<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79859</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2020 15:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2020 15:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮ!บัตรคนจนรับเพิ่มอีก500บาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.2563 นางสาววิลาวรรณ พยาน้อย รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 ต.ค.2563 ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้รับวงเงินเพิ่มเติมในบัตรอีกจำนวน 500 บาท และในวันที่ 1 พ.ย. และ 1 ธ.ค. 2563 ผู้ถือบัตรจะได้รับวงเงินเพิ่มเติมจำนวนดังกล่าว ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เห็นชอบมาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ ตามโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยเพิ่มวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรมให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 14 ล้านคน จำนวน 500 บาท/คน/เดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือน ต.ค.- ธ.ค. 2563 โดยผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท/ปี จะได้รับ (300+500) รวมเป็น 800 บาท/เดือน และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีรายได้เกิน 30,000 บาท/ปี จะได้รับ (200+500) รวมเป็น 700 บาท/เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอย้ำว่า วงเงินที่ได้รับ ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้ การใช้จ่ายดังกล่าวสามารถนำไปใช้ที่ร้านธงฟ้าประชารัฐที่รับชำระค่าสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (EDC) หรือร้านค้าที่รับชำระเงินผ่านแอพพลิเคชันถุงเงินประชารัฐ หากมีข้อสงสัย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Call Center กรมบัญชีกลาง หมายเลข 02 270 6400 ในวัน เวลาราชการ&amp;rdquo; นางสาววิลาวรรณ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79859</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบัญชีกลาง, บัตรคนจน, วิลาวรรณ พยาน้อย, แจกเพิ่ม 500 บาท, โอนเงินบัตรคนจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200916/image_big_5f61fb0ad4420.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77658</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2020 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2020 18:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รอเลยคลังพร้อมโอนเงินผู้สูงอายุ-พิการ 17 ก.ย.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย. 63 - นางสาววิลาวรรณ พยาน้อย รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางได้โอนเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการ ประจำเดือนกันยายน 2563 เข้าบัญชีเงินฝากธนาคารให้ผู้มีสิทธิในวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิสามารถตรวจสอบยอดเงินในบัญชีได้ (ตามระยะเวลาของการดำเนินการของแต่ละธนาคาร) กรณีผู้มีสิทธิที่ไม่มีบัญชีธนาคาร กรมบัญชีกลางจะโอนเงินไปยัง อปท.เพื่อจ่ายเป็นเงินสดให้แก่ผู้มีสิทธิต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77658</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กรมบัญชีกลาง, วิลาวรรณ พยาน้อย, เบี้ยคนพิการ, เบี้ยผู้สูงอายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200916/image_big_5f61fafba4df0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2020 17:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2020 17:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บัญชีกลางเร่งจัดสรรงบเบี้ยผู้สูงอายุและเบี้ยความพิการของอปท. เดือนส.ค. 63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค. 63นางสาววิลาวรรณ พยาน้อย รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่ได้กำหนดปฏิทินการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเงินเบี้ยความพิการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งต่อมากรมบัญชีกลางได้ตรวจสอบข้อมูลพบว่างบประมาณในบัญชีเงินฝากคลังของ อปท. บางแห่งในระบบ GFMIS ไม่เพียงพอจ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงิน ทำให้ต้องมีการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม

&amp;ldquo;กรมบัญชีกลางใส่ใจและพร้อมดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึง จึงเร่งดำเนินการและพร้อมจ่ายเงิน เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเงินเบี้ยความพิการของ อปท. ตามกำหนดเดิมในวันที่ 10 ส.ค. 63 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำให้ สถ. ตรวจสอบงบประมาณให้ครอบคลุมจำนวนผู้มีสิทธิ และสอดคล้องกับปฏิทินการจ่ายฯ เพื่อให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินครบถ้วนตามกำหนดเวลา&amp;rdquo; โฆษกกรมบัญชีกลาง กล่าว

โฆษกกรมบัญชีกลาง กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเงินเบี้ยความพิการ ในเดือนถัดไป ยังคงจ่ายในวันที่ 10 ตามระยะเวลาเดิม ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Call Center กรมบัญชีกลาง 02 270 6400 ในวัน เวลาทำการ
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73906</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบัญชีกลาง, วิลาวรรณ พยาน้อย, เบี้ยผู้สูงอายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f2fd10da63ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนอย่าหลงเชื่อ รับโอนเงินชิมช้อป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อผู้อ้างสามารถดำเนินการโอนเงินคืนจากมาตรการ &amp;quot;ชิมช้อปใช้&amp;quot; พร้อมเรียกร้องค่าใช้จ่าย ยันไม่ใช่นโยบายรัฐบาล และถือว่าผิดเงื่อนไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาววิลาวรรณ พยาน้อย รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ &amp;quot;ชิมช้อปใช้&amp;quot; โดยขยายระยะเวลาการเข้าร่วมมาตรการจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2563 ซึ่งขณะนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมมาตรการและใช้จ่ายผ่านกระเป๋า G-Wallet 2 จำนวนมาก และกรมบัญชีกลางจะเริ่มทยอยโอนเงินคืน (Cash Back) รอบแรกให้กับผู้มีสิทธิ์ที่ใช้จ่ายผ่านกระเป๋า G-Wallet 2 ระหว่างวันที่ 27 กันยายน ถึง 30 พฤศจิกายน 2562 ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ที่ใช้สิทธิ์ที่ยังไม่ได้รับเงินคืน อยู่ระหว่างการตรวจสอบการใช้จ่ายของผู้มีสิทธิ์ว่าเป็นไปตามเงื่อนไขหรือไม่ โดยจะได้รับแจ้ง SMS ผ่านยังมือถือที่ลงทะเบียนไว้เท่านั้น ทั้งนี้ การรับเงินคืนตามที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขของมาตรการคือ การใช้จ่ายเงินไม่เกิน 30,000 บาท จะได้รับเงินคืน 15% หากใช้เงินตั้งแต่ 30,001-50,000 บาท จะได้รับเงินคืน 20% รวมเงินคืนสูงสุด 8,500 บาท สามารถตรวจสอบยอดเงินคืนได้ที่แอปพลิเคชันเป๋าตัง และสามารถโอนเงินคืนกลับเข้าบัญชีตนเองผ่าน Internet Banking ได้ด้วยตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกกรมบัญชีกลางกล่าวด้วยว่า ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อความจากไลน์ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และเว็บไซต์ต่างๆ ที่ระบุว่าสามารถช่วยดำเนินการการโอนเงินคืนจากกระเป๋า G-Wallet 2 เข้าบัญชีผู้มีสิทธิ์ โดยมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ซึ่งกรณีดังกล่าวไม่ใช่นโยบายของรัฐบาลและถือว่าผิดเงื่อนไขของมาตรการ จึงขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อโดยเด็ดขาด หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการรับเงินคืนสามารถสอบถามได้ที่คณะทำงานย่อยด้านกฎหมาย ส่วนกลาง โทร.0-2270-6400 กด 7 หรือสำนักงานคลังจังหวัด ในวันและเวลาทำการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52538</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิลาวรรณ พยาน้อย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191215/image_big_5df6326e93e7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51179</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนอย่าเชื่อรบ.แจกหัว2พัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมบัญชีกลางเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพลวงรัฐบาลจะแจกเงินให้คนละ 2 พันบาท พร้อมขอเลขบัญชีธนาคาร เชื่อเอาไปใช้ในทางมิชอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาววิลาวรรณ พยาน้อย รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง แจ้งว่า กรมบัญชีกลางขอแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพออกอาละวาด หลังได้รับร้องเรียนจากประชาชนมีผู้แอบอ้างว่าโทรศัพท์มาจากกรมบัญชีกลาง ใช้เบอร์มือถือหมายเลข 08-2946-4808 โดยระบุว่ารัฐบาลจะแจกเงินให้กับประชาชนคนละ 2,000 บาท พร้อมกับขอหมายเลขบัญชีธนาคารนั้น ขอยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง และขอแจ้งเตือนให้ประชาชนระมัดระวัง เพราะอาจตกเป็นเหยื่อ คนร้ายนำสมุดบัญชีไปใช้ในทางมิชอบได้ เพราะจากการที่กรมบัญชีกลางได้ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าว พบว่าไม่สามารถติดต่อได้แล้ว และไม่ใช่หมายเลขโทรศัพท์ของบุคลากรกรมบัญชีกลางตามที่มิจฉาชีพแอบอ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาววิลาวรรณกล่าวว่า กรมบัญชีกลางขอชี้แจงว่า ขณะนี้ไม่มีโครงการในการแจกเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่ประชาชนแต่อย่างใด และขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อตามที่มิจฉาชีพแอบอ้าง กรมบัญชีกลางไม่มีนโยบายหรือแนวทางในการให้บุคลากรโทร.ขอเลขที่บัญชีธนาคารกับประชาชนไม่ว่าจะภารกิจใดๆ อย่างไรก็ตาม เพื่อประโยชน์ในการติดตามข้อมูลข่าวสารต่างๆ ของกรม สามารถตรวจสอบข้อมูลและติดตามข่าวสารของกรมบัญชีกลางได้ทางเว็บไซต์ https://www.cgd.go.th และหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมบัญชีกลาง โทร.0-2270-6400 ในวันและเวลาราชการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51179</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิลาวรรณ พยาน้อย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191126/image_big_5ddd29954f8e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
