<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62501</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2020 11:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2020 11:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> วิทยุการบินอ่วมพิษโควิด-19 กระทบหนักฉุดรายได้หายเกลี้ยง คาดปีงบ 63 ขาดทุน 4.2 พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 เม.ย.63-นายสมนึก รงค์ทอง กรรมการผู้อำนวย การใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เปิดเผยถึงผลกระทบจากสถานการณ์โควิด19 โดยชี้แจงว่าก่อนเกิดสถานการณ์ บวท. มีรายได้จากการเก็บค่าบริการจากเที่ยวบินประมาณ 2,500 เที่ยวบินต่อวัน เป็นเงินวันละประมาณ 35 ล้านบาท แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ส่งผลให้รายได้ของ บวท. ลดลงเหลือ 2-3 ล้านบาทต่อวันเท่านั้นและยังลดลงอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากการประกาศหยุดบินของสายการบิน โดยมีเที่ยวบินที่สร้างรายได้ 263 เที่ยวบิน ซึ่ง บวท. ควรจะได้รับเงิน 3.1 ล้านบาทต่อวัน แต่กลับไม่ได้เงินจากส่วนนี้ เนื่องจากทุกสายการบินต่างได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจอย่างหนัก โดยมติจาก กบร. ให้บวท.ลดค่าบริการให้กับสายการบินภายในประเทศลง 50% และสายการบินระหว่างประเทศ 20% แต่สายการบินก็ยังขอพักชำระหนี้ และขอไม่เสียค่าปรับจากการชำระล่าช้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จึงเท่ากับว่าปัจจุบัน บวท. มีรายได้เป็นศูนย์บาทต่อวันและต่อเดือน ขณะที่รายจ่ายยังคงอยู่ที่ 25 ล้านบาทต่อวัน หรือ 750 ล้านบาทต่อเดือน ส่งผลให้ปีงบประมาณ 63 บวท. จะขาดทุนราว 4,200 ล้านบาท โดยเบื้องต้น บวท. จะใช้วิธีลดค่าใช้จ่ายโดยตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็น ชะลอการรับพนักงานใหม่ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้ 1,480 ล้านบาท / ตัดลดรายได้บางส่วนของผู้บริหาร 30-50 % &amp;ldquo;นายสมนึก กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนของระบบเงินสำรองตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ ดำเนินการด้วยความรอบคอบมีระบบการเก็บเงินสำรอง จึงทำให้บริษัทฯ สามารถยืนระยะอยู่ได้จนถึงเดือนก.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามที่ผ่านได้มีมาตรการลดค่าใช้จ่ายเพื่อบรรเทาวิกฤติการณ์ รอบแรก บริษัทฯ ลดค่าใช้จ่าย โดยตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็นออกหมด เช่น การประชุม งานซ่อม งานสร้าง Over Time ที่เกินจำเป็น ชะลอการรับพนักงานใหม่ เป็นต้น ทำให้ค่าใช้จ่ายลดลงจากงบประมาณเดิมเป็นจำนานเงิน 1,480 ล้านบาท รอบสอง บริษัทฯ ลดค่าใช้จ่าย โดยตัดรายได้บางส่วนของผู้บริหาร ทำให้ใน 6 เดือน ตามรอบประเมินพิจารณาบำเหน็จครั้งที่ 1/2563 1เม.ย.-30 ก.ย. 63สามารถประหยัดงบประมาณได้ประมาณ 13 ล้านบาท โดยมีรายละเอียด ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้บริหาระดับผู้อำนวยการใหญ่ (ผญ.) ขึ้นไป แต่ละท่านได้แสดงเจตจำนงในการขอลดรายได้รายเดือน ในส่วนของค่ารถและเงินประจำตำแหน่ง โดย ผวท. ลดลง 50% และระดับ ผญ. ขึ้นไปลดลง 30% ส่วนผู้บริหารทุกระดับ แต่ละท่านได้แสดงเจตจำนง ในการไม่ขอขึ้นเงินเดือนในรอบประเมินพิจารณาบำเหน็จครั้งที่ 1/2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานสำหรับหนังสือเวียนต่อพนักงานตอนหนึ่งมีใจความว่าสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ธุรกิจทั้งหลายต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้าอย่างเลวร้ายและร้ายแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจการเดินอากาศ ไม่เว้นแม้แต่บริษัทฯ ของเรา ที่ถือได้ว่ามั่นคงมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ที่ต้องตกอยู่ในสภาพวิกฤติตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น เราจะเห็นได้ว่า บริษัทฯ ได้พยายามทุกวิถีทาง เพื่อให้กระทบกับพนักงานน้อยที่สุดและช้าที่สุด โดยบริษัทฯ พยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้ซึ่งค่าใช้จ่ายของพนักงาน และค่าใช้จ่ายที่จำเป็นของบริษัทฯ ให้ได้ยาวนานที่สุดในยามวิกฤติเช่นนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62501</URL_LINK>
                <HASHTAG>บวท., รายได้เกลี้ยง, วิทยุการบินแห่งประเทศไทย, สมนึก รงค์ทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190620/image_big_5d0aebd81cda4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58003</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2020 09:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2020 09:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“วิทยุการบินฯ ร่วมกับกองทัพไทย วางแผนการบินช่วงฝึกคอบราโกลด์ 24 ก.พ. – 6 มี.ค. 63”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ.2563 นายสมนึก &amp;nbsp;รงค์ทอง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) กล่าวว่า &amp;ldquo;วิทยุการบินฯ ให้การสนับสนุนภารกิจภาคความมั่นคงของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้กองทัพไทยได้กำหนดช่วงเวลาการฝึกร่วมผสมทางทหารระหว่างกองทัพไทยและกองทัพสหรัฐอเมริกา หรือ &amp;ldquo;คอบราโกลด์&amp;rdquo; ซึ่งเป็นปีที่ 39 ของการฝึกความร่วมมือทางทหารที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค มีประเทศหลักเข้าร่วมการฝึก จำนวน 7 ประเทศ ได้แก่ ไทย สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย สาธารณรัฐเกาหลี และมาเลเซีย และประเทศที่ร่วมสังเกตการณ์อีก 22 ประเทศ รวมทั้งหมด 29 ประเทศ โดยการฝึกนี้ถือเป็นการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศด้านความมั่นคงในระดับภูมิภาคและระดับโลก ซึ่งในปีนี้กองทัพไทยได้กำหนดช่วงเวลาการฝึกคอบราโกลด์ ระหว่างวันที่ 24 ก.พ.&amp;ndash;6 มี.ค. 63 เวลา 0800-2100 น. ทุกวันจันทร์- ศุกร์ โดยการฝึกดังกล่าวจำเป็นต้องมีการปิดห้วงอากาศในบริเวณพื้นที่บางส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และอ่าวไทย เพื่อใช้ทำการฝึก อีกทั้งในปีนี้ได้ขยายพื้นที่การฝึกไปบริเวณเหนืออ่าวไทย สนามบินสมุย และสนามบินนครศรีธรรมราช ในช่วงวันที่ 25&amp;ndash;28 ก.พ. 63 เวลา 0800-1600 น. อีกด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมนึกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า &amp;ldquo;วิทยุการบินฯ ได้เตรียมพร้อมบริหารจราจรทางอากาศในช่วงเวลาดังกล่าว โดยได้ประสานความร่วมมือกับกองทัพอากาศอย่างใกล้ชิด จัดเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศไปประจำศูนย์บัญชาการการฝึกฯ ทำงานเชิงบูรณาการร่วมกับกองทัพไทย อีกทั้งได้เตรียมแผนบริหารความคล่องตัวการจราจรทางอากาศตลอดห้วงการฝึก โดยแจ้งให้สายการบินปรับการใช้เส้นทางบินตามคำแนะนำของศูนย์ควบคุมจราจรทางอากาศ อีกทั้งได้มีการบริหารจัดการความสูง เพื่อลดการกระจุกตัวในห้วงอากาศ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เนื่องมาจากพื้นที่ห้วงอากาศมีจำกัด จึงอาจเกิดความล่าช้าบ้างเล็กน้อยในบางช่วงเวลาของการฝึก ทั้งนี้ขอให้ผู้โดยสารรับฟังข้อมูลข่าวสารและประชาสัมพันธ์จากสายการบินและท่าอากาศยานอย่างใกล้ชิด โดยวิทยุการบินฯ พร้อมอำนวยความสะดวกและบริหารจราจรทางอากาศ เพื่อให้เกิดผลกระทบความล่าช้าของเที่ยวบินน้อยที่สุด และเพื่อความปลอดภัยของทุกเที่ยวบินเป็นสำคัญ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58003</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอบราโกลด์, วิทยุการบินแห่งประเทศไทย, สมนึก  รงค์ทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200224/image_big_5e53330b5137f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44633</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2019 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2019 14:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บวท.เผยสงครามการค้าฉุดเที่ยวบินวูบโตต่ำสุดในรอบ10 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค.62-นายสมนึก รงค์ทอง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เปิดเผยว่าแนวโน้มตลาดการบินในปีนี้มีการเติบโตลดลงอย่างน่าตกใจ ถือว่าต่ำสุดในรอบนับสิบปีที่ผ่านมา บวท.คาดการณ์ว่าปีนี้ตลาดการบินจะขยายตัวเพียง 1% จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ 6% โดยมีเที่ยวบินลดลงราว 60,000 เที่ยวบิน อยู่ที่ 1.04 ล้านเที่ยวบินตลอดปี จากเดิม 1.1 ล้านเที่ยวบินในปีก่อน

ทั้งนี้เนื่องจากเศรษฐกิจทั่วโลกได้ผลกระทบจากสงครามการค้า(สหรัฐ-จีน)​ รวมถึงสภาวสงครามในปากีสถานและการแยกตัวออกจากยุโรปของสหราชอาณาจักร (Brexit)​ สอดคล้องกับยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยในครึ่งปีแรกที่เติบโตเพียง 0.7% ลดลงมากเมื่อเทียบกับการขยายตัวนักท่องเที่ยวในปีก่อนที่ 6-7% ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการสภาวะทางเศรษฐกิจ มีผลต่อการขยายตัวของเที่ยวบินโดยตรง ส่งผลให้การเติบโตในปี 2563 ตลาดการบินมีโอกาสเงียบเหงาต่อเนื่องหากการเติบโตเศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวแค่ 2-3 %

นายสมนึกกล่าวต่อว่า สำหรับตัวเลขปริมาณการบินในปีงบประมาณ 2562 (ต.ค. 2561-ส.ค. 2562) ในรอบ 11 เดือนที่ผ่านมา มีปริมาณรวม 964,322เที่ยวบิน เฉลี่ย 2,876 เที่ยวบิน/วัน สำหรับสนามบินที่มีสัดส่วนมากที่สุดคือสุวรรณภูมิอยู่ที่ 348,615เที่ยวบิน คิดเป็นสัดส่วน 36% รองลงมาเป็นสนามบินดอนเมือง 265,616 เที่ยวบิน คิดเป็นสัดส่วน 27.5% และสนามบินภูเก็ต 108,095 เที่ยวบิน คิดเป็นสัดส่วน 11.2%

อย่างไรก็ตามสำหรับเส้นทางบินทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นอีกหนึ่งเส้นทางบินที่มีปริมาณจราจรทางอากาศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีปริมาณเที่ยวบินรวมอยู่ที่ 239,771 เที่ยวบินต่อปี เฉลี่ยวันละ 632 เที่ยวบินต่อวัน เฉลี่ยภาพรวมเติบโตอยู่ที่ 7.4%

นายสมนึกกล่าวอีกว่าทั้งนี้คาดว่ารายได้ในปีนี้จะมากกว่า 10,000 ล้านบาท คิดเป็นกำไรอยู่ที่ 1,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามในอนาคตอันใกล้จะมีการลงทุน 1,200 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนสร้างหอบังคับการบินใหม่ที่สนามบินอู่ตะเภา วงเงิน 1,000 ล้านบาท เปิดใช้ปี ‭2566-2567‬ และการลงทุนสร้างหอบังคับการบินใหม่ที่สนามบินเบตง มูลค่า 200 ล้านบาท เปิดใช้ปี 2563

นายสมนึกกล่าวถึงข้อพิพาทเรื่องเซ็นทรัลวิลเลจว่าสำหรับโครงการเซ็นทรัล วิลเลจนั้นที่ทอท.มีกลัวว่าโครงการดังกล่าวจะกระทบต่อการบินนั้นมีส่วนทั้งเรื่องแสงไฟและคลื่นความถี่ของโครงการจะกระทบกับการบินแน่นอน ซึ่งในแต่ละปีมีระยะเวลากระทบเพียง 1 เดือน หรืออาจไม่กระทบเลย เนื่องจากโครงการเซ็นทรัลวิลเลจอยู่ทางฝั่งด้านใต้ของสนามบิน (South Runway) ซึ่งส่วนใหญ่การนำเครื่องบินเทคออฟจะอยู่ที่ฝั่งด้านเหนือ (North Runway) ถึง 11 เดือนโดยจะมีเพียงปีละ 1 เดือนที่ต้องเปลี่ยนมาเทคออฟฝั่งรันเวย์ใต้ ตามทิศทางของกระแสลมช่วงสั้นๆในแต่ละปี หรือบางปีอาจไม่มีลมเปลี่ยนทิศเลยก็เป็นได้

ทั้งนี้ประกอบกับจากการบินทดสอบของ บวท. เมื่อช่วง เม.ย. 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งในขณะนั้นการก่อสร้างของโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น ก็ไม่พบปัญหาใดใดในการนำเครื่องบินขึ้นและลง ส่วนการขยายรันเวย์ที่ 3และรันเวย์ที่4 ของสนามบินสุวรรณภูมิก็จะไม่กระทบกับเซ็นทรัลวิลเลจเช่นกันเพราะรันเวย์ใหม่จะอยู่อีกฝั่งของสนามบิน มีเรื่องเดียวที่น่าเป็นห่วงคือการใช้แสงไฟในงานอีเวนท์ อาทิ แสงสปอร์ตไลท์ แสงยิงขึ้นฟ้าแบบซิตี้ไลท์ รวมถึงแสงเลเซอร์ ต้องควบคุมไม่ให้กระทบกับนักบิน

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44633</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยว, บวท., วิทยุการบินแห่งประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190830/image_big_5d68cc24d3abe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38999</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2019 09:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2019 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บวท.เตรียมแผนรองรับเที่ยวบินผู้นำประชุมสุดยอดอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.62-นายสมนึก รงค์ทอง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (กอญ.บวท.) เปิดเผยว่า จากที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 34 &amp;nbsp;(34th ASEAN SUMMIT) ระหว่างวันที่ 21 &amp;ndash; 23 มิถุนายน 2562 ณ กรุงเทพมหานคร โดยจะมีผู้นำและบุคคลสำคัญจากประเทศสมาชิกอาเซียน เดินทางเข้ามาประชุมที่ประเทศไทย

สำหรับเที่ยวบินแรก จะเดินทางมาตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2562 และเที่ยวบินสุดท้ายจะเดินทางกลับในวันที่ 24 มิถุนายน 2562 วิทยุการบินฯ ในฐานะผู้ให้บริการจราจรทางอากาศ ซึ่งเป็นด่านแรกในการสร้างความประทับใจแก่ผู้นำและบุคคลสำคัญในการเดินทางเข้ามาประชุมในครั้งนี้

ทั้งนี้จึงได้เชิญผู้แทนจากสายการบินผู้ให้บริการ ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง และ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมด้วยผู้แทนจากบริษัท &amp;nbsp;ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมประชุมเพื่อหารือและทราบถึงมาตรการในการบริหารจราจรทางอากาศ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่เที่ยวบินพิเศษของผู้นำแต่ละประเทศในครั้งนี้ โดย วิทยุการบินฯ ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจ เพื่อการประสานงาน อำนวยความสะดวก และความปลอดภัย แก่อากาศยานบุคคลสำคัญ ณ หอบังคับการบินดอนเมือง ท่าอากาศยานดอนเมือง ระหว่างวันที่ 20 - 24 มิถุนายน 2562 นี้

อย่างไรก็ตาม วิทยุการบินฯ ขอความร่วมมือไปยังสายการบิน ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารที่จะต้องเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าว เตรียมพร้อมถึงผลกระทบจากความล่าช้าที่อาจจะเกิดขึ้นในบางช่วงเวลา ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง และ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในทุกเที่ยวบิน และเป็นการสร้างความประทับใจในด่านแรกให้กับผู้นำและบุคคลสำคัญที่จะเดินทางเข้ามายังประเทศไทย &amp;nbsp;จึงขอเชิญชวนประชาชนคนไทยทุกคนร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดี ให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 34 &amp;nbsp;ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ในโอกาสที่ประเทศไทยดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 2562
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38999</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน, บวท., วิทยุการบินแห่งประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190620/image_big_5d0aebd81cda4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2019 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2019 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บวท.คาดเดินทางสงกรานต์เพิ่มขึ้น 4.8% พุ่ง 3,199 เที่ยวบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5 เม.ย.62-นายสมนึก รงค์ทอง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด เปิดเผยถึงปริมาณเที่ยวบินในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2562 ระหว่างวันที่ 11 &amp;ndash; 17 เมษายน 2562 ว่า ในปีนี้มีปริมาณเที่ยวบินเพิ่มสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมา 4.8 %โดยมีปริมาณเที่ยวบินรวมทั้งประเทศอยู่ที่ 19,987 เที่ยวบิน &amp;nbsp;เฉลี่ยวันละ 2,855 เที่ยวบินต่อวัน โดยวันที่ 17 เมษายน 2562 เป็นวันที่มีปริมาณเที่ยวบินสูงสุดของเทศกาลสงกรานต์ &amp;nbsp; อยู่ที่ 3,199 เที่ยวบิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากเดือนเมษายน มีช่วงวันหยุดยาวติดกัน 2 ช่วง ประชาชนทยอยออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2562 &amp;nbsp;และเดินทางอีกครั้งในวันที่ 11 เมษายน 2562 และคาดว่าจะเดินทางกลับพร้อมกันในวันที่ 17 เมษายน 2562 จึงทำให้ปริมาณเที่ยวบินในวันดังกล่าวสูงที่สุด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ วิทยุการบินฯ ได้คาดการณ์ปริมาณเที่ยวบิน ณ ท่าอากาศยานหลักของประเทศ ตามลำดับดังนี้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีปริมาณเที่ยวบินรวม 7,545 เที่ยวบิน เฉลี่ยวันละ 1,078 เที่ยวบิน,ดอนเมือง มีปริมาณเที่ยวบินรวม 5,380 เที่ยวบิน เฉลี่ยวันละ 769 เที่ยวบิน,ภูเก็ต มีปริมาณเที่ยวบินรวม 2,554 เที่ยวบิน เฉลี่ยวันละ 365 เที่ยวบิน,เชียงใหม่ มีปริมาณเที่ยวบินรวม 1,768 เที่ยวบิน เฉลี่ยวันละ 253 เที่ยวบิน,หาดใหญ่ มีปริมาณเที่ยวบินรวม 598 เที่ยวบิน เฉลี่ยวันละ 85 เที่ยวบิน,กระบี่ มีปริมาณเที่ยวบินรวม 533 เที่ยวบิน เฉลี่ยวันละ 76 เที่ยวบิน และอู่ตะเภา มีปริมาณเที่ยวบินรวม 321 เที่ยวบิน เฉลี่ยวันละ 46 เที่ยวบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม วิทยุการบินฯ ได้เตรียมมาตรการรองรับทั้งในเรื่องของการจัดอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศให้มีความเหมาะสมและเพียงพอกับเที่ยวบินในช่วงเวลาดังกล่าว พร้อมทั้งประชุมหารือและประสานงานกับสายการบิน และหน่วยงานที่ให้บริการทางอากาศอย่างใกล้ชิด โดยได้วางแผนการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่สายการบินและผู้โดยสารที่ใช้บริการในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และเพื่อความสะดวกในการเดินทางขอให้ผู้โดยสารทุกท่านติดตามข้อมูลข่าวสารจากสายการบินที่ใช้บริการอย่างใกล้ชิด และเผื่อเวลาในการเดินทางมายังสนามบิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33053</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปริมาณเที่ยวบิน, วิทยุการบินแห่งประเทศไทย, สมนึก รงค์ทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190405/image_big_5ca71f4be0751.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2019 16:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2019 16:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอท.แจ้งปิดซ่อมทางวิ่งดอนเมือง 29 ม.ค. นี้ คาดดีเลย์ 30-45 นาที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค.62-นายสมนึก &amp;nbsp;รงค์ทอง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า จากการที่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. จะทำการปิดซ่อมแซมทางวิ่งฝั่งตะวันตกบางส่วนของท่าอากาศยานดอนเมือง เป็นระยะเวลา 4 วัน ระหว่างวันที่ 29 มกราคม &amp;ndash; 1 กุมภาพันธ์ 2562 วิทยุการบินฯ ในฐานะหน่วยงานให้บริการจราจรทางอากาศ ได้มีการวางแผนและเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ในช่วงเวลาดังกล่าวที่จะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการรองรับปริมาณเที่ยวบินที่อาจเกินขีดความสามารถการรองรับในบางช่วงเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเนื่องจากเดิมซึ่งเปิดให้บริการ 2 ทางวิ่ง สามารถรองรับปริมาณเที่ยวบินได้ประมาณ 52 เที่ยวบินต่อชั่วโมง แต่เมื่อมีการปิดซ่อมทางวิ่งฝั่งตะวันตก เป็นระยะทาง 200 เมตร จากหัวทางวิ่งด้านทิศเหนือ ซึ่งจะคงเหลือระยะการใช้งานเพียง 3,000 เมตร ส่งผลให้ขีดความสามารถในการรองรับเที่ยวบินจะลดลงประมาณ 10% โดยคาดว่าจะสามารถให้บริการเที่ยวบินได้ประมาณ 48 เที่ยวบินต่อชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์ข้อมูลตามตารางการบิน พบว่า ปริมาณเที่ยวบินในบางช่วงเวลามีปริมาณเที่ยวบินคับคั่งและกระจุกตัว เกินขีดความสามารถในการรองรับ ซึ่งแน่นอนว่าสายการบินจะได้รับผลกระทบการล่าช้า คาดว่าเที่ยวบินจะเกิดการล่าช้าจากสนามบินต้นทางประมาณ 30 - 45 นาที จากตารางการบินปกติ อีกทั้งหากมีปัจจัยภาวะแวดล้อมด้านอื่นๆ เช่น สภาพอากาศแปรปรวน ทางวิ่งชำรุดเสียหายฉุกเฉิน ฯลฯ ก็อาจทำให้เกิดการล่าช้าของเที่ยวบินเพิ่มมากยิ่งขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ วิทยุการบินฯ มีแนวทางในการบริหารจัดการ โดยกำหนดให้ใช้ทางวิ่งฝั่งตะวันตก หัวทางวิ่งด้านเหนือ สำหรับการวิ่งขึ้นเท่านั้น โดยไม่สามารถทำการลงได้ ส่วนทางวิ่งฝั่งตะวันออกไม่ได้รับผลกระทบ ยังคงสามารถใช้งานได้ตามปกติทั้งการวิ่งขึ้นและทำการบินลง ส่งผลให้สัดส่วนปริมาณเที่ยวบินที่จะใช้ทางวิ่งฝั่งตะวันออกมีเป็นจำนวนมาก ซึ่งวิทยุการบินฯ ได้ใช้หลักการบริหารความคล่องตัวการจราจรทางอากาศ (Air Traffic Flow Management)มาใช้บริหารจัดการปริมาณเที่ยวบินในแต่ละช่วงเวลาให้เหมาะสมกับความสามารถในการรองรับเที่ยวบินของท่าอากาศยานดอนเมือง โดยได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้ประสานงานแจ้งข้อมูลล่วงหน้าให้สายการบินทราบถึงสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น และขอความร่วมมือให้ทุกสายการบินส่งตารางการบินและแผนการบินให้วิทยุการบินฯ ล่วงหน้า อย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการ รวมถึงกำหนดมาตรการแนวทางในการปฏิบัติงานในช่วงที่มีการปิดซ่อมทางวิ่ง และมีการจัดตั้งศูนย์ประสานการให้บริการจราจรทางอากาศรองรับการปิดซ่อมทางวิ่ง เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับกรณีเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27699</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอนเมือง, ปิดซ่อมแซมทางวิ่งฝั่งตะวันตกบางส่วน, วิทยุการบินแห่งประเทศไทย, สมนึก  รงค์ทอง, เครื่องบินดีเลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190128/image_big_5c4ec75f67d8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17549</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2018 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2018 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บวท.เคาะลงทุนสนามบินรับอีอีซี 6พันล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บวท.เคาะลงทุนสนามบินอีอีซี 6 พันล้าน เผยปีนี้โกย 1.5 หมื่นล้านบาท ปิดกำไรสวย 2 พันล้าน เปิดแผนจัดจราจรแก้ดีเลย์ 6 สนามบินหลักภายในต้นปี 62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมนึก &amp;nbsp;รงค์ทอง &amp;nbsp;กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เปิดเผยว่าจากศักยภาพอุตสาหกรรมการบินและตลาดท่องเที่ยวที่เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปริมาณการจราจรทางอากาศของภูมิภาคเอเซียแปซิฟิคซึ่งมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 5.5% สูงกว่าทั้งภูมิภาคยุโรปอยู่ที่ 3.3% ต่อปี &amp;nbsp;และอเมริกาเหนือที่ 3.4% ต่อปี ดังนั้นบวท.จึงมีแผนลงทุนเพื่อส่งเสริมขีดความสามารถทางการบินของประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำแผนโครงการก่อสร้างศูนย์กลางบังคับการบินแห่งใหม่บริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ วงเงินลงทุน 3,000 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าก่อสร้างอาคาร 1,000 ล้านบาทและค่าติดตั้งงานระบบอีก 2,000 ล้านบาท คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการ 2-3 ปีก่อนเปิดให้บริการ &amp;nbsp;ขณะที่สนามบินอู่ตะเภาซึ่งในอนาคตจะกลายเป็นสนามบินหลักของพื้นที่แนวระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(EEC) บวท.จำเป็นต้องลงทุนงานก่อสร้างอาคารและงานระบบควบคุมวิทยุการบิน วงเงินใกล้เคียงกับที่ลงทุนสุวรรณภูมิราว 2,000-3,000 ล้านบาท ทั้งนี้เชื่อว่าการเชื่อมต่อสองสนามบินEECด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่ดีนั้นจะส่งผลให้ประเทศไทยเป็นฮับทางการบินของภูมิภาคอาเซียนได้ไม่ยาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมนึกกล่าวต่อว่าสำหรับรายได้ของบวท.ในปีนี้นั้นคาดว่าจะอยู่ที่ราว 1.5 หมื่นล้านบาทขยายตัว 6%จากปีก่อน คิดเป็นรายได้ที่เหลือหลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้วหรือกำไรราว 2,000 ล้านบาท ขณะที่ในปี 2562 คาดว่าจะมีรายได้ทั้งหมด 1.6 หมื่นล้านบาท ขยายตัวต่อเนื่องที่ 6-7% จากปัจจุบันนสนับสนุนของปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17549</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลงทุนรับอีอีซี, วิทยุการบินแห่งประเทศไทย, ศูนย์กลางบังคับการบินแห่งใหม่, สนามบินสุวรรณภูมิ, สนามบินอู่ตะเภา, สมนึก  รงค์ทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180914/image_big_5b9b1f6d581a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
