<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 13:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 13:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เชาว์&#039;ไม่ขัดสส.-สว.ฉีดวัคซีนก่อนเหตุทำงานสาธารณะแต่อย่าทิ้ง&#039;พี่วิน-แท๊กซี่&#039;ไว้ข้างหลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 เม.ย.64 -นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอวัคซีนให้พี่วินมอเตอร์ไซค์ แท๊กซี่ และคนขับรถสาธารณะ มีเนื้อหาระบุว่า เมื่อวานนี้เห็นข่าวส.ส.วีรกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐ โวยกลางสภาว่า ส.ว.ได้รับการฉีดวัคซีนก่อน แต่ส.ส.ยังไม่ได้ ผมก็ไม่ได้มีข้อติดใจที่สส.และสว.จะได้รับวัคซีนก่อน ทั้ง ๆ ที่บางท่านอาจไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นผู้ทำงานสาธารณะ มีโอกาสพบปะผู้คนจำนวนมาก จึงมีความเสี่ยงในระดับหนึ่ง ที่มีเหตุผลจะได้รับวัคซีนก่อน แต่สิ่งที่อยากให้รัฐบาลคิดให้มากคือ ไม่ใช่เพียงแค่บุคคลสำคัญควรได้รับการดูแลก่อน แต่คนหาเช้ากินค่ำที่เป็นกำลังหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจก็คือคนที่รัฐบาลต้องดูแลเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมคิดว่ารัฐบาลกำลังทิ้ง พี่วินมอเตอร์ไซด์ คนขับรถแท๊กซี่และรถสาธารณะ ไว้ข้างหลัง ทั้ง ๆ ที่คนเหล่านี้เป็นกลุ่มเสี่ยง เนื่องจากแต่ละวันพบเจอผู้คนจำนวนมาก วินมอเตอร์ไซด์เฉพาะกทม.มีมากกว่าหนึ่งแสนคน เป็นกลุ่มคนที่ทำมาหากินสุจริต ต้องจับรถส่งผู้โดยสารตลอดทั้งวัน แต่คงเข้าถึงวัคซีนได้ยาก เพราะถูกมองข้ามไป จึงอยากให้รัฐบาลกำหนดประเภทกลุ่มที่ควรได้รับวัคซีนก่อนเพิ่มเติมให้กับวินมอเตอร์ไซด์ คนขับแท๊กซี่เพราะโรคโควิด-19 รอบนี้ดูจะรุนแรงมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ที่สำคัญคือระบาดจากความประมาทการ์ดตกของชนชั้นนำ แต่กำลังทำให้คนจนซวยทั้งประเทศ รัฐบาลต้องรีบคลายสถานการณ์ ดูแลคนระดับล่างให้เกิดความรู้สึกเท่าเทียม เพราะหากปล่อยให้เกิดความรู้สึกเลือกปฏิบัติ ท่ามกลางพิษภัยของโรคที่สามารถคร่าชีวิตได้ทุกเมื่อ ผลที่ตามมาอาจสะเทือนรัฐบาลมากกว่าที่คิด&amp;quot;นายเชาว์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98928</URL_LINK>
                <HASHTAG>การฉีดวัคซีนโควิด19, นายเชาว์ มีขวด, วินมอเตอร์ไชค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_606ff80830cdd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77135</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2020 14:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2020 14:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บขส.จับมือสน.บางซื่อลุยแก้ปัญหาแท็กซี่เถื่อน–มอเตอร์ไซค์รับจ้างก่อกวนผู้โดยสาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11ก.ย.63-นายณัฐวุฒิ&amp;nbsp; อ่อนน้อม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริหารการเดินรถ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยถึงปัญหารถแท็กซี่เถื่อนและวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่คอยดักฉุดกระชากสัมภาระผู้โดยสารขณะลงจากรถโดยสาร บริเวณอาคารชานชาลาขาเข้า สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2 ว่า&amp;nbsp; บขส. ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ในฐานะประธานกรรมการ (บอร์ด) บขส. ได้สั่งการให้เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บขส. ได้หารือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ ถึงแนวทางการจัดระเบียบบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งได้ข้อสรุปว่า จะจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ และเจ้าหน้าที่ของ บขส. เข้าพื้นที่ทุกวันอย่างต่อเนื่อง โดยวันนี้ (10 ก.ย.63) เป็นวันแรกที่มีการปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ บขส. ในการอำนวยความสะดวก สอดส่อง และดูแลผู้โดยสาร ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาผู้โดยสารถูกชักชวนและหลอกลวงจากผู้ไม่หวังดี รวมถึงแก้ปัญหาการก่อกวนผู้โดยสารขณะลงจากรถด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;อย่างไรก็ตามเพื่อป้องกันการหลอกลวงจากกลุ่มมิจฉาชีพ บขส. ขอความร่วมมือผู้โดยสาร อย่าหลงเชื่อบุคคลภายนอกที่ไม่ได้สวมชุดเครื่องแบบ รวมทั้งหากมีข้อสงสัยในการเดินทาง สามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ ณ จุดประชาสัมพันธ์ บริเวณชานชาลาขาเข้า และบริเวณชั้น 1 และ ชั้น 3 อาคารสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) ได้ทันที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77135</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนส่งหมอชิต, บางซื่อ, วินมอเตอร์ไชค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200911/image_big_5f5b223cd0098.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48993</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2019 10:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2019 10:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มแท็กซี่ฯ-วินจ่อบุกคมนาคมทวงถามสัญญาแก้ปัญหาค่าโดยสาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค. 2562 รายงานข่าวแจ้งว่าจากกรณีที่มีกระแสข่าวระบุว่า การให้บริการรถรับจ้างสาธารณะผ่านแอปพลิเคชันจะมีผลบังคับใช้ภายใน มี.ค. 2563 นั้น นายพัลลภ ฉายินธุ คณะทำงานจัดระเบียบรถบริการสาธารณะภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า ขณะนี้ถือว่าครบเวลาที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรับปากว่าจะแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่ยังไม่ได้รับการติดต่อจากกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) พร้อมยอมรับว่า ไม่เห็นด้วยกับการที่ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันสามารถกำหนดราคาเองได้ เพราะอาจจะเป็นการเปิดช่องให้เกิดการแทรกแซงราคาค่าโดยสาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังขอให้มีการพิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสาร หลังจากยังไม่ได้ปรับขึ้นมานานถึง 6 ปีแล้ว โดยกิโลเมตรแรกจากเดิมอยู่ที่ 6 บาท เป็น 6.50 บาท รวมถึงการปรับค่าเซอร์ชาร์จในสนามบิน การยกเลิกแท็กซี่โอเคและแท็กซี่วีไอพี และการขยายอายุรถแท็กซี่ให้บริการในปัจจุบันจาก 9 ปีเป็น 12 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ได้ขัดข้องหากให้แอปพลิเคชัน Grab ดำเนินการถูกกฎหมาย แต่ต้องรับผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันเท่านั้น และไม่สามารถจอดรอรับส่งผู้โดยสารที่สนามบินและสถานีขนส่งได้ โดยจะเดินทางไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อทวงถามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหา ในวันที่ 7 พ.ย.นี้ เวลา 10.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายศดิส ใจเที่ยง นายกสมาคมแท็กซี่สาธารณะไทย กล่าวว่า หลังจากที่ดำเนินการเรียกร้องค่าโดยสารและค่าเซอร์ชาร์จแต่ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา ทางกลุ่มแท็กซี่สุวรรณภูมิจะดำเนินการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในวันที่ 1 พ.ย.นี้ โดยจะไม่ให้บรรทุกกระเป๋าเพิ่ม โดยจำนวนผู้โดยสารและกระเป๋าจะต้องเท่ากัน หากมากกว่านั้นจะต้องเรียกคันใหม่เพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายสันติ ปฎิภาณรัตน์ ผู้ประสานงานกลุ่มคณะทำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนรถรับจ้างสาธารณะ กล้าวว่า ขณะนี้ถือว่าเลยกำหนดเวลา 1 เดือนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสั่งการให้ ตั้งคณะทำงานร่วมกับกรมการขนส่งทางบกแล้ว ซึ่งจนถึงตอนนี้ไม่ได้มีการสอบถามความคิดเห็นจากกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การสั่งการให้กรมการขนส่งทางบกประสานไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องแอปพลิเคชันที่กระทำผิดกฎหมาย ว่าเป็นการดำเนินการถูกต้องหรือไม่ กลับมีหนังสือตอบกลับจากกรมการขนส่งทางบกว่า จะต้องดำเนินการเอง จึงมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่จริงใจในการแก้ไขปัญหา พร้อมยืนยันว่ากรมการขนส่งทางบกต้องดำเนินการตามกฎหมาย และให้มีตัวแทนกลุ่มเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่า การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของรถรับจ้างสาธารณะ ซึ่งประกอบด้วย รถแท็กซี่ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด รถสามล้อแดงเชียงใหม่ และรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้ยื่นหนังสือ ถึงนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2562 เพื่อให้ช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนที่ได้สะสมมาเป็นเวลานานโดยมีการแยกประชุมแท็กซี่เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2562 และของวินมอเตอร์ไซค์วันที่ 8 ส.ค. 2562 โดยให้กรอบเวลาในการทำงานแก้ไขเรื่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า ทำให้ได้รับความเดือดร้อน ขณะเดียวกัน ทางกระทรวงจะยกร่างกระทรวงเพื่อทำให้ Grab ถูกกฎหมายโดยไม่ได้มีตัวแทนจากกลุ่มต่างๆ เข้าไปมีส่วนร่วมพิจารณา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีความจริงใจในการแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าว คณะทำงานฯ จึงได้รวมตัวกันเพื่อขอเข้าพบในวันที่ 7 พ.ย.นี้ เวลา 10.00 น เพื่อให้นายศักดิ์สยาม ออกมาชี้แจงกับกลุ่มรถรับจ้างสาธารณะ โดยมีแกนนำจากกลุ่มต่างๆ เช่น นายวิฑูรย์ แนวพาณิชย์ ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพฯ, นายพัลลภ ฉายินทุ คณะทำงานจัดระเบียบรถบริการสาธารณะภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (แท็กซี่สนามบินสุวรรณภูมิ), นายศดิส ใจเที่ยง ประธานสมาคมแท็กซี่สาธารณะไทยและคณะทำงานจัดระเบียบรถบริการสาธารณะภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, นายวรพล แกมขุนทด นายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่, และนายเฉลิม ชั่งทองมะดัน นายกสมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48993</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นค่าแท็กซี่, คนขับแท็กซี่, วินมอเตอร์ไชค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190927/image_big_5d8d76741ceda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46738</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2019 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2019 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศักดิ์สยาม ถกวินมอเตอร์ไซค์เคลียร์ประเด็นผลักดัน Grab ให้ถูกกฎหมาย ยันไม่มีการผูกขาด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย.62-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมเปิดเผยภายหลังกลุ่มผู้ประกอบอาชีพมอเตอร์ไซค์รับจ้างจากวินต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ รวมตัวกันชุมชนหน้ากระทรวงคมนาคมหลาย 100 คัน เนื่องจากแสดงออกถึงการไม่เห็นด้วยในการผลักดัน Grab ให้ถูกกฎหมาย ว่าก่อนหน้านี้ได้มีการประชุมร่วมกันกับกลุ่มผู้บริการถรับจ้างไม่ว่าจะเป็นรถจักรยานยนต์,รถแท็กซี่และรถตู้ให้มีการทำเวิร์คชอปกับกรมขนส่งทางบก(ขบ.)ภายในระยะเวลา1เดือน ขณะครบกำหนดแล้ว หลังจากนี้จะมีการติดตามผลว่าเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเบื้องต้นเรื่องของการนำเทคโนโลยีดิจิตอลสมัยใหม่มาใช้กับการให้บริการรถสาธารณะหรือแอพพลิเคชั่น ต้องทำความเข้าใจว่าไม่ได้มีแอพพลิเคชั่นเดียว ไม่ได้ผูกขาด สิ่งที่กรมขนส่งฯ อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาคือการนำรูปแบบของสากลมาเป็นกรอบในการกำหนดหลักเกณฑ์ให้ผู้ที่มาเป็นผู้ให้บริการแอพพลิเคชันต้องดำเนินการอะไรบ้างในกรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนสิ่งที่สำคัญที่ได้พูดตั้งแต่ต้นว่าบริษัทหรือผู้ประกอบการที่สนใจจะต้องเป็นบริษัทไทยเพื่อให้ผลการดำเนินการอยู่ในประเทศไทยเราจะได้สามารถกำกับดูแลควบคุมและสามารถเรียกเก็บค่าทำเนียมค่าภาษีมาใช้ประโยชน์เพื่อนำมาพัฒนาระบบขนส่งของประเทศ&amp;rdquo;นายศักดิ์สยาม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงคมนาคมว่า เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2562ที่ผ่านมา กลุ่มคณะทำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนรถรับจ้างสาธารณะ, สมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างแห่งประเทศไทย และชมรมพิทักษ์สิทธิ์รถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะแห่งประเทศไทย รวมตัวกันบริเวณหน้ากระทรวงคมนาคม โดยมีการวางพวงหรีด และเผาเสื้อวินรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะ เพื่อแสดงออกถึงการไม่เห็นด้วยในการผลักดัน Grab ให้ถูกกฎหมาย พร้อมยื่นหนังสือเรียกร้องและคัดค้านถึงนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมีนายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นผู้รับหนังสือแทน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสันติ ปฎิภาณรัตน์ ผู้ประสานงานกลุ่มคณะทำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนรถรับจ้างสาธารณะ เปิดเผยว่า ตามที่เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมร่วมกับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมทั้งมีการสั่งการให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ไปดำเนินการแต่งตั้งคณะทำงานดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับบริษัทที่นำรถส่วนบุคคลมาให้บริการรับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชั่น และให้มีการจัดหาตัวแทนเขตพื้นที่ของกรมการขนส่งทางบกและตัวแทนผู้ขับขี่ มาพิจารณาหาทางออกร่วมกันภายใน 1 เดือน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการแก้ไขปัญหาดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ยังได้ขอความร่วมมือกับ ขบ. ให้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษกับ Grab ที่สนับสนุนให้สมาชิกนำรถผิดประเภทมาให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชัน แต่จนถึงขณะนี้ไม่ได้รับคำตอบว่ามีการดำเนินคดีหรือไม่ ทั้งนี้ กลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะจะกลับมาทวงถามความคืบหน้าอีกครั้งในเดือน ต.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามยืนยันว่า กลุ่มผู้ขับขี่ฯ ไม่ได้ขัดขวางการจดทะเบียนแอปพลิเคชัน Grab แต่ต้องการให้ Grab ดำเนินการในลักษณะเดียวกัน เช่น มีการตรวจประวัติอาชญากรรม มีใบขับขี่ มีการตรวจสภาพรถ และขนาดของรถจะต้องไม่เกิน 125cc เป็นต้น และแสดงความกังวลว่า จากกระแสข่าวกรณีที่นายจิรุตม์ วิศาลจิตร รองปลัดกระทรวงคมนาคมได้ออกมาให้สัมภาษณ์และระบุผลการประชุมว่า ได้กำหนดกรอบหลักเกณฑ์การดำเนินการ รวมถึงแนวทางการแก้ไขข้อกฎหมายในการดำเนินการให้รถยนต์ส่วนบุคคลและรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลป้ายดำ สามารถเข้ามาบริการเป็นรถสาธารณะผ่านแอปพลิเคชันได้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่มีตัวแทนของรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะเข้าไปมีส่วนร่วมในการพิจารณาจึงต้องการให้มีการชี้แจงและทบทวนแนวทางดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46738</URL_LINK>
                <HASHTAG>grab bike, วินมอเตอร์ไชค์, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190927/image_big_5d8d76741ceda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2019 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2019 10:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สนธิรัตน์&#039; พร้อมปัดฝุ่นอุ้มวินใช้น้ำมันถูก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค. 2562 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เพื่อจัดทำแผนช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เช่น โรงงานต่างๆ ในด้านพลังงาน ให้ไปพิจารณาว่า แต่ละอุตสาหกรรมจะเข้าไปช่วยเหลือด้านการลดต้นทุนด้านพลังงานอย่างไรบ้าง เพื่อลดต้นทุนการผลิต เพิ่มขีดความสามารถให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเป็นการขอความร่วมมือจากปตท. ไม่ได้ใช้งบประมาณจากภาครัฐ และพร้อมเปิดกว้างให้หน่วยงานอื่นๆ ที่ต้องการเข้ามาช่วยเหลือด้วย เช่น การลดต้นทุนค่าไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในส่วนของการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ทางนายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน อยู่ระหว่างประสานกระทรวงการคลัง เพื่อจัดทำต้นแบบมาตรการการแก้จนออกมา โดยช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในส่วนของกระทรวงพลังงาน จะดูแลในเรื่องค่าไฟ และค่าเชื้อเพลง ให้กับกลุ่มผู้ค้าหาบเร่แผงลอย กลุ่มคนรายได้น้อย และกลุ่มรถโดยสารสาธารณะ จากปัจจุบันปตท.ได้ช่วยเหลือราคาก๊าซเอ็นจีวี สำหรับยานยนต์ ราคาพิเศษให้กับแท็กซี่ รถตู้โดยสาร รถโดยสารขนาดใหญ่ และอยู่ระหว่างการพิจารณช่วยเหลือคลอบคลุมถึงกลุ่มรถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วย แต่การจะช่วยเหลือรูปแบบใดนั้น ยังต้องศึกษาข้อมูลให้เหมาะสมอีกครั้ง จากที่ผ่านมากระทรวงพลังงาน เคยมีแนวคิดให้ส่วนลดน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ ราคาส่วนลดลิตรละ 3 บาท แต่ถูกยกเลิกไป หลังจากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การช่วยเหลือครั้งนี้ เราไม่ได้มองเรื่องปัจจัยราคาน้ำมันที่ถูกหรือแพง แต่เราจะมองในเรื่องการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย ให้คลอบคลุมทุกกลุ่ม ไม่เน้นเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น เพราะมีสิทธิที่จะได้รับการดูแลสวัสดิการแห่งรัฐอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยโมเดลการแก้จน จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มคนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และกลุ่มที่ช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ขาดโอกาส ซึ่งจะแตกต่างกันออกไป โดยมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่จะต้องหารือกับกระทรวงการคลัง จะชัดเจนภายในเดือนก.ย.นี้ ก่อนเสนอที่ประชุมครม. เพื่อจัดทำแพจเกจต่อไป&amp;rdquo;นายสนธิรัตน์ &amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามกระทรวงพลังงานยังมีนโยบาย 1 ชุมชน 1 พลังงานทดแทน 1 เมกกะวัตต์ เพื่อเป็นการช่วยเหลือชุมชน ให้เข้าถึงการผลิตไฟฟ้าใช้เอง และหากผลิตเหลือใช้สามารถขายเข้าระบบ สร้างรายได้ให้กับชุมชนได้ ซึ่งประเด็นนี้ได้หารือร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) อย่างใกล้ชิด เพื่อจัดหาพื้นที่ และสร้างชุมชนต้นแบบในการผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทน ก่อนที่จะขยายคลอบคลุมไปสู่ชุมชนอื่นๆ ทั่วประเทศต่อไป คาดว่า จะได้ข้อสรุปพื้นที่ภายในเดือนก.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า กระทรวงพลังงานเตรียมจัดสัมมนาเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลปัญหาและอุปสรรคในการดำเนโครงการปลูกหญ้าเนเปียร์ หรือหญ้าเลี้ยงช้าง เพื่อป้อนเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า โดยจะเชิญทุกภาคส่วนเข้าร่วมหารือ ก่อนจะกลับมาฟื้นโครงการดังกล่าวอีกครั้ง เพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานเพิ่มขึ้น ตามนโยบายการส่งเสริมพืชพลังงานบนดิน หลังจากที่ผ่านมากระทรวงพลังงาน เคยดำเนินโครงการดังกล่าวไปแล้ว แต่ได้หยุดการส่งเสริมตั้งแต่ปี 57
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44284</URL_LINK>
                <HASHTAG>บมจ.ปตท., วินมอเตอร์ไชค์, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, อุ้มราคาน้ำมัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5d11ddce60e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43065</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2019 10:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2019 10:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศักดิ์สยามเคลียร์วินมอเตอร์ไซต์แก้ปัญหาแอพพลิเคชั่นภายใน1เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค. 2562 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังให้ตัวแทนสมาคมฯและชมรมฯ ผู้ประกอบอาชีพจักรยานยนต์รับจ้างเข้าหารือ ซึ่งผู้ประกอบการมีข้อเรียกร้อง 4 ข้อ เพื่อขอให้กระทรวงคมนาคมและกรมการขนส่งทางบกให้ความช่วยเหลือโดยประเด็นแรกเรื่องการแก้ปัญหาจากกลุ่มผู้ประกอบการแอพพลิเคชั่น ที่นำรถจักรยานยนต์ป้ายดำ มาวิ่งให้บริการรับส่งผู้โดยสาร ซึ่งผู้ประกอบการการได้ขอให้กระทรวงคมนาคมบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในที่ประชุมกรมการขนส่งทางบกได้ยืนยันข้อมูลว่าเคยมีการแจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้สั่งการเพิ่มเติมในวันที่ 8 ส.ค.นี้ ขอให้ กรมการขนส่งทางบกส่งเรื่องให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพื่อไปตรวจสอบว่าการใช้แอพพลิเคชั่นเข้ามาใช้บริการรถโดยสารและมีการใช้รถผิดประเภท จะสามารถดำเนินการคดี เพิ่มเติมในข้อหาใดได้บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ขอให้กรมการขนส่งทางบกเชิญผู้บริหารของแกร็บ เข้ามาหารือเพื่อ เข้ามาหารือเพื่อแก้ปัญหา ส่วนการแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทที่ทำผิดกฎหมายนั้นในส่วนนี้ผู้ขับรถมอเตอร์ไซต์รับจ้างในพื้นที่ก็สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ด้วยตนเอง ซึ่งบรรยากาศในที่ประชุมผู้ประกอบการวินมอเตอร์ไซค์ ประกาศว่า หลังจากนี้จะมีการแจ้งความกับบริษัทฯ ในทุกพื้นที่ที่มีการกระทำผิดและทุกวันที่ตรวจพบ เพราะเป็นการกระทำผิดต่างกันต่างวาระที่สามารถดำเนินคดีได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ 2 ซึ่งผู้ประกอบการขอให้กรมการขนส่งทางบก เร่งพิจารณาประเด็น ขอให้แต่ละวินสามารถจดทะเบียนทดแทนผู้ประกอบการขับรถ ที่ออกจากอาชีพและทำให้แต่ละวินมีจำนวนสมาชิกน้อยลง โดยการอนุมัติจดทะเบียนเพิ่มสมาชิกวิน ขอให้ดำเนินการทันทีไม่ต้องรอโควต้าจากนโยบายรัฐ ซึ่งเรื่องนี้นายศักดิ์สยามกล่าวว่าได้สั่งการให้กรมการขนส่งทางบกพิจารณาดำเนินการโดยให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นใน 2 ระดับ คือระดับอนุกรรมการ โดยจะมีทั่งหมด 5 ชุดแบ่งตาม จำนวนสำนักงานเขตขนส่ง 5 เขต ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล โดยกรรมการชุดนี้จัดประชุมทุก 3 เดือน เพื่ออัพเดทข้อมูลจำนวนผู้ขับมอเตอร์ไซต์รับจ้างแต่ละวิน นอกจากนี้จะมีคณะกรรมการชุดใหญ่ที่ผู้ประกอบการจะมีตัวแทนประชุมร่วมกับกรมการขนส่งทางบกเพื่อกำหนดทิศทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐและผู้ขับรถต่างๆ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่าส่วนประเด็นเรื่องของแอพพลิเคชั่น ยืนยันว่าจะมีการพัฒนาแอพพลิเคชั่นขึ้นโดยจะเป็นบริษัทของคนไทยเข้ามาจัดการในการใช้เทคโนโลยีเพื่อเรียกรถของผู้โดยสาร และคนขับทางรถแท็กซี่และรถจักรยานยนต์ ผู้ประกอบการไม่ได้ขัดข้อง ในการเข้าร่วมกับเทคโนโลยี แต่ขอให้ป้องกันปัญหาไม่ให้มีการวิ่งรถข้ามเขต โดย กรมการขนส่งทางบกไปกำหนดรัศมีในการวิ่งของแต่ละวินเพื่อให้เกิดความชัดเจน และขอให้การศึกษาแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ส่วนประเด็นที่ผู้ประกอบการขอยกเลิกประกาศคณะกรรมการประจำกรุงเทพมหานคร เรื่องราคาค่าโดยสารจากที่กำหนดราคาค่าโดยสาร 5 กิโลเมตรถึง 15 กิโลเมตร ในราคา 15 บาท โดยขอให้กลับไปจัดเก็บ 5 กิโลเมตรหน้าในอัตราเท่าใดศาลไม่เกิน 25 บาทและหากเกิน 5 กิโลเมตร ให้เป็นการตกลงกันระหว่างผู้ขับและผู้ใช้บริการ โดยกระทรวงคมนาคม ยังไม่ได้เห็นชอบโดยขอให้กรมการขนส่งทางบกไปศึกษาเพื่อให้ได้ข้อสรุปภายใน 1 เดือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43065</URL_LINK>
                <HASHTAG>วินมอเตอร์ไชค์, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, แกร็บ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190801/image_big_5d41d52d4aaaa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23419</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2018 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2018 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วินมอ&#039;ไซค์รอเก้อมาตรการหนุนราคาน้ำมันไม่ชัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วินมอ&amp;rsquo;ไซค์รอไปก่อน มาตรการสนับสนุนน้ำมัน 3 บาท/ลิตรยังไม่ชัด พลังงานส่งหนังสือถึงคลังหาทางช่วยเหลือ คาดสรุปเร็ว ๆ นี้ทันใช้เดือน ม.ค. 62 ด้านคณะกรรมการกลั่นกรองกองทุนอนุรักษ์จ่อประชุมอีกรอบ 4 ธ.ค.นี้พิจารณาเงิบงบปี 62 รอบที่ 2 หมื่นล้านบาท


นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้ามาตรการช่วยเหลือลดค่าครองชีพประชาชนให้กับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ได้รับส่วนลดราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 และ แก๊สโซฮอล์ 95 ในอัตรา 3 บาทต่อลิตร จากกำหนดการเดิมจะประกาศใช้วันที่ 15 ธ.ค.ว่า ขณะนี้กระทรวงพลังงาน ไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด ได้ทำหนังสือถึงกระทรวงการคลัง ถึงเงื่อนไขการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมทั้งแหล่งเงินที่จะเข้ามาช่วยเหลือ หลังจากที่ผ่านไม่สามารถใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้&amp;nbsp; คาดว่า จะได้ข้อสรุปเร็วๆนี้ เพื่อให้โครงการใช้ทันเดือนม.ค. 62 ซึ่งระยะแรกหากผู้ค้าตามมาตรา 7 สนใจเข้าร่วมโครงการ ทางกระทรวงพลังงานยินดีอย่างมาก

&amp;ldquo;โครงการนี้ไม่ได้เน้นวินมอเตอร์ในกรุงเทพฯ เพียงอย่างเดียว เพราะส่วนใหญ่ผู้ประกอบการมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ตรงกับเงื่อนไข คือ เป็นผู้ขึ้นทะเบียนกับกรมขนส่งทางบก และถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&amp;nbsp; มีวินมอเตอร์ไซค์ที่ผ่านเกณฑ์ประมาณ&amp;nbsp; 40,000&amp;nbsp; ราย แบ่งเป็นวินมอเตอร์ไซค์ในพื้นที่กรุงเทพฯ 8,500 คัน และต่างจังหวัด 31,500 คันจากจำนวนวินมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก 190,000 คัน แบ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพฯ 100,000&amp;nbsp; คัน และต่างจังหวัดอีก 90,000 คัน&amp;rdquo;นายกุลิศ กล่าว

ส่วนการประชุมคณะทำงานพิจารณากลั่นกรองกองทุนเพื่อการส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานว่า การประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนเพื่อการส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานที่มีนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงานเป็นประธานวันที่ 4 ธ.ค. จะพิจารณาอนุมัติแนวทางการเปิดให้ยื่นคำขอสนับสนุนเงินจากกองทุนอนุรักษ์พลังงานสำหรับงบประมาณปี 62 รอบที่ 2 วงเงินประมาณ 10,000 ล้านบาทก่อนที่จะนำเสนอเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการกองทุนอนุรักษ์ (บอร์ดกองทุนอนุรักษ์) ที่มีพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานวันที่ 6 ธ.ค.นี้ เพื่อนุมัติให้เปิดดำเนินโครงการต่อไป

ทั้งนี้เมื่อบอร์ดกองทุนอนุรักษ์เห็นชอบแล้วก็จะเปิดให้มีการยื่นขอรับเงินสนับสนุนได้ทันทีไปจนถึงเดือนก.พ. 62 เพื่อขออนุมัติจากบอร์ดกองทุนฯ เพื่อให้โครงการสามารถได้รับเงินจัดสรรเพื่อเดินหน้าโครงการต่างๆ ได้ภายในวันที่ 1 มี.ค. 62 โดยโครงการดังกล่าวหากมีการอนุมัติไม่เต็มวงเงินที่เปิดไว้ก็จะไม่เปิดให้ยื่นข้อเสนอในรอบที่ 3 อีกโดยจะปิดโครงการทันที และจากนั้นจะเข้าสู่การพิจารณาเพื่อจัดสรรงบประมาณปี 63 เพื่อดำเนินงานต่อไป

&amp;quot;ก่อนหน้านี้การเปิดรอบแรกของปีงบ 62 วงเงิน 10,448 ล้านบาทแต่อนุมัติไปประมาณ 1,056 ล้านบาท แต่มีบางโครงการที่ก่อนหน้านี้ได้อนุมัติไปแล้วแต่ให้ไม่เต็มวงเงินตามที่ขอโดยมีการตัดงบประมาณไปบางส่วน การประชุมเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.จึงได้มีการพิจารณาให้วงเงินเพิ่มแต่ไม่เกินที่เคยขอมาเพราะมีการระบุว่าไม่สามารถเดินหน้าโครงการได้ซึ่งเป็นโครงการที่เกี่ยวกับการอบรมพัฒนาบุคคลากรของสำนักนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)&amp;quot;นายกุลิศ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23419</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพลังงาน, กุลิศ  สมบัติศิริ, ลดราคาน้ำมัน, วินมอเตอร์ไชค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9fa3d046b4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
