<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72020</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 17:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 17:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาชีวะเกษตรชุมพรจัดโครงการ&quot;อนุรักษ์พันธุ์ทุเรียนโลก  &quot;46สายพันธุ์ พื้นที่กว่า 6 ไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;20ก.ค.63- &amp;nbsp; ว่าที่ร้อยตรีนิพนธ์ &amp;nbsp;ภู่พลับ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ทุเรียน เป็นพืชพื้นเมืองของอินโดนีเซีย มาเลเซีย และบรูไน ผลมีรูปรีถึงกลม เปลือกมีสีเขียวถึงสีน้ำตาล เนื้อในมีสีเหลืองซีดถึงแดง ซึ่งจะแตกต่างกันตามสายพันธุ์ เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุยหรือดินร่วนปนทราย ชอบแสงแดด และน้ำปานกลาง และจะหยุดเจริญเติบโตเมื่ออุณหภูมิเฉลี่ยต่ำกว่า 22 องศาเซลเซียส ทุเรียนจะให้ผลผลิตหลังการปลูกไปแล้ว 5-6 ปี และจะให้ผลผลิตสูงเมื่ออายุประมาณ 10 ปีขึ้นไป สำหรับประวัติทุเรียนในประเทศไทย พบว่า มีการปลูกทุเรียนที่ภาคกลางในสมัยอยุธยา &amp;nbsp;เชื่อได้ว่าเป็นการนำมาจากภาคใต้ของประเทศไทย โดยพันธุ์ทุเรียนในประเทศไทยสามารถจำแนกได้เป็น 6 กลุ่ม &amp;nbsp;ตามลักษณะรูปร่างใบ ปลายใบ ฐานใบ ทรงผล และรูปร่างของหนาม คือ 1. กลุ่มกบ มีลักษณะใบรูปไข่ ขอบขนาน ปลายใบแหลมโค้ง ฐานใบกลมมน ทรงผลมี &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;3 ลักษณะคือ กลม กลมรี และกลมแป้น หนามผลมีลักษณะโค้งงอ จำแนกพันธุ์ได้ 46 พันธุ์ 2. กลุ่มลวง มีลักษณะใบแบบป้อมกลางใบ ปลายใบเรียวแหลม ฐานใบแหลมและมน ทรงผลมี 2 ลักษณะ คือทรงกระบอก และรูปรี หนามผลมีลักษณะเว้า จำแนกได้ 12 พันธุ์ 3. กลุ่มก้านยาว มีลักษณะใบแบบป้อมปลายใบ ปลายใบเรียวแหลม ฐานใบเรียว ทรงผลเป็นรูปไข่และกลม หนามผลมีลักษณะนูน จำแนกได้ 8 พันธุ์ 4. กลุ่มกำปั่น มีลักษณะใบยาวเรียว ปลายใบเรียวแหลม ฐานใบแหลม ทรงผลเป็นทรงขอบขนาน หนามผลมีลักษณะแหลมตรง จำแนกได้ 13 พันธุ์ &amp;nbsp;5. กลุ่มทองย้อย มีลักษณะใบแบบป้อมปลายใบ ปลายใบเรียวแหลม ฐานใบมน ทรงผลเป็นรูปไข่ หนามผลมีลักษณะนูนปลายแหลมจำแนกได้ 14 พันธุ์ &amp;nbsp;6. กลุ่มเบ็ดเตล็ด เป็นทุเรียนที่จำแนกลักษณะพันธุ์ได้ไม่แน่ชัดซึ่งมีอยู่ 83 สายพันธุ์ &amp;nbsp;นอกจากนี้แล้วยังมีกลุ่มลาซึ่งเป็นทุเรียนไร้หนาม พันธุ์หายากจากอเมริกา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุเรียน เป็นพืชชนิดหนึ่งที่สำคัญของจังหวัดชุมพร ซึ่งพันธุ์ที่เกษตรกรนิยมปลูกเป็นพันธุ์ที่ตลาดต้องการ ได้แก่ หมอนทอง ชะนี ก้านยาว และกระดุม ด้วยเหตุนี้ เพื่อไม่ให้ทุเรียนพื้นบ้านต้องสูญหายไป จึงจำเป็นต้องอนุรักษ์สายพันธุ์ทุเรียนพื้นบ้านให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร จึงได้จัดทำโครงการอนุรักษ์ทุเรียนโลก เพื่อรวบรวมทุเรียนสายพันธุ์ต่างๆที่นิยมบริโภค &amp;nbsp;และที่อยู่ภายในประเทศเท่าที่จะรวบรวมได้ &amp;nbsp;ตามหมวดหมู่ที่นักวิชาการจัดเอาไว้ รวมทั้งพันธุ์ทุเรียนจากต่างประเทศที่นิยมบริโภคในหมู่นักบริโภคปัจจุบัน และเพื่อจัดเป็นสถานที่เรียนรู้ให้กับเกษตรกรและประชาชนผู้สนใจ และบริการสายพันธุ์ทุเรียน ตลอดจนวิจัยและพัฒนาให้เกิดทุเรียนพันธุ์ใหม่ขึ้นในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ว่าที่ร้อยตรีนิพนธ์ &amp;nbsp;ภู่พลับ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย &amp;nbsp;ชื่นชมแสง อาจารย์สาขาวิชาพืชศาสตร์ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพรผู้ดูแลโครงการอนุรักษ์ทุเรียนโลก กล่าวว่า &amp;nbsp;โครงการอนุรักษ์ทุเรียนโลก ปลูกในพื้นที่ 6.35 ไร่ ปัจจุบันมีทุเรียนที่อนุรักษ์ไว้ 41 สายพันธุ์ ได้แก่ กลุ่มกบ &amp;nbsp;มีพันธุ์กบสุวรรณ กบพิกุล กบชายนา กบแม่เฒ่า กบวัดกล้วย กบตาขำ กบเล็บเหยี่ยว กบเจ้าคุณ กบหน้าศาล &amp;nbsp;กลุ่มลวง มีพันธุ์ชะนี ย่ำมะหวาด แดงรัศมี กลุ่มก้านยาว มีพันธุ์ก้านยาว ก้านยาวสีนาค &amp;nbsp; &amp;nbsp; กลุ่มกำปั่น มีพันธุ์หมอนทองนนทบุรี กำปั่นเหลือง กำปั่นเจ้ากรม กำปั่นพวง ชายมะไฟ กลุ่มทองย้อย มีพันธุ์นมสวรรค์ ฉัตรสีนาค นกหยิบ ธรณีไหว ทองย้อย &amp;nbsp;กลุ่มเบ็ดเตล็ด &amp;nbsp;มีพันธุ์พวงมณี &amp;nbsp;สาวชมเห็ด ตะพาบน้ำ กระปุกทองดี กระดุม กระเทยเนื้อเหลือง เม็ดในยายปราง จอกลอย ทับทิม หลงลับแล หลินลับแล หนามดำ สาลิกา นกกระจิบ นอกจากนี้ยังมีพันธุ์หมอนทองภาคใต้ และพันธุ์ต่างประเทศอีก 2 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์แดงอินโดของอินโดนีเซีย และพันธุ์มูซานคิงของมาเลเซีย โดยในแปลงโครงการทุเรียนโลกจะมีทุเรียน 40 สายพันธุ์ที่กล่าวข้างต้น 120 ต้น และพันธุ์หมอนทอง 30 ต้น รวมทั้งหมด 41 สายพันธุ์ 150 ต้น ใช้วิธีปลูกระยะ 8x8 เมตร ปลูกทั้งหมด 10 แถว &amp;nbsp;แต่ละแถวใช้ทุเรียน &amp;nbsp;4 สายพันธุ์ๆละ 3 ต้น สลับด้วยพันธุ์หมอนทอง 1 ต้น จะได้ทุเรียน &amp;nbsp;15 ต้นต่อแถว ด้วยวิธีปลูกนี้ เพื่อต้องการที่จะทำให้เกิดทุเรียนสายพันธุ์ใหม่จากการผสมพันธุ์กันเองตามธรรมชาติ สำหรับระบบน้ำใช้น้ำจากสระ 25 ไร่ สูบน้ำจากสระเข้าระบบน้ำ โดยวางหัวสปริงเกอร์ 2 หัวต่อทุเรียน 1 ต้น แต่เนื่องจากพื้นที่ปลูกเป็นดินร่วนปนทราย ในช่วงแล้งต้องรดน้ำวันเว้นวัน อย่างไรก็ตามในการปลูกทุเรียนจะเน้นปลูกโดยใช้สารชีวภาพ แต่ในกรณีที่มีการระบาดของโรคหรือแมลง จำเป็นต้องใช้สารเคมีเข้ามาช่วยควบคุมการระบาด เพื่อลดอัตราเสี่ยงการตายของทุเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย &amp;nbsp;ชื่นชมแสง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้งนี้ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร ขอเชิญเที่ยวงานเกษตรวิชาการ &amp;ldquo;เกษตรตะโก&amp;rdquo; ครั้งที่ 5 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 &amp;ndash; 20 กันยายน 2563 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพรโดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมศึกษาเรียนรู้โครงการอนุรักษ์ทุเรียนโลก พร้อมชิมทุเรียนพันธุ์หมอนทองภาคใต้ฟรี ติดต่อสอบถามรายละเอียดโครงการอนุรักษ์ทุเรียนโลกได้ที่โทร. 099-198-5985 หรือโทร. &amp;nbsp;077-611-881 หรือ ที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร&amp;rdquo; ผอ. วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร กล่าวเชิญชวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72020</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมชาย  ชื่นชมแสง, วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร, อนุรักษ์พันธุ์ทุเรียนโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200720/image_big_5f156f353474f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
