<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97254</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2021 13:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2021 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยคนขี่มอเตอร์ไซค์กว่า 10 ล้านคน ไม่มีใบขับขี่ ตายชั่วโมงละ 2 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 มี.ค.64 - ที่โรงแรมอมารี แอร์พอร์ต ดอนเมือง พญ.ชไมพันธุ์ สันติกาญจน์ อดีตที่ปรึกษาประจำองค์การอนามัยโลกภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ ด้านป้องกันการบาดเจ็บและภาวะพิการ ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการ ขับเคลื่อนสังคมไทยสู่รถจักรยายนยนต์ปลอดภัย เปิดเผยว่า ได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้เร่งรัดติดตามการขับเคลื่อนงานเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถจักรยานยนต์ หลังพบว่า ประเทศไทยมีรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้นประมาณ 1 ล้านคนต่อปี จนในปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนรถจักรยานยนต์มากถึง 21 ล้านคัน แต่เรื่องน่าตกใจ ก็คือ ในจำนวนนี้มีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์มากถึง10 ล้านคน ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ และจำนวนการตายจากรถจักรยานยนต์ ในรอบ 18 ปี เพิ่มขึ้นจากชั่วโมงละ 1คน เป็นชั่วโมงละ 2 คน หรือเฉลี่ย 35 นาทีต่อ 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.ชไมพันธุ์ กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ขาดมาตรฐานและการบูรณาการระบบความปลอดภัยทางถนนทั้ง 3 องค์ประกอบหลักของอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ทั้งเรื่องของรถ ที่ไม่มีการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยของรถจักรยานยนต์ ไม่มีการแบ่งประเภทรถจักรยานยนต์ตามมาตรฐานสากลของสหประชาชาติ &amp;nbsp;ในส่วนของถนน ยังขาดช่องทางเฉพาะสำหรับรถจักรยานยนต์ ตามมาตรฐานความปลอดภัยทางถนนสำหรับรถจักรยานยนต์ ขาดการกำหนดประเภทรถและความเร็วบนถนนของรถที่ใช้งานแตกต่างกัน และ ไม่มีการจัดระบบใบอนุญาตขับขี่เป็นระบบอนุญาตอย่างเป็นลำดับขั้นตามอายุและประสบการณ์การขับขี่(Graduated Driver Licensing -GDL)ที่มีงานวิจัยรองรับว่า สามารถลดการบาดเจ็บและตายของผู้ขับขี่หน้าใหม่ได้ถึง 36%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราจะเห็นรถมอร์เตอร์ไซค์ถูกดูดเข้าไปอยู่ใต้ท้องรถเมล์ รถบรรทุก แม้จะใส่หมวกกันน็อกแต่ก็เสียชีวิต เพราะรถใหญ่กว่า ยังไงก็หนีไม่พ้น ยิ่งล่าสุด การออกกฎหมายบังคับให้รถจักรยานยนต์วิ่งร่วมเลนกับรถเมล์ รถสิบล้อ &amp;nbsp;รถพ่วง &amp;nbsp;แทนที่จะช่วยให้ปลอดภัยกลับพบว่าทำให้รถจักรยานยนต์เสี่ยงอันตรายมากขึ้น &amp;rdquo;อดีตที่ปรึกษาประจำองค์การอนามัยโลกด้านป้องกันการบาดเจ็บและภาวะพิการ กล่าวและว่า ปรากฏการณ์ของการที่รถมอร์เตอร์ไซค์ถูกดูดเข้าไป เรียกว่า arodynamic หรือ DRAFTING หรือ Slipstreaming ที่รถสองคันวิ่งขนานกันหรือตามกันจะถูกดูดเข้าหากัน เนื่องจากความดันอากาศระหว่างรถต่ำลง ตามความเร็วรถที่สูงขึ้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พญ.ชไมพันธุ์ กล่าวในตอนท้ายว่า ขอเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรี จำนวน 6 ข้อ คือ 1.แก้ไขพระราชบัญญัติและกฎกระทรวงให้เกิดมาตรฐานและระบบความปลอดภัยต่อผู้ใช้รถจักรยานยนต์อย่างบูรณาการ ให้เป็นรูปธรรม 2.กำหนดให้หมวกนิรภัยเป็นส่วนควบมาตรฐานของความปลอดภัยของรถจักรยานยนต์ 3. กำหนดมาตรฐานความปลอดภัยของมาตรฐานสเปกรถจักรยานยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรุ่นครอบครัวม่ให้ปรับแต่งแข่งบนนถนนโดยง่าย โดยเพิ่มขนาดหน้ายาง ลดความกว้างวงล้อ และลดความเร็วสูงสุดบนหน้าปัดรถ 4.กำหนดให้บิ๊กไบค์เป็นรถจักรยานยนต์ตั้งแต่ 246 ซีซีขึ้นไป เพื่อจะช่วยถนอมชีวิตผู้ใช้รถจักรยานยนต์แรงเร็วได้เพิ่มเกือบ 2 เท่า 5.ปรับปรุงการจำแนกประเภทรถ ให้มี 2ล้อเครื่องขนาดเบา(L category ) รถ L 1 ความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมงตามเกณฑ์สากลให้ผู้ไม่ต้องการรถแรงเร็วมีทางเลือก และ 6.ปรับปรุงแก้ไขระบบใบอนุญาตขับขี่ให้เป็นขั้นตอนตามอายุและประสบการณ์&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ตั้งแต่ปี 2554 &amp;ndash; 2562 มีเด็กและเยาวชนไทยเดินทางแล้วไม่ได้กลับบ้านมากกว่า 26,126 คนหรือปีละ 2,902 คน ซึ่งถ้ารัฐบาลยังคงแก้ปัญหาแบบเดิมและไม่มีเป้าหมายชัดเจน อีก 11 ปีข้างหน้าจะมีเด็กและเยาวชนตายเพิ่มขึ้นอีก กว่า 40,000 คน&amp;rdquo; พญ.ชไมพันธ์ กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97254</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ใบขับขี่, พญ.ชไมพันธุ์ สันติกาญจน์, วินมอเตอร์ไซต์, องค์การอนามัยโลกภาคพื้นเอเชียอาคเนย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210325/image_big_605c331abd678.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80156</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2020 16:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2020 16:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พี่วินมาแล้ว!ขับรถซอกซอนช่วยผู้ป่วยยากไร้ติดเตียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 ต.ค.63- นายสะถิระ &amp;nbsp;เผือกประพันธุ์ ส.ส.จังหวัดชลบุรี เขต 8 พรรคพลังประชารัฐ พร้อมทีมงาน ร่วมกับกลุ่มอาสา วินรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ในอำเภอสัตหีบ ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ป่วยติดเตียง ผู้ยากไร้ ผู้ด้วยโอกาส ในโครงการ &amp;ldquo;ดร.เอ ชวนพี่วิน ช่วยเพื่อน&amp;rdquo; ทั้งนี้ นายสะถิระ ระบุว่า ตนเองและทีมงานได้คิดโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ยากไร้ ผู้ด้วยโอกาส เพราะถือว่ากลุ่มคนเหล่านี้ต้องได้รับความช่วยเหลือเป็นอันดับแรก และเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างครอบคลุมในทุกบ้าน จึงได้ขอความร่วมมือกับกลุ่มอาสาวินรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ในอำเภอสัตหีบ เนื่องจากจะรู้เส้นทางและเข้าถึงบ้านผู้ป่วยผู้ยากไร้ได้ดี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสะถิระ ยังระบุว่า ในช่วงที่ปิดสมัยประชุมสภาฯตนเองได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและให้ความช่วยเหลือในการบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมกันนี้ขอบคุณวินรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างทุกคนที่ให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้ด้วย พร้อมระบุว่าการที่ให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนผู้ให้ ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้นำ เสมอไป .
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80156</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชลบุรี, ดร.สะถิระ เผือกประพันธุ์, พลังประชารัฐ, วินมอเตอร์ไซต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201011/image_big_5f82be91d980f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
