<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109438</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 12:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 12:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039;หัวโต๊ะวิป3ฝ่ายเคาะงดประชุมสภา2สัปดาห์! สนองศบค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค. 64 - เมื่อเวลา10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมวิป 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ส.ส.ฝ่ายค้าน และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาการเลื่อนประชุมสภา ภายหลัง ศบค.ออกมาตรการคุมเข้มด้านต่างๆ เพื่อควบคุมสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 จนอาจมีผลกระทบต่อการประชุมสภา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวก่อนการประชุมว่า จากการหารือกับ ศบค.แต่ละครั้ง ศบค.อนุมัติให้สภาฯประชุมจนสิ้นสุดสมัยประชุมได้ อย่างไรก็ตามสภาต้องให้ความร่วมมือในช่วงที่รัฐบาลประกาศคุมเข้ม 2สัปดาห์ เรื่องการงดการเดินทาง จะหารือกันในที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายว่า หากจะหยุดประชุมสภาฯ จะใช้เวลากี่วันจึงเหมาะสม มาตรการความปลอดภัยในรัฐสภามีความเข้มงวดอยู่แล้ว โดยเฉพาะภายในห้องประชุมใหญ่ สมาชิกให้ความร่วมมือสวมใส่หน้า กากอนามัย และกำชับทุกฝ่ายไม่ให้หละหลวมต่อมาตรการต่างๆ ที่วางไว้ ขณะที่ส.ส.และบุคลากรที่ตรวจพบการติดเชื้อได้เข้ารักษาตัว และมีมาตรการทำงานที่บ้านอยู่แล้ว&amp;nbsp; แต่หากต้องยกระดับสูงขึ้น จะต้องหารือทุกฝ่ายให้เข้าใจตรงกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวภายหลังการประชุมว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎร แจ้งงดการประชุมสภาฯ 2 สัปดาห์ ให้มาประชุมสภาฯ อีกครั้งวันที่ 29-30 ก.ค. และให้งดประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญ และวิสามัญทุกคณะ ยกเว้นคณะกมธ.วิสามัญแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนการประชุม กมธ.งบประมาณนั้น จะใช้การประชุมผ่านระบบซูมเกือบ 100% โดยเฉพาะการประชุมในหน่วยงานกลุ่มจังหวัด กลุ่มเทศบาล ส่วนการประชุม อนุ กมธ.งบประมาณ 9 คณะ ขณะนี้ใช้ระบบซูมไปแล้ว 3 คณะ ส่วนห้องประชุม กมธ.งบชุดใหญ่ จะให้หัวหน้าหน่วยงานนั่งอยู่ในห้องเพียงคนเดียว ส่วนทีมงานจะนั่งอยู่อีกห้องหนึ่ง แล้วใช้ระบบซูมเข้ามาเป็นระยะ สำหรับกรณีมี ส.ส.คนหนึ่งติดโควิดนั้น ได้ดำเนินการเร่งรัดตรวจสอบและวางมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน)&amp;nbsp; กล่าวว่า การงดการประชุมสภาฯ เป็นการตัดสินใจของนายชวน หลังจากเห็นผลการประชุมศบค. ถือเป็นการให้ความร่วมมือกับมาตรการรัฐบาล เดิมฝ่ายค้านขอให้มีการประชุมต่อ แต่เมื่อได้ฟังเหตุผลแล้ว ต้องยอมรับเหตุผลของนายชวน ยินดีให้ความร่วมมือ แต่ระหว่างงดประชุม 14วัน ต้องพิจารณาหามาตรการไปด้วยว่า หากครบ 14 วันแล้ว สถานการณ์ไม่ดีขึ้นจะทำอย่างไร เพื่อพัฒนาให้สามารถอยู่กับโควิดให้ได้ ส่วนการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของพรรคร่วมฝ่ายค้านนั้น การงดประชุมไม่ได้มีผลให้เปลี่ยนแปลงการยื่นอภิปรายไปได้ แม้สภาฯจะปิด แต่การตรวจสอบของฝ่ายค้านจะต้องดำเนินต่อ จะยื่นเมื่อใดยังบอกไม่ได้ แต่จะเร่งรัดดำเนินการให้เร็วที่สุด คาดกว่าจะไม่เกินกลางเดือนส.ค.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109438</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ประชุมสภา, วิป3ฝ่าย, ศบค., โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dc67cdc46e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2021 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2021 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039;เสนอวิป3ฝ่ายหาเร่งหาข้อสรุปถกพรบ.งบฯหวั่นกระทบกรอบเวลา105วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ค.64-นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี ศบค.ออกมาตรการที่อาจส่งผลกระทบต่อประชุมกรรมาธิการของสภา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ว่า เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องเป็นไปตามกฎที่ผู้มีหน้าที่เป็นผู้กำหนด แต่อย่างไรก็ตามในการที่จะดำเนินการในสภาต่อไปอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับประธานรัฐสภา และวิปทั้ง 3 ฝ่าย ที่จะต้องมาคุยกันว่าจะดำเนินการอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ กล่าวว่า ในส่วนของ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 65 หากไม่มีการประชุม หรือยังไม่สามารถที่จะประชุมคณะกรรมาธิการได้ก็จะมีผลกระทบในแง่ของเงื่อนเวลา เพราะตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าเมื่อร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายฯได้ส่งถึงรัฐสภาแล้วสภาผู้แทนราษฎรจะต้องพิจารณาให้เสร็จสิ้นภายใน 105 วัน ซึ่งขณะนี้ถือว่าร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ได้ส่งถึงสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ดังนั้นในเงื่อนเวลา 105 วันนี้ได้เริ่มนับหนึ่งแล้ว หากผ่านวาระที่ 1 และไปสู่วาระที่ 2 ของการตั้งกรรมาธิการ แล้วหากกรรมาธิการไม่สามารถประชุมได้ ก็จะมีผลกระทบในเรื่องเงื่อนเวลาการทำหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อันนี้เป็นเรื่องที่วิปก็จะต้องไปพิจารณาร่วมกัน ทั้งในส่วนของวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้านและวิปวุฒิสภาด้วยว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป เพราะว่าหลังจากผ่านสภาผู้แทนราษฎรแล้ว วุฒิสภาก็มีเงื่อนเวลาที่จะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 20 วันกำกับไว้ด้วยตามรัฐธรรมนูญ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซักว่า หากการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ จะต้องสะดุดหยุดลงจะส่งผลกระทบต่อประเทศอย่างไรนั้น หรืออาจต้องเลื่อนการพิจารณาออกไปก่อน นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าจะสามารถเลื่อนออกไปได้หรือไม่ เพราะขณะนี้เท่าที่ติดตามจากเลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็ตอบว่าขณะนี้ถือว่าพ.ร.บ.งบประมาณได้ส่งถึงสภาแล้ว เมื่อวันที่ 17 พ.ค. เพราะฉะนั้นในเงื่อนเวลา 105 วันได้นับหนึ่งแล้ว ดังนั้นจะกระทบมากน้อยแค่ไหนอย่างไร หรือกระทบ หรือไม่กระทบนั้นคิดว่าวิปต้องรีบประชุม และต้องรีบหารือกันว่าจะดำเนินการอย่างไร ถ้าหากไม่สามารถประชุมกรรมาธิการได้ หรือ กรรมาธิการจะต้องเร่งรัดทำให้เสร็จเร็วเป็นพิเศษ เพราะเวลา 105 วันได้บังคับอยู่ว่านับหนึ่งจากวันที่ 17 พ.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย 65&amp;nbsp; ที่เกี่ยวกับการจัดงบประมาณเพื่อรองรับการแก้ปัญหาโควิด ก็มีอยู่ในนั้นส่วนหนึ่ง ซึ่งขอให้ผู้ที่มีหน้าที่ได้แจกแจงรายละเอียดในสภาเมื่อถึงเวลาที่มีการอภิปราย นอกจากนั้นก็ยังมีเงินกู้อีกก้อนหนึ่ง หรือเงินกู้เดิมที่ยังเหลืออยู่จำนวนหนึ่งก็สามารถที่จะนำมาใช้ในการคลี่คลายสถานการณ์โควิด และเศรษฐกิจควบคู่กันไปได้ด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ กล่าวว่า สำหรับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการที่รัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก. กู้เงิน 7 แสนล้านบาท
เรื่องนี้รัฐบาลต้องพิจารณาความจำเป็นทั้งสองด้าน ทั้งในด้านการแก้ปัญหาโควิด และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจควบคู่กันไป เพราะทั้งสองปัญหานี้เป็นเงื่อนปัญหาที่เราจะต้องพาประเทศฟันฝ่าให้ผ่านพ้นไปให้ได้ ซึ่งเงินกู้ที่จะมีการดำเนินการนั้นก็จะต้องมุ่งเน้นในเรื่องของการแก้ปัญหาทั้งสองส่วนไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103876</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์  ลักษณวิศิษฎ์, พรบ.งบ63, วิป3ฝ่าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210523/image_big_60a9f70439078.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96097</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 11:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 11:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039;นัดวิป3ฝ่ายถกคำวินิจฉัยศาล16มี.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค. 64 - ที่รัฐสภา นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์&amp;nbsp; ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา นัดประชุมคณะกรรมการประสานงาน 3 ฝ่าย ได้แก่ วุฒิสภา ฝ่ายค้านและฝ่ายร่วมรัฐบาล ในวันที่ 16 มีนาคม เวลา 10.00 น. เนื่องจากกระแสความเห็นที่แตกต่างในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีสูงมาก ส่วนประเด็นที่จะหารือนั้น เชื่อว่าจะเป็นประเด็นที่อยู่ในระเบียบวาระการประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีประเด็นที่ขอให้รัฐสภารอคำวินิจฉัยกลางของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก่อนลงมติวาระสาม นพ.สุกิจ กล่าวว่า เชื่อว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะเร่งทำคำวินิจฉัยกลางออกมาให้ได้ก่อนวันที่ 17 มีนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าจะมั่นใจหรือไม่ว่าคำวินิจฉักลางที่ออกมาจะทำให้ความเห็นขัดแย้งยุติได้ นพ.สุกิจ กล่าวว่า ไม่มีใครทราบได้ แต่การพิจารณาต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96097</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์, วิป3ฝ่าย, ศาลรธน., แก้รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604edd9fd1698.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77216</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2020 13:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2020 13:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039; เสนอวิป 3 ฝ่ายหาจุดร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.63 - นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ &amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ &amp;nbsp;ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;กล่าวถึงสถานการณ์ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;ว่า ทุกฝ่ายในสังคมเห็นไปในทางเดียวกันว่าควรมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพียงแต่ยังมีทั้งจุดเหมือนและจุดต่างกันในเรื่องเนื้อหา และรูปแบบ &amp;nbsp; ซึ่ง การแก้รัฐธรรมนูญ จะสัมฤทธิ์ผลได้จริงนั้นอย่างน้อย 3 ฝ่ายต้องเห็นพ้องต้องกัน คือ ส.ส.รัฐบาล ส.ส.ฝ่ายค้านไม่น้อยกว่า 20% และวุฒิสมาชิกไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ก่อนนำไปสู่การทำประชามติ ถามประชาชน หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่เห็นพ้องด้วย การแก้รัฐธรรมนูญก็จะไม่สามารถทำได้จริง ทำได้แค่ยื่นญัตติ ฉะนั้นเพื่อให้การแก้ รัฐธรรมนูญครั้งนี้เกิดผลสัมฤทธิ์จริง จึงขอเสนอให้วิปทั้ง 3 ฝ่าย ประกอบด้วย วิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และวิปวุฒิสภา &amp;nbsp;ได้ประชุมหารือ เพื่อหาข้อสรุปร่วมว่ามีประเด็นใดบ้างที่จะนำไปสู่การแก้ไขได้สำเร็จ แล้วร่วมมือร่วมใจกันบนแนวทางสันติ เพื่อให้เรามีนัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้นกว่าฉบับปัจจุบันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับประชาธิปัตย์มีจุดยืนชัดเจนเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญตั้งแต่การกำหนดเป็นเงื่อนไขก่อนการเข้าร่วมรัฐบาล และได้ร่วมเสนอร่างแก้ไขในนามพรรคร่วมรัฐบาลไปแล้ว โดยให้มีการเลือก สสร.ขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยไม่แตะหมวด1 หมวด 2 และเพื่อให้การแก้ รธน. ครั้งนี้สำเร็จได้จริง &amp;nbsp;การหารือร่วมกันระหว่างวิปทั้ง 3 ฝ่าย ที่เป็นผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญตัวจริง ในรัฐสภาจึงเป็นเรื่องจำเป็น โดยผมได้มอบหมายให้วิปของพรรคประชาธิปัตย์เร่งไปหารือเรื่องนี้กับวิปรัฐบาลแล้ว&amp;quot; นายจุรินทร์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77216</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ปชป., ประชาธิปัตย์, วิป3ฝ่าย, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200624/image_big_5ef3045d0d345.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44624</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2019 11:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2019 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;ชี้ข้อบังคับสภาเปิดช่องประชุมลับได้แต่ไม่จำเป็นต้องใช้ตลอดการอภิปราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;#39;
30ส.ค.62-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่จะขอเปิดประชุมลับ ในการอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติตามมาตรา 152 ประเด็นการถวายสัตย์ปฏิญาณ ว่า มีคนถามตนก็ตอบไปว่า ตามข้อบังคับประชุมสภา ซึ่งขณะนี้ใช้ข้อบังคับการประชุมสภาเก่าอยู่ กรณีเช่นนี้สามารถขอให้ประชุมลับได้ถ้าหากเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรที่จะเปิดเผยออกไป โดยการขอให้เปิดประชุมลับนั้น คณะรัฐมนตรี หรือ ส.ส.อาจเป็นผู้ขอให้ประชุมลับ ซึ่งอาจจะเป็นการขอให้ลับตั้งแต่ต้นจนจบ หรือหากประชุมกันไปและถึงจุดหนึ่งแล้วขอให้ประชุมลับก็ได้
นายวิษณุ กล่าวว่า อย่างกรณีการตรวจสอบคุณสมบัติจะเปิดอภิปรายด้วยการประชุมปกติก่อน แต่พอลงลึกถึงเรื่องที่คนนั้นไม่ดีอย่างไร ซึ่งไม่ควรพูดถ่ายทอดออกมาให้ยินกันทั่วประเทศ ก็เริ่มเข้าสู่การประชุมลับ และคนที่ไม่เกี่ยวข้องต้องออกไป ใครที่จะไปเสนอข่าวก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้น การเปิดอภิปรายตามมาตรา 152 หากจะไปเริ่มต้นให้ประชุมลับเลยจะดูเร็วเกินไป ตีตนไปก่อนไข้ เพราะไม่รู้เขาจะถามอะไร และยังไม่รู้เราจะตอบอะไร เริ่มต้นแล้วจะคิดได้อย่างไรว่าจะเกิดความไม่เหมาะสมขึ้น ดังนั้น เมื่อไปถึงจุดหนึ่งอาจจะรู้ เมื่อรู้แล้ว คณะรัฐมนตรีอาจจะขอ หรือ ส.ส.จะขอประชุมลับก็ได้ระหว่างการประชุม ส่วนนายกฯ จะไปตอบเองหรือไม่ ให้รอดู อยู่ที่ท่าน&amp;nbsp; แต่ถึงอย่างไรคณะรัฐมนตรีต้องไป เพราะเห็นญัตติแล้วเขาถามคณะรัฐมนตรี และในการนี้ต้องการให้นายกฯไปชี้แจง
เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการกำหนดวันแล้วหรือยัง นายวิษณุ กล่าวว่า ยัง เห็นฝ่ายค้านเป็นผู้เสนอวันที่ 6 ก.ย. แต่ตนยังไม่ทราบ ซึ่งไม่มีปัญหาอะไร ขณะที่ประธานสภาฯ ระบุไม่อยากให้ไปรบกวนวันประชุมสภาปกติ เพราะวันจันทร์ &amp;ndash; อังคาร ประชุม ส.ว. ส่วนวันพุธ &amp;ndash; พฤหัสบดี ประชุม ส.ส. เหลือแต่วันศุกร์ หากเอาวันเสาร์ &amp;ndash; อาทิตย์ ก็ดูประหลาด แต่ไม่รู้นะ ถ้าวันไหน ส.ว.สละเวลาให้ เราอาจจะไปขอใช้วันจันทร์ &amp;ndash; อังคาร ก็แล้วแต่ ซึ่งวันที่ 2 ก.ย. วิป 3 ฝ่ายจะประชุมกัน
&amp;quot;เรื่องเช่นนี้ตบมือข้างเดียวไม่ได้ ต้องเป็นความสะดวกของสภาและของรัฐบาล ที่จะดูด้วยกัน โดยประธานสภาฯ จะเป็นผู้คุมเกมอยู่แล้ว และยังไม่สามารถระบุได้ว่ากี่วันถึงจะเหมาะ เพราะยังไม่รู้จะพูดเรื่องอะไร จึงแปลกที่มาพูดเรื่องวันกันแล้ว ขนาดคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ยังออกมาพูดว่า ถ้าพูดเนื้อหาเน้นๆ แค่ครึ่งวันก็พอแล้ว&amp;quot;นายวิษณุ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44624</URL_LINK>
                <HASHTAG>การถวายสัตย์ปฏิญาณ, การประชุมลับ, นายวิษณุ  เครืองาม, วิป3ฝ่าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190830/image_big_5d68a5abebab2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
