<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119062</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 15:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 15:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีต ส.ส.ก้าวไกล นำทีมเปิดตัวพรรครวมไทยยูไนเต็ด ลั่นตัวเองต้องเป็นปชต.ก่อนค่อยเสนอหน้าบริหารประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค. นายวรนัยน์ วาณิชกะ อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสาร&amp;nbsp;GQ&amp;nbsp;นายวินท์ สุธีรชัย อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล นายณิชนัจทน์ สุดลาภา หรือเซเรน่า นางแบบข้ามเพศชื่อดัง และนายอภิรัต ศิรินาวิน อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรคมหาชน ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม&amp;nbsp;&amp;ldquo;รวมไทย ยูไนเต็ด&amp;rdquo;&amp;nbsp;ร่วมกันแถลงเปิดตัวกลุ่ม&amp;nbsp;&amp;ldquo;รวมไทย ยูไนเต็ด&amp;rdquo;&amp;nbsp;ผ่านเพจเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;&amp;ldquo;รวมไทย ยูไนเต็ด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรนัยน์ กล่าวว่า ไม่ได้โม้ว่า รวมไทย ยูไนเต็ด คือคำตอบหรือทางออก เพียงแค่ขอโอกาสนับตั้งแต่วันนี้จนถึงวันเลือกตั้ง ขอให้ประชาชนจับตาดูเรา ในวันที่เดินเข้าคูหากากบาทให้นักการเมืองคนใดคนหนึ่งหรือพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่ง ขอให้ประชาชนมีคำตอบว่าใครสามารถมีวิสัยทัศน์และศักยภาพบริหารประเทศให้พัฒนาและเจริญ บริหารแบบมืออาชีพ ไม่ใช่เพื่อให้พวกพ้อง บริหารใช้ธรรมาภิบาล ไม่ใช่ใช้ระบบอุปถัมภ์ ประชาชนเลือกผู้นำอย่างไรประเทศก็จะเป็นแบบนั้น รวมไทย ยูไนเต็ด คือคนไทยทุกคนร่วมมือกัน อำนาจในมือประชาชนคือคำตอบ ถ้าโหวตเหมือนเดิม เราก็จะได้เหมือนเดิม คือความธรรมดาและปานกลาง ถดถอยลงไปสู่ความด้อยการพัฒนาที่ประเทศอื่นแซงเราไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรนัยน์ กล่าวอีกว่า ยืนยันเราไม่ได้เป็นนอมินีของใคร ถ้าเราเป็นรัฐบาลเราจะไม่มีวันโยนกล้วยให้สื่อฯ ไม่มีวันตบหัวลูกน้องหรือฉีดสเปรย์ใส่ประชาชน เราจะหยิบยื่นความโปร่งใสให้ประชาชนและสื่อมวลชนสามารถตรวจสอบได้ หากไม่พอใจสามารถเดินขบวนเรียกร้องเปลี่ยนแปลงอย่างสันติได้ ส่วนเรื่องบัตรเลือกตั้งนั้นทุกกติกาเขียนมาเพื่อให้ผู้มีอำนาจชนะ ไม่มีความยุติธรรมหรืออยู่ในบริบทประชาธิปไตย แต่ไม่ว่าจะกติกาอะไร โกงอย่างไร ถ้าอยากสร้างชาติและบ้านเมืองให้พัฒนา ประชาชนต้องไม่ยอมแพ้และต้องต่อสู้อย่างสันติตามระบบประชาธิปไตยต่อไป ส่วนใครจะเป็นหัวหน้าพรรคต่อไป เราจะต้องมีการประชุมพรรคเพื่อให้สมาชิกพรรคเลือกหัวหน้าพรรคตามระบอบประชาธิปไตย ยืนยันไม่มีนายทุนหรือนายห้างมายึดพรรคหรือมาจัดตั้งพรรค&amp;nbsp; หรือมาซื้อพรรค พวกเราบริหารตนเองให้เป็นประชาธิปไตยและธรรมาภิบาลก่อนค่อยไปเสนอหน้าบริหารประเทศชาติให้ประชาชน เราเป็นอย่างไรประเทศชาติเป็นอย่างนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวินท์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศกำลังติดหล่มกับเศรษฐกิจขาลง ทำให้เงินฝืดเพราะผู้คนไม่ใช้จ่าย หลายกิจการต้องปิดตัวทำให้คนตกงาน&amp;nbsp; เรามีความจำเป็นต้องอัดสภาพคล่องไปสู่เศรษฐกิจไทยให้เริ่มเกิดการหมุนของเงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังจากสถานการณ์โควิด รวมถึงปรับโครงสร้างการชำระหนี้ เพื่อให้การปล่อยสินเชื่อง่ายขึ้น และเกิดการหมุนเวียนพัฒนาธุรกิจ โดยใช้กลยุทธ์แนวดิ่ง ที่สนับสนุนต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำให้สามารถแข่งขันได้ หากระบบแข็งแกร่งจะทำให้ประเทศไทยมีสินค้าและบริการต่อสู้กับทั้งโลกได้ เพื่อหารายได้เข้ามาในประเทศ เพื่อเป็นประเทศพัฒนาแล้วได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า กลุ่มอาจเป็นพรรคเล็ก คิดอย่างไรกับกติกาบัตรเลือกตั้งสองใบที่อาจเสียเปรียบได้ นายวินท์ กล่าวว่า ถึงเราเป็นพรรคใหม่ แต่พวกเรายืนยันว่าจะเป็นพรรคใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นบัตรกี่ใบ กติกาอะไร พวกเรามั่นใจจุดยืนของเราว่าจะสามารถรวบรวมประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศได้แน่นอน สิ่งที่เรารับไม่ได้ คือการสืบทอดอำนาจ เราไม่สามารถรับส.ว.ที่มาเลือกนายกฯได้ แต่หากพรรคไหนก็แล้วแต่เกิดมาจากเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง เรารับได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอภิรัต กล่าวว่า เคยเป็นส.ส.และเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองมา 11 ปี ภายใต้กฎหมายพรรคการเมืองที่ทำลายระบบพรรคการเมืองของประเทศไทยอย่างย่อยยับ พรรคการเมืองดำรงอยู่ด้วยความยากลำบาก และเมื่อพรรคการเมืองที่เป็นสถาบันพื้นฐานระบอบประชาธิปไตยไม่มีที่ยืนและไม่สามารถดำรงอยู่ได้ คนไทยจะคาดหวังความเป็นประชาธิปไตยในวันข้างหน้าได้อย่างไร วันหนึ่งได้พบปะกับคนกลุ่มหนึ่งที่มาจากหลายภาคส่วน ที่มีเจตนาสร้างระบบการเมืองสมัยใหม่ให้ประเทศ ตนจึงได้รับการชักชวนเข้าร่วมกับกลุ่มนี้ที่มีเจตนาสร้างสรรค์ภาคการเมืองของประเทศไทยด้วยระบบที่ทันสมัย เป็นแนวความคิดใหม่ที่ก้าวข้ามความขัดแย้งที่เรามีมายาวนาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119062</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, พรรคก้าวไกล, พรรครวมไทยยูไนเต็ด, วินท์ สุธีรชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615eace1128e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 14:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 14:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก้าวไกลหายอีกหนึ่ง! &#039;วินท์ สุธีรชัย&#039; ประกาศลาออกจาก ส.ส. เตรียมตั้งพรรคใหม่เปิดตัว 7 ต.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.64 - นายวินท์ สุธีรชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊ค ประกาศลาออกยุติจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่า ตลอดระยะเวลาของการปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากว่า 2 ปี&amp;nbsp;ผมมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการขับเคลื่อนประเทศชาติให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างสันติ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนและเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ ด้วยสถานการณ์และบริบทต่างๆที่เปลี่ยนแปลงไป ผมขอยุติบทบาทการทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อยืนหยัดและเดินตามอุดมการณ์ของผมที่ได้แสดงเจตจำนงไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอขอบคุณพรรคอนาคตใหม่ที่ให้โอกาสผมเข้าสู่การเมือง ขอบคุณพรรคก้าวไกลที่ได้ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนผมตลอดมา ขอบคุณประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎรรวมถึงเพื่อนสมาชิก ส.ส.ทุกท่านที่ให้การสนับสนุนการทำงานของผมอย่างดีในช่วงเวลาที่ได้ทำงานด้วยกัน ผมได้เรียนรู้และได้รับประสบการณ์อย่างมากในการทำหน้าที่ตรงนี้ และจะนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้ไปทำงานรับใช้ประชาชนอย่างดีที่สุด

นับจากนี้ ผมขออุทิศตัวเองทำงานเพื่อประชาชนและเพื่อประเทศไทยที่รักของพวกเราทุกคนตามอุดมการณ์ทางการเมืองของผมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณครับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลาออกของนายวินท์ในครั้งนี้ เพื่อต้องการไปก่อตั้งพรรคการเมืองเอง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง โดยคาดว่าจะใช้ชื่อ &amp;ldquo;รวมไทย ยูไนเต็ด&amp;rdquo; ซึ่งเบื้องต้นมีกำหนดการแถลงข่าวเปิดตัวในวันที่ 7 ต.ค. 65&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายวินท์ สุธีรชัย เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไพร์ม สตีล มิลล์ จำกัด บริษัทเหล็กที่อยู่ในอุตสาหกรรมกลางน้ำ ผลิตเหล็กม้วนรีดร้อนที่นำไปใช้ได้กับหลายผลิตภัณฑ์ ทั้งเหล็กรูปพรรณ เหล็กโครงสร้างต่างๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118962</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคก้าวไกล, วินท์ สุธีรชัย, ส.ส.ก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d53ea1821d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2020 22:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บ่อน&#039;ทำติดเชื้อพุ่ง บิ๊กปั๊ดบี้สอบภายใน3วัน! ศบค.ชี้หนักกว่ารอบแรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศบค.พบติดเชื้อเพิ่ม 121 ราย เคสสมุทรสาครกระจาย 38 จังหวัดแล้ว รับระบาดใหม่หนักกว่ารอบแรก แต่มีความพร้อมและสรรพกำลังมากกว่า ซัดธุรกิจสีเทาต้นตอแพร่เชื้อสร้างความเสียหายวงกว้าง นายกฯ ห่วงคนไทย-แรงงานต่างชาติ แนะโหลดแอป &amp;ldquo;หมอชนะ&amp;rdquo; ช่วยสอบสวนโรคง่ายขึ้น รัฐสภาผวามีชายระยองติดโควิดร่วมประชุมอนุ กมธ. ยกระดับมาตรการ-บิ๊กคลีนนิงหลังปีใหม่ ระยองพุ่ง 85 คน &amp;quot;สาธิต&amp;quot; งัดยาแรงคุมพื้นที่สูงสุด &amp;quot;บิ๊กปั๊ด&amp;quot; สั่ง จตช.สอบบ่อนระยอง-ชลบุรี สรุปใน 3 วัน อึ้ง! ผู้การระยองโต้ไม่มีบ่อนแค่แอบเล่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม เวลา 11.30 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า สถานการณ์ในประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 121 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 94 ราย ค้นหาผู้ติดเชื้อในแรงงานต่างด้าวเชิงรุก 18 ราย เดินทางเข้ามาในประเทศโดยไม่ผ่านสถานกักตัวของรัฐ ซึ่งเป็นชาวเมียนมา และได้มีการผลักดันกลับประเทศไปแล้ว 1 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ อยู่ในสถานกักกันตัวของรัฐ 8 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสม 6,141 ราย อยู่ระหว่างรักษาตัว 1,902 ราย หายป่วยสะสม 4,161 ราย เสียชีวิตสะสมยังคงที่ 60 ราย โดยขณะนี้มีผู้ติดเชื้อที่เชื่อมโยงกับ จ.สมุทรสาครกระจายอยู่ใน 38 จังหวัด ส่วนกรณีของ จ.ระยอง ที่มีผู้ติดเชื้อแล้ว 36 ราย ยังต้องผลแล็บอีก 49 ราย ซึ่งอาจจะทราบผลในวันนี้หรือวันที่ 28 ธ.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ในที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข (อีโอซี) ได้หารือกันเรื่องการรายงานสถานการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อให้ทันต่อสถานการณ์และรวดเร็วขึ้น เพื่อจะได้ยืนยันตัวเลขที่ชัดเจน นอกจากนี้ ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กที่มี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นประธาน ได้เน้นย้ำขอความร่วมมือทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยให้เคร่งครัดมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเต็มขีดความสามารถ ได้แก่ เว้นระยะห่าง ใส่หน้ากาก ล้างมือ ตรวจอุณหภูมิ ตรวจเชื้อโรค (เฉพาะกรณี) และติดตั้งแอปพลิเคชันไทยชนะ โดยขณะนี้มีจำนวนผู้เช็กอินมากขึ้น ขณะที่ ศบค.กระทรวงมหาดไทย (ศบม.) ได้เน้นย้ำหน่วยงานให้ตรวจกำกับดูแลกิจการต่างๆ ที่มีความเสี่ยงในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดจะเป็นผู้พิจารณา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีลักลอบเล่นการพนันที่ จ.ระยอง สาเหตุที่มีการสอบสวนโรคล่าช้า เพราะเป็นเรื่องสีเทาสีดำ กว่าจะหลุดออกจากปากเป็นเรื่องยาก คล้ายกับกรณีการลักลอบเข้าเมืองที่ภาคเหนือ ซึ่งเกี่ยวข้องกับธุรกิจสถานบันเทิง เกี่ยวข้องกับการพนัน และถ้าเรามองย้อนไปในสถานการณ์โลก ทั้งญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย ที่มีการระบาดระลอกใหม่ ก็มาจากธุรกิจสีเทาสีดำแบบนี้ เราจึงต้องเน้นความสำคัญเรื่องนี้เป็นอย่างสูง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีลักลอบเล่นการพนันที่ จ.ระยอง ศบค.จะมีมาตรการพิเศษอะไรออกมาหรือไม่ โฆษก ศบค.กล่าวว่า ขณะนี้ จ.ระยองเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีการประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดในบางพื้นที่ ซึ่งต้องงดกิจกรรมทุกรูปแบบ หรือจะทั้งหมด ขึ้นอยู่กับผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ดังนั้น ในเรื่องที่ไม่ถูกกฎหมาย ทางทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง จะเข้าไปดูอย่างเข้มงวด และต้องขอความร่วมมือประชาชน แม้จะบอกว่าเล่นกันนิดๆ หน่อยๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เห็นแล้วว่าพอมีการติดเชื้อขึ้นมา คนอื่นต้องเดือดร้อนด้วย ภาพรวมทั้งจังหวัดเดือดร้อนไปด้วย เป็นผลกระทบที่มากมายก่ายกอง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของจังหวัดที่เป็นพื้นที่เฝ้าระวัง ซึ่งยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อ ขอให้ตรึงกำลังเต็มที่ ลด ละ เลิก การพบปะสังสรรค์&amp;nbsp;
รับหนักกว่ารอบแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีการประเมินการติดเชื้อรอบนี้หนักกว่ารอบแรกหรือไม่ แล้วจะมีมาตรการใดๆ เพิ่มขึ้นมาหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ไม่กี่วันที่ผ่านมาเราเห็นตัวเลขเพิ่มขึ้นเป็นหลักหลายพัน สะท้อนความเป็นจริงว่ามันหนักกว่า แต่เรามีความรู้มากกว่า มีสรรพกำลังมากกว่า มีการเตรียมการกันมาแล้ว ถ้าย้อนกลับไปช่วงเดือน ก.พ.และ มี.ค. เรามีหน้ากากไม่พอ ยังไม่รู้ว่าต้องใช้ยาอะไร จะดูแลผู้ป่วยหนักอย่างไร แต่วันนี้เราเตรียมสรรพกำลังพอสมควร เชื่อว่าประชาชนมีหน้ากากใช้กันทุกคน ครั้งก่อนเคยขอความร่วมมือให้ใช้ 90% จนประสบความสำเร็จ แต่ครั้งนี้ขอให้ใช้ร้อยเปอร์เซ็นต์ และขณะนี้เรามีหน้ากากเพียงพอ โรงงานสามารถผลิตได้ 4-5 ล้านชิ้นต่อวัน มีราคาไม่แพง ตรึงราคาอยู่ 2.50 บาท ดังนั้น มาตรการตรงนี้จะเพิ่มขึ้นหรือไม่เพิ่มขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชน ถ้าเราร่วมมือกันก็ไม่ต้องใช้กฎหมาย ไม่ต้องล็อกดาวน์ ไม่ต้องเคอร์ฟิว ไม่ต้องใช้ยาแรง เราไม่ต้องการจำกัดอิสรภาพของประชาชน หากจะมีการดื่มกิน ขอให้ดื่มกินเป็นกลุ่มเล็กๆ ในครอบครัวหรือเพื่อนฝูง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า ขณะนี้ประชาชนได้รับข้อมูลไม่สอดคล้องกัน ทางกระทรวงสาธารณสุขอยากให้ทำงานที่บ้านหรืออยู่บ้านมากที่สุด แต่อีกแผนหนึ่งต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยให้คนไปท่องเที่ยว นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับจังหวัดที่มีการติดเชื้อสูง ไม่ควรมีการเคลื่อนย้าย โดยเฉพาะพื้นที่ควบคุมสูงสุดคือ จ.สมุทรสาคร และบางพื้นที่ใน จ.ระยอง ซึ่งขอให้ฟังผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหลัก ส่วนการเดินทางข้ามจังหวัด ในกว่า 30 จังหวัดที่ยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อ ยังสามารถทำได้ เพื่อให้เศรษฐกิจไม่ตึงตัวเกินไป เราต้องใช้ทางสายกลาง คนที่สัมผัสเสี่ยงสูงต้องดูแลตัวเองที่สุด ถ้าไม่มีกิจธุระอะไร ไม่อยากให้ออกนอกบ้าน ส่วนบริษัทไหนถ้าไม่มีความจำเป็นที่จะให้พนักงานมาพบปะกัน สามารถให้ทำงานอยู่ที่บ้านได้ เป็นมาตรการที่ยืดหยุ่นปรับกันได้ ภาครัฐจะเข้มในพื้นที่ควบคุมสูงสุดเท่านั้น ทั้งนี้ มาตรการต่างๆ ที่ออกมา ค่อนข้างอ่อนตัว ขอแค่ให้ท่านปฏิบัติตามเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค.ห่วงใยพี่น้องประชาชน ภายหลังสถานการณ์โควิด-19 ระบาดรอบใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้แรงงานต่างด้าว ผู้ค้าขายที่สัมผัสใกล้ชิด รวมถึงประชาชน ที่ประชุม ศบค.จึงเห็นชอบรณรงค์ให้ทุกคนโหลดใช้แอปพลิเคชัน &amp;ldquo;หมอชนะ&amp;rdquo; ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และทีมผู้เชี่ยวชาญคนไทยพัฒนาขึ้น เพื่อเป็นแอปฯ ช่วยติดตามและสอบสวนโรคให้ครอบคลุมทั่วถึงและแม่นยำมากขึ้น ช่วยให้เจ้าหน้าที่ แพทย์ ทำงานได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยระบบจะบันทึกข้อมูลการเดินทางของผู้ใช้งานด้วยเทคโนโลยี GPS และ Bluetooth เพื่อช่วยแจ้งเตือนประชาชนเมื่ออยู่ในบริเวณหรือใกล้ชิดหรือสัมผัสกับผู้ป่วยโรคโควิด-19 ให้สามารถเฝ้าระวัง และเข้าพบกับเจ้าหน้าที่สอบสวนโรคได้ทันท่วงที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนและแรงงานต่างชาติ ร่วมแรงร่วมใจ โหลดใช้แอปพลิเคชัน &amp;ldquo;หมอชนะ&amp;rdquo; ติดตัวไว้ เพื่อจะได้ง่ายต่อการควบคุมสอบสวนโรค ซึ่งการใช้งานง่ายเพียงแค่โหลดแอปฯ แล้วเช็กสถานะทุกวัน ถ้าคิวอาร์โค้ดแสดงสีเตือนว่าเสี่ยงสูง จะตรวจเช็กเทียบเคียงได้ทันทีว่าใครอยู่จุดไหนบ้าง และแจ้งเตือนให้ผู้ใช้งานรู้ตัวและกักตัว หรือรีบไปหาหมอ ง่ายต่อการเข้าคุมพื้นที่ติดตามได้รวดเร็ว&amp;nbsp;
ผวาโควิดเข้าสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในช่วงเช้าไลน์ผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้รายงานสถานการณ์โควิด-19 ล่าสุดด้วยความระทึกใจ จากนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ว่า &amp;ldquo;เรียน ผู้บริหาร ตามที่มีข่าวว่ามีผู้ป่วยโควิด-19 เข้ามาสภา วันที่ 21 ธ.ค. เวลา 13.00 น. เมื่อสักครู่เลขาฯ สภาได้สัมภาษณ์บุคคลดังกล่าวแล้ว ปรากฏข้อเท็จจริงว่า Mr. A เข้ามาประชุมอนุ กมธ.พนันออนไลน์ เวลา 13.30-15.00 น. เข้า-ออก ทาง B 2 แล้วเดินทางกลับระยอง วันที่ 23 ธ.ค. ไปพบป้า (ผู้ป่วยโควิด) ช่วงเที่ยง วันที่ 24 ธ.ค.Mr. A พาครอบครัวไปตรวจโควิด ทุกคนผลเป็นลบ ยกเว้น Mr. A มีผลก้ำกึ่ง สสจ.ระยอง ให้ Mr. A ไปกักตัว@รพ.ระยอง ขณะนี้ Mr. A กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการแยกมากักตัวที่ รพ.กทม.&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เลขาธิการสภาฯ ยังได้มีข้อสั่งการระบุว่า สำนักการแพทย์ติดตามข้อมูลการแพร่ระบาดให้ใกล้ชิด ยกระดับความเข้มข้นของการตรวจคัดกรอง และแจ้งประสานทุกฝ่ายเฝ้าระวังและติดตามสังเกตอาการของตน ตามมาตรการสาธารณสุขที่ได้แจ้งอย่างเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ได้สัมภาษณ์พูดคุยกับผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าวด้วยตัวเองพบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ติดตามของผู้มาชี้แจงในอนุ กมธ.ศึกษาผลกระทบกาสิโนออนไลน์ที่มาจากต่างประเทศ เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา เป็นไทม์ไลน์ที่เกิดขึ้นก่อนที่จะไปตรวจพบว่าต้องสงสัยจะติดเชื้อโควิดในวันที่ 25 ธ.ค. โดยได้มาสภาในวันที่ 21 ธ.ค. จากนั้นไปพบป้าที่ จ.ระยอง วันที่ 23 ธ.ค. พอทราบว่าป้าเป็นผู้ติดเชื้อ จึงไปตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาล จนพบว่าผลตรวจก้ำกึ่งเป็นผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้ถูกแยกตัวออกมาดูอาการอยู่ในโรงพยาบาล จึงสบายใจได้ระดับหนึ่งว่า เดินทางมาสภาก่อนที่จะไปตรวจพบต้องสงสัยติดเชื้อ และก่อนเข้าประชุมก็มีการตรวจวัดอุณหภูมิทุกคนอย่างเข้มข้น ตั้งแต่ทางเข้าชั้น B2 จนถึงหน้าห้องประชุม มีเจลแอลกอฮอล์ให้ล้างมือ ควบคุมกันตามมาตรฐานทุกขั้นตอน ส่วนชายคนดังกล่าวจะได้รับเชื้อมาก่อนวันที่ 21 ธ.ค.หรือไม่นั้น คงไม่อาจทราบได้ อย่างไรก็ตาม เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย ได้สั่งให้ทุกคนที่อยู่ในห้องประชุมวันดังกล่าว ทั้งอนุ กมธ. เจ้าหน้าที่ พนักงานเสิร์ฟ ตำรวจรักษาความปลอดภัยหน้าห้องประชุมไปตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร และช่วงนี้ให้ทำงานที่บ้านไปก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีมีผู้ติดเชื้อโควิดมาร่วมประชุมอนุกรรมาธิการฯ ในสภาว่า ได้รับทราบเรื่องนี้จากเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแล้ว และได้รายงานให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ รับทราบแล้ว ทั้งนี้ ในส่วนของรัฐสภา จะมีการบิ๊กคลีนนิงอีกครั้งก่อนที่จะมีการเปิดประชุมในช่วงหลังปีใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวินท์ สุธีรชัย ส.ส.พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการคณะดังกล่าว กล่าวว่า ได้โทร.คุยกับบุคคลที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นผู้มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 นั้น ได้รับการชี้แจงข้อมูลเบื้องต้นว่า ก่อนหน้าที่จะประชุมกับอนุ กมธ.ในวันที่ 21 ธ.ค. เจ้าตัวอยู่แต่ที่บ้าน มีแค่ออกไปเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดวันที่ 20 ธ.ค. และใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ออกจากบ้าน ความเสี่ยงเดียวที่ไปพบญาติ ซึ่งต่อมาพบว่าเป็นผู้ป่วยโควิด-19 ในวันที่ 23 ธ.ค. และได้ถูกเชิญไปตรวจหลังจากที่ญาติถูกพบว่าติดโควิด-19 ผลตรวจ Swab Test ในเบื้องต้นออกมาก้ำกึ่ง ทางสาธารณสุขระยองจึงส่งผลไปตรวจในแล็บใหญ่ที่ชลบุรี ซึ่งผ่านมาแล้ว 3 วัน แต่ยังไม่รู้ผล จึงยังไม่ทราบ 100% ว่าติดโควิด-19 แล้วหรือยัง ทั้งนี้ ตนและทุกคนที่ร่วมประชุมได้แยกออกมากักตัวและได้ทำตามมาตรการได้อย่างดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้ออกแถลงการณ์ประกาศปิดพื้นที่คณะวิทยาศาสตร์ ห้ามเข้า-ออกไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้นเป็นระยะเวลา 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 26-30 ธ.ค. เพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อทุกพื้นที่ภายในคณะ และขอให้บุคลากรและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทำงานที่บ้าน &amp;nbsp;เนื่องจากได้รับแจ้งจากประชาสัมพันธ์ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ถึงไทม์ไลน์ของผู้ป่วยรายที่ 23 เป็นเพศหญิงอายุ 15 ปี บ้านอยู่ใน ต.บางระกำ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม มีประวัติเดินทางเข้ามาสอบที่คณะวิทยาศาสตร์&amp;nbsp;
ระยองพุ่ง 85 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ระยอง นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัญหาการระบาดที่ จ.ระยอง เกิดจากผู้กระทำผิดกฎหมาย มีการเปิดบ่อนพนัน ปิดบังข้อมูลกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ทำให้เกิดการสอบสวนโรคที่ล่าช้ากว่าโรคที่เดินหน้าไปแล้ว จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการแรง เพื่อสกัดการพบปะของประชาชน หลังจากนั้นจะเร่งสอบสวนโรคต่อไป คนที่ปล่อยปละละเลยให้มีบ่อนการพนันเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย รวมตัวกันเล่นพนันจนเกิดการแพร่ระบาดของโรค ต้องมีความสำนึกต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น เราต้องไม่สนับสนุนคนพวกนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้ยังไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจหรือเยียวยาใดๆ ให้ประชาชนได้ เนื่องจากสถานการณ์ของโรคยังคงพบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ที่จะเดินทางเข้าไปท่องเที่ยว ดังนั้น จึงต้องเร่งดำเนินการควบคุมโรคให้ได้อย่างรวดเร็ว ควบคู่กับการเตรียมแผนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาฟื้นตัวหลังจากที่ควบคุมการระบาดได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง แถลงว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 49 ราย รวมเป็น 85 ราย ซึ่งสัมพันธ์เชื่อมโยงกับบ่อนการพนันทั้งหมด ซึ่งคาดว่าตัวเลขจะเพิ่มสูงขึ้นอีก เพราะมีการตรวจเชิงรุก จึงฝากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาตรวจได้ตามจุดที่เปิดให้ หรือที่ รพ.ระยอง แต่ขอให้ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงรีบเข้ามาตรวจ ส่วนไทม์ไลน์เตรียมจะเผยแพร่ จำนวน 10 ราย ในอนาคตอาจจะต้องตั้งโรงพยาบาลสนามขึ้นมา เพื่อรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น ขอย้ำอีกครั้งว่าระยองยังไม่ได้ล็อกดาวน์ ยังสามารถเดินทางเข้า-ออกได้ปกติไม่มีการกักตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) กล่าวถึงการแพร่ระบาดเชื้อโควิดในพื้นที่ จ.ระยอง และ จ.ชลบุรี มาจากบ่อนการพนันว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้จเรตำรวจแห่งชาติตรวจสอบข้อเท็จจริงตำรวจที่ปล่อยปละละเลย จนเป็นผลสืบเนื่องให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ดังกล่าว ทั้งๆ ที่ &amp;nbsp;ผบ.ตร.ได้ประชุมสั่งการกำชับและคาดโทษไม่ให้ปล่อยปละละเลยให้มีการเปิดบ่อนการพนัน ซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโควิด-19 มาแล้วหลายครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ จเรตำรวจ (หัวหน้าจเรตำรวจ) จัดทีมลงพื้นที่จังหวัดระยองและชลบุรี ตรวจสอบและรายงานผลใน 3 วัน เพื่อรายงานต่อ ผบ.ตร. หากพบว่ามีข้อบกพร่อง ผู้มีหน้าที่กำกับดูแลที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบ ในขณะเดียวกันได้สั่งการให้ พล.ต.ท.วีระ จิระวีระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) เร่งดำเนินการพิจารณาตรวจสอบทุกสถานีในสังกัดของตน หากพบพื้นที่ใดยังปล่อยปละละเลย ให้ทำการจับกุมและลงโทษหัวหน้าหน่วยและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่โดยเร็ว พร้อมกำชับให้เพิ่มความเข้มในการป้องกันปราบปรามแหล่งอบายมุขและบ่อนการพนันทุกประเภททุกแห่งในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 2 อย่างเข้มข้น อย่าให้เกิดกรณีเช่นนี้อีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วิสนุยังคาดโทษไปยังทุกกองบัญชาการว่า หากมีพื้นที่ไหนยังปล่อยปละละเลยให้มีการเปิดบ่อนพนัน จะดำเนินการทางวินัยและปกครองกับหัวหน้าหน่วยและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบอย่างเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง ผบช.ภ.2 ได้เรียกประชุมด่วน โดยมี พล.ต.ต.ปภัชเดช เกตุพันธ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง และข้าราชการตำรวจ สภ.เมืองระยองและ สภ.มาบตาพุด เข้าร่วมประชุมนานเกือบ 2 ชั่วโมง หลังประชุมเสร็จรีบเดินทางกลับโดยไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด
อึ้งผู้การลั่นไม่มีบ่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปภัชเดชกล่าวยืนยันว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั้ง 36 ราย ใน จ.ระยอง ไม่ได้มาจากบ่อนการพนันทั้งหมด มีเพียง 7 รายเท่านั้น และยังยืนยันว่า จ.ระยอง ไม่มีบ่อนการพนันแต่อย่างใด แต่อาจเป็นบ่อนการพนันที่แอบเปิดเล่นการพนันกันเองเท่านั้น โดยในรอบ 3 เดือนสามารถจับกุมผู้ลักลอบเล่นการพนันได้เป็นจำนวนมาก และพร้อมยืนยันเรื่องดังกล่าวต่อผู้ว่าราชการจังหวัดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยอมรับว่ามีการลักลอบเล่นการพนันในพื้นที่จริง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มีการตรวจจับอยู่ตลอดเวลา และยืนยันว่าจะเร่งกวาดล้างบ่อนการพนันให้ลดลงหรือหมดไปจาก จ.ระยองโดยเร็ว&amp;rdquo; ผบก.ภ.จ.ระยองระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สุโขทัย นายวิรุฬ พรรณเทวี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย แถลงว่า พบผู้ติดเชื้อ 1 ราย เพศหญิง อายุ 42 ปี มีอาชีพเป็นพนักงานนวดแผนไทย ที่ตำบลมหาชัย อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรสาคร โดยกลับมาบ้านที่ จ.สุโขทัย พร้อมแฟนอายุ 30 ปี และเพื่อนหญิงอายุ 52 ปี ด้วยรถยนต์ส่วนตัว วันที่ 25 ธ.ค. และผลตรวจพบเชื้อวันที่ 26 ธ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจเฟซบุ๊กประชาสัมพันธ์นครนายกแถลงว่า มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีก 1 ราย เป็นเด็กผู้หญิง อายุ 1 ขวบ 10 เดือน ซึ่งเป็นลูกสาวของพ่อค้าขายอาหารทะเลที่เป็นผู้ติดเชื้อรายแรก ทำให้มียอดสะสมรวมแล้ว 2 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.เพชรบุรี นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 1 ราย รวมจำนวนสะสม 18 ราย โดยเป็นหญิงไทยอายุ 27 ปี ชาวตำบลไร่สะท้อน อำเภอบ้านลาด เดินทางไปขายของที่ตลาดมหาชัย ไปรับลูกที่โรงเรียน และออกไปเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ จากนั้นได้เดินทางไปตรวจหาเชื้อกลุ่มเสี่ยงที่โรงพยาบาลและกักตัวอยู่บ้าน มีความสัมพันธ์กับผู้ป่วยรายที่ 16&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรี ยืนยันพบผู้ป่วยโควิด-19 รอบใหม่รายแรกของจังหวัด โดยเป็นผู้ป่วยหญิงไทย อายุ 32 ปีทำงานในโรงงานผลิตอาหารสัตว์ และอาศัยอยู่กับเพื่อนใน ต.มหาชัย อ.เมืองสมุทรสาคร โดยวันที่ 10-18 ธ.ค. ทำงานและพักอาศัยในจังหวัดสมุทรสาคร 19 ธ.ค. เดินทางออกจากสมุทรสาครไปหมอชิต นั่งรถตู้กลับลพบุรี รายงานตัว อสม. แล้วกักตนเอง 26 ธ.ค. ผลตรวจยืนยันว่าติดเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ตาก พบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นอีก 4 คน ในจำนวนนี้มีพนักงานขับรถยนต์แท็กซี่ในพื้นที่ 1 ราย และเด็ก 1 ราย รวมผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งหมด 12 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ประชุมติดตามสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร จากนั้นเดินทางไปตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ประกอบการอาหารทะเล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า ได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ และมั่นใจว่าสามารถควบคุมสถานการโควิด-19 จ.สมุทรสาครได้รวดเร็ว รวมทั้งยังมีความพร้อมเรื่องเตียง ห้องแยกโรค เวชภัณฑ์ ยา ยืนยันว่าอาหารทะเลปรุงสุกกินได้ปลอดภัยไร้โควิด-19 สำหรับแรงงานต่างด้าว มีการคัดกรองเชิงรุกและจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือคนสมุทรสาครหรือโรงพยาบาลสนามเพิ่มเติมอีก 1 แห่ง ที่สนามกีฬากลางจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อพบผู้ติดเชื้อก็นำมาแยกดูแล เพื่อไม่ให้นำเชื้อไปติดต่อคนในชุมชน ซึ่งคาดว่าจะเปิดได้ในวันที่ 31 ธ.ค.นี้ สามารถรองรับได้ประมาณ 540 เตียง ทั้งนี้ ขณะตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของโรงพยาบาลสนามบริเวณตลาดกลางกุ้ง ได้มีตัวแทนชาวเมียนมาได้ขอบคุณที่กระทรวงสาธารณสุขที่ให้การดูแลอย่างดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับข้อมูลจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2563 เวลา 14.00 น. มีผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 87 ราย ยอดสะสมรวม 1,455 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88149</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาญนะ เอี่ยมแสง, นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์, พรพิศ เพชรเจริญ, ภัคพงศ์ ทวิพัฒน์, วินท์ สุธีรชัย, วิรุฬ พรรณเทวี, สาธิต ปิตุเตชะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201227/image_big_5fe89daf1e5ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88119</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2020 16:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2020 16:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.ก้าวไกลเผยสภาจ่อประชุมรับมือเคสเสี่ยงโควิดเข้าประชุม กมธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ธ.ค.63- จากกรณีที่ระบุว่ามีผู้มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิด19-เข้าประชุมในอนุกรรมาธิการศึกษาผลกระทบคาสิโนออนไลน์ที่มาจากต่างประเทศ ล่าสุดนายวินท์ สุธีรชัย ส.ส.พรรคก้าวไกลในฐานะประธานอนุกรรมาธิการคณะดังกล่าว ระบุว่าตนเองได้โทรคุยกับบุคคลที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นผู้มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19นั้น ได้รับการชี้แจงข้อมูลเบื้องต้นว่า ก่อนหน้าที่จะประชุมกับคณะเราในวันที่ 21 ธ.ค. เจ้าตัวอยู่แต่ที่บ้าน มีแค่ออกไปเลือกตั้ง อบจ. วันที่ 20 ธ.ค. และใส่แมสก์ตลอดเวลาที่ออกจากบ้าน ความเสี่ยงเดียวที่ได้เจอคือไปพบญาติที่บ้านญาติ(ซึ่งต่อมาพบว่าเป็นผู้ป่วยโควิด-19) ในวันที่ 23 ธ.ค. และได้ถูกเชิญไปตรวจหลังจากที่ญาติถูกพบว่าติดโควิด-19 โดยผลตรวจ Swab Test ในเบื้องต้นออกมาก้ำกึ่ง ทางสาธารณสุขระยองจึงส่งผลไปตรวจใน Lab ใหญ่ที่ชลบุรีเพื่อตรวจสอบแบบละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผ่านมาแล้ว 3 วัน แต่ยังไม่รู้ผล ซึ่งทาง Lab ชลบุรีแจ้งว่ามีคิวตรวจเป็นจำนวนมาก ดังนั้น จึงยังไม่ทราบ 100% ว่าติดเองโควิด-19 แล้วหรือยัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวินท์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ตนเองในฐานะประธานอนุกรรมาธิการศึกษาผลกระทบคาสิโนออนไลน์ที่มาจากต่างประเทศ ได้กำชับทุกท่านในที่ประชุมวันที่ 21 ธ.ค. ถึงการใส่หน้ากากอนามัยและให้รักษาระยะห่าง ซึ่งทุกท่านรวมถึงเจ้าตัวเองได้แยกออกมากักตัวและได้ทำตามมาตรการได้อย่างดี และอีกทั้งในวันที่21 ธันวาคมที่ผ่านมาบุคคลดังกล่าวไม่ได้มีการพูดในที่ประชุมเข้ามาเพียงสังเกตการประชุม โดยจากข้อมูลทั้งหมด ผมอยากให้ทุกท่านมั่นใจในมาตรการการป้องกันโควิด-19 ของรัฐสภา และ ที่ประชุมอนุกรรมาธิการของเรา โดยทางรัฐสภาจะมีการประชุมวันพรุ่งนี้เพื่อกำหนดมาตรการต่อไป ความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบทันทีหลังได้มติการประชุม.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88119</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวไกล, วินท์ สุธีรชัย, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201227/image_big_5fe85634b485e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40950</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต่อยอดอีอีซีขยายพื้นที่สร้างงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การขยายไปยังเขตพื้นที่อื่นเป็นสิ่งที่อยากจะเห็นมากกว่า เพราะสามจังหวัดในภาคตะวันออกได้ถูกพัฒนามานานแล้ว อยากเห็นการเติบโตไปที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคใต้ เพื่อกระจายการพัฒนามากกว่า ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้คนที่อยู่ในโซนอีอีซีก็ใช่คนในพื้นที่ เนื่องจากที่บ้านเขาไม่มีงานทำ ส่งผลให้ประชาชนจากภาคต่างๆ ต้องเข้ามาทำงานกันที่นี่ ขณะเดียวกันประชาชนที่เป็นคนในพื้นที่จริงๆ ของจังหวัดชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง เขาก็ไม่ได้อยากเจอรถติด ควันดำ หรือน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมที่มากขึ้น แน่นอนว่าอีอีซีเป็นแนวคิดที่ดี แต่ควรที่จะต่อยอดมากกว่านี้ เพื่อกระจายการทำงานให้มันกว้างและมีงานทำมากขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากย้อนกลับไปตั้งแต่การลงทุนในยุคอีสเทิร์นซีบอร์ด ที่ปรับเปลี่ยนภาพจากสังคมเกษตรกรรมมาสู่อุตสาหกรรม ขณะเดียวกันทิศทางและแนวโน้มอุตสาหกรรมทั่วโลกยังเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ย่อมทำให้ประเทศไทยเองต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด และสร้างการเติบโตให้กับประเทศ โดยในช่วงที่ผ่านมาโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ได้กลายเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ ที่จะยกระดับการพัฒนาประเทศไปสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลได้เร่งเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภค การท่องเที่ยว ธุรกิจ และเมืองอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ให้ก้าวสู่ความเป็น เวิลด์คลาส อีโคโนมิกโซน เพิ่มขีดความสามารถทางด้านอุตสาหกรรมให้มีความทันสมัย ส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมชั้นสูง มีความไฮเทคยิ่งขึ้น ภายใน 5 ปี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั่นคือการคมนาคมทั้งทางถนนมอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-ชลบุรี, พัทยา-มาบตาพุด และแหลมฉบัง-นครราชสีมา การขนส่งทางเรือตามท่าเรือขนาดใหญ่ เช่น ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือมาบตาพุด ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ และแผนเชื่อมต่อระหว่างสนามบินดอนเมือง-สนามบินสุวรรณภูมิ-สนามบินอู่ตะเภา ด้วยรถไฟฟ้าความเร็วสูง คาดว่าจะเปิดให้บริการปี 2566 จุดนี้ทำให้หลายส่วนคาดหวังว่าประเทศไทยจะกลายเป็นศูนย์กลางทางการบิน ด้วยทำเลที่ตั้งของประเทศไทยเอื้ออำนวยให้เป็นจุดยุทธศาสตร์ของภูมิภาคเอเชียตามไปด้วย โดยมีการแบ่งโซนสร้างพื้นที่สีเขียวขึ้นเพื่อเป็นแนวกันชนระหว่างชุมชนกับอุตสาหกรรม และแยกพื้นที่เกษตรกรรมออกจากพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ จุดประสงค์หลักของนโยบายอีอีซีนั้นคือหนุนเศรษฐกิจไทย และการสร้างรายได้เข้าประเทศ รวมไปถึงการยกระดับให้ประเทศไทยหลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลาง และกระจายความเจริญสู่ท้องถิ่น นายวินท์ สุธีรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิน วิน โฮลด์ดิ้ง จำกัด เปิดเผยถึงนโยบายการส่งเสริมอีอีซีของรัฐบาลว่า อุตสาหกรรมในเขตภาคตะวันออกได้ถูกพัฒนามา 30 ปีแล้ว จนกระทั่งปัจจุบันได้กลายเป็นโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี และยังเพิ่มสิทธิประโยชน์ แต่ทว่าสิ่งที่อยากเห็นคือการที่ภาครัฐสามารถขยายโซนให้กว้างมากขึ้น จากที่มีแค่เพียงเฉพาะภาคตะวันออก อาจมีการต่อยอดไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาทิ นครราชสีมาและขอนแก่น โดยรัฐได้มีการต่อท่อแก๊สไปยังนครราชสีมา และมีการต่อรถไฟไปยังขอนแก่น มองว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น หากเป็นไปได้อยากให้ขยายไปยังทางด้านโซนอื่นบ้าง หรืออาจจะขยายมาทางใต้ ส่วนตัวแล้วได้มีโอกาสไปดูนิคมอุตสาหกรรมรับเบอร์ซิตี้ทางใต้มา โดยเป้าหมายคือยากจะให้ผู้ผลิตยางรถยนต์ไปเปิดโรงงานในนิคมฯ ดังกล่าว แต่ก็สงสัยมาตลอดว่าหลายรายทำไมอยู่ภาคใต้ สรุปว่าท่อแก๊สต่อมาถึงแล้ว แต่ขาดอีก 20 กิโลเมตร ไม่ได้ต่อเข้านิคมฯ ก็เกิดความสงสัยต่ออีกว่าแล้วทำไมไม่เข้าไป คำตอบคือรอมีลูกค้าก่อนแล้วค่อยต่อไป หากตัวเองเป็นโรงงานรถยนต์ลงทุนเป็นหมื่นล้าน ถามว่าจะรอให้ท่อแก๊สต่อก่อนแล้วลงทุน หรือจะลงทุนเป็นหมื่นล้านแล้วค่อยรอท่อแก๊สทีหลัง คำตอบคือก็ต้องมีท่อแก๊สก่อน มันเสี่ยงไม่ได้ เพราะต้องลงทุนด้วยเม็ดเงินขนาดใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การขยายไปยังเขตพื้นที่อื่นเป็นสิ่งที่อยากจะเห็นมากกว่า เพราะสามจังหวัดในภาคตะวันออกได้ถูกพัฒนามานานแล้ว อยากเห็นการเติบโตไปที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคใต้ เพื่อกระจายการพัฒนามากกว่า ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้คนที่อยู่ในโซนอีอีซีก็ใช่คนในพื้นที่ เนื่องจากที่บ้านเขาไม่มีงานทำ ส่งผลให้ประชาชนจากภาคต่างๆ ต้องเข้ามาทำงานกันที่นี่ ขณะเดียวกันประชาชนที่เป็นคนในพื้นที่จริงๆ ของจังหวัดชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง เขาก็ไม่ได้อยากเจอรถติด ควันดำ หรือน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมที่มากขึ้น แน่นอนว่าอีอีซีเป็นแนวคิดที่ดี แต่ควรที่จะต่อยอดมากกว่านี้ เพื่อกระจายการทำงานให้มันกว้างและมีงานทำมากขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;แรงงานปัญหาใหญ่ในอีอีซี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(วินท์ สุธีรชัย)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวินท์ กล่าวว่า สำหรับในกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย หรือเอสเอ็มอี การจะเข้าไปลงทุนในอีอีซีคงมีปัญหาเรื่องของแรงงาน ซึ่งค่อนข้างจะหาได้ยาก เนื่องจากต้องไปต่อสู้กับผู้ผลิตรถยนต์ที่ให้ค่าตอบแทนสูงกว่า ส่งผลให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะประสบปัญหาเรื่องเทิร์นโอเวอร์เรท&amp;nbsp; ขณะเดียวกันที่ดินก็มีราคาแพง บวกกับแรงงานหายาก อีอีซีอาจจะไม่ได้เหมาะกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเท่าไหร่ เรื่องสิทธิประโยชน์ภาษีอาจช่วยได้ แต่หากเจอเรื่องที่ดินกับแรงงานตั้งแต่แรก ก็อาจไม่มีกำไรแต่ต้น เนื่องจากเอสเอ็มอีต้องเริ่มทำเรื่องต้นทุนต่ำที่สุดก่อน นับเป็นเป็นข้อกังวลใจอย่างหนึ่ง มองว่าผู้ที่ได้ประโยชน์จากอีอีซีจะเป็นนักลงทุนต่างชาติ สามารถซื้อที่ดินได้ในเขตนิคมอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวินท์ กล่าวว่า การดำเนินงานของ บริษัท วิน วิน โฮลด์ดิ้ง จำกัด จะประกอบด้วยกัน 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1.ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 2.ธุรกิจเหล็ก อาทิ แผ่นรีดร้อน ท่อเหล็ก สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า และ 3.โมเดลบ้านเหล็กน็อกดาวน์ Blox Living&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับในช่วงที่ผ่านมาเคยมีลูกค้าบางรายให้ช่วยออกแบบที่พักคนงานไม่ว่าจะชั่วคราวและถาวร ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา เนื่องจากบ้านน็อกดาวน์ที่ทำอยู่นั้นมีเพียงแค่ชั้นเดียว แต่สำหรับที่พักคนงานต้องการประหยัดพื้นที่ จึงจำเป็นต้องสร้างออกมาให้เป็น 2 ชั้น หรือ 3 ชั้น ซึ่งน่าจะเห็นความชัดเจนได้ในปีหน้า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนบ้านเหล็กน็อกดาวน์ Blox Living &amp;ldquo;นายวินท์&amp;rdquo; กล่าวว่า เกิดจากประสบปัญหาด้วยตัวเองตอนสร้างบ้าน เจอปัญหาหลายอย่างทำให้ช้าไปเป็นระยะเวลา 2 ปี ทำให้นึกถึงโซลูชั่นตรงนี้ขึ้นมา เพราะมองว่าโครงสร้างเหล็กตอบโจทย์ เนื่องจากเซตเร็ว ไม่จำเป็นต้องพึ่งแรงงาน ทุกอย่างมีจะกระบวนการตรวจสอบสินค้าในระหว่างการผลิตทุกขั้นตอนให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด และการรับประกันในระดับคุณภาพของสินค้าหรือบริการต่างๆ ตั้งแต่โรงงานแล้ว ไม่ต้องห่วงฝีมือช่าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เราอยู่ในวงการเหล็กระดับหนึ่ง เริ่มเจอกลุ่มคนหลากหลาย หุ้นส่วนแต่ละบริษัทมารวมตัวกันแล้วลงตัว ไม่ว่าจะเป็นงานออกแบบและที่ปรึกษาก่อสร้าง ผลิตเหล็กรูปพรรณ งานผนัง นับเป็นการวมกันที่ลงตัว และตอบโจทย์ปัญหาของคนสร้างบ้านที่เจออยู่ทุกวันนี้ โดยตลาดบ้านสำเร็จรูปที่มีมาก่อนหน้า ส่วนมากจะเป็นระบบที่ไม่มีอินซูเลชั่น และมาทำทีหลัง จะประสบปัญหาเรื่องความร้อน เนื่องจากเป็นเหล็กที่มาทำอินซูเลททีหลัง และต้องเจอปัญหาเรื่องฝีมือช่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสม่ำเสมอ กระบวนการรีด และการผลิต โดยในส่วนของบริษัทจะสามารถผลิตได้ในต้นทุนที่ถูกกว่า แต่ได้คุณภาพมาตรฐาน&amp;rdquo; นายวินท์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากการรวมตัวกันของแต่ละบริษัท นำความเก่งของแต่ละด้านมาหลอมรวมให้เกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ของบ้านน็อกดาวน์ โดย Blox Living ได้พิสูจน์มาแล้วว่าสามารถสร้างบ้านน็อกดาวน์ในพารากอนได้ภายใน 6 ชั่วโมง และการขนย้ายต้องสะดวก และงานสถาปนิกฯ ก็มีเสียงตอบรับค่อนข้างดี รวมถึงกำลังพูดคุยกับเชนรายใหญ่ในการเปิดร้านกาแฟ และอีกกลุ่มเป็นรีสอร์ต มีทั้งลูกค้ารายย่อยและเฉพาะทางที่ต้องการให้ออกแบบพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนแผนงานในตอนนี้ต้องการขยายตลาดให้มากที่สุด โดยเตรียมสร้างเฮดควอเตอร์อยู่ที่ซีดีซี เพื่อบ้านน็อกดาวน์ทั้ง 3 รูปแบบไปติดตั้ง เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นงานของจริง และเริ่มประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง โดยสิ้นปีจะมีจัดกิจกรรมเพิ่มในการสร้างการรับรู้แก่ลูกค้า เพราะมองว่าความต้องการมีอยู่แน่นอน ควบคู่ไปกับการจัดแคมเปญลดราคา การทำซื้อขายผ่านออนไลน์ และทดสอบการติดตั้ง โดยปี 2562 นี้มีเป้าหมาย 50-100 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวินท์ กล่าวว่า บริษัทมีแผนจะขยายช่องทางไปยังร้านค้าปลีกวัสุดก่อสร้าง ขณะเดียวกันก็มองว่าการขายเป็นรายย่อยต่อยูนิตค่อนข้างทำได้ดี แต่พอเป็นแมสจะกังวลเรื่องการติดตั้ง ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ของบริษัท การผลิตของแต่ละบริษัททำกันมานานแล้ว แต่พอเป็นการติดตั้ง ซึ่งต้องมาดูการปรับพื้นที่หน้างานและอื่นๆ คงต้องพยายามทดสอบกระบวนการติดตั้งจนมั่นใจว่ามีศักยภาพที่จะทำให้ลูกค้าไม่มีปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในปีนี้นับเป็นการเริ่มบุกตลาดจริงจังแล้ว แต่ไม่รับมาในปริมาณที่ทำไม่ได้ ส่วนการขยายช่องทางโมเดิร์นเทรดในต่างจังหวัด อาจเริ่มจากหัวเมืองใหญ่ก่อน คาดการณ์ว่าในอนาคตหากสินค้ากระจายได้ระดับหนึ่ง ก็มีแผนจะจำหน่ายวัสดุที่ลูกค้าเปลี่ยนเองได้ อาทิ ผนัง หรือขายโครงสร้างที่ต่อเติมได้เอง โดยศักยภาพตอนนี้มีความพร้อมอยู่แล้ว เพียงแค่ยังไม่อยากลงทุนกับเงินทุนทางด้านนี้เยอะไป ค่อยๆ เปิดตลาดไปก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40950</URL_LINK>
                <HASHTAG>วินท์ สุธีรชัย, อีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190714/image_big_5d2b319758176.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.กับเด็กขี้งอแง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; กกต.ครับ....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุณาหายใจลึกๆ พูดเท่าที่ต้องพูด แต่ต้องต่อยให้หนัก ข้อมูลต้องเป๊ะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หาไม่แล้ว...จะเละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์นั่นเรื่องหนึ่ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเอาตามความเท่ของนักวิชาการ เอาตามกิเลสนักการเมือง โดยไม่ยึดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ระวังบั้นปลายชีวิตจะไม่สวย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจตนารมณ์รัฐธรรมนูญอยู่ตรงไหน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ที่คุยกับ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ คนที่เขียนกฎหมายเลือกตั้งเขาว่าไง....ก็ตามนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกเรื่องคือนับคะแนนใหม่ เขต ๑ นครปฐม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องง่ายๆ แต่กลับทำให้ยาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันอาทิตย์ที่ผ่านมา กกต.นครปฐม ดูจะลนลานไปหน่อย แทนที่จะตรวจสอบให้นิ่ง ตรวจทานให้เรียบร้อย ว่าที่นับใหม่ใครได้เท่าไหร่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลับประกาศว่า ผู้สมัครจากพรรคอนาคตใหม่ ได้ ๓๕,๗๐๗ คะแนน พรรคประชาธิปัตย์ ได้ ๓๕,๖๔๕ คะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฉือนกันไป ๖๒ คะแนน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วปล่อยข้ามคืน กองเชียร์เขาฉลองกันยกใหญ่ ในโซเชียลไชโยโห่ร้อง ว่าเป็นความสำเร็จของคนรุ่นใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งๆ ที่คนของพรรคประชาธิปัตย์ เขาตามนับทุกกระดาน ผลคือชนะ ๔ คะแนน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันวุ่น!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคอนาคตใหม่ก็ทำเป็นเด็กเล่นขายของ นับครั้งแรกแพ้ ขอนับใหม่ นับใหม่ยังแพ้ ขอเลือกตั้งใหม่ มันจะเยอะไปมั้ย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศเลยดีมั้ย! ให้รัฐบาล คสช.อยู่ต่ออีกสักปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความน่าเชื่อถือเป็นเรื่องสำคัญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้นไม่ว่าเขตเลือกตั้งไหน ไม่ควรเกิดเรื่องทำนองนี้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็เตือนไว้....เพราะคนที่พร้อมกะซวก กกต.มันมีเยอะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นแล้วเหนื่อยแทน กกต.ชุดนี้จริงๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งรับอย่างเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ถนัดงานเชิงรุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่คงเพราะยังใหม่อยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บวกกับต้องรับแรงกระแทกจากกลุ่มต่อต้านรัฐบาล คสช. ทำให้จับต้นชนปลายไม่ค่อยถูก แก้ไขสถานการณ์ไม่ค่อยทัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงกระนั้นช่วงหลังดีขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดนด่าก็มีสวนกลับบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางเรื่องถูกด่าเมื่อเดือนที่แล้ว เพิ่งจะมาแก้ข่าวเอาวันนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นที่ถูกนำไปขยายผลมากสุด คงหนีไม่พ้นเรื่อง เลือกตั้งมาเดือนกว่า ยังไม่รู้ผล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการเอาการเลือกตั้ง อินเดีย อินโดนีเซีย มาเปรียบเทียบ ประเทศที่มีคนไปใช้สิทธิ์เป็นร้อยล้าน ยังนับคะแนนเสร็จแค่ข้ามคืน แต่ของไทยข้ามเดือนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วานนี้ กกต.ทำหนังสือชี้แจงว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;.....ด้วยปรากฏเป็นข่าวตลอดมาว่า ทำไมคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่ประกาศผลการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งที่การเลือกตั้งได้ผ่านมากว่า ๑ เดือนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอเรียนว่าตามมาตรา ๑๒๗ ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิก
สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕๖๑ ได้กำหนดว่าในการเลือกตั้งทั่วไปให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งได้ &amp;ldquo;ก็ต่อเมื่อ&amp;rdquo; ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วมีเหตุอันควรเชื่อว่า ผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม &amp;ldquo;และ&amp;rdquo; มีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบห้าของเขตเลือกตั้งทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อพิจารณาข้อกฎหมายดังกล่าวข้างต้นพบว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งจะประกาศผลการเลือกตั้งได้ &amp;ldquo;ก็ต่อเมื่อ&amp;rdquo; ได้ดำเนินการครบตามเงื่อนไของค์ประกอบที่กฎหมายกำหนด คือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑.ได้มีการตรวจสอบเบื้องต้นว่า การเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;และ&amp;rdquo; ๒.จำนวนที่ประกาศผลต้องไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบห้าของเขตเลือกตั้งทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยบทบัญญัติดังกล่าว คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงไม่อาจทยอยประกาศผลการเลือกตั้ง
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากต้องประกาศผลโดยมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบห้าของเขตเลือกตั้งทั้งหมด....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็โปรดรับทราบว่าที่ยังไม่ประกาศผลอย่างเป็นทางการนั้นเป็นเพราะอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่...กกต.น่าจะอธิบายให้หมด เพราะจะได้เข้าใจง่ายกว่านี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือการเลือกตั้งครั้งแรกของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระบบเลือกตั้งก็ใช้ระบบใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประกาศผลอย่างเป็นทางการทำไม่ได้ หากยังมีการนับคะแนนใหม่ เลือกตั้งใหม่ในบางเขต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะมันจะทำให้คะแนนป๊อปปูลาร์โหวตเปลี่ยน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ก็จะเปลี่ยนไปด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผิดกับการเลือกตั้งครั้งก่อนๆ ที่ใช้บัตรเลือกตั้ง ๒ ใบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใบแรกเลือก ส.ส.เขต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใบที่สองเลือกพรรค ซึ่งก็คือ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ คะแนนไม่ยึดโยงกัน ฉะนั้นการเลือกตั้งก่อนนี้ ปิดหีบไม่นาน ประกาศผลอย่างเป็นทางการได้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้งนี้ลองสอยว่าที่ ส.ส.สัก ๑๐ เขต เป็นเรื่อง!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งแต่ละขั้วเสียงปริ่มน้ำแบบนี้ ตั้งรัฐบาลไปแล้วสุดท้ายถูกสอยเลือกตั้งใหม่ กลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันจะวุ่นไปกันใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จริงนักการเมือง ต่างรู้ดีว่าทำไม กกต.ถึงต้องประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการในวันที่ ๙ พฤษภาคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะในวันนั้น ตัวเลขเริ่มจะนิ่งพอสมควรแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้นรอดูว่าก่อนวันที่ ๙ พฤษภาคม กกต.จะสอยว่าที่ ส.ส.อีกกี่เขต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งมีแน่นอน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วกกลับมาประเด็นหุ้นสื่ออีกที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากสังเกตดีๆ พรรคการเมืองอื่นมีปัญหาเรื่องนี้กันน้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะอะไร?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็เพราะรัฐธรรมนูญ และกฎหมายเลือกตั้ง บัญญัติเอาไว้ชัดเจนว่า คุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส. มีหนึ่ง &amp;nbsp;สอง สาม สี่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคการเมืองอื่นพลาดน้อยเพราะเขารอบคอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคเขาสื่อสารไปถึงผู้สมัครชัดเจนว่า ใครถือหุ้นสื่อ มีบริษัทจดวัตถุประสงค์ทำสื่อ ให้ลาออก หรือทิ้งหุ้นให้เรียบร้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วอนาคตใหม่ทำเช่นนั้นหรือเปล่า?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือคำถาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนที่จะเอาแต่งอแง กล่าวหาว่าถูกแกล้ง ถูกขัดขา ได้ก้มลงดูขาตัวเองก่อนหรือเปล่าว่า พร้อมที่จะเดินหรือยัง มีแผลอยู่หรือเปล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม เพิกถอนการรับสมัครเลือกตั้ง ภูเบศวร์ เห็นหลอด ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เขต ๒ จ.สกลนคร อันเนื่องมาจากการถือหุ้นสื่อมวลชน ห้างหุ้นส่วนจำกัด มาร์ส เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือบรรทัดฐานที่ใช้กับคดีอื่นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามที่นักร้องเบอร์ ๑ &amp;quot;ศรีสุวรรณ จรรยา&amp;quot; ยื่นคำร้องต่อ กกต. ล่าสุด ให้ตรวจสอบ ๑๑ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑.นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ ๙ เป็นกรรมการบริษัท แอมฟายน์ โปรดักชั่น จำกัด และกรรมการบริษัท เฮด อัพ โปรดักชั่น จำกัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๒.นายวินท์ สุธีรชัย ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ ๑๙ เป็นกรรมการบริษัท ดับบลิวซีดี วิชั่น จำกัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๓.นายคารม พลพรกลาง ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ ๒๖ เป็นกรรมการบริษัท สำนักพิมพ์สามพอ จำกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๔.นายวรภพ วิริยะโรจน์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ ๓๘ เป็นกรรมการบริษัท โปรโมชั่นแม็กกาซีน จำกัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๕.นายวรกร ฤทัยวาณิชกุล ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ ๗๑ เป็นกรรมการบริษัท เฮลโลฟิล์มเมคเกอร์ จำกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๖.นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ ๙๔ เป็นกรรมการบริษัท ดิ เอ็กซ์คลูซีฟ จำกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๗.นายหรินทร์ ยุวรัตนาพร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ ๑๑๑ เป็นกรรมการบริษัท อินเซน ออดิโอเวิร์ค แอนด์ สตูดิโอ จำกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๘.น.ส.นรีรัตน์ สุขวรรณรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต เขต ๒ จังหวัดสระบุรี เป็นกรรมการบริษัท บอส แอนด์ ธอส โปรเจคท์ จำกัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๙.นายวีระชน นามประกาย ผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต เขต ๔ จังหวัดสกลนคร เป็นกรรมการห้างหุ้นส่วนจำกัด วชิรวิชญ์ เคเบิ้ลทีวี และยังเป็นกรรมการห้างหุ้นส่วนจำกัดนครพนม ทีวี แอนด์ เน็ทเวิร์ค
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ๑๐.นายปิยเมษฐ ปราณีตพลกรัง ผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต เขต ๑๔ จังหวัดนครราชสีมา เป็นกรรมการห้างหุ้นส่วนจำกัด พีเอสบี คอมมูนิเคชั่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ ๑๑.น.ส.กัลยารัตน์ กิตติกัลยานนท์ ผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต เขต ๑๐ จังหวัดขอนแก่น เป็นกรรมการห้างหุ้นส่วนจำกัด หวานชุมโปรโมชั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลืมผู้สมัครบัญชีรายชื่อไปก่อน โฟกัสที่ว่าที่ ส.ส.เขต ๔ เขต เพราะหากมีเหตุต้องเลือกตั้งใหม่ ไม่มีใครรู้ได้ว่าคะแนนจะเปลี่ยนเท่าไหร่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ๙ พฤษภาคมนี้ กกต.จะประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ๙๕% แต่ประกาศไปแล้วตัวเลขใช่ว่าจะนิ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้นพรรคไหนจะจับขั้วตั้งรัฐบาลกับใครดูดีๆ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผักกาดหอม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34748</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัลยารัตน์ กิตติกัลยานนท์, คารม พลพรกลาง, ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล, ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์, นรีรัตน์ สุขวรรณรัตน์, ปิยเมษฐ ปราณีตพลกรัง, วรกร ฤทัยวาณิชกุล, วรภพ วิริยะโรจน์, วินท์ สุธีรชัย, วีระชน นามประกาย, หรินทร์ ยุวรัตนาพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34633</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2019 19:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2019 19:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ศรีสุวรรณ” เปิด 2รายชื่อ ว่าที่ ส.ส.อนาคตใหม่ ถือหุ้นสื่อ ตอกหน้าปิยบุตร  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า 2 ใน 11 คนที่จะยื่นให้ กกต.ตรวจสอบในวันที่ 29 เม.ย. คือ นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ว่าที่ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และนายวินท์ สุธีรชัย ว่าที่ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ โดยในวันดังกล่าวจะเปิดเผยรายชื่อทั้งหมด 11 คน ซึ่งตนจะนำหลักฐานจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่ระบุไว้ชัดเจนว่าบุคคลเหล่านี้ถือหุ้นสื่อไปมอบให้ กกต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันก่อนเห็นนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ไปออกรายการทีวี บอกว่าในฐานะประธานฝ่ายกฎหมายได้ตรวจสอบข้อมูลผู้สมัครของพรรคครบถ้วนทุกคนแล้วว่าไม่มีใครมีหุ้นสื่อ หรือเจ้าของหนังสือพิมพ์ นายปิยบุตรบอกว่าตรวจสอบหมดแล้ว ทั้งนายธนาธรและรายอื่นๆ ในพรรค แต่ผมเห็นว่าเป็นโฆษณาชวนเชื่อ เพราะข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น ในมือของผมมีชื่อตั้งเยอแยะ จึงจะไปโชว์ให้ กกต.เห็น&amp;rdquo;นายศรีสุวรรณ ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34633</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคอนาคตใหม่, ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์, ปิยบุตร แสงกนกกุล, วินท์ สุธีรชัย, ว่าที่ ส.ส.อนาคตใหม่, ศรีสุวรรณ จรรยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190426/image_big_5cc2ae58d21c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
