<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2021 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2021 15:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘วิทยา ยาม่วง’ยื่นลาออกอธิบดีกรมเจ้าท่า ด้านปลัดคมนาคมงง ยังไม่เห็นหนังสือลาออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย.2564 แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากกระแสข่าวที่นายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.) ได้ยื่นหนังสือถึงนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2564 ที่ผ่านมา เพื่อขอลาออกจากราชการ ในตำแหน่งอธิบดีกรมเจ้าท่า โดยหนังสือลาออกลงวันที่ 1 ต.ค. 2564 และจะมีผลในวันที่ 1 พ.ย. 2564 โดยให้เหตุผลของการลาออกว่า มีปัญหาทางด้านสุขภาพ และต้องการไปดูแลครอบครัวนั้น ในขณะนี้หนังสือลาออกตามกระแสข่าวดังกล่าว ยังไม่ยื่นถึงมือนายชยธรรม์แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะที่กำกับดูแลหน่วยงานกรมเจ้าท่า กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องการยื่นลาออกของนายวิทยา อธิบดีกรมเจ้าท่า โดยเพิ่งได้รับทราบจากข่าวที่ออกมาเช่นกัน อย่างไรก็ตาม อยากให้นายวิทยาทบทวนการลาออกดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกับนายชยธรรม์ กล่าวยืนยันว่า ยังไม่เห็นหนังสือลาออกของนายวิทยา อธิบดี จท. และไม่ทราบที่มาของข่าว เนื่องจากหากจะมีการลาออกจากตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง น่าจะมีการแจ้งผู้บังคับบัญชาทราบก่อน อย่างไรก็ตาม จะเรียกนายวิทยาเข้าพบในวันที่ 4 ต.ค. 2564 เพื่อพูดคุยถึงปัญหาในการทำงาน&amp;nbsp; ว่า มีปัญหาในการทำงานในด้านใดบ้าง และเหตุใดถึงมีข่าวในลักษณะนี้ออกมา ย้ำว่าต้องมาพูดคุย เพื่อทำความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวต่ออีกว่า ที่ผ่านมา นายวิทยา ได้ปฎิบัติหน้าที่ในฐานะตำแหน่งอธิบดีกรมเจ้าท่าอย่างเต็มที่มาโดยตลอด มีการพัฒนาการทำงานของกรมเข้าท่าจนก้าวหน้า รวมทั้งที่ผ่านมาไม่มีการส่งสัญญาณใดๆ ว่า จะลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากจะเกษียณอายุในปี 2568 ซึ่งเหลือเวลารับราชการถึง 4 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118538</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลาออก, วิทยา ยาม่วง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_607fbda99f921.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113151</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 10:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 10:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมเจ้าท่าเผย พิษโควิด ฉุดผู้โดยสารใช้บริการทางน้ำลดลงเหลือ 5%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.2564 นายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า(จท.)&amp;nbsp; เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้เกิดการล็อกดาวน์ในปัจจุบันประชาชนลดการเดินทาง และWork from home เต็มรูปแบบจากการขอความร่วมมือของรัฐบาล&amp;nbsp; พบว่า ปริมาณเฉลี่ยผู้โดยสารรายวันในระบบขนส่งทางน้ำลดลงจากสถานการณ์ปกติ&amp;nbsp; ปัจจุบันผู้ใช้บริการเรือโดยสารแม่น้ำเจ้าพระยา ลดลงเหลือเพียง 5% เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ใช้บริการเรือโดยสารคลองแสนแสบ ลดลงเหลือเพียง 600 คนจากวันละ 3,000 คน และผู้ใช้บริการเรือโดยสารคลองผดุงกรุงเกษม เหลือเพียง 100 คนจาก1,000 คนต่อวัน ส่งผลทำให้การบริการชะลอตัวทุกท่าเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กรมเจ้าท่าได้เตรียมความรองรับการให้บริการ หากมีการผ่อนคลายล็อกดาวน์ประชาชนสามารถเดินทางได้ โดยเฉพาะเรือไฟฟ้า ที่จะมายกระดับคุณภาพชีวิตการเดินทางของประชาชนและรักษาสภาพแวดล้อมอย่างยั่งยืน&amp;nbsp; ซึ่งปัจจุบันมีเรือไฟฟ้าในเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยาให้บริการ ตั้งแต่ท่าเรือพระนั่งเกล้าไปถึงท่าเรือสาทร อยู่ 5 ลำ และจะมีเรือให้บริการทั้งสิ้น 27 ลำในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิทยา กล่าวว่าส่วนเส้นทางคลองดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี เป็นโครงการนำร่องเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ปัจจุบันให้บริการจำนวน 3 ลำ&amp;nbsp; เช่นเดียวกับเส้นทางคลองอัมพวา จ.สมุทรสงคราม มีแผนพัฒนาเรือไฟฟ้าเพื่อใช้ในการท่องเที่ยวเพื่อลดผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยริมฝั่งคลอง โดยเฉพาะเรื่องของเสียงและเป็นการรักษาสภาพแวดล้อม และหากสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น กรมเจ้าท่ามีแผนเพิ่มจำนวนเรือไฟฟ้า รวมทั้งการขอความร่วมมือประชาชนที่ใช้เรือในการสัญจร ให้ปรับเปลี่ยนจากระบบเครื่องยนต์เป็นระบบไฟฟ้าต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113151</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้โดยสาร, วิทยา ยาม่วง, อธิบดีกรมเจ้าท่า(จท.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b4622c62ff3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113074</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2021 22:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2021 13:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กรมเจ้าท่า ทุ่มงบ 90 ล้าน ปรับโฉม&#039;ท่าเรืออ่าวมะขามป้อม&#039; หนุนท่องเที่ยว จ.ระยอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
12 ส.ค.2564 นายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า(จท.)เปิดเผยว่าได้ สั่งการให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาระยอง ดำเนินการปิดท่าเรือไม่ให้ใช้งานเป็นการชั่วคราว เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอันตรายกับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาเทศบาลตำบลสุนทรภู่ได้มีหนังสือขอความอนุเคราะห์มายังกรมเจ้าท่า ให้เข้าสำรวจออกแบบและก่อสร้างปรับปรุงท่าเรือทดแทนท่าเรือเดิมโดยเร่งด่วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามปัจจุบันท่าเรืออ่าวมะขามป้อมเป็นท่าเรือสาธารณะเพียงแห่งเดียวในอำเภอแกลง มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมลงเรือเพื่อเดินทางไปยังเกาะมันนอก เกาะมันกลาง เกาะมันใน และเกาะใกล้เคียงในพื้นที่ จังหวัดระยอง พบว่าพื้นที่ท่าเรือบางส่วนมีสภาพเสื่อมโทรมตามการใช้งานซึ่งอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว กรมเจ้าท่า ได้ลงพื้นที่สำรวจโครงสร้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมเตรียมเสนอของบประมาณปี 2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซม เพื่อให้ได้ท่าเรือใหม่ที่มีความเหมาะสม สวยงาม สามารถรองรับกิจกรรมด้านการประมง ด้านการท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกปลอดภัย โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างจำนวน 90 ล้านบาท ระยะเวลาในการก่อสร้าง 540 วัน ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการในการส่งเสริมความปลอดภัยและการท่องเที่ยวทางน้ำ ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ลดลง จังหวัดระยองจะถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจะหลั่งไหล่ไปท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม พร้อมตอบสนองนโยบายภาครัฐ เร่งผลักดันปรับปรุงท่าเรือให้มีมาตรฐานความปลอดภัย พร้อมใช้งานและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับท่าเรืออ่าวมะขามป้อม ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง แต่เดิมกรมประมงได้ก่อสร้างไว้ เมื่อปี พ.ศ. 2534 ภายหลังได้ยกให้เทศบาลตำบลสุนทรภู่ดูแล มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับเรือประมงขนาดกลางและขนาดเล็ก อีกทั้งยังมีนักท่องเที่ยวลงเรือที่ท่าเรือดังกล่าวเพื่อไปท่องเที่ยวยังเกาะมันใน เกาะมันกลาง และเกาะมันนอก ซึ่งเกาะมันในเป็นที่ตั้งของโครงการพระราชดำริอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล หน่วยงานที่ต้องการจะเดินทางไปเยี่ยมชมโครงการฯ ต้องมาใช้บริการท่าเทียบเรือแห่งนี้ ลักษณะท่าเรืออ่าวมะขามป้อม เป็นท่าเรือคอนกรีตเสริมเหล็กรูปตัวที สะพานท่าเรือมีขนาด 3x100 เมตร หน้าท่าเรือมีขนาด 7x21 เมตร ปัจจุบันมีสภาพชำรุดเสื่อมโทรมตามระยะเวลาการใช้งาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113074</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่าเรืออ่าวมะขามป้อม, วิทยา ยาม่วง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210812/image_big_6114c13d2d2be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2021 12:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2021 12:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมเจ้าท่าลุยขุดลอกร่องน้ำ3จังหวัดหนุนท่องเที่ยวแก้กัดเซาะชายฝั่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ค.2564 นายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.)เปิดเผยถึงความคืบหน้าภารกิจการขุดลอกพัฒนาและบำรุงรักษาร่องน้ำบริเวณท่าเทียบเรือกรมหลวงชุมพร อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด ร่องน้ำบ้านหัวแหลม อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี ร่องน้ำบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และร่องน้ำคลองวาฬ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อส่งเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยว กิจการประมงและเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคตะวันออก ภาคใต้ ทำให้เรือสามารถเข้า-ออกร่องน้ำ เทียบท่าได้ตลอดเวลา เกิดความสะดวกและปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานพัฒนาและบำรุงรักษาร่องน้ำที่ 5 ดำเนินการขุดลอกร่องน้ำท่าเทียบเรือกรมหลวงชุมพร อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด ปฏิบัติการขุดลอกโดยเรือเจ้าท่า ข.23 เรือเจ้าท่า 223 ระยะทาง 1,050 เมตร ความลึก 2.00 - 2.50 เมตร จากระดับน้ำลงต่ำสุด ปริมาณวัสดุขุดลอก 96,635 ลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันผลงานขุดลอก ได้ระยะทาง 186 เมตร คิดเป็นร้อยละ 7.24 และการขุดลอกร่องน้ำบ้านหัวแหลม อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี ปฏิบัติการขุดลอกโดยรถขุด จบ.2 และเรือเจ้าท่า ข.400 ขุดลอกระยะทาง 1,750 เมตร ความกว้างก้นร่องน้ำ 10 เมตร ความลึก 1.50 และ 1.00 เมตร จากน้ำลงต่ำสุด ปริมาณวัสดุขุดลอก 48,999.75 ลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันขุดลอกได้ระยะทาง 1,186 เมตร คิดเป็นร้อยละ 68.21&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 6 ดำเนินการขุดลอกร่องน้ำเขาแดง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ใช้เรือเจ้าท่า ข.19 เรือเจ้าท่า219 ขุดลอกความกว้างที่ก้นร่องน้ำตามแผน 30 เมตร ระยะทางยาว 1,700 เมตร ระดับความลึกที่ก้นร่องน้ำ 1.50 เมตร (จากระดับน้ำลงต่ำสุด) ตั้งแต่ กิโลเมตร 0+150 ถึง กิโลเมตรที่ -1+550 ปัจจุบันได้ระยะทาง 25 เมตร ปริมาณเนื้อดิน 1,674 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 1.47 และการขุดลอกร่องน้ำคลองวาฬ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปฏิบัติงานขุดลอกโดยเรือเจ้าท่า ข.21 และเรือ เจ้าท่า 221 ขุดลอกตั้งแต่กิโลเมตรที่ -0+600 ถึงกิโลเมตรที่ -0+800 ได้ระยะทางยาว 200 เมตร ความกว้างที่ก้นร่องน้ำ 40 เมตร ระยะทางยาว 1,300 เมตร ระดับความลึกที่ก้นร่องน้ำตามแผน 2.5 เมตร (จากระดับน้ำลงต่ำสุด) ปัจจุบันขุดลอกได้ระยะทาง 200 เมตร ปริมาณเนื้อดิน 19,486 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 16.23&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิทยา กล่าวว่ากรมเจ้าท่า พร้อมพัฒนาและบำรุงรักษาร่องน้ำ ช่วยในการแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ความตื้นเขินของร่องน้ำ เรือประมง เรือสปีดโบ๊ท เรือขนส่งสินค้าสามารถสัญจรเข้า-ออกได้สะดวก ปลอดภัยตลอดเวลา ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวพื้นที่ภาคตะวันออก ภาคใต้ ภายใต้การปฏิบัติด้านสาธารณสุขเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (COVID-19) และขอความร่วมมือในการติดตามข้อมูลข่าวสารพยากรณ์อากาศ หรือประกาศของกรมเจ้าท่า ระมัดระวังในการเดินเรือในช่วงฤดูมรสุม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109137</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิทยา ยาม่วง, อธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.), โครงการขุดลอกร่องน้ำลำบางบอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210709/image_big_60e7dfb231f49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105155</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2021 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2021 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งพัฒนาท่าเรือยกระดับขนส่งทางน้ำ-คุณภาพชีวิตประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้จะเจอกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่การปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐก็ยังคงเดินหน้าต่อไป วันนี้ &amp;quot;อาทิตย์เอกเขนก&amp;quot; ได้มีโอกาสพูดคุยกับ นายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.) ที่ยังคงเดินหน้าปฏิบัติงานตามภารกิจในการกํากับดูแล ส่งเสริมการพัฒนาระบบการขนส่งทางน้ำและการพาณิชยนาวี ให้มีการเชื่อมต่อกับระบบการขนส่งอื่น ๆ ทั้งการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าที่ถือว่ามีความสำคัญต่อภาคการขนส่ง ต่อภาคเศรษฐกิจของไทยเรา ที่สำคัญยังช่วยผู้ประกอบการลดต้นทุนในการขนส่งด้วยเมื่อเทียบกับการขนส่งทางบก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกล่าวว่า ในสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ถือเป็นระลอกที่ 3 กรมเจ้าท่าในฐานะเป็นหน่วยงานที่ให้บริการขนส่งสาธารณะทางน้ำที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ปัจจัยสำคัญคือการคุมเข้มมาตรการการแพร่เชื้อโรค โดยที่ผ่านมาได้เน้นย้ำ กำชับให้เจ้าหน้าที่ประจำท่าเทียบเรือร่วมทำความสะอาดท่าเทียบเรือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนกลางและภูมิภาคที่อยู่ในการดูแลยึดตามหลักข้อปฏิบัติตามหลักสาธารณะสุขอย่างเคร่งครัดเต็ม 100%&amp;rdquo; อธิบดีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนเรื่องการให้บริการที่คลองแสนแสบ จึงได้ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยในการให้บริการที่คลองแสนแสบ ท่าเรือทองหล่อ รวมถึงตรวจเข้มมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเน้นย้ำไม่ให้ผู้โดยสารยืนเบียดกันภายในเรืออย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ประจำท่าเทียบเรือดำเนินตามมาตรการอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง ห้ามการ์ดตก เพื่อลดโอกาสการแพร่กระจายของเชื้อโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กำชับให้เจ้าหน้าที่ประจำท่าเทียบเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองแสนแสบดำเนินการมาตรการเพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดในการเดินทางทางน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยการตั้งจุดคัดกรองประจำท่าเทียบเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองแสนแสบ ขอความร่วมมือให้ผู้โดยสารเรือทุกคนสวมหน้ากากอนามัยขณะโดยสารเรือ และขณะรอขึ้น-ลงเรือ และให้ยืนเว้นระยะห่างตามจุดกำหนด (Social Distancing) ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการจัดจุดให้บริการเจลแอลกอฮอล์ล้างมือกำชับให้พนักงานขนส่งปประจำท่าแจ้งกำชับให้ผู้โดยสารที่ใช้บริการ เว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร บริเวณท่าเทียบเรือและพื้นที่ให้บริการ พร้อมทั้งกำชับให้ผู้ประกอบการดำเนินการตามมาตรการที่กำหนดอย่างเคร่งครัด และปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข D-M-H-T-T อย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีเล่าต่อว่า ในส่วนของการพัฒนาการให้บริการท่าเรือโดยสารสาธารณะในแม่น้ำเจ้าพระยานั้น กรมเจ้าท่าได้เดินหน้าพัฒาท่าเรือให้เพียงพอและสามารถรองรับการใช้งานของผู้โดยสารได้อย่างสะดวกและปลอดภัย รวมทั้งพัฒนาการเชื่อมโยงกับระบบขนส่งรูปแบบอื่น เช่น รถไฟฟ้า รถประจำทาง ซึ่งปัจจุบันได้จัดทำแผนการพัฒนาการให้บริการท่าเรือร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชน เป็นการเพิ่มศักยภาพพร้อมยกระดับการโดยสารทางน้ำในทุกมิติ รวมทั้งได้ดำเนินการติดตั้งป้ายบอกทางเพื่อเชื่อมต่อระบบขนส่งในรูปแบบอื่น อาทิ รถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าใต้ดิน รถเมล์ และแหล่งเที่ยวโดยรอบท่าเรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการติดตั้งป้ายแล้วเสร็จจำนวน 10 ท่าเรือ ได้แก่ ท่าเรือสาทร ท่าเรือโอเรียนเต็ล ท่าเรือสี่พระยา ท่าเรือกรมเจ้าท่า ท่าเรือราชวงศ์ ท่าเรือท่าดินแดง ท่าเรือสะพานพุทธ ท่าเรือราชินี ท่าเรือเทเวศร์ และท่าเรือนนทบุรี สำหรับท่าเรืออื่นๆ กรมเจ้าท่าจะเร่งดำเนินการติดตั้งป้ายบอกทางให้แล้วเสร็จ ภายในเดือนกรกฎาคม 2564 นี้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันปรับปรุงท่าเทียบเรือ ติดตั้งป้ายบอกทางเพื่อเชื่อมต่อระบบขนส่งรูปแบบอื่น กรมเจ้าท่าได้ให้ความสำคัญแก่ผู้มาใช้บริการภายในท่าเรือ โดยได้ทำการก่อสร้างห้องน้ำสำหรับให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปและห้องน้ำสำหรับผู้พิการในรูปแบบที่ทันสมัย สวยงาม ได้มาตรฐาน สะอาด และสะดวกสบาย เพื่อให้ประชาชน รวมถึงผู้พิการและนักท่องเที่ยวได้รับความสะดวกในการใช้บริการระหว่างเดินทางมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันการใช้บริการเรือโดยสารสาธารณะในแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของประชาชนและนักท่องเที่ยวในการเดินทาง เนื่องจากมีความสะดวกรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งบางสถานที่ยังไม่มีห้องสุขาให้บริการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;หลังจากเข้ามารับตำแหน่งอธิบดีกรมเจ้าท่า ได้เล็งเห็นถึงการใช้บริการท่าเรือ มองว่าห้องน้ำมีส่วนสำคัญในการให้บริการผู้โดยสาร จึงได้มีนโยบายในการสร้างห้องน้ำร่วมกับการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณโดยรอบท่าเรือให้เกิดความสวยงาม เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารทางเรือและทางบก ช่วยเพิ่มศักยภาพในการโดยสารเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาที่สามารถเชื่อมต่อระบบรถ ราง เรือ ส่งผลให้ประชาชนที่ใช้บริการด้านคมนาคมได้รับความสะดวก รวดเร็วและมีความปลอดภัยตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนา&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105155</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมเจ้าท่า (จท.), คลองแสนแสบ, วิทยา ยาม่วง, แม่น้ำเจ้าพระยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b8920a8dd85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104766</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 11:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมเจ้าท่าเร่งปรับปรุง3ท่าเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาให้แล้วเสร็จก่อนครบรอบ162 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค. 2564 นายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.)เปิดเผยว่าขณะนี้แม้จะมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 กรมเจ้าท่าก็ไม่ได้หยุดที่จะพัฒนาท่าเรือต่างๆทั้งในกรุงเทพฯและภูมิภาค ขณะเดียวกันในวันที่ 5 สิงหาคม 2564 จะครบรอบ 162 ปีของกรมเจ้าท่า โดยมีเป้าหมายว่าการพัฒนาการให้บริการท่าเรือโดยสารสาธารณะในแม่น้ำเจ้าพระยาให้เพียงพอและสามารถรองรับการใช้งานของผู้โดยสารได้อย่างสะดวกและปลอดภัยตามที่ตั้งเป้าคือการเปิดให้บริการท่าเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา ได้แก่ท่าเรือท่าช้าง,ราชินีและท่าเตียน ต้องแล้วเสร็จก่อนวันที่ 5 ส.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้ที่ผ่านมาจะเจอกับสถานการโควิด-19 แต่กรมเจ้าท่าก็ได้เดินหน้าปรับปรุงการให้บริการท่าเรือที่มีอยู่ในแผน ซึ่งที่ผ่านมาตนได้ลงไปกำกับดูงานเองเพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าเป็นไปตามเป้าหมาย นอกจากท่าเรือในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล แล้วยังมีท่าเรือในต่างจังหวัด เช่น โครงการปรับปรุงท่าเรือเพื่อการท่องเที่ยวได้แก่ท่าเรือปากเมง จังหวัดตรัง และโครงการสร้างท่าเทียบเรือบ้านศาลาด่าน อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เป็นต้น&amp;rdquo;นายวิทยา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ได้มอบนโยบายว่าการดำเนินการปรับปรุงท่าเรือ ได้แก่ท่าเรือท่าช้าง,ราชินีและท่าเตียน ต้องแล้วเส็จตามกำหนดเพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลองครบรอบ 162 ปี ของกรมเจ้าท่า ดังนั้นในวันที่ 5 ส.ค.นี้ เราจะได้เห็น สามท่าเรือที่ปรับปรุงแล้วเสร็จ,เรือสามลำ ได้แก่1.เรือเจ้าท่า39 ที่จะนำมาปฎิบัติภาระกิจในการรับส่งให้บริการ วีไอพี 2.เรือตรวจการ 23และตรวจการ999 และอาคารที่ได้รับการปรุงใหม่ 3อาคาร พร้อมที่จะเปิดใช้ทำการได้ภายในวันที่ 5 ส.ค. นี้เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวันครบรอบ 162 ปี ของกรมเจ้าท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับท่าเรือเพื่อการท่องเที่ยว ท่าเรือบ้านศาลาด่าน และท่าเรือปากเม็ง ได้เร่งรัดให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 ก.ค.นี้ เพื่อเตรียมการเปิดประเทศในการรับนักท่องเที่ยว โดยในส่วนของโครงการปรับปรุงท่าเรือปากเมง จังหวัดตรัง ขณะนี้มีความคืบหน้า 72.99% โดยคาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จภายในเดือน มิ.ย.64 นี้ โดยมีพื้นที่ท่าเรือฯ ที่พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกและปลอดภัย พื้นที่ด้านหลังท่ามีพื้นที่การใช้สอยที่สามารถอำนวยความสะดวก สอดรับกับความต้องการของนักท่องเที่ยวอย่างครบครัน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับจังหวัดตรังและยังเป็นท่าเรือที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวทะเลฝั่งอันดามัน รองรับการเชื่อมโยงในอนาคต ด้วยการลงเครื่องบิน ต่อรถ ลงเรือ ไปท่องเที่ยวตามหมู่เกาะต่างๆ ในจังหวัดตรัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ท่าเทียบเรือบ้านศาลาด่าน อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ขณะนี้ มีความคืบ 70.15 % โดยได้พัฒนาปรับปรุงรื้อถอนท่าเทียบเรือเดิม และก่อสร้างพื้นท่าเทียบเรือทดแทนขึ้นมา2จุด ดำเนินการสร้างโถงทางเข้าและหลังคาคลุมสะพานและท่าเทียบเรือขนาด 10 x 75 เมตร และสร้างอาคารบริการ &amp;ndash; ที่พักคอยนักท่องเที่ยว รวม 2หลัง รวมถึงงานก่อสร้างศิลปะรูปปั้นประติมากรรมตกแต่งให้มีความสวยงาม และติดตั้งระบบไฟฟ้า คาดว่า หลังหมดโควิด &amp;ndash; 19 จะมีประชาชนมีและนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าออกเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นท่าเรือท่องเที่ยวทางเลือกในการเดินทางต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อาทิ เกาะพีพี อ่าวพระนาง จังหวัดภูเก็ต เกาะรอก จังหวัดกระบี่ หมู่เกาะในทะเล จังหวัดตรัง เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล เพื่อยกระดับพัฒนาท่าเรือให้สามารถรองรับการเชื่อมโยงระบบขนส่งสาธารณะ &amp;ldquo;วงแหวนอันดามัน&amp;rdquo; ในอนาคต ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยภาคการท่องเที่ยวทางน้ำ และสร้างรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104766</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19, ท่าเรือในเจ้าพระยา, วิทยา ยาม่วง, อธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b4622c62ff3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104463</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 10:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 10:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมเจ้าท่า เตรียมความพร้อมทดสอบเดินเรือ The Blue Dolphin เส้นทางอ่าวไทย &#039;สัตหีบ - สงขลา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28พ.ค.2564-นายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า(จท.) เปิดเผยว่า กรมเจ้าท่า ได้ดำเนินการตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในการแก้ไขปัญหาการจราจรทางบกติดขัด ลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 และเพิ่มทางเลือกในการขนส่งสินค้า กรมเจ้าท่าได้ร่วมมือกับบริษัท ซีฮอร์ส เฟอร์รี่ จำกัด ผลักดันให้เกิดโครงการเรือเฟอร์รี่ข้ามอ่าวระหว่าง จังหวัดชลบุรี กับ จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการในด้านความปลอดภัย และเตรียมความพร้อมสำหรับให้บริการจริงแก่ประชาชน สำหรับเรือ The Blue Dolphin หมายเลขทะเบียนเรือ 640000020 ขนาดความยาว 136.6 เมตร กว้าง 21 เมตร ขนาด 7003 ตันกรอสส์ สามารถบรรทุกรถ 10 ล้อ ได้ครั้งละ 80 คัน รถยนต์ส่วนบุคคลได้ 15-20 คัน คนประจำเรือ 30 คน บรรทุกคนโดยสารได้ 586 คน โดยสามารถทำความเร็วได้ประมาณ 18-20 น็อต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันที่ 27 พ.ค.2564 มีกำหนดการทดสอบการเดินเรือออกจากท่าเทียบเรือบริษัท เซ้าท์เธิร์นโลจิสติกส์ จำกัด ปากร่องน้ำสงขลา เวลาประมาณ 13.00 น. ของวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 &amp;nbsp;เดินทางถึงท่าเรือจุกเสม็ด อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ด้วยความเรียบร้อย เวลาประมาณ 11.20 น. ใช้เวลาประมาณ 22 ชั่วโมง 20 นาที พร้อมนี้ได้ทดลองนำรถเทรลเลอร์ จำนวน 1 คัน และรถบรรทุก 6 ล้อ จำนวน 1 คัน เพื่อทดสอบความพร้อมของระบบการขนถ่ายรถฯ ให้เกิดความสะดวก ปลอดภัยอย่างสูงสุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปัจจุบัน บริษัทฯ อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำแผนจัดการฉุกเฉินระหว่างการเดินทางจาก ท่าเรือสงขลามายังสัตหีบ โดยวางแผนการดำเนินการให้สามารถติดต่อสื่อสารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สถานีนำร่อง ปตท. กลางทะเล ศรชล. Port control Sriracha VTS สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพัทยา และสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสงขลา ได้ตลอดเส้นทางการเดินทาง และเมื่อแผนฯ แล้วเสร็จจะดำเนินการฝึกซ้อมการอพยพคนระหว่างการเดินทางอีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเรือ The Blue Dolphin นอกจากมีแผนการเดินเรือในเส้นทางระหว่างจังหวัดชลบุรี-จังหวัดสงขลา ยังมีแผนจะขยายเส้นทางเชื่อมโยงเข้ากับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในระยะต่อไป ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor, EEC เข้ากับระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Southern Economic Corridor, SEC ช่วยเพิ่มศักยภาพของการขนส่ง ทางน้ำ ลดต้นทุนและอุบัติเหตุจากการขนส่งทางบก และลดปัญหามลพิษฝุ่นละออง PM 2.5 ตามนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงคมนาคม อันจะเป็นประโยชน์ทั้งในด้านการขนส่งและการท่องเที่ยวทางทะเลได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104463</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ซีฮอร์ส เฟอร์รี่ จำกัด, วิทยา ยาม่วง, อธิบดีกรมเจ้าท่า(จท.), โครงการเรือเฟอร์รี่ข้ามอ่าวระหว่าง จังหวัดชลบุรี กับ จังหวัดสงขลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210528/image_big_60b0688a3e20a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
