<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83034</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่หวังวันหน้ามีคนเก่งกว่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นลาง! &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;rdquo; เปรยหวังวันหน้ามีคนเก่งกว่า-ดีกว่า-ซื่อสัตย์กว่ามาทำงานต่อ เบื่อการใช้อำนาจ เพราะใช้มาเยอะ&amp;nbsp; เตือนการมีอำนาจไม่ใช่เรื่องสนุก เด็ก ปชป.สวนทันควัน สำคัญตัวเองผิดว่าเป็นเหมือนซูเปอร์แมน นายกฯ ในอดีตหลายคนเหนือชั้นกว่า ถามไหนบอกอยากได้ความสงบให้จบที่ &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; ด้าน &amp;quot;ชวน&amp;quot; กรีด &amp;quot;สิระ&amp;quot; เหวอะ ระวังจะได้ไปดองในฟอร์มาลิน ต้องระวังร่างกายด้วย โหรดังเผยดวงนายกฯ อยู่ช่วงตำบลกระสุนตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่หอประชุมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวในช่วงท้ายตอนหนึ่งภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดการศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 63 ว่า ตนไม่เคยคิดว่าต้องมายืนตรงนี้ นี่อยู่มา 6 ปีแล้ว แต่ยังยืนอยู่ได้ยังไงเนี่ย หวังทุกคนคงเข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจกันคงไปยาก ก็หวังอย่างยิ่งว่าถ้าวันหน้ามีคนที่เก่งกว่าตน ดีกว่า ซื่อสัตย์กว่าตน ซื่อสัตย์เหมือนตน ทำงานเหล่านี้ต่อไป ซึ่งการมีอำนาจ การที่ต้องมารับผิดชอบไม่ใช่เรื่องสนุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมใช้อำนาจมาเยอะ เป็น ผบ.ทบ.มา 4 ปี ผมเบื่อการใช้อำนาจ การใช้อำนาจใช้เฉพาะคือดูแลคนที่เขาทำความดี และลงโทษคนที่ทำความไม่ดี ก็เท่านั้น แค่สองอย่างนี้ยังยากเลย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า หลายคนบอกตนใช้อำนาจไม่ถูกต้อง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าผิดกฎหมายตรงไหน ทำตามกฎหมายทุกประการ ดังนั้นขอให้ช่วยทำความเข้าใจด้วย หลายคนอาจจะไม่ชอบตน ยิ่งไม่ชอบก็ยิ่งต้องทำ เพราะถ้ายังคงไม่ชอบแสดงว่ายังไม่เข้าใจ เขายังลำบากหรือเดือดร้อนอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ท่านไม่รักผม แต่ผมรักท่าน ทุกคนคือคนไทยนี่นา หน้าตาก็คนไทย ผมไม่ใช่คู่ขัดแย้งของใคร ฝากทุกคนช่วยกันสร้างความรัก ความสามัคคีของคนในชาติให้ได้ รักษาแกนหลักของประเทศชาติให้ได้ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แย้งว่าเป็นคำพูดที่สื่อให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์กำลังสำคัญตัวเองผิด คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของการบริหารประเทศ และทะนงตัวว่าเป็นเหมือนซูเปอร์แมน นำพาประเทศไปสู่ความสำเร็จได้แต่เพียงผู้เดียว คงไม่มีใครที่จะทำหน้าที่ได้ดีกว่าตัวเอง และยังท้าทายว่าถ้ามีใครเก่งกว่าตัวเอง ซื่อสัตย์กว่าตัวเอง ก็ให้เข้ามาทำหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรีแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ในความเป็นจริง ตั้งแต่อดีต มีนายกรัฐมนตรีที่มีคุณสมบัติไม่ด้อยกว่า พล.อ.ประยุทธ์ หรืออาจเหนือกว่าด้วยซ้ำไปอีกหลายคน อาทิ นายชวน หลีกภัย, นายอานันท์ ปันยารชุน,&amp;nbsp; พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีที่ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย หรือมีข้อหาการทุจริตในช่วงการดำรงตำแหน่งนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพนิตกล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ต่างหากที่ต้องตอบคำถามกับสังคม ที่ได้ลงคะแนนเลือกพรรคพลังประชารัฐและ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2562 ด้วยเหตุผลสำคัญ 2 ข้อ คือ 1.อยากได้ความสงบต้องจบที่ &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; และกระแสกลัวระบอบทักษิณกลับมามีอำนาจอีกครั้ง จึงเทคะแนนเสียงเลือก พล.อ.ประยุทธ์ให้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ในที่สุดความสงบที่สังคมคาดหวัง ได้จบที่ &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; จริงหรือไม่ ที่ผ่านมาอาจเกิดภาพลวงตาว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี บ้านเมืองสงบเรียบร้อย เพราะเป็นยุค คสช.ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ มาตรา 44 อยู่ในมือ จึงทำให้บ้านเมืองสงบสุขได้ และ 2.ประเด็นที่ต้องการให้พล.อ.ประยุทธ์มาต่อสู้กับระบอบทักษิณนั้น สุดท้าย พล.อ.ประยุทธ์ก็ใช้บริการลิ่วล้อของระบอบทักษิณมาค้ำบัลลังก์ของตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จึงอยากเรียนให้ พล.อ.ประยุทธ์ทราบว่า ยังมีคนไทยอีกหลายคนที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมที่เป็นนายกรัฐมนตรีได้ ทั้งความรู้ ความสามารถ ความซื่อสัตย์สุจริต และความเป็นนักประชาธิปไตยมากกว่า พล.อ.ประยุทธ์ด้วยซ้ำไปอีกจำนวนมาก ขออย่าได้กังวลกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เหมือนคำกล่าวที่ว่า กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี ฉันใดก็ฉันนั้น&amp;rdquo; นายพนิตกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายคฑา ชินบัญชร นักโหราศาสตร์ชื่อดังของเมืองไทย เดินทางเข้าสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่และศาลตายาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวได้ถามว่ามีโอกาสได้ดูดวงของ พล.อ.ประยุทธ์บ้างหรือไม่ นายคฑาตอบว่า ปกติปีนี้คนเกิดปีมะเมียโดยทั่วไปจะเป็นตำบลกระสุนตก ตามหลักโหราศาสตร์จะต้องปะทะชนอยู่แล้ว แต่ไม่ต้องกังวล เพราะพ้นตรุษจีน 12 ก.พ.64 ก็จะไปได้ ดังนั้นช่วงนี้จึงต้องระมัดระวังและหมั่นสวดมนต์ไหว้พระ จะช่วยส่งผลให้จิตของเราสงบ เป็นการยกระดับจิตเพิ่มพลังใจให้พลังชีวิตแก่เรา และทำให้เรามีสติรู้ตื่นในการดูแลตัวเองและชาติบ้านเมือง จะทำให้เรารู้ว่าอะไรดี&amp;nbsp; อะไรชอบ อะไรผิดอะไรถูก ไม่ว่าใครถ้าเรารู้จักหน้าที่ของตัวเอง ตนคิดว่าชาติบ้านเมืองก็จะสงบสุข อันนี้ตนอยากฝากไปถึงคณะรัฐมนตรี หรือใครก็ตาม หากรู้จักหน้าที่ของตัวเอง บ้านเมืองก็จะมีความสุขแน่นอน
รัฐธรรมนูญคือวิวัฒนาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จริงๆ แล้วคนเกิดปีมะเมียทุกคนพอหมดการปะทะชนปัญหาต่างๆ ก็จะน้อยลง ซึ่งช่วงปะทะชนคือช่วงวันที่ 12 ธ.ค.63-12 ม.ค. 64 ก็อาจจะโชคดี เพราะอยู่ในช่วงปีใหม่คนไทยกำลังรื่นเริง ทำให้สถานการณ์เบาบางลงได้ ซึ่งถือเป็นดวงของคนเกิดปีมะเมียทุกคน ถ้า พล.อ.ประยุทธ์เกิดปีมะเมียด้วย ก็ต้องระวังและต้องสวดมนต์ไหว้พระ และไปรับพลังชีวิตดีๆ โดยเฉพาะทิศเหนือ ทิศใต้ และตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นพลังบวกที่ดี ไปรับรอยยิ้มเสียงหัวเราะ และไปกระจายความสุข&amp;quot; โหรผู้นี้กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี บรรยายเรื่อง &amp;quot;การแก้ไขรัฐธรรมนูญ&amp;quot; ตอนหนึ่งว่า รัฐธรรมนูญจะมีความสำคัญจริงหรือไม่ อยู่ที่ความรู้สึกของคน ที่ต้องรู้สึกว่าสิ่งนี้คือสิ่งสำคัญในชีวิต ไม่ใช่เพราะเราเขียนว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ แต่ต้องทำให้คนรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่สูงสุด ดังนั้นถ้าเราอยากให้คนไทยให้ความสำคัญกับรัฐธรรมนูญ และรู้สึกว่ารัฐธรรมนูญคุ้มครองชีวิตเขาได้ อย่างไรก็ตาม เห็นว่ารัฐธรรมนูญเราจะลอกกันไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญคือวิวัฒนาการระบบวัฒนธรรมประเพณีของแต่ละประเทศ ซึ่งแต่ละประเทศมีวัฒนธรรมประเพณีที่แตกต่างกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รัฐธรรมนูญไม่มีสิทธิ์ที่จะทำลายชาติบ้านเมือง คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะเขียนรัฐธรรมนูญทำลายความเป็นมาของประเทศ ทำลายวัฒนธรรมประเพณี หรือความเป็นชาติได้ เพราะความเป็นชาติ ความเป็นประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพ เป็นคนละเรื่องกัน รัฐธรรมนูญนอกจากจะคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนในประเทศแล้ว จะต้องคงความเป็นชาติต่อไปให้ลูกหลานอีกด้วย ความเป็นชาติที่เป็นชาติของเรา ไม่ใช่ชาติที่พัฒนากลายเป็นสหรัฐหรืออังกฤษ แต่สุดท้ายความเป็นไทยหาย การเขียนรัฐธรรมนูญนอกจากจะคิดเรื่องประชาธิปไตยจะต้องคิดถึงความเป็นชาติของเราด้วย สำหรับประเทศไทย ชาติไทย ความเป็นชาติของเราคือสถาบันพระมหากษัตริย์&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีระพันธุ์กล่าวอีกว่า การที่มีคำพูดว่าประเทศจะเจริญหรือไม่เจริญอยู่ที่รัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่เข้าใจว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร เพราะเป็นความเข้าใจของคนที่โยงกันแบบผิดๆ หรือบางคนบอกว่าประเทศเจริญได้ต้องไม่เขียนรัฐธรรมนูญจากคนที่ปฏิวัติมาเกี่ยวข้องกับการร่างรัฐธรรมนูญ แต่ญี่ปุ่นคนที่ยึดประเทศซึ่งเป็นคนต่างชาติเป็นคนเขียนรัฐธรรมนูญ คนญี่ปุ่นไม่มีส่วนร่วม แต่ทำไมญี่ปุ่นถึงเจริญ ดังนั้นการเรียกร้องให้แก้รัฐธรรมนูญต้องมีเหตุผล ไม่ใช่อยู่ที่ใครเขียน แต่อยู่ที่ว่าสิ่งที่เขียนมาดีหรือไม่ ส่วนที่เรียกร้องให้เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ แต่หากไปลอกคล้ายๆ ของเก่า ก็เหมือนเดิม เพราะการเขียนรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเขียนโดยคณะปฏิวัติหรือเขียนโดย ส.ส.ร. เนื้อหา โครงสร้าง ถ้อยคำ ก็เหมือนลอกกันมาตั้งแต่ปี 2475 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การเขียนรัฐธรรมนูญในอนาคตไม่ใช่เขียนแค่มุมการเมือง แต่จะต้องเขียนเป็นคู่มือของประชาชน ที่สามารถดำรงชีวิตได้ ทำมาหากินได้ ได้รับความคุ้มครองจากภาครัฐไม่ให้ถูกกระทำโดยมิชอบ ดังนั้นการเขียนรัฐธรรมนูญในอนาคต จะต้องไม่ใช่แบบพัฒนาจาก 2475 หมดยุคแล้ว ซึ่งไม่ใช่ความเผด็จการ หรือเพื่อการเลือกตั้งอย่างเดียว แต่ต้องเป็นกฎหมายสูงสุดของคนไทย เพื่อให้แก้ปัญหาชีวิตในทุกๆ อย่างได้อย่างแท้จริง&amp;rdquo;
คนพูดจะไปดองในฟอร์มาลิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีระพันธุ์กล่าวอีกว่า ประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญที่กำลังจะพูดกันในสภาคือการแก้ไขมาตรา 256 เพื่อให้มี ส.ส.ร. ซึ่งตนคิดว่าการที่จะมี ส.ส.ร.ขึ้นมาใหม่ อยากให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม แต่ไม่ใช่มีส่วนร่วมโดยเสนอแค่เรื่องการเมือง แต่ควรให้ประชาชนนำเสนอปัญหาของเขาที่ต้องการให้ภาครัฐประเทศดูแล แต่หากพูดแค่การเมืองอาจไม่เข้าใจและหาข้อยุติแท้จริงไม่ได้ ดังนั้นจึงควรรวบรวมปัญหาของประชาชนแล้วตกผลึก เขียนรัฐธรรมนูญเพื่อตอบสนองและแก้ปัญหาของสังคม ก็จะทำให้สังคมเดินหน้าต่อได้ ส่วนการจะแก้ปัญหาการเมืองในขณะนี้ได้หรือไม่นั้น เป็นเรื่องยาก เพราะอยู่ที่ใจ หากใจไม่มีเหตุมีผล ใจมีเป้าหมาย ทำอย่างไรก็ไม่จบ ดังนั้นอยู่ที่คนที่เข้ามามีส่วนร่วมว่ามีเป้าหมายเพื่อชาติบ้านเมืองจริงหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการเตรียมการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ว่า ตนไม่อยากแสดงความคิดเห็นมาก เพราะไม่อยากตกเป็นเหยื่อทางวาจาให้กับนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ แต่อยากเตือนนายสิระ ว่า หากจะวิพากษ์พิจารณ์อะไร ต้องให้เกียรติผู้สูงอายุด้วย ถึงมีอายุมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าบุคคลเหล่านั้นจะไม่ทราบอะไร ทุกคนล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์ และเจอปัญหามาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเข้าพบกับผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ไม่ได้เพื่อประสานงานมาเป็นคณะกรรมการสมานฉันท์ แต่เพื่อศึกษาวิธีการแก้ปัญหา ทั้งเรื่องที่ทำแล้วได้ผลและไม่ได้ผล แต่เชื่อว่ามีประโยชน์ อีกทั้งผู้ใหญ่บ้างคนไม่สบายใจ จึงต้องเป็นการหารือกันภายใน แต่ทุกคนเห็นด้วยในการแก้ปัญหาส่วนรวม และมีเจตนาดีต่อบ้านเมือง ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่รู้สึกท้อ และไม่มีปัญหาส่วนตัวกับใคร ไม่ได้โกรธใคร ผมก็พร้อมรับคำแนะนำ แต่ขอเตือนว่าอย่ามองผู้สูงอายุในทางลบ คนจะผ่านชีวิตมาถึงขั้นที่เปรียบเทียบว่าดองเค็มได้นั้น ต้องระวัง คนพูดจะไปดองในฟอร์มาลิน ต้องระวังร่างกายด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวต่อว่า มีคนอาสาสมัครอยากเป็นกรรมการชุดนี้เยอะ แต่ก็ยังไม่แน่ว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการหรือไม่ สิ่งที่สถาบันพระปกเกล้าเสนอ เป็นเพียงการพูดคุยกัน ทำได้หรือไม่ได้ต้องพิจารณากันต่อ และต้องไม่รีบร้อน เรื่องการมองอนาคต แต่เรื่องเฉพาะหน้า ให้สถาบันพระปกเกล้าดูเป็นพิเศษ โดยแยกประเด็นอนาคต กับปัญหาเฉพาะหน้าออกจากกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงท่าทีพรรคภูมิใจไทยต่อแนวทางคณะกรรมการสมานฉันท์นั้นว่า อะไรก็ตามที่ทำแล้วเกิดประโยชน์ เกิดความเข้าใจกัน ทำให้ความขัดแย้งหมดไป หรือลดลงไป ทางพรรคภูมิใจไทยสนับสนุนเต็มที่อยู่แล้ว ส่วนรายชื่อคณะกรรมการสมานฉันท์ที่มีทั้งอดีตนายกฯ อดีตประธานรัฐสภานั้น ก็ต้องถือว่ามีวุฒิภาวะ มีความเสียสละ มีประสบการณ์ และมีความหวังดีต่อบ้านเมืองทุกคน ซึ่งมองว่ายิ่งดีถ้าเรามีผู้ที่มากด้วยบารมี มีความเป็นผู้ใหญ่ และเป็นที่เคารพของคนทั่วไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคชาติไทยพัฒนา หวังว่าคณะกรรมการชุดนี้จะไม่ใช่กันชนให้รัฐบาล และไม่อยากให้มองว่าคณะกรรมการนี้เป็นของฝ่ายใด?ฝ่าย?หนึ่งหรือของรั?ฐบาล เพราะคำสั่งแต่งตั้งก็ออกโดยประธานรัฐสภา จึงไม่อยากให้มีการล้ม อยากให้เป็นพื้นที่กลางที่ทุกคนพูดคุยกันได้แบบยิ้มๆ แต่ถ้ามันจะล่มก็ให้มันล่มไป เพราะว่าได้ลองแล้ว ดีกว่ายังไม่ได้ลองอะไรเลย
&amp;quot;แรมโบ้&amp;quot;อบรม&amp;quot;จตุพร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเชิญ พล.อ.สุรยุทธ์ แม้จะเชิญในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี แต่กลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลสืบทอดอำนาจ ที่ไม่อยากให้นายชวนแก้ปัญหาได้สำเร็จ อาจพยายามชี้ว่าไม่ควรนำประธานองคมนตรีมายุ่งเกี่ยวกับการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คณะกรรมการชุดใดก็ตาม ที่จะเสนอตัวแก้ปัญหา ต้องมองความสำคัญของปัญหาให้ออก ตราบใดที่ พล.อ.ประยุทธ์และเครือข่ายไม่ลาออก ปัญหาจะถูกนั่งทับไว้ ยากที่ใครจะเข้ามาแก้ไข&amp;rdquo; นายอนุสรณ์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ peace talk เตือนนายกฯ เตรียมใจไว้คดีอาศัยบ้านพักของหลวง ศาลตัดสิน 2 ธ.ค.ว่า หากศาลมีคำตัดสินใดออกมา นายกฯ ก็พร้อมที่จะรับฟังคำตัดสิน และขอให้นายจตุพรรอฟังคำตัดสินก่อนที่จะออกมาพูดอะไรในตอนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า เรื่องของบ้านพักนายกฯ ได้ชี้แจงไปแล้วก่อนหน้านี้ว่าได้ทำงานรับใช้ชาติมาตลอดชีวิต เป็นนายกรัฐมนตรี และก็มีปัญหาเรื่องการรักษาความปลอดภัย เพราะฉะนั้นมันก็ต้องมีสถานที่ที่เหมาะสมของการรักษาความปลอดภัย นอกจากนี้ กมธ.การทหาร สภาฯ ได้เชิญตัวแทนจากกองทัพมาชี้แจง ซึ่งตามระเบียบกองทัพบกว่าด้วยการพักอาศัยในบ้านพักทหารปี 2548 ระบุว่า ผู้ที่จะอยู่ในบ้านพักได้จะต้องเคยเป็นผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่กองทัพบกและประเทศชาติจนเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งนายกฯ อยู่ในบ้านพักตามระเบียบข้อนี้ แต่ทุกอย่างจะต้องรอฟังคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากให้คุณจตุพรหยุดวิจารณ์และนั่งเทียน นั่งเดาในเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิด เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมคุยกับเพื่อนๆ หลายคนที่ใกล้ชิดคุณจตุพร ว่าคุณจตุพรวิเคราะห์หรือคาดเดาผิดพลาดเสียเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นอยากเตือนว่า การวิเคราะห์วิพากษ์วิจารณ์ อันอาจจะทำให้เกิดความวุ่นวายหรือสร้างความขัดแย้งมากขึ้นในบ้านเมือง คุณจตุพรควรหยุดได้แล้ว ควรมีสติและใช้สมองคิดให้ถ่องแท้ว่าสิ่งใดควรพูด สิ่งใดไม่ควรพูด เพราะสิ่งที่คาดเดา ถ้าพูดไปแล้วไม่เป็นจริงตามที่พูด ในตรงข้ามกลับเกิดกระแสความขัดแย้งรุนแรงวุ่นวายในบ้านเมือง จนเกิดความไม่สงบขึ้นมาอีก คุณจตุพรจะรับผิดชอบในคำพูดไหม นี้คือสิ่งที่ผมเป็นห่วง พึงต้องเตือนให้ระมัดระวังในคำพูดตนเองให้มาก หยุดใช้วาทกรรมที่จะสร้างความแตกแยกในบ้านเมืองเสียทีเถอะ&amp;quot; นายสุภรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อย่าทำผิดกฎหมายก็แล้วกัน ซึ่งในทางการข่าวขณะนี้ยังไม่มีอะไร ส่วนจะต้องป้องกันสถานที่สำคัญอย่างเช่นทำเนียบรัฐบาล ก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ต้องดูแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความคืบหน้าในการพูดคุยเจรจาคณะกรรมการสมานฉันท์นั้น เห็นว่าเป็นเรื่องของอดีตนายกฯ และประธานสภาฯ&amp;nbsp; ส่วนผลจะออกมาในทางที่ดีหรือไม่ ก็แล้วแต่การพูดคุย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงท่าทีของนายกรัฐมนตรี ว่าถอดใจหรือไม่ หลังกล่าวเป็นนัยบนเวทีเปิดหลักสูตร วปอ.63 เมื่อวานนี้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนจะไปรู้ได้อย่างไร ให้ไปถามนายกฯ เพราะคุยกับนายกฯ แค่เรื่องงานเท่านั้น ไม่เคยคุยเรื่องกำลังใจอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการชุมนุมว่าได้สั่งให้ทุกฝ่ายดูแลความสงบเรียบร้อย และให้ทุกคนทำตามกฎหมาย เพราะอย่างไรประเทศชาติต้องสงบ ไม่เช่นนั้นจะมีผลกระทบต่อประชาชน และไม่ว่าจะมีการชุมนุมหรือความเห็นต่างอย่างไรก็ได้ แต่ขอให้สงบเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการที่มีประชาชนออกมาปกป้องเทิดทูนสถาบันนั้น พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรได้ให้นโยบายเรื่องนี้ไปแล้ว ซึ่งเป็นหน้าที่ของประชาชนคนไทยทุกคนที่จะแสดงออก ซึ่งกระทรวงมหาดไทยให้การสนับสนุน และหวังว่าทุกคนจะปกป้องเทิดทูนสถาบันให้เป็นที่ยึดเหนี่ยวของคนไทย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83034</URL_LINK>
                <HASHTAG>การมีอำนาจไม่ใช่เรื่องสนุก, ตำบลกระสุนตก, วันหน้ามีคนเก่งกว่า, วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201106/image_big_5fa55ac680f93.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77065</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2020 17:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2020 17:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ย้ำเวลานี้ความรักสามัคคีสำคัญสุด ถามจะเอาชนะกันบนซากปรักหักพังของชาติไปเพื่ออะไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.63 - ที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร(วปอ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมวกลาโหมเป็นประธานการแสดงแนวทางการพัฒนาประเทศ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของนักศึกษาวปอ.รุ่น 62 วิทยาลัยเสนาธิการทหาร และวิทยาลัยการทัพของทั้งสามเหล่าธรรมประจำปี 2563 โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ดีใจได้มาพบกับทุกคนในห้องประชุมของผู้ทรงเกียรติ เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ตนก็ไปสภาฯอันทรงเกียรติมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากที่ได้รับฟังสิ่งที่ทุกคนเสนอนั้นก็ตรงกับที่รัฐบาลคิด นายกฯจึงสบายใจที่มีคนคิดสานต่อสืบทายาท และถือเป็นคนรุ่นใหม่ต่อเติมสิ่งที่ทำมา ขณะเดียวกันทุกคนทราบแล้วว่าวันนี้โลกเผชิญโควิด สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ สิ่งเหล่านี้นำไปสู่ความขัดแย้งและการแยกข้างต่างๆ ล้วนเป็นบนริบทความมั่นคงด้วย เพราะความมั่นคงต้องมองในทุกมิติ ไม่ใช่ความมั่นคงทางทหารหรือตำรวจอย่างเดียว แต่ต้องมีความมั่นคงในส่วนประชาชนด้วย ทั้งเศรษฐกิจ การค้า และชุมชนต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนรัฐบาลดูแลในภาพรวม ทั้งหมดเป็นพลังของประทศไทย ทุกภาคส่วนจึงต้องรวมไทยสร้างชาติ ซึ่งเราสร้างชาติมานานหลายร้อยปี แต่อาจมีหลายอย่างเกิดขึ้นทั้งรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรืออะไรบ้าง แต่ปัจจุบันเมื่อโลกปรับเราต้องเปลี่ยน บางอย่างเปลี่ยนได้ทันที แต่บางอย่างต้องเปลี่ยนแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่เช่นนั้นก็จะเกิดความขัดแย้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้เราร้องยึดหลัก 3 ร. คือ รูปธรรม&amp;nbsp;รวดเร็ว และร่วมมือ และต้องมองโลกเป็นอย่างไร เมื่อก่อนโลกมีเพียงสองขั้ว แต่วันนี้มีหลายขั้ว เป็นกลุ่มประเทศ รัฐบาลจึงต้องวางแนวทางสร้างความสมดุลในทุกมิติ ที่สำคัญต้องดึงศักยภาพของเรามาใช้ประโยชน์ ศักยภาพคนไทยคือ มีรอยยิ้ม สมานฉันท์ ปรองดอง อะลุ่มอล่วยกันและเป็นสังคมสงบเงียบมายาวนานทำอย่างไรให้ศักยภาพเรายังคงอยู่ยาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันความมีอัตลักษณ์ของเราก็ได้รับความชื่นชม แต่มีความพยายามบิดเบือนสิ่งเหล่านี้ รวมทั้งปัญหาความขัดแย้งภายในของเราเอง ดังนั้นไม่ว่าจะดีหรือเลวทุกอย่างจะออกไปต่างประเทศและทำลายศักยภาพของเราเอง ถือเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุดที่ตนมองเห็น ดังนั้นทำอย่างไรให้ภาพลักษณ์ที่ดีของไทยแพร่ไปสู่ข้างนอกในสิ่งที่ดีงาม เราทำอะไรได้อย่างนั้นกลับมาเสมอ ถ้าจะดีก็คนไทย ไม่ดีก็คนไทย ซึ่งตนคงไม่ต้องเล่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวย้ำว่า ความรักความสามัคคีเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของประเทศในเวลานี้ ฝากทุกคนช่วยกันคิดสร้างความเข้าใจและสร้างภูมิคุ้มกันด้วย&amp;nbsp;นอกจากนี้วันนี้ทำอย่างไรให้คนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่อยู่ร่วมกันได้ แม้อาจไม่อยากอยู่ร่วมกับเราเพราะเราแก่ แต่ทำอย่างไรอยู่ร่วมหันให้ได้ อีกทั้งวันนี้หลายอย่างกำลังเปลี่ยนต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและสร้างความเชื่อมั่น แต่วันนี้กลับยังไม่ไว้ใจกัน ไม่รู้เพราะอะไร จึงต้องสร้างขึ้นมาให้ได้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้โควิดโจมตีเรา 100% ซึ่งโจมตีกันทั้งโลก แต่ที่ผ่านมาเราก็ทำได้มาก แต่ยอมรับวาาเศรษฐกิจยังแย่ เพราะต้องยอมรับระยะแรกเราต้องเลือกสุขภาพ ต่อไปเรื่องเศรษฐกิจที่ต้องค่อยๆปลดล็อก วันนี้จึงเน้นการท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อทำให้ธุรกิจเดินหน้าและต่อลมหายใจไปได้ วันหน้าดีขึ้นก็จะมีการท่องเที่ยวจากต่างประเทศ แต่วันนี้จะทำแค่ในจังหวัดภูเก็ตก็มีประชาชนประท้วง คนที่เดือดร้อนอยากได้ แต่คนที่ไม่เดือดร้อนไม่อยากได้ นี่คือคนไทย แต่ตนไปว่าใครไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามย้ำว่าถ้าไม่มีโควิดเข้ามาหลายอย่างเราเริ่มดีขึ้น ดังนั้นวันนี้ต้องช่วยกันทำให้ทุกคนมั่นใจให้ได้ ขณะเดียวกันหลายคนก็โจมตีรัฐบาลว่าที่ผ่านมาใช้มาตรการหนักเกินไป แต่ผลคือเรามีผู้ติดเชื้อน้อยกว่าหลายประเทศรอบบ้าน เป็นสิ่งที่หลายคนลืมและไม่มองว่าที่ผ่านมาเราได้อะไปแล้ว จึงต้องช่วยกันพูดสร้างความเข้าใจไม่เช่นนั้นเป็นปัญหาที่ร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การทะเลาะเบาะแว้งการสร้างความขัดแย้งเป็นการทำลายศักยภาพของเราโดยไม่รู้ตัว เราจะเอาชนะกันเพื่ออะไร เพื่ออำนาจเพื่อผลประโยชน์มันใช่หรือไม่ ผมมายืนอยู่ตรงนี้เพื่อสองอย่างอย่างนั้นหรอคิดเอาเอง ผมไม่อยากจะแก้ตัวอะไรทั้งสิ้น เพราะผมรู้ว่าทําเพื่อใครเพื่ออะไร ผมมีจิตวิญญาณของผมและขอให้ทุกคนเข้าใจว่าใจของผมต้องการให้ประเทศชาติสงบสุขมั่นคง ยั่งยืน มีอนาคต ดังนั้นจะเอาชนะกันไปทำไมบนซากปรักหักพังของประเทศไทย จะอยู่กันต่อไปอย่างไร สิ่งเหล่านี้ขอฝากไว้ด้วยแล้วกัน&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า ตนก็ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ว่าโควิด-19 มันมายังไง เขาก็บอกว่านายกฯทำทุกอย่างล้มเหลวหมด ตนก็รับไป รับทั้งหมด มันไม่ใช่อย่างนั้นหรอก ถ้ามันไม่มีโควิด-19 เข้ามา อะไรมันก็เริ่มจะดีขึ้น หลายอย่างเราสร้างความเข้มแข็งไปแล้ว เผอิญมีไอ้นี่เข้ามาพอดี แต่เราก็โชคดีที่สามารถป้องกันการแพร่ระบาดได้ เราต้องช่วยกันไม่อย่างนั้นมันเดินไปไม่ได้แค่จะทำภูเก็ตโมเดลก็มีการประท้วงกัน ไอ้คนเดือดร้อนเพราะเศรษฐกิจก็อยากได้ แต่คนไม่เดือดร้อนก็ไม่อยากได้ นี่คือคนไทยและทุกประเทศก็คงเป็นแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;ldquo;วันนี้ที่พูดเยอะ เพราะเมื่อวานไม่ค่อยได้พูด พยายามเบรกตัวเองว่าอย่าพูด ๆ เวลาพูดให้ยิ้มไว้ เพราะสังคมเราเป็นแบบนี้ ไม่เป็นไร ต้องอดทน เพราะเรามีเป้าหมายหลัก เพื่อประชาชน ผมก็มีกำลังใจแค่นี้ อย่างอื่นผมไม่มีอะไร ไม่ได้อะไรสักอย่าง ซึ่งก็ไม่เป็นไร ประเทศชาติได้ก็ว่ากันไป&amp;rdquo;

นายกฯ กล่าวว่า เราต้องร่วมมือกันสร้างอัตลักษณ์ของความเป็นไทยเช่น แค่การปั้นโอ่งก็สร้างความรักได้แล้ว และเราต้องเข้าใจสังคมความเป็นไทยต้องช่วยกันปลูกฝังคนรุ่นหลังไม่ให้เกิดปัญหาการทะเลาะเบาะแว้ง อย่าลืมว่าเราคือครอบครัวเดียวกัน ครอบครัวคนไทย ครอบครัวประเทศไทยเราต้องรวมไทยสร้างชาติ และยืนยันว่าเป้าหมายหลักของตนทำเพื่อประชาชน ตนมีกำลังใจแค่นี้ อย่างอื่นไม่ได้อะไรสักอย่าง แต่ประเทศได้ก็เพียงพอ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77065</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f59ff4a36414.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19964</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2018 21:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2018 17:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กเพื่อไทยกัดไม่ปล่อย!แฉ&#039;หนู&#039;โดดเรียน&#039;วปอ.&#039;ดอดไปเปิดตัวนิวบลัดภูมิใจไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.61 - นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย เผยแพร่เอกสาร เรื่อง &amp;quot;ขอให้ ผอ.วปอ. ตรวจสอบเวลาฯ เรียน ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย&amp;quot; มีเนื้อหาระบุว่า ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้สมัครฯ เข้าไปเป็นนักศึกษาอบรมในหลักสูตรป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 61 ประจำปีการศึกษา 2561-2562 ,โดยใช้โควต้าฯ นักธุรกิจภาคเอกชน คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ประธานกรรมการ บริษัท เอส ที พี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) ในการเข้าไปเป็นนักศึกษา วปอ.61&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหลักสูตร วปอ.รุ่นที่ 61 ประจำปีการศึกษา 2561-2562 ได้เปิดเรียนมาตั้งแต่ เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2561 , โดยเริ่มเรียน ทุกวัน ในวันและเวลาราชการ คือวันจันทร์ &amp;ndash;วันศุกร์ ตั้งแต่ เวลา 08.00-16.00 น. ทุกวัน , และทางวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) มีวิธีการตรวจสอบนักศึกษาฯ ว่ามาเรียน หรือไม่? โดยใช้วิธีการสแกนลายนิ้วมือ เข้า-ออก โดยเครื่องสแกนลายนิ้วมือ ในการตรวจสอบฯ การมาเข้าเรียนหลักสูตรฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 12 ต.ค. 2561 ที่หลักสูตร วปอ.ปี-2561 , ในช่วงเช้าเวลา 08.00-12.00 น. มีการเรียน ในวิชา &amp;ldquo;การจัดทำเอกสารงานวิจัย(ส่วนบุคคล) &amp;nbsp;หลักสูตร วปอ.2561&amp;rdquo; โดยมีอาจารย์ที่เกี่ยวข้องจาก มหาวิทยาลัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจำนวน 4 ท่าน มาเป็นผู้สอน ปรากฏข้อเท็จจริง ว่า เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 12 ต.ค. 2561 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้แถลงข่าวเปิดตัวคณะทำงานฯ หรือ นิวบลัด ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.นายศักด์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย รับผิดชอบแนวคิดด้านการเกษตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.พ.อ.เศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ อดีตรองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะโฆษกพรรคฯ รับผิดชอบแนวคิดด้านดิจิตอล เวิลด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.นายสำเริง แหยงกระโทก อดีตนายก อบจ.นครราชสีมา รับผิดชอบแนวคิดด้านสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีคลิปภาพ-เสียง ประกอบ และมีการถ่ายทอดสด (เวลา 10.30 น., วันศุกร์ที่ 12 ต.ค. 2561) &amp;nbsp;เพราะเป็นการแถลงข่าวฯ ใหญ่ที่ พรรคภูมิใจไทย ต่อสื่อมวลชน แขนงต่างๆ เป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอตั้งข้อสังเกต ดังนี้ ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย , มาแถลงข่าวฯ ใหญ่ เปิดตัว นิวบลัด ของพรรคภูมิใจไทยในเวลาฯ เรียน ของหลักสูตร วปอ.2561 ได้อย่างไร? , นายอนุทินฯ ไม่ต้องเข้าเรียนฯ หลักสูตร วปอ.2561 ในเวลาเรียน ดังกล่าว หรือ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.มีเพื่อนนักศึกษาฯ หลักสูตร วปอ.2561 หมู่-นกหัวขวาน , ซึ่งเป็นหมู่เดียวกันกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล , มากระซิป บอกผม ว่า ช่วยตรวจสอบ เวลาเรียนฯ ของนายอนุทินฯ ด้วย เนื่องจาก เมื่อวันศุกร์ที่ 12 ต.ค. 2561 , มีเพื่อนนักศึกษาฯ เห็นว่า นายอนุทินฯ ได้ไปสแกนลายนิ้วมือ เข้าเรียนหลักสูตร วปอ.61 , วิชา &amp;ldquo;ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี&amp;rdquo;, ในช่วงเวลาเช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเรียกร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ขอให้นายอนุทินฯ ช่วยชี้แจง ถึง การเข้าเรียนหลักสูตร วปอ.61 , วิชา &amp;ldquo;การจัดทำเอกสารงานวิจัย(ส่วนบุคคล) หลักสูตร วปอ.2561&amp;quot;&amp;rdquo;, ว่า ข้อเท็จจริง เป็นอย่างไร? เพราะในวันและเวลา ดังกล่าวฯ คือ วันศุกร์ที่ 12 ต.ค. 2561 , เวลา 10.30 น. , นายอนุทินฯ ได้มาแถลงข่าวฯ เปิดตัว นิวบลัด ของพรรคภูมิใจไทย อย่างใหญ่โต ที่ พรรคภูมิใจไทย, และถ้านายอนุทินฯ ไม่ไปเรียนในวันดังกล่าวฯ แล้วนายอนุทินฯ จะเรียนจบฯ หลักสูตรฯ ได้อย่างไร? เพราะนักศึกษาทุกคนฯ จะต้องทำงานวิจัย ส่วนบุคคล เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.นายอนุทินฯ จะต้องชี้แจง เรื่องฯ นี้ ให้กระจ่างชัด , เพราะนายอนุทินฯ ได้ประกาศตัว พร้อมเป็น นายกรัฐมนตรีคนต่อไปฯ แข่งกับท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, &amp;nbsp;ถ้าพรรคภูมิใจไทย ชนะเลือกตั้งได้ 251-เสียง, ซึ่งคนที่พร้อมจะเป็น นายกรัฐมนตรีคนต่อไป ของประเทศไทย จะต้องมีจริยธรรม และคุณธรรม สูง ในทุกๆด้าน พร้อมให้ คนทั่วไป ตรวจสอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ถ้านายอนุทินฯ ไม่ยอมออกมาชี้แจง เรื่อง การเข้าเรียนฯ ในวันศุกร์ที่ 12 ต.ค. 2561 , ผมจะไปยื่นหนังสือ ถึง พล.ท.ขจรฤทธิ์ นิลกำแหง ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ , ให้ตรวจสอบเวลาเรียนฯ ของนายอนุทินฯ &amp;nbsp;เพราะการเข้าเรียนหลักสูตร วปอ.61 ของนายอนุทินฯ เป็นการใช้งบประมาณแผ่นดิน ซึ่งเป็นเงินภาษี อากร ของประชาชน , ไม่ใช่ใช้เงินส่วนตัวของนายอนุทินฯ ไปเรียนฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ผมขอเรียกร้อง ให้ ท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้ามาตรวจสอบฯ การเข้าเรียนของนายอนุทินฯ ด้วย , เนื่องจาก ท่านนายกรัฐมนตรี เป็นผู้อนุญาตให้นายอนุทินฯ ได้เข้าเรียนหลักสูตร ดังกล่าวฯ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19964</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, วปอ., วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร, อนุทิน ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181015/image_big_5bc468d596130.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2018 13:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2018 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039;เดือดปมเรียนวปอ. เปรียบเด็กเพื่อไทยเหมือนหมา!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทยออกมาเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา นายกรัฐมนตรี &amp;nbsp; ชี้แจงหลังอ้างว่าไม่อนุญาตให้นักการเมืองเข้าไปศึกษาหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) &amp;nbsp;แต่มีชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกรรมการบริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไปปรากฎในมติครม. ว่าเข้าไปเรียนหลักสูตรดังกล่าวรุ่น 61 &amp;ndash; 62 &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
ต่อเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ปฏิเสธไม่เคยห้ามนักการเมืองเรียน &amp;nbsp; ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ &amp;nbsp;รองนายกฯ และรองหัวหน้าคสช. ก็ออกมารับรองสมัครในนามนักธุกิจสามารถเรียนได้ แต่นายยุทธพงษ์ ยังขอให้ตรวจสอบต่อไปโดยอ้างว่านายอนุทิน เรียนหลักสูตรซ้ำซ้อนเพราะกำลังเรียนหลักสูตร &amp;ldquo;หลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย&amp;rdquo;(นธป.) รุ่นที่ 6 ของศาลรัฐธรรมนูญอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดช่วงดึกวันที่ 17 &amp;nbsp;ส.ค. &amp;nbsp;นายอนุทิน ได้เฟสบุ๊คส่วนตัว Anutin Charnvirakul &amp;nbsp; ระบุว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันๆทำแต่งาน ไม่เสียเวลาไปยุ่งหรือเที่ยวริษยาใคร ทำตัวให้มีคุณค่า ไม่สนพวกหมาที่มาฉี่รดภูเขาทอง&amp;rdquo; พร้อมภาพร่วมประชุมกับนักธุรกิจอย่างเคร่งเครียด .&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15643</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, วปอ., วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร, หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย, อนุทิน ชาญวีรกูล, เสี่ยหนู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180331/image_big_5abf7635a2e8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
