<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15454</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2018 13:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2018 13:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาคีสสส.บุกสรรพากรบี้หยุดรีดภาษี ขู่ไร้ข้อสรุปตบเท้าพบนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ส.ค. 61 - ที่กรมสรรพากร นายวิวัฒน์&amp;nbsp; ตามี่ แกนนำเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์&amp;nbsp; พร้อมด้วย นายคำรณ&amp;nbsp; ชูเดชา ผู้ประสานงานขบวนการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชน (ขสช.)&amp;nbsp; และตัวแทนองค์กรที่รับทุนทำโครงการให้กับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ทั้งกลุ่มเด็ก เยาวชน ครอบครัว สตรี คนพิการ แรงงานนอกระบบ ผู้บริโภค คนจนเมืองและชนบท กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มเกษตร กว่า 50 คน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกต่อ นายเอกนิติ&amp;nbsp; นิติทัณฑ์ประภาส อธิบดีกรมสรรพากร ผ่านนายเกรียงศักดิ์ ประสงค์สุกาญจน์ ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการกำกับและตรวจสอบภาษี เพื่อเรียกร้องให้ยุติการเก็บภาษีอย่างไม่เป็นธรรม ทั้งนี้เครือข่ายได้ชูป้ายรูปปูขนาดใหญ่สื่อถึงสรรพกร &amp;ldquo;หยุดรีดเลือดปู หยุดภาษีไม่เป็นธรรม&amp;rdquo; พร้อมข้อความเสียดสีต่างๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิวัฒน์ กล่าวว่า ทำงานกับคนด้อยโอกาส กลุ่มชาติพันธ์มายาวนาน&amp;nbsp; มีโอกาสรับทุนจาก สสส.เพื่อสร้างสุขภาวะกับกลุ่มชาติพันธ์ หากถูกเก็บภาษีแบบนี้คงต้องล้มละลาย ที่ผ่านมาถูกติดตามไล่บี้ภาษีอย่างต่อเนื่องกว่า5ล้านบาท ก่อนหน้านี้เคยมายื่นขอความเป็นธรรมเมื่อ ก.พ.61 วันนี้จึงมาติดตามความคืบหน้า คือ สรรพากรตีความเหมารวมทั้งโครงการว่าเป็น&amp;ldquo;สัญญาจ้างทำของ&amp;rdquo; รวมถึงหากโครงการไหนงบเกินกว่า1.8 ล้านบาท เข้าข่ายธุรกรรมที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้งที่ข้อเท็จจริง คือ โครงการที่ได้รับทุน สสส.อยู่ภายใต้ข้อตกลงการเป็นตัวแทนเข้าร่วมทำงานสร้างเสริมสุขภาพ หรือเรียกว่าเป็นภาคีทำโครงการลักษณะพัฒนาชุมชน เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตามกลุ่มเป้าหมาย เช่น เด็ก เยาวชน ผู้พิการ ผู้สูงอายุ รวมถึงการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการสร้างเสริมสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อเสนอและจุดยืนของเครือข่ายต่อกรมสรรพากร มีดังนี้ 1.ขอให้ยุติการจัดเก็บภาษีที่ไม่เป็นธรรม และเร่งหาข้อสรุปทบทวนการตีความโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจาก สสส. จาก&amp;ldquo;สัญญาจ้างทำของ&amp;rdquo;ให้กลับมาเป็น &amp;ldquo;สัญญาตัวแทน&amp;rdquo; โดยเร็ว โดยผู้ดำเนินโครงการต่างเสียภาษี &amp;ldquo;ค่าตอบแทน&amp;rdquo; ตามเงื่อนไขกำหนดของ สสส. อยู่แล้ว 2.ขอยืนยันว่าองค์กรภาคประชาชนที่รับทุน สสส. ไม่ใช่องค์กรแสวงหากำไร ไม่มีกำไรจากการดำเนินโครงการต่างๆ การตีความดังกล่าวของสรรพากร สร้างความเสื่อมเสียให้กับภาคีเครือข่าย ทำให้สังคมสับสนและเข้าใจผิด และ3.ขอให้พิจารณาและตอบกลับหนังสือชี้แจงข้อมูลการดำเนินการและการรับจ่ายเงินของ สสส. ตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ. 60 อ้างอิงเลขที่หนังสือ สสส.ฝ.5/323/2560 ที่ลงนามโดย พลเรือเอกณรงค์&amp;nbsp; พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการกองทุน สสส.ในขณะนั้น ซึ่งได้ชี้แจงไว้ชัดเจนถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เหตุใดกรมสรรพากรจึงไม่นำมาพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายคำรณ กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนำความเสียหายมาสู่ประเทศชาติโดยส่วนรวม&amp;nbsp; สร้างความหวาดกลัวให้กับคนทำงานด้านสังคมที่ดำเนินงานในลักษณะไม่ใช่องค์กรแสวงหากำไร แต่กลับถูกเรียกเก็บภาษีเช่นเดียวกับองค์กรแสวงหากำไร กลุ่มธุรกิจ&amp;nbsp; และยังคำนวณการจัดเก็บภาษีย้อนหลังซึ่งไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง&amp;nbsp; แม้ที่ผ่านมาพบว่ามีความพยายามของรองนายกรัฐมนตรี พลเอกฉัตรชัย&amp;nbsp; สาลิกัลยะ ในฐานะประธานบอร์ด สสส. ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ความเป็นจริงยังพบว่าแทบทุกพื้นที่ ภาคีถูกติดตามไล่บี้ภาษีกันอย่างหนักแทบไม่ทันตั้งตัว คนทำงานบางรายที่ป่วยนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล อาการทรุดเมื่อรู้ว่าต้องโดนภาษีอย่างไม่เป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อยากตั้งคำถามในการทำงานของกรมสรรพากร โดยเฉพาะการออกมาตรการหลายอย่างที่เอื้อให้กับนายทุน กลุ่มธุรกิจที่มีกำไร แต่กลับมาขูดรีดภาษีกับองค์กรภาคสังคมที่ไม่มีกำไรอย่างเอาเป็นเอาตาย หากไม่ได้รับข้อยุติ ภาครัฐจะสูญเสียคนทำงานภาคสังคมที่จะมาทำงานสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการแบ่งเบาภาระ ช่วยทำงาน และลดความเหลือมล้ำในระบบราชการที่ประชาชนเข้าไม่ถึง ทั้งนี้หากยังไม่มีความชัดเจน เครือข่ายจำเป็นต้องรวมตัวกันเพื่อไปยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีต่อไป&amp;rdquo; นายคำรณ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภายหลังยื่นหนังสือ ทางกรมสรรพกรได้เชิญตัวแทนเครือข่ายฯเข้าหารือ โดย นายคำรณ เปิดเผยภายหลังการหารือว่า นายเกรียงศักดิ์ ได้แสดงความห่วงใย และยืนยันว่าสรรพกรไม่ได้นิ่งนอนใจ ยืนยันกับภาคประชาชนว่า ขอให้ความมั่นใจว่าเรื่องนี้จะเป็นไปในทิศทางที่ดีและไม่ทำให้คนทำงานต้องเสียหาย ข้อสรุปที่ได้จะเป็นเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างแน่นอน แต่ต้องเข้าใจว่าเราทำงานร่วมกัน 3 ฝ่าย คือ สรรพากร สสส. และ สตง. ซึ่งจะต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมเพื่อเร่งให้ได้ข้อสรุปภายในสิ้นเดือนนี้และจะมีการแถลงอย่างเป็นทางการต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15454</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสรรพากร, คำรณ ชูเดชา, ภาคีสุขภาพ, รีดภาษี, วิวัฒน์ ตามี่, สสส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180815/image_big_5b73c901979e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
