<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77586</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2020 09:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2020 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถนนเลียบคลองประปาหัวทิ่ม!ศาลปกครองกลางสั่งคุ้มครองให้หยุดเวนคืนที่ดิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;ศาลปกครองกลางมีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษา ในคดีหมายเลขดำที่ 1915/2563 ระหว่างนายศักดิ์ณรงค์ ทยาเศรษฐ์ ผู้ฟ้องคดีที่ 1 กับพวกรวม 6 คน กับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 กับพวกรวม 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ขณะเวลาที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (กรุงเทพมหานคร) โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ออกประกาศรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในโครงการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อก่อสร้างถนนเลียบคลองประปาฝั่งตะวันออกเชื่อมระหว่างถนนแจ้งวัฒนะกับถนนสรงประภา ปรากฏว่าในช่วงเวลานั้นมีการใช้บังคับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2562 แล้ว ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มิได้เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน เพื่อให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ในการเข้าไปสำรวจทรัพย์สินและตกลงซื้อขายกับเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ตามขั้นตอนและวิธีการที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติฯ แต่กลับตกลงซื้อขายกับเจ้าของอสังหาริมทรัพย์โดยใช้วิธีปรองดองตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 250 ซึ่งเป็นเพียงแนวทางปฏิบัติแก่หน่วยงานราชการ จึงเป็นกรณีที่อาจมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งหากปล่อยให้มีการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ตามโครงการฯ โดยใช้วิธีปรองดองตามมติคณะรัฐมนตรีต่อไป ย่อมทำให้ผู้ฟ้องคดีทั้งหกซึ่งเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้รับความเดือดร้อนเสียหายในระหว่างพิจารณาคดีของศาลและยากแก่การเยียวยาแก้ไขในภายหลัง คำฟ้องของผู้ฟ้องคดีทั้งหกจึงมีมูลและมีเหตุเพียงพอที่จะนำมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษามาใช้ อีกทั้งการที่ศาลมีคำสั่งให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ระงับการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์โดยการใช้วิธีปรองดองตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2500 ในโครงการฯ ไว้ก่อน ย่อมทำให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1&amp;nbsp;ได้มีโอกาสพิจารณาปรับปรุงแผนการดำเนินงานตามโครงการฯ รวมทั้งการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อเป็นเงินค่าทดแทนที่จะต้องนำไปจ่ายให้แก่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์เพื่อให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด อันจะเป็นผลดีแก่การบริหารราชการของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 จึงเห็นได้ว่ามิได้ก่อให้เกิดปัญหาอุปสรรคแก่การจัดทำบริการสาธารณะของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลจึงมีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ระงับการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อก่อสร้างถนนเลียบคลองประปาฝั่งตะวันออกเชื่อมระหว่างถนนแจ้งวัฒนะกับถนนสรงประภาโดยการใช้วิธีปรองดองตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2500 ไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77586</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถนนเลียบคลองประปา, ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, วิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษา, ศักดิ์ณรงค์ ทยาเศรษฐ์, ศาลปกครองกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190508/image_big_5cd2aecfc1e0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
