<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44523</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.เคลียร์&#039;นาฬิกาป้อม&#039; ตีตกรับทรัพย์สินเกิน3พัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พี่ใหญ่&amp;quot; เฮลั่น! ป.ป.ช.ตีตกคดี &amp;quot;ป้อมนาฬิกาเพื่อน&amp;quot; ส่วน &amp;quot;จีทูจีล็อต 2&amp;quot; แจ้งข้อกล่าวหาหมดแล้ว &amp;quot;สุภา&amp;quot; เผยคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักการเมือง อยู่ระหว่างการไต่สวน 49 เรื่อง อยู่ระหว่างการตรวจสอบเบื้องต้น 109 เรื่อง คืบหน้าไปเยอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สถาบันอิศราร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. จัดงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. พบบรรณาธิการและผู้บริหารสื่อมวลชน มีการพูดถึงคดีที่อยู่ในการพิจารณาของป.ป.ช.หลายคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงการไต่สวน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กรณีการยืมนาฬิกาเพื่อน 21 เรือน เป็นการรับทรัพย์สินเกิน 3,000 บาท ตามกฎหมาย ป.ป.ช.หรือไม่ ว่าเมื่อเร็วๆ นี้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้วินิจฉัยในประเด็นนี้ และมีมติออกมาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอยืนยันมติ และจะให้เลขาธิการป.ป.ช.ชี้แจงต่อสังคม รวมถึงเหตุผลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.วินิจฉัยต่อไป อย่างไรก็ดี ในการลงมติกรณีนี้ ตนขอถอนตัว ไม่ได้ร่วมลงมติด้วย เนื่องจากเป็นเรื่องต่อเนื่องจากกรณีเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงการพิจารณาเรื่องการยืมทรัพย์สินว่า มีการยืม 2 ลักษณะ คือยืมในเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะเป็นหนี้สิน และยืมในเชิงนิติประเพณี โดยในรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ไม่มีการกำหนดให้แสดงรายการทรัพย์สินที่ยืมในเชิงนิติประเพณีดังกล่าวไว้ และเรื่องการยืมที่ถือเป็นนิติประเพณีนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดก่อนเคยวินิจฉัยว่าไม่มีความผิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ประเทศไทยเคยมีกรณีการยื่นทรัพย์สินประเภทรถยนต์จำนวนมาก อาทิ กรณีนักการเมืองรายหนึ่งขับรถเบนท์ลีย์สีชมพูเข้าทำเนียบรัฐบาล จนมีคนตั้งข้อสังเกตว่ามีการแจ้งทรัพย์สินดังกล่าวในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินหรือไม่ จนมีการตรวจสอบ แต่นักการเมืองรายดังกล่าวก็ได้ชี้แจงว่ายืมมาจากเพื่อนที่อยู่ประเทศสิงคโปร์ และได้คืนไปแล้ว จึงไม่ถือว่าทรัพย์สินที่ต้องยื่นแสดงต่อ ป.ป.ช. ดังนั้นการวินิจฉัยเรื่องการยืมทรัพย์สินจึงยึดแนวคำวินิจฉัยของ ป.ป.ช.ชุดก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีสำคัญที่อยู่ระหว่างการไต่สวนว่า สำหรับคดีที่อยู่ในการรับผิดชอบของสำนักการเมือง อยู่ระหว่างการไต่สวน 49 เรื่อง อยู่ระหว่างการตรวจสอบเบื้องต้น 109 เรื่อง มีทั้งเรื่องเก่าและเรื่องใหม่สะสมมา โดยคดีทางการเมืองสำคัญนั้น กรอบระยะเวลาตามกฎหมาย ป.ป.ช.ใหม่ทำให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องเร่งทำสำนวนกันหมด โดยเป็นเรื่องที่ประธานกรรมการ ป.ป.ช.เคยชี้แจงแล้วว่าคดีการเมืองก้าวหน้าไปเยอะ แม้ที่ผ่านมาไม่สามารถชี้มูลอะไรได้ เพราะอยู่ในช่วงเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอบอกว่า คดีที่ประชาชนสนใจ เช่น คดีการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ล็อตสอง ดำเนินการไต่สวนอยู่ มีการกันบุคคลไว้เป็นพยานเรียบร้อยแล้ว และแจ้งข้อกล่าวหาไปหมดแล้ว ส่วนคดีระบายข้าวจีทูจี และคดีมันจีทูจียุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กำลังรวบรวมพยานเอกสาร อย่างไรก็ดี 2 คดีนี้มีโมเดลเหมือนกับคดีข้าวจีทูจีและมันเส้นจีทูจีสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส่วนคดี นปช.ลั่นกลองรบ ถูกกล่าวหาปราศรัยแบ่งแยกประเทศนั้น แจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว อยู่ระหว่างรอคำชี้แจง คดีจัดซื้อจัดจ้างโครงการขุดลอกคลอง 1,500 ล้านบาท อยู่ระหว่างเตรียมเอกสารแจ้งข้อกล่าวหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สุภากล่าวว่า ส่วนคดีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว อยู่ระหว่างการสรุปสำนวน คดีการปรับปรุงข้าวให้ประเทศอินโดนีเซีย (บูล็อค) สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว อยู่ระหว่างสรุปสำนวน คดีก่อสร้างฝายแม้ว มีทั้งหมด 4 สำนวน มีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว เสร็จ 1 สำนวน เหลืออีก 3 สำนวนอยู่ระหว่างไต่สวนรอสรุป ส่วนคดีการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับเหมาเข่ง อยู่ระหว่างสรุปสำนวน และพิจารณาพยานหลักฐานเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป คดีทุจริตโครงการรถไฟฟ้าชานเมืองตลิ่งชัน อยู่ระหว่างสรุปสำนวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สุภากล่าวว่า ส่วนคดีสินบนข้ามชาติเรื่องเหมืองแร่ทองคำ มีการขอข้อมูลจากต่างประเทศไปแล้ว และแจ้งข้อกล่าวหาทางอาญากับผู้ถูกกล่าวหาแล้วด้วย ส่วนคดีสินบนข้ามชาติภาษีสุราดิอาร์จิโอ อยู่ระหว่างสรุปสำนวน ส่วนคดีพีทีที.จีอี. เครือ ปตท. ลงทุนปลูกปาล์มที่ประเทศอินโดนีเซีย ขณะนี้กำลังสรุปข้อมูลและรอเอกสารบางส่วนจากต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คดีที่เป็นที่สนใจของประชาชนทั้งหมดนั้น จะเห็นได้ว่าแจ้งข้อกล่าวหาเกือบหมดแล้ว อยู่ระหว่างรวบรวมสรุปสำนวน พยายามทำตามกฎหมายให้มากที่สุด ทุกคนทำกันเต็มมือเต็มที่&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สุภากล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีคดีร่ำรวยผิดปกติที่ดำเนินการไปแล้ว เช่น นายพนม ศรศิลป์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ส่วนนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีต ผอ.พศ. กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ เนื่องจากคดีการทุจริตเงินบูรณปฏิสังขรณ์วัด (เงินทอนวัด) เป็นคดีใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิทยา อาคมพิทักษ์ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีการนำเข้ารถหรูหลบเลี่ยงภาษีว่า คดีนี้มีหลายสำนวน เสร็จแล้วบางส่วน มีการส่งเรื่องไปยังต้นสังกัดให้ไล่ผู้ถูกกล่าวหาออกแล้ว ส่วนคดีอาญาอยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการ สาเหตุที่เสร็จบางส่วน มีรถหรูจำนวนมาก ในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐ เอกสารหลักฐานต่างๆ กำลังทยอยเข้ามา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44523</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, วิทยา อาคมพิทักษ์, สุภา ปิยะจิตติ, สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190828/image_big_5d668ebd0e3f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13793</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลากยาวนาฬิกาหรู! ป.ป.ช.อ้างขอข้อมูล&#039;ตปท.&#039; ชาวบ้านยกบิ๊กป้อมอัศวิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาฬิกาหรู &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ส่อเค้ายาว &amp;quot;ป.ป.ช.&amp;rdquo; ขอซีเรียลนัมเบอร์จากบริษัทแม่ในต่างประเทศ ยอมรับต้องเสียเวลา ด้านเจ้าตัวลงพื้นที่อีสาน แจกโฉนดช่วยคนจน ชาวบ้านนับพันตั้งแถวรับ ตะโกนสู้ๆ บอกเป็น &amp;quot;อัศวิน&amp;quot; คดีหุ้นสัมปทาน 7 รมต.ส่อแววผ่านฉลุย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2561 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีองค์การต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ตั้งข้อสังเกตถึงการยื้อเวลาการตรวจสอบเรื่องการถือครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ว่าเป็นความเห็นของบุคคล แต่ถือเป็นสิ่งที่ดีที่มีการช่วยเตือน ช่วยแนะนำ ทางคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงกำลังทำงานอยู่อย่างเต็มที่ พยายามหาข้อมูลและหลักฐานมาประกอบในการตอบกับสังคมให้ได้ครบถ้วน เพราะการตอบต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญ คนรับผิดชอบคือ ป.ป.ช. ดังนั้นขอให้ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้สังคมไว้วางใจ ป.ป.ช.น้อยลงจนจะติดลบแล้ว พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเพียงกรณีเดียว แต่งาน ป.ป.ช.มีมากมายหลายเรื่อง ทั้งนี้ ความศรัทธาและความเชื่อมั่นต่อองค์กรถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่ถ้าทำงานอย่างเร่งรัดและผลที่ออกมาไม่ครบถ้วน จะเกิดความเสียหายอยู่ดี สังคมจะมองได้อีกว่ามีแต่ความเร่งรัดรีบเร่ง ดังนั้น ข้อสำคัญอยู่ที่ว่าเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ทำงานได้ถูกต้องตามระเบียบขั้นตอน มุ่งมั่นที่จะตอบสังคมให้ได้เท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เหตุใดจึงไม่สามารถขอข้อมูลนาฬิกาจากตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยได้ ทั้งที่ ป.ป.ช.มีอำนาจทำได้ พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า เท่าที่รับฟังจากกรรมการ ป.ป.ช.ที่รับผิดชอบ ไม่ใช่ว่าขอไม่ได้ แต่เพราะตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยเขาไม่มีข้อมูล โดย ป.ป.ช.ได้สอบถามข้อมูลถึงซีเรียลนัมเบอร์ของนาฬิกาเรือนต่างๆ แต่เขาแจ้งว่าไม่มีข้อมูล ไม่ได้ขายนาฬิการุ่นนี้ ดังนั้น ป.ป.ช.จึงต้องขอข้อมูลจากบริษัทแม่ในต่างประเทศ ซึ่งยอมรับว่าต้องเสียเวลา แต่ถ้าจะไม่ขอไปก็จะไม่มีข้อมูลที่ครบถ้วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีโอกาสที่บริษัทแม่จะให้ข้อมูลหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า ตอบไม่ได้ เพราะเป็นความร่วมมือในฐานะที่เขาเป็นบริษัทข้ามชาติ ต้องดูว่าเขามีการบันทึกข้อมูลเอาไว้ว่านาฬิกายี่ห้อนี้ ซีเรียลนัมเบอร์นี้ ใครเป็นตัวแทนจำหน่ายที่รับไปหรือไม่ เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าผ่านมานานแล้ว เหตุใด ป.ป.ช.จึงไม่ตั้งอนุกรรมการไต่สวนไปก่อน พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า มันไม่มีเหตุที่จะต้องไปตั้งอนุกรรมการไต่สวน และไม่ใช่ว่าทุกเรื่องจะต้องไปตั้งอนุกรรมการไต่สวน การจะตั้งได้เราต้องมีข้อมูลจากการแสวงหาข้อเท็จจริงว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แต่เรื่องนี้ยังอยู่ในชั้นคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริง เพื่อหาให้ได้ว่าใครเป็นเจ้าของที่แท้จริง จึงต้องสอบถามไปยังบริษัทแม่ที่ขายว่าได้กระจายไปยังตัวแทนจำหน่ายใด และประเทศใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิทยา อาคมพิทักษ์ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติให้ไปหาข้อมูลให้ครบถ้วน ยืนยันว่าดำเนินไปอย่างตรงไปตรงมา ตอนนี้คณะทำงานได้ข้อมูลจากในประเทศครบถ้วนแล้ว เหลือเพียงข้อมูลที่จะต้องขอจากต่างประเทศ ซึ่งต้องใช้ความสัมพันธ์และกฎหมายระหว่างประเทศ ต้องใช้เวลาอีกเล็กน้อย ถ้าไม่ได้ ข้อมูลที่ ป.ป.ช.มีอยู่ก็สามารถจะสรุปเรื่องได้ ซึ่ง ป.ป.ช.ได้ดำเนินการตรวจสอบไปหมดแล้ว แต่ไม่ถึงขั้นอายัดนาฬิกาเพื่อมาตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากนาฬิกาทั้งหมดผลิตจากต่างประเทศ จึงต้องขอข้อมูลเพื่อให้ความสมบูรณ์ คงต้องรอสักระยะหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน พล.อ.ประวิตรพร้อมคณะได้เดินทางไป จ.ขอนแก่น เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบตามนโยบายของรัฐบาลในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน หลังจาก 12 จังหวัดในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 (บช.ภ.4) มีประชาชนร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากการเป็นหนี้นอกระบบจำนวนมาก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกลาโหม กล่าวว่า ตำรวจได้ขยายผลสืบสวนลูกหนี้ โดยสามารถเอาผิดกับผู้ปล่อยกู้ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ซึ่งในพื้นที่ จ.ขอนแก่นและอุดรธานี สามารถช่วยเหลือและมอบโฉนดที่ดินคืนให้ผู้เสียหายได้แล้วกว่า 150 ราย มูลค่าเกือบ 140 ล้านบาท ทั้งนี้ &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรได้ร่วมมอบโฉนดที่ดินคืนแก่ชาวบ้านและเกษตรกรกว่า 150 ราย หลังจากนั้นได้ชื่นชมการปฏิบัติงานของ บช.ภ.4 ที่ริเริ่มจัดตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์การกู้ยืมเงินโดยสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และเอาผิดกับผู้ปล่อยกู้นอกระบบได้ พร้อมสั่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาตินำแนวทางศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ฯ ไปปรับใช้กับทุกสถานีตำรวจในพื้นที่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หลังการส่งมอบคืนโฉนดที่ดินให้ประชาชนทั้งหมด พล.อ.ประวิตรได้พบปะพูดคุยกับประชาชนที่มารอให้การต้อนรับกว่า 2,000 คน โดยล้วนต่างส่งเสียงเชียร์ว่า &amp;quot;นายกฯ ประยุทธ์ สู้ๆ&amp;quot; และ &amp;quot;ประวิตร สู้ๆ&amp;quot; อยู่ตลอดเวลา ขณะที่ผู้ที่ได้โฉนดที่ดินคืนล้วนต่างเข้ามาสวมกอดและหอมแก้ม พล.อ.ประวิตร และกล่าวคำขอบคุณทั้งน้ำตา มีการผูกผ้าขาวม้าและสวมพวงมาลัยดอกดาวเรืองตามธรรมเนียมของชาวอีสาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวแทนของผู้รับความช่วยเหลือจากศูนย์ดังกล่าว ระบุว่า ขอขอบคุณท่านที่ช่วยขับเคลื่อนให้แก้ไขปัญหาในวันนี้ พวกเราเหมือนคนที่มีความมืดมนในใจ แล้วมีแสงสว่างปลายอุโมงค์มาช่วย ท่านเปรียบเหมือนอัศวิน และก็ขอให้ท่านอย่าลืมชาวอีสานนะ เพราะยังมีทุกคนรอคอยความช่วยเหลือจากท่านอยู่ และทุกคนในประเทศไทยก็กำลังรอคอยความช่วยเหลือจากท่านอยู่เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ปาฐกถาพิเศษเรื่อง &amp;ldquo;การตีความกฎหมายที่เกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมาย&amp;rdquo; ตอนหนึ่งว่า กรณีมีคนส่งเรื่องไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวหารัฐมนตรี 8 คน ซึ่งมีตนเองรวมอยู่ด้วย โดยกล่าวหาว่าพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ในกรณีของตนเองนั้น แตกต่างกับอีก 7 คน เพราะไม่ต้องตีความ เนื่องจากมีการร้องว่าพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะมีกฎหมายเขียนว่ารัฐมนตรีต้องไม่ดำรงตำแหน่งในหน่วยงานรัฐ ซึ่งตนเองเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยมา 10 ปี แล้ว และปัจจุบันยังเป็นอยู่ ซึ่งคนที่ร้องคงลืมว่า ในรัฐธรรมนูญมีมาตราหนึ่งที่ระบุว่า บรรดาข้อห้ามที่เขียนในรัฐธรรมนูญไม่ใช้บังคับกับรัฐมนตรีในรัฐบาลนี้ แต่บังคับใช้กับรัฐบาลถัดไป ดังนั้นกรณีนี้จึงจบไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวอีกว่า กรณีอีก 7 คนถูกร้องเรียนว่าถือหุ้นกับบริษัทที่ได้สัมปทานกับรัฐ ซึ่งรัฐธรรมนูญเขียนว่า รัฐมนตรีจะถือหุ้นหรือมีหุ้นส่วนในบริษัทที่เป็นคู่สัมปทานกับรัฐทั้งทางตรงและทางอ้อมไม่ได้ รวมทั้งคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ หากมีต้องพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งทั้ง 7 คนมีหุ้นจริง แต่มีหุ้นมาก่อนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งก่อนเข้าดำรงตำแหน่งไม่ได้มีการขายหุ้นดังกล่าวออกไป ขณะที่ สนช.ที่ถือหุ้นสัมปทานก็มีเป็นร้อยคน แต่ยังไม่มีใครร้อง ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าว กกต.พิจารณาหลายเดือน และมีข้อสรุปไม่นานมานี้แล้วว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้ห้าม ซึ่งเป็นการตีความและวินิจฉัยว่าไม่ผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กกต.มีคำวินิจฉัยมาแล้วว่าทั้ง 7 รัฐมนตรีไม่ผิด &amp;nbsp;ยกเว้นนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ที่ เป็นเรื่องการถือหุ้นสัมปทานเกิน 5% ซึ่งไม่เกี่ยวว่าเป็นการถือหุ้นก่อนหรือหลังเข้ารับตำแหน่ง ซึ่งต้องรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย&amp;quot; นายวิษณุกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13793</URL_LINK>
                <HASHTAG>นาฬิกาหรู, บิ๊กป้อม, พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ, พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, วิทยา อาคมพิทักษ์, วิษณุ เครืองาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องค์การต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b51eb26cb44a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13766</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2018 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2018 13:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช.เผยมีจนท.รัฐ 5 คน เอี่ยวเรียกสินบน &#039;มิตซูบิชิ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.61 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ นายวิทยา อาคมพิทักษ์ กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีบริษัทมิตซูบิชิ ฮิตาชิ พาวเวอร์ซิสเต็มส์ จ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่ไทย 20 ล้านบาท แลกกับการชนะประมูลก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนในไทย เมื่อปี 2556 กล่าวถึงความคืบหน้าการไต่สวนว่า กรณีดังกล่าวมีการร้องเรียนมายัง ป.ป.ช.ระยะหนึ่งแล้ว โดยได้มีการประสานกับทางอัยการญี่ปุ่น และ ป.ป.ช.ได้มีการตั้งอนุกรรมการไต่สวน&amp;nbsp;มีความคืบหน้าแล้วประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ กรณีดังกล่าวมีความเกี่ยวข้างกับหลายหน่วยงาน แม้กระทั่งหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่ เช่น กรมเจ้าท่า หน่วยงานในท้องถิ่น และหลายหน่วยงาน มีบุคคลที่อยู่ในข่ายเกี่ยวข้องกับการเรียกรับสินบน 4-5 คน เป็นเจ้าหน้าที่รัฐระดับพื้นที่ กรณีนี้ถือว่าสร้างผลกระทบต่อความมั่นใจในการลงทุนระหว่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิทยา กล่าวว่า เรื่องนี้มีความสำคัญ เพราะเกี่ยวพันกับการให้สินบนข้ามชาติ ในต่างประเทศให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้หรือผู้รับล้วนมีความผิด อย่างไรก็ตาม ไม่อยากกำหนดกรอบเวลาว่าจะสามารถสรุปสำนวนเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้เมื่อใด แต่สิ่งที่ดำเนินการไปแล้วนั้น มีความคืบหน้าไปมาก เหลือเพียงการแจ้งข้อกล่าวหาผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมเปิดโอกาสให้เข้ามาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ต้องให้ความเป็นธรรมอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ คงไม่มีความจำเป็นต้องเสนอคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้ใช้มาตรา 44 สั่งพักงานผู้ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากสามารถตรวจสอบตามขั้นตอนปกติ และใกล้เสร็จแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิทยา กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาจากการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตรงๆ เพราะเป็นเรื่องที่ไม่สามารถทำได้ แต่เขาก็ฝ่าฝืนกระทำ ดังนั้น เราจึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กระทบการลงทุนระหว่างประเทศ ต่างประเทศต้องมีความเชื่อมั่น เมื่อจะมาลงทุนในประเทศไทย ว่าเราจะให้ความเป็นธรรมกับเขา ไม่มีการเรียกสินบน แต่เมื่อมีกรณีแบบนี้ เราจะต้องให้ความสำคัญและจะขยายผล ไปยังสถานที่อื่นๆด้วย ซึ่งอาจเกิดกรณีแบบนี้ ซึ่งกำลังตรวจสอบอยู่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13766</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริต, ปปช., มิตซูบิชิ, วิทยา อาคมพิทักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b517f4ad3ddd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
