำคัญในการหมั่นตรวจสภาพรถยนต์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวยังสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม กระตุ้นผู้ขับขี่ให้ตระหนักถึงความปลอดภัย และเตรียมความพร้อมของรถก่อนการเดินทางไกล เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บ เสียชีวิต และสูญเสียทางเศรษฐกิจโดยรวมอย่างมหาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังให้ความสำคัญอย่างมากสำหรับความปลอดภัยของรถตู้โดยสารสาธารณะ ซึ่งนอกจากการปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆ และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังแล้ว การตรวจสภาพรถถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขับขี่ปลอดภัย ควบคู่ไปกับการรณรงค์สร้างจิตสำนึกและวัฒนธรรมด้านความปลอดภัย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ภายใต้โครงการ Michelin Safe on the Road มิชลินจัดกิจกรรมตรวจสภาพรถและยางฟรีเป็นประจำทุกปี มุ่งหวังกระตุ้นให้ผู้ขับขี่ตระหนักถึงความสำคัญในการเตรียมความพร้อมก่อนการเดินทางโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลต่างๆ โดยได้รับความร่วมมือจากสาขาวิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมยานยนต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ซึ่งนอกจากการตรวจสภาพรถแล้ว ยางรถยนต์เป็นอีกปัจจัยสำคัญซึ่งเป็นตัวเชื่อมระหว่างพาหนะกับพื้นผิวถนน เราจึงเน้นให้ผู้ขับขี่เห็นความสำคัญและประโยชน์ของการดูแลรักษายางรถยนต์ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเซบาสเตียนกล่าวอีกว่า มิชลินยังได้จัดทำคลิปวิดีโอเป็นตอนๆ ชื่อว่า &amp;ldquo;ภพกับปุ้ย&amp;rdquo; โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการบำรุงรักษายาง พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้ยางซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้จริงในปัจจุบัน โดยคลิปวิดีโอชุดนี้เป็นการให้ข้อมูลความรู้เรื่องยางทั่วๆ ไป เช่น คำแนะนำในการยืดอายุการใช้งานยางรถ หรือการดูแลยางให้อยู่ในสภาพดีเพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร โดยวิดีโอชุดนี้ประกอบด้วยคลิปสั้นรวมทั้งหมด 11 ตอน ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ youtube.com แล้วค้นคำว่า &amp;ldquo;มิชลินไขปัญหาเรื่องยาง&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุช สุวรรณสทิศกร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริหาร บริษัท ขนส่ง จำกัด กล่าวถึงมาตรการดูแลด้านความปลอดภัย ว่า รถตู้โดยสารสาธารณะทุกคันที่วิ่งให้บริการผู้โดยสาร ต้องติดตั้งระบบจีพีเอสเพื่อควบคุมความปลอดภัยตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;


เว็บแทงบอล โดยหากพบว่าผู้ประกอบการรถตู้โดยสารสาธารณะรายใดไม่ปฏิบัติตามจะถูกลงโทษ และไม่อนุญาตให้วิ่งรับบริการผู้โดยสาร&amp;nbsp;


สล็อตออนไลน์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ บขส.เตรียมความพร้อมจัดสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง


ซื้อหวยออนไลน์ ๆ ภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารให้เพียงพอรองรับจำนวนผู้โดยสารที่มาใช้บริการ ขณะเดียวกัน บขส.ได้คำนึงถึงเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะการตรวจเช็กสภาพความพร้อมของรถโดยสาร ตามนโยบายกระทรวงคมนาคม มาตรการ 777 ยกกำลัง 3 ที่ได้ให้ความสำคัญเรื่องการตรวจสภาพรถให้มีความพร้อมก่อนใช้งาน ซึ่ง บขส.ได้มีการตรวจเช็กสภาพรถและยางก่อนการใช้งาน ทั้งรถโดยสารขนาดใหญ่&amp;nbsp;


สล็อตเว็บตรงทดลอง รถโดยสารไม่ประจำทาง (รถทะเบียน 30) และรถตู้โดยสารสาธารณะ พร้อมให้บริการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์และสารเสพติดของพนักงานขับรถก่อนปฏิบัติหน้าที่และระหว่างการเดินทางด้วย การบูรณาการร่วมกันจัดโครงการตรวจเช็กสภาพความพร้อมของรถโดยสารก่อนการเดินทางในครั้งนี้จะสามารถช่วยลดความ เสี่ยงของการอุบัติเหตุบนท้องถนน และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการอีกทางหนึ่งด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ดร.กฤษชัย ศรีบุญมา รองอธิการบดีฝ่ายอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) กล่าวว่า มจพ.ได้ร่วมกับมิชลิน จัดกิจกรรมตรวจสภาพรถและลมยางฟรีในช่วงก่อนเทศกาลหยุดยาวทุกปี โดยครั้งนี้เน้นการตรวจสภาพรถตู้โดยสารสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจในการขับขี่ และหากพบข้อบกพร่องก็สามารถแก้ไขก่อนการเดินทางได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยได้นำทีมนักศึกษาที่เชี่ยวชาญด้านการซ่อมบำรุง การดูแลรักษารถ ประมาณ 50 คน มาร่วมให้บริการ โดยจะตรวจสภาพเบื้องต้น ตั้งแต่ความดันลมยาง ดอกยาง น้ำมันเบรก น้ำมันเครื่องยนต์ น้ำมันเกียร์ ระบบไฟแสงสว่าง ระบบเบรก แตร ระดับน้ำหล่อเย็น สายพานขับต่างๆ ฯลฯ โดยทีมงานจะแจ้งรายละเอียดให้ผู้มาใช้บริการทราบว่ารถแต่ละคันมีปัญหาอะไรที่ต้องดูแลเป็นพิเศษหากต้องขับขี่ในระยะทางไกล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุรสิทธิ์ ศิลปะงาม ผู้จัดการมูลนิธิเมาไม่ขับ กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมทั้งรถและคนขับเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะช่วงเทศกาลหยุดยาวที่มีปริมาณการเดินทางจำนวนมาก นับเป็นอีกกิจกรรมที่จะช่วยกระตุ้นให้ผู้ขับขี่ได้ตระหนักถึงการเตรียมความพร้อมในการให้บริการอยู่ตลอดเวลา โดยกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการการรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยที่มูลนิธิเมาไม่ขับกับมิชลิน ได้ร่วมรณรงค์กันมาอย่างต่อเนื่องทุกปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6185</URL_LINK>
                <HASHTAG>Michelin Safe on the Road, บริษัท ขนส่ง จำกัด, ผศ.ดร.กฤษชัย ศรีบุญมา, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, วิถีไทย, สุรสิทธิ์ ศิลปะงาม, อนุช สุวรรณสทิศกร, เซบาสเตียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180331/image_big_5abf6cf7f0e6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3329</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2026 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตอบโจทย์สุขภาพคนเมือง พาผู้บริโภคพบเกษตรกรอินทรีย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายปฏิบัติการ CSR for Thailand โดยคุณพิมพร ศิริวรรณ ผู้จัดการเครือข่าย เปิดเผยว่า ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของการมีสุขภาพที่ดี ไม่เจ็บป่วยด้วยอาหารที่ควรจะให้ประโยชน์มากกว่าโทษ และจะต้องหันกลับมาดูแลตั้งแต่ต้นทางคือ การเลือกนำวัตถุดิบที่ปลอดภัยมาปรุงอาหาร โดยเฉพาะข้าวและพืชผักที่ควรจะต้องมาจากการปลูกแบบอินทรีย์ คือ ปลูกด้วยดินไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ไม่ใช้ยาฆ่าแมลงและหญ้าวัชพืชต่างๆ ใส่ใจระบบนิเวศ รวมถึงมีความมุ่งมั่นในการเชื่อมโยงผู้บริโภคให้รู้จักแหล่งปลูกพืชผักอินทรีย์ตามแนวทางของสามพรานโมเดลเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยววิถีอินทรีย์และห่วงโซ่อาหารสมดุล ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ จึงริเริ่มกิจกรรมลงพื้นที่พาคนเมืองซึ่งเป็นคนปลายน้ำไปเรียนรู้ความหมายของเกษตรอินทรีย์ จากเกษตรกรที่เป็นคนต้นน้ำโดยตรง พร้อมฟังประสบการณ์ องค์ความรู้ แรงบันดาลใจและความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นทั้งต่อสุขภาพ ความเป็นอยู่ของครอบครัวเกษตรกร หลังจากหันหลังให้กับการใช้เคมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Organic DIY &amp;ldquo;วิถีอินทรีย์ ขอมีใจ ลงมือทำ คุณทำได้&amp;rdquo; ครั้งนี้ จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561โดยจะลงไปพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้วิสาหกิจชุมชนเกษตรทฤษฎีใหม่หัวใจอินทรีย์ ตำบลทัพหลวง อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ที่มีคุณอรุณี พุทธรักษา หนึ่งในเครือข่ายของสามพรานโมเดล ที่นับเป็นเกษตรอินทรีย์สายแข็ง เป็นผู้นำและทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยนำแนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิตและขยายสู่สังคมรอบข้าง ทำให้ครอบครัวของตนเอง รวมถึงเกษตรกรในกลุ่มมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหลายปีมานี้ จากความเอาใจใส่ พัฒนาแปลงปลูกอย่างต่อเนื่อง กลุ่มเกษตรกรที่มีอุดมการณ์ร่วมกันมีความเข้มแข็ง


สล็อตเว็บตรงทดลอง มุ่งมั่นทำผลผลิตอินทรีย์ จนได้รับการรับรองมาตรฐาน IFOAM และได้รับใบประกาศการรับรองการทำเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม PGS
อรุณีกล่าวว่า อยากให้ผู้คนในเมือง ผู้บริโภคตื่นตัวมาเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ทั้งการปลูก การแปรรูป&amp;nbsp;


เว็บแทงบอล เพื่อจะได้ตระหนักถึงคุณค่า ประโยชน์ รวมถึงรับรู้ถึงพิษภัยของสารเคมีที่เป็นต้นเหตุของความเจ็บป่วยอย่างชัดเจน เพื่อจะได้หันมาเปลี่ยนแปลง เลือกบริโภคอาหารที่ผลิตจากเกษตรอินทรีย์ที่มีความปลอดภัยดีต่อสุขภาพ รวมถึงมาเรียนรู้วิถีชีวิตของเกษตรกรและนำความรู้กลับไปที่บ้านไปปลูกหรือบอกเพื่อนๆ ให้ตื่นตัวได้&amp;nbsp;


สล็อตออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนำผู้บริโภคลงพื้นที่มาเรียนรู้กับเกษตรกร ในโครงการ Organic DIY ยังจะทำให้เกิดความเข้าใจและเกิดความเชื่อมโยงที่นำไปสู่ห่วงโซ่อาหารที่ยั่งยืน ซึ่งเธอเล่าว่า สิ่งที่จะถ่ายทอดให้ผู้ที่มาร่วมกิจกรรมนอกจากเทคนิคการปลูกแล้ว ยังรวมถึงกระบวนการทำงานของเกษตรกรอินทรีย์ที่จะต้องมีการวางแผนและทำงานอย่างเป็นระบบ&amp;nbsp;


ซื้อหวยออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผักบางชนิดไม่สามารถปลูกได้ทั้งปี เช่น คะน้า กวางตุ้ง ต้องปลูกในฤดูหนาว แต่มีผักที่มีปลูกได้ทั้งปีเช่นดอกแค ตำลึง คนที่สนใจจะต้องรู้ถึงความยากง่ายของการปลูกพืชแต่ละชนิด ในที่สุดแล้วหากตั้งใจจริงก็สามารถปลูกในแบบอินทรีย์ โดยไม่ใช้สารเคมีใดๆ ได้ เช่น ผักบุ้ง บางช่วงจะไม่โต ก็ต้องไปดูเจอปัญหาอะไรแล้วแก้ไข หากปลูกในฤดูฝน ใบก็จะช้ำ ก็ต้องหาอุปกรณ์กันน้ำฝนกระแทก ขณะที่การทำงานจะต้องมีการจดบันทึกเรื่องโรคพืชแมลงว่าในเดือนไหนจะเจอโรคพืชชนิดใด ใช้ชีวภาพตัวไหนฉีดพ่น ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำเกษตรอินทรีย์เช่นเดียวกับการรวมกลุ่ม เพื่อให้เกิดระบบตรวจสอบกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังจะได้เล่าให้ผู้มาร่วมกิจกรรมฟังถึงการรวมกลุ่มเกษตรกรที่ทำให้การทำอินทรีย์ง่ายขึ้น เพราะสมาชิกในกลุ่มจะมีความถนัดแตกต่างกันไป และวิธีการวางแผนล่วงหน้าก่อนการเพาะปลูกภายใต้ความต้องการของตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิมพร ศิริวรรณ ผู้จัดการเครือข่าย CSR for Thailand มองว่า เป็นเรื่องที่ดี เพราะเหนือกว่าแรงบันดาลใจ ความเข้าใจที่ทุกคนจะได้รับ คนที่มาร่วมกิจกรรมอาจจะไปพัฒนาต่อยอดเป็นอาชีพเสริม ซึ่งสำหรับศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่หัวใจพอเพียงเป็นต้นแบบที่ดี เพราะเกษตรกรในกลุ่มมีองค์ความรู้ และมีอุดมการณ์ที่จะทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อสุขภาพของตนเอง ครอบครัวและคนในสังคม หลังจบกิจกรรมแล้วก็อาจจะมีคนสนใจไปร่วมเรียนรู้กับเกษตรกรในเรื่องต่างๆ
อย่างไรก็ตาม ผู้สนใจที่อยากเดินตามวิถีอินทรีย์ อรุณีบอกว่า อันดับแรกต้องตั้งใจจริง รวมถึงมาหาแรงบันดาลใจจากทริป Organic DIY และทริปอื่นๆ ด้วย หากอยากทำจริงๆ ก็ควรมาเรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์ราว 5 เดือน ซึ่งทางศูนย์ยินดีต้อนรับคนที่สนใจมาอบรมต่อเนื่องด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกิจกรรม Organic DIY ที่จะจัดขึ้นในครั้งนี้ จะมีการลงพื้นที่ดูแปลงนาอินทรีย์ แปลงปลูกผักสวนครัวเหนือดิน การทำปุ๋ยหมัก การทำสมุนไพรไล่แมลง รวมถึงการเตรียมดิน การเลี้ยงไก่ ตลอดจนมีกิจกรรมเพาะต้นอ่อนผักบุ้ง เพาะถั่วงอก การแปรรูปทำน้ำตาลอ้อยอินทรีย์ การทำขนมข้าวต้มมัด การเพาะเห็ด และการปลูกผักสลัด รวมถึงการใช้ประโยชน์จากสมุนไพร ทำน้ำยาปากหอม โดยในกิจกรรมทุกคนจะได้ลิ้มรสกับอาหาร ขนม ของว่าง น้ำอ้อยอินทรีย์ ชาสมุนไพร รวมถึงเลือกซื้อผลผลิตอินทรีย์ที่ทางกลุ่มเกษตรกรได้จัดเตรียมไว้ต้อนรับทุกคนที่มาร่วมกิจกรรม ด้วยความสุขใจและเต็มใจยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้สนใจร่วมกิจกรรม Organic DIY สามารถสอบถามรายละเอียดและค่าใช้จ่ายได้ที่ เครือข่ายปฏิบัติการ CSR for Thailand คุณพิมพร 08-1928-2808 หรือติดต่อ ID line : pimporn999.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3329</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิถีไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180217/image_big_5a882d95095ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1079</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2026 10:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 38 ประจำปี 2561  ณ สวนลุมพินี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;เตรียมพบกับมหกรรมท่องเที่ยวยิ่งใหญ่ประจำปี ของ ททท. &amp;ldquo;งานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย&amp;rdquo;ครั้งที่ 38 ประจำปี 2561 ภายในงานมีกิจกรรมมากมายจากทุกภูมิภาคทั่วไทย ทั้งกิจกรรมแชะ แชร์ ถ่ายรูป การแสดงจากศิลปินชื่อดัง การแสดงศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิมและประยุกต์ สินค้า OTOP ดี เด่น ดัง ของที่ระลึกพื้นเมือง อาหารถิ่นทุกทิศทั่วไทย รวมถึง &amp;ldquo;ส้มตำ&amp;rdquo; เด็ดจาก 20 จังหวัดภาคอีสาน ที่สำคัญเข้าชมฟรีตลอดงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 - 21 มกราคม 2561 เวลา 12.00 - 22.00 น. ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร โดยจะทำพิธีเปิดในวันที่ 17 มกราคม 2561 เวลา 18.00 น. นำเสนอผ่าน 10 โซนกิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;โซน 1 เที่ยวตามรอยพระบาท ตามศาสตร์พระราชา จัดการแสดงสาธิตเห่เรือสุพรรณหงส์จำลอง ความยาว 22 เมตร โดยความร่วมมือจากกองทัพเรือ จัดแสดงเห่เรือเพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติที่เกี่ยวกับพระราชประเพณีดั้งเดิม ให้คงอยู่และเป็นที่รู้จักแก่คนรุ่นหลัง พร้อมนำเสนอนิทรรศการ &amp;ldquo;ตามรอยพระบาท ตามศาสตร์พระราชา&amp;rdquo; ภายใต้เนื้อหา &amp;ldquo;วิชา ๙ หน้า ศาสตร์พระราชา ตำราของพ่อ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;โซน 2 แนะนำโปรแกรมและสินค้าท่องเที่ยวภายในประเทศ ปี 2561 แนะนำโปรแกรมและสินค้าท่องเที่ยวภายในประเทศ ตลอดปี 2561 ของ ททท. เช่น โครงการ 12 เมืองต้องห้ามพลาด...พลัส, โครงการท้าเที่ยวข้ามภาค, โครงการวันธรรมดาน่าเที่ยว, กิจกรรมสำหรับกลุ่มผู้หญิง 


fifa356&amp;nbsp;, กิจกรรมสำหรับผู้สูงวัย รวมถึงโครงการ &amp;ldquo;Go Local &amp;ndash; เที่ยวท้องถิ่นไทย ชุมชนเติบใหญ่ เมืองไทยเติบโต&amp;rdquo; นอกจากนี้ ยังมีสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว 4 สมาคม ได้แก่ สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย (สนท.) สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (สทอ.) และสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) ร่วมให้ข้อมูลแนะนำโปรแกรมท่องเที่ยวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;โซน 3 หมู่บ้านท่องเที่ยว 5 ภูมิภาค (กลาง-ตะวันออก-เหนือ-ใต้-อีสาน) นำเสนอหมู่บ้านท่องเที่ยว 5 ภูมิภาค เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศจำลองเสมือนจริง สร้างการรับรู้ความเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดความต้องการเดินทางไปยังพื้นที่ทั้ง 5 ภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ภาคกลาง &amp;ldquo;สุขกลางใจใกล้แค่เอื้อม&amp;rdquo; ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;วิถีถิ่น แผ่นดินทอง&amp;rdquo; (วิถีชุมชนในแถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ภาคตะวันออก &amp;ldquo;สีสันตะวันออก&amp;rdquo; ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;Sea-fruit&amp;rdquo; เติมเต็มประสบการณ์มหัศจรรย์กับ &amp;ldquo;สีสันตะวันออก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ภาคเหนือ &amp;ldquo;เหนือฝันล้านแรงบันดาลใจ&amp;rdquo; ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;อลังการล้านนาเรืองรอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ภาคใต้ &amp;ldquo;ปักษ์ใต้...ปักหมุด&amp;nbsp; 


bnk789&amp;nbsp;&amp;nbsp;หยุดเวลา&amp;rdquo; ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;เที่ยวใต้ ได้อะไรมากกว่าที่คิด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ &amp;ldquo;อีสานแซ่บนัว&amp;rdquo; ภายใต้แนวคิด&amp;ldquo;Cool Isan (วิถีถิ่น สู่วิถีเทรนด์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ ททท. จัดขบวนแห่วัฒนธรรม 5 ภูมิภาคทุกวัน เวลา 17.00 น. ภายในบริเวณสวนลุมพินี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;โซน 4 อาหารดัง 50 เขต กทม. พบอาหารเด่น ททท. 5 ภูมิภาค โดยนำเสนอ &amp;ldquo;ปิ่นโต ภาชนะคู่บ้านวิถีไทย&amp;rdquo; วัตถุดิบความอร่อยแบบฉบับ กทม. และอาหารเด่นขึ้นชื่อจาก 5 ภูมิภาค รวม 75 ร้านค้า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;โซนที่ 5 เวทีกลาง (การแสดงศิลปวัฒนธรรม และการแสดงร่วมสมัย) จัดพิธีเปิด ต้อนรับบุคคลสำคัญ จัดการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย 5 ภาค การแสดงร่วมสมัยและคอนเสิร์ตจากศิลปินที่ได้รับความนิยม ในทุกวันของการจัดงาน อาทิ ตู่ ภพธร, ป๊อป ปองกูล, นภ พรชำนิ, ก็อต จักรพันธ์, ฝน ธนสุนทร, ก้อง ห้วยไร่, ปู่จ๋าน ลองไมค์, ลำไย ไหทองคำ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;โซน 6 TAT STUDIO นำเสนอภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน: Amazing Thailand Tourism Year 2018&amp;rdquo; กิจกรรมภายในโซนนี้เป็นสถานีโทรทัศน์และวิทยุ หรือ Studio ที่มีกิจกรรมการทำรายการเพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ ในงานฯ มี DJ ดำเนินรายการทางวิทยุ และการถ่ายทอดสดรายการโทรทัศน์เฉพาะกิจ โดยเชื่อมสัญญาณและถ่ายทอดผ่านจอ LED ที่ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าหลัก 3 จอ และบริเวณ TAT Studio อีก 2 จอ ให้นักท่องเที่ยวที่เดินชมงานได้ชมรายการถ่ายทอดบรรยกาศสด พร้อมข้อมูลที่น่าสนใจ ภายในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทยครบทุกโซน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการประชาสัมพันธ์เชิงการตลาดภาพรวมของ ททท. อาทิ 1672 เพื่อนเดินเที่ยว ที่จะบริการไกด์นำชมทั่วบริเวณ กิจกรรม DIY เพื่อนำของที่ได้ไปบริจาค อาทิ การทำสมุดจากวัสดุเหลือใช้ การทำต่างหู กำแพง Graffiti ซึ่งเป็นศิลปะที่สามารถสร้างพื้นที่ที่เสื่อมโทรมให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้ นำเสนอในหัวข้อ &amp;ldquo; Go Local&amp;rdquo; 5 ภาค พร้อม work shop แบบสร้างสรรค์ ด้วยสีพ่นที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ รวมทั้งกิจกรรมมินิคอนเสิร์ทจาก BNK 48 โก้ มิสเตอร์แซคแมน สิงโต นำโชค เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;โซน 7 กิจกรรมท่องเที่ยว OUTDOOR FEST เป็นโซนกิจกรรมประเภท Outdoor โดยความร่วมมือจากหน่วยงานพันธมิตร 12 หน่วยงาน อาทิ 1) โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า นำกิจกรรมภายใต้ Theme งานวัด 2) กองทัพเรือ โดยกิจการพลเรือน นำเรือใบ และเรือใบมด มาแสดงโชว์ และ 3) Ride to Khongsประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมแข่งจักรยานเลียบแม่น้ำโขงที่จะจัดขึ้นช่วงต้นเดือนมีนาคม 2561 เป็นต้น&amp;nbsp;


save168&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;โซน 8 TAT LAB นำเสนอกิจกรรม Workshop รูปแบบต่าง ๆ เช่น กิจกรรม Workshop เพื่อสุขภาพ ได้แก่ ทำอโรม่า ทำลูกประคบ กิจกรรม Workshop เพื่อสิ่งแวดล้อม เช่น การทำเครื่องประดับจากกระดาษจัดสวนในขวดแก้ว กิจกรรม Workshop ด้านอาหาร ได้แก่ อาหารออร์แกนิคทำพิซซ่า ฯลฯ รวมถึง Special Zoneอาหารและเมนูอินเทรนด์มากมายจาก Celeb ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;- แม่น้อย โพธิ์งาม / ขายส้มตำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;- ป๋าเทพ / ขายขนมเปี๊ยะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;- น้ำฝน พัชรินทร์ / ขายคุกกี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;- น็อต วรฤทธิ์ / ขายไก่ปิ้ง เนื้อปิ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;- นาตาลี / ขายขนมเบเกอรี่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;- โย ยศวดี และ เอ อัญชลี / ขายแซนวิชเพื่อสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;และกิจกรรมพูดคุย/เสวนา ร่วมกับศิลปิน นักแสดง และผู้มีชื่อเสียงในสาขาต่าง ๆ เช่น ท็อป พิพัฒน์  (Eco Tourism), โย ยศวดี (เรื่องสุขภาพ/การออกกำลังกาย) เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;โซน 9 กิจกรรม CSR &amp;ldquo;ขยะให้โชค&amp;rdquo; จัดกิจกรรม &amp;ldquo;ขยะให้โชค&amp;rdquo; สร้างจิตสำนึกใส่ใจในสิ่งแวดล้อม และลดปริมาณขยะในแหล่งท่องเที่ยว พร้อมลุ้นรับรางวัลชิงโชคและของที่ระลึก เพียงนำขยะที่สามารถรีไซเคิลได้ เช่น ขวดน้ำพลาสติก, ขวดแก้วและกระป๋องต่าง ๆ มาทิ้งลงในถังขยะที่จัดไว้ บริเวณทางออก เพื่อร่วมบริจาคให้กับหน่วยงานเพื่อสิ่งแวดล้อมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;โซน 10 ประชารัฐ (หน่วยงานพันธมิตรร่วมจัดกิจกรรม) ความร่วมมือทางธุรกิจท่องเที่ยวจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ร่วมออกบูธจัดแสดงนิทรรศการประชาสัมพันธ์หน่วยงาน โดยมีหน่วยงานทั้งสิ้นกว่า 12 หน่วยงาน ได้แก่กรมทรัพยากรธรณี,องค์การสวนสัตว์,ตำรวจท่องเที่ยว ,บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) &amp;ndash; ประชารัฐรักสามัคคี ,ขสมก.,ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน),นครชัยแอร์,การท่องเที่ยวกองทัพเรือ,การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ,โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา ,บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ,สายการบิน AirAsia&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมงาน &amp;ldquo;เทศกาลเที่ยวเมืองไทย&amp;rdquo; ครั้งที่ 38 ประจำปี 2561 นี้ ไม่ต่ำกว่า 600,000 คน ซึ่งจะสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดเดินทางท่องเที่ยวจริงไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ในประเทศไทย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 61 ของผู้เข้าร่วมชมงาน ซึ่งจะก่อให้เกิดรายได้ในระหว่างการจัดงานให้ชุมชน/ผู้ประกอบการ ที่เข้าร่วมงานในทันทีกว่า 420 ล้านบาท อันจะส่งผลให้เกิดรายได้จากการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศกว่า 1 ล้านล้านบาท&amp;nbsp;


สล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ผู้เข้าร่วมงานสามารถเดินทางด้วยรถสาธารณะประจำทาง รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีสีลม (ประตู 1) รถไฟฟ้า BTS สถานีศาลาแดง หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1079</URL_LINK>
                <HASHTAG>ททท, ท่องเที่ยว, วิถีไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180115/5a5c336984f66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
