<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2021 17:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2021 17:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>FBIเปิดเอกสารลับ9/11 โยงจนท.ซาอุฯติดต่อผู้ก่อการร้ายจี้เครื่องบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เอฟบีไอเปิดเผยเอกสารลับเกี่ยวกับวินาศกรรม 11 กันยายน 2544 ตามคำสั่งของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในวันครบรอบ 20 ปีที่อัลกออิดะห์โจมตีสหรัฐคร่าชีวิตคนเกือบ 3,000 คน เผยความเชื่อมโยงระหว่างเจ้าหน้าที่ซาอุดีอาระเบียกับผู้ก่อการร้ายจี้เครื่องบิน แต่ไม่ได้สรุปชัดว่ารัฐบาลซาอุฯ เกี่ยวข้องโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ควันพวยพุ่งออกจากตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในนครนิวยอร์ก ภายหลังผู้ก่อการร้ายจี้เครื่องบิน 2 พุ่งชนตึกเหนือและตึกใต้เมื่อช่วงสายของวันที่ 11 กันยายน 2544 (Photo by Robert Giroux/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บรรดาญาติเหยื่อ 9/11 เรียกร้องว่าประธานาธิบดีไบเดนไม่ควรมาร่วมพิธีรำลึกวันครบรอบเหตุการณ์เมื่อวันเสาร์ที่ 11 กันยายน ถ้ารัฐบาลของเขาไม่เปิดเผยเอกสารลับผลการสอบสวน ที่พวกเขามั่นใจว่าจะแสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ทางการซาอุดีอาระเบียสนับสนุนแผนการนี้ รัฐบาลสหรัฐ 3 ชุดที่ผ่านมาปฏิเสธยกเลิกชั้นความลับของเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ เพราะไม่ต้องการให้กระทบกระเทือนความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับซาอุดีอาระเบีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์กล่าวว่า บันทึกความยาว 16 หน้ากระดาษซึ่งลงวันที่ 4 เมษายน 2559 และเป็นเอกสารลับที่ไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณะมาก่อนจนกระทั่งบัดนี้ แสดงให้เห็นว่ามีการติดต่อกันระหว่างโอมาร์ บายูมี นักศึกษาชาวซาอุดีอาระเบียที่สงสัยว่าเป็นสายลับของซาอุฯ กับสมาชิกเครือข่ายอัลกออิดะห์ 2 คนที่ร่วมอยู่ในแผนการจี้เครื่องบิน 4 ลำพุ่งชนเป้าหมายในนิวยอร์กและวอชิงตันวันนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บันทึกการสอบสวนของสำนักสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) อ้างอิงจากการสอบถามแหล่งข่าวที่ถูกปิดเป็นความลับรายหนึ่งเมื่อปี 2551 และ 2558 โดยเผยรายละเอียดการติดต่อและการพบปะกันระหว่างบายูมีกับนาวาฟ อัลฮัซมี และคาลิด อัล มิดฮาร์ สองผู้ก่อการร้ายจี้เครื่องบิน หลังจากทั้งคู่เดินทางมาถึงแคลิฟอร์เนียใต้เมื่อปี 2544 ก่อนหน้าการโจมตี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เอกสารของเอฟบีไอฉบับนี้ยังสนับสนุนข้อมูลความเชื่อมโยงระหว่างผู้ก่อการร้ายทั้งสองกับฟาฮัด อัลทูไมรี อิหม่ามหัวอนุรักษนิยมแห่งมัสยิดคิงฟาฮัดในนครลอสแองเจลีส และเจ้าหน้าที่ของสถานกงสุลซาอุฯ คนหนึ่งที่นั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกสารนี้เผยว่า หมายเลขโทรศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับแหล่งข่าวรายนี้บ่งชี้ถึงการติดต่อระหว่างผู้คนจำนวนหนึ่งที่ช่วยเหลือฮัมซีและมิดฮาร์ช่วงที่เขาอยู่ในแคลิฟอร์เนีย ในจำนวนนี้รวมถึงบายูมี, ทูไมรี และแหล่งข่าวรายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำให้การของแหล่งข่าวรายนี้ต่อเอฟบีไอเผยอีกว่า บายูมี ซึ่งนอกจากสถานะอย่างเป็นทางการที่ระบุว่าเป็นนักศึกษาแล้ว เขายังมี &amp;quot;สถานะสูงมาก&amp;quot; ในสถานกงสุลซาอุฯ &amp;quot;สิ่งที่บายูมีช่วยเหลือฮัมซีและมิดฮารวมถึงด้านการแปลภาษา, การเดินทาง, ที่พักและการเงิน&amp;quot; บันทึกระบุ และยังกล่าวด้วยว่า ภรรยาของแหล่งข่าวรายนี้บอกกับเอฟบีไอว่า บายูมีพูดถึง &amp;quot;ญิฮาด&amp;quot; บ่อยครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ บันทึกยังเผยว่ามีความเชื่อมโยงกันทั้งการพบปะ, โทรศัพท์และการสื่อสารอื่นๆ ระหว่างผู้ก่อการร้าย 2 คนนี้ กับอันวาร์ อัลอาลากี ครูสอนศาสนาที่เกิดในสหรัฐ ที่กลายเป็นแกนนำสำคัญคนหนึ่งของอัลกออิดะห์ เขาถูกสหรัฐส่งโดรนโจมตีปลิดชีพที่เยเมนเมื่อปี 2544&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อหาบางช่วงบางตอนในเอกสารฉบับนี้ถูกปิดบังไว้และไม่ได้ให้ความเชื่อมโยงโดยตรงที่ชัดเจนระหว่างรัฐบาลซาอุฯ กับผู้ก่อการร้ายจี้เครื่องบิน ซึ่ง 15 คน จาก 19 คนที่ก่อเหตุเป็นชาวซาอุฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลซาอุฯ ยืนกรานมาตลอดว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีสหรัฐ สถานทูตซาอุฯ ในกรุงวอชิงตันเคยออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 8 กันยายน ก่อนหน้าวันครบรอบวินาศกรรมว่า ซาอุฯ สนับสนุนความโปร่งใสและยินดีที่สหรัฐจะเปิดเผยเอกสารลับที่เกี่ยวข้องกับการโจมตี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครอบครัวของผู้เสียชีวิตประมาณ 2,500 คน กับผู้บาดเจ็บอีกมากกว่า 20,000 คน รวมถึงธุรกิจที่ได้รับความเสียหายและบริษัทประกันภัยหลายแห่ง ยื่นฟ้องรัฐบาลซาอุฯ เรียกเงินหลายพันล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จิม ไครนด์เลอร์ หนึ่งในแกนนำที่ยื่นฟ้องซาอุฯ กล่าวว่า เอกสารนี้ยิ่งสนับสนุนข้อโต้แย้งสำคัญของคำฟ้องที่ว่ารัฐบาลซาอุฯ ช่วยเหลือผู้ก่อการร้ายจี้เครื่องบินเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครอบครัวผู้เสียชีวิตยังหวังว่าจะมีหลักฐานที่หนักแน่นเพิ่มขึ้น เมื่อเอกสารลับจะได้รับการเปิดเผยเพิ่มเติมอีกภายใน 6 เดือนข้างหน้า ตามคำสั่งของประธานาธิบดีไบเดน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116464</URL_LINK>
                <HASHTAG>9/11, ครบรอบ20ปีวินาศกรรม9/11, ซาอุดีอาระเบีย, วินาศกรรมสหรัฐ, เอกสารลับเอฟบีไอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210912/image_big_613dda8bc410c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 23:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 23:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บุช&#039;มาแล้ว รำพันเศร้าใจอย่างยิ่งตอลิบันหวนครองอัฟกานิสถาน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ผู้สั่งการให้กองทัพสหรัฐรุกรานอัฟกานิสถานเพื่อโค่นระบอบตอลิบันเมื่อปี 2544 ออกแถลงการณ์ว่า เขาเฝ้าดูการยึดครองกรุงคาบูลของตอลิบัน &amp;quot;ด้วยความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง&amp;quot; แต่ยังคุยว่าสงครามนี้ไม่สูญเปล่า เพราะสหรัฐกำจัดศัตรูโหดร้ายไปได้ และทำให้อเมริกาปลอดภัยจากการก่อการร้ายได้นาน 2 ทศวรรษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช พร้อมนางลอรา ภริยา เดินทางเยือนอัฟกานิสถานโดยไม่แจ้งกำหนดการล่วงหน้า เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2549 และกล่าวปราศรัยต่อทหารอเมริกันที่ฐานทัพอากาศบากรัม (Photo by Brian Schroeder/U.S. Army via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีคนที่ 43 ของสหรัฐผู้นี้ออกคำสั่งให้กองทัพสหรัฐบุกอัฟกานิสถานเพื่อโค่นล้มระบอบตอลิบันที่ใช้กฎหมายอิสลามปกครองประเทศอย่างเคร่งครัดมาตั้งแต่ปี 2539 ด้วยเหตุผลว่าระบอบนี้ให้การสนับสนุนเครือข่ายก่อการร้ายอัลกออิดะห์ของอุซามะห์ บินลาดิน ที่จี้เครื่องบินพาณิชย์หลายลำก่อวินาศกรรมโจมตีตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในนิวยอร์กและกระทรวงกลาโหมสหรัฐ คร่าชีวิตคน 2,977 คนเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2544 เหตุการณ์นี้ผ่านมาใกล้ครบ 20 ปี และกลุ่มตอลิบันกลับมายึดครองประเทศนี้ได้อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารกล่าวว่า ในแถลงการณ์ออกเมื่อคืนวันจันทร์ตามเวลาสหรัฐ บุชกล่าวว่า ตัวเขาและนางลอรา อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เฝ้าดูเหตุการณ์น่าสลดใจที่เกิดขึ้นในอัฟกานิสถานด้วยความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง หัวใจของพวกเราหนักอึ้งทั้งต่อชาวอัฟกันที่ได้รับความทุกข์อย่างมากมาย และต่อชาวอเมริกันและพันธมิตรในนาโตที่ได้เสียสละอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บุชบอกว่า เขาและภรรยามีความพร้อม ในฐานะชาวอเมริกัน ที่จะให้การสนับสนุนและช่วยเหลือ ขณะเดียวกัน บุชยังมีความเชื่อมั่นว่าการอพยพจะประสบผล กระนั้นเขาเรียกร้องให้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ตัดกฎระเบียบหยุมหยิมทางราชการเพื่อเร่งขนชาวอัฟกันและอเมริกันที่เสี่ยงอันตรายจากตอลิบันออกจากประเทศนั้นโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลของเขาโดนตำหนิที่ทอดทิ้งอัฟกานิสถานหลังการรุกรานในปีแรกๆ แล้วหันไปมุ่งเน้นกับการรุกรานอิรัก ปล่อยให้การต่อสู้กับตอลิบันในอัฟกานิสถานคาราคาซังแบบไม่มีจุดหมายที่ชัดเจน แต่บุชโต้แย้งว่าสงครามอัฟกานิสถานไม่ได้สูญเปล่า ทหารอเมริกันสามารถกำจัด &amp;quot;ศัตรูโหดร้าย&amp;quot; ลงได้ และยังสร้างโรงเรียนและให้การดูแลสุขภาพแก่ชาวอัฟกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บุชกล่าวว่า กองทัพสหรัฐทำให้อเมริกาปลอดภัยจากการโจมตีครั้งใหม่ของกลุ่มก่อการร้าย ให้ความปลอดภัยและโอกาสแก่ผู้คนหลายล้านคนเป็นเวลา 2 ทศวรรษ และทำให้อเมริกาภาคภูมิใจ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113666</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอร์จ ดับเบิลยู. บุช, ตอลิบัน, วินาศกรรมสหรัฐ, สั่งรุกรานอัฟกานิสถาน, อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช, อัฟกานิสถาน, อัลกออิดะห์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611be6c1850db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
