<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จำคุกเณรคำ20ปี ฉ้อโกงไม่อุทธรณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลอนุญาตให้เณรคำถอนอุทธรณ์ ยอมรับโทษที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 114 ปีในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และกฎหมายฟอกเงิน กรณีหลอกลวงพระอินทร์มาเข้าฝันให้สร้างพระแก้วมรกตใหญ่สุดในโลก แล้วเปิดรับบริจาค แต่จำคุกจริง 20 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 4 กรกฎาคมนี้ ที่ห้องพิจารณา 701 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำสั่งคำขอถอนอุทธรณ์ของจำเลย ในคดีหมายเลขดำ อ.2341/2560 ที่อัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวิรพล สุขผล อายุ 39 ปี หรืออดีตพระวิรพล ฉัตติโก หรืออดีตหลวงปู่เณรคำ อดีตประธานสำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ที่สหรัฐอเมริกาส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนมาให้เมื่อปี 2560 เป็นจำเลย ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343, พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1) และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5 (1) (2), 60
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีระหว่างวันที่ 17 ก.พ.2552-27 มิ.ย.2556 ต่อเนื่องกัน จำเลยอาศัยความเป็นพระภิกษุ ในฐานะประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ และความศรัทธาของประชาชน ได้บังอาจหลอกลวงว่า จำเลยนิมิต (ฝัน) พบองค์อินทร์ขอให้สร้างพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ที่สุดในโลก และสร้างมหาวิหารครอบองค์พระ โดยใช้หยกเขียวแท้จากประเทศอิตาลี, สร้างเครื่องทรงพระแก้ว 3 ฤดูด้วยทองคำแท้, ก่อสร้างเสาวิหารแก้ว 199 ต้น ต้นละ 3 แสนบาท, รูปหล่อพระทองคำ (รูปเหมือนจำเลย) ก่อสร้างวิหารสำหรับประชาชนที่วัดป่าขันติธรรม สาขา 1 จ.อุบลราชธานี, สร้างวัดที่ จ.สุพรรณบุรี รวมทั้งการจัดซื้อเรือจากสหรัฐ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยจำเลยประกาศชักชวนให้ประชาชนนำเงิน ทองคำ และทรัพย์สินมาบริจาคกับจำเลย ที่วัดป่าฯ โดยจัดตู้บริจาค 8 ตู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ จำเลยยังได้ใช้เว็บไซต์ www.luangpunenkham.com เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับการจัดสร้างสิ่งต่างๆ จนมีผู้เสียหาย 29 ราย (เฉพาะที่มาร้องทุกข์) หลงเชื่อว่าจำเลยเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เข้าร่วมบริจาคเงินและทรัพย์สินต่างๆ จำนวนทั้งสิ้น 28,649,553 บาท แล้วจำเลยโอนเงิน 1,130,000 บาท ที่ได้จากการฉ้อโกงไปซื้อรถยนต์โดยทุจริต ทั้งที่ความจริงแล้วจำเลยมิได้ก่อสร้างใดๆ เลย เหตุเกิดที่ จ.ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี เชียงใหม่ และที่อื่นเกี่ยวพันกัน ชั้นพิจารณาจำเลยให้การปฏิเสธ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 9 ส.ค.2561 ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 รวม 29 กระทง กระทงละ 3 ปี รวม 87 ปี, พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1) เป็นเวลา 3 ปี และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5 (1) (2), 60 รวม 12 กระทง กระทงละ 2 ปี เป็นเวลา 24 ปี รวมจำคุกจำเลยทั้งสิ้น 114 ปี แต่ตามกฎหมายเมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว จำคุกได้สูงสุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (2) เป็นจำคุก 20 ปี พร้อมชดใช้เงินให้ผู้เสียหายตามความเป็นจริง 29 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ศาลเบิกตัวนายวิรพล จำเลยซึ่งถูกคุมขังจากเรือนจำมาศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลอุทธรณ์พิจารณาตามที่จำเลยได้ยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์มาแล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยถอนอุทธรณ์ เมื่อศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ถอนอุทธรณ์แล้ว คดีจึงถือเป็นที่สุดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คือจำคุกจำเลยเป็นเวลา 20 ปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40197</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิรพล สุขผล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190704/image_big_5d1e03d7655fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2019 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2019 11:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลไพเขียวถอนอุทธรณ์ คดีฉ้อโกงสิ้นสุดคุก&#039;สมีคำ&#039; 114 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค.62 - ที่ห้องพิจารณา 701 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำสั่งคำขอถอนอุทธรณ์ของจำเลย ในคดีหมายเลขดำ อ.2341/2560 ที่อัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวิรพล สุขผล อายุ 39 ปี หรืออดีตพระวิรพล ฉัตติโก หรืออดีตหลวงปู่เณรคำ อดีตประธานสงฆ์สำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ที่สหรัฐอเมริกาส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนมาได้เมื่อปี 2560 เป็นจำเลย ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343, พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1) และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5 (1) (2), 60&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีระหว่างวันที่ 17 ก.พ. 2552 &amp;ndash; 27 มิ.ย. 2556 ต่อเนื่องกัน จำเลยอาศัยความเป็นพระภิกษุ ในฐานะประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ และความศรัทธาของประชาชน ได้บังอาจหลอกลวงว่า จำเลยนิมิต (ฝัน) พบองค์อินทร์ขอให้สร้างพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ที่สุดในโลก และสร้างมหาวิหารครอบองค์พระ โดยใช้หยกเขียวแท้จากประเทศอิตาลี, สร้างเครื่องทรงพระแก้ว 3 ฤดูด้วยทองคำแท้, ก่อสร้าง เสาวิหารแก้ว 199 ต้น ต้นละ 3 แสนบาท, รูปหล่อพระทองคำ (รูปเหมือนจำเลย) ก่อสร้าง วิหารสำหรับประชาชนที่วัดป่าขันติธรรม สาขา 1 จ.อุบลราชธานี, สร้างวัดที่ จ.สุพรรณบุรี รวมทั้งการจัดซื้อเรือจากสหรัฐ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยจำเลยประกาศชักชวนให้ประชาชน นำเงิน ทองคำ และทรัพย์สินมาบริจาคกับจำเลย ที่วัดป่าฯ โดยจัด ตู้บริจาค 8 ตู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จำเลยยังได้ใช้เว็บไซต์ www.luangpunenkham.com เผยแพร่ข้อความ อันเป็นเท็จเกี่ยวกับการจัดสร้างสิ่งต่างๆ จนมีผู้เสียหาย 29 ราย (เฉพาะที่มาร้องทุกข์) หลงเชื่อว่าจำเลยเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เข้าร่วมบริจาคเงินและทรัพย์สินต่างๆ จำนวนทั้งสิ้น 28,649,553 บาท แล้วจำเลยโอนเงิน 1,130,000 บาท ที่ได้จากการฉ้อโกงไปซื้อรถยนต์โดยทุจริต ทั้งที่ความจริงแล้วจำเลยมิได้ก่อสร้างใดๆ เลย เหตุเกิดที่ จ.ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี เชียงใหม่ และที่อื่นเกี่ยวพันกัน ชั้นพิจารณาจำเลยให้การปฏิเสธ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 9 ส.ค.2561 ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 รวม 29 กระทง กระทงละ 3 ปี รวม 87 ปี, พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1) เป็นเวลา 3 ปี และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5 (1) (2) ,60 &amp;nbsp;รวม 12 กระทง กระทงละ 2 ปี เป็นเวลา 24 ปี รวมจำคุกจำเลยทั้งสิ้น 114 ปี แต่ตามกฎหมายเมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว จำคุกได้สูงสุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (2) เป็นจำคุก 20 ปี พร้อมชดใช้เงินให้ผู้เสียหายตามความเป็นจริง 29 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ศาลเบิกตัวนายวิรพล จำเลยซึ่งถูกคุมขังจากเรือนจำมาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์พิจารณาตามที่จำเลยได้ยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์มาแล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยถอนอุทธรณ์ เมื่อศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ถอนอุทธรณ์แล้ว คดีจึงถือเป็นที่สุดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คือจำคุกจำเลยเป็นเวลา 20 ปี.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40153</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉ้อโกงประชาชน, วิรพล สุขผล, หลวงปู่เณรคำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190704/image_big_5d1d7de9dd20d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20148</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ต้องเรียกว่าเป็น &amp;rdquo;ไฮไลต์กลางสัปดาห์&amp;rdquo; เลยทีเดียว สำหรับการให้ สัมภาษณ์แบบหมดเปลือกหมดใจของ &amp;ldquo;บิ๊กแดง&amp;rdquo; พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ครั้งแรก หลังจากรับตำแหน่ง ผบ.ทบ.มา ซึ่งงานนี้ &amp;ldquo;บิ๊กแดง&amp;rdquo; ไม่มีกั๊ก ทั้งเรื่องนโยบายต่อกองทัพ สถาบัน และการเมือง แต่ ถ้า &amp;ldquo;แจ็ค&amp;rdquo; วัชระ เพชรทอง อยู่ในบริเวณเวทีด้วยคงหงุดหงิดน่าดู เพราะ &amp;ldquo;พี่แดง&amp;rdquo; ของน้องแจ็คไม่ตอบเกี่ยวกับเรื่องการขาย &amp;ldquo;สลากกินแบ่งรัฐบาล&amp;rdquo; เกินราคาแต่ประการใด ...๐ การแถลงเปิดใจของ &amp;ldquo;บิ๊กแดง&amp;rdquo; ว่าด้วยการเมืองและการวางตัวของกองทัพในเรื่องรัฐประหารนั้น ดูเหมือนเป็นเรื่อง &amp;ldquo;ฮอต&amp;rdquo; อย่างยิ่ง โดยเฉพาะ วลีที่บิ๊กแดงระบุว่า &amp;ldquo;ถ้าการเมืองไม่เป็นต้นเหตุแห่งการจลาจล มันก็ไม่นำไปสู่การปฏิวัติ&amp;rdquo; นี่ยังไม่รวมพูดถึงการเผาบ้านเมืองที่ยังเป็นภาพติดตา ซึ่งหากเป็นภาพยนตร์คงเป็นฉาก &amp;ldquo;ล้างผลาญ&amp;rdquo; นั้น แม้ ผบ.ทบ.จะไม่เอ่ยหรือพูดว่าเป็นคนชุดดำ แต่เชื่อว่า 99.99% ก็คงจินตนาการตามได้ และคงมีเพียง 0.01% อย่าง &amp;ldquo;เหวง โตจิราการ&amp;rdquo; ที่ยังนั่งยันนอนยันแบบไม่สนใจโลกว่าไม่มี ...๐ แต่ดูเหมือนคำกล่าวของ &amp;ldquo;พล.อ.อภิรัชต์&amp;rdquo; น่าจะส่อแววไม่สัมฤทธิผลเสียแล้ว เพราะ &amp;ldquo;จาตุรนต์ ฉายแสง&amp;rdquo; สมาชิกพรรคเพื่อไทยที่วาดหวังว่าพรรคจะเสนอชื่อเป็น 1 ใน 3 ในการเป็นนายกรัฐมนตรี กับเขานั้น ก็สวนทันทีว่า &amp;quot;ความไม่สงบหรือความวุ่นวายที่เกิดขึ้น เกิดจากการสมคบกันของหลายฝ่าย รวมทั้งผู้นำกองทัพก็มีส่วนร่วมด้วย&amp;rdquo; ...๐ ไม่ต่างจาก &amp;ldquo;วีระ สมความคิด&amp;rdquo; เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชันที่โพสต์เฟซบุ๊กเช่นกันว่า &amp;ldquo;ทุกครั้งเป็นการวางแผนกันของทหาร และอาจมีกลุ่มทุนบางกลุ่มเข้าไปร่วมสนับสนุนให้ค่าใช้จ่ายเพื่อจะได้มาขอแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ในภายหลัง&amp;rdquo; ขณะที่ &amp;ldquo;วรชัย เหมะ&amp;rdquo; อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยและแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงก็ระบุเหมือนกับพล็อตหนังเรื่องเดียวกัน ที่บอก &amp;ldquo;เป็นการสร้างสถานการณ์ของคนบางกลุ่มขึ้นมา เพื่อให้นักการเมืองบางคนเป็นผู้ร้ายเผาบ้านเผาเมือง&amp;rdquo; พิโธ่! นี่ขนาดแค่ &amp;ldquo;บิ๊กแดง&amp;rdquo; บอกกล่าวอย่างตรงๆ แม้ไม่ได้ลงลึกแบบอัดกันโต้งๆ ก็ยังเรียกแขกขนาดนี้ ไม่รู้ว่าหลังเลือกตั้งจะเกิดภาพย้อนอดีตอีกครั้งหรือไม่ ...๐ งานนี้คงต้องไปฟัง &amp;ldquo;จตุพร พรหมพันธุ์&amp;rdquo; ประธาน นปช. ที่ช่วงนี้เข็มทิศเดินมาสู่ทิศทางปรองดอง ได้กล่าวไว้ว่า &amp;ldquo;ไม่อยากให้มองการพูดของ ผบ.ทบ. เป็นการปรามหรือขู่อะไร แต่ควรจะคิดร่วมกันหาทางออกกันดีกว่า ทุกฝ่ายต้องเริ่มที่ตัวเอง คือไม่สร้างเงื่อนไขอย่างที่ ผบ.ทบ.ได้แสดงความห่วงใยออกมา&amp;rdquo; งานนี้ต้องปรบมือให้ &amp;ldquo;ตู่&amp;rdquo; จริงๆ ที่ พูดด้วยหลักการและเหตุผลมากกว่าการนำเอาอารมณ์และการชนะคะคาน ในสายเลือดของนักการเมืองมาตอบโต้ ...๐ หันมาเรื่องที่ต้องบอกว่า &amp;ldquo;ใหญ่&amp;rdquo; มากกว่าเรื่องของคดีอาญาว่าด้วยการชักปืนของ &amp;ldquo;พิเศษ นาคะพันธุ์&amp;rdquo; ผู้ช่วยเลขาธิการ&amp;nbsp; ป.ป.ช.หัวร้อน แม้ &amp;ldquo;วรวิทย์ สุขบุญ&amp;rdquo; เลขาธิการ ป.ป.ช.จะระบุว่าเป็นการกระทำส่วนบุคคล ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการใช้ตำแหน่งหน้าที่ก็ตามที แต่ต้องไม่ลืมข้อหาที่ตำรวจแจ้งไว้นั้น ข้อสำคัญคือการพกปืนโดยไม่รับอนุญาต!!! เพราะต้องไม่ลืมว่า &amp;ldquo;พิเศษ&amp;rdquo; นั้น อายุอานามก็ 52 ปี ยังดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. ซึ่งไม่ใช่ตำแหน่งลูกกระจ๊อก แต่ประการใด ความรู้ด้านกฎหมาย รวมถึงวัยวุฒินั้นต้องบอกว่าเกินพอเสียด้วย แต่กลับเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้นได้อย่างไร ที่สำคัญยังเกิดในพื้นที่ &amp;ldquo;ศูนย์ราชการ&amp;rdquo; อีกต่างหาก งานนี้น่าคิดว่า ถ้าเกิดวันดีคืนดีมีการตั้งด่านตรวจขึ้นมา เราอาจมีพาดหัวตัวไม้ว่าด้วยการพบ &amp;ldquo;คลังแสง&amp;rdquo; ในศูนย์ราชการก็เป็นได้ ...๐ หันมาเรื่องคดีความกันบ้าง หลังจากเงียบๆ ไปนั้น ในที่สุดกรรมก็ถึงคราวเช็กบิล &amp;ldquo;สมีคำ&amp;rdquo; วิรพล สุขผล หรืออดีตพระเณรคำ ในคดีพรากผู้เยาว์ และกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี เมื่อศาลตัดสินจำคุก 16 ปี และให้นับต่อจากคดีฉ้อโกงที่โดนคุก 20 ปี รวมแล้วงานนี้ &amp;ldquo;สมีคำ&amp;rdquo; นอนซังเตยาว (จริงหรือ) 36 ปี ...๐ ต้องเรียกว่า &amp;ldquo;พรรคดารา&amp;rdquo; ซะแล้วสำหรับ &amp;ldquo;พรรคพลังท้องถิ่นไท&amp;rdquo; ของชัชวาลย์ คงอุดม หรือ ชัช เตาปูน หลังเปิดตัว &amp;ldquo;ฟิล์ม-รัฐภูมิ&amp;rdquo; ไปแล้ว ล่าสุดก็เปิดตัว &amp;ldquo;เอิร์ก เลเดอเรอร์&amp;rdquo; กับเขาอีกคน แต่บรรดาขาเมาธ์เขาแซวกันให้แซ่ดว่าเป็นดาราที่มีคดีและข่าวไม่สวยเท่าใด โดย ฟิลม์ก็มีคดีว่าด้วยการประกอบธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต &amp;ldquo;เพย์ออล&amp;rdquo; (Payall) ที่ศาลนัดตัดสิน 6 ธ.ค.นี้ ส่วน &amp;ldquo;เอิร์ก&amp;rdquo; นั้นก็เพิ่งถูกจับโยงกับการเสียชีวิตของ &amp;ldquo;เก๋ เลเดอเรอร์&amp;rdquo; แม้จะออกมาปฏิเสธและชี้แจงทุกอย่างแล้วก็ตาม แต่เชื่อว่าใครต่อใครก็ยังตงิดติดใจอยู่ จริงไหม ...๐19 ตุลาคม &amp;quot;เปลว สีเงิน&amp;quot; ทำบุญเลี้ยงพระเพล ข้าวหม้อแกงหม้อ แบบพอเพียง ฉลองก้าวเข้าสู่ปีที่ 23 ไทยโพสต์ ...0&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20148</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, จาตุรนต์ ฉายแสง, ชัช เตาปูน, ชัชวาลย์ คงอุดม, ท.ศักดิ์, บันทึกหน้า4, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, วรวิทย์ สุขบุญ, วัชระ เพชรทอง, วิรพล สุขผล, วีระ สมความคิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20142</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมีคำอ่วมโดนอีก16ปีพราก-ชำเราผู้เยาว์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สมีคำ&amp;quot; เจอคุกอีก 16 ปีคดีพราก-ชำเราผู้เยาว์ ศาลชี้อาศัยความเป็นพระทำศาสนามัวหมอง รวมโทษคดีฉ้อโกงเดิม 20 ปี ด้านเจ้าตัวผู้เสียหายมาฟังพิพากษาเอง รอผลคดีแพ่งเรียกค่าเลี้ยงดูบุตร 40 ล้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 ตุลาคมนี้ ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีเณรคำพราก-ชำเราผู้เยาว์ ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายวิรพล สุขผล อดีตพระวิรพล ฉัตติโก หรืออดีตหลวงปู่เณรคำ อายุ 39 ปี อดีตประธานสงฆ์สำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ที่ทางการสหรัฐอเมริกาส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนมาดำเนินคดีเมื่อปี 2560 เป็นจำเลย ในความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร และกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีซึ่งไม่ใช่ภริยาตนฯ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามฟ้องอัยการโจทก์ เมื่อวันที่ 20 ก.ค.2560 ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อเดือน ม.ค.2543-กลางปี 2544 เวลากลางวัน จำเลยได้พรากเด็กหญิงอายุ 14 ปีเศษจากผู้ปกครองไปอนาจารและข่มขืนกระทำชำเรา เป็นเวลา 2 ปี จนมีบุตร 1 คน พนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ แต่ระหว่างดำเนินคดี จำเลยได้หลบหนีไปประเทศสหรัฐอเมริกา ต่อมาอัยการสูงสุดดำเนินการขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งทางการไทยได้รับตัวนายวิรพลมาจากประเทศสหรัฐเมื่อวันที่ 19 ก.ค.2560 เหตุเกิดที่ ต.โพธิ์ อ.เมือง, ต.หนองแก้ว อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ และ ต.แสนสุข อ.วารินชำราบ, ต.ห้วยยาง อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี คดีนี้ จำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่าไม่ได้กระทำผิด และเด็กที่เกิดมาก็ไม่ใช่บุตรของตนเอง ซึ่งนับตั้งแต่ได้รับตัวกลับมาดำเนินคดี นายวิรพลไม่ได้รับการประกันตัว วันนี้ศาลได้เบิกตัวจำเลยมาจากเรือนจำคลองเปรมเพื่อฟังคำพิพากษา โดยมีหญิงผู้เสียหายปัจจุบันอายุ 32 ปี เดินทางมากับญาติอีก 2 คน ร่วมฟังคำพิพากษาเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์-จำเลย นำสืบต่อสู้หักล้างกันแล้ว พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานพรากผู้เยาว์อายุไม่เกิน 15 ปีไปจากผู้ปกครอง ตามมาตรา 317 วรรคสาม และกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีฯ ตามมาตรา 277 วรรคแรก ซึ่งเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม โดยจำคุก 8 ปี ฐานพรากผู้เยาว์อายุไม่เกิน 15 ปี และจำคุก 8 ปี ฐานกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี รวมจำคุก 16 ปี เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยใช้ความเป็นพระภิกษุที่ประชาชนให้ความเคารพศรัทธากระทำผิดกับเด็กนักเรียนชั้น ม.2 ทำให้ศาสนามัวหมอง จึงเห็นควรให้ลงโทษสถานหนัก และให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีฉ้อโกงประชาชน ที่ศาลนี้พิพากษาจำคุกไว้เป็นเวลา 20 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทนายความของนายวิรพลกล่าวว่า จะขอคัดคำพิพากษาไปดูรายละเอียดและปรึกษากับนายวิรพลอีกครั้งก่อนตัดสินใจว่าจะอุทธรณ์คดีหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่หญิงผู้เสียหายกล่าวว่า จะเรียกค่าเลี้ยงดูบุตรจากนายวิรพลจำนวน 40 ล้านบาท ซึ่งศาลเยาวชนฯ ได้จำหน่ายคดีออกจากสารบบไว้ชั่วคราว โดยให้รอผลคำพิพากษาในคดีอาญานี้ก่อน เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาในคดีแพ่ง ซึ่งคาดว่าทางฝ่ายจำเลยน่าจะอุทธรณ์คดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20142</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิรพล สุขผล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดีตพระวิรพล ฉัตติโก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181017/image_big_5bc7380b749e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุก114ปี&#039;เณรคำ&#039; อ้างพบพระอินทร์ ฉ้อโกงประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลสั่งคุก 114 ปี &amp;quot;เณรคำ&amp;quot; ฉ้อโกงประชาชน รับโทษจริงได้สูงสุด 20 ปี พร้อมชดใช้เงินผู้เสียหาย เหตุอ้างพบพระอินทร์ขอบริจาคสร้างพระแก้วมรกต แต่นำเงินไปใช้ส่วนตัว เจ้าตัวหยอกศิษย์ไปอยู่ด้วยกันในคุกได้ที่ว่างเยอะ บอกไม่ลำบากไม่ทุกข์ แถมมีเพื่อนเป็นเจ้าคุณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 9 ส.ค. ที่ห้องพิจารณา 713 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.2341/2560 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายวิรพล สุขผล อายุ 39 ปี หรืออดีตพระวิรพล ฉัตติโก หรืออดีตหลวงปู่เณรคำ อดีตประธานสงฆ์ สำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม อ.กันทรารมย์ &amp;nbsp;จ.ศรีสะเกษ ที่ทางการสหรัฐอเมริกาส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนมาได้เมื่อปี 2560 เป็นจำเลย ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343, พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1) และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5 (1) (2), 60
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 17 ก.พ.2552-27 มิ.ย.2556 ต่อเนื่องกัน จำเลยอาศัยความเป็นพระภิกษุ ในฐานะประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ และความศรัทธาของประชาชน ได้บังอาจหลอกลวงว่าจำเลยนิมิต (ฝัน) พบองค์อินทร์ ขอให้สร้างพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ที่สุดในโลก และสร้างมหาวิหารครอบองค์พระ โดยใช้หยกเขียวแท้จากประเทศอิตาลี, สร้างเครื่องทรงพระแก้ว 3 ฤดูด้วยทองคำแท้, ก่อสร้างเสาวิหารแก้ว 199 ต้น ต้นละ 3 แสนบาท, รูปหล่อพระทองคำ (รูปเหมือนจำเลย) ก่อสร้างวิหารสำหรับประชาชนที่วัดป่าฯ สาขา 1 จ.อุบลราชธานี, สร้างวัดที่ จ.สุพรรณบุรี รวมทั้งการจัดซื้อเรือจากสหรัฐ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยจำเลยประกาศชักชวนให้ประชาชนนำเงิน ทองคำ และทรัพย์สินมาบริจาคกับจำเลยที่วัดป่าฯ โดยจัดตู้บริจาค 8 ตู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ จำเลยยังได้ใช้เว็บไซต์ www.luangpunenkham.com เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับการจัดสร้างสิ่งต่างๆ จนมีผู้เสียหาย 29 ราย (เฉพาะที่มาร้องทุกข์) หลงเชื่อว่าจำเลยเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เข้าร่วมบริจาคเงินและทรัพย์สินต่างๆ &amp;nbsp;จำนวนทั้งสิ้น 28,649,553 บาท แล้วจำเลยโอนเงิน 1,130,000 บาท ที่ได้จากการฉ้อโกงไปซื้อรถยนต์โดยทุจริต ทั้งที่ความจริงแล้วจำเลยมิได้ก่อสร้างใดๆ เลย เหตุเกิดที่ จ.ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี เชียงใหม่ และที่อื่นเกี่ยวพันกัน ชั้นพิจารณาจำเลยให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ศาลเบิกตัวอดีตพระเณรคำ ซึ่งถูกคุมขังจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาศาล เนื่องจากไม่ได้รับการประกันตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยนำสืบหักล้างกันแล้ว โจทก์มีพนักงานสอบสวนเบิกความทำนองเดียวกันว่า ได้ตรวจสอบการนำข้อความเข้าสู่เว็บไซต์หลวงปู่เณรคำ มีใจความว่า จำเลยนิมิตพบพระอินทร์ให้สร้างพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ที่สุดในโลก แต่เมื่อมีการตรวจสอบพิสูจน์แล้วพบว่าใช้หินอ่อนหินปูนในการก่อสร้าง ไม่ใช่หินหยกจากอิตาลีตามที่จำเลยกล่าวอ้าง จากการสอบปากคำพยานหลายคน พบว่าจำเลยได้เทศนาในหลายสถานที่เรื่องการให้สร้างพระแก้วมรกต บางรายอ่านหนังสือชีวประวัติจำเลย ทำให้เชื่อว่าจำเลยเป็นผู้มีบุญ พบพญานาคเทวดา สามารถเดินจงกรมบนน้ำหรือในอากาศได้ ซึ่งนักวิชาการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เห็นว่าเป็นการอวดอุตริมนุสธรรม ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นจริง ทั้งยังถูกสอบกรณีมีพฤติกรรมเสพเมถุน ดังที่เจ้าอาวาสมีคำสั่งให้ปาราชิก ซึ่งพ้นความเป็นสงฆ์ตั้งแต่ครั้งแรกที่เสพเมถุน ทั้งหมดเป็นหลักฐานสำคัญว่าไม่ใช่พระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผู้เสียหายเบิกความยืนยันเหตุที่ร่วมทำบุญกับจำเลย เพราะมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา เชื่อว่าจำเลยเป็นผู้ปฏิบัติดี มีปาฏิหาริย์ เป็นพระอรหันต์ จึงมีจิตศรัทธาบริจาคให้โดยไม่คิดว่าจะถูกหลอก โดยการบริจาคมีทั้งมอบให้จำเลยโดยตรง โอนเงินผ่านบัญชี หรือหยอดตู้บริจาค ต่อมาพบว่าจำเลยใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือยปราศจากเหตุผล ซื้อเครื่องบินส่วนตัว รถยนต์หรู อาทิ ปอร์เช่ บีเอ็มดับเบิลยู โตโยต้าคัมรี่ และรถตู้รวมหลายสิบคัน บางคันมีมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท โดยรถระบุชื่อจำเลยเป็นเจ้าของ มีพยานหลักฐานการเคลื่อนไหวบัญชีเงินฝาก 23 บัญชี พยานบุคคลเบิกความตามที่รู้เห็น พยานเอกสารสามารถตรวจสอบได้ ผู้เสียหายมีศรัทธาในพุทธศาสนา เคยกราบไหว้จำเลย เชื่อได้ว่าไม่มีเจตนาใส่ร้ายจำเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนทรัพย์สินที่จำเลยนำไปใช้ส่วนตัวนั้น ภายหลังศาลแพ่งได้พิพากษาให้ยึดทรัพย์จำนวน 43,478,992 บาท เป็นพยานหลักฐานสำคัญว่านำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งจำเลยก็มิอาจนำสืบให้เห็นได้ว่าที่มาของทรัพย์สินนั้นมาจากไหนอย่างไร และที่จำเลยอ้างว่ามีบุคคลอื่นเป็นเจ้าของรถยนต์ที่แท้จริง แต่ใช้ชื่อจำเลยเพราะรู้จักกับโชว์รูม จ.สระแก้ว จึงซื้อได้ในราคาต่ำนั้น จำเลยก็ไม่มีบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าของรถมาเบิกความสนับสนุน และที่อ้างใช้ในภารกิจสงฆ์นั้นก็ไม่จำเป็นต้องใช้ถึงหลายสิบคัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยสู้ว่าไม่ได้กระทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เนื่องจากไม่ได้เป็นผู้ส่งข้อมูลเข้าสู่เว็บไซต์หลวงปู่เณรคำนั้น ศาลเห็นว่าการใช้ชื่อเว็บไซต์ตรงกันกับชื่อจำเลย มีข่าวสารของจำเลยและวัดเป็นหลัก เผยแพร่ข้อความว่าจำเลยพบพระอินทร์ตรงกันกับที่จำเลยเทศนาในที่ต่างๆ ไม่มีหลักฐานปฏิเสธว่าจำเลยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่จำเลยสู้ว่าการได้พบพระอินทร์เป็นนิมิต ซึ่งเรื่องพระอินทร์ก็เป็นสิ่งที่เล่ากันมานานแล้ว ไม่ได้หลอกลวงนั้น ศาลมิได้พิจารณาเรื่องการนิมิตว่าเป็นเท็จหรือไม่ แต่การกระทำของจำเลยที่นำเรื่องดังกล่าวมาบอกกล่าวกับประชาชนที่ให้ความนับถือจำเลย ซึ่งขณะนั้นเป็นพระสงฆ์ เป็นการอ้างโดยเจตนาให้บริจาคเงิน แต่ไม่ได้นำไปก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างตามที่จำเลยอ้าง โดยการบริจาคของประชาชนนั้น ก็สืบเนื่องจากที่เห็นว่าจำเลยเป็นพระสงฆ์ ไม่น่าจะนำเงินไปใช้ในประการอื่น ในฐานะพุทธศาสนิกชนก็บริจาคเพื่อทำนุบำรุงพระศาสนา การกระทำของจำเลยจึงเป็นการอ้างเท็จเพื่อให้ได้ทรัพย์สินจากบุคคลและผู้เสียหายซึ่งเป็นพุทธศาสนิกชน และภายหลังจำเลยได้นำเงินบริจาคไปใช้จ่ายเกินความจำเป็นกับความเป็นสงฆ์ ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการทำบุญ อ้างเป็นทรัพย์สินส่วนตัวมิได้ เข้าข่ายแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประเด็นความเสียหายนั้น ที่จำเลยอ้างว่าไม่รู้ว่าผู้เสียหาย 29 ราย บริจาคเงินมาเท่าไหร่ ไม่มีหลักฐานเป็นใบอนุโมทนา ซึ่งแต่ละสถานที่มีตู้รับบริจาคไว้ ศาลพิเคราะห์แล้วเมื่อการกระทำของจำเลยเป็นการหลอกลวงให้ผู้เสียหายทั้ง 29 ราย หลงเชื่อจนมีการบริจาค และเป็นธรรมดาที่ผู้เสียหายบางรายจะนำเงินใส่ตู้ ซึ่งถือเป็นประจักษ์พยานแล้ว ข้อต่อสู้ทั้งหมดของจำเลยมีแต่การกล่าวอ้างลอยๆ ไม่มีน้ำหนักรับฟัง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามโจทก์ฟ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343, พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1) และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5 (1) (2), 60 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ให้จำคุกฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 รวม 29 กระทง กระทงละ 3 ปี รวม 87 ปี, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (1) เป็นเวลา 3 ปี และความผิดฐานฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รวม 12 กระทง กระทงละ 2 ปี เป็นเวลา 24 ปี รวมจำคุกจำเลยทั้งสิ้น 114 ปี แต่ตามกฎหมายเมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว จำคุกได้สูงสุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (2) เป็นจำคุก 20 ปี พร้อมให้ชดใช้เงินกับผู้เสียหายกับ 29 ราย ตามจำนวนที่ได้ฉ้อโกงไป ส่วนที่อัยการโจทก์ขอให้นับโทษต่อจากคดีหมายเลขดำ อ.2340/2560 ที่ถูกฟ้องข้อหากระทำชำเราเด็กหญิงนั้น ศาลอาญายังไม่มีคำพิพากษาในขณะนี้ จึงให้ยกคำขอนับโทษต่อ (คดีกระทำชำเราเด็กหญิงนั้น ศาลอาญาจะนัดพิพากษาในเดือน ต.ค.นี้)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศวันนี้ก่อนศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษา เมื่ออดีตพระเณรคำถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัวเข้าห้องพิจารณา ได้ทักทายญาติและลูกศิษย์จำนวนหนึ่งที่เดินทางมาให้กำลังใจ โดยสอบถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง วันตัดสินตนก็สบายใจไม่ได้ทุกข์อะไร ทั้งยังคุยหยอกล้อกับลูกศิษย์ว่าไปอยู่ได้นะ ในคุกที่ว่างเยอะ ข้างในไม่ลำบาก หลวงให้กินฟรีเหมือนอยู่วัด ข้างในก็มีอดีตลูกศิษย์ไปฟังเทศน์ คนในคุกไม่น่ากลัวเหมือนนอกคุก ไม่ต้องห่วง เป็นช่วงหนึ่งของชีวิต ได้เรียนรู้ ทุกข์มาก เสียความรู้สึก จะพิพากษาติดคุกหลายปีหรือวันเดียว ถ้าใจไม่ทุกข์ก็ไม่ทุกข์ อยู่ที่ไหนก็อยู่ได้ ในคุกนอกคุกไม่ต่างกัน มีเพื่อนเยอะ ทั้งเจ้าคุณชั้นพรหม &amp;nbsp;รองสมเด็จ ผู้อำนวยการ พศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15093</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิรพล สุขผล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เณรคำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180809/image_big_5b6c4f113aaa0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15036</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2018 14:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2018 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลพิพากษาจำคุก 114 ปี &#039;อดีตเณรคำ&#039; ฉ้อโกง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค. 61 - ที่ห้องพิจารณา 713 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำอ.2341/2560 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายวิรพล สุขผล อายุ 39 ปี หรืออดีตพระวิรพล ฉัตตโก หรืออดีตหลวงปู่เณรคำ ที่ทางการสหรัฐฯ ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน มาเมื่อปี 2560 เป็นจำเลยในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน, พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 17 ก.พ. 2552 - 27 มิ.ย. 2556 ต่อเนื่องกัน จำเลยอาศัยความเป็นพระภิกษุ ในฐานะประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ และความศรัทธาของประชาชน ได้บังอาจหลอกลวงว่า จำเลยนิมิต(ฝัน)พบองค์อินทร์ ขอให้สร้างพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ที่สุดในโลก และสร้างมหาวิหารครอบองค์พระ โดยใช้หยกเขียวแท้จากประเทศอิตาลี และสร้างเครื่องทรงพระแก้ว 3 ฤดูด้วยทองคำแท้ และก่อสร้างเสาวิหารแก้ว 199 ต้นๆละ 3 แสนบาท รูปหล่อพระทองคำ (รูปเหมือนจำเลย) ก่อสร้างวิหารสำหรับประชาชนที่วัดป่าฯ สาขา1 จ.อุบลราชธานี สร้างวัดที่ จ.สุพรรณบุรี รวมทั้งการจัดซื้อเรือจากสหรัฐฯ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยจำเลยประกาศ ชักชวนให้ประชาชน นำเงิน ทองคำ และทรัพย์สินมาบริจาคกับจำเลย ที่วัดป่าฯ โดยจัดตู้บริจาค 8 ตู้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้จำเลยยังได้ใช้เว็บไซต์ &amp;quot;www.luangpunenkham.com เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับการจัดสร้างสิ่งต่างๆ จนมีผู้เสียหาย 29 ราย(เฉพาะที่มาร้องทุกข์ )หลงเชื่อว่า จำเลยเป็นพระปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ เข้าร่วมบริจาคเงินและทรัพย์สินต่างๆ จำนวนทั้งสิ้น 28,649,553 บาท แล้วจำเลยโอนเงิน 1,130,000 บาทที่ได้จากการฉ้อโกงไปซื้อรถยนต์ตู้โตโยต้า1 คันโดยทุจริต ทั้งที่ความจริงแล้วจำเลยมิได้ก่อสร้างใดๆ เลย เหตุเกิดที่ จ.ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี เชียงใหม่ และที่อื่นเกี่ยวพันกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชั้นพิจารณาจำเลยให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี โดยขณะพิจารณา อดีตพระเณรคำ&amp;nbsp;ถูกคุมขังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ไม่ได้รับการประกันตัว วันนี้ศาลได้เบิกตัวจำเลยจากเรือนจำมาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า การอวดอ้างนิมิตรถึงพระอินทร์แล้วหลอกลวงให้ประชาชนที่เคารพศรัทธา ที่เป็นพุทธศาสนิกชนหลงเชื่อจนบริจาคเงินให้ แล้วนำไปซื้อรถปอร์เช่ รถตู้ รถกระบะ กลาย 10คัน รวมทั้งใช้เงินเกินความจำเป็นความเป็นสงฆ์ กระทั่งจำเลยก็ถูกศาลแพ่งริบทรัพย์ 43,478,992 บาท นั้น ฟังได้ว่าการกระทำของจำเลยนั้นผิดตามฟ้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกรรมเป็นกระทงความผิดไป จึงพิพากษาให้จำคุกฐานฉ้อโกงประชาชน มาตรา 343 รวม 29 กระทงๆ ละ 3 ปี รวม 87 ปี&amp;nbsp;, พ.ร.บ.คอมพ์ฯ มาตรา 14 (1) เป็นเวลา 3 ปี และความผิดฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รวม 12 กระทงๆ ละ 2 ปี เป็นจำคุก 24 ปี โดยรวมจำคุกจำเลยทั้งสิ้น 114 ปี แต่ตามกฎหมายเมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว จำคุกสูงสุดตามกฎหมาย มาตรา 91(2) แล้วได้ 20 ปี และให้ชดใช้เงินกับผู้เสียหายกับ 29 ราย จามจำนวนที่ได้ฉ้อโกงไป ส่วนที่อัยการโจทก์ให้นับโทษต่อจากคดีหมายเลขดำ อ.2340/2560 ที่ถูกฟ้องกระทำชำเราเด็กหญิงนั้น ศาลอาญายังไม่มีคำพิพากษาในขณะนี้จึงให้ยกคำขอนับโทษต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าสรายงานว่า สำหรับคดีชำเราเด็กหญิงนั้น ศาลอาญาจะนัดพิพากษาใน เดือน ต.ค.นี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15036</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉ้อโกง, วิรพล สุขผล, อดีตหลวงปู่เณรคำ, เณรคำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180809/image_big_5b6bb65bf3d3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
