<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27479</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2019 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2019 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> แอมเนสตี้ฯมอบรางวัลสื่อเพื่อสิทธิมนุษยชน-โปสการ์ดให้กำลังใจ&#039;อังคณา-พิณนภา&#039;2นักปกป้องสิทธิฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ม.ค.62 - แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้จัดงานประกาศผลและพิธีมอบรางวัล&amp;ldquo;รางวัลสื่อมวลชนเพื่อสิทธิมนุษยชน&amp;rdquo;&amp;nbsp;ประจำปี 2561ณ&amp;nbsp;โรงแรมอวานี ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ &amp;nbsp;โดยมอบรางวัลผลงานสื่อมวลชนดีเด่นด้านสิทธิมนุษยชนให้กับสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อออนไลน์ และสื่อโทรทัศน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย หอมลออ ที่ปรึกษาแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า สื่อมวลชนเปรียบเสมือน&amp;ldquo;ครู&amp;rdquo;&amp;nbsp;ผู้ทำหน้าที่ในการร่วมกันบ่มเพาะคนในสังคมให้ตระหนักถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน และเคารพซึ่งกันและกันมากขึ้น&amp;nbsp; จึงเล็งเห็นความสำคัญในการสร้างกำลังใจให้กับสื่อมวลชนที่ทำงานอย่างหนักในการนำเสนอข่าวสารในแง่มุมที่คำนึงถึงการเคารพ ส่งเสริม และปกป้องสิทธิมนุษยชน ด้วยการจัดมอบรางวัลผลงานสื่อมวลชนดีเด่นด้านสิทธิมนุษยชนขึ้น เพื่อสร้างความตระหนักให้กับคนในสังคม และสื่อมวลชนจะได้มีพลังในการยืนหยัดที่จะทำงานเพื่อปกป้องส่งเสริมสิทธิมนุษยชนต่อไป ในส่วนของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนเคารพการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ที่ต้องได้รับการคุ้มครองไม่ให้ถูกข่มขู่และคุกคาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ปรึกษาแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลกล่าวว่า&amp;nbsp;คณะกรรมการตัดสินผลงานรางวัลสื่อมวลชนเพื่อสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2561 ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากสายสื่อมวลชนและสายสิทธิมนุษยชน&amp;nbsp;จากการคัดสรรและตัดสินผลงานที่ส่งเข้าประกวดทั้งหมด ผลการตัดสินมีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รางวัลข่าวและสารคดีเชิงข่าวประเภทสื่อสิ่งพิมพ์&amp;nbsp; ประกอบด้วยรางวัลดีเด่น 1 รางวัลๆ ละ 30,000 บาทพร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณได้แก่ผลงานชุด&amp;nbsp;&amp;ldquo;ผู้ต้องกักและผู้ลี้ภัยในเขตเมือง 101&amp;rdquo;&amp;nbsp;หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ และรางวัลชมเชย1รางวัลๆ ละ 10,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ&amp;nbsp;ได้แก่ผลงานชุด&amp;ldquo;น้องนนท์...จากคนกีฬาชายขอบไร้สัญชาติ สู่วันที่คราบน้ำตาแห้งพร้อมสู้เพื่อชาวไทย&amp;rdquo;หนังสือพิมพ์เดลินิวส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รางวัลข่าวและสารคดีเชิงข่าวประเภทสื่อออนไลน์&amp;nbsp; ประกอบด้วยรางวัลดีเด่น&amp;nbsp;1 รางวัล&amp;nbsp;ๆ ละ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;30,000 บาทพร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ ได้แก่ผลงานเรื่อง&amp;nbsp;&amp;quot;บทเรียนจากแดนประหารจากช่างภาพญี่ปุ่น-โทชิ คาซามะ&amp;rdquo;เว็บไซต์สนุกดอทคอมและรางวัลชมเชย4รางวัลๆ ละ 10,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ&amp;nbsp;ได้แก่ผลงานเรื่อง&amp;nbsp;&amp;ldquo;เปิดตาตีหม้อ-สำรวจตลาดโสเภณีคลองหลอด&amp;rdquo;เว็บไซต์&amp;nbsp;the101.worldผลงานเรื่อง&amp;nbsp;&amp;ldquo;ชีวิตยามเกษียณ: &amp;lsquo;ชีวิตดี&amp;rsquo;เกิดจนตาย รัฐสวัสดิการเป็นไปได้ในชาตินี้&amp;rdquo;&amp;nbsp;เว็บไซต์ประชาไท ผลงานเรื่อง&amp;nbsp;&amp;ldquo;4ปีรัฐประหาร:&amp;nbsp;ความตายของชัยภูมิ ป่าแส สิทธิมนุษยชนยุคทหารที่ไร้คำตอบ&amp;rdquo;เว็บไซต์บีบีซีไทย และผลงานเรื่อง&amp;nbsp;&amp;ldquo;In The Name Of The Motherเปลวเพลิงในดวงตาพะเยาว์ อัคฮาด&amp;rdquo;&amp;nbsp;เว็บไซต์&amp;nbsp;the101.world&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รางวัลข่าวหรือสารคดีเชิงข่าวประเภทสื่อโทรทัศน์ (ความยาวไม่เกิน 20 นาที)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประกอบด้วยรางวัลดีเด่น2รางวัล ๆ ละ 30,000 บาทพร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณได้แก่ผลงานเรื่อง&amp;ldquo;ซ่อมVSซ้อม ธำรงวินัยทหารอดทน&amp;rdquo;สถานีโทรทัศน์เวิร์คพอยท์&amp;nbsp;และผลงานเรื่อง&amp;nbsp;&amp;ldquo;โรฮิงญากลางฤดูอพยพ&amp;rdquo;สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส&amp;nbsp;ส่วนรางวัลชมเชยอีก 2รางวัลๆ ละ 10,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ&amp;nbsp;ได้แก่ผลงานเรื่อง&amp;ldquo;วิสามัญ&amp;lsquo;ชัยภูมิ ป่าแส&amp;rsquo;&amp;nbsp;ควันปืนที่บดบังข้อเท็จจริง&amp;rdquo;สถานีโทรทัศน์นิวทีวี&amp;nbsp;และผลงานเรื่อง&amp;ldquo;ค้ามนุษย์ข้ามชาติ&amp;rdquo;สถานีโทรทัศน์พีพีทีวีเอชดี 36&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สารคดีหรือสารคดีเชิงข่าว ประเภทรายการโทรทัศน์&amp;nbsp;(ความยาวรวมไม่เกิน 60 นาที)&amp;nbsp;ประกอบด้วยรางวัลดีเด่น 2 รางวัล ๆ ละ 30,000 บาทพร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณได้แก่ผลงานเรื่อง&amp;nbsp;&amp;ldquo;ชีวิตหนี้มลาบรี&amp;rdquo;รายการเปิดปม&amp;nbsp;สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส&amp;nbsp;และผลงานเรื่อง&amp;nbsp;&amp;ldquo;เคยมีคนชื่อ เด่น คำแหล้&amp;rdquo;&amp;nbsp;รายการสารตั้งต้น&amp;nbsp;สถานีโทรทัศน์พีพีทีวีเอชดี 36ส่วนรางวัลชมเชยมี1&amp;nbsp;รางวัลๆ ละ 10,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ&amp;nbsp;ได้แก่ผลงานเรื่อง&amp;nbsp;&amp;ldquo;เด็กลูกแรงงานข้ามชาติกับการได้รับการศึกษา&amp;rdquo;รายการสปริง&amp;nbsp;รีพอร์ต&amp;nbsp;สถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย หอมลออกล่าวต่อว่าในปีนี้ศาสตราจารย์กิตติคุณ วิทิต มันตาภรณ์ ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลให้แก่สื่อมวลชน และยังจัดให้มีการปาฐกถาในหัวข้อ&amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อสื่อทำให้เสียงของเราไม่เงียบอีกต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดย นายศักดา แก้วบัวดี&amp;nbsp;นักแสดงและอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ขอลี้ภัยในประเทศไทย&amp;nbsp;และนางสุภาพ คำแหล้&amp;nbsp;ภรรยานักต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ทำกัน จ. ชัยภูมิที่หายตัวไปเมื่อปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นภายในงานยังมีการมอบโปสการ์ดให้กำลังใจจากผู้สนับสนุนของแอมเนสตี้ให้กับ 2 นักปกป้องสิทธิมนุษยชนหญิงของไทยได้แก่นางอังคณา นีละไพจิตร&amp;nbsp;นักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่รณรงค์เพื่อยุติการอุ้มหายในประเทศไทย และภรรยาทนายความสิทธิมนุษยชนที่ถูกอุ้มหายเมื่อปี 2547&amp;nbsp;นางสาวพิณนภา พฤกษาพรรณ&amp;nbsp;คุณแม่ลูกห้าและภรรยานักปกป้องสิทธิมนุษยชนกลุ่มชาติพันธุ์ ที่หายตัวไปเมื่อปี 2557 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในตอนท้ายนายสมชายได้กล่าวขอบคุณสื่อมวลชนที่เป็นบุคคลสำคัญที่สุดของงานในวันนี้ที่ได้ช่วยกันขับเคลื่อนและเป็นสื่อกลางในการต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนและให้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนทั้งที่ผ่านมาและจะทำต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27479</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, นายสมชาย หอมลออ, พิณนภา พฤกษาพรรณ, วิทิต มันตาภรณ์, อังคณา นีละไพจิตร, แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190125/image_big_5c4a7b4b94867.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21843</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยธ.เปิดเวทีรับฟัง ร่างพรบ.คู่ชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยธ.เปิดเวทีรับฟังความเห็นร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต 70 มาตรา เปิดช่องกลุ่ม LGBT มีสถานะครอบครัวตามกฎหมาย เล็งเสนอเข้า ครม.ภายในเดือน พ.ย.นี้ หวังมีผลบังคับใช้ต้นปี 62 เบื้องต้นยังมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ค้านเพราะไม่เอารัฐบาลทหาร-ต้องการกฎหมายสุดโต่งไปให้ถึงจดทะเบียนสมรสเพศเดียวกัน เผยตัวเลขเอ็นจีโอมีกลุ่มข้ามเพศอยู่ถึง 6 ล้านคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ หลักสี่ กทม. วันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ นายพงศธร สัจจชลพันธ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม เปิดวิพากษ์ร่าง พ.ร.บ.การจดทะเบียนคู่ชีวิต พ.ศ. &amp;hellip; เพื่อรับรองสิทธิในการแต่งงานและการมีชีวิตครอบครัวให้กับกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคลที่ได้รับการรับรองไว้ในพันธกรณีสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศหลายฉบับ ทั้งนี้ รัฐบาลไทยตระหนักถึงความสำคัญกำหนดให้กลุ่มบุคคลที่มีความหลายหลายทางเพศ (LGBT-ย่อมาจาก เลสเบียน เกย์ ไบเซ็กชวล ทรานส์เซ็กชวล)​ เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในแผนสิทธิมนุษยชน เพื่อให้กลุ่มคนหลากหลายทางเพศใช้ชีวิตคู่ร่วมกันโดยมีกฎหมายรองรับ หลังจากการเรียกร้องสิทธิของกลุ่ม LGBT ในปี 2556 มีการยกร่างกฎหมายฉบับนี้มาแล้ว 3 ฉบับ หลังจากการรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพยังต้องจัดให้มีเวทีรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนใน 4 ภาค โดยภาคกลางจัดที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ภาคใต้ ที่ จ.สงขลา และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ จ.ขอนแก่น หลังจากนั้นกรมคุ้มครองสิทธิฯ จะรวบรวมและประมวลความเห็นจากการมีส่วนร่วมทั้งหมด รวมถึงการเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ของกรมคุ้มครองสิทธิฯ เพื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.จดทะเบียนคู่ชีวิตให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาภายในเดือนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิทิต มันตาภรณ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ถ้ามองตามกระแสโลกจะเห็นชัดว่าการจดทะเบียนคู่ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งกลุ่มคนเพศเดียวกัน ระหว่างชายชาย หญิงหญิง หรือชายหญิง แต่ยังมีอีก 70 ประเทศที่ยังห้ามความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกัน กลุ่มอัตลักษณ์ทางเพศหรือกลุ่มข้ามเพศควรมีสิทธิการมีครอบครัวและไม่ควรถูกเลือกปฏิบัติ กฎหมายต้องเปิดให้มีสิทธิ์ทางทรัพย์สิน การทำนิติกรรม ซึ่งกฎหมายบางประเทศระบุชัด แต่บางประเทศก็ยังไม่ระบุ หรือในบางประเทศกฎหมายไปไกลถึงการจดทะเบียนสมรส ปัจจุบันมี 30-40 ประเทศมี พ.ร.บ.คู่ชีวิต ล่าสุดคือไต้หวันและออสเตรเลีย สำหรับร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิตของไทยมีทั้งสิ้น 70 มาตรา แม้ยังมีข้อถกเถียงกันในหลามาตรา ทั้งการอยู่ร่วมกันและการรับมรดก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากร่างกฎหมายเข้า ครม.ก็ถือว่ามาได้ไกล ในรายละเอียดยังปรับแก้ได้ในชั้นกฤษฎีกา แม้กฎหมายจะไม่ผ่านออกมาในปีนี้ แต่เชื่อว่าจะผ่านในต้นปีหน้าหรือภายในวาระของรัฐบาลนี้ ส่วนเรื่องการรับบุตรบุญธรรม ประเด็นภาษีและสวัสดิการทางสังคม ยังไม่ได้กำหนดไว้ในร่างกฎหมายนี้ เพื่อให้กฎหมายพัฒนาควบคู่ไปกับการทำความเข้าใจสร้างความยอมรับในสังคม&amp;rdquo; นายวิทิตกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.นรีลักษณ์ แพไชยภูมิ ผอ.กองสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ กล่าวว่า จากการรับฟังความเห็นในการยกร่างกฎหมาย พบว่ามีความเห็นแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ กลุ่มแรกเห็นด้วย โดยมีมุมมองว่าควรจะมีกฎหมายลักษณะนี้ออกมาได้แล้ว กลุ่มที่ 2 ไม่เห็นด้วย เพราะไม่สนับสนุนรัฐบาลทหาร จึงไม่ยอมรับกฎหมายทุกประเภทที่จะออกมาในรัฐบาลนี้ และกลุ่มที่ 3 ไม่เห็นด้วย เพราะต้องการกฎหมายคู่ชีวิตแบบสุดโต่ง คือให้มีผลเทียบเคียงกับการจดทะเบียนสมรส ซึ่งกรมคุ้มครองสิทธิฯ พยายามชี้แจงว่าเป้าหมายของกฎหมายต้องการเดินไปให้ถึงการจดทะเบียนสมรส แต่ขอเดินไปตามลำดับขั้นทีละก้าว ระหว่างนี้ยังต้องขอเวลาให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องปรับตัว ปรับกฎหมาย และมีกระบวนการสร้างการเรียนรู้และยอมรับจากสาธารณชน ส่วนกลุ่มผู้นำทางศาสนา จากการรับฟังความคิดเห็นไม่ได้คัดค้านร่างกฎหมาย แต่จะไม่ทำพิธีสมรสให้กับผู้ที่จดทะเบียนคู่ชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.นรีลักษณ์กล่าวอีกว่า สำหรับกลุ่ม LGBT จะมีสัดส่วนประชากรอย่างไรนั้น ยังไม่เคยมีการสำรวจอย่างเป็นทางการ มีเพียงข้อมูลจากสมาคมฟ้าสีรุ้งที่เก็บสถิติจากชายไทยที่เข้ารับการเกณฑ์ทหาร เฉพาะผู้ที่ผ่าตัดแปลงเพศแล้วพบจำนวนกว่า 1 ล้านคน ขณะที่กลุ่มเอ็นจีโออ้างว่ามีตัวเลขบุคคลหลากหลายทางเพศสูงถึง 6 ล้านคน ซึ่งไม่ทราบว่านับสถิติจากฐานข้อมูลใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21843</URL_LINK>
                <HASHTAG>นรีลักษณ์ แพไชยภูมิ, วิทิต มันตาภรณ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181112/image_big_5be9842f1115f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
