<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2020 17:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2020 17:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.ค.ศ. เร่ง คลอด หลักเกณฑ์วิทยฐานะ  คาดเสร็จก่อนเปิดเทอม  เผยวัดจากตัวเด็กก่อนไล่เลียงไปถึงครู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ม.ค.63- นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาฯ ก.ค.ศ.) กล่าวว่า ตามที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) มีนโยบายเรื่องการปรับปรุงหลักเกณฑ์การขอมีและเลื่อนวิทยฐานะ เนื่องจากต้องการให้ข้าราชการครูมีสวัสดิการ และความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ ซึ่งการประเมินจะต้องสอดคล้องกับตัวผู้เรียนเป็นสำคัญ ไม่เน้นเรื่องการทำเอกสารนั้น ขณะนี้ ก.ค.ศ.ได้มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการในเรื่องดังกล่าว จำนวน 2 ชุด โดยคณะกรรมการชุดที่ 1 จะดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ วิจัยรูปแบบและวิธีการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะที่ผ่านมา เป็นมาอย่างไร และศึกษาแนววิธีการดำเนินการในต่างประเทศ เพื่อหาข้อดีและข้อเสีย นำมาเป็นแนวทางในการปรับปรุงหลักเกณฑ์ใหม่ และจะมีการวิจัยติดตามผลการใช้หลักเกณฑ์ใหม่ด้วย และคณะกรรมการชุดที่ 2 จะดำเนินการยกร่างหลักเกณฑ์การขอมีและเลื่อนวิทยฐานะใหม่คู่ขนานกันไป โดยยึดหลักการเรื่องการลดการทำเอกสาร ให้ครูได้อยู่กับเด็ก เน้นผลสัมฤทธิ์จากผู้เรียนเป็นแนวทางในการยกร่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ก.ค.ศ.พยายามที่จะปรับให้การประเมินทุกอย่างให้มีการเชื่อมโยงกัน เพราะเราไม่ต้องการให้เกิดภาระในการเตรียมการแก่ครู เช่น ประเมินเพื่อเลื่อนขั้นเงินเดือนก็เตรียมข้อมูลอย่างหนึ่ง ประเมินวิทยฐานะก็เตรียมข้อมูลอย่างหนึ่ง เป็นต้น เราจะออกแบบการประเมินให้สามารถนำไปใช้กับการประเมินต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย โดยจะประเมินจากหน้าที่และความรับผิดชอบของครูที่ส่งผลต่อเด็กโดยตรง เริ่มตั้งแต่กระบวนการใช้หลักสูตรในการจัดการเรียนการสอน ผลการจัดการเรียนการสอน พฤติกรรมผู้เรียนที่เกิด และอื่นๆ ซึ่งในอนาคต ก.ค.ศ.เห็นว่าครูควรที่จะนำผลประเมินตรงนี้ใช้ในการประเมินเรื่องต่างๆ ได้&amp;rdquo;เลขาฯ ก.ค.ศ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัมพร กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ตนได้กำหนดกรอบให้คณะกรรมการทั้ง 2 ชุด ดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 และตนมองว่าหากเราสามารถดำเนินการเรื่องนี้ได้สำเร็จ การทำงานของครูและการประเมินจะเป็นเรื่องเดียวกัน ซึ่งจะส่งผลให้ครูมุ่งมั่นในเรื่องการจัดการเรียนการสอน ส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนเป็นหลัก รวมถึงยังแก้ปัญหาครูทิ้งห้องเรียนเพื่อทำเอกสาร การจ้างทำผลงาน เพราะผลที่ทุกอย่างจะปรากฎอยู่ที่ตัวผู้เรียน ดังนั้นการประเมินเราจะดูที่ผู้เรียนก่อนว่ามีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาอย่างไร จึงจะไปดูกระบวนการจัดการเรียนการสอนของครู ซึ่งตนเชื่อว่าการประเมินในลักษณะนี้จะสามารถตัดปัญหาเรื่องการจ้างทำผลงานได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55894</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ค.ศ., วิทยฐานะครู, แบบประเมินการขอวิทยฐานะครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200130/image_big_5e32b069a4932.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2018 20:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2018 22:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอดร์ดอิสระรื้อใหญ่งบฯการศึกษาไม่จัดสรรเฉลี่ยตามรายหัวเน้นเกลี่ยตามความจำเป็น/ส่งเงินถึงมือรร.โดยตรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19มิ.ย.-บอร์ด อิสระฯ รื้อใหญ่การจัดสร&amp;nbsp; ไม่จัดสรรเฉลี่ยตามรายหัวเน้นเกลี่ยตามความจำเป็น/ส่งเงินถึงมือรร.โดยตรงงบประมาณการศึกษาประเทศ เล็งปรับเงินอุดหนุนรายหัวใหม่ หลังจากใช้มา 12ปี &amp;nbsp;ไม่ใช้วิธีให้แบบถัวเฉลี่ยเท่ากันหมด แต่จะดูตามความแตกต่าง และความจำเป็นแต่ละแห่ง เพื่อลดเหลื่อมล้ำ &amp;nbsp; รวมทั้ง ให้ส่งเงินถึงมือโรงเรียนโดยตรง &amp;nbsp;สพท.มีทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงดูแลเท่านั้น &amp;nbsp; มีการประเมินรายปีเพื่อคงวิทยฐานะครู &amp;nbsp;ย้ำหวังให้เงินส่วนใหญ่อยู่ที่โรงเรียนมากกว่า กระจายไปอยู่ในส่วนอื่นๆของโครงสร้างการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ....ใน หมวดที่ 6 แผนการศึกษาแห่งชาติและทรัพยากรเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ เนื่องจากประเทศไทยใช้เงินเพื่อการศึกษาจำนวนมาก แต่ผลการศึกษาที่ออกมายังมีคุณภาพต่ำ มีความเหลื่อมล้ำสูง &amp;nbsp;ดังนั้นคณะกรรมการอิสระฯ จึงเห็นว่าถ้ามีการปรับโครงสร้างการใช้ทรัพยากร โดยให้ตรงไปที่โรงเรียน &amp;nbsp;และโรงเรียนสามารถบริหารทรัพยากรได้เอง จะเพิ่มประสิทธิภาพ และทำให้ความเหลื่อมล้ำลดลงได้ ส่วน สพฐ.และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) จะมีหน้าที่เพียงการสนับสนุนดูแล ไม่ใช่ปฏิบัติโดยตรง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ เงินที่ใช้ด้านบุคลากร ซึ่งดูเหมือนจะยังไม่มีประสิทธิภาพ เช่น เงินวิทยฐานะ ที่ สพฐ.ใช้ปีละประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท โดยใช้มากสำหรับผู้ที่มีวิทยฐานะชำนาญการ 77,135 คนและชำนาญการพิเศษ 197,880 คน &amp;nbsp;แต่ระบบวิทยฐานะยังไม่เอื้อไปสู่คุณภาพ เพราะไปอิงผลงานในอดีต อิงการเข้าร่วมการอบรมพัฒนา &amp;nbsp;ดังนั้น จะต้องมีการปรับระบบวิทยฐานะให้มีความหมายมากยิ่งขึ้น และให้มีการประเมินเพื่อคงวิทยฐานะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลักเกณฑ์ใหม่นี้ อาจไม่สามารถทำได้กับผู้ที่มีวิทยฐานะอยู่แล้ว แต่จะเริ่มใช้สำหรับผู้ที่จะเข้าสู่วิทยฐานะใหม่ อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ คณะกรรมการอิสระฯ จะมีพิจารณาว่าส่วนใดจะต้องบรรจุไว้ในพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และส่วนใดจะอยู่ในแผนการปฏิรูปที่จะออกมาคู่กับ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ&amp;quot;ประธานบอร์ดอิสระฯกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชัยยุทธ ปัญญสวัสดิ์สุทธิ์ กรรมการคณะกรรมการอิสระฯ กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีการหารือถึงที่มาของขนาดงบประมาณด้านการศึกษา พบว่าประเทศไทยใช้งบฯการศึกษาเกือบ 9 แสนล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 6.1 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ หรือ จีดีพี และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และภาครัฐเป็นหน่วยที่จัดการศึกษาใหญ่ที่สุด ซึ่งหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบเรื่องการจัดการศึกษามากที่สุด คือ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทั้งนี้เมื่อพิจารณาในรายละเอียดของโครงสร้าง สพฐ.มีการใช้ข้าราชการ จำนวนเกือบ 5 แสนคน ใช้งบฯ ด้านบุคลากรกว่า 2 แสนล้านบาท และในจำนวนนี้เป็นงบฯ วิทยฐานะและค่าตอบแทนครู ปีละ 3.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งในช่วงปี 2561-2565 จะมีข้าราชการครูและบุคลากรเกษียณอายุกว่าปีละ 2 หมื่นคน ดังนั้นจึงจะต้องมีการหาแนวทางการบริหารทรัพยากรที่เกี่ยวกับกำลังคนให้เหมาะสม เพื่อลดปัญหาทั้งการขาดแคลนครู การเกลี่ยอัตรากำลัง โดยอาจจะใช้วิธีการจัดสรรงบฯ ผ่านผู้เรียน รวมถึงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไขเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนต้องมีแผนอัตรากำลังที่ชัดเจนและเร่งด่วน &amp;nbsp;ทั้งนี้ &amp;nbsp;ที่ประชุมได้ให้ไปศึกษาอัตราเงินอุดหนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานใหม่ เนื่องจากอัตราที่ใช้อยู่ปัจจุบันคำนวณมาตั้งแต่ปี 2545 &amp;nbsp;หรือใช้มา 12 ปีแล้ว และควรมีการปรับอัตราเงินอุดหนุนให้แก่สถานศึกษาเอกชน &amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันรัฐอุดหนุนอยู่ร้อยละ 70&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า การจัดสรรงบประมาณที่จะเสนอในประเด็นการปฏิรูปประเทศนั้น 1.งบฯลงทุน ก่อสร้าง ครุภัณฑ์ ให้ดูสภาพตามความจำเป็นของแต่ละพื้นที่ 2. งบฯดำเนินงานควรไปอยู่ที่โรงเรียนมากสุด &amp;nbsp;และการจัดสรรงบฯจะไม่มีการเฉลี่ยเท่ากันหมด แต่จะดูตามความแตกต่างใน เรื่องบุคคล เช่น ฐานะ ความพิการ เรื่อง สถานศึกษา เช่น สถานที่ตั้ง ขนาดโรงเรียน และเรื่องความแตกต่างระหว่างรัฐและเอกชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11686</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการอิสระปฎิรูปการศึกษา, งบรายหัวนักเรียน, ปฎิรูปจัดสรรงบการศึกษา, ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ..., ร้อการจัดสรรงบประมาณการศึกษา, วิทยฐานะครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180619/image_big_5b28fcfc1a0ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2018 09:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2018 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอธี&quot;ชี้ยกเลิกวิทยฐานะครูเรื่องใหญ่ไม่ง่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;หมอธี&amp;rdquo; เผยกรณีข้อเสนอทบทวนวิทยฐานะครู เป็นเรื่องใหญ่ ต้องถามความเห็นผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย แนะใช้ ม.55 พรบ.ครูและบุคคลากรทางการศึกษา &amp;nbsp;ระบุให้คณะกรรมการอิสระ ฯทำข้อเสนอทางออกมาให้ &amp;nbsp;ส่วนความกังวล เรื่องการจ้างทำผลงานนั้น ไม่มีผลอะไร เพราะระบบเกณฑ์การพิจารณาการเลื่อนวิทยฐานะของครูใหม่ แทบไม่ต้องใช้ผลงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ได้ทำการวิจัยพบว่างบประมาณด้านการศึกษาถูกใช้ไปกับเงินเดือนครู และในจำนวนครู 400,000 คน ได้รับค่าวิทยฐานะในกลุ่มชำนาญการพิเศษ คิดเป็นร้อยละ 53 เพื่อที่จะสร้างแรงจูงใจให้ครูในการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนที่ดี ซึ่งสวนทางกับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ถือว่าไม่คุ้มค่ากับการลงทุน &amp;nbsp;จึงต้องมีการทบทวนดูว่าระบบการจัดสรรงบประมาณในลักษณะนี้เป็นไปในทิศทางที่เหมาะสมหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวในประเด็นนี้ว่า เรื่องวิทยฐานะถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ต้องถามความเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายและในระบบกฎหมายปัจจุบันก็ต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่าจะดำเนินการอย่างไร ส่วนตัวตนมองว่าอาจจะไม่ต้องมีการเร่งรัดให้ดำเนินการ &amp;nbsp; เพราะถือว่าไม่ใช่เรื่องที่สำคัญที่สุด แต่หากจะดำเนินการก็จะต้องนำกฏหมายมาใช้ คือ มาตรา 55 ในพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ระบุว่า ให้มีการประเมินตําแหน่งและวิทยฐานะสําหรับตําแหน่งที่มี ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเป็นระยะๆ &amp;nbsp; เพื่อดํารงไว้ซึ่งความรู้ ความสามารถ ความชํานาญการ หรือความเช่ียวชาญในตําแหน่งและวิทยฐานะที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง &amp;nbsp;ท้ังนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ก.ค.ศ. กําหนด ไม่ใช่จะไปรื้อ หรือลดเงินในทันที ซึ่งตนขอให้คณะกรรมการอิสระฯ ทำข้อเสนอในเรื่องดังกล่าวมาที่ตน และหากจะนำมาตรา 55 มาใช้ก็จะต้องมีระบบที่ดีในการคงไว้ซึ่งวิทยฐานะ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทาง ก.ค.ศ.เองก็พยายามที่จะดำเนินการในส่วนนี้อยู่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในการเรื่องการคงวิทยฐานะมีการพูดกันมานานแล้ว แต่ผมยังไม่ได้นำมาหารือในรายละเอียด ส่วนที่สังคมเป็นกังวลว่าครูที่ได้รับวิทยฐานะในกลุ่มชำนาญการพิเศษ &amp;nbsp;มาจากการจ้างทำผลงานนั้น ผมได้วางระบบเกณฑ์การพิจารณาการเลื่อนวิทยฐานะของครูใหม่แล้ว ซึ่งในระดับ 2 ขั้นแรก คือ ครูค.ศ.1 และครูค.ศ.2 อาจจะไม่ต้องใช้ผลงานเพื่อเลื่อนวิทยฐานะเลย แต่ผมก็อยากให้คณะกรรมการอิสระฯ ทำข้อเสนอที่มีรายละเอียดต่างๆ มาให้ด้วย เพื่อที่จะหาแนวทางการดำเนินการต่อไป&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7936</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการอิสระปฎิรูปการศึกษา, นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, ยกเลิกวิทยฐานะครู, วิทยฐานะครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180421/image_big_5adabdf9a9137.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
