<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99498</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2021 19:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2021 19:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไบเดน&#039;ถอนทหารเกลี้ยงอัฟกานิสถาน11ก.ย.นี้ อังกฤษ-นาโตเผ่นตาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เตรียมแถลงแผนถอนทหารอเมริกันทุกนายออกจากอัฟกานิสถานก่อนถึงวันครบรอบ 20 ปีวินาศกรรม 11 กันยายน เพื่อยุติการร่วมสงครามยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐแม้จะมีความวิตกว่าจะกลายเป็นชัยชนะของตอลิบันก็ตาม ขณะนาโตและอังกฤษเล็งถอนกำลังตามสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ทหารอเมริกันเดินแถวขึ้นเครื่องบินลำเลียงซี-17 ออกจากฐานทัพอากาศบากรัมในอัฟกานิสถานเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2556 (Photo by Robert Nickelsberg/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 14 เมษายน 2564 ว่ากำหนดการดังกล่าวของรัฐบาลไบเดนล่าช้ากว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยทำความตกลงกับกลุ่มตอลิบันไว้ประมาณ 5 เดือน ท่ามกลางความเห็นพ้องกันมากขึ้นในวอชิงตัน ว่าคงไม่มีความสำเร็จเพิ่มไปมากกว่านี้เท่าใดนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตัดสินใจของสหรัฐยังเกิดในช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่ตุรกีประกาศจัดการประชุมสันติภาพระหว่างประเทศว่าด้วยอัฟกานิสถาน ซึ่งสหรัฐให้การสนับสนุน ระหว่างวันที่ 24 เมษายน ถึง 4 พฤษภาคม ที่มีเป้าหมายดึงรัฐบาลอัฟกัน, ตอลิบัน และหุ้นส่วนนานาชาติ เข้าร่วมวางโรดแมพเพื่อทางออกทางการเมืองในอนาคตและยุติสงครามที่ยืดเยื้อมาเกือบ 40 ปี แต่ตอลิบันที่กำลังได้ใจ ประกาศแล้วว่าจะไม่เข้าร่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีไบเดนตรึกตรองระหว่างการคงกำลังไว้ส่วนหนึ่ง เพื่อโจมตีกลุ่มอัลกออิดะห์และภัยคุกคามที่เกิดขึ้นใหม่ของกลุ่มรัฐอิสลาม หรือทำให้การถอนทหารขึ้นอยู่กับความคืบหน้าในพื้นที่หรือการพูดคุยสันติภาพที่ขับเคลื่อนอย่างเชื่องช้า แต่สุดท้ายแล้ว เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐผู้หนึ่งบอกว่า ไบเดนตัดสินใจไม่เลือกทั้งสองทาง แต่เขาจะสั่งให้ถอนทหารทั้งหมด ยกเว้นทหารจำนวนจำกัดเพื่อรักษาความปลอดภัยของสถานที่ต่างๆ ของสหรัฐ ซึ่งรวมสถานทูตในกรุงคาบูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประธานาธิบดีตัดสินแล้วว่า แนวทางที่อยู่บนเงื่อนไขต่างๆ ซึ่งเป็นแนวทางที่ใช้ในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมานั้น เป็นสูตรสำหรับการอยู่ในอัฟกานิสถานตลอดไป&amp;quot; เจ้าหน้าที่ผู้นี้กล่าวกับนักข่าวโดยไม่ให้เปิดเผยตัวตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังข่าวนี้เผยแพร่ รัฐมนตรีกลาโหม อันเนเกรต ครัมป์-คาร์เรนบาวเออร์ ของเยอรมนี ก็ประกาศในวันพุธว่า กองกำลังนาโตน่าจะถอนทหารออกจากอัฟกานิสถานภายในเดือนกันยายนปีนี้เช่นกัน &amp;quot;เรากล่าวเสมอว่า เราจะไปด้วยกัน เราจะออกมาด้วยกัน&amp;quot; เธอกล่าวกับสถานีโทรทัศน์เออาร์ดี และว่า รัฐมนตรีกลาโหมและรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มนาโตมีแผนประชุมผ่านระบบวิดีโอต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากสื่ออังกฤษว่า รัฐบาลอังกฤษก็กำลังเตรียมถอนทหารของตนตามกำหนดเดียวกับของสหรัฐ ซึ่งรัฐบาลอังกฤษก็ไม่ได้ปฏิเสธข่าวนี้ หนังสือพิมพ์เดอะไทมส์อ้างแหล่งข่าวหลายคนว่า อังกฤษจะถอนทหารที่มีอยู่ราว 750 นาย เพราะอังกฤษต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากสหรัฐทั้งด้านฐานทัพและโครงสร้างพื้นฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามข้อตกลงที่รัฐบาลทรัมป์ทำไว้กับตอลิบันเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ทหารอเมริกันทั้งหมดจะออกจากอัฟกานิสถานภายในเดือนพฤษภาคม 2564 แลกกับคำมั่นสัญญาของตอลิบันว่าจะไม่กลับไปสนับสนุนอัลกออิดะห์ กลุ่มที่อยู่เบื้องหลังการก่อวินาศกรรมสหรัฐวันที่ 11 กันยายน 2544 และกลุ่มนักรบต่างชาติหัวรุนแรงกลุ่มอื่นๆ ที่เป็นเหตุผลเริ่มต้นที่สหรัฐส่งกองทัพรุกรานประเทศนี้เมื่อปี 2544&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่รัฐบาลไบเดนกล่าวว่า การถอนทหารจะเริ่มต้นในเดือนพฤษภาคม ส่วนความล่าช้านั้นเป็นด้านกำลังบำรุง ซึ่งทหารอาจถอนกำลังพ้นไปหมดก่อนวันที่ 11 กันยายนก็เป็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อ 10 ปีที่แล้ว สหรัฐเคยมีทหารในอัฟกานิสถานราว 100,000 นาย ตามยุทธศาสตร์เพิ่มกำลังเพื่อโค่นล้มตอลิบันในสมัยของประธานาธิบดีบารัค โอบามา แต่เมื่อพ้นรัฐบาลของทรัมป์ จำนวนทหารอเมริกันลดลงเหลือเพียง 2,500 นาย ส่วนกองกำลังนาโต มีทหารประมาณ 10,000 นายจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐรายเดิมเตือนตอลิบัน ซึ่งกำลังหยุดยิงกับสหรัฐ แต่ไม่รวมถึงกองทัพอัฟกัน ว่าอย่าได้โจมตีกองกำลังผสมในช่วงเวลาของการถอนกำลัง เพราะสหรัฐจะตอบโต้การโจมตีใดๆ อย่างหนักหน่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นไปได้ว่าการสู้รบในอัฟกานิสถานจะยืดเยื้อต่อไปอีก รายงานประเมินภัยคุกคามโดยผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐเผยแพร่เมื่อวันอังคารกล่าวว่า ตอลิบันมีความเชื่อมั่นว่าสามารถประสบชัยชนะทางทหารได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระบอบตอลิบันซึ่งเป็นสุหนี่เคร่งศาสนา เคยปกครองอัฟกานิสถานระหว่างปี 2539-2544 ด้วยหลักอิสลามอย่างเคร่งครัด การกลับมาของตอลิบันเพิ่มความหวาดกลัวในหมู่พลเรือน ซึ่งได้รับผลกระทบมากที่สุดในความขัดแย้ง โดยเฉพาะผู้หญิง ซึ่งถูกกดขี่ห้ามเรียนหนังสือ, ทำงาน และห้ามความบันเทิงเริงรมย์ หลังตอลิบันถูกโค่นอำนาจผ่านมา 20 ปี เด็กนักเรียนอัฟกันมีผู้หญิงถึง 40%.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99498</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตอลิบัน, วินาศกรรม 11 กันยายน, สหรัฐถอนทหาร, อัฟกานิสถาน, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_6076dc7be2903.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
