<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78427</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ &amp;quot;๒๔ กันยา ๖๓&amp;quot; มีเรื่องสนุกหลายเรื่อง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดี &amp;quot;นายวัฒนา เมืองสุข&amp;quot; ก็ตัดสินวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชุมรัฐสภา แก้รัฐธรรมนูญ ก็วันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเทียมแอก-เทียมไถคณะสามสัส ก็จะมาชุมนุมโชว์เขาหน้ารัฐสภาวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวาน &amp;quot;วันสุกดิบ&amp;quot; ส.ส.-ส.ว.สังสรรค์หน้าศพ วันนี้ได้พิธีประชุมเพลิง โดยสรุปลงตัวว่า ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ผลประโยชน์ร่วมกัน ก็สามัคคี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แก้รัฐธรรมนูญมาตรา ๒๕๖ เบิกทวารนำทางไปสู่การตั้ง ส.ส.ร. &amp;quot;ฆ่าทิ้งรัฐธรรมนูญ ๖๐&amp;quot; ทั้งฉบับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วให้ ส.ส.ร. &amp;quot;เขียนใหม่&amp;quot; ทั้งฉบับ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเป็นไปตามนี้ ต้องใช้งบราวๆ ๑๕,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ ล้าน ในการเขียนกฎกติกาใหม่ให้พวกเขาเข้าสู่อำนาจ &amp;quot;เผด็จการรัฐสภา&amp;quot; คราบประชาธิปไตย คล่องคอ เหมือนที่เคย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูตามรูปไพ่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล-ฝ่ายค้าน จับมือกันแบบนี้ การแก้ ๒๕๖ ผ่านฉลุยอยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่จะติดกระเดือกตรงที่มี ส.ว. ๘๔ เสียงขึ้นไปสนับสนุนด้วยหรือไม่เท่านั้น ฉะนั้น วันนี้ถึงต้องลุ้นกันมันหยดติ๋งไงล่ะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะต้องขานชื่อโหวต &amp;quot;รายตัว-รายญัตติ&amp;quot; ทั้ง ๗๕๐ คน ใครจริง-ใครปลอม ประจานหน้า ประจักษ์ใจ กันละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้ามี ๘๔ ส.ว.ขึ้นไปร่วมโหวตให้แก้ ก็หมายความว่า รัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้อยู่นี้ เตรียม &amp;quot;ตราสังหลักประหาร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอ ส.ส.ร.ทำหน้าที่เพชฌฆาต...ตัดหัว!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันจะง่ายเหมือนกล้วยในมือลิงศาลพระกาฬขนาดนั้นเชียวหรือ ผมแอบคิดดังๆ ในใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นเมื่อวาน (๒๓ ก.ย.) &amp;quot;หมอวรงค์ เดชกิจวิกรม&amp;quot; ประธานกลุ่มไทยภักดี กับคณะ นำ ๑๓๐,๐๐๐ &amp;nbsp;รายชื่อ ไปยื่นคัดค้านการแก้ต่อประธานสภาผู้แทนและประธานวุฒิสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุผลในข้อแถลงของคุณหมอ น่ารับฟัง ที่ว่า........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐธรรมนูญปี ๖๐ มาจากประชามติของประชาชน ๑๖.๘ ล้านเสียง ถือว่าประชาชนเป็นผู้สถาปนารัฐธรรมนูญฉบับนี้ขึ้นมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;#39;ศาลรัฐธรรมนูญ&amp;#39; เคยมีคำวินิจฉัย สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ที่ผ่านประชามติมาแล้วครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลฯ วินิจฉัยว่าสามารถแก้ไขได้รายมาตรา แต่การยกร่างใหม่ต้องถามประชาชนก่อนว่ายอมหรือไม่?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ดังนั้น รัฐธรรมนูญปี ๖๐ นี้ก็เช่นกัน การจะตั้ง ส.ส.ร.เพื่อร่างฉบับใหม่ ต้องทำประชามติถามประชาชนก่อน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะลูบเคราครางอืมมม เคราก็ยังไม่ขึ้น เพราะหนุ่มเกิน ตรงนี้ เป็นประเด็นน่าคิดนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งคุณหมอวรงค์ตบตูดการแถลงว่า.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้จะต้องถึงศาลรัฐธรรมนูญแน่นอน ถ้าดื้อดึง เราจะไปดำเนินการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าศาลฯ มีบรรทัดฐานอยู่แล้ว ไม่มีไรต้องกลัว ชนะอย่างเดียว&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคราไม่ขึ้น ขนหัวลุกตั้งแทน!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีเจ๊ทูเจี๊ยะ โครงการรับจำนำข้าว รัฐมนตรีต้องเข้าคุก ยิ่งลักษณ์ต้องเผ่นช่องทางหมาลอด ยี่ห้อหมอวรงค์ตีตราประทับรับประกันคุณภาพอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น เมื่อคุณหมอประกาศเปรี้ยง &amp;quot;ชนะอย่างเดียว&amp;quot; เสียวกันทั้งสภา!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสียวยังไง เรื่องแม่นกฎหมาย ใครก็ยกนิ้วให้หมอความอย่างท่านประธานรัฐสภา &amp;quot;ชวน หลีกภัย&amp;quot; อยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อหมอยาอย่างคุณหมอวรงค์ ท้าความแม่นกับหมอความระดับซือแป๋ รายการนี้ ต้อง ๕ ดาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอาละ มาดูหนังตัวอย่างซักนิดเป็นไง ดูแล้วอาจช่วยการมองเกมแก้เพื่อเขียนใหม่ทั้งฉบับได้ชัดเจนขึ้นว่า จะรูดปรื๊ดหรือติดแหง็ก?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้อนไปปี ๒๕๕๕ ยุคยิ่งลักษณ์ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลเขาแก้รัฐธรรมนูญ เปิดประตูไปสู่การเขียนใหม่ทั้งฉบับเหมือนกัน ตอนนั้น ขุนค้อน &amp;quot;นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์&amp;quot; เป็นประธานรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเอก สมเจตน์ บุญถนอม, นายวันธงชัย ชํานาญกิจ, นายวิรัตน์ กัลยาศิริ, นายวรินทร์ เทียมจรัส, นายบวร ยสินทร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ (ปี ๕๐) มาตรา ๖๘
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๕.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย สรุปประเด็นหลักว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับต้องทำประชามติ ต้องถามประชาชน ในฐานะผู้สถาปนารัฐธรรมนูญ ๕๐ &amp;nbsp;ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;#39;ยกเว้นแก้รายมาตรา&amp;#39; ให้เป็นอำนาจของรัฐสภา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชะอุ๊ย...(ผมร้องเอง ไม่มีในคำวินิจฉัย)!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อเป็นกรณีศึกษาในทางเทียบเคียง จะนำคำวินิจฉัยฉบับย่อจาก web.krisdika.go.th มาให้อ่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ย่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18-22/2555
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่อง คำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีส่งเรื่อง ตามมาตรา 68 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา 68 และมาตรา 291 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ร้องทั้งห้ายื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากเห็นว่า.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ เป็นการล้มล้างหรือยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งขัดกับหลักการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นการกระทำที่ขัดต่อมาตรา 68 และมาตรา 291 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแยกเป็นสามประเด็น ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นที่หนึ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจรับคำร้องทั้งห้าคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เนื่องจากมาตรา 68 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฯ ให้สิทธิแก่ผู้ทราบการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามมาตรา 68 วรรคหนึ่ง สามารถยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าวได้โดยตรง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ว่าผู้ร้องจะได้เสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบแล้วก็ตาม แต่มาตรา 68 มีความมุ่งหมายให้ชาวไทยทุกคนมีส่วนร่วมในการปกป้องพิทักษ์รักษาการปกครองระบอบประชาธิปไตย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และการเข้าสู่อำนาจในการปกครองประเทศให้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มิให้ถูกล้มล้าง โดยสภาพจึงเป็นการป้องกันไว้ล่วงหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีอัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ยังไม่มีคำสั่งประการใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากปล่อยให้กระบวนการลงมติในวาระที่สามลุล่วงไปแล้ว แม้ต่อมาอัยการสูงสุดจะยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่ากระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญดังกล่าวนั้นเป็นไปโดยมิชอบด้วยมาตรา 68 วรรคหนึ่ง ให้เลิกการกระทำนั้น ก็จะไม่สามารถบังคับตามคำวินิจฉัยในทางใดได้อีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งไม่อาจย้อนคืนแก้ไขผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำดังกล่าวได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นที่สอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นอำนาจของประชาชน อันเป็นที่มาโดยตรงในการให้กำเนิดรัฐธรรมนูญ โดยถือว่ามีอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญที่ก่อตั้งระบบกฎหมายและองค์กรทั้งหลายในการใช้อำนาจทางการเมืองการปกครอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อองค์กรที่ถูกจัดตั้งมีเพียงอำนาจตามที่รัฐธรรมนูญให้ไว้และอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้องค์กรนั้นใช้อำนาจที่ได้รับมอบมาจากรัฐธรรมนูญนั้นเอง กลับไปแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเหมือนการใช้อำนาจแก้ไขกฎหมายธรรมดา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจะเป็นอำนาจของรัฐสภาก็ตาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยการยกร่างใหม่ทั้งฉบับ ยังไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของมาตรา 291 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ได้มาโดยการลงประชามติของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ควรจะให้ประชาชนได้ลงประชามติเสียก่อนว่า สมควรจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือรัฐสภาจะใช้อำนาจในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราก็เป็นความเหมาะสม และเป็นอำนาจของรัฐสภาที่จะดำเนินการดังกล่าวได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นที่สาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พุทธศักราช... เป็นผลมาจากมาตรา 291 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และกระบวนการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญยังไม่มีข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะถือได้ว่าเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยหรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ ดังที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กล่าวคือ ขั้นตอนการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญยังมิได้เป็นรูปธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การกล่าวอ้างของผู้ร้องจึงเป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าซึ่งยังไม่ปรากฏผลประการใด บันทึกหลักการและเหตุผลประกอบร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พุทธศักราช...ให้เหตุผลว่า จะยังคงรักษาระบอบประชาธิปไตย...ไว้ตลอดไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และมาตรา 291/11 วรรคห้าของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฯ ฉบับดังกล่าว ก็ยังบัญญัติคุ้มกันเพื่อรับรองการร่างรัฐธรรมนูญที่จะไม่กระทบถึงสาระสำคัญแห่งรัฐไว้ในเรื่องการเปลี่ยนแปลงการปกครอง หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขบทบัญญัติในหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์ และหากร่างรัฐธรรมนูญมีลักษณะดังกล่าว มาตรา 291/11 วรรคหก ก็กำหนดให้ร่างรัฐธรรมนูญนั้นเป็นอันตกไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่งหากสภาร่างรัฐธรรมนูญจัดทำร่างรัฐธรรมนูญที่มีลักษณะเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตย หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขบทบัญญัติในหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งประธานรัฐสภาและรัฐสภาก็มีอำนาจยับยั้งร่างรัฐธรรมนูญนั้นได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งหากบุคคลใด ทราบว่ามีการกระทำเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวก็ยังมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบและยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าวได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ศาลรัฐธรรมนูญ จึงวินิจฉัยให้ยกคำร้องทั้งห้าคำร้องดังกล่าว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะด้วยบรรทัดฐานนี้ คุณหมอวรงค์จึงยก ๓ นิ้ว I love you เราชนะอย่างเดียว เมื่อวาน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัดเจนว่า &amp;quot;อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ เป็นอำนาจของประชาชน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเมื่อรัฐธรรมนูญมาจากประชามติ จะทำอะไรก็ควรเห็นหัวประชาชน ต้องถามประชาชนก่อนว่าจะยอมมั้ย ที่จะตั้ง ส.ส.ร.เขียนใหม่ทั้งฉบับนั่นน่ะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ถ้าจะแก้รายมาตรา เป็นอำนาจรัฐสภา ก็ว่ากันไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าแค่นี้ ยังไม่ชัด....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรุ่งนี้จะเอาอีกซักคำวินิจฉัยมาให้ถ่างตา ที่ตั้งท่าจะแก้ ส.ว.ให้เลือกตั้งคืนสู่ระบบ &amp;quot;สภาผัวเมีย&amp;quot; นั่นน่ะว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำได้หรือไม่ได้?
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78427</URL_LINK>
                <HASHTAG>บวร ยสินทร, พลเอก สมเจตน์ บุญถนอม, วรินทร์ เทียมจรัส, วันธงชัย ชํานาญกิจ, วิรัตน์ กัลยาศิริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08b9fab0d52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51379</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2019 09:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2019 09:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศร้า! &#039;วิรัตน์ กัลยาศิริ&#039; อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ เสียชีวิตแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ย. 62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีตส.ส.สงขลาหลายสมัย และหัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสียชีวิตแล้ว ด้วยโรคมะเร็งที่โรงพยาบาลศิริราช&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายวิรัตน์ได้ป่วย รับการผ่าตัดกระดูกตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2562 และลงสู้ศึกการเลือกตั้งส.ส.ครั้งที่ผ่านมาด้วย แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายศิริโชค โสภา&amp;nbsp;อดีตส.ส.สงขลา ได้โพสต์ข้อความเมื่อเช้าานี้ ว่า &amp;quot;ขอแสดงความเสียใจและอาลัยยิ่งกับครอบครัวกัลยาศิริ ( อดีต ส.ส. สงขลา เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ ) กับการจากไปของท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ ขอให้ดวงวิญญาณท่านวิรัตน์ไปสู่สุคติในสัมปรายภพด้วยเทอญ ด้วยรักและอาลัย&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51379</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปชป., ประชาธิปัตย์, วิรัตน์ กัลยาศิริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191129/image_big_5de0803bdff42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งเคาะปาร์ตี้ลิสต์ แบไต๋ยึดสูตรกรธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้เวลาทำงาน! &amp;quot;แสวง&amp;quot; เผย กกต.มอบหมายให้สำนักงานไปศึกษาวิธีคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคการเมือง และนักวิชาการเคยเสนอ หลังศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง แต่ยืนยันมีสูตร กรธ.และเผยแพร่มา 2 ปีแล้ว ยันทันวันที่ 9 พ.ค.แน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงภายหลังการประชุม กกต.วันที่ 25 เมษายน ว่าที่ประชุม กกต.ได้รับทราบคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ไม่รับคำร้องของ กกต.เรื่องการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กกต.จึงจะต้องดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจในการคำนวณจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ภายหลังการประกาศผลเลือกตั้ง ส.ส.แล้ว โดยจะคำนึงถึงวิธีการตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 ที่สำนักงาน กกต.เสนอให้ กกต.พิจารณา หรือวิธีการคำนวณอื่นๆ อย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้จำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ที่ประชุม กกต.มอบหมายให้สำนักงานไปศึกษาวิธีคำนวณที่นักวิชาการ พรรคการเมืองเสนอ และระบุว่าเป็นวิธีการที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ว่าวิธีเหล่านั้นถูกต้องตามรัฐธรรมนูญจริงหรือไม่ ซึ่งบุคคลที่เสนอได้ส่งวิธีคำนวณให้ กกต.แล้ว อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เสนอก็ล้วนแต่อ้างว่าของตนถูกต้องตามมาตรา 128 ของ พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส. แต่คิดคำนวณออกมาได้ต่างกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแสวงชี้แจงว่า ในส่วนของสำนักงาน กกต. การคำนวณตามแบบของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ถือเป็นทางเลือกหนึ่งของ กกต. เพราะวิธีการนี้ได้เสนอมาตลอด 2 ปี ไม่เคยมีการโต้แย้ง รวมทั้งได้มีการเผยแพร่พรรคการเมืองที่ได้ติดตามก็น่าจะทราบสูตรอยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่มีผลคะแนนการเลือกตั้งออกมา แต่เมื่อมีการเลือกตั้งออกมาแล้ว และมีการเอาผลคะแนนไปคิดตามวิธีการดังกล่าว กลับท้วงว่าถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ และมีการนำเสนอวิธีการคำนวณของตัวเอง โดยบอกว่าสิ่งนี้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ กกต. ให้ไปดูแล้วนำมาเสนอ กกต. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรอบเวลาเรื่องนี้คงต้องดำเนินการโดยเร็ว เพราะถึงอย่างไรวันที่ 9 พ.ค.นี้ กกต.ต้องประกาศ ส.ส.ทั้งสองแบบไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองเลขาฯ กกต.เผยว่า ก่อนหน้านี้ กกต.ยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามาตรา 128 ของ พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส.ขัดกับมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ เมื่อศาลวินิจฉัยว่าเป็นอำนาจ กกต. เราจะพยายามหาสูตรที่ไม่ขัดกฎหมาย หากหาได้ก็ไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องกฎหมายลูกขัดกับรัฐธรรมนูญ ส่วนเมื่อ กกต.ประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว มีผู้ที่เห็นว่าการคำนวณจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อไม่ถูกต้องก็มีสิทธิไปร้องต่อศาลได้
สัญญาว่าจะให้เงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามกรณีที่ กกต. สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่, สั่งนับคะแนนใหม่ และสั่งระงับสิทธิผู้มีสิทธิเลือกตั้งไว้ชั่วคราว กกต.ไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการหาเสียงให้แก่ผู้สมัครและพรรคการเมือง ทำให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองไม่มีแนวทางในการปฏิบัติกับเรื่องดังกล่าวนั้น นายแสวงแจงว่า กรณีนี้ กกต.ได้ออกระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.ออกตาม พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 71 กรณีการให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมแก่ผู้ใด ชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัด สถานศึกษา สถานสงเคราะห์ หรือสถาบันใด รวมถึงมาตรา 73 กำหนดไว้ว่า การช่วยเหลือเงิน หรือทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใดตามประเพณีต่างๆ กระทำมิได้ โดย กกต.ได้มีหนังสือตอบข้อหารือของพรรคการเมือง ที่ได้มีหนังสือหารือเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติตามข้อดังกล่าว และแจ้งให้พรรคการเมืองทราบ พร้อมทั้งเผยแพร่ในเว็บไซต์ของสำนักงานเป็นการทั่วไปก่อนการเลือกตั้งแล้วด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กกต.ควรยึดสูตรคำนวณเพื่อให้ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ที่กำหนดให้การคำนวณดังกล่าวได้จำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรค ไม่เกินจำนวนที่พึงมี และยึดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้สังคมครหาหรือตั้งคำถามเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยไม่รับคำร้องของ กกต.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้า กกต.ปฏิบัติตามกฎหมาย จะไม่มีความสับสน คลุมเครือ และจะไม่มีคำท้วงติง แต่การกระทำที่ผ่านมายังไม่ใช่ การคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อเพื่อเติมเต็มให้พรรคการเมืองขนาดเล็กที่ได้คะแนนไม่ถึงเกณฑ์พึงมีได้ ส.ส. 1 ที่นั่ง เป็นการคำนวณที่ไม่สามารถนำมาใช้ได้ หาก กกต.ยืนยันใช้สูตรที่คำนวณส.ส.ให้พรรคเล็ก ถือเป็นการกระทำขัดรัฐธรรมนูญ กกต.ต้องรับผิดชอบกระทำของตัวเอง การกระทำที่ขัดกับรัฐธรรมนูญถือเป็นเรื่องใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าหาก กกต.ยังยืนยันการคำนวณสูตรเดิม ซึ่งต่างจากวิธีคำนวณของพรรคเพื่อไทย จะดำเนินการอย่างไรหรือไม่ นางลดาวัลลิ์กล่าวว่า การที่พรรคจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ต้องรอให้ กกต.ประกาศผลก่อน การทำงานของ กกต.ทุกขั้นตอนต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพราะเป็นประโยชน์ของประเทศและประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ กกต.มีมติให้ใบส้มนายสุรพล เกียรติไชยากร ว่าที่ ส.ส.เขต 8 เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ว่า ช่วงเช้าวันที่ 26 เม.ย. นายสุรพลจะเดินทางมาที่พรรคเพื่อไทย มาหารือกับฝ่ายกฎหมายถึงกระบวนการที่อาจใช้สิทธิ์โต้แย้ง กกต. ซึ่งตามความเห็นส่วนตัวมองว่าช่องทางหนึ่งที่สามารถทำได้คือใช้สิทธิโต้แย้งไปยังศาลปกครอง เพราะ กกต.ก็ถือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โดยฝ่ายกฎหมายจะพิจารณารายละเอียดร่วมกับนายสุรพลอีกครั้ง
กกต.เร่งรัดเกินไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เท่าที่ทราบว่ากระบวนการตัดสินเร่งรัดเกินไปหรือไม่ กกต.แจ้งข้อกล่าวหาให้นายสุรพล วันที่ 18 เมษายน นายสุรพลได้ชี้แจงรายละเอียดวันที่ 19 เมษายน จากนั้นอีก 5 วัน คือ 23 เมษายน กกต.ชี้มูลเรื่องดังกล่าวเลย ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นฝ่ายกฎหมายจะพิจารณาว่าพอจะมีทางที่รักษาสิทธิ์อย่างไรได้หรือไม่&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชุมสายกล่าวว่า จากประเด็นแจกใบส้ม ตามที่มีคนสังเกตจะทำให้พรรคถูกยุบ ตนมองว่าจะไม่ถึงขั้นยุบพรรคเพื่อไทยแน่นอน เพราะตามกฎหมายว่าด้วยการยุบพรรคระบุชัดเจนว่า หัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคต้องรู้เห็นและรับรู้กับการกระทำดังกล่าว แต่ทางแกนนำพรรคไม่ทราบเรื่องมาก่อน มารู้ภายหลังจากที่ กกต.มีมติให้ใบส้มไปแล้ว อีกทั้งจากที่ฟังนายสุรพลชี้แจงเบื้องต้น ที่นำเงินใส่ซองทำบุญถวายพระภิกษุนั้นไม่ได้เจตนาซื้อเสียง หรือจูงใจให้ผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้ เนื่องจากพระถือเป็นลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่จะใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่ยอมรับว่า กกต.แจกใบส้มต่อนายสุรพล คงจะมีผลกระทบต่อการรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลสำหรับพรรคเพื่อไทยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.รยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า คิดว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาค่อนข้างชัดเจน แปลออกมาง่ายๆ เป็นภาษาชาวบ้านได้ว่า นี่มันหน้าที่ กกต. จะมาถามศาลทำไม ซึ่งก็ตรงกับสิ่งที่ตนคิดและสงสัยมาตั้งแต่ทราบว่า กกต.ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ทุกอย่างที่ กกต.ต้องทำ ถูกกำหนดไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในรัฐธรรมนูญไว้หมดแล้ว ก็แค่เพียงทำตามเท่านั้น &amp;nbsp;มิจำเป็นต้องตีความใดๆ อีก ซึ่งเป็นสิ่งที่ กกต.ควรจะทราบตั้งแต่ก่อนวันเลือกตั้งแล้ว การประวิงเวลาเช่นนี้ ทำให้ประชาชนคิดได้ว่า กกต.ตั้งใจหาทางตีความกฎหมาย เพื่อเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะซ้ำรอย การเลือกตั้งปี 2549 และ 2557 ที่เกิดการโมฆะ และทำให้ กกต.ต้องติดคุก หนึ่งเดือนที่ผ่านมา กกต.ก็ตกเป็นจำเลยสังคมมามากแล้ว แต่หลังจากนี้ ผมเกรงว่า กกต.จะยิ่งตกเป็นจำเลยสังคมหนักกว่าที่ผ่านมา หากยังไม่สามารถทำให้ประชาชนเห็นถึงความสุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรมได้ ขอแค่เพียง กกต.อดทนให้มาก อย่าถอดใจไปก่อน เพราะผมมีความกังวลและหวั่นใจว่า กกต.อาจชิงลาออกไปก่อน หากทนแรงกดดันและรับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ไหว ส่งผลทำให้การเลือกตั้งไม่ครบองค์ประกอบ เพราะขาดผู้ที่มาจัดการเลือกตั้ง และอาจจะทำให้การเลือกตั้งเกิดปัญหากลายเป็นโมฆะได้ในที่สุด ซึ่งกรณีนี้ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้&amp;quot; รองโฆษกพรรคเพื่อชาติกล่าว
แปลกพิลึกดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ลำดับความสำคัญและตรรกะของการเลือกตั้งไทยครั้งนี้แปลกดีพิลึก แถมสังคมไทยยอมจำนนกับตรรกะและลำดับความสำคัญที่บิดเบี้ยวนี้อีก เราเลือกตั้งผ่านมา 1 เดือน แต่ไม่รู้ผลการเลือกตั้ง ไม่มีการเปิดเผยคะแนนดิบ อีกทั้ง กกต. ผู้จัดการเลือกตั้งบอกไม่ทราบว่าจะคำนวณคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อเช่นไร มีการส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ แต่ศาลบอกเป็นหน้าที่ กกต. ไม่ใช่ศาล ข่าวสารและสิ่งที่สังคมไทยรับรู้ตลอด 1 เดือน คือมีพรรคที่ได้ ส.ส. เป็นลำดับที่ 2 แย่งชิงประกาศจะตั้งรัฐบาลสืบทอดอำนาจแข่งพรรคที่ได้คะแนนนิยมอันดับหนึ่ง และมีคะแนนรวมน้อยกว่าคะแนนรวมทั้งหมดของพรรคที่ประกาศไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจในการหาเสียง แต่สังคมกลับปล่อยให้พฤติกรรมกลับหัวนี้คงอยู่ เราจะยอมให้ตรรกะบิดเบี้ยวครอบงำสังคมไทยเพราะความกลัวหรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ว่าทาง กกต.ได้ส่งคำชี้แจงมายังผู้ตรวจฯ แล้ว ตามที่ผู้ตรวจฯ ได้ให้ชี้แจงข้อกล่าวหาของผู้ร้องเข้ามาภายใน 7 วัน ขณะนี้อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการประมวลข้อมูลเอามาเทียบเคียงกับคำร้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาเรื่องการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 91 หรือไม่ ซึ่งผู้ตรวจฯ ตระหนักว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวข้องกับเงื่อนเวลาที่ต้องประกาศรับรองผล จึงได้นัดประชุมผู้ตรวจฯ นัดพิเศษในวันที่ 26 เม.ย. เวลา 09.30 น. เพื่อพิจารณาดูพยานหลักฐานต่างๆ และคาดว่าจะสามารถมีมติได้เลยว่าจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองพิจารณาวินิจฉัยหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน กกต. นายสันติพล ไชยกิจ อดีตสมาชิกพรรคเพื่อนไทย ได้รับมอบอำนาจจากนายอนุวัฒน์ วิกัยพัฒน์ อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อนไทย เข้ายื่นหนังสือถึง กกต. แจ้งหนังสือลาออกจากการเป็นกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรคเพื่อนไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสันติพลเปิดเผยว่า เนื่องจากทางกรรมการบริหารพรรคที่มีอยู่จำนวน 8 คน และสมาชิกพรรคเห็นว่าทางหัวหน้าพรรคเพื่อนไทยไม่ได้มีการดำเนินการกิจกรรมทางการเมือง ตลอดจนอุดมการณ์ของหัวหน้าพรรคเองก็ไม่มีความชัดเจน จึงขอลาออกไปทำตามอุดมการณ์ทางการเมืองของตนเอง ซึ่งขณะนี้พรรคเพื่อนไทยเหลือเพียงนายสิระ พิมพ์กลาง รักษาการเป็นหัวหน้าพรรคเพียงเท่านั้น ส่วนตนจะย้ายพรรคหรือตั้งพรรคใหม่นั้น อยู่ระหว่างการหารือกัน แต่แนวโน้มจะมีการตั้งพรรคใหม่มากกว่าที่จะย้ายไปสังกัดพรรคอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พัสวี ภัทรพุทธา ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 กทม.พรรคอนาคตใหม่ และนายชัยธวัช ตุลาธน รองเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เข้ายื่นหลักฐานเพิ่มเติมจากที่ยื่นไปเมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อขอให้นับคะแนนใหม่ในเขต 2 กทม.ทั้งเขตเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยธวัชกล่าวว่า ขณะนี้ผ่านมา 1 เดือน กกต.ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ โดยที่ผ่านมา น.ส.พัสวีได้ไปขอผลคะแนนรายหน่วยทุกหน่วยของเขต มาเปรียบเทียบกับภาพถ่ายที่ประชาชนใบรายงานผลที่ติดไว้หน้าหน่วยเลือกตั้ง พบว่ามีความผิดปกติในหลายหน่วย แยกได้เป็น 4 กรณี 1.การนับคะแนนในวันเลือกตั้งที่ 24 มี.ค. เมื่อประชาชนพบความผิดปกติและได้มีการทักท้วงกรรมการนับคะแนน จึงได้มีการแก้ไข 2.ใบรายงานผล ส.ส.5/18 มีบางหน่วยไม่ตรงกับใบขีดคะแนน (ส.ส. 5/11) 3.พบว่าใบรายงานผล ส.ส.5/18 ที่ติดอยู่หน้าหน่วยเลือกตั้งไม่ตรงกับใบ ส.ส.5/18 ที่ กกต.เขตมอบให้กับผู้สมัครภายหลังที่ไปขอคัด 4.พบว่าใบ ส.ส.5/18 ที่ กกต.เขต มอบให้กับผู้สมัครภายหลังที่ไปขอคัดพบว่ามีการขีดฆ่าแก้ไข ไม่มีการเซ็นชื่อรับรองโดยกรรมการนับคะแนน และน่าสงสัยว่าในบางจุดอาจมีการเขียนเพิ่มเติมในภายหลัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น จึงขอให้นับคะแนนใหม่ทั้งเขต เพราะการเลือกตั้งผ่านไปเดือนกว่าแล้ว ยังมีหลายกรณีที่ประชาชนสงสัย ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกมองว่าไม่สุจริต อยากให้ กกต.เร่งดำเนินการตรวจสอบและสั่งนับคะแนนใหม่ทั้งเขตเลือกตั้ง
ร้องตรวจสอบการใช้เงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรวิชัย มิ่งวงษ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 อุบลราชธานี พรรคประชาธิปไตยใหม่ พร้อมด้วยนายพยุงศักดิ์ ชอบชื่น ผู้สมัครเขต 2 แพร่, นายส่ง ใจเครือ ผู้สมัครเขต 3 ศรีสะเกษ และนายอนุรักษ์ อยู่สายชล ผู้สมัครเขต 1 สุพรรณบุรี เดินทางมายื่นร้องต่อ กกต. ขอให้ตรวจสอบกรรมการบริหารพรรคประชาธิปไตยใหม่ กับการใช้จ่ายเงินของนางแพงศรี พิจารณ์ เหรัญญิกพรรค และภรรยาของนายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายพรวิชัยเผยเหตุที่มาร้องเป็นกรณีการประชุมสามัญของพรรคเมื่อวันที่ 20 เม.ย.2562 เมื่อมีสมาชิกต้องการทวงถามเรื่องเงินช่วยเหลือเยียวยาให้แก่ผู้ลงสมัคร ส.ส.เขต จำนวน 204 คน นายสุรทิน หัวหน้าพรรคไม่ตอบ และเลิกการประชุมทันที ทั้งที่ยังมีวาระการประชุม 2-5 ไม่ได้ดำเนินการ ต่อมามีคำสั่งพรรคให้พวกตนทั้ง 4 คน พ้นจากสมาชิกภาพ จึงถือว่าการประชุมสามัญของพรรคประชาธิปไตยใหม่ไม่เป็นไปตามระเบียบวาระการประชุม นอกจากนี้ นางแพงศรี เหรัญญิกพรรค ได้แจกเงินใส่ซองขาวให้ผู้ประชุม 300-400 บาท โดยไม่ได้รับทุกคนที่มาประชุมครั้งนี้ จึงขอให้ กกต.เข้ามาตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ผู้สมัคร ส.ส. เขต 13 กทม. พรรคเพื่อไทย ยื่นเอกสารหลักฐานต่อ กกต. เพิ่มเติม กรณีก่อนหน้านี้ที่ได้ร้องว่าบัตรเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งที่ 13 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ เขตเลือกตั้งที่ 13 กทม. หายไป 180 ใบ แล้วได้รับการชี้แจงจากสำนักงาน กกต. เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ที่มีเอกสารรายงานผลการเลือกตั้ง ส.ส.5/18 ระบุว่าหน่วยดังกล่าวมีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 968 คนนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายตรีรัตน์เปิดเผยว่า ขอขอบคุณ กกต. ที่เร่งชี้แจงกรณีคำร้องของตน แต่จากการตรวจสอบเอกสารการเลือกตั้งหน้าหน่วย (ส.ส.5/5) พบว่าในเอกสารระบุจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในหน่วยดังกล่าว 841 คน ซึ่งถ่ายมาในช่วงเช้า แตกต่างจากเอกสารรายงานผลการเลือกตั้งของ กกต. (ส.ส.5/18) ที่ระบุว่าหน่วยดังกล่าวมีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 968 คน ไม่ตรงกับที่ระบุไว้หน้าหน่วย ทั้งที่เป็นหน่วยเดียวกัน จำนวนผู้มีสิทธิกลับไม่เท่ากัน เป็นไปได้อย่างไร รวมถึงลายเซ็นและชื่อของประธานกรรมการประจำหน่วยก็ไม่ตรงกันในเอกสารทั้งสอง ไม่น่าเป็นไปได้ที่จะมีประธาน 2 คน แล้วจะให้ยึดตามเอกสารใด หลังจากนี้ก็ไปยื่นเรื่องนี้ต่อ กกต.กทม.ด้วยต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า หลังวันที่ 9 พ.ค. มั่นใจว่าพรรคพลังประชารัฐจะสามารถรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างแน่นอน ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยคาดการณ์ว่ารัฐบาลจะอายุสั้น และให้ ส.ส.เร่งลงพื้นที่นั้น เป็นสิ่งที่สามารถคาดการณ์ได้ แต่ส่วนตัวตนมองว่ารัฐบาลจะอยู่นานก็ได้ โดยมีเหตุผลประกอบคือ ภาวะผู้นำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่มีความกล้าในการตัดสินใจอย่างเด็ดขาด มีทีมรัฐมนตรีที่เป็นนักบริหารมืออาชีพ มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ซึ่งจะทำให้ชาวบ้านอยู่ดีกินดี เศรษฐกิจฐานรากของประเทศดีขึ้น ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น รัฐบาลก็จะอยู่ยาวได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่าจะถอนตัวจากการเสนอชื่อชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคกับผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ว่า ขอปฏิเสธกระแสดังกล่าว เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยแสดงท่าทีหรือประกาศว่าต้องการจะลงแข่งขันชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแต่อย่างใด มีแต่สื่อนำชื่อตนไปเอ่ยถึงในเชิงรายงานข่าวเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาผมยอมรับว่ามีคนมาทาบทามจริง โดยบอกว่าอยากให้มาช่วยกันทำงานให้พรรค แต่ก็รับฟังเท่านั้นไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เพราะตอนนี้ยังมองไม่เห็นเหตุผลว่าจะเป็นหัวหน้าพรรคทำไม เพราะอยู่อย่างนี้ก็ทำงานได้อยู่แล้ว แม้ที่ผ่านมาจะไม่ค่อยแสดงบทบาทอะไรมาก ดังนั้นจะบอกว่าขอถอนตัวมันก็ไม่ใช่ เพราะผมไม่เคยบอกว่าจะลงชิงอะไร&amp;rdquo; นายพีระพันธุ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากถึงวันที่มีการคัดเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ในวันที่ 15 พ.ค. และมีคนเสนอชื่อเข้าชิงจะมีท่าทีอย่างไร นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ ขอดูท่าทีจากหลายๆ อย่างก่อนจึงจะตัดสินใจอีกครั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34491</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมสาย ศรียาภัย, ดร.รยุศด์ บุญทัน, ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส, ธนกร วังบุญคงชนะ, พรวิชัย มิ่งวงษ์, พัสวี ภัทรพุทธา, พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, รักษเกชา แฉ่ฉาย, ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์, วิรัตน์ กัลยาศิริ, สันติพล ไชยกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกศปรียา แก้วแสนเมือง, แสวง บุญมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1d010bf6b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32228</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศึกประชาธิปัตย์เสียงแตก &#039;ร่วม-ไม่ร่วม&#039; รัฐบาล??</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เลือกตั้ง 24 มี.ค.ผ่านพ้นไปเหมือนจะเรียบร้อย ล่าสุด คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศผลเขตเลือกตั้งไหนพรรคใดชนะ ท่ามกลางข้อกังขาของหลายฝ่ายในความผิดปกติ เพราะแม้ กกต.จะประกาศได้ว่าแต่ละพรรคได้จำนวน ส.ส.เขตเท่าไหร่ แต่ไม่สามารถเปิดเผยผลการนับคะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เรียกว่าการเลือกตั้งรอบนี้ยับเยิน ภาคใต้ โดนเจาะแทบทุกจังหวัด อดีตส.ส.ที่ว่าเก๋าก็ยังเสียม้าให้พลังประชารัฐ อาทิ วิรัช ร่มเย็น จังหวัดระนอง วิรัตน์ กัลยาศิริ จังหวัดสงขลา เฉลิมชัย ศรีอ่อน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่โชคดีที่จังหวัดสุราษฎร์ธานียังคงรักษาหน้าไว้ได้ เพราะ ส.ส.ประชาธิปัตย์ได้ยกจังหวัด ถือเป็นการให้บทเรียน &amp;ldquo;สุเทพ เทือกสุบรรณ&amp;rdquo; ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ที่ก่อนหน้านี้เกรี้ยวกราดใส่บ้านเก่าอย่างแสนสาหัส และหวังจะได้พื้นที่เมืองหอยใหญ่ ไข่แดง แต่สุดท้ายคว้าน้ำเหลว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนสถานการณ์จังหวัดกรุงเทพมหานครถือว่าหนักที่สุดในประวัติการณ์ จากที่เคยเป็นฐานที่มั่นครองพื้นที่มากที่สุด ประชาธิปัตย์ไม่เหลือแม้แต่เขตเดียว และที่สำคัญ เมื่อจัดลำดับคะแนนนิยมตกไปอยู่อันดับที่ 4 ซึ่งถือว่าน่าเหลือเชื่อ และกลายเป็นพรรคเพื่อไทย พลังประชารัฐ และอนาคตใหม่เข้าวินแทน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเรียกว่าหักปากกาเซียนคงไม่ผิดแปลกอะไร เพราะเดิมส่วนใหญ่วิเคราะห์ว่าพื้นที่เมืองหลวงเป็นการแข่งขันระหว่างประชาธิปัตย์และเพื่อไทย แม้กระทั่งโพลของหน่วยงานภาครัฐเองทั้ง กอ.รมน. และสันติบาลยังประเมินว่าประชาธิปัตย์จะชนะเป็นส่วนใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือแม้แต่พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นคู่แข่งขันมาโดยตลอด มีรายงานว่า &amp;ldquo;ในที่ประชุมพรรคต่างแปลกใจผลการเลือกตั้งที่เกิดขึ้น เพราะต่างมองว่าคู่แข่งคนสำคัญในสนามเลือกตั้ง กทม.คือ พรรคประชาธิปัตย์ แต่เมื่อผลการเลือกตั้งออกมากลับกลายเป็นว่า พรรคพลังประชารัฐและอนาคตใหม่มีคะแนนนิยมมากกว่า ทั้งที่ระหว่างการหาเสียงก็ไม่ได้มีกระแสเหมือนที่ออกมา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้สมัครบางรายใน กทม.ของ ปชป. บอกทำโพลของตัวเองตลอดเวลา แม้แต่ในวันสุดท้ายก่อนเลือกตั้งยังคะแนนนำ แต่เมื่อนับคะแนนผลกลับพลิกล็อด ผิดคาดอย่างไม่น่าเชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทว่าการเลือกตั้งรอบนี้ต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งว่าเกิดปัญหาจำนวนมากจนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง เช่น ประเด็นยอดผู้มาใช้สิทธิ์ไม่ตรงกับจำนวนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งส่อว่าเกิดการทุจริตในหลายพื้นที่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่เห็นเป็นรูปธรรมสุด คือ สุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัครส.ส.เขต 9 หลักสี่ กทม. พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์เรียกร้อง กกต.ตอบคำถามสังคมให้ได้ก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง เพราะเขตเลือกตั้งที่ 9 มีปัญหาบัตรเลือกตั้งมากกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ และปัญหาบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าของเขต 9 ถูกส่งไปนับคะแนนที่เขต 1 จนส่งผลให้บัตรทั้งหมดกลายเป็นบัตรเสีย กรณีดังกล่าวส่งผลกระทบกับคะแนนเสียงที่ออกมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นเดียวกับ ลีลาวดี วัชโรบล ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 กทม. พรรคเพื่อไทย ก็ระบุ กกต.เขต 1 ยอมรับว่ามีการส่งบัตรผิดพลาด แต่ระบุว่าปัญหาที่เกิดขึ้นต้องไปร้องต่อ กกต.กลางเท่านั้น ซึ่งทางพรรคจะรวบรวมหลักฐานเตรียมร้องขอความเป็นธรรมต่อไป โดย กกต.เขต 1 ก็พร้อมที่จะเป็นพยานให้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความคลุมเครืออยู่นี้ พรรคที่ได้คะแนนมากต่างทยอยประกาศตัวจัดตั้งรัฐบาล ส่วนความเคลื่อนไหวค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผมก็ถูกตั้งคำถามว่า ภายหลัง อภิสิทธิ์ ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคแล้ว จุดยืนของพรรคจะเป็นอย่างไร พรรคร่วมรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝั่งคู่แค้นของ อภิสิทธิ์ ตั้งแต่หยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรค นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม และ ถาวร เสนเนียม ยืนยันเป็นเสียงเดียวกัน ประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาลกับพลังประชารัฐได้ โดยไม่ผิดอุดมการณ์ของพรรค เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาจากระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่กระนั้น ชวน หลีกภัย ผู้อาวุธโสสูงสุดและเป็นที่เคารพของคนในพรรค ออกมาเบรกแล้วว่า เป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่ผูกพันกับพรรคแต่ประการใด และจุดยืนของพรรคจะต้องขอมติจากที่ประชุมเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; จุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์มีความอ่อนไหวและต้องคิดให้รอบคอบ หลายคนในพรรคระบุว่า หากพรรคยอมเป็นพรรคร่วมรัฐบาลจะทำให้ศักดิ์ศรีความเป็นพรรคใหญ่หายไปทันที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฉะนั้นจึงมีการแก้เกมโดยระบุว่า ร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล ต้องตัดสินใจโดยกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.)และ ส.ส.ใหม่ แต่ตอนนี้มีปัญหาว่า ส.ส.ใหม่ยังไม่ได้รับการรับรองจาก กกต. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือหมายความว่า แนวโน้มอาจต้องให้ กก.บห.รักษาการ เป็นผู้ตัดสินใจเอง ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง เท่ากับพรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านแน่นอน เพราะ กก.บห.ชุดเก่าล้วนแต่เป็นผู้สนับสนุนอภิสิทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหนือสิ่งอื่นใด นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายทางการเมือง ที่สำคัญโจทย์ใหญ่ที่สุดคือ กกต.จะต้องเคลียร์ทุกข้อสงสัยให้ได้เสียก่อน ดังนั้น สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32228</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, พรรคประชาธิปัตย์, วิรัช ร่มเย็น, วิรัตน์ กัลยาศิริ, สุเทพ เทือกสุบรรณ, เฉลิมชัย ศรีอ่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190325/image_big_5c98f0687a2e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2019 11:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2019 11:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จบปัญหาเขต3ปชป.สงขลา&#039;วิรัตน์&#039;ได้ไปต่อมาสมัครวันสุดท้ายยืนยันร่างกายยังแข็งแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;8ก.พ.62-บรรยากาศวันสุดท้ายการรับสมัครเลือกตั้งส.ส.ในจังหวัดสงขลา ที่อาคารศรีเกียรติพัฒน์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา&amp;nbsp; อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งเป็นสถานที่รับสมัครส.ส.แบบแบ่งเขตทั้ง 8 เขตของจังหวัดสงขลา คึกคักตั้งแต่เช้าทันทีเมื่อนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ผู้สมัครส.ส. เขต 3 สงขลาพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) เดินทางมาถึงพร้อมกับคณะและกองเชียร์ โดยนายวิรัตน์ ได้เดินทางมาถึงสถานที่สมัครก่อนเวลา จึงนั่งรอจนเวลา 8.30 น.จึงเข้าไปยื่นเอกสารต่อเจ้าหน้าที่รับสมัครตามขั้นตอน ก่อนที่จะได้หมายเลข 29 เป็นเลขประจำตัวผู้สมัคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ถือว่าเป็นผู้สมัครคนสุดท้ายของพรรคประชาธิปัตย์ สงขลา หลังจากที่อีก 7 คนได้สมัครเรียบร้อยแล้วในวันแรกที่เปิดรับสมัคร เนื่องจากก่อนหน้านี้ นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ประสบปัญหาเรื่องสุขภาพ ผ่าตัดเส้นทับกระดูกบริเวณหลัง อาจจะส่งผลทำให้ไม่สามารถลงสมัครส.ส. ได้&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน นายไพร พัฒโน อดีตนายเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ได้เสนอตัวต่อพรรคโดยเช้าวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ โดยให้เหตุผลว่า อยากกลับไปเป็นส.ส.และพร้อมที่จะลงสมัครส.ส.เขต 3 แทน นายวิรัตน์ กัลยาศิริ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จนกระทั่งเวลาประมาณ 16.00 น. ในวันเดียวกัน นายไพร พัฒโน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อว่าขอถอนตัวไม่ลงสมัครส.ส.แต่จะกลับมาลงสมัครนายกเทศบาลนครหาดใหญ่ในสมัยหน้าอีกครั้ง ทำเอาประชาชนสงขลา งงกันทั้งเมือง และขณะที่กระแสนายไพร พัฒโน ขอถอนตัวออกมา ชื่อของพล.ต.ท.สาคร ทองมุณี อดีตผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ถูกปั่นกระแสออกมา จนพล.ต.ท.สาคาร ทองมุณี ให้สัมภาณ์ สื่อว่า ตัดสินใจรับหน้าที่ลงสมัครส.ส.เขต 3 เนื่องจากถูกผู้ใหญ่ในพรรคทาบทาม แต่ไม่ทันข้ามคืน รุ่งขึ้นวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 พล.ต.ท. สาคร ทองมุณี ประกาศขอถอนตัวอีกคน โดยไม่บอกสาเหตุ จนกระทั่งพรรคประชาธิปัตย์มีมติให้นายวิรัตน์ กัลยาศิริ กลับมาลงสมัครส.ส. เขต 3 ดังเดิม โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯได้เซ็นหนังสือรับรองให้เมื่อกลางคืนวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา จบปัญหาผู้สมัครเขต 3 สงขลา ที่คนสงขลารอลุ้นว่าเป็นใคร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และวันนี้นอกจากพรรคประชาธิปัตย์แล้ว บรรยากาศการรับสมัครยังมีผู้สมัครจากพรรคการเมืองต่างๆเดินทางมาสมัครเช่นเดียวกัน เช่นพรรคพลังสังคม พลังประชานิยม และพรรคพลเมืองไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28608</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี, วิรัตน์ กัลยาศิริ, เขต3สงขลา, ไพร พัฒโน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190208/image_big_5c5d03c8e1f74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28422</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.จบศึกซดเกาเหลา ส่ง‘วิรัตน์’ลงส.ส.สงขลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เกือบจบไม่ลง! คณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ มีมติส่ง &amp;quot;วิรัตน์ กัลยาศิริ&amp;quot; ลงเขต 3 จังหวัดสงขลา หลังสร้างความสับสนให้กับฐานเสียงในพื้นที่ หึ่งสาเหตุหวังเด็ดเครือข่ายที่เคยสนับสนุน &amp;quot;หมอวรงค์&amp;quot; ชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลภาคใต้ กล่าวถึงกรณีการสรรหาผู้สมัครส.ส.จังหวัดสงขลา เขต 3 ซึ่งยังสร้างความสับสนให้กับฐานเสียงในพื้นที่ดังกล่าวว่า นายไพร พัฒโน อดีตนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ถอนตัวจากการสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แล้ว ซึ่งวันนี้เราจะต้องได้ตัวผู้สมัครคนใหม่ เพื่อนำไปรับฟังความคิดเห็น และเสนอต่อกรรมการสรรหาและกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ซึ่งต้องทำอย่างรวดเร็ว โดยประชุมผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายไพรถอนตัว เพราะมีปัญหาส่วนตัว พอนายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีต ส.ส.สงขลา มีปัญหาสุขภาพ ผมก็ไปทาบทามนายไพร ซึ่งเขาก็ลาออกจากนายกเทศมนตรีแล้ว แต่บังเอิญมีปัญหาส่วนตัวก็เลยลาออกจากการสมัคร ส.ส. ผมให้เขาถอนตัว ตอนนี้นายไพร ก็ว่าง เขาก็ช่วยพรรคไป จากนั้นผมก็ไปทาบทามพล.ต.ท.สาคร ทองมุณี อดีตผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เพราะเห็นว่าท่านเป็นคนหาดใหญ่ เป็นนายตำรวจที่ติดดิน ประชาชนรัก ไม่ใช้อำนาจ เป็นคนแบบเดียวกับ พล.ต.อ.สุนทร ซ้ายขวัญ อดีตรักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&amp;rdquo; นายนิพิฏฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพิฏฐ์กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีของนายวิรัตน์ นั้น กรรมการสรรหาได้ฟังความเห็นจากแพทย์ และมีมติให้นายวิรัตน์พักรักษาสุขภาพ และเมื่อสุขภาพแข็งแรงแล้วค่อยสมัครใหม่ โดยขณะนี้นายวิรัตน์มีรายชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อ ซึ่งทุกคนยืนยันว่าอยู่ในลำดับที่จะได้เป็น ส.ส.แน่นอน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ต่อมา นายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีตส.ส.สงขลา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ภายหลังมีกระแสข่าวป่วยหนักจนไม่สามารถลงสมัคร ส.ส.ได้ว่า &amp;quot;1.ผมสบายดี หมอยืนยันว่าสามารถลงสมัคร ส.ส.ได้ 2.ผมไม่ได้ขอถอนตัวจากการสมัคร ส.ส. เขต 3 สงขลา แต่ได้ยืนยันกับพรรคว่าขอลงสมัคร ส.ส. สงขลา เขต 3 ที่เดิม ส่วนพรรคจะมีมติอย่างไรเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้ากระบวนการชอบด้วยกฎหมาย และหลักประชาธิปไตย ผมเคารพ หลังจากโพสต์นี้ หากมีใครยังอ้างด้วยข้อความเท็จว่าผมป่วยจนไม่สามารถลงสมัครได้ หรืออ้างเท็จว่าผมถอนตัวจากการลงสมัคร ส.ส.สงขลา เขต 3 ด้วยความเคารพขอให้หยุดเสีย มิเช่นนั้นผมคงมีความจำเป็นต้องใช้สิทธิในการปกป้องตนเอง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่นายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีต ส.ส.สงขลา โพสต์ข้อความยืนยันที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. เขต 3 จังหวัดสงขลา ว่า วันนี้ทางคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครจะมีการประชุมโดยจะเชิญนายวิรัตน์มาชี้แจง เพื่อดูอีกครั้งว่าสุขภาพเป็นอย่างไร เพราะวันที่มีการประชุมกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ประเมินว่า หากนายวิรัตน์ลงสมัคร น่าจะมีอันตรายต่อสุขภาพ แต่ขณะนี้ทราบว่าสุขภาพดีขึ้น และคงจะมีเวลาให้คณะกรรมการสรรหาพิจารณาถึงความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ความจริงแล้วนายวิรัตน์ก็อยากลงสมัครเขต เพราะใจเขาเต็มร้อย แต่ปัญหาที่เราเป็นห่วงคือ ปัญหาสุขภาพของเขา พูดง่ายๆ คือเราต้องระมัดระวังด้วย และเราต้องมั่นใจว่านายวิรัตน์สามารถที่จะหาเสียงและทำงานให้กับประชาชนได้เป็นอย่างดี นายวิรัตน์เข้ารับการผ่าตัดเมื่อต้นปี ซึ่งปกติเวลาในการที่จะพักฟื้นก็อาจจะยาวถึง 6 สัปดาห์ และที่เราสอบถามไป ทางแพทย์ได้บอกว่าร่างกายของนายวิรัตน์อาจจะไม่เต็มร้อย แต่เมื่อเจ้าตัวยืนยันที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง เราก็จะให้คณะกรรมการสรรหาพูดคุยอีกที และจากการที่ได้สอบถามคนอื่นก็บอกว่าร่างกายของนายวิรัตน์ดีขึ้นค่อนข้างเร็ว&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่าจะให้ พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี อดีตผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวลงสมัครในเขตนี้แทนนั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า เมื่อพล.ต.ท.สาครทราบว่านายไพร พัฒโน อดีตนายกเทศมนตรีหาดใหญ่ขอถอนตัว ก็มีความประสงค์ที่จะสมัครแทน แต่ตอนนี้มีชื่อของนายวิรัตน์ ที่สมัครเข้ามาตามระบบอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ปัญหานี้จะทำให้เป็นจุดแตกหักในพรรคหรือไม่ เพราะนายวิรัตน์ถึงขั้นโพสต์ว่าหากใครออกมาอ้างเรื่องป่วยจะฟ้องร้อง หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ชี้แจงว่า ไม่มีอะไรที่ต้องแตกหักกัน แต่อาจจะเกิดความเข้าใจผิดในการสื่อสาร นายวิรัตน์คงต้องการพูดให้ชัด ว่าเขาไม่ได้ถอนตัว แต่ขณะที่ กก.บห.พิจารณาในวันนั้น ดูว่าปัญหาสุขภาพจะเป็นอุปสรรคหรือไม่ และได้มีการประเมินเบื้องต้นจึงได้มีการเปิดรับสมัครใหม่ และเมื่อเปิดรับสมัครใหม่ นายวิรัตน์ก็ยังยืนยันสมัครเข้ามา จึงต้องให้กรรมการสรรหาพิจารณา อย่างไรก็ตาม หากกรรมการสรรหาตัดสินใจให้นายวิรัตน์ลงบัญชีรายชื่อก็ต้องถามความสมัครใจจากเจ้าตัวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิรัตน์เดินทางเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โดยนายวิรัตน์ยืนยันว่า สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้นแล้ว หลังจากผ่าตัดได้พักรักษาตัวและสามารถเดินได้ อีกทั้งลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งได้ตามปกติ อาจจะยังวิ่งไม่ได้ แต่ตอนหาเสียงใช้การเดินและใช้รถ จึงมายืนยันว่าจะขอลงสมัคร ส.ส.ในเขต 3 เพราะได้สอบถามแพทย์แล้วได้รับการยืนยันว่า สุขภาพเริ่มเป็นปกติ และไม่เป็นอุปสรรคในการลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้ง แต่ในช่วงแรกขอให้ใช้ไม้เท้าเพื่อความปลอดภัย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอยืนยันว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในระบบเขตเท่านั้น หากไม่ได้ลงก็จะขอเป็นสมาชิกพรรค ไม่ลงในระบบบัญชีรายชื่อ เพราะเห็นว่ามีผู้ใหญ่ในพรรคหลายคนมีความเหมาะสมที่จะลงในระบบบัญชีรายชื่อมากกว่า&amp;quot; นายวิรัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่แกนนำพรรคมีความเป็นห่วงเรื่องสุขภาพและได้มีการทาบทามคนอื่นลงสมัครรับเลือกตั้งแทนนั้น นายวิรัตน์บอกว่า ได้พูดคุยและชี้แจงผู้ใหญ่ในพรรคแล้ว รวมทั้งนายนิพิฏฐ์ที่ดูแลพื้นที่ภาคใต้ และได้ให้นายนิพิฏฐ์คุยกับแพทย์แล้ว แพทย์ก็ยืนยันว่าสุขภาพของตนไม่เป็นอุปสรรคกับการหาเสียง และในส่วนของ พล.ต.ท.สาคร ที่มีการทาบทามมา ตนก็รู้จักกันดี เพราะเป็นคนอำเภอหาดใหญ่ และไม่ได้มีปัญหา แต่ไม่ว่าพรรคจะตัดสินใจอย่างไร เชื่อว่าต้องมีเหตุผลที่ชี้แจงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค ในฐานะกรรมการสรรหา แถลงภายหลังการพิจารณาผู้สมัครส.ส.เขต 3 จังหวัดสงขลา ว่าเมื่อวันที่ 1 ก.พ. กก.บห.มีมติเปลี่ยนตัวผู้สมัครในเขต 3 นั้น เนื่องจากนายวิรัตน์มาประชุมด้วยร่างกายที่ไม่แข็งแรงและอ่อนแอมาก &amp;nbsp;เดินได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องนั่ง ดังนั้น ที่ประชุมจึงได้มอบให้นายนิพิฏฐ์ ซึ่งดูแลภาคใต้ ไปสอบถามแพทย์และประเมินว่านายวิรัตน์พร้อมลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งวันนั้นทุกคนเห็นว่าสภาพของนายวิรัตน์ไม่พร้อม จึงมีมติให้รับสมัครใหม่ ซึ่งเมื่อรับสมัครใหม่อีกครั้ง ปรากฏว่าก็ยังมีผู้สมัครเพียงคนเดียว และวันนี้นายวิรัตน์ก็ได้มาชี้แจงต่อคณะกรรมการสรรหา โดยขึ้นบันไดมาเองได้ และเดินคล่องแคล่ว ในขณะที่วันที่ 1 ก.พ. ต้องขึ้นลิฟต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายวิรัตน์มายืนยันว่าทำงานได้เต็มที่ และขอเวลาสองอาทิตย์ที่จะพึ่งไม้เท้า หลังจากนั้นจะไม่ใช้ไม้เท้าและเดินหน้าหาเสียง ซึ่งทางกรรมการสรรหาพิสูจน์แล้วว่านายวิรัตน์มาด้วยตัวเอง เข้มแข็งจริง และหลังจากที่พูดคุยซักถามแล้วทางกรรมการสรรหาก็พอใจ ขั้นตอนต่อจากนี้คือประกาศรับฟังความคิดเห็น ซึ่งคาดว่ากรรมการสรรหาจะส่งเรื่องให้ กก.บห.ได้ในวันพรุ่งนี้ (6 ก.พ.) ส่วน พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี อดีตผู้บัญชาการท่องเที่ยว ที่มีข่าวว่าจะลง ส.ส.เขตดังกล่าวนั้น ไม่ได้สมัคร&amp;rdquo; นายจุติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวฝั่งนายวิรัตน์ระบุว่า การเปลี่ยนตัวผู้สมัครเขต 3 ครั้งนี้เป็นที่น่าแปลก วันที่ 31 ม.ค. นายวิรัตน์ออกจากโรงพยาบาล วันที่ 1 ก.พ. มาปรากฏตัวที่ประชุมพรรค นายอภิสิทธิ์กับนายนิพิฏฐ์ต้องการให้นายเจือ ราชสีห์ ลงแทนนายวิรัตน์ โดยบอกว่าสุขภาพไม่ดี พอช่วงเย็นก็เปลี่ยนตัวนายเจือมาเป็นนายไพร จากนั้นนายไพรกลับมายื่นหนังสือลาออก แต่ให้มีผลในวันที่ 4 ก.พ. จู่ๆ ช่วงเย็นนายไพรแจ้งในไลน์กลุ่มพรรคว่าขอถอนตัวโดยไม่แจ้งเหตุผล จากนั้น นายนิพิฏฐ์สนับสนุน พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี มาสมัครแทน จึงเกิดมีการเจรจากัน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด &amp;nbsp;5 ก.พ. กรรมการสรรหายอมเสนอชื่อนายวิรัตน์คนเดียว ให้ กก.บห.ตัดสินในวันที่ 6 ก.พ.นี้ จึงเป็นน่าสังเกตว่าผู้สมัคร ส.ส.ที่เคยสนับสนุน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ชิงหัวหน้าพรรคหลายคนไม่ได้ลง ส.ส.เขต เช่น นายเจือ ราชสีห์ นายศุภชัย ศรีหล้า จ.อุบล นายวิชัย ล้ำสุทธิ จ.ระยอง แล้วมาถึงนายวิรัตน์ โดยอ้างเหตุสุขภาพ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28422</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสงขลา, พรรคประชาธิปัตย์, วิรัตน์ กัลยาศิริ, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190205/image_big_5c59a20a494d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28377</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2019 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2019 16:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.ยุติเกาเหลาเขต 3 สงขลา&#039;วิรัตน์&#039;เดินขึ้นบันไดสมัครส.ส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.พ.62 - &amp;nbsp; นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค ในฐานะกรรมการสรรหา กล่าวภายหลังการพิจารณาผู้สมัครส.ส.เขต 3 จังหวัดสงขลา ว่า เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่คณะกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) มีมติเปลี่ยนตัวผู้สมัครในเขต 3 &amp;nbsp; นั้น เนื่องจากนายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีตส.ส.สงขลา มาประชุมด้วยร่างกายที่ไม่แข็งแรงและอ่อนแอมาก เดินได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องนั่ง ดังนั้น ที่ประชุมจึงได้มอบให้นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคใต้ ไปสอบถามแพทย์และประเมินว่านายวิรัตน์พร้อมลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งวันนั้นทุกคนเห็นว่าสภาพของนายวิรัตน์ไม่พร้อม จึงมีมติให้รับสมัครใหม่ ซึ่งเมื่อรับสมัครใหม่อีกครั้ง ปรากฏว่าก็ยังมีผู้สมัครเพียงคนเดียว และวันนี้นายวิรัตน์ก็ได้มาชี้แจงต่อคณะกรรมการสรรหา โดยขึ้นบันไดมาเองได้และเดินคล่องแคล้ว ในขณะที่วันที่ 1 ก.พ. ต้องขึ้นลิฟต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คุณวิรัตน์มายืนยันว่าทำงานได้เต็มที่ และขอเวลาสองอาทิตย์ที่จะพึ่งไม้เท้า หลังจากนั้นจะไม่ใช้ไม้เท้าและเดินหน้าหาเสียง ซึ่งทางกรรมการสรรหาพิสูจน์แล้วว่าคุณวิรัตน์มาด้วยตัวเอง เข้มแข็งจริง และหลังจากที่พูดคุยซักถามแล้วทางกรรมการสรรหาก็พอใจ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวว่า ขั้นตอนต่อจากนี้คือประกาศรับฟังความคิดเห็น ซึ่งคาดว่ากรรมการสรรหาจะส่งเรื่องให้กก.บห.ได้ในวันพรุ่งนี้ (6 ก.พ.) ส่วนพล.ต.ท.สาคร ทองมุณี อดีตผู้บัญชาการท่องเที่ยว ที่มีข่าวว่าจะลงส.ส.เขตดังกล่าวนั้น ไม่ได้สมัคร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28377</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุติ ไกรฤกษ์, ลงสมัครส.ส.เขต3 สงขลา, วิรัตน์ กัลยาศิริ, เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190205/image_big_5c59537e85d55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
