<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43653</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิพากษ์ความคิดรัฐบาลสหรัฐผู้ล้างสัญญานิวเคลียร์ INF</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;บทความนี้วิพากษ์ความคิดรัฐบาลสหรัฐผู้ล้างสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง (INF) ผ่านมุมมองของรัฐบาลรัสเซียกับจีน ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตุลาคม 2018 ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐไม่อาจปล่อยให้รัสเซียละเมิดสนธิสัญญาฝ่ายเดียวและผลิตอาวุธนิวเคลียร์ ด้วยเหตุนี้สหรัฐจะขอยกเลิกสนธิสัญญา ด้านรัสเซียยืนยันไม่ได้ละเมิดแต่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งสหรัฐกับรัสเซียถอนตัวออกจาก INF อย่างเป็นทางการ นับจากนี้เป็นต้นไป 2 ประเทศสามารถสร้างอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลางกับใกล้ที่ติดตั้งบนภาคพื้นดินได้อีกครั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;คำกล่าวหาและข้อโต้แย้งกรณีรัสเซีย :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้ออ้างเบื้องต้นของรัฐบาลสหรัฐคือรัสเซียไม่ปฏิบัติตามสนธิสัญญาเป็นเหตุให้สหรัฐต้องถอนตัว สมมุติว่าข้อกล่าวหาเป็นจริง นิวเคลียร์พิสัยกลางที่รัสเซียสร้างมีจำนวนเล็กน้อยเท่านั้น ไม่มีผลต่อดุลอำนาจนิวเคลียร์เท่าไรนัก ในทางกลับกันต้องติดตามต่อว่าในอนาคตหากฝ่ายสหรัฐกับรัสเซียประจำการนิวเคลียร์พิสัยกลางและใกล้อย่างจริงจังจะส่งผลต่อสมดุลนิวเคลียร์หรือไม่ สู่คำตอบที่ว่าใครกันแน่เป็นผู้ทำลายสมดุลนิวเคลียร์ ทำให้โลกต้องหวาดผวากับสงครามนิวเคลียร์มากกว่าเดิม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นที่น่าสนใจกว่าคือฝ่ายที่ต่อต้านรัสเซียมักอ้างเรื่องที่รัสเซียพัฒนานิวเคลียร์ สร้างอาวุธนิวเคลียร์รุ่นใหม่ๆ เป็นภัยคุกคามสหรัฐ เหตุที่รัสเซียทำเช่นนั้นเพราะในช่วงเปลี่ยนผ่านจากสหภาพโซเวียตเป็นรัสเซียนั้น กองทัพขาดงบประมาณ ระบบอาวุธต่างๆ ขาดการซ่อมบำรุง ไม่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ตามที่ควร จำนวนตัวเลขที่มีอยู่อาจเป็นตัวเลขหลอกตา ไม่มีอานุภาพจริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกสาเหตุคือเมื่อยุโรปตะวันออกรวมทั้งประเทศที่แยกตัวออกจากรัสเซีย เช่น ยูเครน ประเทศเหล่านี้ปลดประจำการอาวุธนิวเคลียร์ สหรัฐเข้ามาช่วยเหลือการปลดอาวุธ เรียนรู้ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ เป็นเหตุรู้จักเทคโนโลยี ความลับของอาวุธเหล่านี้ และพัฒนาระบบป้องกันที่สามารถสกัดอาวุธนิวเคลียร์รุ่นเก่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น หากรัสเซียต้องการกองกำลังนิวเคลียร์ที่ใช้การได้จริงจะต้องพัฒนาและสร้างรุ่นใหม่ Sergey Shoigu รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซียกล่าวว่า รัฐบาลตั้งเป้าจะประจำการขีปนาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธศาสตร์ (strategic nuclear forces) รุ่นใหม่ให้ได้ร้อยละ 90 ภายในปี 2020 และประจำการขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ (Strategic Missile Force) รุ่นใหม่ให้ได้ร้อยละ 62 ภายในปี 2020&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นการยกเครื่องกองกำลังนิวเคลียร์ใหม่เกือบทั้งหมด แน่นอนว่ารัสเซียตั้งใจคงความเป็นมหาอำนาจนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในมุมมองที่กว้างขึ้น รัสเซียชี้ว่าการถอนตัวจาก INF เหมือนกับที่สหรัฐถอนตัวจากสนธิสัญญาต่อต้านขีปนาวุธ (Anti-Ballistic Missile Treaty : ABM treaty) เมื่อปี 2002 เพียงฝ่ายเดียว และไม่ต่างจากนโยบาย &amp;ldquo;นาโตขยายตัว&amp;rdquo; &amp;nbsp;(NATO expansion) ทั้งหมดคือการขยายอำนาจด้านความมั่นคงของสหรัฐ ปิดล้อมรัสเซียแม้สงครามเย็นจะสิ้นสุดแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในมุมมองของรัสเซีย การถอนตัวจาก INF คือการรุกคืบอีกครั้งจากฝ่ายสหรัฐ ทั้งๆ ที่รัฐบาลทรัมป์พูดว่าอยากลดอาวุธนิวเคลียร์ การจะรู้ว่าใครตั้งใจลดอาวุธนิวเคลียร์หรือไม่ ดูได้จากการเจรจาและผลการเจรจา ล่าสุดรัฐบาลปูตินแสดงท่าทีพร้อมเจรจาอีกครั้ง ชี้แจงว่าใช้งบกลาโหมด้านนิวเคลียร์ 48,000 ล้านดอลลาร์ ส่วนประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐใช้งบประมาณด้านนิวเคลียร์ปีละกว่า 700,000 ล้าน อยากเห็นโลกที่ปลอดนิวเคลียร์ ซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณได้มาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นการเจรจาลดอาวุธจะเป็นหลักฐานสำคัญกว่ารัฐบาลประเทศใดที่จริงใจเรื่องนี้ เงินหลายแสนล้านดอลลาร์สามารถทำประโยชน์อื่นได้มากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ตรรกะอันบิดเบี้ยวของรัฐบาลทรัมป์ต่อจีน : &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาความมั่นแห่งชาติกล่าวอย่างชัดเจนว่าสาเหตุหนึ่งที่เป็นปัญหาเพราะจีนไม่ได้อยู่ใน INF เป็นอีกเหตุผลที่สหรัฐคิดถอนตัวออกจากสนธิสัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการยกตัวอย่างขีปนาวุธ DF-21D ของจีน เป็นขีปนาวุธพิสัยกลางระยะประมาณ 2,000-3,000 กิโลเมตร ติดตั้งบนยานยนต์เคลื่อนที่ แม้จีนประกาศว่าติดหัวรบธรรมดา ใช้สำหรับต่อต้านเรือผิวน้ำขนาดใหญ่ แต่ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าหากจะติดหัวรบนิวเคลียร์ย่อมทำได้ กลายเป็นอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; DF-26 เป็นรุ่นใหม่ที่พัฒนาจาก DF-21 มีรัศมีไกลกว่า ระหว่าง 3,000-4,000 กิโลเมตร สามารถโจมตีฐานทัพอเมริกาในเอเชียแปซิฟิก เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่นได้สบาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจากจีนปกปิดข้อมูลอาวุธเหล่านี้ เรื่องราวที่ปรากฏส่วนหนึ่งจึงมาจากการคาดเดา ฝ่ายสหรัฐมักจะตีความในทางลบ นักวิชาการบางคนถึงกับพูดว่าเหตุผลหลักที่สหรัฐถอนตัวออกจาก INF เพราะจีนไม่ใช่รัสเซีย เหตุเนื่องจากขีปนาวุธ DF-21 กับ DF-26 มีประสิทธิภาพเกินกว่าระบบป้องกันของสหรัฐกับพันธมิตรจะรับไหว จึงต้องดึงจีนเข้าร่วมเจรจาเพื่อจำกัดจำนวนขีปนาวุธจีน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความจริงคือ ปัจจุบัน (2019) จีนมีหัวรบนิวเคลียร์เพียง 290 หัวรบ เทียบกับสหรัฐที่มีถึง 6,185 หัวรบ จีนมีศักยภาพสร้างพันลูกหมื่นลูกถ้าต้องการ แต่รัฐบาลจีนเลือกที่จะไม่ทำเช่นนั้น สิ่งที่ทำคือศึกษาพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ประจำการจำนวนหนึ่งเท่านั้น &amp;ldquo;ไม่คิดเป็นฝ่ายใช้อาวุธนิเคลียร์ก่อน&amp;rdquo; &amp;nbsp;เพราะไม่อาจสู้สหรัฐหรือรัสเซีย นโยบายป้องกันประเทศจีนฉบับล่าสุด &amp;ldquo;China&amp;rsquo;s National Defense in the New Era&amp;rdquo; 2019 ระบุว่า จีนยึดหลักเน้นการป้องกัน ปกป้องตัวเอง โต้กลับทีหลัง การป้องกันประเทศเชิงรุก (active defense) จะไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ก่อน ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม ไม่คุกคามชาติอื่นด้วยอาวุธนิวเคลียร์ ไม่แข่งขันอาวุธนิวเคลียร์กับประเทศใด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นเรื่องตลกหากพูดว่านิวเคลียร์จีนเป็นภัยคุกคามสหรัฐ แม้จีนจะพัฒนานิวเคลียร์ให้ทันสมัยมากขึ้นกว่านี้ก็ยังเป็นฝ่ายตั้งรับอยู่ดี แต่รัฐบาลทรัมป์ไม่เลิกอ้างเหตุผลเรื่องจีน ในมุมมองของสหรัฐนั้นรัสเซียกับจีนคือ 2 ประเทศนิวเคลียร์ที่น่ากลัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตลอดเวลาที่ผ่านมาจีนปฏิเสธคำขอเข้าร่วมเจรจา INF รอบใหม่ จีนไม่ยอมเข้าสู่การจำกัดอาวุธนิวเคลียร์แน่นอน เพราะอยากเป็นชาติมหาอำนาจทางทหารเหมือนกัน เพียงแต่ต้องรอจังหวะเวลาที่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สหรัฐคือมหาอำนาจนิวเคลียร์อันดับหนึ่ง :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความจริงคือปัจจุบันสหรัฐเป็นเจ้าอาวุธนิวเคลียร์ จีนกับรัสเซียไม่อาจคิดทำสงครามนิวเคลียร์กับสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จีนมีนิวเคลียร์ไม่ถึง 300 หัวรบในจำนวนนี้ส่วนน้อยที่เป็นขีปนาวุธข้ามทวีป (โจมตีแผ่นดินใหญ่สหรัฐได้น้อย) ส่วนรัสเซียกำลังรื้อฟื้นกองกำลังนิวเคลียร์ใหม่ ในขณะที่กองกำลังนิวเคลียร์อเมริกาอยู่ในสภาพพร้อมทำลายล้างทั้งโลกได้หลายรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การสร้างศัตรูให้น่ากลัวเกินจริง เป็นกลยุทธ์ที่รัฐบาลสหรัฐใช้เรื่อยมา เพื่อมีเหตุบั่นทอนปรปักษ์ให้อ่อนกำลังลงเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าสหรัฐประจำการอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลางและใกล้ภาคพื้นดินอีกครั้ง เท่ากับเพิ่มความเป็นมหาอำนาจนิวเคลียร์อันดับ 1 ของโลกให้ก้าวไกลขึ้นอีก ไม่มีผลต่อลำดับความเป็นมหาอำนาจนิวเคลียร์โลก สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ด้านนิวเคลียร์ (Nuclear Posture Review : NPR) ฉบับล่าสุด 2018 ว่า รัฐบาลมีหน้าที่คงกำลังอาวุธนิวเคลียร์ให้เหนือทุกประเทศใดโลก ด้วยความเชื่อว่า นอกจากปลอดภัยแล้ว ยังใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเจรจา เรื่องนี้สัมพันธ์กับเศรษฐกิจโดยตรง เพราะสหรัฐมีอิทธิพลต่อโครงสร้างเศรษฐกิจโลก เป็นระบบที่เอื้อประโยชน์ต่อตน วันใดที่ภาพลักษณ์ความเป็นมหาอำนาจหดหาย จะกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจทันที เช่น กระทบต่อค่าเงินดอลลาร์ ข้อตกลงการค้าที่สหรัฐได้เปรียบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมความแล้วเป็นอีกครั้งที่รัฐบาลสหรัฐกำลังยกระดับความเป็นเจ้าแห่งอาวุธนิวเคลียร์โลก ในขณะที่รัสเซียกับจีนกำลังไล่ตามและวางระยะห่างตามนโยบายของตน การล้มสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง (INF) เป็นเพียงจุดเริ่มของแข่งขันนิวเคลียร์รอบใหม่ เป็นประเด็นที่ติดตามได้อีกนานดังเช่นที่ผ่านมาหลายทศวรรษแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:center&quot;&gt;--------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ภาพ : ขีปนาวุธ DF-26 ของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ที่มา : http://www.chinadaily.com.cn/a/201804/26/WS5ae18ecda3105cdcf651ab3c.html&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:center&quot;&gt;--------------------------&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43653</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาญชัย คุ้มปัญญา, วิพากษ์ความคิดรัฐบาลสหรัฐผู้ล้างสัญญานิวเคลียร์ INF, สถานการณ์โลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37c198cdef1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
