<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44935</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดูแลสุขภาพผู้สูงวัยช่วงหน้าฝน รับมือภัยน้ำท่วมขังอย่างถูกวิธี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ช่วงหน้าฝน น้ำท่วมขัง เมื่อผู้สูงอายุเดินลุยน้ำควรรีบล้างเท้าให้สะอาดด้วยน้ำสบู่ ซับเท้าให้แห้ง เพื่อป้องกันง่ามเท้าเปื่อย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ป่วยโรคเบาหวาน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝนที่ตกชุกติดต่อกันหลายวันในช่วงนี้ ส่วนหนึ่งเพราะลมมรสุมต่างๆ อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ โดยเฉพาะบางพื้นที่ซึ่งมีน้ำท่วมขัง ที่เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วย ซึ่งพบได้ตั้งแต่โรคไข้หวัด น้ำกัดเท้า ไปจนถึงสุขภาพจิตอย่างภาวะเครียดและเป็นกังวลเกี่ยวกับเรื่องการเกษตรที่ต้องถูกน้ำท่วมขังในช่วงนี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้บ้านเราพบกับภาวะภัยแล้งมาหลายเดือน พี่แป้ง-วิภา เกียรติหนุนทวี พยาบาลวิชาชีพ ชำนาญการด้านผู้สูงอายุ รพ.ปากท่อ มีข้อมูลมาแนะนำไว้น่าสนใจ&amp;nbsp; พยาบาลวิภา บอกว่า &amp;ldquo;ปัญหาสุขภาพที่มาพร้อมกับหน้าฝนซึ่งมีน้ำท่วมขัง พบได้แต่โรคผิวหนังอย่าง &amp;ldquo;โรคเท้าเปื่อย&amp;rdquo; จากการแช่หรืออยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขังเป็นเวลานานๆ หรือเดินลุยน้ำเน่าเสีย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ซึ่งบริเวณง่ามเท้าเสี่ยงต่อการเปื่อยง่าย เสี่ยงต่อการเป็นแผลพุพองและติดเชื้อโรคได้ ดังนั้นหลังลุยน้ำต้องรีบล้างให้สะอาดด้วยน้ำสบู่ และซับด้วยผ้าสะอาด แล้วผึ่งเท้าให้แห้งสนิท&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ปัญหา &amp;ldquo;ถูกสัตว์มีพิษกัดต่อย&amp;rdquo; อาทิ ตะขาบ ตะเข็บ แมลงป่อง ฯลฯ ซึ่งสัตว์เหล่านี้มักจะมาพร้อมกับน้ำท่วมขัง ผู้สูงอายุจึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยการสวมรองเท้าบูทตเวลาที่ต้องเดินลุยน้ำออกไปทำธุระนอกบ้าน และไม่ยืนแช่น้ำอยู่เป็นเวลานานๆ ที่สำคัญควรพกยาสามัญประจำบ้านอย่างเบตาดีนหรือยาทาฆ่าเชื้อ และแอลกอฮอล์สำหรับเช็ดแผลและฆ่าเชื้อโรค ตลอดจนยาทาแก้ผื่นคันแดง ติดบ้านไว้ด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ป้องกันโรคฉี่หนูและน้ำกัดเท้า รวมถึงไฟฟ้าชอร์ต ผู้สูงอายุควรใส่รองเท้าบูตหากอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขัง)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของผู้สูงอายุที่อยู่ต่างจังหวัดควรระมัดระวัง &amp;ldquo;โรคฉี่หนู&amp;rdquo; ซึ่งมากับน้ำ ทั้งนี้ ในระยะที่ฝนตกชุกและมีน้ำแช่ขังในนาข้าว ผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยงการออกไปลุยน้ำ หรือหากจำเป็นต้องออกไปก็ควรสวมรองเท้าบูตเพื่อป้องกันการสัมผัสน้ำโดยตรง และรีบล้างให้สะอาดด้วยน้ำสบู่ และที่ลืมไม่ได้คือ &amp;ldquo;การเหยียบเศษแก้วและวัตถุแหลมคม&amp;rdquo; จากการเดินลุยน้ำ ซึ่งจะทำให้เกิดแผลที่เท้า และเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคที่มากับน้ำได้เช่นกัน ซึ่งผู้สูงอายุสามารถป้องกันได้โดยไม่เดินเท้าเปล่า หรือไม่ไปในจุดที่เสี่ยงต่อการพัดพาของวัตถุแหลมดังกล่าว และสวมรองเท้าบูตเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ การสัญจรในพื้นที่ซึ่งมีน้ำท่วมขังยังเสี่ยงต่อการ &amp;ldquo;ถูกไฟฟ้าชอร์ต&amp;rdquo; จากการที่สายไฟแช่น้ำเป็นเวลานานๆ ประกอบสายไฟมีการชำรุดอยู่ก่อนแล้ว ในจุดนี้อาจจำเป็นต้องแจ้งเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฯ ให้เข้ามาดูแล รวมถึงผู้สูงอายุก็ต้องเลี่ยงโดยการไม่เดินไปในบริเวณที่สายไฟแช่น้ำ และหลีกเลี่ยงการใช้ไม้เขี่ยสายไฟขึ้นจากน้ำเองโดยพลการ เพื่อป้องกันไฟดูดเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(พื้นที่มีน้ำท่วมขัง ผู้สูงอายุควรไม่ใช้ไม้เขี่ยสายไฟที่แช่น้ำโดยพลการ หรือหลีกเลี่ยงการสัมผัสปลั๊กไฟที่แช่น้ำเพื่อป้องกันไฟดูดเสียชีวิต)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ &amp;ldquo;โรคหวัด&amp;rdquo; ก็พบได้ค่อนข้างบ่อยในช่วงน้ำท่วมขัง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดนั้น ควรป้องกันไม่ให้โรคทางเดินหายใจดังกล่าวแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่น โดยผู้สูงอายุที่ป่วยควรใส่หน้ากากอนามัย ควรหมั่นดื่มน้ำอุ่นๆ และต้องไม่ทิ้งขยะที่เปื้อนน้ำมูก น้ำลาย เพราะเป็นขยะที่ก่อโรค ดังนั้นแนะนำให้มัดปากถุงขยะให้เรียบร้อยก่อนนำขึ้นไปทิ้งในที่ทิ้งถูกสุขอนามัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ตัวอย่างส้วมอเนกประสงค์ช่วงน้ำท่วมขัง เพื่อป้องกันการถ่ายของเสียลงในแหล่งน้ำและนำมาซึ่งอาการท้องร่วงเสีย)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเรื่องอาหารการกินที่ได้รับแจกในช่วงน้ำท่วมขังนั้น แนะนำว่า &amp;ldquo;ผู้สูงอายุควรบริโภคสดใหม่&amp;rdquo; โดยการอุ่นให้ร้อนก่อนรับประทาน ส่วนหนึ่งเพื่อฆ่าเชื้อโรค และป้องกันโรคทางเดินอาหาร หรือโรคท้องร่วงในผู้สูงอายุ เพราะอาหารอาจจะปรุงมาเป็นระยะเวลานาน นอกจากนี้ก็ไม่ควรขับถ่ายลงแหล่งน้ำ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรคท้องร่วงท้องเสียเช่นกัน แต่ให้หาอุปกรณ์สำหรับขับถ่าย เช่น ส้วมอเนกประสงค์สำหรับพกพา จากนั้นเก็บสิ่งปฏิกูลใส่ถุงให้มิดชิด และนำไปทิ้งในที่สำหรับทิ้งขยะมูลฝอยโดยเฉพาะ ที่สำคัญในช่วงฝนตกชุกนั้นอาจทำให้พื้นที่การเกษตรเสียหาย ทั้งนี้ &amp;ldquo;การเยียวยาจิตใจผู้สูงอายุ&amp;rdquo; ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะนอกจากช่วยเหลือจากภาครัฐแล้ว ลูกหลานสามารถให้กำลังใจผู้สูงวัยด้วยการปลอบประโลม ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องของภัยธรรมชาติ ซึ่งเราไม่สามารถไปห้ามหรือไปกำหนดได้ ก็ขอให้ท่านได้ปล่อยวาง เพราะฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(วิภา เกียรติหนุนทวี)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝนตกชุก น้ำท่วมขัง เป็นเรื่องของธรรมชาติที่อาจควบคุมได้ค่อนข้างยาก แต่การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยในช่วงหน้าฝนอย่างถูกวิธี ก็ช่วยส่งเสริมสุขภาพกายและใจของคนสูงอายุและคนทั่วไปได้ไม่น้อยจริงไหมค่ะ...&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44935</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, วิภา เกียรติหนุนทวี, ส้วมอเนกประสงค์, เชื้อโรค, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190903/image_big_5d6e5af2b6a4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41232</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป้องกันท้องจู๊ดๆในงานปาร์ตี้ เน้นกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เห็นข่าวคราวคนวัยเก๋าท้องเสียจากการไปร่วมงานกินเลี้ยงฉลองเบิร์ธเดย์เฉียดวัย 80-90 ที่ทำให้เพื่อนหลัก 6 อัพ เกิดอาการท้องร่วงโดยไม่ได้ตั้งใจ อย่างที่รู้กันดีว่าอาหารที่ทำค้างคืน หรือเมนูที่ปรุงจากของหมักของดองที่อาจปนเปื้อนไปด้วยสารเคมี ก็เป็นสาเหตุของอาการท้องเดินในคนสูงวัยได้เช่นเดียวกัน และที่ลืมไม่ได้นั้น คนวัยเก๋าก็จำเป็นต้องมีปาร์ตี้พบปะเพื่อนฝูง ดังนั้นการเลือกรับประทานอาหารให้ปลอดภัยย่อมดีต่อสุขภาพเป็นไหนๆ เพราะอาการท้องร่วงท้องเสียเป็นสาเหตุของการเสียน้ำในร่างกาย และทำให้เกิดภาวะช็อกหมดสติได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(วิภา เกียรติหนุนทวี)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พี่แป้ง-วิภา เกียรติหนุนทวี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการด้านผู้สูงอายุ รพ.ปากท่อ บอกว่า &amp;ldquo;อาหารที่ไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้สูงอายุ และเป็นสาเหตุของอาการท้องร่วงท้องเสีย แบ่งได้เป็น 2 หมวดหมู่ อย่าง &amp;ldquo;อาหารบุฟเฟต์&amp;rdquo; เช่น เมนูยำทะเลที่มีส่วนประกอบของปลาหมึกดองกรอบ ที่บางครั้งอาจมีสารกันบูดที่เป็นสาเหตุของอาการท้องร่วง หรือบางครั้งวัตถุดิบที่หมักดองบางอย่างอยู่ในอุณหภูมิที่ไม่เย็นพอ หรือไม่เหมาะสม จึงทำให้อาหารแปรรูปที่จะนำมาเป็นเมนูให้กับคนสูงวัยรับประทานเกิดการบูดเสีย ก็เป็นสาเหตุของการท้องร่วงได้เช่นกัน ดังนั้นแนะนำให้ปรุงเป็นเมนูสดใหม่ และร้อนๆ อยู่เสมอ เช่น &amp;ldquo;ต้มยำปลา&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;แกงจืดเต้าหู้&amp;rdquo; เป็นต้น นอกจากนี้ ถ้าหากงานเลี้ยงจัดในช่วงเย็นก็ควรหลีกเลี่ยงการปรุงเมนูที่ทำให้ท้องอืดได้ง่ายและย่อยยาก โดยเฉพาะผักดิบ เช่น มีส่วนประกอบ &amp;ldquo;ถั่วฝักยาว&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ธัญพืชตระกูลถั่ว&amp;rdquo; รวมถึง &amp;ldquo;ผักกะหล่ำปลี&amp;rdquo; เนื่องจากเป็นผักที่มีแก๊สค่อนข้างสูง ดังนั้นไม่ควรปรุงให้ผู้อายุรับประทานในช่วงเวลาเย็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(อาหารโต๊ะจีนที่ประกอบด้วยยำ?ที่มีรสเผ็ด และปรุงค้างไว้เป็นเวลานาน เสี่ยงต่อการท้องเสียได้เช่นกัน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนอาหารปาร์ตี้ที่เสี่ยงต่อการท้องเสียอย่าง &amp;ldquo;อาหารโต๊ะจีน&amp;rdquo; ได้แก่ &amp;ldquo;ยำรวมมิตร&amp;rdquo; ที่บางครั้งปรุงสำหรับคนหมู่มาก ทำให้ความร้อนในการปรุงไม่ทั่วถึง และเก็บไว้หลายชั่วโมงก่อนที่ตักเสิร์ฟ ก็เป็นสาเหตุของอาการท้องร่วงได้เช่นกัน หรือเมนูต้มยำที่ปรุงไว้นานหลายชั่วโมงและมาเพิ่มความเผ็ด ก็เป็นสาเหตุของอาการท้องเสียได้เช่นกัน หรือแม้แต่เมนู &amp;ldquo;ขาหมูพะโล้&amp;rdquo; ที่มีทั้งความมันจากขาหมู ทำให้ย่อยยากแล้ว หากเก็บไว้นานเกินไป หรือเก็บอยู่ในอุณหภูมิที่ร้อนอบอ้าวจัด ก็อาจทำให้อาหารบูดเสีย นำมาซึ่งภาวะท้องเดินได้เช่นเดียวกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;ขาหมูพะโล้&amp;rdquo; เมนูสำหรับงานเลี้ยงสังสรรค์ หากปรุงไว้นานและเก็บในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม เสี่ยงต่อการท้องร่วงได้)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลักของการกินอาหารให้ปลอดภัยจากอาการท้องร่วงนั้น คือ &amp;ldquo;การกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ&amp;rdquo; โดยเฉพาะการใช้ช้อนกลาง เวลาที่ไปรับประทานอาหารในงานเลี้ยงสังสรรค์ของกลุ่มคนหมู่มาก ก็ช่วยป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ ที่สามารถเกิดขึ้นได้จากระบบทางเดินอาหาร โดยการไม่ใช้ช้อนกลางตักอาหารได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(อาหารงานเลี้ยงมื้อเย็นควรหลีกเลี่ยงผักดิบ หรือเมนูที่มีส่วนผสมของถั่ว หรือพืชตระกูลถั่ว เนื่องจากมีแก๊สสูง ทำให้รู้สึกอึดอัดและย่อยยาก)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องการกินที่ผิดสุขลักษณะ หรือการมองข้ามเรื่องเล็กน้อยๆ อย่างอาหารเผ็ด หรืออาหารที่ปรุงไว้นาน ล้วนส่งผลต่อสุขภาพ เคล็ด (ไม่) ลับที่ช่วยเติมเต็มงานปาร์ตี้ของคนวัยเก๋าให้สนุกด้วยเมนูที่ปรุงสะอาด สด ใหม่...เห็นด้วยไหมค่ะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41232</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, วิภา เกียรติหนุนทวี, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190717/image_big_5d2f13872d1ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31071</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกวดนุ่งชุดไทยประจำชาติ กิจกรรมเติมความสดใสผู้สูงวัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เห็นข่าวประกวดชุดว่ายน้ำผู้สูงอายุชาวจีนแล้วอดชื่นชมในความน่ารัก โดยเฉพาะท่าโพสในชุดที่สวยงาม ไม่เซ็กซี่จนเกินวัย ซึ่งดูแล้วไม่เหมือนคนวัยหลัก 5 หลัก 6 เพราะคุณป้าแต่ละคนนั้นหุ่นดีเวอร์จนสาวๆ จนต้องอิจฉา ทว่ากิจกรรมที่เกิดขึ้นนั้นอาจจุดประกายให้กับหลายประเทศในเอเชียที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงสูงวัย ให้หันมามองว่าการที่ได้ผู้สูงอายุทำกิจกรรมร่วมกัน โดยมองข้ามผ่านการนุ่งน้อยห่มน้อยของคนวัยตกกระ น่าจะช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้คนวัยนี้ได้ไม่น้อย เพราะจุดประสงค์ของผู้จัดงานแดนมังกรนั้นต้องการให้ผู้สูงวัยมีสังคม ประการสำคัญต้องการจะบอกกับคนทั่วโลกว่าอายุเป็นเพียงตัวเลขเท่านั้น เพราะอันที่จริงการรักษาสุขภาพโดยปราศจากไขมันและส่วนเกิน นอกจากรูปร่างที่ดีสมส่วนตามวัยแล้ว โรคภัยไข้เจ็บก็ไม่ถามหา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(วิภา เกียรติหนุนทวี)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ทั้งนี้ ทุกอย่างอยู่ที่มุมมอง ซึ่งหากบ้านเรานำการประกวดรูปแบบดังกล่าวมาส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย เพื่อให้เข้ากลิ่นอายหน้าร้อนช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนที่กำลังจะมาถึง ซึ่งวัฒนธรรมไทยเน้นความสนุกสนานร่าเริงผ่านการประกวดต่างๆ พี่แป้ง-วิภา เกียรติหนุนทวี พยาบาลวิชาชีพ ชำนาญการด้านผู้สูงอายุ รพ.ปากท่อ (ราชบุรี) มีข้อมูลมาแนะนำกัน เพื่อประยุกต์ให้เข้ากับสังคมไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พยาบาลวิภา ให้ข้อมูลว่า สำหรับการประกวดผู้สูงอายุใส่ชุดว่ายน้ำ ถ้าหากเป็นคนสูงวัยที่อยู่ กทม.ที่ค่อนข้างมีความรู้และตามสมัย ก็จะได้รับความนิยมระดับหนึ่ง แต่ถ้าเป็นกลุ่มคนแก่ที่อยู่ต่างจังหวัดที่มีวิถีชีวิตเรียบง่าย ชอบนุ่งผ้าถุงและใส่เสื้อคอกระเช้า ตรงนี้สามารถนำการประกวดดังกล่าวมาประยุกต์ใช้โดยการจัดประกวดผู้สูงอายุนุ่งผ้าไทย เช่น ชุดโจงกระเบน เสื้อคอกระเช้า หรือชุดไทยห่มสไบที่มีความสวยงาม ตรงตามวัฒนธรรมของเรา ก็จะช่วยให้คุณตาคุณยายสนุกสนาน และมีความสุขที่ได้แต่งตัวสวยงาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ผู้หญิงไทยสมัยก่อนจะไม่นิยมเปิดเผยเนื้อหนังมากนัก เนื่องจากวัฒนธรรมสมัยก่อน ผู้หญิงจะถูกสอนให้รักนวลสงวนตัว ดังนั้นหากนุ่งชุดว่ายน้ำแบบบิกินีก็อาจจะไม่เหมาะสม เนื่องจากสรีระของผู้สูงวัยบางคนอาจจะไม่น่ามอง พูดง่ายๆ อาจจะไม่เต่งตึง ที่สำคัญคุณย่าคุณยายก็อาจจะรู้สึกเป็นปมด้อย ดังนั้นการประกวดในรูปแบบของการนุ่งผ้าถุงโจงกระเบน เสื้อคอกระเช้า หรือชุดไทยห่มสไบ หรือจัดธีมการประกวดนุ่งชุดไทยแบบละครบุพเพสันนิวาส จะมีความเหมาะสมและดูน่ารักอิงตามกระแสละครดัง โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนนี้ ที่สำคัญเมื่อได้ใส่ชุดสวยๆ ผู้สูงอายุก็จะรู้สึกมั่นใจ กระปรี้กระเปร่า และรู้สึกว่าตัวเองอายุน้อยลง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พยาบาลวิภา บอกอีกว่า ประโยชน์ของการจัดประกวดนุ่งชุดประจำชาตินั้น นอกจากทำให้วัยเก๋าได้เข้าสังคมแล้ว ยังใช้พื้นที่ดังกล่าวเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดูแลสุขภาพร่วมกัน ทำให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีกับคนวัยเดียวกัน ซึ่งดีกว่าการอยู่บ้านเพียงลำพัง ที่สำคัญยังสร้างความภูมิใจให้กับลูกๆ หลานๆ ที่ท่านได้ออกมาโชว์ศักยภาพนอกบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;วัยเก๋านุ่งว่ายน้ำประกวดว่าเก๋แล้ว แต่ถ้านุ่งโจง ห่มผ้าไทย ก็ยิ่งสวยงามไปอีกแบบ ว่าไหมค่ะ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;////////////////////////////////////////////////////////////////////&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.วิภา เกียรติหนุนทวี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.ผู้สูงอายุชาวจีนกับการประกวดชุดว่ายน้ำ เพื่อสะท้อนการเข้าสังคม การมีกิจกรรมที่ดีทำร่วมกัน และอายุเป็นเพียงตัวเลข เนื่องจากการดูแลสุขภาพเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.ประกวดผู้สูงอายุแต่งชุดไทย ไอเดียประกวดแข่งขันที่โชว์ความสามารถคนวัยเก๋า และส่งเสริมการเข้าสังคม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31071</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ชุดว่ายน้ำ, วิภา เกียรติหนุนทวี, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190311/image_big_5c86552c3010f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26846</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดูแลสุขภาพผู้สูงวัยที่อยู่ในโลกมืด เรื่องใกล้ตัวที่ลูกหลานอย่ามองข้าม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุทั่วไปว่าซับซ้อนแล้ว แต่หากลูกหลานคนไหนที่ต้องดูแลคุณพ่อคุณแม่ที่มีปัญหาสุขภาพสายตา หรือเป็น &amp;ldquo;ผู้สูงวัยที่อยู่ในโลกมืด&amp;rdquo; ยิ่งต้องให้การดูแลเป็นพิเศษ โดยเฉพาะโรคภัยไข้เจ็บที่อาจเกิดจากอุบัติเหตุที่ท่านมองไม่เห็นก็สามารถส่งผลร้ายแรง ทั้งเสี่ยงต่อการหกล้มกระดูกหักกระทั่งเป็นอัมพาตติดเตียงได้เช่นกัน ดังนั้นการปรับที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับกายภาพ และการส่งเสริมการใช้ชีวิตที่ป้องกันอันตราย เป็นสิ่งที่บุตรหลานและคนดูแลไม่ควรมองข้าม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(วิภา เกียรติหนุนทวี)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พี่แป้ง-วิภา เกียรติหนุนทวี พยาบาลวิชาชีพ ชำนาญการด้านผู้สูงอายุ รพ.ปากท่อ ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;การดูแลผู้สูงวัยที่มีปัญหาสายตา ซึ่งอยู่ในโลกมืดก็ค่อนข้างมีความแตกต่างจากผู้สูงอายุที่สายตาปกติ โดยเฉพาะการที่ลูกหลานจำเป็นต้องให้ความใส่ใจเกี่ยวกับ &amp;ldquo;อุบัติเหตุ&amp;rdquo; เป็นสำคัญ เพราะถ้าเป็นโรคทั่วไปอย่าง โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ฯลฯ ก็ถือเป็นกลุ่มโรคที่ต้องเฝ้าระวังเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ทว่าอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้สูงวัยที่มองไม่เห็นนั้น คือการสะดุดหกล้ม ซึ่งตรงนี้จะทำให้เกิดปัญหากระดูกสะโพกหัก และต่อเนื่องไปจนถึงเป็นผู้ป่วยติดเตียง หรือบางรายอาจทำให้เกิดภาวะอัมพาตได้ จึงแนะนำว่าลูกหลานควรที่จะปรับปรุงบ้าน โดย &amp;ldquo;หลีกเลี่ยงพื้นเล่นระดับ&amp;rdquo; หรือทำบ้านให้มีพื้นราบเสมอกัน นอกจากนี้ก็ต้องจัดบริเวณทางเดินไม่ให้มีสิ่งกีดขวาง เช่น &amp;ldquo;ไม่วางหนังสือ&amp;rdquo; ไว้บริเวณทางเดิน หรือจัดสิ่งของให้เป็นระเบียบ &amp;ldquo;ไม่วางเรียงชั้นแนวตั้ง&amp;rdquo; เพราะอาจเสี่ยงตกลงมาใส่คุณตาคุณยายขณะเดินผ่าน นอกจากนี้ก็ให้ &amp;ldquo;หลีกเลี่ยงการวางพรมเช็ดเท้าที่พื้น&amp;rdquo; เพื่อป้องกันการสะดุดหกล้ม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ลูกหลานที่เลี้ยงดูผู้สูงอายุพิการทางสายตา ควรหลีกเลี่ยงบ้านเล่นระดับ และการวางของไม่เป็นระเบียบ เพราะจะเสี่ยงต่อการสะดุดหกล้ม และทำให้กระดูกหักได้)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ผู้สูงอายุที่อยู่ในโลกมืด ไม่ว่าจะตาบอดมาแต่กำเนิด หรือได้รับอุบัติเหตุในวัยหนุ่มสาว กระทั่งทำให้มองไม่เห็นในวัยผู้สูงอายุ ปัญหาหนึ่งที่ลืมไม่ได้คือ &amp;ldquo;โรคติดเชื้อที่ลูกตา&amp;rdquo; อันเนื่องมาจากภาวะอักเสบที่เกิดขึ้นจากการนำมือไม่สะอาดไปขยี้ลูกตา รวมถึงการที่ผู้สูงอายุมีสายตาที่บอดหรือมองไม่เห็น แต่ป่วยเป็นโรคเบาหวานและมีน้ำตาลในกระแสเลือดสูงมาก กระทั่งขึ้นไปที่ดวงตา ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ให้เกิดการติดเชื้อได้ที่วุ้นในลูกตา จากภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเช่นกัน ทำให้เกิดภาวะปวดบวมอักเสบ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ดังนั้นลูกหลานและผู้ดูแลจำเป็นต้องพาคุณพ่อคุณแม่ที่พิการทางสายตาไปพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจตาทุก 6 เดือน ไปจนถึง 1 ปี รวมถึงต้องไปพบแพทย์ทั่วไป เพื่อตรวจสุขภาพทุก 6 เดือนจนถึง 1 ปีเช่นกัน ในการตรวจคัดกรองหาโรคเรื้อรังในผู้สูงวัยกลุ่มที่มีปัญหาสายตาดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นโรคอัลไซเมอร์, โรคไต, โรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายกันที่ &amp;ldquo;ภาวะเครียดและซึมเศร้า&amp;rdquo; จากการที่ผู้สูงวัยมองไม่เห็น ก็เป็นอาการป่วยที่อาจเกิดขึ้นได้กับท่าน ส่วนหนึ่งมาจากความน้อยใจที่เป็นภาระให้ลูกหลาน ตรงนี้บุตรหลานควรดูแลใกล้ชิด และคอยให้กำลังใจท่าน ที่ลืมไม่ได้เมื่ออายุมากขึ้น คุณตาคุณยายมักจะมีปัญหาน้อยใจลูกหลาน อีกทั้งบางรายจะมี &amp;ldquo;ความดื้อรั้นอยู่ในตัวเอง&amp;rdquo; และอยากทำสิ่งต่างๆ เอง แม้ว่าสายตาจะมองไม่เห็น เช่น การเข้าครัวทำอาหาร หรือเปิดแก๊สต้มน้ำ กระทั่งการหั่นผักเอง ตรงนี้ลูกหลานควรใช้วิธีอธิบายให้ท่านเข้าใจว่า หากผู้สูงอายุดื้อดึงที่จะทำอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุกับตัวเอง ซึ่งนั่นอาจทำให้ร่มโพธิ์ร่มไทรของบ้านไม่สามารถเป็นที่พึ่งให้กับลูกหลานๆ ได้ เช่น &amp;ldquo;ถ้าแม่เข้าครัวและพลาดไปสะดุดหกล้มจนกระดูกหักเดินไม่ได้ ต้องนอนอยู่บนเตียง แล้วใครจะเล่านิทานให้หลานๆ ฟังก่อนนอนคะ!!!&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สำคัญก็ให้หลีกเลี่ยงการห้ามปรามด้วยถ้อยคำรุนแรงหรือดุด่า เพราะนั่นจะทำให้ผู้สูงอายุยิ่งโกรธและรู้สึกน้อยใจลูกหลานขึ้นไปอีก ซึ่งอาจจะทำให้คุณตาคุณยายหนีออกจากบ้าน ขณะที่สายตามองไม่เห็น และอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่กล่าวมาเป็นบางเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกบ้าน ทั้งผู้สูงอายุที่สายตาปกติและพิการทางสายตา แต่โดยสรุปแล้ว ทุกปัญหาก็จะสามารถแก้ไขได้ด้วยความเข้าใจและเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน...รู้อย่างนี้แล้วเชื่อว่าลูกหลานที่รักและเคารพผู้ให้กำเนิด คงหันกลับมาเพิ่มการดูแลคุณพ่อคุณแม่ที่มองไม่เห็นขึ้นไปอีก 2 เท่าจริงไหมค่ะ...&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26846</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ผู้สูงอายุ, วิภา เกียรติหนุนทวี, โรคติดเชื้อที่ลูกตา, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190117/image_big_5c4074fc3531c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25881</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มอาหารโปรตีน-เกลือแร่สูง แหล่งพลังงานที่สำคัญต่อสว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(ใน 1 วัน ผู้สูงอายุไม่ควรบริโภคข้าวเกิน 6 ทัพพีต่อวัน (จำเป็นต้องได้รับการตรวจวิเคราะห์จากแพทย์และนักโภชนาการอย่างละเอียด) ดังนั้นลองเปลี่ยนมาดูแลสุขภาพของท่านด้วย &amp;ldquo;ข้าวต้มปลากะพง&amp;rdquo; ที่ได้กินทั้งแป้งและปลาที่มีเกลือแร่และโปรตีนสูง จึงช่วยย่อยได้ดี)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;คาร์โบไฮเดรต&amp;rdquo; ถือเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของร่างกายของเด็กและวัยหนุ่มสาวไปจนถึงวัยทำงาน เพราะหากขาดแป้งอาจส่งผลให้น้ำตาลในเลือดต่ำ อีกทั้งโลหิตไม่สามารถพาออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้ จึงทำให้กล้ามเนื้อขาดพลังงาน อีกทั้งรู้สึกอ่อนเปลี้ยไม่มีเรี่ยวแรง รู้สึกใจสั่น เพราะโดยมาตรฐานด้านโภชนาการแล้ว ใน 1 วันควรบริโภคข้าวหรือคาร์โบไฮเดรตไม่เกิน 6 ทัพพี และน้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชา เมื่อแป้งเป็นแหล่งอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายของวัยหนุ่มสาว จึงเกิดเป็นคำถามว่าอันที่จริงแล้ว ผู้สูงอายุควรบริโภคแป้งในปริมาณเท่าใด สารอาหารที่จำเป็นต่อผู้สูงอายุยังมีประเภทใดอีกบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(วิภา เกียรติหนุนทวี)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พี่แป้ง-วิภา เกียรติหนุนทวี พยาบาลวิชาชีพ ชำนาญการด้านผู้สูงอายุ รพ.ปากท่อ กล่าวว่า &amp;ldquo;สำหรับการที่ระบุว่าผู้สูงอายุควรบริโภคคาร์โบไฮเดรตหรือแป้ง โดยหลักของโภชนาการทั่วไป ใน 1 วันไม่ควรบริโภคข้าวหรือแป้งเกิน 6 ทัพพี แต่เนื่องจากมวลร่างกายของแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน ดังนั้นหากจะให้ข้อมูลครบถ้วนผู้สูงอายุควรไปตรวจสุขภาพประจำปี และพบแพทย์หรือนักโภชนาการ เพื่อทำการตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียด ในการบริโภคแป้งในแต่ละวันที่เหมาะสม และตรงกับดัชนีมวลรวมร่างกายของผู้สูงอายุแต่ละคนอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้บริโภคแป้งมากเกินไป เพราะอาจเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคเบาหวาน หรือถ้าหากคุณตาคุณยายเป็นโรคเบาหวานอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้นการบริโภคแป้งจนเกินไปอาจกระตุ้นน้ำตาลในเลือดให้สูงขึ้น จึงควรบริโภคข้าวอย่างพอเหมาะ และไขมันก็ต้องไม่บริโภคมากเกินไปเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;ปลาจะละเม็ดนึ่งซีอิ๊ว&amp;rdquo; กินร้อนๆ ช่วยเจริญอาหารและไขมันต่ำเหมาะกับผู้สูงอายุ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ทว่ากลุ่มสารอาหารที่สำคัญมาก และผู้สูงอายุควรบริโภคเป็นหลัก คือ &amp;ldquo;กลุ่มของโปรตีน&amp;rdquo; เนื่องจากเป็นแหล่งอาหารที่ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และเป็นกลุ่มพลังงาน ที่เหมาะกับกายภาพของผู้สูงอายุที่อาจจะเคลื่อนไหวน้อยลง โดยเฉพาะ &amp;ldquo;เมนูจากปลาเนื้อขาว&amp;rdquo; เนื่องจากมีไขมันชนิดดีต่อร่างกาย เช่น ปลากะพง ซึ่งเป็นปลาเนื้อขาวที่อยู่ในทะเลที่มีแร่ธาตุไอโอดีน ซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญสำหรับผู้สูงวัยอีกเช่นกัน รวมถึงปลาช่อนนา, ปลานิล, ปลาตะเพียน, ปลาเนื้ออ่อน, ปลาสำลี, ปลาจะละเม็ด, ปลาคัง ซึ่งเมนูที่ทำจากปลาเพื่อผู้สูงอายุให้เน้นนึ่ง, ต้ม, ตุ๋น เช่น เมนู &amp;ldquo;ปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ต้มยำปลาช่อนเผ็ดน้อย&amp;rdquo; ที่ผู้สูงอายุจะได้รับประทานทั้งเนื้อปลาและซดน้ำแกง เพื่อป้องกันร่างกายขาดน้ำ หรือ เพื่อให้เข้ากับช่วงอากาศหนาวๆ ต้นปี &amp;ldquo;ข้าวต้มปลากะพง&amp;rdquo; ก็ถือเป็นอาหารที่ย่อยง่ายและมีโปรตีนสูง ดีต่อสุขภาพผู้สูงวัย หรือลูกหลานจะปรุง &amp;ldquo;ต้มแซ่บปลาคัง&amp;rdquo; ให้ผู้สูงอายุรับประทาน หรือ &amp;ldquo;ปลาจะละเม็ดนึ่งซีอิ๊ว&amp;rdquo; ที่ยิ่งรับประทานร้อนๆ ก็จะช่วยเจริญอาหารในผู้สูงวัยได้เช่นกัน เนื่องจากวัยนี้จะค่อนข้างเบื่ออาหารได้ง่าย จึงควรดัดแปลงเมนูจากปลาที่ตรงกับความชอบของผู้สูงอายุ เช่น &amp;ldquo;ห่อหมกปลาเนื้ออ่อน&amp;rdquo; แทนที่จะปรุงปลาเนื้ออ่อนราดพริกหรือทอดกระเทียม เป็นต้น นอกจากนี้กลุ่มอาหารที่จำเป็นสำหรับผู้สูงอายุคือ &amp;ldquo;เกลือแร่&amp;rdquo; ที่ได้จากผักผลไม้สดและปลอดสารเคมี เพราะเกลือแร่จะช่วยป้องกันภาวะอ่อนเพลีย และไม่มีเรี่ยวแรงให้กับคุณตาคุณยายได้ดี ที่สำคัญให้บริโภคอย่างสม่ำเสมอ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25881</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาร์โบไฮเดรต, คุณภาพชีวิต, วิภา เกียรติหนุนทวี, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190106/image_big_5c31ff4ca95c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้านหวัดวัยเก๋า...ด้วยหลักโภชนาบำบัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(วิภา เกียรติหนุนทวี)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากหาหมอแล้ว &amp;ldquo;การกินอาหารให้เป็นยา&amp;rdquo; ถือเป็นเทรนด์ต้านหวัดที่ยังใช้ได้ดีเสมอ โดยเฉพาะผู้สูงวัยที่มักเจ็บป่วยออดๆแอดๆ และเป็นโรคหวัดบ่อยๆ ในช่วงหน้าฝนอย่างนี้ เพราะบางครั้งการกินยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาโรคทางเดินหายใจ ก็อาจส่งผลข้างเคียง ต่อกระเพาะอาหารของคนวัยหลัก 6 ได้ และการป้องกันก็ย่อมดีกว่าการรักษา พี่แป้ง-วิภา เกียรติหนุนทวี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการผู้สูงอายุ รพ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาหารต้านหวัด รวมถึงโภชนะบำบัดที่ควรเลี่ยงในช่วงหน้าฝนไว้น่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ต้านโรคหวัดช่วงหน้าฝน แนะนำให้ผู้สูงอายุบริโภคสับปะรดเป็นประจำ)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พยาบาลวิภาอธิบายว่า &amp;ldquo;อาหารกลุ่มแรกที่สามารถป้องกันโรคหวัดในคนสูงวัยได้ดีคือ &amp;ldquo;กลุ่มวิตามินซี&amp;rdquo; เช่น มะขามป้อม ที่รู้กันดีว่ามีวิตามินซีค่อนข้างสูง นอกจากนี้ยังส้มและสับปะรด ที่มีทั้งวิตามินซีและช่วยขับเสมหะในรายที่คุณตาคุณยายเป็นหวัด ซึ่งผลไม้ชนิดนี้สามารถบริโภคได้ตลอด และยังละลายได้ดีในน้ำหลังจากที่รับประทานอาหาร จึงไม่มีพิษถ้าหากจะรับประทานบ่อยขึ้นในช่วงหน้าฝน ที่น่าสนใจ &amp;ldquo;สมุนไพรกลุ่มต้านหวัด&amp;rdquo; ก็ยังสามารถรับประทานเพื่อป้องกันโรคทางเดินหายใจควบคู่กันได้เช่นเดียวกัน อาทิ &amp;ldquo;ฟ้าทะลายโจร&amp;rdquo; สามารถบริโภคในรูปแบบของแคปซูล ก็จะช่วยลดไข้ได้ดีในขณะที่เป็นหวัด หรือสมุนไพรที่คุ้นเคยกันดีอย่าง &amp;ldquo;มะแว้ง&amp;rdquo; ก็สามารถอมเป็นยาแก้ไอและแก้เจ็บคอได้ แต่อาจมีข้อจำกัดอยู่บ้าง เช่น ไม่ควรบริโภคสมุนไพรติดต่อกันเกิน 7 วัน เพราะจะส่งผลต่อระบบตับและไตเสื่อมได้เร็ว เนื่องจากทำงานหนักมากเกินไป เพราะอวัยวะทั้ง 2 เป็นตัวรับและกรองของเสีย อีกทั้งข้อปฏิบัติในป้องกันโรคหวัดที่สำคัญ แนะนำให้ผู้สูงอายุดื่มน้ำอุ่นบ่อยๆ พยายามรักษาร่างกายให้เป็นปกติ โดยเฉพาะเวลานอนก็ให้ห่มผ้า และหมั่นออกกำลังสม่ำเสมอทุกวัน วันละ 30 นาที เช่น เดินเร็ว, เล่นโยคะ หรือยืนแกว่งแขน ตรงนี้จะกระตุ้นให้ปอดแข็งแรง ทำให้หายใจได้สะดวก &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;เนื้อสัตว์&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ผลไม้สีเหลือง&amp;rdquo; แหล่งพลังงานสูง กระตุ้นผู้สูงอายุไม่สบายตัว และเป็นสาเหตุของอาการเจ็บป่วยได้ง่าย)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของอาหารที่ควรงดบริโภคในช่วงหน้าฝน โดยเฉพาะคนที่เป็นหวัดแล้ว ได้แก่ &amp;ldquo;อาหารมัน&amp;rdquo; หรืออาหารทอด เพราะนอกจากเสี่ยงต่อการเป็นหวัดแล้ว ยังทำให้อาการของโรคหวัดแย่ลงเช่นเดียวกัน เพราะของมันจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกระคายคอ เหนื่อยง่าย และผู้ป่วยหายใจไม่ออก รวมถึง &amp;ldquo;อาหารย่อยยาก&amp;rdquo; เนื่องจากอาหารกลุ่มนี้จะไปดันกระบังลมให้ขยายตัวในการย่อยอาหาร นั่นจึงทำให้อวัยวะดังกล่าวขยายตัวไม่เต็มที่ จึงส่งผลให้ผู้สูงอายุหายใจไม่อิ่ม และมีอาการเหนื่อยหอบได้ค่อนข้างง่าย นอกจากนี้ยังมี &amp;ldquo;อาหารให้พลังงานสูง&amp;rdquo; เช่น เนื้อสัตว์ต่างๆ หากผู้สูงอายุบริโภคในช่วงหน้าฝนก็จะยิ่งไปเพิ่มความร้อนให้ร่างกาย กระทั่งทำให้รู้สึกไม่สบายตัว และเกิดอาการเจ็บป่วยเป็นหวัดได้ในที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมไปถึง &amp;ldquo;ผักสีแดง&amp;rdquo; ที่มีฤทธิ์ร้อนก็ควรหลีกเลี่ยงเช่นเดียวกัน เช่น พริกแดง, พริกหยวก รวมถึง &amp;ldquo;ผลไม้สีเหลือง&amp;rdquo; ที่มีความร้อน ไขมันและน้ำตาลสูงมากเช่นเดียวกัน อาทิ ทุเรียน, ขนุน, ลำไย เมื่อผู้สูงวัยรับประทานเข้าไปในปริมาณมากๆ ก็จะทำให้รู้สึกร้อน อีกทั้งไม่สบายตัว หงุดหงิดง่าย และยังหายใจไม่สะดวกอีกด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17241</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, วิตามินซี, วิภา เกียรติหนุนทวี, สมุนไพรกลุ่มต้านหวัด, อาหารให้พลังงานสูง, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180910/image_big_5b96710f9fa71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เติมเต็มความสุขคนวัยเกษียณ หมั่นเช็กโรคภัยใกล้ตัวพ่อแม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไข&amp;rdquo; โดยเฉพาะสัญญาณเตือนเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บของคุณตาคุณยาย เป็นสิ่งที่ลูกหลานควรให้ความใส่ใจ เพราะโรคบางชนิดสามารถป้องกันความรุนแรงถึงแก่ชีวิตได้ เช่น โรคซึมเศร้าและทำร้ายตัวเองในผู้สูงอายุ เป็นต้น เพราะภาวะดังกล่าวเป็นผลมาจากความเหงาและความโดดเดี่ยวแม้จะอยู่ท่ามกลางลูกหลานก็ตาม แต่ถ้าขาดความเอาใจใส่พ่อแม่ ปู่ย่าตาทวด ผลเสียที่ตามมาคือการเจ็บป่วยของร่มโพธิ์ร่มไทรประจำบ้าน ซึ่งภายหลังก็จะกระทบต่อจิตใจของผู้ดูแลเอง พี่แป้ง-วิภา เกียรติหนุนทวี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการผู้สูงอายุ รพ.ปากท่อ มีคำแนะนำเกี่ยวกับการเฝ้าสังเกต อาการป่วยของผู้สูงวัย เพื่อป้องกันและนำไปสู่การรักษาที่ตรงจุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(วิภา เกียรติหนุนทวี)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พยาบาลวิภา ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;สำหรับอาการป่วยลำดับแรกคือ &amp;ldquo;โรคซึมเศร้าและทำร้ายตัวเองในคนสูงวัย&amp;rdquo; เนื่องจากเป็นกลุ่มโรคที่พบได้ค่อนข้างบ่อยมาก และเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวลูกหลานทุกคน ทุกครอบครัว ดังนั้นการหมั่นสังเกตไม่เพียงนำท่านเข้าสู่การรักษาได้รวดเร็ว แต่ยังป้องกันความสูญเสียในครอบครัวได้เช่นกัน สำหรับอาการที่พึงสังเกตโรคซึมเศร้า ได้แก่ ผู้สูงอายุพูดคุยน้อยลง ไม่กิน ไม่นอน น้ำหนักลด เบื่อหน่ายในชีวิต หรือจากที่เคยชอบออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านก็ไม่ยอมออกไป และเคยชอบอาบน้ำ แต่งตัวสะอาด ก็ไม่ยอมทำ แต่ปล่อยตัวให้เลอะเทอะ รุงรัง ตอบคำถามน้อย ขี้หงุดหงิดง่าย หรือบางรายก็บ่นให้ลูกหลานได้รู้ว่าไม่สบายตัว ปวดเมื่อยตามจุดต่างๆ ในลักษณะของการเรียกร้องความสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่สำคัญเลยคือการบ่นว่าตัวเองเป็นภาระของลูกหลาน ตรงนี้เป็นจุดสังเกตโรคซึมเศร้าที่ผู้สูงวัยกำลังส่งสัญญาณเตือนให้ลูกหลานรู้ว่ากำลังจะคิดฆ่าตัวตายได้ ลูกหลานจึงต้องเฝ้าระวังและควรรีบเข้าไปพูดคุย เพื่อให้คุณตาคุณยายได้ระบายความรู้สึกออกมาเพื่อนำไปสู่การแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นการเข้ารับการรักษาจากแพทย์ กินยา กระทั่งการมอบความรัก ความอบอุ่นให้กับท่าน และใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(สัญญาณเตือนของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่คิดฆ่าตัวตาย ได้แก่ การบ่นว่าตัวเองเป็นภาระของลูกหลาน คนในครอบครัวควรหันมาสนใจชวนพูดคุยเพื่อกระชับความผูกพัน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ให้ลูกหลานพึงเฝ้าระวังอาการเจ็บป่วยในผู้สูงวัย คือ &amp;ldquo;โรคอัลไซเมอร์&amp;rdquo; ซึ่งอาการของโรคนี้คือจะจำอะไรไม่ค่อยได้ ซึ่งภาวะดังกล่าวจะส่งผลต่อการใช้ชีวิต และสัญญาณของโรคจะพบตั้งแต่การลืมปิดน้ำ-ไฟ กระทั่งการหลงวันและเวลา หรือจากที่เคยขับรถไปไหนมาไหนได้ แต่ลืมหนักมากจนจำวิธีขับรถไม่ได้ หรือเดินกลับบ้านตัวเองไม่ถูก หรือจำไม่ได้ว่าตัวเองชื่ออะไร และที่สำคัญลืมกระทั่งว่าวิธีตักข้าวกินเองทำอย่างไร เมื่อลูกหลานได้รับรู้ถึงอาการป่วยจากการเฝ้าสังเกตพฤติกรรมพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ก็จะนำไปสู่การรักษาและการดูแลที่ถูกต้องจากบุตรหลานมากยิ่งขึ้น และสามารถป้องกันอุบัติเหตุอย่างการพลัดตกหกล้ม หรือถูกรถเฉี่ยวชน เมื่อผู้สูงอายุป่วยความจำเสื่อม เดินหลงทาง เป็นต้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(ผู้สูงอายุที่มีปัญหาปัสสาวะเล็ดอาจทำให้ใช้ชีวิตได้อย่างไม่มีความสุข โดยเฉพาะผู้ที่ชอบเข้าสังคม ก็อาจทำให้เก็บตัวได้ การที่ลูกหลานพาไปพบแพทย์เพื่อรักษา โดยการสังเกตอาการ จะทำให้ท่านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายกันที่การเฝ้าสังเกตภาวะเสื่อมของร่างกายที่อาจเป็นสาเหตุของโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น &amp;ldquo;อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่&amp;rdquo; ส่วนหนึ่งคือการที่หูรูดบริเวณกระเพาะปัสสาวะทำงานได้ไม่ดี เวลาที่ผู้สูงวัยไอหรือจาม กระทั่งผายลม ก็ทำให้ปัสสาวะไหลออกมา แม้จะเป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้จากความเสื่อมของร่างกาย เนื่องจากอายุที่เพิ่มขึ้น แต่ถ้าลูกหลานให้ความใส่ใจ คอยซักถามหรือพาคุณพ่อคุณแม่ไปพบแพทย์ ตรงนี้จะทำให้ท่านใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ไม่เก็บตัวอยู่กับบ้าน และมีความสุข โดยเฉพาะเวลาที่ออกพบปะเพื่อนฝูง หรือทำธุระนอกบ้าน ก็เป็นไปอย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เนื่องจากไม่ต้องกังวลกับปัญหาสุขภาพดังกล่าว ที่สำคัญยังทำให้คนสูงอายุรับรู้ว่า อันที่จริงแล้วลูกหลานห่วงใยและใส่ใจตัวเอง ก็ย่อมทำให้ครอบครัวอบอุ่นมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญโรคซึมเศร้าและภาวะโดดเดี่ยวก็จะไม่ถามหาท่านค่ะ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14312</URL_LINK>
                <HASHTAG>การพัฒนาคุณภาพชีวิต, ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่ได้, วิภา เกียรติหนุนทวี, โรคซึมเศร้า, โรคอัลไซเมอร์, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180729/image_big_5b5db55ba67a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
