<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92525</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2021 21:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผมอยู่นี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (8 ก.พ.) พรรคประชาธิปัตย์มีประชุมรัฐมนตรีและ ส.ส.ของพรรค ทำให้เป็นอีกหนึ่งวันที่มีความคึกคัก ผู้คนเวียนเข้าเวียนออกหัวกระไดไม่แห้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นเดียวกับกระจอกข่าวที่แวะเข้าไปขอความเห็นและหาข้อมูลในเรื่องที่ตัวเองสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยใช้วิธีดักรอหน้าตึก ใครไปใครมาจะได้เห็นหมด&amp;nbsp; และในช่วงเวลาแบบนี้มีหลายประเด็นที่ต้องติดตามก็ต้องหมั่นพูดคุย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนเริ่มถาม ก็ต้องสร้างบรรยากาศสบายๆ ด้วยการหยอกล้อให้พอขำขันกันเล็กน้อย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์นั้น ใครคิดจะต่อปากต่อคำด้วยต้องเตรียมตัวให้ดี เพราะตามธรรมชาติค่ายนี้เขากระเซ้ากันแรงเป็นปกติ หากไม่เคยได้ยินก็อาจคิดมากได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างตอนหนึ่ง อิสสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ แกนนำภาคอีสานคนสำคัญ หนึ่งเดียวในประชาธิปัตย์ เดินออกมาจากตึก กระจอกข่าวจึงสบโอกาสเช็กความรู้สึก ในฐานะที่เป็นตัวแทนภาคอีสานรู้สึกน้อยใจพรรคไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าตัวบอกว่า &amp;ldquo;ไม่ได้รู้สึกน้อยใจอะไร และจะอยู่กับประชาธิปัตย์ตลอดไป ไม่ย้ายไปไหน เพราะสงสารพรรค&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระหว่างที่บทสนทนากำลังดำเนินไปเรื่อยๆ นั้น วิรัช ร่มเย็น อดีต ส.ส.ระนอง และนายทะเบียนพรรค เดินมาได้จังหวะ สองคนในวงสนทนาที่สถานะเป็นผู้น้อยก็ยกมือไหว้ทักทาย ขณะเดียวกัน วิรัช ก็รับไหว้อย่างสวยสดงดงาม โค้งศีรษะด้วยความสุภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อเห็นดังนั้น พ่อใหญ่อิสสระ จึงตะโกนทักไป &amp;ldquo;ผมไปไหนหมด&amp;rdquo; ด้าน วิรัช ไม่ตอบโต้เดี๋ยวนั้น แต่รีบปรี่เข้ามาร่วมวง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิรัช เปิดประโยคแรกด้วยวิสัชนา &amp;ldquo;ผมก็อยู่นี่แหละไม่ได้ไปไหน&amp;rdquo; ทั้งที่ในใจรู้แหละว่า &amp;ldquo;ผม&amp;rdquo; ในความหมายของพ่อใหญ่ คือเส้นผม ไม่ใช่สรรพนามแทนตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้นก็เริ่มพูดหาพวก &amp;ldquo;ผู้นำโลกก็เหมือนผมนี่แหละ&amp;nbsp; เห็นไหม ทั้งโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ทั้งนายกฯ เวียดนาม เหงียน ซวน ฟุก&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แหม...ไม่บอกไม่รู้เลยว่าเทรนด์ผมน้อยกำลังมา อิอิ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;มินนี่เมาธ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92525</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, ผมอยู่นี่, มินนี่เมาธ์, วิรัช ร่มเย็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f2ff6c243787.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50929</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2019 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2019 13:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตส.ส.ปชป.ขวางปลด&#039;เสรีพิศุทธ์&#039;พ้นประธานกมธ. หวั่นคณะอื่นเลียนแบบ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ย 62 - นายวิรัช ร่มเย็น ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีต ส.ส.ระนอง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีการเสนอให้ปลด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียาเวส ออกจากประธานคณะกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ฯ ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการ ว่า ตนเห็นว่า กรณีแบบนี้ไม่สมควรที่จะให้เกิดขึ้น เพราะหากมีการปลด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ ออกจากตำแหน่ง แล้วอีก 34 คณะก็น่าจะทำตามอย่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ต้องยอมรับว่า ในกรรมาธิการ จะต้องมีสัดส่วนของแต่ละพรรคที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งต่างคนต่างมีข้อขัดแย้งส่วนตัวระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นอุดมการณ์ทางการเมือง หรือความเห็นส่วนตัว และยิ่งคณะกรรมาธิการฯ ในสภาฯชุดปัจจุบันนี้ หลายคณะมี ส.ส.ฝ่ายค้าน มากกว่าฝ่ายรัฐบาลเสียอีก ดังนั้นผมห่วงว่าหากกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ก็จะทำให้สภาและการทำงานของคณะกรรมาธิการ จะเกิดความวุ่นวายไม่รู้จักจบสิ้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิรัช กล่าวว่าตนเคยเป็นประธานคณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น ในสภาชุดปี 2551 - 2554 ก็ยอมรับว่ามีข้อขัดแย้งในการทำงานบ้าง แต่ก็ต้องรักษาบรรยากาศการทำงานให้เรียบร้อยและยึดถือผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ ดังนั้นข้อขัดแย้งต่างๆ ที่เกิดขึ้น จึงขอให้เป็นเรื่องภายในของคณะกรรมาธิการฯ แก้ไขเอาเอง ตามแนวทางที่ท่านประธานสภาฯ ชวน หลีกภัย แนะนำเอาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิรัช กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ประเด็นสำคัญที่น่าจะต้องทำของคณะกรรมาธิการฯ คือการตรวจสอบการทุจริต โดยเฉพาะหลายๆ โครงการที่ยังเป็นที่สงสัยของประชาชน ซึ่งฝากความหวังให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ ทำหน้าที่ แต่ข่าวที่ปรากฏออกมา มีแต่เรื่องที่ไม่เกิดประโยชน์กับประชาชนดังนั้น ตนขอให้ทุกคนที่อยู่ในคณะกรรมาธิการฯ ทำหน้าที่ให้สมกับที่ประชาชนไว้วางใจให้ตรวจสอบการทุจริตแทนประชาชนด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50929</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานกมธ.ปปช., ปารีณา ไกรคุปต์, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส, วิรัช ร่มเย็น, สิระ เจนจาคะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181128/image_big_5bfe32f965a98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38593</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ให้รอลุ้นโปรดเกล้าฯ บิ๊กป้อมแบ่งรับแบ่งสู้เก้าอี้รมต./โผปชป.ยังอลเวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; ยังอุบไต๋นั่งหัวหน้า พปชร. ได้แต่ส่งยิ้มให้นักข่าว แกนนำ พปชร.เรียงหน้าปฏิเสธ แต่ &amp;quot;สนธิรัตน์&amp;quot; รับเป็นไปได้ที่จะสมัครสมาชิกพรรคเพื่อให้การทำงานสอดรับกัน ทำให้พรรคเกิดความเข้มแข็ง &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ปัดรับ ปธ.ที่ปรึกษา พปชร. ให้รอโปรดเกล้าฯ ชี้ขาดเก้าอี้ รมต. ออกตัวยังไงก็ได้ ตอนนี้ครึ่งๆกลางๆ &amp;quot;ภท.&amp;quot; ส่งรายชื่อ 8 รมต.ให้นายกฯ แล้ว มอบสิทธิ์เคาะ &amp;quot;เจ้าพ่อชาดา&amp;quot; เป็น รมช.เกษตรฯ หรือไม่ &amp;nbsp;ขณะที่ ปชป.ฟัดกันไม่เลิก กก.บห.ซัก &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; หาเหตุผลเสนอชื่อเป็นแพ็กลงคะแนนลับ &amp;quot;ถาวร&amp;quot; ได้เก้าอี้รมต.สะพัดเกี๊ยะเซียะเพื่อลดแรงกระเพื่อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ มีรายงานความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หลังจากมีกระแสข่าวว่าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นหัวหน้าพรรค และการจัดโผ ครม.บางส่วนที่ยังไม่ลงตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ตามปกติ และตลอดทั้งวันนายกฯ ไม่มีกำหนดการประชุมหรือหมายเข้าพบเป็นทางการ ก่อนที่เวลา 16.25 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทางกลับบ้านพัก โดยก่อนกลับผู้สื่อข่าวถามว่าได้รายชื่อโผ ครม.เรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ นายกฯ ไม่ตอบคำถามดังกล่าว ได้แต่เพียงส่งยิ้ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ช่วงบ่ายเวลา 14.10 น. นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา ผู้อำนวยการพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) ซึ่งเป็นคนสนิทของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรค ชพน. ได้เดินทางมายังตึกไทยคู่ฟ้าทางประตูด้านหลัง พร้อมกับถือซองเอกสารขึ้นไป ก่อนจะเดินทางกลับในเวลา 14.25 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกระแสข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์จะไปเป็นหัวหน้าพรรค พปชร. และ พล.อ.ประวิตรจะไปเป็นประธานคณะที่ปรึกษาพรรคว่า ยังไม่มีการพูดคุย แล้วหลุดไปได้อย่างไร ใครเป็นคนพูด ตนไม่รู้ และไม่รู้จริงๆ เมื่อถามว่าหากเชิญไปเป็นประธานคณะที่ปรึกษาพรรค พปชร. จะรับหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่รับ และยังไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่มีการปิดห้องเพื่อคุยกัน 3 คนที่สโมสรทหารบกวิภาวดี ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์, พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีอะไร ซึ่งเป็นเพียงการดื่มกาแฟกันเฉยๆ ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องอะไรทั้งสิ้น และไม่ได้พูดคุยเรื่องการสรุปผลงานของคสช.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนไม่ทราบเรื่องดังกล่าว และไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าใช่หรือไม่ใช่ แต่หากเกิดขึ้นจริง จะไม่มีปัญหาในทางกฎหมาย เพราะไม่มีอะไรห้าม เป็นธรรมดา แต่ในทางการเมืองนั้นตนไม่ทราบ คงต้องให้เกจิทั้งหลายในทางการเมืองเป็นคนให้ความเห็น ส่วนในแง่ของจริยธรรมนั้น ก็มีคนบอกว่าจะต้องเป็น ซึ่งตนตอบไม่ได้ อย่างการเลือกนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมาก็มีชื่อของ พล.อ.ประยุทธ์กับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ หากนายธนาธรชนะ ก็เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองเหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าวการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคใหม่ ว่าเป็นเพียงกระแสข่าว ซึ่งไม่ทราบข้อเท็จจริง แต่หาก พล.อ.ประยุทธ์จะมาเป็นหัวหน้าพรรค ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะถือเป็นผู้นำเข้มแข็ง ซึ่งจะทำให้พรรคเกิดความเข้มแข็งและเดินหน้าไปได้ ทั้งนี้ยังไม่ทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์จะมาดำรงตำแหน่งจริงหรือไม่ และประเด็นนี้ทางพรรคยังไม่เคยมีการพูดคุยหรือวางตัวมาก่อน และหาก พล.อ.ประยุทธ์มาเป็นหัวหน้าพรรคจริง ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจว่าจะเปลี่ยนตัวกรรมการบริหารพรรคใหม่หรือไม่ ซึ่งรวมถึงตำแหน่งเลขาธิการพรรคด้วย
&amp;quot;ลุงตู่&amp;quot;สมัครสมาชิก พปชร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนี้พรรคยังไม่มีการเทียบเชิญ พล.อ.ประยุทธ์มาเป็นหัวหน้าพรรค และยังเร็วไปที่จะพูดเรื่องนี้ ต้องรอความชัดเจน และส่วนตัวเห็นว่าเป็นไปได้ที่ พล.อ.ประยุทธ์อาจจะสมัครเป็นสมาชิกพรรค เพื่อให้การทำงานของพรรคและของนายกฯ เป็นไปในทิศทางที่สอดรับกัน ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องของอนาคต&amp;rdquo; นายสนธิรัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค พปชร. เพื่อเตรียมก้าวสู่ตำแหน่งการเป็นหัวหน้าพรรคและมีชื่อของตนเองขยับมาเป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ ว่าไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนว่าจะมีแคนดิเดตเป็นเลขาธิการพรรค และที่ผ่านมาไม่ได้มีการพูดคุยว่าจะมีการวางตัวให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นหัวหน้าพรรค เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรค พปชร. กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ทราบ และไม่มีการพูดถึงว่าจะให้พล.อ.ประยุทธ์มาเป็นหัวหน้าพรรค ตนก็เพิ่งรู้จากข่าวพร้อมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรค พปชร. กล่าวถึงกระแสดังกล่าวว่า ไม่เคยทราบมาก่อน แต่ถ้าจริง เชื่อทุกคนในพรรคคงไม่มีปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคืบหน้าการจัดโผ ครม.นั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงความชัดเจนเกี่ยวกับตำแหน่ง รมว.กลาโหมในรัฐบาลชุดหน้าว่า ตนยังไม่ได้พูดคุยกับพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นเรื่องของ พล.อ.ประยุทธ์ที่จะต้องทำหน้าที่จัดตั้งรัฐบาล ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าจะขอหยุดพักและไม่รับตำแหน่งอะไรเลยนั้น ตนไม่ทราบ ขอให้ดูไปแล้วกัน ถ้ามีคำสั่งโปรดเกล้าฯ ลงมาก็ทำ แต่ถ้าไม่มีคำสั่งโปรดเกล้าฯ ลงมาก็ไม่ทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ พล.อ.ประวิตรจะรับตำแหน่ง รมว.กลาโหม และให้ รมช.กลาโหมทำหน้าที่แทน &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;ldquo;แบบนี้ก็เอาเปรียบเขาสิ&amp;rdquo; เมื่อถามย้ำว่าหรือว่าจะเหลือเพียงตำแหน่งรองนายกฯ เพียงตำแหน่งเดียว พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;ldquo;ก็ไม่รู้ ยังไงก็ได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งหมดอยู่ที่นายกรัฐมนตรีคนเดียว ซึ่งขณะนี้พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังไม่ได้มาคุยกับผม เพราะมัวแต่จัดการปัญหาภายในพรรคอยู่ ตอนนี้ยังพอมีเวลาอยู่ อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องการประชุมผู้นำอาเซียนที่ไทยเป็นเจ้าภาพ เนื่องจากเรายังคงใช้คณะรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดเก่าอยู่&amp;quot; พล.อ.ประวิตรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายอยากให้อยู่ในตำแหน่งต่อไป เพื่อรับผิดชอบงานการแก้ไขปัญหาประมงผิดกฎหมาย หรือไอยูยู ว่า &amp;quot;คนมีเยอะแยะ ดูร่างกายผมสิ มันไม่ค่อยดีแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีคนมองว่าควรอยู่รับใช้ชาติต่อไปอีกนั้น &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็อยู่มา 50 กว่าปีแล้ว เมื่อถามต่อว่าอยู่ต่ออีก 4 ปีก็ไม่เห็นเป็นไรเลย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;โอ๊ย ...ตายก่อน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวพยายามซักให้ชัดเจนว่าจะคงอยู่ในตำแหน่งรองนายกฯ ตำแหน่งเดียวเลย หรือควบตำแหน่ง รมว.กลาโหมด้วย แต่ พล.อ.ประวิตรปฏิเสธจะตอบคำถาม โดยระบุว่าขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีตอนนี้บอกไม่ได้ ยังครึ่งๆ กลางๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ชงรายชื่อ ครม.ให้นายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายสนธิรัตน์กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลว่า ขณะนี้รายชื่อในส่วนของพรรค พปชร.ถึงมือ พล.อ.ประยุทธ์เรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับพรรคร่วมรัฐบาลที่ทยอยส่งรายชื่อให้กับนายกรัฐมนตรีพิจารณาในขั้นสุดท้าย ยอมรับว่าบางตำแหน่งทางพรรคได้ส่งรายชื่อให้นายกฯ พิจารณามากกว่า 1 รายชื่อ พร้อมข้อเสนอแนะ แต่ไม่ได้เจาะจงว่าต้องเป็นบุคคลใด โดยขึ้นอยู่กับนายกฯ จะพิจารณาเลือกบุคคลใด อย่างไรก็ตาม คาดว่าเดือน ก.ค.จะได้เห็นโฉมหน้าคณะรัฐมนตรีอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกระแสความขัดแย้งในการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีภายในพรรค พปชร. นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ทุกพรรคมีปัญหาเกี่ยวกับความเห็นที่แตกต่างกัน พรรค พปชร.เป็นพรรคขนาดใหญ่ มี ส.ส.กว่า 100 คน จึงเป็นเรื่องปกติ ที่สำคัญพรรคเปิดโอกาสให้ทุกคน และเคารพความเห็นของทุกคน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีความเห็นต่าง แต่สุดท้ายก็ต้องจบด้วยการพูดคุยทำความเข้าใจกัน ซึ่งการตั้ง ครม. มีทั้งคนพอใจและไม่พอใจ เป็นเรื่องปกติ เราไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้หมด ส่วนตัวไม่อยากเห็นการโจมตีกัน เพราะเรากำลังเดินหน้าประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เลขาธิการพรรค พปชร.กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำนโยบายรัฐบาลว่า ขณะนี้กรอบนโยบายพรรคเสร็จสมบูรณ์แล้ว จากนั้นในสัปดาห์หน้าจะเช็กความพร้อมของพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อนัดหารือร่วมกัน เพื่อนำนโยบายของแต่ละพรรคร่วมมาร้อยเรียงให้เป็นนโยบายรัฐบาล ก่อนส่งให้นายกฯ พิจารณาและแถลงต่อรัฐสภา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะ ซึ่งอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าจะหลุดจากโผ ครม.ไม่ได้ตำแหน่ง รมว.พลังงาน ว่าไม่ทราบ เป็นเรื่องของ พล.อ.ประยุทธ์ที่จะพิจารณา ทั้งนี้เคารพในการตัดสินใจ รับได้และไม่คิดลาออกจากพรรค ส่วนกรณีเคยประกาศไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรีนั้น ขอถอนคำพูด และถ้า พล.อ.ประยุทธ์เห็นว่าเหมาะสมในการเป็นรัฐมนตรี ก็พร้อมจะรับตำแหน่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ กล่าวถึงกระแสข่าวว่ายังมีความขัดแย้งภายในพรรคจากการต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีว่า ยืนยันว่าพรรคยังคงมีเอกภาพและปกติที่มีการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ซึ่งเชื่อว่าสุดท้าย พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นผู้ตัดสินใจเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดล เหตระกูล เลขาธิการพรรคชาติพัฒนา(ชพน.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่าพรรค ชพน.ได้รับตำแหน่ง รมช.อุตสาหกรรม หรือรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่า ยืนยัน 3 เสียงของพรรค ชพน. มีความเป็นปึกแผ่นและมีเอกภาพ เพื่อให้เกิดเสถียรภาพของรัฐบาล แม้ว่าเสียงของรัฐบาลจะปริ่มน้ำ แต่เชื่อมั่นว่า พล.อ.ประยุทธ์จะสามารถนำพารัฐบาลนี้บริหารประเทศไปได้อย่างเรียบร้อย หลังจากวันเลือกตั้ง ผู้ใหญ่และแกนนำของทั้ง 2 พรรคได้มีการพูดคุยและหารือกันมาตลอด ในหลักการเบื้องต้นของนโยบายการทำงานร่วมกันรวมทั้ง 1 ตำแหน่ง รัฐมนตรีที่จะมอบให้พรรคชาติพัฒนา ซึ่งพรรคไม่ได้ตั้งเงื่อนไขว่าจะต้องได้ตำแหน่งรัฐมนตรีที่กระทรวงใด เนื่องจากให้เป็นการพิจารณาของนายกฯ ตามความเหมาะสม ทั้งกระทรวงที่จะมอบหมายและตัวบุคคลของพรรค โดยขณะนี้พรรครอการนัดหมายอย่างเป็นทางการเพื่อหารือร่วมกันกับพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;
ปชป.ยังฟัดกันไม่เลิก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ส่งรายชื่อรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย &amp;nbsp;8 ตำแหน่ง ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ &amp;nbsp;เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในส่วนรายชื่อนายชาดา ไทยเศรษฐ์ &amp;nbsp;ส.ส.อุทัยธานี ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นผู้มีอิทธิพลนั้น ซึ่งทางพรรคยังยืนยันจะส่งไปรับตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์เช่นเดิม และให้สิทธิ์ นายกฯ เป็นผู้พิจารณาตัดสินขั้นสุดท้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอีก 7 ตำแหน่งยังเป็นเช่นเดิมคือ นายอนุทิน ดำรงตำแหน่งรองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ สามีนางนาที รัชกิจประการ แม่ทัพภาคใต้ ตำแหน่ง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการฯ ประกอบด้วย นายทรงศักดิ์ ทองศรี ส.ส.บัญชีรายชื่อ ดำรงตำแหน่ง รมช.มหาดไทย, &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ และนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ส.ส.บัญชีรายชื่อ รมช.พาณิชย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนจะมีประชุมกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) เวลา 14.00 น. เพื่อพิจารณาบุคคลที่สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ใน 5 ตำแหน่ง คือ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, รมช.คมนาคม, รมช.ศึกษาธิการ, รมช.สาธารณสุข และ รมช.มหาดไทย ส่วนตำแหน่งรองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ แน่นอนแล้วคือ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ส่วนรมว.เกษตรฯ ได้แก่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีกระแสข่าวสะพัดว่า ส.ส.กลุ่ม กปปส.ในพรรค ปชป. เตรียมใช้เวทีประชุมร่วมวัดกำลังในพรรค โดยจะเสนอให้ทบทวนรายชื่อ หากกลุ่มของตัวเองไม่ได้รับการสนับสนุนจากที่ประชุม กก.บห. โดยจะใช้เสียง ส.ส.ในกลุ่ม 27 คน ซึ่งถือว่าเกินครึ่งหนึ่งของ ส.ส.ทั้งหมด 53 คน เป็นตัวบีบให้ผู้บริหารชุดปัจจุบันต้องยอมเปลี่ยนแปลงรายชื่อใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุรินทร์เปิดเผยก่อนการประชุมว่า ที่ประชุมจะพิจารณาตัวบุคคลที่เหมาะสมดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคให้ได้ข้อยุติในวันนี้ จากนั้นจะส่งรายชื่อให้นายกฯ การพิจารณาจะเป็นไปตามข้อบังคับพรรค เช่น ความรู้ความสามารถ ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และความเสียสละเพื่อพรรค &amp;nbsp;รวมถึงจะนำข้อเสนอของทุกฝ่ายมาประกอบ แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบข้อบังคับพรรค ส่วนตำแหน่งอื่นๆ รวมทั้งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต้องรอให้นายกฯ แจ้งมาก่อนว่ามีตำแหน่งใดบ้างจึงจะพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.30 น. ที่ประชุม กก.บห.พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อพิจารณาบุคคลที่เหมาะสมจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในโควตาของ ปชป. 8 ตำแหน่ง 7 คน ประกอบด้วย รองนายกรัฐมนตรี, รมว.พาณิชย์, &amp;nbsp;รมว.เกษตรฯ, รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, รมช.มหาดไทย, รมช.คมนาคม, รมช.สาธารณสุข และ รมช.ศึกษาธิการ โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค เป็นผู้นำเสนอประเด็นการประชุม&amp;nbsp;
ลงคะแนนลับ&amp;quot;ถาวร&amp;quot;คั่ว รมต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยได้ให้เจ้าหน้าที่แจกรายชื่อบุคคลที่มีความเหมาะสมเป็นรัฐมนตรี เพราะมีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อบังคับพรรค ประกอบด้วย 1.นายจุรินทร์ 2.นายเฉลิมชัย 3.นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค 4.นายจุติ ไกรฤกษ์ รองหัวหน้าภารกิจ 5.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าภารกิจ 6.นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าภาคกลาง และ 7.นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา จากนั้นเปิดให้มีการอภิปราย โดยนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคภาคใต้ ตั้งข้อสังเกตถึงรายชื่อที่ส่งให้ กก.บห.พิจารณาว่า เหตุใดจึงกระจุกตัวอยู่ที่จังหวัดสงขลาถึง 2 คน คือนายนิพนธ์กับนายถาวร และเหตุใดโควตาภาคใต้จึงเหลือแค่ 2 คน ทั้งที่ตามสัดส่วนต้องได้ 3 &amp;nbsp;ตำแหน่ง จากการที่ได้ ส.ส.มา 22 คน และได้เสนอชื่อตัวเองเข้าชิงตำแหน่งรัฐมนตรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิรัช ร่มเย็น กก.บห. สอบถามถึงหลักเกณฑ์ว่าจะใช้หลักใดในการพิจารณา เพราะหากคำนึงถึงความอาวุโส ตนเองอยู่พรรคมา 22 ปี เป็น ส.ส. 8 สมัย ทำงานให้พรรคมาตลอด พร้อมกับเสนอชื่อตัวเองชิงตำแหน่งรัฐมนตรีด้วย ทำให้ในส่วนของรายชื่อที่ 7 มีผู้เสนอตัว 3 คน นายจุรินทร์จึงให้มีการลงคะแนนลับ ผลปรากฏว่านายถาวรได้รับการสนับสนุนให้เป็นรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม ในการประชุมครั้งนี้ยังไม่ได้ระบุว่าใครจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงใด กำหนดเพียงแต่ตัวบุคคลที่จะไปเป็นรัฐมนตรีเท่านั้น โดยมอบหมายให้หัวหน้าพรรคไปพิจารณาตามความเหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการประชุม นายวิรัชยังตั้งคำถามให้ผู้บริหารพรรคแจกแจงที่มาของการเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมเป็นรัฐมนตรีในลักษณะเป็นแพ็กเกจพร้อมกัน 7 คนว่าเกิดจากอะไร เนื่องจากในแต่ละภาคมีหลายคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสม แต่กลับไม่ปรากฏชื่อ ซึ่งผู้บริหารพรรคไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ โดยให้เหตุผลเพียงว่าได้พิจารณาอย่างเหมาะสมแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากมีการประชุม กก.บห.นานกว่า 3 ชั่วโมงก็ได้เชิญ ส.ส.เข้าร่วมประชุมด้วยในเวลา 17.40 น. รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนการประชุมครั้งนี้ นายจุรินทร์ ได้มีการตกลงกับนายถาวรว่าจะให้ตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อมจาก ส.ส.กลุ่ม กปปส.ในพรรค โดยให้เหตุผลกับ กก.บห.ให้สนับสนุนนายถาวรว่าเพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพภายในพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) คณะรัฐศาสตร์ จัดงาน70 ปี สถาปนาคณะรัฐศาสตร์ โดยมีการจัดเสวนาหัวข้อ &amp;ldquo;ทิศทางการเมืองไทยภายใต้รัฐบาลใหม่ การเมืองของความหวัง หรือ จุดเริ่มต้นของวิกฤติครั้งต่อไป&amp;rdquo; โดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า สิ่งที่เราเป็นอยู่ไม่ใช่วิกฤติครั้งใหม่ แต่เป็นวิกฤติเดิม ที่มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ 19 ก.ย.49 นี่เป็นวิกฤติเดียวกันตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ ใจกลางปัญหาอยู่ที่อำนาจในประเทศนี้เป็นของใคร มีฝั่งหนึ่งยืนยันหนักแน่นว่าอำนาจของประเทศนี้เป็นของประชาชน ขณะที่อีกฝั่งมีผู้สนับสนุนน้อยกว่า แต่เชื่อว่าอำนาจเป็นของอภิสิทธิ์ชน เพียงไม่กี่คน แต่คนกลุ่มนี้มีอำนาจปืน มีรถถัง ถือตาชั่งทางกฎหมาย นี่คือปัญหาที่ยังแก้ไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรบอกว่า &amp;nbsp;เหตุการณ์ข่มขู่เรื่องพานไหว้ครูไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มันใช้ไม่ได้แล้ว เช่นเดียวกับงานแปรอักษร หรือการตรวจตรวจสอบทุจริตอุทยานราชภักดิ์ ที่ถูกไล่ล่าดำเนินคดี วันนั้นไม่มีฝ่ายค้าน แต่วันนี้มี ซึ่งหน้าที่ของเราคือการปกป้องสิทธิและเสรีภาพของประชาชน พรรคเรามี ส.ส.มากกว่า 20 คน ซึ่งสามารถเสนอกฎหมายเข้าไปในสภาได้ ซึ่งเรื่องแรกที่เราจะทำคือการปรับแก้ รธน.มาตรา 272 และ 279 ในเรื่องอำนาจของ ส.ว. และคำสั่ง คสช.มีอำนาจชั่วกาลปาวสาน ต่อไปเราจะรณรงค์การปฏิรูปกองทัพ ยุติการเกณฑ์ทหาร ยุติระบบราชการรวมศูนย์ และการกระจายอำนาจ &amp;nbsp;และอำนาจที่ใช้กดทับเรามาตลอด 5 ปี จะใช้ไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้นตอของความขัดแย้งคือคนที่ขโมยอำนาจไปแล้วไม่คืน เรื่องนี้ง่ายมาก อำนาจควรเป็นของคนไทยทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน คนที่ขโมยอำนาจมาแล้วเขียนรัฐธรรมนูญ ให้อำนาจอยู่กับเขาไปตราบนานแสนนาน จะปล่อยให้คนพวกนี้ตีกินเรื่องความขัดแย้งไม่ได้นี้ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคน หากเกิดรัฐประหารอีกครั้ง ขอให้ลุกขึ้นมาต่อสู้ต่อต้านการรัฐประหารไปด้วยกัน&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา แกนนำพรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;กล่าวว่า เมื่อจัดตั้งคณะรัฐมนตรีแล้วเสร็จ ม.44 ที่ปิดปากสื่อมา 5 ปี การตรวจสอบไม่ได้จะหมดไป แม้คสช.จะหมดไปแล้ว แต่ร่างทรงและวิญญาณของคสช.ยังอยู่ ในชื่อเดิม พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร พล.อ.อนุพงษ์ อยู่ใน ครม. เดิมถ้าอยู่กับ สนช.จะถูกประคบประหงมยิ่งกว่าไข่ในหิน แต่ในสภาผู้แทนฯ นั้น พรรคเพื่อไทย อนาคตใหม่ จะตรวจสอบร่างทรง คสช.อย่างเข้มข้น ข้อสงสัยของประชาชนจะได้รับการเปิดเผย ผ่านการตั้งกระทู้ทุกสัปดาห์ สมาชิก พปชร.ก็ต้องทำหน้าที่พิทักษ์ร่างทรง คสช.อย่างหนัก การแก้รัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยคงไม่แก้ไม่ได้ เขาไม่ได้เขียนมาให้แก้ แต่เขียนมาให้ฉีก จึงต้องยกร่างใหม่ แต่กลไกนั้นถูกปิดต้องทำประชามติถามประชาชนว่าพร้อมจะทำกติใหม่ที่เป็นธรรมร่วมกันหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า บรรยากาศการเมืองที่น่ากลัวเวลานี้ ไม่ใช่เรื่องผลการเลือกตั้งคะแนนปริ่มน้ำ เท่ากับเรากำลังดำเนินการต่อสู้โดยการโจมตีกล่าวหาเพื่อน หลังการเลือกตั้งที่ได้สมาชิกเข้ามาทำหน้าที่ ปรากฏว่าบรรยากาศนั้นกำลังเปลี่ยนไป การอภิปรายในสภาไม่ได้บอกว่าตัวเองดีอย่างไร แต่บอกว่าเพื่อนไม่ดีอย่างไร หากท่านสังเกตจากการประชุมสภา ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นคือ พวกเขาต้องต่อสู้ จนเป็นคดีสู่ศาล สุดท้ายก็กลายเป็นการสู้รบปรบมือ แต่หากเราทำการเมืองให้เป็นการโฆษณาให้เขาเคารพรักศรัทธา ก็จะไม่นำการคนไปสู่ท้องถนน ซึ่งเราต้องเคารพสิทธิของคนอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บรรยากาศเป็นปกติ เหมือนกับการตั้งรัฐบาลผสมแบบที่ผ่านมา แต่ภายใต้กฎหมายใหม่ สิ่งที่จะเกิดขึ้น ตัวบทกฎหมายบอกไว้ว่า อะไรคือสิ่งที่รัฐมนตรีต้องทำอย่างละเอียด อันนี้เป็นสิ่งที่น่ากลัวกว่า มีคนถามผมว่าท่านนายทะเบียนครับ แล้วผมจะทำมาหากินอะไรได้ เพราะเขาห้ามไปหมด รวมถึงคนที่อยู่ข้างหลัง เพราะเป็นสิ่งที่สังคมตรวจสอบอยู่แล้ว เมื่อเราให้อำนาจน้อย เขาก็จะทำอะไรได้น้อยไปด้วย&amp;rdquo;นายวิเชียรระบุ. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38593</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, ธนกร วังบุญคงชนะ, พงศ์เทพ เทพกาญจนา, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, วิรัช ร่มเย็น, วิษณุ เครืองาม, วิเชียร ชวลิต, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190614/image_big_5d03ad4c808ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวระนองอยากเปลี่ยน &quot;นายกเอ&quot;ผู้ล้มช้าง8สมัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;ถือว่าเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่น่าจับตาอย่างยิ่ง สำหรับ &amp;ldquo;นายกเอ&amp;rdquo; คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ว่าที่ ส.ส.ระนอง ทายาทลูกชิ้นดังฮั้งเพ้ง วัยเพียง 46 ปี ที่สามารถล้มช้างใหญ่ &amp;ldquo;วิรัช ร่มเย็น&amp;rdquo; อดีต ส.ส. 8 สมัย จากพรรคประชาธิปัตย์ลงได้อย่างราบคาบ โดยอาศัยนโยบายของพรรคภูมิใจไทยที่มุ่งแก้ปัญหาปากท้องทั้ง 12 ด้าน ปฏิเสธความขัดแย้ง บวกกับสถานการณ์ในพื้นที่พบว่าชาวบ้านอยาก &amp;ldquo;เปลี่ยน&amp;rdquo; ให้โอกาสคนใหม่เข้าไปขับเคลื่อนงานในระดับชาติ หลังจังหวัดระนองหยุดชะงักมาเนิ่นนาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;คอลัมน์เกษมราษฎร์&amp;rdquo; หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ได้นั่งคุยกับ &amp;ldquo;นายกเอ&amp;rdquo; ถึงที่มาที่ไปก่อนมาสมัครเป็น &amp;ldquo;คนภูมิใจไทย&amp;rdquo; พร้อมสอบถามเคล็บลับที่สามารถชนะการเลือกตั้งเที่ยวนี้ได้สำเร็จ ท่ามกลางความตกตะลึงจากคอการเมืองวงนอกทั้งประเทศ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;แม้ &amp;ldquo;คงกฤษ&amp;rdquo; อาจถูกมองว่าหน้าใหม่ในเวทีการเมืองระดับชาติ แต่หากลงไปสำรวจในระดับพื้นที่ ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะคลุกคลีการเมืองระดับท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน ผ่านการเรียนรู้วิชาจาก &amp;ldquo;คุณพ่อ&amp;rdquo; บดินทร์ ฉัตรมาลีรัตน์ หรือ นายฮั้งเพ้ง เจ้าของลูกชิ้นชื่อดัง และยังเป็นอดีตนายก อบจ.ระนอง 3 สมัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;นายกเอ&amp;rdquo; เล่าความเป็นมาว่า เดิมไม่ได้ตั้งใจจะเล่นการเมือง เพราะเป็นนักธุรกิจ แต่เนื่องจากเมื่อปี 2551 มีการเลือกตั้งนายก อบจ.ระนอง และคุณพ่อมีปัญหาสุขภาพ ทั้งที่มีการเตรียมทีมงานลงเลือกตั้งไว้พร้อมอยู่แล้ว จึงเป็นเหตุให้ผมต้องไปลงเลือกตั้งแทน แต่ครั้งนั้นพบกับความพ่ายแพ้ให้กับนายนภา นทีทอง จากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นทีมงานของพี่วิรัช ร่มเย็น อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 8 สมัย ส่วนสาเหตุที่แพ้ เนื่องจากขณะนั้นกระแสของ ปชป.ดี ขณะที่ตัวเองก็ไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองใดๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;หลังจากนั้นผมก็เบนเข็มมาทำงานการเมืองและงานด้านสังคมแบบเต็มตัว โดยใช้กีฬาเป็นตัวนำ ผ่านตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดระนอง นอกจากนี้ยังทำพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทุกเพศทุกวัยและทุกศาสนาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความใกล้ชิด ผูกพัน พร้อมรับฟังปัญหาต่างๆ และที่สำคัญไม่เคยทิ้งพื้นที่ จนเป็นที่รู้จักของชาวบ้านมากขึ้น กระทั่งปี 2555 ถึงเวลาแก้มือ จึงลงสมัครแข่งขันนายก อบจ.ระนองอีกครั้ง จนชาวบ้านให้โอกาสชนะการเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.ระนอง ได้สำเร็จ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คงกฤษ&amp;rdquo; กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นก็ทำงานในระดับท้องถิ่นมาตลอด โดยเฉพาะการพัฒนาคุณภาพชีวิต และกิจกรรมต่างๆ ปัญหาอุทกภัยต่างๆ น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม&amp;nbsp;&amp;nbsp; สามารถเข้าไปช่วยแบบทันท่วงที แต่ปัญหาที่ผมไม่สามารถแก้ได้เลยคือ ปัญหาปากท้องและความยากจนของชาวบ้าน อาทิ ราคายางพารา ราคาปาล์มตกต่ำ ปัญหาประมง และปัญหาที่ดินทำกินถือเป็นเรื่องที่สะสมมานาน และท้องถิ่นไม่สามารถทำสำเร็จได้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนให้ต้องขยับขึ้นไปแก้ปัญหาในระดับชาติ จึงเป็นเหตุผลให้ผมตัดสินใจลงสมัคร ส.ส. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ก่อนเลือกตั้งครั้งนี้ (24 มีค.62) ผมสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์มาก่อน โดยข้อตกลงเดิมจะได้ลง ส.ส.เขตระนอง แต่หลังจากมีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคใหม่ เมื่อช่วงเดือย พ.ย.2561 และได้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ จึงมีการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเดิม ประกอบกับท่านวิรัชยังต้องการลงเขตอยู่โดยไม่ขยับ ผมจึงไปลาออกจาก ปชป. โดยไม่มีความขัดแย้งใดๆ และยังเคารพท่านชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ และท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ เป็นการส่วนตัวอยู่เช่นเดิม&amp;rdquo;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;จากนั้นจึงขอพึ่งพรรคภูมิใจไทย โดย &amp;ldquo;นายอนุทิน ชาญวีรกูล&amp;rdquo; หัวหน้าพรรค ให้การต้อนรับและเปิดโอกาสให้ลง ส.ส.เขตระนอง ต้องขอบคุณหัวหน้าพรรคและแกนนำในพรรคเป็นอย่างสูง ประกอบกับแนวทางของพรรคก็ตอบโจทย์ความต้องการของผม ที่เน้นการแก้ปัญหาปากท้องเป็นอันดับแรก ก่อนปัญหาการเมือง และปฏิเสธความขัดแย้งอย่างสิ้นเชิง จึงทำให้ผมตัดสินใจได้ทันที&amp;rdquo; ว่าที่ ส.ส.ระนองพรรคภูมิใจไทยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อถามว่ามีเคล็ดลับอะไรที่สามารถเอาชนะ ส.ส. 8 สมัย หรือล้มช้างได้สำเร็จ &amp;ldquo;คมกฤษ&amp;rdquo; ตอบว่า ด้วยความเคารพพี่วิรัช เรารู้จักและทำการเมืองในฐานะคู่แข่งทุกระดับมาโดยตลอด ซึ่งผมหากมีโอกาสก็สนับสนุนผู้สมัครแข่งขันทุกสนาม ทั้งท้องถิ่น ส.ส. หรือ ส.ว. แต่หากรู้ว่าสู้พี่วิรัชไม่ได้ก็จะไม่ส่งลงสมัคร และปล่อยให้ผลการแข่งขันเป็นไปตามกระบวนการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา หากท่านวิรัชลงพื้นที่สักหน่อยและขยันทำงานนิดนึงให้กับพี่น้องประชาชน ผมคงไม่ตัดสินใจลงสมัคร ส.ส. เพราะขอทำการเมืองท้องถิ่นเช่นเดิม และให้เกียรติท่านต่อไป แต่เมื่อชาวบ้านต้องการที่จะเปลี่ยน และผมก็ได้ยินคำว่าเปลี่ยนมาโดยตลอด จึงตัดสินใจลงแข่งขันทันที&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ช่วงแรกชาวบ้านอยากให้อยู่ ปชป. แต่ในเมื่อคนเก่ายังอยู่ ผมจึงต้องไปทำความเข้าใจกับชาวบ้านว่าจำเป็นจะต้องลงในนามพรรคภูมิใจไทย จนเกิดความเข้าใจ&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;จริงๆ แล้วอย่าเรียกว่าผมชนะพี่วิรัชเลย แต่อยากให้มองว่าเราเข้าไปทำงานให้ประชาชน และเกิดความเปลี่ยนแปลงแก่เมืองระนองดีขึ้นมากกว่าแค่นั้นเอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;คมกฤษ&amp;rdquo; กล่าวว่า เมื่อ กกต.รับรองผล ส.ส.อย่างเป็นทางการ ผมจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงจังหวัดระนองให้เจริญขึ้น ตามเสียงที่พี่น้องประชาชนต้องการ และผมอายุยังน้อย (46 ปี) ประชาชนก็คาดหวังอยากเห็นการพัฒนาโดยเร็ว ผ่านนโยบายของพรรคภูมิใจไทยทั้ง 12 ด้าน อาทิ ประมง และแก้ปัญหายาง ปาล์มตกต่ำให้ฟื้นขึ้นมา และโดยเฉพาะนโยบายกัญชาเสรี ที่จะสร้างความร่ำรวยให้แก่ชาวบ้าน ซึ่งมีผู้คนสนใจจำนวนมาก ทั้งเกษตรกรต่างๆ และผู้ประกอบการเภสัชกร และหมอในพื้นที่ ผมต้องทำให้ได้ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้ผมมีโอกาสเข้ามาทำงานให้บ้านเกิด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นอกจากนี้ยังจะต้องการผลักดันเรื่องการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยยึดรูปแบบบุรีรัมย์โมเดล มั่นใจว่าทำได้แน่นอน เพราะเมืองระนองมีต้นทุนศักยภาพดีเลิศอยู่แล้วไม่เป็นรองใคร ทั้งสิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ ท้องทะเล หมู่เกาะอันดามันที่งดงามและมีสภาพสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย ที่สำคัญมีน้ำแร่ที่มีคุณภาพระดับโลกอยู่ที่นั่น ไม่นับอาหารการกินอุดมสมบูรณ์ทุกอย่าง กุ้งตัวโตๆ ปูตัวใหญ่ๆ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พร้อมทั้งมีสนามบิน ท่าเรือ การคมนาคมสะดวกสบาย สามารถทำการท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับประเทศพม่า โดยจะหาวิธีการดึงนักท่องเที่ยวมาพักค้างคืนที่เมืองระนองให้มากขึ้น จากเดิมที่ส่วนใหญ่จะนำเงินไปใช้ในฝั่งพม่าอย่างเดียว ดังนั้นในเมื่อต้นทุนของเราพร้อมหมดแล้ว เหลือเพียงอย่างเดียวคือผู้แทนที่จะเข้าไปผลักดันงานระดับชาติ ผ่านนโยบายที่เจาะจง งบประมาณ และการบริหารจัดงานในรูปของ &amp;ldquo;ระนองโมเดล&amp;rdquo; เท่านั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;นี่คือสิ่งที่จังหวัดระนองขาดโอกาสในการพัฒนามาโดยตลอด...จึงถึงเวลาแล้วที่ผมและพรรคภูมิใจไทยจะต้องเข้าไปผลักดันสิ่งเหล่านี้ให้เป็นผลสำเร็จ&amp;rdquo; &amp;ldquo;นายกเอ&amp;rdquo; คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ว่าที่ผู้แทนระนองให้คำมั่นปิดท้าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33218</URL_LINK>
                <HASHTAG>คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์, วิรัช ร่มเย็น, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190408/image_big_5cab4adc907ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2019 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2019 07:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิด4ตัวเต็งหน.ปชป.เลิกใช้ไพรมารีโหวตโชว์วิสัยทัศน์แทนเลี่ยงขัดแย้ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29มี.ค.62-มีรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)เปิดเผยว่า ในที่หารือกลุ่มว่าที่ส.ส.และอดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีสมาชิกที่ร่วมหารือบางคนเรียกว่าเป็นกลุ่มปฏิรูปพรรค เป็นการเปิดรับฟังความเห็นของเพื่อนสมาชิกในการเลือกตั้งที่ผ่านมาและสภาพปัญหา โดยเฉพาะการตัดสินใจอนาคตทิศทางของพรรค ซึ่งผู้เข้าร่วมหารือส่วนใหญ่เห็นว่า จะให้คนที่เป็นคณะกรรมการบริหาร(กก.บห.)ชุดรักษาการณ์นำเสนอแนวคิดเป็นข้อเสนอ ขอให้ กก.บห.ชุดใหม่และว่าที่ส.ส.ใหม่กว่า50 คนของพรรคเป็นผู้ตัดสินอนาคตดีกว่าให้ กก.บห.ชุดรักษาการณ์ ตัดสินเลือกทิศทางพรรคว่าจะเข้าร่วมรัฐบาล หรือเป็นฝ่ายค้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยมีการเอ่ยชื่อบุคคลที่จะเป็นแคนดิเดทหัวหน้าพรรคคนต่อไป รวม4 คนคือ 1. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรค 2.นายกรณ์ จาติกวนิช รองหัวหน้าพรรค3. นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน รองหัวหน้าพรรค และ 4. นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ อดีตรองหัวหน้าพรรค ว่ามีคุณสมบัติเหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการคัดเลือกหัวหน้าพรรคครั้งนี้จะไม่ใช้การแข่งขันและทำไพรมารีโหวตเหมือนที่ผ่านมา โดยจะให้เป็นลักษณะการพูดคุยและแสดงวิสัยทัศน์จุดยืนของแต่ละคนต่อสมาชิกพรรค ในการประชุมสมาชิกพรรคนอกรอบในช่วงเวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น3 อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช พรรคประชาธิปัตย์ โดยจะเป็นการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นสมาชิกพรรคในลักษณะการเช็คเสียง เพื่อเลี่ยงรูปแบบการแข่งขันของคู่แคนดิเดตที่จะสร้างความขัดแย้งในพรรคเช่นที่ผ่านมา ทั้งนี้ ในส่วนของนายนิพนธ์ที่ถูกเสนอชื่อเป็น1ในแคนดิเดทหัวหน้าพรรค ได้ขอถอนชื่อตัวเอง ไม่ร่วมในการคัดเลือกหัวหน้าพรรคในครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามสมาชิกพรรคส่วนใหญ่ โดยเฉพาะที่เป็นว่าที่ส.ส.ต่างเห็นพ้องกับข้อเสนอที่ต้องการให้ กก.บห.ชุดใหม่เป็นผู้ตัดสินอนาคตพรรค อาทิ นายชุมพล กาญจนะ อดีตส.ส.สุราษฎร์ธานี ที่ระบุว่า ตนมาร่วมหารือในวงเพื่อนๆสมาชิกพรรคที่มีวิกฤต เพื่อเสนอแนวทางให้ส.ส.ของพรรคเราเดินทางกลับบ้านได้ เพราะถ้าหากเราไปร่วมงานกับอีกซีก ที่เราเคยต่อสู้กับเขา เราจะตอบชาวบ้านในพื้นที่ได้อย่างไร แต่ถ้าเราไปเข้าร่วมกับอีกฝั่ง มันจะตรงกับใจของชาวบ้าน ส.ส.ของเราก็กลับบ้านได้ ตอบคำถามประชาชนได้ ขณะที่บรรดาสมาชิกที่เป็นอดีตส.ส.ส่วนใหญ่อยากให้ทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านในการตรวจสอบ เพราะเป็นจุดแข็งของพรรค &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้ใหญ่และผู้บริหารในพรรคบางส่วน ระบุว่า ข้อเสนอต่อกก.บห.รักษาการณ์ในวันที่ 29 มี.ค. จะต้องรอให้มีการประกาศรับรองผล ส.ส.อย่างเป็นทางการจาก กกต. ในวันที่ 9 พ.ค. ก่อน หลังจากนั้นจึงสามารถจัดประชุมใหญ่พรรค เพื่อทำการคัดเลือกหัวหน้าพรรค และกก.บห.ชุดใหม่ และเชื่อว่าระหว่างเดือนเม.ย.จะเกิดปัญหาการจัดตั้งรัฐบาลที่ทั้งสองขั้ว มีเสียงปริ่มน้ำ จะเห็นภาพการต่อรอง ซื้อตัวงูเห่าต่างๆ สมาชิกพรรคจะตกผลึกทางความคิดเองว่า เมื่อถึงเวลาต้องเลือกทิศทางของพรรคเขาจะเลือกทางใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายวิรัช ร่มเย็น กก.บห.ชุดรักษาการณ์ ระบุว่า ข้อเสนอต่างๆต้องพิจารณาให้รอบคอบว่ามีกฎหมายรองรับหรือไม่ และการเลือกตั้งกก.บห.ชุดใหม่ รวมถึงหัวหน้าพรรคคนใหม่ก็ควรเริ่มกระบวนการหลังวันที่ 9 พ.ค. ที่กกต.ประกาศรับรองผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการก่อน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32482</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์ จาติกวณิช, จุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์, ชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, นิพนธ์ พร้อมพันธุ์, วิรัช ร่มเย็น, อภิรักษ์  โกษะโยธิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190328/image_big_5c9ce2515de78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32228</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศึกประชาธิปัตย์เสียงแตก &#039;ร่วม-ไม่ร่วม&#039; รัฐบาล??</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เลือกตั้ง 24 มี.ค.ผ่านพ้นไปเหมือนจะเรียบร้อย ล่าสุด คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศผลเขตเลือกตั้งไหนพรรคใดชนะ ท่ามกลางข้อกังขาของหลายฝ่ายในความผิดปกติ เพราะแม้ กกต.จะประกาศได้ว่าแต่ละพรรคได้จำนวน ส.ส.เขตเท่าไหร่ แต่ไม่สามารถเปิดเผยผลการนับคะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เรียกว่าการเลือกตั้งรอบนี้ยับเยิน ภาคใต้ โดนเจาะแทบทุกจังหวัด อดีตส.ส.ที่ว่าเก๋าก็ยังเสียม้าให้พลังประชารัฐ อาทิ วิรัช ร่มเย็น จังหวัดระนอง วิรัตน์ กัลยาศิริ จังหวัดสงขลา เฉลิมชัย ศรีอ่อน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่โชคดีที่จังหวัดสุราษฎร์ธานียังคงรักษาหน้าไว้ได้ เพราะ ส.ส.ประชาธิปัตย์ได้ยกจังหวัด ถือเป็นการให้บทเรียน &amp;ldquo;สุเทพ เทือกสุบรรณ&amp;rdquo; ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ที่ก่อนหน้านี้เกรี้ยวกราดใส่บ้านเก่าอย่างแสนสาหัส และหวังจะได้พื้นที่เมืองหอยใหญ่ ไข่แดง แต่สุดท้ายคว้าน้ำเหลว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนสถานการณ์จังหวัดกรุงเทพมหานครถือว่าหนักที่สุดในประวัติการณ์ จากที่เคยเป็นฐานที่มั่นครองพื้นที่มากที่สุด ประชาธิปัตย์ไม่เหลือแม้แต่เขตเดียว และที่สำคัญ เมื่อจัดลำดับคะแนนนิยมตกไปอยู่อันดับที่ 4 ซึ่งถือว่าน่าเหลือเชื่อ และกลายเป็นพรรคเพื่อไทย พลังประชารัฐ และอนาคตใหม่เข้าวินแทน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเรียกว่าหักปากกาเซียนคงไม่ผิดแปลกอะไร เพราะเดิมส่วนใหญ่วิเคราะห์ว่าพื้นที่เมืองหลวงเป็นการแข่งขันระหว่างประชาธิปัตย์และเพื่อไทย แม้กระทั่งโพลของหน่วยงานภาครัฐเองทั้ง กอ.รมน. และสันติบาลยังประเมินว่าประชาธิปัตย์จะชนะเป็นส่วนใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือแม้แต่พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นคู่แข่งขันมาโดยตลอด มีรายงานว่า &amp;ldquo;ในที่ประชุมพรรคต่างแปลกใจผลการเลือกตั้งที่เกิดขึ้น เพราะต่างมองว่าคู่แข่งคนสำคัญในสนามเลือกตั้ง กทม.คือ พรรคประชาธิปัตย์ แต่เมื่อผลการเลือกตั้งออกมากลับกลายเป็นว่า พรรคพลังประชารัฐและอนาคตใหม่มีคะแนนนิยมมากกว่า ทั้งที่ระหว่างการหาเสียงก็ไม่ได้มีกระแสเหมือนที่ออกมา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้สมัครบางรายใน กทม.ของ ปชป. บอกทำโพลของตัวเองตลอดเวลา แม้แต่ในวันสุดท้ายก่อนเลือกตั้งยังคะแนนนำ แต่เมื่อนับคะแนนผลกลับพลิกล็อด ผิดคาดอย่างไม่น่าเชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทว่าการเลือกตั้งรอบนี้ต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งว่าเกิดปัญหาจำนวนมากจนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง เช่น ประเด็นยอดผู้มาใช้สิทธิ์ไม่ตรงกับจำนวนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งส่อว่าเกิดการทุจริตในหลายพื้นที่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่เห็นเป็นรูปธรรมสุด คือ สุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัครส.ส.เขต 9 หลักสี่ กทม. พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์เรียกร้อง กกต.ตอบคำถามสังคมให้ได้ก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง เพราะเขตเลือกตั้งที่ 9 มีปัญหาบัตรเลือกตั้งมากกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ และปัญหาบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าของเขต 9 ถูกส่งไปนับคะแนนที่เขต 1 จนส่งผลให้บัตรทั้งหมดกลายเป็นบัตรเสีย กรณีดังกล่าวส่งผลกระทบกับคะแนนเสียงที่ออกมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นเดียวกับ ลีลาวดี วัชโรบล ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 กทม. พรรคเพื่อไทย ก็ระบุ กกต.เขต 1 ยอมรับว่ามีการส่งบัตรผิดพลาด แต่ระบุว่าปัญหาที่เกิดขึ้นต้องไปร้องต่อ กกต.กลางเท่านั้น ซึ่งทางพรรคจะรวบรวมหลักฐานเตรียมร้องขอความเป็นธรรมต่อไป โดย กกต.เขต 1 ก็พร้อมที่จะเป็นพยานให้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความคลุมเครืออยู่นี้ พรรคที่ได้คะแนนมากต่างทยอยประกาศตัวจัดตั้งรัฐบาล ส่วนความเคลื่อนไหวค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผมก็ถูกตั้งคำถามว่า ภายหลัง อภิสิทธิ์ ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคแล้ว จุดยืนของพรรคจะเป็นอย่างไร พรรคร่วมรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝั่งคู่แค้นของ อภิสิทธิ์ ตั้งแต่หยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรค นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม และ ถาวร เสนเนียม ยืนยันเป็นเสียงเดียวกัน ประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาลกับพลังประชารัฐได้ โดยไม่ผิดอุดมการณ์ของพรรค เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาจากระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่กระนั้น ชวน หลีกภัย ผู้อาวุธโสสูงสุดและเป็นที่เคารพของคนในพรรค ออกมาเบรกแล้วว่า เป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่ผูกพันกับพรรคแต่ประการใด และจุดยืนของพรรคจะต้องขอมติจากที่ประชุมเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; จุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์มีความอ่อนไหวและต้องคิดให้รอบคอบ หลายคนในพรรคระบุว่า หากพรรคยอมเป็นพรรคร่วมรัฐบาลจะทำให้ศักดิ์ศรีความเป็นพรรคใหญ่หายไปทันที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฉะนั้นจึงมีการแก้เกมโดยระบุว่า ร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล ต้องตัดสินใจโดยกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.)และ ส.ส.ใหม่ แต่ตอนนี้มีปัญหาว่า ส.ส.ใหม่ยังไม่ได้รับการรับรองจาก กกต. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือหมายความว่า แนวโน้มอาจต้องให้ กก.บห.รักษาการ เป็นผู้ตัดสินใจเอง ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง เท่ากับพรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านแน่นอน เพราะ กก.บห.ชุดเก่าล้วนแต่เป็นผู้สนับสนุนอภิสิทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหนือสิ่งอื่นใด นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายทางการเมือง ที่สำคัญโจทย์ใหญ่ที่สุดคือ กกต.จะต้องเคลียร์ทุกข้อสงสัยให้ได้เสียก่อน ดังนั้น สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32228</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, พรรคประชาธิปัตย์, วิรัช ร่มเย็น, วิรัตน์ กัลยาศิริ, สุเทพ เทือกสุบรรณ, เฉลิมชัย ศรีอ่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190325/image_big_5c98f0687a2e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25364</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2018 13:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2018 13:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปชป.&#039;ตั้ง&#039;วิรัช ร่มเย็น&#039;นั่งประธานกก.ฝ่ายกฎหมายพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ธ.ค.61- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการเห็นชอบในการแต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ชุดใหม่ ประกอบด้วย นายวิรัช ร่มเย็น กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานคณะกรรมการฯ มีนายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายถาวร เสนเนียม นายบัณฑิต ศิริพันธุ์ นายถวิล ไพรสณฑ์ นายสุทัศน์ เงินหมื่น นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค นายวิรัตน์ กัลยาศิริ เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการฯ ส่วนกรรมการ มีนายสาธิต ปิตุเตชะ นายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ นายธีระชาติ ปางวิรุฬรักษ์ นายธนา ชีรวินิจ นายณรงค์ ดูดิง นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี นายสัญชัย อินทรสูต นายวัชระ เพชรทอง นายราเมศ รัตนะเชวง เป็นกรรมการและเลขานุการ และน.ส.นลิน อินทรสมบัติ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณากฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ งานด้านนิติบัญญัติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และดำเนินการอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย รวมทั้งสามารถตั้งคณะทำงานด้านต่างๆ ได้ตามความเหมาะสม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25364</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการบริหารพรรค, ปชป., พรรคประชาธิปัตย์, วิรัช ร่มเย็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181128/image_big_5bfe32f965a98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
