<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 17:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 17:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;อมตะ&#039; เปิดพื้นที่ฉีดวัคซีนให้แรงงานในนิคม เตรียมประสานทำโรงพยาบาลสนาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28 ก.ค. 2564 นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด(มหาชน) &amp;nbsp;หรือ AMATA เปิดเผยว่า &amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 อมตะได้ร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงแรงงาน สำนักงานประกันสังคม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และจังหวัดชลบุรีในการจัดตั้งศูนย์ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับบุคลากรภาคอุตสาหกรรมผู้ประกันตนมาตรา 33 ณ อมตะ คาสเซิล นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี โดยมีการทยอยฉีดวัคซีนให้พนักงานในสถานประกอบการอย่างต่อเนื่องตามสัดส่วนที่ได้รับการจัดสรรจากภาครัฐ เพื่อขับเคลื่อนภาคการผลิตที่มีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วนโดยเฉพาะนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การแพร่ระบาดโควิด-19 ตลอดเวลาที่ผ่านมาอมตะได้มีการช่วยเหลือชุมชนโดยรอบนิคมฯทั้งการแจกของอุปโภคและบริโภค โดยเฉพาะอุปกรณ์ทางการแพทย์และน้ำดื่มเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ควบคู่ไปกับการสนับสนุนภาครัฐในการเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ด้วยการอำนวยความสะดวกในการจัดสถานที่จัดตั้งศูนย์ ฉีดวัคซีนในนิคมอมตะซิตี้ ชลบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ควบคุมสูงสุด โดยล่าสุดการฉีดวัคซีนให้แรงงานดังกล่าวมี ความคืบหน้าต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามการฉีดวัคซีนให้ได้ตามเป้าหมายทั้งหมดยังจำเป็นต้องประสานกับภาครัฐในการจัดหาวัคซีนให้เพียงพอประกอบด้วย&amp;rdquo; นายวิบูลย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพื้นที่จังหวัดระยองล่าสุดพบการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและสถานพยาบาลเริ่มมีไม่เพียงพอรับกับผู้ป่วยใหม่ดังนั้น กนอ. และอมตะซิตี้ ระยอง ได้ร่วมมือกับกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ อินดัสเทรียล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนาและบริหารจัดการโรงงานอุตสาหกรรมให้เช่า และอาคารคลังสินค้าให้เช่า ซึ่งตั้งอยู่ภายในนิคมฯ เตรียมส่งมอบอาคารโรงงานเพื่อจัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสนาม ให้แก่จังหวัดระยองได้บริหารจัดการสำหรับใช้รองรับผู้ป่วยต่อไปโดยคาดว่าจะสามารถเปิดรับผู้ป่วยได้เร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางบุปผา กวินวศิน ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี กล่าวว่า จากการจัดตั้งศูนย์ฉีดวัคซีนฯ ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นผลดีแก่ภาคอุตสาหกรรมที่จะยังคงมีศักยภาพในการผลิตเพื่อขับเคลื่อนการค้าและการลงทุนของไทยได้อย่างต่อเนื่องแล้วยังขยายผลส่งถึงชุมชนโดยรอบนิคมอุตสาหกรรมด้วยเพราะประชากรภาคอุตสาหกรรมมีการพักอาศัยอยู่ในชุมชนโดยรอบ หากประชากรเหล่านี้ได้ฉีดวัคซีนอย่างต่ำ 90% ก็จะสามารถสร้างภูมคุ้มกันหมู่ในชุมชน 70% ได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นิคมอุตสาหกรรมเปรียบเสมือนบ้านหลังใหญ่ที่มีประชากรอยู่รวมกันเป็นจำนวนมากและทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งหากมีผู้ติดเชื้อจะสามารถแพร่กระจ่ายได้อย่างรวดเร็ว และอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจในภาพรวม เราจึงมองการดูแลทั้งแรงงานในนิคมและชุมชนเพื่อถือว่าเป็นบ้าน &amp;nbsp;ตรงนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ กนอ. หวังให้การดูแลแรงงานในนิคมจะส่งผลให้ชุมชนที่อยู่โดยรอบนิคมฯเกิดความปลอดภัยร่วมกับสถานประกอบการ สามารถจะดำเนินกิจการได้อย่างปลอดภัยสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง&amp;rdquo; นางบุปผากล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111420</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม.33, วิบูลย์ กรมดิษฐ์, สำนักงานประกันสังคม, อมตะ คอร์ปอเรชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_61012b5037d9b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 08:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2021 08:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อมตะ&#039; มั่นใจปูพรมฉีดวัคซีนดันลงทุนฟื้นตัวปลายปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย. 2564 นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ &amp;nbsp;AMATA เปิดเผยว่า ขณะนี้บรรยากาศการลงทุนโดยภาพรวมน่าจะปรับตัวดีขึ้นหลังจากที่รัฐบาลได้มีการปูพรมเพื่อระดมฉีดวัคซีนให้กับประชาชน ในเป้าหมาย 70% ของจำนวนประชากร ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวหากเป็นไปตามแผน &amp;nbsp;จะมีส่วนสำคัญต่อการเปิดภาคธุรกิจและนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยได้ เพราะมีส่วนสนับสนุนให้เกิดการขยายการลงทุนได้เป็นอย่างดีและเกิดการเดินทางติดต่อระหว่างประเทศได้สะดวกขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของการดำเนินงานของอมตะไตรมาส 1 และ 2 /2564 &amp;nbsp; ถือว่าเป็นช่วงโลว์ซีซั่น &amp;nbsp;ที่ข้อตกลงการซื้อ-ขายจะมีจำนวนน้อยมากเป็นไปตามไซเคิลแต่ละปีอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ข้อตกลงที่มีการเซ็นสัญญากัน จะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 3 และ ไตรมาส 4 &amp;nbsp;ของทุกปี ซึ่งในช่วงการแพร่ระบาดภาพการเจรจาซื้อขายที่ดิน แตกต่างจากภาวะปกติ เพราะติดการเดินเข้ามาประเทศไทย จึงใช้วิธีการเจรจาผ่านระบบออนไลน์เพื่อทำความเข้าใจในรายละเอียดในพื้นที่ดินให้กับลูกค้า ซึ่งสามารถดำเนินการในระดับหนึ่ง แต่การตัดสินใจซื้อที่ดินจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อกลุ่มลูกค้าต้องเดินทางเข้ามาเห็นพื้นที่จริงเนื่องจากที่ดินมีมูลค่าสูง จำเป็นต้องศึกษาให้รอบคอบ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ยังมั่นใจว่ายอดขายที่ดินยังเป็นไปตามเป้าหมายที่วาง ไว้ 950 ไร่ ทั้งไทยและนิคมฯ ในประเทศ เวียดนาม แม้ว่าปีที่แล้วจะมียอดขายต่ำกว่าเป้าหมาย ด้วยปัจจัยที่มั่นใจว่า นักลงทุนที่สนใจประเทศไทย ยังคงลงทุนต่อเนื่อง และหากรัฐบาลสามารถปลดล็อคเงื่อนไขผ่อนปรนการเข้าประเทศให้กับนักลงทุนได้ เชื่อว่าแนวโน้มการลงทุนในนิคมฯอมตะ จะเป็นไปตามแผน จากที่ก่อนหน้านี้ ได้มีการเจรจาไปแล้วในหลายราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เห็นว่าปัจจุบัน การเดินทางเข้าประเทศของนักลงทุน ยังมีมาตรการ ที่ต้องกักตัว 14 วัน เพื่อเป็น Alternative State Quarantine ทำให้ขั้นตอนในส่วนนี้เกิดอุปสรรคในเรื่องระยะเวลาของการเข้ามาเจรจาของกลุ่มลูกค้า &amp;nbsp;เพราะหากรวมระยะเวลาแล้ว ที่ต้องกลับไปกักตัวในประเทศของตนเองอีก รวมแล้วเกือบ 1 &amp;nbsp;เดือน ที่ไม่สามารถทำบริหารจัดการธุรกิจได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้นในมุมมองของเอกชน &amp;nbsp;ภาครัฐควรคลายข้อกำหนดต่าง ๆ ที่อาจเป็นอุปสรรค เพื่อให้การเปิดประเทศ โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ที่มีแผนเปิดพื้นที่กรุงเทพฯ จะเป็นการอำนวยความสะดวก และเป็นการส่งเสริมให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศได้มากขึ้น&amp;rdquo; นายวิบูลย์กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106401</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีน, บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน, วิบูลย์ กรมดิษฐ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210615/image_big_60c80862dc714.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91765</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2021 15:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2021 15:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อมตะ&#039;ชะลอลงทุนนิคมฯในเมียนมาเกาะติดนโยบายการเมืองรัฐบาลใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.พ. 2564 นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะคอร์ปเรชัน จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;(AMATA) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เกิดขึ้นในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ขณะนี้ อมตะได้มีการประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีโครงการอยู่ระหว่างเข้าไปพัฒนาเมืองอัจฉริยะอมตะย่างกุ้ง (Yangon Amata Smart &amp;amp; Eco City, YASEC) หลังจากได้รับใบอนุญาต (license)จากรัฐบาลเมียนมาในการประกอบกิจการนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่เมืองย่างกุ้ง บนพื้นที่ประมาณ 2,000 เอเคอร์ หรือ ประมาณ 5,000 ไร่ &amp;nbsp;โดยปัจจุบันได้มีการพัฒนาพื้นที่ในระยะแรกแล้ว โดยใช้งบลงทุนประมาณ 140 ล้านบาท ประมาณ 200 เอเคอร์ หรือ ประมาณ 500 ไร่ ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากสถานการณ์ความผันแปรทางการเมือง ประกอบกับการแพร่ระบาดโควิด 19 ที่เกิดขึ้น ยอมรับว่าแผนการพัฒนาโครงการดังกล่าวได้รับผลกระทบต่อการเข้าไปพัฒนานิคมฯ ดังนั้นอาจจะทำให้แผนการพัฒนามีความล่าช้าออกไปอีก ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการตัดสินใจเข้ามาลงทุนของกลุ่มลูกค้า ที่อยู่ระหว่างการเจรจาเข้ามาลงทุนในพื้นที่ ประมาณ 20 ราย ที่มีทั้งญี่ปุ่น และ ยุโรป ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยอมรับว่านักลงทุนต่างชาติโดยส่วนใหญ่กังวลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของรัฐบาลในเมียนมา โดยเฉพาะกลุ่มยุโรป และประเทศอเมริกา เนื่องจากกลุ่มประเทศเหล่านี้มักจะไม่เห็นด้วยกับนโยบายการแทรกแซงทางการเมือง ดังนั้นจึงอาจจะส่งผลต่อการตัดสินใจเข้ามาลงทุนในประเทศเมียนมาในระยะต่อไป แต่อย่างไรก็ตามคงต้องรอความชัดเจนนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศเมียนมาต่อไป&amp;rdquo; นายวิบูลย์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามแผนการพัฒนาโครงการดังกล่าวในระยะต่อไป &amp;nbsp;อมตะ เตรียมแผนเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หากเกิดกรณีที่นักลงทุนยังไม่ตัดสินใจเข้ามา จึงจำเป็นต้องเลื่อนการพัฒนาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบไฟฟ้าและระบบน้ำ แต่เมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติก็คงเดินหน้าพัฒนาโครงการดังกล่าวต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนการพัฒนานิคมฯโครงการในเมียนมา เป็นการขยายพื้นที่เพื่อรองรับการลงทุนที่จะเกิดขึ้น ในอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงาน ถือเป็นพื้นที่มีศักยภาพที่มีความพร้อมในการสร้างความได้เปรียบทางการค้า เนื่องจากเป็นประเทศที่เปิดใหม่ มีต้นทุนค่าแรงที่ต่ำ ประกอบกับนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนจะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในการส่งออก ดังนั้นหากรัฐบาลเมียนมา ใช้หลักการในระบอบประชาธิปไตย ก็จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและต่างประเทศได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91765</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิบูลย์ กรมดิษฐ์, อมตะซิตี้, เมืองย่างกุ้ง, เมืองอัจฉริยะอมตะย่างกุ้ง (Yangon Amata Smart &amp; Eco City</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210202/image_big_601910348a56c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2020 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2020 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โซเด็กซ์โซ่อมตะเซอร์วิสเซส วันสต๊อปเซอร์วิสบริการยุคนิวนอร์มอล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ถือว่าเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่ภาครัฐได้ความสำคัญที่รัฐบาลมุ่งหวังจะช่วยยกระดับการพัฒนาประเทศไปสู่ยุค &amp;ldquo;ไทยแลนด์ 4.0&amp;rdquo; โดยได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายไว้ 3 จังหวัด ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง พร้อมทั้งเดินหน้าลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเพิ่มศักยภาพรองรับการลงทุนและการพัฒนาเศรษฐกิจ รวมทั้งการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการจัดระบบการสะสมเทคโนโลยี เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งที่ผ่านมานั้นได้รับความสนใจจากหลายประเทศทั้งลงทุนใหม่และต่อยอดของเก่าที่มี เช่นเดียวกับ บริษัท โซเด็กซ์โซ่ อมตะ เซอร์วิสเซส จำกัด เกิดจากความร่วมมือ ระหว่าง บริษัท โซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทย ผู้ให้บริการด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยการบริหารจัดการแบบครบวงจร จากประเทศฝรั่งเศส และบริษัท อมตะ ฟาซิลิตี้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำด้านการพัฒนาและจัดการด้านนิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการอย่างครบวงจรกับบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี และนิคมอุตสาหกรรม อมตะซิตี้ ระยอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ผุด ACC ที่ให้บริการ 24 ชั่วโมง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายอาร์โนด์ เบียเลคกิ ประธานบริหาร บริษัท โซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ด้วยความเชี่ยวชาญด้านการให้บริการแบบครบวงจรที่ครอบคลุมธุรกิจที่หลากหลายใน 64 ประเทศทั่วโลก ในระยะเวลา 54 ปีทั่วโลก และ 16 ปีในประเทศไทย และเมื่อได้มาร่วมมือกับ บริษัท อมตะ ฟาซิลิตี้ เซอร์วิส จำกัด ผู้พัฒนาและจัดการด้านนิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทย ทำให้ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ดำเนินธุรกิจของ บริษัท โซเด็กซ์โซ่ อมตะ เซอร์วิสเซส จำกัด ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ารวม 70 ไซต์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ทั้งนี้ บริษัทมีการให้บริการครอบคลุมการบริหารจัดการอาคาร บริการดูแลและซ่อมบำรุง บริการด้านการรักษาความปลอดภัย บริการงานทำความสะอาด ซึ่งบริการที่ได้รับการตอบรับสูงสุดคือ บริการด้านการรักษาความปลอดภัย โดยตลอดมา บริษัท โซเด็กซ์โซ่ อมตะ เซอร์วิสเซส จำกัด มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้เพื่อมอบการบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้ง ศูนย์อมตะ คอมมานด์ เซ็นเตอร์ (Amata Command Center หรือ ACC) เป็นจุดศูนย์กลางในการบริหารจัดการพื้นที่ภายในนิคมอุตสาหกรรม ที่ให้บริการ 24 ชั่วโมง และด้วยจุดเด่นของการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จในจุดเดียว ทำให้ลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมสามารถลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ทำให้บริษัท โซเด็กซ์โซ่ อมตะ เซอร์วิสเซส จำกัด ได้รับการตอบรับตามที่คาดไว้ และทำให้แผนการขยายธุรกิจไปที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะในพื้นที่อื่นเป็นไปได้ด้วยดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;5 ปีลูกค้าเพิ่ม 750 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ลูกค้าได้มั่นใจต่อการบริการที่ได้รับในทุกๆ วัน ในปี 2564 เป็นต้นไป บริษัทมีแผนที่จะอัพเดตการให้บริการในด้านต่างๆ ให้ทันสมัยและมีคุณภาพเพิ่มขึ้นไป โดยจะมีการเปิดตัว Amata Command Center (ACC) ใหม่ที่เพียบพร้อมด้านเทคโนโลยีและการบริการมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยอื่นๆ เพิ่มเติม ที่เชื่อมต่อไปยัง Amata Command Center (ACC) เช่น ระบบเตือนอัคคีไฟ ซึ่งมีทีมรักษาความปลอดภัยเตรียมพร้อมตอบรับต่อสัญญาณเตือน และมีการเชื่อมต่อระบบ AED Monitoring ภายในอมตะซิตี้ให้ครอบคลุมมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการนำระบบพลังงานแสงอาทิตย์ โดยทางโซเด็กซ์โซ่หุ้นส่วนผู้เชี่ยวชาญมาใช้เพื่อส่งเสริมเรื่องความยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ตั้งเป้าในปี 2564 ให้บริการลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 140 ไซต์งาน ปี พ.ศ.2566 จำนวน 340 ไซต์งาน และปี พ.ศ.2568 จำนวน 750 ไซต์งาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;มุ่งสู่ผู้นำเมืองอัจฉริยะ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน กล่าวว่า &amp;ldquo;ปัจจุบันอมตะเป็นผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ โดยมีพื้นที่ 27,000 ไร่ สำหรับนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี มีจำนวนโรงงานถึง 700 โรงงาน และ 16,895 ไร่ สำหรับนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง มีจำนวนโรงงานถึง 356 โรงงาน จึงมีส่วนสำคัญที่ช่วยทำให้ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศไทย (GDP) เติบโตขึ้นในทุกๆ ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การร่วมดำเนินธุรกิจกับโซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทย ตลอดระยะเวลา 5 ปี เห็นได้ชัดเจนว่ามีการเติบโตทางธุรกิจที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสามารถตอบโจทย์การให้บริการในแบบ One Stop Service ที่ทางอมตะตั้งเป้าหมายไว้ได้เป็นอย่างดี และอมตะจะไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้พัฒนาที่ดินและมองหาทำเลที่ดีสำหรับการธุรกิจเท่านั้น แต่ยังดูแลผู้ประกอบการในงานบริการด้านต่างๆ เช่น การวางแผน การบริหารจัดการ และการตลาดที่เกี่ยวข้องกับนิคมอุตสาหกรรมที่ครบวงจรให้กับลูกค้าเพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่ให้บริการในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางในนิคมอุตสาหกรรมเท่านั้น ก็ได้มีการให้บริการในส่วนของ Soft Service และ Facility Management เพิ่มเติมจากความร่วมมือกับทางโซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ครบจบครบในที่เดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เรามุ่งมั่นที่จะสร้างรูปแบบธุรกิจของ บริษัท โซเด็กซ์โซ่ อมตะ เซอร์วิสเซส จำกัด ไปยังนิคมอุตสาหกรรมอมตะในประเทศอื่นๆ เช่นเดียวกัน และอมตะจะยังพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้นำเมืองอัจฉริยะ เพื่อสอดรับกับการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้งในยุค 4.0 ให้เป็นเมืองอัจฉริยะและศูนย์การเรียนรู้ในภูมิภาคนี้ รวมทั้งจะเป็นพื้นที่การลงทุนที่สมบูรณ์แบบในอีอีซี&amp;rdquo; นายวิบูลย์กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ยอดขาย 63 ต่ำกว่าเป้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวิบูลย์ กล่าวยอมรับว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้น ส่งผลกระทบต่อยอดขายในปี 2563 ซึ่งคาดว่าจะมียอดขายลดลงมาที่ 400-500 ไร่ ในส่วนนี้จะเป็นของเวียดนามราว 200 ไร่ ต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่เคยวางไว้ที่ 950 ไร่ ส่วนในปี 2564 ตั้งเป้ายอดขายที่ดินไว้ที่ 950 ไร่ ฟื้นตัวขึ้นจากปีนี้ที่คาดจะมียอดขาย 400-500 ไร่ ซึ่งเป็นผลมาจากการตอบรับความคืบหน้าของการพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่คาดจะนำเข้ามาในประเทศไทยในปีหน้า ส่งผลดีต่อการเดินทางเข้า-ออกประเทศกลับสู่ภาวะปกติ รวมถึงการดำเนินธุรกิจด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ยอดขายที่ดินที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในปีหน้า โดยหลักจะมาจากการขายที่ดินในประเทศเวียดนามในโครงการใหม่ 2 แห่ง คือ Amata City Halong และ Amata City Long Thanh เพราะปัจจุบันมีลูกค้าให้ความสนใจค่อนข้างมาก โดยเฉพาะลูกค้าที่ต้องการย้ายฐานการผลิตจากจีนไปในเวียดนามเพื่อลดต้นทุน และหลีกเลี่ยงปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ขณะที่ในประเทศไทยเองก็ยังเชื่อว่ายังมีความน่าสนใจลงทุนอยู่ หากไม่มีความขัดแย้งการเมืองภายในประเทศ ขณะที่ในปี 64 บริษัทวางงบลงทุนราว 4,000-5,000 ล้านบาท เพื่อใช้ซื้อที่ดินและพัฒนาโครงการในมือ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่จะเข้ามาในอนาคต&amp;quot; นายวิบูลย์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86739</URL_LINK>
                <HASHTAG>บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน, บริษัท โซเด็กซ์โซ่ ประเทศไทย จำกัด, วิบูลย์ กรมดิษฐ์, ศูนย์อมตะ คอมมานด์ เซ็นเตอร์, อาร์โนด์ เบียเลคกิ, อีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201213/image_big_5fd5d4b0dd4f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70595</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลิกวิกฤติ&quot;โควิด&quot;ดึงลงทุนอีอีซี อมตะปรับโหมดธุรกิจรับเทรนด์นิวนอร์มอล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;quot;สิ่งที่รัฐควบคุมโควิดได้ดี ทำให้ต่างชาติมองว่าไทยเก่ง สามารถบริหารจัดการเรื่องโควิด-19 ได้อย่างดีมาก ดังนั้นเอกชนจะต้องเตรียมพร้อมและปรับตังเองเพื่อรองรับ สำหรับอมตะก็พร้อมอยู่แล้วเมื่อประเทศไทยและประเทศอื่นๆ เปิดคลายล็อกดาวน์ เชื่อนักลงทุนจะเข้ามาลงทุนในไทยแน่นอน แต่อุตสาหกรรมที่เข้ามานั้นต้องเป็นอุตสาหกรรมที่รักษ์สิ่งแวดล้อม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีอีซี หรือเขตพัฒนาพื้นที่พิเศษภาคตะวันออก ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของภาครัฐที่จะเป็นตัวผลักดันเศรษฐกิจของไทยให้เติบโต แต่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน ทำให้เศรษฐกิจของไทยที่อยู่ในภาวะที่ย่ำแย่ยิ่งแย่ลงไปอีก แต่ก็มีหลายฝ่ายต่างคาดหวังว่าหลังจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดเริ่มคลี่คลาย รัฐบาลคลายล็อก ทำให้หลายภาคส่วนต่างคาดการณ์ว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มมีการขยับตัว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA ได้มองว่าภาพรวมของภาคอุตสาหกรรมภายหลังจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย และตอนนี้ยังอยู่ในสภาวะโควิด-19 &amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังนั้นภาคอุตสาหกรรมต้องปรับตัวให้เข้ากับโควิด-19 ซึ่งภาพรวมของนิคมอุตสาหกรรมในไตรมาส 1 และไตรมาส 2 ช่วงปกติเป็นโลว์ซีซั่น และเมื่อรวมกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไปด้วย จึงดูว่าแย่มากขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันแย่ขนาดไม่มีความต้องการอะไรเลย ยังมีความต้องการอยู่เข้ามาเรื่อยๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เร่งปรับตัวรับชีวิตวิถีใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับสภาวะปกติคงไม่ใช่ เพราะก่อนที่จะเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ก็เริ่มส่งสัญญาณเข้ามาว่าสภาวะเศรษฐกิจไม่ค่อยดี เมื่อมีโควิด-19 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ต้องปรับทัพกันทั้งหมด เพื่อเข้าสู่ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพราะ ถ้าปรับไม่ทันก็จะเข้าสู่สภาวะที่ลำบาก ซึ่งโควิด-19 เป็นตัวเร่งให้เราเข้าสู่ดิจิทัลแพลตฟอร์มเร็วขึ้น ซึ่งก็มีทั้งดีและไม่ดี สำหรับข้อดีคือ ผู้ประกอบการต้องมีการปรับตัวเองให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเร่งสร้างรายได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าทำไม่ได้ก็ลำบาก เนื่องจากเราต้องอยู่กับโควิดไปจนกว่าจะมีวัคซีน นอกจากนี้นิคมอุตสาหกรรมเองก็จะต้องปรับตัวเองโดยใช้ดิจิทัลอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาใช้ในทุกด้าน และต้องเร่งหาแนวทางในการกระตุ้น ดึงต่างชาติเข้ามาลงทุน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ยอมรับว่าเศรษฐกิจอยู่ในสภาวะที่เหนื่อย แต่ก็ไม่ได้เหนื่อยทุกอย่างเซ็กเตอร์ ยังมีคนอยู่กลุ่มหนึ่งที่มีศักยภาพ และพร้อมที่จะลงทุน ภาครัฐจะต้องเข้ามาช่วยอัดฉีด ซึ่งเขาทำกันทั่วโลก เพื่อหนุนเกื้อกูลให้เอกชนค่อยๆ ฟื้น เมื่อภาคฟื้นภาครัฐก็ค่อยถอน นี่คือกลไกของเศรษฐกิจ สำหรับไทยก็มีงบ 1.9 ล้านล้านบาท ที่เตรียมอัดฉีดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ&amp;quot; นายวิบูลย์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;วิกฤติเป็นโอกาส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวิบูลย์ กล่าวว่า การควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ของประเทศไทย ทำให้ทั่วโลกยอมรับในด้านระบบสาธารณสุขของประเทศไทย และสนใจที่จะเข้ามาลงทุน ประกอบกับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน จึงทำให้มีภาคอุตสาหกรรมย้ายฐานลงทุน และไทยคือหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพ อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพขณะนี้เป็นเทรนด์โลก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าโรคระบาดก็น่ากลัว แต่เงินไม่มีสักบาทน่ากลัวกว่า เราจะทำอย่างไรให้มาเจอกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าวัคซีนมา คิดว่าตัวเศรษฐกิจจะเดินไปค่อนข้างดี แต่ขณะที่ยังไม่มีก็ต้องใช้วิธีการนี้ และต้องทำตัวให้เข้ากับโควิด-19 &amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่เรื่องเศรษฐกิจก็สำคัญ จะล้มละลายก็ไปไม่ได้ ดีที่สุดก็ถอยคนละก้าว เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้า เรื่องประชาธิปไตยไม่ใช่ปัญหา เพราะรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ประเทศที่เป็นโซเชียลลิสเหมือนท็อปดาว การควบคุม (control) ของเรา จึงมีโอกาสที่จะดึงการลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(แท็งก์แยกตะกอน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซีนั้น โควิดทำให้เกิดโอกาสการลงทุนในพื้นที่อีอีซีมามากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากแพลตฟอร์มถูกเปลี่ยน และถูกผลักดันเข้าสู่ดิจิทัลแพลตฟอร์มมากขึ้น จึงเป็นโอกาสของธุรกิจที่จะปรับตัวให้เทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาและผลิตสินค้า&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;สิ่งที่รัฐควบคุมโควิดได้ดี ทำให้ต่างชาติมองว่าไทยเก่ง สามารถบริหารจัดการเรื่องโควิด-19 ได้อย่างดีมาก ดังนั้นเอกชนจะต้องเตรียมพร้อมและปรับตัวเองเพื่อรองรับ สำหรับอมตะก็พร้อมอยู่แล้วเมื่อประเทศไทยและประเทศอื่นๆ เปิดคลายล็อกดาวน์ เชื่อนักลงทุนจะเข้ามาลงทุนในไทยแน่นอน แต่อุตสาหกรรมที่เข้ามานั้นต้องเป็นอุตสาหกรรมที่รักษ์สิ่งแวดล้อม&amp;quot; นายวิบูลย์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ยอดขายที่ดินฟื้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวิวัฒน์ กรมดิษฐ์ ผู้อำนวยการสายงานพัฒนาที่ดิน บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ตอนนี้สถานการณ์ก็ต้องยอมรับว่าการซื้อขายที่ดินอาจจะลดลงไปบ้าง แต่เชื่อว่าจะฟื้นตัวดีขึ้นในครึ่งปีหลัง ยิ่งหากมีวัคซีนแล้วก็จะยิ่งมีความมั่นใจมากขึ้น ซึ่งลูกค้าหลักของบริษัทเป็นชาวจีน เชื่อว่าหากรัฐบาลผ่อนคลายให้นักธุรกิจเดินทางก็จะทำให้นักธุรกิจเหล่านี้กลับมาเดินหน้าธุรกิจได้ เพราะการซื้อขายที่ดินต้องยอมรับว่าต้องมีการเดินทางมาดูทำเลด้วยตนเอง หากผ่อนคลายให้นักลงทุนเข้ามาก็เชื่อว่ายอดขายจะเร่งตัวได้ในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งบริษัทมีที่ดินที่รองรับนักลงทุนราว 1 หมื่นไร่ ทั้งในระยองและชลบุรี และยังเดินหน้าในการเจรจาซื้อที่ดินต่อเนื่อง แต่จะพิจารณาให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า ส่วนการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในต่างประเทศ ก็ยังเดินหน้าต่อเนื่อง อย่างในประเทศเวียดนาม บริษัทเดินหน้าในการพัฒนาต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายชูชาติ สายถิ่น กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมตะ วอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า ประเทศไทยในภาพรวมแล้วเป็นประเทศที่มีความน่าสนใจต่อการลงทุนมากประเทศหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย ด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร มีสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ดี โดยเฉพาะในพื้นที่อีอีซี ที่มีปัจจัยหลายอย่างที่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ เช่น ท่าเรือน้ำลึก สนามบิน เส้นทางคมนาคมขนส่ง แหล่งท่องเที่ยว ทั้งทางบกและทางทะเล ล้วนเป็นปัจจัยบวกในการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทำให้ความต้องการน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คาดจะสูงขึ้นมากถึง 3,000 ล้านลูกบาศก์เมตรในปี พ.ศ.2580 จึงเป็นปัญหาสำคัญที่มีความเสี่ยงต่อการพัฒนาเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(น้ำเสียในบ่อบำบัด)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับนิคมอุตสาหกรรมอมตะฯ ได้มีการพัฒนาการบริหารจัดการน้ำมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีระบบบำบัดน้ำเสียและการรีไซเคิลน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ภายในนิคมฯ ถึง 5 สถานี มีกำลังการผลิตน้ำเสียทั้งหมด 35,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน คิดเป็น 13 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ระบบการหมุนเวียนน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ทั้งหมดสามารถประหยัดหรือลดการใช้น้ำจากแหล่งน้ำได้ถึง 35-40% หรือเท่ากับการนำน้ำดิบ 1 ลูกบาศก์เมตรมาใช้ได้เท่ากับ 1.4 ลูกบาศก์เมตร นอกจากนี้อมตะฯ ยังได้นำระบบการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพที่พัฒนาขึ้นดังกล่าวไปใช้กับนิคมอุตสาหกรรมที่พัฒนาขึ้นในประเทศเวียดนาม เมียนมา และลาว โดยมีเป้าหมายในการประหยัดน้ำหรือลดการใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพด้วยหลักการ 3Rs และกระบวนการรีไซเคิลน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ ตามรูปแบบที่ดำเนินการอยู่ จะส่งผลโดยตรงทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดการใช้น้ำ การจัดการน้ำเสีย และลดการแย่งชิงน้ำกับชุมชนในปีวิกฤติภัยแล้ง รวมถึงการอนุรักษ์แหล่งน้ำ เกิดจากกระบวนการจัดการน้ำเสียที่มีคุณภาพสูงเพื่อให้รองรับกับระบบกรอง RO (Reverse Osmosis Membrane) จึงทำให้เกิดประโยชน์ทั้งการประหยัดน้ำ และการจัดการน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพสูง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การพัฒนาเพื่อให้เกิดการบริหารจัดการน้ำที่มีความมั่นคงและยั่งยืนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และการตัดสินใจของนักลงทุนในพื้นที่อีอีซีเป็นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ส่งเสริมการพัฒนาประเทศให้เติบโต ด้วยความมั่นคงและยั่งยืน เป็นผู้นำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายชวลิต รัตนธรรมสกุล หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยนวัตกรรมการบำบัดของเสียและการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะหัวหน้าโครงการ &amp;ldquo;การพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมและเมือง โดยการใช้นำน้ำทิ้งกลับมาใช้ใหม่ในพื้นที่อีอีซี&amp;rdquo; ภายใต้แผนงานยุทธศาสตร์เป้าหมาย (Spearhead) ด้านสังคม แผนการบริหารจัดการน้ำ กล่าวว่า &amp;ldquo;น้ำเสีย&amp;rdquo; จากภาคอุตสาหกรรม จะเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำต้นทุนใหม่ของ EEC ที่สำคัญสามารถนำมาใช้ทดแทนน้ำประปาในช่วงฤดูแล้งได้ดี โดยแนวทางที่จะช่วยให้การจัดการทรัพยากรน้ำและแก้ไขปัญหาน้ำเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ การใช้ 3Rs (Reduce Reuse and Recycle)&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(บ่อพักน้ำของนิคมฯ อมตะซิตี้)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยจากการวิจัยเบื้องต้นพบว่า ในปี 2563 พื้นที่อีอีซีมีนิคมอุตสาหกรรมที่ส่งเสริมการประหยัดน้ำโดยได้ดำเนินการโครงการนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ อาทิ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี และระยอง ประมาณ 40% และที่มากกว่า 15% ได้แก่ สวนอุตสาหกรรมสหพัฒน์ ศรีราชา, นิคมอุตสาหกรรม WHA ตะวันออก, นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง เป็นต้น นอกจากนี้ผลการสำรวจ พบว่า ประเภทของอุตสาหกรรมที่มีการใช้น้ำมากในพื้นที่อีอีซี มีศักยภาพในการนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ได้มากกว่า 15% อาทิ กลุ่มสิ่งทอมีศักยภาพประหยัดน้ำได้ 15-49.5%, กลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมมีศักยภาพประหยัดน้ำได้ 15-37%, กลุ่มผลิตภัณฑ์อโลหะและยางประหยัดน้ำได้ 18-55%, กลุ่มผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ประหยัดน้ำได้ 16-34%, กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มประหยัดน้ำได้ 15-18% และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ประหยัดน้ำได้ 15%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มุมมอง &amp;ldquo;น้ำเสีย&amp;rdquo; จากนี้จะเปลี่ยนไป เมื่อน้ำเสียจะกลายเป็นแหล่งน้ำจืดในอนาคต เทคโนโลยีการจัดการน้ำตัวช่วยในการยกระดับน้ำเสียให้เป็นน้ำใส การรีไซเคิลน้ำกลับมาใช้ใหม่ คือความหวังของอุตสาหกรรม เพราะโอกาสของอีอีซีอยู่ที่ความมั่นคงด้านน้ำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70595</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวลิต รัตนธรรมสกุล, บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), วิบูลย์ กรมดิษฐ์, วิวัฒน์ กรมดิษฐ์, อีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200705/image_big_5f01d3cda0fdd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63281</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2020 09:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2020 09:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อมตะ&#039;ชี้โควิดป่วนลงทุน63แนะปลุกเชื่อมั่นต่างชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เมษายน 2563 นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าจากผลกระทบของการระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 คาดว่าจะส่งผลให้ภาพของการลงทุนและการผลิตทั่วโลกจะเปลี่ยนไป โดยเฉพาะหลังจากที่ประเทศส่วนใหญ่สามารถควบคุมได้ จะทำให้เกิดการตัดสินใจการย้ายฐานการลงทุนที่เพิ่มมากขึ้น แต่พื้นที่ที่จะเลือกลงทุนของนักลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ(เอฟดีไอ)จะมีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยนักลงทุนจะมองเรื่องความมีเสถียรภาพของรัฐบาลและนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่ชัดเจนมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเลือกพื้นที่การลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศจะมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไป ด้วยปัจจัยต่างๆ แต่ละประเทศมีความพร้อมที่จะเปิดรับการลงทุน ทั้งในด้านสิทธิประโยชน์ แรงงาน และนโยบายของรัฐบาล ที่มีความชัดเจน ในการเปิดรับนักลงทุนต่างประเทศ &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็น อินโดนีเซีย เวียดนาม ลาว กัมพูชาและเมียนร์ม่า ซึ่งไทยแม้ว่าจะได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์ แต่อาจจะไม่ใช่คำตอบของนักลงทุนทั้งหมด เพราะการตัดสินใจเข้ามาลงทุนในระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับการมีเสถียรภาพของรัฐบาลและนโยบายการส่งเสริมการลงทุนที่ชัดเจน&amp;rdquo;นายวิบูลย์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้รัฐบาลจะต้องเร่งออกนโยบายการฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ ภายหลังการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสได้แล้ว โดยเริ่มต้นจากการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศให้มากขึ้น ดังนั้นนโยบายรัฐบาลที่ได้ออกมาตรการอัดฉีดเงินเข้าระบบวงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท เชื่อว่าจะช่วยประคองระบบเศรษฐกิจของประเทศให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ เพราะไทยคงไม่สามารถพึ่งพาตลาดส่งออกในระยะแรก เนื่องจากแต่ละประเทศจะต้องใช้เวลาในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดที่อาจจะสำเร็จไม่พร้อมกัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63281</URL_LINK>
                <HASHTAG>การลงทุน, วิบูลย์ กรมดิษฐ์, อมตะ คอร์ปอเรชัน, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180506/image_big_5aee7b6332c7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54411</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2020 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2020 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อมตะ มั่นใจไทยมีจุดแข็งเป็นฐานการผลิต </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค.2563 นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) เปิกเผยว่า ภาวะการณ์ลงทุนในปีนี้ยังไม่ค่อยดีนัก เพราะเศรษฐกิจโลกไม่ได้ดีอย่างที่คิด เวิลด์แบงก์บอกเศรษฐกิจโลกลดลงคาดว่าจะเติบโตเพียง 1.4 &amp;ndash; 1.3% เป็นตัวสะท้อนที่ไม่ดี แต่การที่ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก จึงยังคงมีนักลงทุนไหลเข้ามาในไทย อย่างไรก็ตามปัญหาความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่านหากขยายไปสู่การทำสงครามก็จะกระทบกับการลงทุนของไทยอย่างมาก แต่หากไม่ขยายเป็นสงครามก็จะไม่กระทบต่อการลงทุนในไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จะเข้ามาช่วยดึงดูดการลงทุนได้มาก ซึ่งที่ผ่านมาแม้ว่าโครงการลงทุนโครงพื้นฐานที่สำคัญ 5 โครงการ จะมีความล่าช้า แต่หลายโครงการก็ได้เซ็นต์สัญญาไปแล้ว และโครงการที่เหลือก็คาดว่าจะได้ผู้ลงทุนในเร็วๆนี้ ทำให้นักลงทุนยังคงมั่นใจในโครงการ อีอีซี แต่ถ้าโครงการที่เซ็นต์ไปแล้วยังไม่ทำก็จะกระทบต่อความเชื่อมั่นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนักลงทุนที่มาแรงในปีนี้จะเป็นกลุ่มจีน ยังมีความสนใจลงทุนในไทยอยู่มาก เพราะไทยยังมาข้อดีอยู่มาก ไม่อย่างนั้นนักลงทุนก็ไปหมด นักลงทุนที่เข้ามาส่วนใหญ่เป็นลูกค้าใหม่ เนื่องจากสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ กดดันให้นักลงทุนเข้ามาไทยไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และคาดว่าสถานการณ์ นี้ยังคงยืดเยื่ออีกนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มาตรการส่งเสริมการลงทุนของไทยถือว่ามีความเหมาะสมแล้ว โดยจะเน้นเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง ใช้แรงงานน้อย ส่วนอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานมากก็ไม่ได้ส่งเสริมอยู่แล้ว เพราะไทยยังคงขาดแคลนแรงงาน&amp;rdquo;นายวิบูลย์ กล่าว
ขณะที่ภัยแล้งที่เกิดขึ้นกระทบกับภาคอุตสาหกรรมไม่มาก ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจะเป็นภาคการเกษตร เพราะภาคอุตสาหกรรมสามารถรีไซเคิลน้ำกลับมาใช้ได้ในบางส่วน โดยนิคมอุตสาหกรรมของอมตะ ก็ได้เตรียมมาตรการรองรับมานานแล้ว มีบ่อเก็บน้ำสำรองที่เพียงพอกว่า 18 เดือน โดยในวันที่ 20 ม.ค. นี้ จะเชิญผู้ประกอบการในนิคมฯ เข้ามาชี้แจ้งอัพเดทข้อมูลให้ผู้ประกอบการไม่กังวลเรื่องน้ำ ส่วนที่บริษัท อีสท์วอเตอร์ จะขึ้นค่าน้ำภาคอุตสาหกรรม จะไม่กระทบต่อนิคมฯอมตะ เพราะอมตะใช้น้ำที่พึ่งพาตนเองมาโดยตลอด โดยใช้น้ำของอีสวอเตอร์เพื่อแบ็กอัพเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเงินลงทุนของกลุ่มอมตะฯ ในปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ 3-4 พันล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุนในนิคมฯภายในประเทศและต่างประเทศ โดยส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนในไทย ส่วนยอดขายที่ดินในปีนี้คาดว่าจะอยู่ในกรอบ 700 &amp;ndash; 800 ไร่ ส่วนปี 2563 คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54411</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดึงดูดนักลงทุน, บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน), วิบูลย์ กรมดิษฐ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180506/image_big_5aee7b6332c7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
