<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32483</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2019 08:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2019 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> วิปสนช.แนะไม่ต้องล่ารายชื่อถอดกกต.ให้ยื่นฟ้องต่อปปช.ก่อนไต่สวนส่งศาลฎีกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29มี.ค.62-นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภา นิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.)โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัว ถึงกรณีมีการล่าชื่อถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ว่า&amp;nbsp;
กระแสถอดถอนกกต.กำลังมาแรงผ่านweb siteซึ่งระดมผู้สนับสนุนได้มากกว่า7แสนคนแล้วในขณะนี้ เข้าใจว่าเป็นปฏิบัติการทางจิตวิทยาเพื่อกดดันกกต. แต่ล่าสุดมีการล่าชื่อนิสิตนักศึกษาในหลายมหาวิทยาลัยด้วยแบบฟอร์มพร้อมบัตรประชาชน แต่ถึงจะได้จำนวนเท่าใดก็ไม่มีผลทางกฎหมายแต่อย่างใด เพราะรธน.แห่งราชอาณาจักรไทยฉบับนี้ ไม่ได้ให้อำนาจสว.(หรือสนช.ที่ปฏิบัติหน้าที่สส.และสว.)ถอดถอนกรรมการในองค์กรอิสระอีกต่อไป แต่มอบอำนาจให้ศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นผู้พิจารณาพิพากษาคดีตามมาตรา234,235และ236 ของรธน.คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา234 ปปช.มีหน้าที่และอำนาจในการไต่สวนและมีความเห็นว่ากรรมการในองค์กรอิสระ(กกต.)ทุจริตต่อหน้าที่ จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรธน.หรือกฎหมาย หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง แล้วดำเนินการต่อไปตามรธน.หรือพรป.ปปช.
มาตรา235 กรณีมีเหตุอันควรสงสัยหรือมีการกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ(กกต.)ให้ปปช.ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง หากมีมติไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของปปช.ทั้งหมด ว่ากกต.ผู้นั้นมีพฤติการณ์หรือกระทำความผิดตามที่ไต่สวน ให้ดำเนินการ
1.ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย
2.กรณีอื่น ให้ส่งสำนวนไปที่อัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป
เมื่อศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯประทับรับฟ้อง ให้กกต.นั้นหยุดปฏิบัติหน้าที่
มาตรา236 สส.หรือสว.ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้า ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา หรือปชช.ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสองหมื่นคน มีสิทธิเข้าชื่อกล่าวหาปปช.ผู้ใด กระทำผิดตามมาตรา234 ให้ยื่นต่อปธ.รัฐสภาพร้อมหลักฐานตามสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ต้องล่ารายชื่อก็สามารถยื่นฟ้องกกต.ได้อยู่แล้ว เพียงแต่ต้องยื่นฟ้องต่อปปช.ให้ไต่สวนก่อน
ถ้าปปช.รับฟ้อง กกต.ก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ต้องมีหลักฐานว่ากกต.ทำผิดอะไร ทุจริตต่อหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรธน.หรือกฎหมายใด ครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32483</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดถอนกกต., นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์, พรป.ปปช., วิปสนช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5adef91280aa5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31383</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2019 08:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2019 08:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> วิปสนช.ตอกฝ่ายปชต.ยกประชามติ15ล้านเสียงเห็นชอบที่มา250สว.มีส่วนเลือกนายก-ปฏิรูปประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15มี.ค.62- นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิปสนช.) โพสต์ในเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;เรื่อง โค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง24มีค.62 มีเนื้อหาดังนี้
พรรคการเมืองที่อ้างตัวว่าเป็นพรรคประชาธิปไตยแต่บริหารแบบเผด็จการ สั่งงานด้วยคนคนเดียวจากแดนไกล หาเสียงเรียกร้องประชาชนให้ออกมาเลือกพรรคตัวเองหรือเครือข่าย เพื่อสกัดการสืบทอดอำนาจของนายกฯพล.อ.ประยุทธ์ และโจมตีว่าสว.250คนที่คสช.เลือกถูกออกแบบมาเพื่อสืบทอดอำนาจดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงต้องย้อนไปดูในช่วงการทำประชามติให้ความเห็นชอบรัฐธรรมนูญแห่งราชอานาจักรไทยฉบับนี้ เมื่อวันที่7สค.59&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกเหนือจากคำถามให้ความเห็นชอบรัฐธรรมนูญแล้ว ยังมีคำถามพ่วงว่า
&amp;ldquo;ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่า เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ สมควรกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลว่า ในระหว่าง 5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี&amp;rdquo;
ผลการออกเสียงประชามติ ประชาชน
ให้ความเห็นชอบ15,132,050คน=58.07%
ไม่ให้ความเห็นชอบ10,926,648คน=41.93%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรธ.จึงต้องไปแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับผลการทำประชามติ&amp;nbsp;
เกิดรัฐธรรมนูญ มาตรา270 ที่เขียนว่า&amp;nbsp;
นอกจากจะมีหน้าที่และอำนาจตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว ให้วุฒิสภาตามมาตรา 269 มีหน้าที่และอำนาจติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามหมวด 16 การปฏิรูปประเทศ และการจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ในการนี้ ให้คณะรัฐมนตรีแจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศต่อรัฐสภาเพื่อทราบทุกสามเดือน
ร่างพระราชบัญญัติที่จะตราขึ้นเพื่อดำเนินการตามหมวด 16 การปฏิรูปประเทศ ให้เสนอและพิจารณาในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา
ฯลฯ
ครม.ของพล.อ.ประยุทธ์ จึงต้องมอบให้รมต.ที่เป็นตัวแทนของครม. มาชี้แจงความคืบหน้าของการปฏิรูปประเทศ ต่อสนช.ชุดนี้ที่ทำหน้าที่เป็นสส.หรือสว.ตามมาตรา263วรรคแรก ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และเพิ่งชี้แจงไป2ครั้ง ครั้งสุดท้ายคือวันนี้ 13มีค.62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่มาของสว.250คน ที่ผ่านประชามติรับรองรัฐธรรมนูญทั้งฉบับด้วยเสียงเห็นชอบจากประชาชนถึง16,820,402คน หรือ61.35%ผ่านคำถามพ่วงรับรองที่มาของสว.250คนเพื่อให้สว.มีส่วนในการเลือกนายกรัฐมนตรีและติดตามการปฏิรูปประเทศในระยะเวลา5ปีแรกหลังมีสภาชุดแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้จะมีตัวเลขยืนยันขัดเจน นักการเมืองเหล่านั้นก็ยังพร่ำพูดแต่เพียงว่า จะเข้ามาแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตยฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเป็นเพียงแค่วาทกรรม จากผู้ที่เรียกตัวเองว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ที่เรียกร้องให้ประชาชนต่อต้านการสืบทอดอำนาจของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้ที่ถือธงนำหน้าการปฏิรูปประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปฏิรูปที่คนไทยต้องการ ครับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31383</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่มาส.ว., นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์, ปฏิรูปประเทศ, ประชามติ คำถามพ่วง, ฝ่ายประชาธิปไตย, วิปสนช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5adef91280aa5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7760</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2018 16:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2018 16:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เน่าหนัก!วิปสนช.แฉอดีตว่าที่กสทช.6คนขาดคุณบัติ อีก2คนมีปัญหาจริยธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย.61- &amp;nbsp;นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(วิปสนช.) กล่าวถึงคลิปเสียงหลุดล้มการสรรหากสทช.ว่า จากข้อมูลเบื้องต้นคลิปดังกล่าวเผยแพร่ตั้งแต่วันที่ 4 6 8 เม.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่วิปสนช. ประชุมเมื่อวันที่ 18 เม.ย. ดังนั้น จึงไม่ใช่คลิปในที่ประชุมวิปสนช.แน่นอน เรารู้อยู่แล้วว่าไม่สามารถเดินหน้าประชุมเรื่องดังกล่าวได้ เพราะผู้สมัครใน 7 ด้านมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติและจริยธรรมทำให้ทุกด้านเหลือผู้สมัครเพียง 1 คน ในขณะที่กฎหมายกำหนดให้สนช.เลือก 1 จาก 2 คนของทุกด้าน ดังนั้น เมื่อมีคนที่ตกคุณสมบัติเท่ากับบังคับให้สนช.เลือกจาก 1 คน ซึ่งเราเลือกไม่ได้ เพราะจะเป็นการทำผิดกฎหมาย จึงไม่มีความจำเป็นตามที่ระบุในคลิปว่านายกรัฐมนตรีสั่งการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เจตน์ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ที่ขาดคุณสมบัติมี 6 ราย จาก 6 ด้าน ซึ่งทำงานกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับวิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม อีกทั้งลาออกไม่ถึง 1 ปี อีกทั้งบริษัทต่างๆเหล่านี้จดบริคณห์สนธิไว้ เรื่องการทำธุรกิจเกี่ยวกับวิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคม ซึ่งเป็นการจดเผื่อไว้ แต่ศาลปกครองกลางได้วินิจฉัยไว้ว่าถ้าจดไว้ถือว่ามีคุณสมบัติ จึงเท่ากับขัดที่จะเป็นคุณสมบัติกสทช. ขณะที่ผู้สมัครอีก 2 คน มีปัญหาเรื่องจริยธรรม อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครทุกคนที่ไม่ผ่านการสรรหาครั้งนี้ยังคงมีสิทธิ์สมัครรอบใหม่ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7760</URL_LINK>
                <HASHTAG>6 ราย, กสทช., นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์, ปัญหาขาดคุณสมบัติ, ปัญหาจริยธรรม, วิปสนช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5adef91280aa5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
