<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62854</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอนแก่นขอล็อกดาวน์30หมู่บ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภูเก็ตเริ่มดีขึ้น พบผู้ติดเชื้อใหม่แค่ 2 ราย แต่ปัตตานียังวางใจไม่ได้ ติดโควิดอีก 7 คน ผู้ว่าฯ สั่งล็อกดาวน์ 3 ตำบลในพื้นที่ อ.ทุ่งยางแดง ส่วนกลุ่มผู้นำศาสนาทั้ง 7 รายที่ยะลาครบกำหนดกักตัวกลับบ้านได้แล้ว ที่ขอนแก่นชุมชนเข้มแข็ง ชาวบ้าน 30 หมู่บ้านขอซีลตัวเอง อนุมัติไปแล้ว 1 เป็นต้นแบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 เมษายน คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต แจ้งสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จังหวัดภูเก็ต ประจำวันที่ 11 เมษายน 2563 ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม-10 เมษายน 2563 จังหวัดภูเก็ตมีผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 แล้วจำนวน 172 ราย (ตรวจคัดกรองเชิงรุก 2 ราย) โดยผู้ป่วยรักษาหายกลับบ้าน 56 ราย จำหน่าย 1 ราย (จำหน่ายเนื่องด้วยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์) กำลังรักษาพยาบาลอยู่ 115 ราย ในจำนวนนี้อาการรุนแรง 3 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ที่เหลืออาการอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ทั้งนี้ ผู้ป่วยทั้ง 172 รายนี้รวมอยู่ในรายงานผู้ป่วยติดเชื้อยืนยันที่กระทรวงสาธารณสุขได้แถลงไปก่อนหน้านี้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้มีอาการเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 2,167 ราย (รายใหม่ 108 ราย) โดยยังคงรักษาพยาบาล 184 ราย ในจำนวนนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ 69 ราย กลับบ้านแล้ว &amp;nbsp;1,983 ราย มีผู้ติดเชื้อยืนยันโรคโควิด-19 รายใหม่ทั้ง 2 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์พัฒนาการสาธารณสุขมูลฐานชายแดนภาคใต้ จ.ยะลา นายวรเชษฐ พรมโอภาษ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วย นายแพทย์สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา และฝ่ายปกครอง ได้ร่วมกันเข้าพบกลุ่มผู้นำศาสนา จำนวน 7 ราย ซึ่งได้เข้ารับการกักตัวเพื่อเฝ้าสังเกตอาการจนครบตามกำหนด 14 วัน ซึ่งหลังเฝ้าสังเกตอาการแล้ว ทั้ง 7 รายไม่พบอาการ และไม่พบเชื้อแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรเชษฐ พรมโอภาษ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวกับกลุ่มผู้นำศาสนาทั้ง 7 รายว่า ทางจังหวัดขอบคุณที่ให้ความร่วมมือในการเข้าสังเกตอาการตามมาตรการควบคุมโรค และขอให้ทุกท่านได้ร่วมกันปฏิบัติตนตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ หลังจากกลับไปแล้ว และช่วยบอกกล่าวบุคคลในครอบครัว หรือในชุมชนให้มีความเข้าใจที่ถูกต้องด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา กล่าวว่า ทั้งนี้ หลังจากท่านกลับไปสู่ครอบครัว สู่ชุมชนแล้ว ก็ขอให้ยังคงปฏิบัติตามคำแนะนำในการป้องกันโรค และยังคงต้องอยู่แต่ในบ้านพักอาศัยอีกสักระยะหนึ่งก่อน ลดละการเข้าชุมชน เพื่อเป็นการเฝ้าดูอาการในระยะยาว แม้ว่าในการกักตัวครั้งนี้ท่านจะไม่ติดเชื้อไวรัส หรืออาจจะตรวจไม่พบในตอนนี้ แต่เชื้อไวรัสนั้นสามารถติดกันได้ ซึ่งอาจจะไปติดเชื้อมาจากผู้อื่นอีกก็ได้ จึงขอให้ทุกท่านปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผู้นำศาสนารายหนึ่งที่ได้ผ่านการกักตัวสังเกตอาการครบ 14 วันแล้ว ได้เปิดเผยว่า ขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่ได้ให้การดูแลและแนะนำ ทำความเข้าใจกับหลักการปฏิบัติในการป้องกันตนเองจากไวรัสโควิด-19 ซึ่งตนเองก็พร้อมและยืนยันที่จะปฏิบัติตาม อีกทั้งจะนำสิ่งที่ได้รับรู้ไปทำความเข้าใจกับผู้อื่นได้อีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้นำศาสนาทั้ง 7 รายนี้ได้เดินทางกลับจากการทำกิจกรรมดาวะห์ที่ประเทศอินโดนีเซีย ในช่วงวันที่ 26 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา และได้รายงานตัวกับทางเจ้าหน้าที่เพื่อเข้ากักตัวสังเกตอาการจนครบเวลาตามกำหนด และได้อนุญาตให้กลับสู่ครอบครัวได้ในวันนี้ โดยเป็นราษฎรจากอำเภอกาบัง 4 ราย, อำเภอยะหา 2 ราย และอำเภอบันนังสตา 1 ราย
ปัตตานีติดเชื้อเพิ่ม 7 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ปัตตานี รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มอีก 7 ราย จากเดิม 67 ราย ล่าสุดวันนี้มียอดสะสมผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นเป็น 74 ราย ทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีสั่งปิด 3 ตำบลในพื้นที่ อ.ทุ่งยางแดงทันที เพื่อกักกันพื้นที่ห้ามไม่ให้บุคคลใดเข้าหรือออก ทั้งนี้ก็เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการเอกซเรย์พื้นที่และบุคคลทั้ง 3 ตำบล ว่าใครสัมผัสหรือติดเชื้อหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผวจ.ปัตตานีเปิดเผยว่า 7 รายใหม่ที่พบเชื้อนี้เป็นชาวบ้านในพื้นที่ อ.ทุ่งยางแดง และเป็นผู้ที่สัมผัสกับนายมามุและภรรยาที่ติดเชื้อมาจากไปร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ จ.ยะลา เมื่อวันที่ 22-24 มีนาคมที่ผ่านมา และเมื่อสัมผัสแล้วก็ได้ไปสัมผัสกับบุคคลอื่นต่อเนื่อง ซึ่งเป็นคนใน อ.ทุ่งยางแดง 6 คน และเป็นลูกชายนายมามุที่อยู่ อ.มายอ 1 คน ขณะนี้ตนได้สั่งการไปยังนายอำเภอทุ่งยางแดงให้ปิด 3 ตำบลของ อ.ทุ่งยางแดง คือ อ.ปากู, อ.พิเทน และ อ.น้ำดำ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเอกซเรย์พื้นที่และบุคคลว่าใครเคยสัมผัสและใกล้ชิดนายมามุและบุคคลอีกทั้ง 7 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยผ่านรายการสร้างสรรค์เมืองนคร ทางวิทยุแห่งประเทศไทยจังหวัดนครศรีธรรมราช 93.5 MHz ถึงสถานการณ์การควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า ในขณะนี้พบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มอีก 1 คน เป็นผู้สูงอายุ บ้านอยู่อำเภอหนึ่ง จากการสอบสวนพบว่ามีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจอยู่ก่อนแล้ว เข้ารับตอนนี้รักษาตัวใน รพ.ทุ่งสง และส่งต่อมายัง รพ.มหาราช ทำให้ยอดผู้ป่วยไวรัสวิดสะสมในจังหวัดนครศรีธรรมราช เพิ่มเป็น 7 คน ในจำนวนนี้รักษาหายกลับบ้านได้แล้ว 4 คน รอกลับบ้านอีก 2 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการผ่อนปรนมาตรการให้ร้านตัดผม ร้านเสริมสวย กลับมาเปิดบริการได้ตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย.2563 นั้น เพราะคำสั่งปิดร้านตัดผม ร้านเสริมสวยของจังหวัดนครศรีธรรมราชต่อเนื่องมาเกือบ 1 เดือน และจากการตรวจสอบพบว่าสถานประกอบการเหล่านี้ให้ความร่วมมือดีมาก จึงมีคำสั่งให้เปิดบริการได้ภายใต้เงื่อนไขและมาตรการที่กำหนด อาทิ การเว้นระยะห่างลูกค้าในร้าน การล้างมือ การทำความสะอาดเครื่องมือ การสวมหน้ากากอนามัย ทุกแห่งจะต้องปฏิบัติการอย่างเคร่งครัด หากพบว่าร้านไหนปล่อยปละละเลย ก็จะสั่งปิดและดำเนินคดีตามกฎหมายทันที&amp;nbsp;
พยาบาลชุมพรติดเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุข จ.ชุมพร นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผวจ.ชุมพร, นพ.จิรชาติ เรืองวัชรินท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชุมพร ร่วมกันแถลงข่าวกรณีพบผู้ป่วยโควิด-19 รายที่ 3 ของจังหวัดชุมพร เป็นบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เป็นพยาบาลหญิง อายุ 42 ปี โดยพยาบาลรายนี้ติดเชื้อโดยเป็นผู้สัมผัสกับผู้ป่วยรายที่ 2 ซึ่งเป็นผู้หญิงอายุ 65 ปี ที่ได้เข้ารับการรักษาอาการป่วยด้วยโรคประจำตัวและผลตรวจพบเชื้อมีเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้พยาบาลรายดังกล่าวเริ่มกักตัวเมื่อวันที่ 7 เม.ย. และผลการตรวจพบเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 10 เม.ย.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้พยาบาลผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายที่ 3 เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ มีขวัญกำลังใจดีมาก ร้องขอโทรศัพท์ถึงครอบครัว และขอให้ตรวจสอบคนในครอบครัว 2 คน ให้ละเอียด ซึ่งทางสำนักงานสาธารณสุข จ.ชุมพร ได้เข้าไปดูแลอย่างดีที่สุด ส่วนโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ยังเปิดบริการตามปกติ ยกเว้นคลินิกนอกเวลาปิดให้บริการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยสถานการณ์ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ผู้ว่าราชการจังได้ออกคำสั่งเพิ่ม ดังนี้ 1.ให้ประชาชนในจังหวัดบุรีรัมย์ ใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยทุกคน 2.ประชาชนผู้มาติดต่อราชการต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยทุกครั้ง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลากลาง จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ขณะนี้มีหมู่บ้านที่เสนอตัวเพื่อขอทำการซีลหมู่บ้านทั้งหมด 30 หมู่บ้าน จากทั้ง 26 อำเภอของจังหวัด และขณะนี้จังหวัดได้อนุมัติให้ 1 หมู่บ้านนั้นได้ดำเนินการแล้ว คือที่ ม.6 ต.ศรีบุญเรือง อ.ชนบท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวว่า มาตรการซีลหมู่บ้านนั้น ยอมรับว่าไม่สามารถทำได้ทุกหมู่บ้านในเขตจังหวัด เพราะบริบทของแต่ละหมู่บ้านนั้นแตกต่างกัน รวมทั้งพื้นที่ทางกายภาพในภาพรวม ดังนั้นเมื่อมีหมู่บ้านเสนอตัวในการที่จะซีลหมู่บ้านหรือปิดหมู่บ้าน ตามแนวทางที่จังหวัดกำหนดขึ้นมานั้น เมื่อผ่านประชาคมหมู่บ้านมาแล้ว และอำเภอเสนอเรื่องขึ้นมา คณะทำงานของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดจะลงพื้นที่ตรวจสอบและแนะนำข้อปฏิบัติเพื่อให้หมู่บ้านนั้นได้ดำเนินงานได้ทันที จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ซึ่งหมู่บ้านที่จะดำเนินการได้นั้น สำคัญที่สุดคือเป็นหมู่บ้านที่ไม่มีผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และเป็นหมู่บ้านที่ไม่มีผู้ที่เดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง
หมู่บ้านต้นแบบปิดสู้โควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผวจ.ขอนแก่นกล่าวต่ออีกว่า หมู่บ้านต้นแบบที่ได้ดำเนินงานแล้วนั้น มีประชากรในหมู่บ้าน 25 หลังคาเรือน มีทางเข้าและออกหมู่บ้านเพียง 1 ช่องทาง ซึ่งผู้นำชุมชนได้มีการตั้งจุดตรวจคัดกรองบริเวณทางเข้าแห่งนี้อย่างเข้มงวดตลอดทั้ง 24 ชม. ทั้งยังคงมีการกำหนดระยะเวลาเข้าและออกหมู่บ้านได้เพียง 2 ช่วงเวลาคือ ช่วงเช้า 05.00-07.00 น. และช่วงเย็นคือเวลา 16.00-19.00 น. ซึ่งการผ่านด่านตรวจคัดกรองนั้นคุมเข้มตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งท้องถิ่นยังคงให้การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานของชุมชนแห่งนี้ ด้วยการสร้างห้องน้ำไว้ที่บริเวณทางเข้าเพื่อให้ประชาชนที่เดินทางเข้าหมู่บ้านนั้นได้ทำความสะอาดร่างกาย ขณะเดียวกันยังคงมีการปรับพื้นที่สำหรับการจัดทำตลาดชั่วคราวไว้ที่บริเวณหน้าหมู่บ้านเพื่อให้ประชาชนนั้นได้ออกมาเลือกซื้อสินค้าในช่วงเวลาที่กำหนด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่บ้านทุกหลังคาเรือนก็มีการทำจุดล้างมือไว้ที่หน้าบ้านเพื่อให้ทุกคนนั้นรักษาความสะอาดตนเองอย่างบ่อยครั้ง อย่างไรก็ตาม ด้วยมาตรการซีลหมู่บ้านที่จัดทำขึ้น มั่นใจว่าจะเป็นการกำหนดพื้นที่สีขาว หรือหมู่บ้านสะอาดได้แบบขยายวงกว้างมากขึ้น ซึ่งก็แสดงให้เห็นถึงมาตรการป้องกันที่เราจะทยอยประกาศพื้นที่ปลอดภัยจากเชื้อไวรัสได้จากภายในสู่ภายนอก จนขยายครอบคลุมทั้งจังหวัดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ในวันนี้ ขบวนรถไฟขนส่งสินค้าเส้นทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ เริ่มกลับมาเดินรถได้อีกครั้งเป็นวันแรก หลังจากที่ต้องหยุดยาวมาตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม หลังจากที่มาเลเซียประกาศปิดประเทศ และในวันนี้ทางประเทศมาเลเซียได้อนุญาตให้เปิดด่านปาดังเบซาร์ ชายแดนไทยมาเลเซีย อ.สะเดา จ.สงขลา เพื่อให้มีการขนส่งทางรถไฟได้อีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้ตั้งแต่วันนี้การขนส่งสินค้าทางรถไฟระหว่างประเทศไทยกับมาเลเซียผ่านด่านปาดังเบซาร์สามารถกลับมาดำเนินการได้ แต่ก็ยังคงมีมาตรการคัดกรองเจ้าหน้าที่ประจำรถไฟของเจ้าหน้าที่ทั้งสองประเทศอย่างเข้มข้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับรถไฟขนส่งสินค้าขบวนแรกได้ออกจากสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่เมื่อเวลา 07.30 น.วันนี้ แต่ยังเป็นรถเปล่าที่จะไปรับส่งสินค้าที่บริเวณด่านปาดังเบซาร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบรรยากาศที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ขณะนี้ ยังคงหยุดให้บริการรถไฟทุกขบวนไม่มีกำหนดมาตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งปรกติในช่วงนี้ซึ่งจะเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ สถานีรถไฟหาดใหญ่จะเต็มไปด้วยประชาชนที่เดินทางกลับบ้าน แต่ปีนี้เงียบสงบ ทั้งสถานีว่างเปล่าไร้ผู้คน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการหยุดเดินรถไฟสายใต้ทุกระบบทุกขบวน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62854</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.จิรชาติ เรืองวัชรินท์, นพ.สงกรานต์ ไหมชุม, วรเชษฐ พรมโอภาษ, วิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์, ศิริพัฒ พัฒกุล, สมศักดิ์ จังตระกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200411/image_big_5e91b05ae2615.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลื่อนยศเป็นพันโท จ่าพลีชีพป้องศิษย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชื่นชมวีรกรรม จ.ส.อ.สมชาย ธนบัตร ครูฝึกนักเรียนนายสิบ แย่งระเบิดจากมือลูกศิษย์ หลังถอดสลักแล้วถือค้างไว้เพราะตกใจ ระเบิดตูมตัวเองตายคาที่ ลูกศิษย์มือขาดแต่รอดชีวิต กองทัพบกขอพระราชทานยศเป็นพันโท สดุดีถือเป็นแบบอย่างของครูทหาร ลูกสาววัย 11 ขวบภูมิใจพ่อเสียสละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 5 มิถุนายนนี้ ที่สำนักสงฆ์ทุ่งช้างเผือก หมู่ 1 ต.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร มีการจัดเตรียมงานบำเพ็ญกุศลศพ จ.ส.อ.สมชาย ธนบัตร ที่เสียชีวิตจากเหตุระเบิด โดยมณฑลทหารบกที่ 44 (มทบ.44) ได้ส่งผู้แทนเข้ามาดูสถานที่และให้กำลังใจแก่ครอบครัวของ จ.ส.อ.สมชาย พร้อมนำพวงหรีดมาเคารพศพด้วย โดยมี นางชฎารัตน์ ธนบัตร อายุ 36 ปี ภรรยาของ จ.ส.อ.สมชาย นางแต้ม บูชาเทียน อายุ 78 ปี&amp;nbsp;แม่บุญธรรม จ.ส.อ.สมชาย และ ด.ญ.วริศรา ธนบัตร&amp;nbsp;วัย 11 ปี บุตรสาวของ จ.ส.อ.สมชาย ร่วมให้การต้อนรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงสายวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา จ.ส.อ.สมชาย ธนบัตร ครูฝึกนักเรียนนายสิบ กองพันนักเรียนนายสิบ ศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ นำนักเรียนนายสิบ (นนส.) ออกฝึกการใช้ระเบิดมือขว้าง บริเวณข้างเขาฉลักฉลาม ในศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ โดยมีการฝึกขว้างระเบิด ARGES รุ่น HG84P2A1 เป็นระเบิดรุ่นใหม่ ปรากฏว่านักเรียนนายสิบกนกพล โพธิ์อิ่ม ถอดสลักระเบิดแล้วแต่ไม่ยอมขว้างออกไป จนเกือบพ้นช่วงหน่วงเวลา ด้วยเกรงว่าลูกศิษย์จะเป็นอันตราย จ.ส.อ.สมชายจึงถลันไปดึงระเบิดในมือของ นนส.กนกพล เพื่อขว้างออกไป แต่ระเบิดทำงานเสียก่อน โดยแรงระเบิดทำให้แขนซ้ายท่อนล่างของ นนส.กนกพลฉีกขาด ส่วน จ.ส.อ.สมชายถูกสะเก็ดระเบิดฉีกร่างเสียชีวิตคาที่ ท่ามกลางความตื่นตะลึงของบรรดานักเรียนนายสิบที่เห็นเหตุการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้มีผู้โพสต์ลงเฟซบุ๊กเผยแพร่วีรกรรมของ จ.ส.อ.สมชาย ระบุว่า เหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นหลังจากฝึกด้วยลูกระเบิดซ้อมจนชำนาญ นักเรียนนายสิบได้เข้าสถานีระเบิดขว้างฝึกด้วยระเบิดจริง แต่นักเรียนนายสิบคนดังกล่าวไม่ขว้างออกไป จ.ส.อ.สมชายเข้าไปแย่งออกจากมือเพื่อป้องลูกศิษย์ก่อนเกิดระเบิดตูมสนั่น พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวครูฝึกทหารกล้า โดยมีบรรดาลูกศิษย์และทหารที่เคยเป็นลูกศิษย์ร่วมโพสต์ข้อความไว้อาลัยจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ จ.ส.อ.สมชาย ธนบัตร เป็นนักเรียนนายสิบเหล่าราบรุ่น 33/52
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงบ่าย นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัว จ.ส.อ.สมชาย พร้อมทั้งนำพวงหรีดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพวงหรีดของผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ไปเคารพศพ จ.ส.อ.สมชายด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พันเอกหญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ​​จากการที่ได้เกิดอุบัติเหตุในระหว่างการฝึกการใช้ลูกระเบิดขว้างในหลักสูตรนักเรียนนายสิบเหล่าทหารราบ ณ ศูนย์การทหารราบ เป็นเหตุให้ นักเรียนนายสิบกนกพล โพธิ์อิ่ม ได้รับบาดเจ็บ และจ่าสิบเอกสมชาย ธนบัตร ตำแหน่ง รองผู้บังคับหมวดกองพันนักเรียนนายสิบ กรมนักเรียนโรงเรียนทหารราบ ศูนย์การทหารราบ ซึ่งเป็นครูฝึก เสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2562 นั้น &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ในครั้งนี้ กองทัพบกขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของ จ.ส.อ.สมชาย ธนบัตร ที่ได้ทำหน้าที่ด้วยจิตวิญญาณของครูฝึก ในการแก้ไขเหตุวิกฤติเฉพาะหน้าโดยทันที เพื่อปกป้องผู้รับการฝึก หวังให้เกิดความปลอดภัยอย่างเต็มที่แล้ว พร้อมกันนี้หน่วยต้นสังกัดได้ดำเนินการช่วยเหลือจัดการพิธีศพอย่างสมเกียรติ โดยมีกำหนดการสวดพระอภิธรรม ระหว่าง 5-12 มิถุนายน 2562 เวลา 20.00 น. และประกอบพิธีฌาปนกิจในวันที่ 13 มิถุนายน 2562 เวลา 16.00 น. ณ วัดทุ่งช้างเผือก ต.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ หน่วยต้นสังกัดได้ดำเนินการดูแลให้ได้รับสิทธิกำลังพลอย่างครบถ้วน ทั้งสิทธิตามระเบียบของทางราชการ และสินไหมทดแทนจากโครงการประกันชีวิตทหารที่กองทัพบกมอบให้เพิ่มเติมด้วย โดยกองทัพบกได้พิจารณาปูนบำเหน็จเลื่อนชั้นเงินเดือน 7 ชั้น ให้กับ จ.ส.อ.สมชาย ธนบัตร และขอพระราชทานยศเป็น &amp;ldquo;พันโท&amp;rdquo; เพื่อเป็นการตอบแทนคุณความดีในการทุ่มเท รับผิดชอบในภาระหน้าที่จนกระทั่งเสียชีวิต พร้อมยกย่องในความเสียสละ และถือเป็นแบบอย่างของครูทหารที่พร้อมด้วยความรู้ ประสบการณ์ ความกล้าหาญ และสัญชาตญาณแห่งการปกป้องศิษย์เมื่ออยู่ในช่วงนาทีแห่งชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนักเรียนนายสิบกนกพล ที่ได้รับบาดเจ็บแขนขวาท่อนล่างขาด ซึ่งได้รับการผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพักรักษาอาการที่โรงพยาบาลค่ายธนะรัชต์ ขณะเดียวกัน ศูนย์การทหารราบได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งพิจารณาปรับมาตรการการฝึกเพื่อให้เกิดความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ส.อ.สมชาย ธนบัตร อายุ 32 ปี พ่อแม่เสียชีวิต ปัจจุบันอยู่กับแม่บุญธรรมชื่อนางแต๊ม บูชาเทียน อายุ 78 ปี อาชีพทำสวนยางพารา เรียนจบชั้นอนุบาลจนถึง ม.3 โรงเรียนคันฑทรัพย์ และเรียนต่อระดับ ปวช.และ ปวส.ที่โรงเรียนการอาชีพท่าแซะ เมื่อจบการศึกษาไปจับใบดำใบแดงได้เป็นทหารเกณฑ์ที่ค่ายธนะรัชต์ เป็นทหารเกณฑ์ได้ 1 ปี สามารถสอบบรรจุเป็นนักเรียนนายสิบ จนกระทั่งได้เป็นครูฝึกและเสียชีวิตจากการปกป้องลูกศิษย์ดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ท.ทวีศักดิ์ ช่วยกิจ หน.ชุด ปจว./ปชส.403 กล่าวว่า เท่าที่ทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องยกย่อง จ.ส.อ.สมชาย หรือครูหนุ่ม ที่ตัดสินใจเข้าไปในช่วงจังหวะนั้น ทำให้ไม่เกิดความสูญเสียไปมากกว่านี้ เพราะมีทหารฝึกอยู่หลายคน ส่วนสาเหตุนั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ อาจจะมาจากหลายสาเหตุ โดยเฉพาะทหารฝึกใหม่เคยใช้แต่อาวุธฝึก เมื่อมาฝึกใช้ของจริงบางคนก็อาจจะประหม่า หรือตกใจก็เป็นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางแต๊ม บูชาเทียน อายุ 78 ปี แม่บุญธรรม กล่าวว่า ตนเลี้ยง &amp;ldquo;ครูหนุ่ม&amp;rdquo; มาตั้งแต่แบเบาะ เห็นว่าเป็นเด็กดี ไม่เกเร ตนมั่นใจในความดีของครูหนุ่ม ส่วนพ่อและของหนุ่มเสียชีวิตหมดแล้ว ตนทราบข่าวว่าครูหนุ่มเสียชีวิตเมื่อตอนบ่ายวันอังคาร ก็ตกใจมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน ด.ญ.วริศรา ธนบัตร อายุ 11 ปี ลูกสาวคนเดียวของ &amp;ldquo;ครูหนุ่ม&amp;rdquo; เรียนอยู่ชั้น ป.6 โรงเรียนรักษ์ หน้าค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ตนกับพ่อสนิทกันมาก พ่อมักจะชวนตนไปไหนมาไหนด้วยเสมอ และชอบพาไปตกปลา บางครั้งก็พาไปดูการฝึกสอนทหาร รู้สึกเสียใจที่พ่อมาจากไป แต่ก็ภูมิใจในความดีและความเสียสละของพ่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นางฎารัตน์ ธนบัตร ภรรยาของ &amp;quot;ครูหนุ่ม&amp;rdquo; ยังอยู่ในความเศร้าโศกเสียใจกับการจากไปของสามีสุดที่รัก ร้องไห้น้ำตาไหลอยู่ตลอดเวลา และยังไม่พร้อมจะพูดคุยใดๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณรันต์ แดงสกล อายุ 33 ปี วิศวกรโรงงานแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร เพื่อนสนิทผู้ตาย กล่าวว่า ตนและ จ.ส.อ.สมชาย เป็นเพื่อนรักรุ่นเดียวกันและเกิดในหมู่บ้านเดียวกัน มีบ้านอยู่ใกล้กันในพื้นที่บ้านทุ่งช้างเผือก ตั้งแต่สมัยเด็กๆ เรียนที่เดียวกัน เมื่อตนไปทำงานเป็นวิศวกรอยู่โรงงานในกรุงเทพฯ ก็ยังติดต่อกันตลอดมา เมื่อทราบข่าวว่า จ.ส.อ.สมชายเสียชีวิต จึงเดินทางมาที่ค่ายธนะรัชต์ และมาพร้อมกับขบวนเคลื่อนศพมายังวัดบ้านเกิดด้วย จ.ส.อ.สมชายเป็นคนอัธยาศัยดี เพื่อนๆ และชาวบ้านรัก เป็นคนชอบช่วยเหลือผู้อื่น ไม่เคยอวดเบ่งหรือโอ้อวดว่าตนเองเป็นทหาร เคยพูดกับตนเสมอว่าจะสอบเป็นนายทหารให้ได้ แต่ก็ต้องมาจบชีวิตเสียก่อน ก็ถือว่าเป็นวีรกรรมของครูฝึกที่มีความรับผิดชอบปกป้องลูกศิษย์ตนเองขณะตกอยู่ในอันตราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37773</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ส.อ.สมชาย ธนบัตร, ชฎารัตน์ ธนบัตร, ร.ท.ทวีศักดิ์ ช่วยกิจ, วริศรา ธนบัตร, วิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แต๊ม บูชาเทียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190605/image_big_5cf7c64073bb1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26931</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2019 21:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2019 21:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯชุมพรเร่งสางปมผู้บริหารโรงเรียนปลอมลายเซ็นโกงเงินครู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ม.ค.62 - จากกรณี น.ส.วลัยลักษณ์ ล้านเกตุบุตร อายุ 26 ปี อดีตครูปฐมวัย โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.สวี จ.ชุมพร หอบหลักฐาน เข้าร้องเรียนต่อสำนักงาน ปปช.ประจำจังหวัดชุมพร ถึงพฤติกรรมทุจริตของผู้บริหารโดยปลอมลายเซ็นครูที่ลาออกไปนานร่วมปีแล้ว แต่ยังมีการเซนชื่อรับเงินเดือนทุกเดือนตามข่าวที่นำเสนอมาแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น. นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผวจ.ชุมพร เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวหลังทราบข่าวจากสื่อมวลชนแล้ว &amp;nbsp;ตนได้สอบถามไปยังผู้เกี่ยวข้องสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดชุมพร พร้อมทั้งสั่งการให้ชี้แจงรายละเอียดให้จังหวัดทราบโดยด่วนแล้ว ซึ่งถ้าพบว่าเป็นข้อเท็จจริงตามข้อร้องเรียนให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อเอาผิดทั้งทางอาญาและวินัยอย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้ผู้ที่ทุจริตอยู่ในหน้าที่ตำแหน่งราชการอย่างเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิบูลย์ กล่าวว่านอกจากนั้นในส่วนของคุณภาพของการเรียนการสอนที่โรงเรียนดังกล่าวก็ได้รับการร้องเรียนว่าไม่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ปกครองนักเรียนด้วยจากที่เคยมีนักเรียนมากกว่าร้อยคน จนถึงเวลานี้เหลือไม่ถึงร้อยคนแล้ว จึงต้องมีการตรวจสอบด้วยว่าการเรียนการสอนของคณะครูที่โรงเรียนดังกล่าวได้มาตรฐานของกระทรวงศึกษาธิการหรือไม่อย่างไร &amp;nbsp;จังหวัดชุมพรจะดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดเพราะเด็กคืออนาคตของชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส.วลัยลักษณ์ ล้านเกตุบุตร อดีตครูปฐมวัยผู้ร้องเรียน ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า หลังจากที่ตนร้องเรียน ปปช.ชุมพรแล้วจนเป็นข่าวทางสื่อมวลชน ตนได้รับคำเตือนจากญาติพี่น้องให้ระวังตัวเนื่องจากกลัวว่าจะได้รับอันตราย ทำให้ต้องย้ายที่อยู่จากบ้านที่อาศัยไปหาที่พักแห่งใหม่ เพื่อความปลอดภัยทั้งของตนเองและของพ่อแม่ ด้วย แต่ไม่ขอบอกว่าจะไปอยู่ที่ไหน เพราะบ้านตนกับโรงเรียนดังกล่าวอยู่ไม่ไกลกัน นอกจากเรื่องการทุจริตที่ตนเปิดเผยแล้ว ยังมีประเด็นเรื่องผู้ที่เป็นครูซึ่งเป็นพวกของฝ่ายผู้บริหารบางคนก็ไม่มีใบรับรองวุฒิครูอีกจำนวนหนึ่งที่ยังสอนอยู่ในโรงเรียนแห่งนี้ &amp;nbsp;ที่ผ่านมาก็ไม่ได้ดำเนินการให้เป็นตามระเบียบของกระทรวงศึกษาแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26931</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมพร, ผู้บริหารโรงเรียนคอร์รัปชัน, วลัยลักษณ์ ล้านเกตุบุตร, วิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์, อ.สวี จ.ชุมพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190118/image_big_5c41dd243720e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25892</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรงห่วงใยพสกนิกรประสบภัยพายุ&#039;ปาบึก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยผู้ประสบภัยพายุปาปึก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน และให้องคมนตรีเชิญสิ่งของพระราชทานมอบบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นขวัญกำลังใจแก่ราษฎร &amp;quot;นายกฯ&amp;quot; เตรียมลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช 7 ม.ค.นี้ เยี่ยมประชาชนและตรวจระบบเตือนภัย &amp;quot;รัฐบาล&amp;quot; จัดงาน &amp;quot;รวมน้ำใจไทย ช่วยวาตภัยใต้&amp;quot; รับบริจาคเงินช่วยผู้ประสบภัย &amp;quot;พาณิชย์-อุตฯ&amp;quot; ออกมาตรการเยียวยาอื้อ &amp;quot;กรมประมง&amp;quot; เคาะค่าชดเชยผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ &amp;quot;เจ๊หน่อย&amp;quot; จี้หน่วยงานรัฐเร่งช่วยเหลือ ปชช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ผู้ประสบวาตภัยในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช &amp;nbsp;โดยองคมนตรีรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับวาตภัยและผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จากนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช, พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ไพบูลย์ได้มอบเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต 1 ราย มอบสิ่งของพระราชทานแก่ผู้ประสบวาตภัย จำนวน 900 ชุด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ราษฎร ต่อมาได้เชิญสิ่งของพระราชทาน จำนวน 300 ชุด มอบแก่ผู้ประสบวาตภัย ถวายแด่พระสงฆ์ และมอบแก่ผู้ป่วยติดเตียง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชน ณ ศูนย์อพยพ วัดรัตนาราม ต.ปากพนังฝั่งตะวันออก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ อำเภอปากพนังได้เกิดลมพัดแรงและฝนตกหนักติดต่อกันเนื่องจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน ปาบึก ตั้งแต่วันที่ 3-5 ม.ค.2562 ส่งผลทำให้เกิดวาตภัยและอุทกภัยในพื้นที่จำนวน 17 ตำบล 133 หมู่บ้าน 22 ชุมชน ราษฎรได้รับความเดือดร้อนประมาณ 80,000 คน 18,750 ครัวเรือน บ้านเรือนเสียหายบางส่วนในทุกตำบล สิ่งสาธารณประโยชน์ ถนนเกิดความเสียหายหลายแห่ง มูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่างสำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พล.อ.ไพบูลย์เชิญสิ่งของพระราชทาน จำนวน 1,100 ชุด มอบแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ อ.เมืองฯ &amp;nbsp;จ.นครศรีธรรมราช มอบเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตจาก อ.เฉลิมพระเกียรติ 1 ราย ที่หอประชุมสำนักงานเทศบาลตำบลปากนคร &amp;nbsp;ต่อจากนั้นองคมนตรีได้เชิญสิ่งของพระราชทาน จำนวน 700 ชุด มอบแก่ผู้ประสบภัยในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ที่โรงเรียนเทศบาลวัดท่าโพธิ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ อ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนปาบึก เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2562 จำนวน 13 ตำบล 115 หมู่บ้าน 1 เทศบาลนคร 63 ชุมชน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 178,095 คน 87,295 ครัวเรือน บ้านเรือนและสิ่งสาธารณประโยชน์ เสาไฟฟ้าหักโค่น/ล้ม ได้รับความเสียหายจำนวนมาก ซึ่งมูลค่าความเสียหายอยู่ในระหว่างการสำรวจ สำหรับการฟื้นฟูบูรณะสิ่งสาธารณประโยชน์และบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย ขณะนี้กำลังดำเนินการเพื่อช่วยเหลือกลับคืนสู่สภาพเดิม
ทรงห่วงใยผู้ประสบภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้ง 4 พื้นที่ที่มอบสิ่งของพระราชทาน องคมนตรีได้เชิญพระราชกระแสรับสั่งของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใย ไปกล่าวกับราษฎรที่ประสบวาตภัยให้ได้รับทราบความตอนหนึ่งว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยราษฎรผู้ประสบภัย ซึ่งพระองค์ทรงติดตามสถานการณ์พายุจากข่าวสารทางสื่อมวลชน การถวายรายงานของส่วนราชการในพระองค์ และส่วนราชการต่างๆ จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโรงครัวพระราชทานในพื้นที่เป็นการเร่งด่วน เพื่อประกอบเลี้ยงผู้ประสบภัย และให้องคมนตรีเชิญสิ่งของพระราชทานมามอบแก่ผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และเป็นขวัญกำลังใจแก่ราษฎร พร้อมทั้งได้พระราชทานกำลังใจแก่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่และจิตอาสาที่ปฏิบัติงานช่วยเหลือ ฟื้นฟูผู้ประสบภัยด้วย&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังความปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สุราษฎร์ธานี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดส่งสิ่งของพระราชทาน เครื่องอุปโภคบริโภค ไปยังศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 11 จ.สุราษฎร์ธานี รับผิดชอบ จ.นครศรีธรรมราช ชุมพร พัทลุง สุราษฎร์ธานี และ ปภ.เขต 12 จ.สงขลา รับผิดชอบจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา รวมทั้ง ปภ.เขต 18 จ.ภูเก็ต รับผิดชอบ จ.ตรัง กระบี่ ระนอง ภูเก็ต รวมจำนวน 16,000 ชุด เพื่อเตรียมเชิญไปมอบแก่ผู้ประสบภัยพิบัติและได้รับผลกระทบพายุปาบึก
.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สงขลา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ผู้ประสบวาตภัยจังหวัดสงขลา ในวันอังคารที่ 8 มกราคม 2562 ณ ที่ว่าการอำเภอสทิงพระ และที่ว่าการอำเภอระโนด แห่งละ 1,000 ชุด รวมจำนวน 2,000 ชุด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ชุมพร นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชทานโรงครัวช่วยเหลือผู้ประสบในพื้นที่จังหวัดชุมพร 1 แห่ง เพื่อผลิตอาหารส่งไปยังพื้นที่ประสบภัย โรงครัวพระราชทานแห่งนี้สามารถผลิตอาหารได้วันละ 4,000 &amp;nbsp;ชุด ทยอยส่งไปตามความต้องการของผู้ประสบภัย และยังได้มีโรงครัวจิตอาสาอีก 14 แห่ง ในพื้นที่ประสบภัยต่างๆ พร้อมกับระดมทุกภาคส่วนเข้าให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ยังเดือดร้อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีกำหนดการเดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัยจากพายุโซร้อนปาบึก ที่ จ.นครศรีธรรมราช ในวันจันทร์ที่ 7 ม.ค.2562 โดยเวลา 07.00 น. นายกฯ และคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช อ.เมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช และเวลา 09.00 น. นายกฯ และคณะจะออกเดินทางไปยังริมน้ำเมืองเก่าปากพนัง อ.ปากพนัง เพื่อพบปะจิตอาสาและปล่อยแถวจิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจ &amp;ldquo;Big Cleaning Day&amp;rdquo; ก่อนจะเดินทางไปสามแยกเนินตาขำ ต.บางพระ อ.ปากพนัง เพื่อมอบถุงยังชีพและพบปะผู้ประสบภัยจำนวน 2,000 คน พร้อมกับตรวจระบบเตือนภัยของกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้าและเดินทางไปตรวจสภาพความเสียหายบริเวณแหลมตะลุมพุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ และคณะเดินทางต่อไปยังโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ เพื่อมอบอุปกรณ์การเรียนให้กับเด็กนักเรียน และรับประทานอาหารที่โรงเรียนดังกล่าว และในช่วงบ่าย นายกฯ และคณะออกเดินทางไปยังหมู่ที่ 1 ต.ปากนคร เทศบาล ต.ปากนคร เพื่อตรวจเยี่ยมพบปะการซ่อมสร้างบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากพายุโซนร้อนปาบึก พร้อมกันนี้ นายกฯ และคณะจะลงเรือข้ามฟากไปยังหมู่ที่ 4 ต.ท่าไร่ อ.เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบภัยริมคลองปากนคร ก่อนที่ในช่วงเย็น เวลา 16.50 น. นายกฯ และคณะจะเดินทางถึงกรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ ย้ำว่าช่วงที่ผ่านมาหลายจังหวัดได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุปาบึก สิ่งปลูกสร้างได้รับความเสียหาย เสาไฟฟ้าหักโค่น น้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้างทั้งที่พักอาศัยและพื้นที่การเกษตร ถนนถูกตัดขาด และประชาชนได้รับความเดือดร้อน แต่เมื่อพายุเคลื่อนผ่านไปแล้ว และประชาชนเริ่มทยอยกลับเข้าที่พัก จึงได้สั่งการให้แต่ละจังหวัดส่งเจ้าหน้าที่ลงไปติดตามสภาพความเป็นอยู่ และเร่งสำรวจประเมินความเสียหาย ฟื้นฟูซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้าง และเยียวยาผู้ประสบภัยตามระเบียบทางราชการ
จัดรับบริจาคช่วยใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า ในวันจันทร์ที่ 7 ม.ค.62 รัฐบาลโดยสำนักนายกรัฐมนตรีและสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ จะจัดกิจกรรมรับบริจาคเงิน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคใต้จากพายุปาบึก โดยใช้ชื่องาน &amp;ldquo;รวมน้ำใจไทย ช่วยวาตภัยใต้&amp;rdquo; ตั้งแต่เวลา 20.20-22.00 น. และถ่ายทอดสดในช่วงเวลาดังกล่าว โดยนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีจะร่วมกิจกรรมรับบริจาคด้วย จึงขอชวนเชิญพี่น้องประชาชนชาวไทย หน่วยราชการ บริษัท ห้างร้าน ทุกภาคส่วน ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัยภาคใต้ให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ที่จะร่วมบริจาคสามารถบริจาคได้ที่บัญชี &amp;ldquo;กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยสำนักนายกรัฐมนตรี PM. Disaster Relief Fund.&amp;rdquo; ธนาคารกรุงไทย บัญชีเลขที่ 067-006-8950 ส่วนผู้ที่ประสงค์จะบริจาคสิ่งของ ข้าวสาร อาหารแห้ง ยา และเวชภัณฑ์ สามารถบริจาคได้โดยตรงที่ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ประสบภัย หรือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงพาณิชย์ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เรียกประชุมด่วนผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ เพื่อหามาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุปาปึกในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี สงขลา และชุมพร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์กล่าวหลังการหารือว่า มาตรการช่วยเหลือที่จะดำเนินการในทันทีนั้น ได้ประสานไปยังผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ให้ช่วยบริจาคสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพ เช่น ข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำมันพืช ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รวมทั้งสินค้าวัสดุก่อสร้าง เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัย ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมพร้อมแล้ว คาดว่าจะจัดส่งถึงพื้นที่ได้ในวันที่ 8 ม.ค.2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ด้านการเยียวยาได้ประสานงานไปยังผู้ผลิต ทั้งกระเบื้องมุงหลังคา อุปกรณ์ทำความสะอาดบ้านเรือน ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดต่างๆ ให้เร่งผลิตและจัดส่งสินค้าราคาพิเศษ และประสานไปยังห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกค้าส่ง ให้จำหน่ายสินค้าในราคาพิเศษกว่าปกติมากๆ เพื่อช่วยลดภาระให้กับผู้ประสบภัยที่จะซื้อสินค้าไปดูแลและทำความสะอาดบ้านเรือน ซึ่งล่าสุดยังได้ได้รับความร่วมมือจากเครือบริษัท SCG ที่จะจำหน่ายกระเบื้องมุงหลังคาให้ราคาพิเศษ และคาดว่าจะมีผู้ผลิตรายอื่นๆ เข้าร่วมต่อไป&amp;quot; นายสนธิรัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.พาณิชย์กล่าวว่า ระยะยาวจะประสานภาคเอกชนให้เข้ามาช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ โดยได้มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดใน 4 จังหวัดข้างต้น ไปทำการสำรวจว่ามีอะไรที่ได้รับความเสียหายมาก และต้องการความช่วยเหลือ ก็จะให้จัดทำรายละเอียดมา และกระทรวงจะประสานภาคเอกชนเข้าไปช่วย ซึ่งคงไม่ใช่วิธีปกติ แต่จะใช้วิธีพิเศษ กระบวนการดำเนินการพิเศษ มีเป้าหมายทำต่อเนื่อง 3 เดือน 6 เดือน จนถึง 1 ปี เพื่อให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถลุกขึ้นยืนได้
ร่วมใจฟื้นฟูเยียวยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตฯ ได้ทำแพ็กเกจเยียวยาให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเพื่อซ่อมสร้างฟื้นฟูพลิกฟื้นความเป็นอยู่ของพี่น้องและผู้ประกอบการภาคใต้ทุกกลุ่มโดยเร็วที่สุด ประกอบด้วยมาตรการเริ่มทำทันที ได้แก่ ยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี 5 ปีให้กับโรงงานที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) จะออกประกาศได้ทันทีในสัปดาห์หน้า การร่วมกับบิ๊กบราเธอร์นำเครื่องจักรขนาดใหญ่ลงพื้นที่ช่วยทำความสะอาดสถานประกอบการ ซึ่งได้ประสานงานไว้เรียบร้อยแล้ว การร่วมมือกับผู้ประกอบการค่ายรถยนต์/รถจักรยานยนต์ทุกค่ายเปิดศูนย์บริการซ่อมแซมตรวจเช็กเครื่องยนต์ให้กับเจ้าของรถยนต์/รถจักรยานยนต์ของพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไปทุกพื้นที่ เป็นต้น มาตรการทางการเงิน ได้แก่ ธพว.ประกาศพักชำระหนี้ให้กับลูกค้าที่ได้รับความเสียหาย วงเงินประมาณ 3,200 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นอกจากนี้มีวงเงินเพิ่มให้เป็นเงินทุนหมุนเวียนอีก รายละ 1-5 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเพียง 0.415% ต่อเดือน ส่วนของเงินกู้ยืมของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมมีเงินกู้ฉุกเฉิน 50,000 ถึง 200,000 บาท ปรับลดดอกเบี้ยจาก 4% เหลือ 1% ต่อปี เตรียมวงเงินไว้ 30 ล้านบาท &amp;nbsp;ในส่วนของกองทุนฟื้นฟูเอสเอ็มอีจาก สสว. มีมาตรการยืดชำระหนี้ออกไปนาน 6 เดือน เป็นต้น&amp;quot; รมว.อุตสาหกรรมกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ได้รับรายงานมีชาวประมงและผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้รับความเสียหายใน 7 จังหวัด ได้แก่ ระยอง ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี และสตูล จำนวน 5,668 ราย พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเสียหาย 20,805 ไร่ 4,625 ตารางเมตร เรือประมง 64 ลำ ซึ่งในส่วนของเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจะเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลัง พ.ศ.2556 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม โดยใช้อัตราการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยฯ 2556 ตามประกาศกระทรวงเกษตรฯ ดังนี้ 1.กุ้งก้ามกราม กุ้งทะเล ปูทะเล และหอยทะเล ไร่ละ 10,920 บาท รายละไม่เกิน 5 ไร่ 2.ปลา หรือสัตว์น้ำอื่น นอกจากข้อ 1 ในบ่อดิน ไร่ละ 4,225 บาท รายละไม่เกิน 5 ไร่ 3.สัตว์น้ำตามข้อ 1 และ ข้อ 2 ที่เลี้ยงในกระชัง บ่อซีเมนต์ ตารางเมตรละ 315 บาท รายละไม่เกิน 80 ตารางเมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมประมงกล่าวว่า ส่วนการช่วยเหลือเรือประมง ประกอบด้วย 1.การช่วยเหลือตามระเบียบกรมประมงฯ 2541 อัตรา ดังนี้ เรือความยาวไม่เกิน 10 เมตร ค่ากู้ ไม่เกิน 10,000 บาท/ลำ ค่าซ่อมไม่เกิน 20,000 บาท/ลำ และเสียหายทั้งลำ ไม่เกิน 66,000 บาท/ลำ เรือความยาวเกิน 10 เมตร ค่ากู้ไม่เกิน 25,000 บาท/ลำ ค่าซ่อมไม่เกิน 70,000 บาท/ลำ และเสียหายทั้งลำ ไม่เกิน 200,000 บาท/ลำ และ 2.การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง พ.ศ.2556 ด้านการดำรงชีพ ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ หรือเงินทุน ครอบครัวละไม่เกิน 11,000 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนนายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่ภาคใต้แนะนำ 2 มาตรการเร่งด่วนช่วยเยียวยาฟื้นฟูธุรกิจของ ธพว. และกระทรวงอุตสาหกรรม ได้แก่ มาตรการพักชำระหนี้ สำหรับเงินกู้ยืมแบบมีระยะเวลา พักชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย 6 เดือน ส่วนสัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียนประเภทตั๋วสัญญาใช้เงิน พักชำระดอกเบี้ย 6 เดือน และมาตรการวงเงินสินเชื่อฉุกเฉินเพื่อฟื้นฟูกิจการ ระยะเวลากู้สูงสุด &amp;nbsp;5 ปี ปลอดชำระคืนเงินต้น ไม่เกิน 1 ปี คิดอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 0.415 ต่อเดือน ตลอดอายุสัญญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เตรียมสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษไว้เสริมศักยภาพธุรกิจ เช่น สินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน บุคคลธรรมดาปีที่ 1-3 เพียงร้อยละ 0.42 ต่อเดือน และนิติบุคคล อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1-3 เพียงร้อยละ 0.25 ต่อเดือน และสินเชื่อเถ้าแก่ 4.0 (กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ) อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 1 ต่อปี เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย และคณะ เดินทางมาที่ จ.นครศรีธรรมราช นำถุงยังชีพจำนวน 150 ชุด ที่รวบรวมจากศูนย์รับบริจาคของพรรคเพื่อไทย 30 เขตทั่วกรุงเทพฯ มามอบแก่ผู้ประสบภัยที่ ต.ปากนคร อ.เมืองฯ และเยี่ยมผู้ประสบภัยที่ศูนย์อพยพและช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติที่ศูนย์อนามัย 11
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชาวบ้านหลายคนเครียดและความดันขึ้น จึงอยากขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหายและเข้าช่วยเหลือทุกชุมชนอย่างทั่วถึง รวมทั้งส่งจิตแพทย์เข้ามาเยียวยาความรู้สึกของประชาชน&amp;quot; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยจากพายุปาบึก ที่ อ.ปากพนัง และที่ ต.ปากนคร อ.เมืองฯ จ.นครศรีธรรมราช ในวันที่ 7 ม.ค.นี้ เวลา 14.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25892</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, วิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์, สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดิศร พร้อมเทพ, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190106/image_big_5c320a9ed7eba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22056</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2018 21:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยึดยาบ้าล้านเม็ด ม้งขนมุ่งหาดใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับ 3 ม้งรับจ้างขนยาเสพติดเที่ยวละ 1 ล้าน จากชายแดนภาคเหนือมุ่งสู่หาดใหญ่ ได้ของกลางยาบ้าจากเมืองยอนกว่า 1 ล้านเม็ด ไอซ์อีก 2 กก.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร วันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร., นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผวจ.ชุมพร, พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี รรท.ผบช.ภ.8, พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปะชัย ผบก.ภ.จว.ชุมพร, พล.ต.พรชัย อินทนู ผบ.มทบ.44, พ.อ.ฐิติพงษ์ อินวะษา รอง ผบ.กรมทหารราบที่ 25, นายสราวุธ ภักดี ผอ.ส่วนอำนวยการบังคับใช้กฎหมาย สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 8 &amp;nbsp;ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดชาวม้ง 3 ราย ประกอบด้วย นายมานพ ทรงศิริโชติ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42/1 หมู่ที่ 6 ต.เชียงของ อ.วังเจ้า จ.ตาก, นายนิพัทธ์ ไตรวิชญ์อัศวกุล อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 318 หมู่ที่ 6 ต.เชียงของ อ.วังเจ้า จ.ตาก, นายเกรียงศักดิ์ แสงวิริยะรุ่ง อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 83/1 หมู่ที่ 6 ต.สบเปิง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางยาบ้าตรา Y1 (เมืองยอน 1) จำนวน 1,176,000 เม็ด ไอซ์ 2 กก. รวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท รถยนต์บรรทุกหกล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 83-1959 เชียงใหม่ รถยนต์กระบะโตโยต้า สีเทา ตอนเดียว ทะเบียน บท 6204 ตาก โทรศัพท์มือถือและของกลางอื่นๆ อีกหลายรายการ โดยกล่าวหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า, ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจาก พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผกก.สภ.มาบอำมฤต หัวหน้าด่านตรวจความมั่นคงประตูภาคใต้ บ้านพละ ถนนเพชรเกษม หมู่ที่ 3 ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร, พ.ต.อ.เสริมศักดิ์ พ่วงพิศ ผกก.สส.ภ.จว.ชุมพร ร่วมกับทหาร ตั้งด่านตรวจป้องกันการลักลอบขนยาเสพติดและอาชญากรรมตามนโยบายรัฐบาล พบรถกระบะโตโยต้า ทะเบียน บท 6204 ตาก กระบะหลังติดรั้วเหล็ก ขับมาถึงจุดตรวจจึงเรียกตรวจสอบ มีนายมานพ ทรงศิริโชติ เป็นผู้ขับขี่ และนายนิพัทธ์ ไตรวิชญ์อัศวกุล นั่งโดยสารมาด้วย อ้างว่าจะมาซื้อทุเรียนไปขายทางภาคเหนือ แต่มีพิรุธ พูดจาวกวน ระหว่างนั้นมีโทรศัพท์เข้ามาที่มือถือของคนขับหลายครั้ง แต่ไม่ยอมรับสาย เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวไปสอบสวนภายในป้อมด่านตรวจ จนยอมรับสารภาพว่าเป็นรถยนต์นำทางให้กับรถยนต์อีกคันที่ลักลอบขนยาเสพติด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้วางแผนให้คนขับรถคันดังกล่าว โทรศัพท์แจ้งให้รถขนยาเสพติดขับมาโดยบอกว่าไม่มีด่าน กระทั่งรถบรรทุก 6 ล้อ ทะเบียน 83-1959 เชียงใหม่ ขับถึงด่านตรวจ เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวนายเกรียงศักดิ์ แสงวิริยะรุ่ง คนขับ ตรวจค้นที่กระบะหลังบรรทุกขิงสดใส่ลังพลาสติกมาเต็มคัน ที่ช่องว่างระหว่างตัวเก๋งหัวรถกับกระบะหลังมีการดัดแปลงเป็นช่องลับอย่างดี ภายในมียาบ้าและไอซ์จำนวนดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ต้องหาทั้ง 3 สารภาพรับจ้างขนยาเสพติดเที่ยวละ 1 ล้านบาท เนื่องจากช่วงนี้รัฐบาลเข้มงวดกวาดล้างทำให้มีความเสี่ยงสูง จึงมีการว่าจ้างในราคาแพง โดยรับจ้างขนมาจากผู้ผลิตในเขตประเทศเพื่อนบ้านด้าน จ.เชียงใหม่ เพื่อนำไปส่งให้เครือข่ายที่ชายแดนด้าน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลและทราบผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด จะได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22056</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.เสริมศักดิ์ พ่วงพิศ, พ.อ.ฐิติพงษ์ อินวะษา, พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปะชัย, พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี, พล.ต.พรชัย อินทนู, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, วิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์, สราวุธ ภักดี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181115/image_big_5bed79bf207ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18861</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบม้งขนยาบ้า 4แสนเม็ดล่องใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจ ทหาร ตั้งด่านสกัดสิ่งผิดกฎหมาย พบหนุ่มม้งขับกระบะอ้างจะไปซื้อผักผลไม้ที่ภาคใต้ เห็นผิดสังเกตขอตรวจค้น พบยาบ้ากว่า 4 แสนเม็ด ตามจับเพื่อนร่วมแก๊งได้อีกคน สารภาพรับจ้าง 5 แสนขนยาจากนครสวรรค์ไปหาดใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผวจ.ชุมพร, พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย ผบก.ภ.จ.ชุมพร, นายพีระ กาญจนพงศ์ ผอ.สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 8, พ.ท.ภาคิน เกื้อกุล ผบ.ร.25 พัน 1 ร่วมกันแถลงผลจับกุมแก๊งค้ายาเสพติด ผู้ต้องหาคือนายชุมสาย ภลิดากุน อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ที่ 25 ต.ตับเต่า อ.เทิง จ.เชียงราย ทำหน้าที่ขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ตอนเดียว ทะเบียน บบ 8406 พระนครศรีอยุธยา กระบะหลังติดกรงเหล็กสูง หรือที่เรียกทั่วไปว่า &amp;ldquo;รถรั้ว&amp;rdquo; ใช้บรรทุกยาบ้าของกลาง, นายบุญรัตน์ แซ่ย่าง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 144 หมู่ที่ 25 ต.ตับเต่า อ.เทิง จ.เชียงราย ทำหน้าที่ขับรถกระบะโตโยต้า รีโว่ สีดำ ตอนครึ่ง ทะเบียน บบ 3381 พะเยา ซึ่งเป็นรถนำเส้นทางดูด่านตรวจ ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายเป็นชาวม้ง พร้อมของกลางยาบ้า 420,000 เม็ด มูลค่าท้องตลาด 100 ล้านบาท แจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สหรัฐกล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 29 ก.ย.61 พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผกก.สภ.บ้านมาบอำมฤต ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าด่านตรวจความมั่นคงประตูภาคใต้บ้านพละ, ร.อ.พงศ์พัส พนมผา หมวดสุนัขทหาร กกล.เทพสตรี, ร.ต.สมโภชน์ วิเชียรรัตน์ หน.ชป.รส.ร.25 พัน 1 สนธิกำลังตั้งด่านตรวจบริเวณบ้านพละ หมู่ 3 ถนนเพชรเกษม ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร ปรากฏมีผู้ขับรถยนต์กระบะ ทะเบียน บบ 8406 พระนครศรีอยุธยา บรรทุกตะกร้าพลาสติกเปล่าเต็มคันมุ่งหน้ามาทางขาล่องใต้ จึงเรียกให้หยุดและขอทำการตรวจค้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบถาม นายชุมสาย คนขับ อ้างว่าจะมาซื้อผักและผลไม้ทางภาคใต้ แต่เมื่อตรวจสอบประวัติมีเชื้อสายเป็นชาวม้ง เป็นคนมีภูมิลำเนาอยู่ทางจังหวัดภาคเหนือ แต่กลับขับรถมาซื้อผักและผลไม้ทางภาคใต้ ถือว่าผิดปกติ จึงตรวจค้นในกระบะ พบว่าใต้ตะกร้าพลาสติกมีกระสอบปุ๋ยสีเขียววางอยู่ 3 กระสอบ ด้านในเป็นยาบ้า รวมแล้ว 420,000 เม็ด และขณะเจ้าหน้าที่สอบสวนขยายผล ได้มีโทรศัพท์โทร.เข้ามาหานายชุมสายหลายครั้ง ซึ่งนายชุมสายรับว่าผู้โทร.คือนายบุญรัตน์ ที่ขับรถนำเส้นทาง เจ้าหน้าที่จึงตามไปจับนายบุญรัตน์ได้อีกคน ทั้งสองรับสารภาพว่าร่วมกันรับจ้างขนยาบ้ามาจากจุดพักใน จ.นครสวรรค์ โดยยาบ้าทั้งหมดถูกลำเลียงมาจากประเทศเมียนมา ผ่านมาทางชายแดนภาคเหนือ เพื่อจะนำไปส่งที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยได้รับเงินค่าจ้างจำนวน 500,000 บาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18861</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมสาย ภลิดากุน, พ.ท.ภาคิน เกื้อกุล, พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย, พีระ กาญจนพงศ์, วิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb224cd56ad4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
