<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78973</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2020 15:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2020 15:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บินไทยพร้อมให้บริการ 15 เที่ยวบินพิเศษไปยุโรป-ไต้หวัน-ฮ่องกง เดือนต.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย. 2563 &amp;nbsp;นายวิวัฒน์ ปิยะวิโรจน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทยฯ เปิดเผยว่า การบินไทยให้บริการเที่ยวบินพิเศษสำหรับผู้โดยสารที่มีความจำเป็นต้องเดินทาง อาทิ ผู้โดยสารชาวต่างชาติที่มีถิ่นพำนักในยุโรป ฮ่องกง และไต้หวัน ที่ต้องการเดินทางกลับประเทศเพื่อกลับไปพบครอบครัว นักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการเดินทางไปศึกษาต่อ การเดินทางเพื่อธุรกิจ หรือผู้ที่ประสงค์จะเดินทางต่อไปยังเมืองอื่นๆ โดยจัดเที่ยวบินพิเศษ รวม 15 เที่ยวบิน ในเดือนตุลาคม 2563 ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- เที่ยวบินที่ ทีจี 916 เส้นทาง กรุงเทพฯ-ลอนดอน จำนวน 4 เที่ยวบิน ในวันที่ 4, 11, 18 ตุลาคม 2563 &amp;nbsp;ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 12.50 น. ถึงลอนดอน เวลา 19.10 น. (เวลาท้องถิ่น) และวันที่ 25 ตุลาคม 2563 ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 13.20 น. ถึงลอนดอน เวลา 19.35 น. (เวลาท้องถิ่น)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- เที่ยวบินที่ ทีจี 950 เส้นทาง กรุงเทพฯ-โคเปนเฮเกน จำนวน 4 เที่ยวบิน ในวันที่ 4, 11, 18 ตุลาคม 2563 ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 06.50 น. ถึงโคเปนเฮเกน เวลา 13.05 น. (เวลาท้องถิ่น) และวันที่ 25 ตุลาคม 2563 ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 06.50 น. ถึงโคเปนเฮเกน เวลา 12.35 น. (เวลาท้องถิ่น)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- เที่ยวบินที่ ทีจี 960 เส้นทาง กรุงเทพฯ-สตอกโฮล์ม จำนวน 1 เที่ยวบิน ในวันที่ 14 ตุลาคม 2563 ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 07.05 น. ถึงสตอกโฮล์ม เวลา 13.10 น. (เวลาท้องถิ่น)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- เที่ยวบินที่ ทีจี 638 เส้นทาง กรุงเทพฯ-ฮ่องกง จำนวน 2 เที่ยวบิน ในวันที่ 21 ตุลาคม 2563 ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 13.55 น. ถึงฮ่องกง เวลา เวลา 17.40 น. (เวลาท้องถิ่น) และวันที่ 28 ตุลาคม 2563 ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 14.00 น. ถึงฮ่องกง เวลา เวลา 17.45 น. (เวลาท้องถิ่น)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- เที่ยวบินที่ ทีจี 632 เส้นทาง กรุงเทพฯ-ไทเป จำนวน 4 เที่ยวบิน ในวันที่ 8, 16, 23 ตุลาคม 2563 ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 08.25 น. ถึงไทเป เวลา 13.05 น. (เวลาท้องถิ่น) และวันที่ 30 ตุลาคม 2563 ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 08.15 น. ถึงไทเป เวลา 12.45 น. (เวลาท้องถิ่น)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งบริษัทฯ จำหน่ายบัตรโดยสารเที่ยวบินพิเศษทั้ง 5 เส้นทางดังกล่าว เป็นบัตรโดยสารแบบเที่ยวเดียว มีที่นั่งจำนวนจำกัด ผู้โดยสารสามารถใช้บัตรโดยสารเดิม หรือบัตรโดยสารรางวัล ROP ในเที่ยวบินพิเศษนี้ได้ โดยเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด ผู้สนใจสามารถสำรองที่นั่ง ออกบัตรโดยสาร พร้อมกรอกข้อมูลการเดินทางตามข้อกำหนดของสหราชอาณาจักร เดนมาร์ก สวีเดน ฮ่องกง และไต้หวัน ได้ที่ https://www.thaiairways.com/th_TH/book/offers/special_offers/special_flights.page และที่สำนักงานขายการบินไทย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ THAI Contact Center โทร. 0-2356-1111 ระหว่างเวลา 08.00 น.-20.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้ทำการขนส่งสินค้าในเที่ยวบินทั้งขาไปและขากลับด้วย สำหรับเที่ยวบินขากลับ บริษัทฯ ได้ให้ความร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิบัติภารกิจรับคนไทยที่มีความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศอย่างต่อเนื่อง ผู้โดยสารในเมืองข้างต้นที่ต้องการเดินทางกลับประเทศไทย สามารถติดต่อเพื่อลงทะเบียนก่อนการเดินทาง หรือตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สถานเอกอัครราชทูต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงจัดเที่ยวบินพิเศษอย่างต่อเนื่อง ด้วยความใส่ใจทั้งด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย โดยให้บริการภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยมีการทำ Physical Distancing ในทุกขั้นตอนการโดยสาร เพื่อให้ผู้โดยสารเดินทางอย่างมั่นใจในทุกเที่ยวบิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78973</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทยฯ, วิวัฒน์ ปิยะวิโรจน์, เดือนตุลาคม, เปิดเที่ยวบินพิเศษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181109/image_big_5be4f34d79de4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67128</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลล้มละลายรับขอฟื้นฟูบินไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ศาลล้มละลายกลาง&amp;quot; รับคำร้องฟื้นฟูการบินไทยแล้ว นัดไต่สวน 17 ส.ค. &amp;quot;เจ้าจำปี&amp;quot; แจ้ง &amp;nbsp;ตลท.ทันทีให้บริษัทอีวายฯ และ 5 บอร์ดบริษัททำแผน &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ลำดับไทม์ไลน์การฟื้นชีพ อุบไต๋อนาคตจะกลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจอีกรอบหรือไม่ &amp;quot;ไพรินทร์&amp;quot; หวั่นผิดกฎหมาย ป.ป.ช.ขอไขก๊อกพ้นบอร์ดมีผลทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่ 27 พ.ค. ศาลล้มละลายกลางได้ออกประกาศว่า ศาลมีคำสั่งคดีดำ ฟฟ 10/2563 กรณีคำร้องขอฟื้นฟูที่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ กบท.ซึ่งเดินทางมายื่นคำร้องขอทำแผนฟื้นฟูกิจการเพื่อเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 26 พ.ค. โดยศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ และนัดไต่สวนวันที่ 17 ส.ค.63 เวลา 09.00 น. โดยให้ประกาศคำสั่งรับคำร้องขอและวันเวลานัดไต่สวนในหนังสือพิมพ์รายวันที่แพร่หลายอย่างน้อย 1 ฉบับ ไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง &amp;nbsp;ห่างกันไม่เกิน 7 วัน กับให้ส่งสำเนาคำร้องขอแก่เจ้าหนี้ทั้งหลายตามบัญชีรายชื่อเจ้าหนี้ และแก่นายทะเบียนหุ้นส่วน บริษัท หรือนายทะเบียนนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง กรมบังคับคดี และให้ส่งให้แก่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตามมาตรา 90/9 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ให้ประกาศวันเวลานัดไต่สวนโดยวิธีลงโฆษณาทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศอีกทางหนึ่ง หากเจ้าหนี้ประสงค์คัดค้าน ให้ยื่นคำคัดค้านก่อนวันนัดไต่สวนนัดแรกไม่น้อยกว่า 3 วัน มิฉะนั้นถือว่าไม่คัดค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล รองประธานกรรมการคนที่ 2 รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ การบินไทย ทำหนังสือที่ กบ 01/356 ชี้แจงกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย &amp;nbsp;(ตลท.) ชี้แจงสรุปการยื่นฟื้นฟูกิจการว่า ได้เสนอให้บริษท อีวาย คอร์ปอเรท แอดไวซอรี่ เซอร์วิสเซส &amp;nbsp;จำกัด ร่วมกับ พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน, นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล, นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, &amp;nbsp;นายบุญทักษ์ หวังเจริญ และนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการของบริษัทฯ เป็นผู้ทำแผน โดยหากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้บริษัทฟื้นฟูกิจการและตั้งผู้ทำแผนแล้ว ผู้ทำแผนที่ได้รับการแต่งตั้งจากศาลจะมีอำนาจและหน้าที่ในการบริหารจัดการกิจการและทรัพย์สินของบริษัทต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการในครั้งนี้ จะช่วยให้บริษัทสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของแผนฟื้นฟูธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพตามขั้นตอนต่างๆ ซึ่งมีกฎหมายรองรับและให้ความคุ้มครองแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรม ทั้งบริษัทยังสามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้ในระหว่างที่อยู่ในกระบวนการฟื้นฟูกิจการ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการขนส่งผู้โดยสารไปยังจุดหมายปลายทางของการบินไทยในประเทศต่างๆ หรือการขนส่งสินค้าไปรษณียภัณฑ์ ซึ่งจะดำเนินการควบคู่ไปกับการฟื้นฟูองค์กรเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงานและพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์และการบริการให้ดียิ่งขึ้นต่อไป&amp;quot; นายจักรกฤศฏิ์ทำหนังสือแจง ตลท.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวเรื่องนี้ว่า ตั้งแต่นาทีที่ศาลรับคำร้องแล้วเท่ากับว่าขณะนี้ได้ใช้พระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา 90/12 ตั้งแต่นาทีนี้ไปเจ้าหนี้จะไม่สามารถฟ้องล้มละลายหรือทวงหนี้ได้อีก ทำได้อย่างเดียวคือยื่นขอรับชำระหนี้ ทุกอย่างต้องหยุดชะงักโดยอัตโนมัติหรือที่เรียกว่า Automatic Stay แต่การบินไทยยังทำการบินและทำธุรกิจได้ปกติ&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ต่อจากนี้การบินไทยจะมีศึกสองด้าน คือ กระบวนการฟื้นฟูและการประกอบกิจการตามปกติ ซึ่งในส่วนนี้บอร์ดการบินไทยจะเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนการฟื้นฟูนั้นเป็นเรื่องของผู้ทำแผน ซึ่งต่อไปผู้ทำแผนจะเปลี่ยนมาเป็นผู้บริหารแผน บอร์ดการบินไทยจะมีบทบาทน้อยมากในเรื่องการฟื้นฟู&amp;rdquo; นายวิษณุระบุ
รองนายกฯ กล่าวอีกว่า ตามขั้นตอนหลังจากที่ศาลล้มละลายกลางรับคำร้องแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือกระบวนการไต่สวน โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ต่อจากนั้นศาลจะมีคำสั่งว่าจะรับแผนนั้นไว้ &amp;nbsp;และหลังศาลรับคำร้องไปจนถึงดำเนินการตามแผนฟื้นฟู คาดว่าจะใช้เวลา 6 เดือน การฟื้นฟูจะใช้เวลา &amp;nbsp;5 ปีตามกฎหมาย แต่สามารถขยายเวลาได้ โดยที่ผ่านมามีบริษัทเข้าสู่การฟื้นฟู 52 แห่ง ประสบความสำเร็จประมาณ 20 แห่ง ล้มละลาย 20 แห่ง อยู่ระหว่างฟื้นฟูกว่าสิบปี 7 แห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุอธิบายอีกว่า เมื่อศาลรับแผนแล้วต้องตั้งผู้บริหารแผนซึ่งจะเป็นอีกทีมหนึ่ง เหมือนกับเป็นซีอีโอและทุกอย่างจะอยู่ที่ผู้บริหารแผน โดยไม่ต้องมารับฟังคณะกรรมการชุดของตนเอง ​เพราะไม่ใช่บอร์ดใหญ่โตมโหฬารอะไร ไม่ใช่ซูเปอร์บอร์ด เป็นเพียงมินิบอร์ด เป็นไปรษณีย์​ ไม่สามารถไปแทรกแซงได้ เพราะตาม พ.ร.บ.ล้มละลายระบุว่า หากมีผู้ใดไปวิ่งเต้นหรือรู้เรื่องอะไรแล้วนำมาเปิดเผยถือว่ามีความผิด ดังนั้นเราจะไม่ไปยุ่งอะไรกับเขา ต้องทำเฉพาะในบทบาทที่เป็นของภาครัฐ ซึ่งกรณีของการบินไทยนั้นแม้หลุดจากการเป็นรัฐวิสาหกิจแล้ว แต่มีรัฐวิสาหกิจหลายแห่งไปซื้อหุ้นกู้ของการบินไทย รัฐจึงต้องเข้าไปดูแล และการบินไทยต้องมาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิที่เป็นของรัฐ ดังนั้นจึงต้องติดต่อประสานงานกัน อีกทั้งเวลาที่จะซ่อมเครื่องบินก็ต้องประสานกองทัพอากาศ ซึ่งมันยังมีอะไรเชื่อมกันอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าหากแผนฟื้นฟูแล้วเสร็จ การบินไทยจะกลับสู่การเป็นรัฐวิสาหกิจอีกหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่เคยมีใครพูดถึง แต่ก็แล้วแต่ ปัจจุบันกระทรวงการคลังถือหุ้นอยู่ 48% และธนาคารออมสินถือหุ้นอยู่อีกรวมเป็น 49.99% ขาดอีกแค่จุดหนึ่งก็เป็นรัฐวิสาหกิจแล้ว แต่ไม่ควรไปตอบอะไร เดี๋ยวคนจะหัวเราะเยาะเอา เพราะเพิ่งล้มไปเมื่อวานซืน แล้วยังจะมาอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นางลัศนันท์ ลีลามณี เลขานุการบริษัทการบินไทย ทำหนังสือที่ กบ 01-1/157 แจ้ง &amp;nbsp;ตลท.เช่นกันว่า นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ได้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัท มีผลตั้งแต่วันที่ 26 &amp;nbsp;พ.ค.เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ในฐานะกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการติดตามการดำเนินงานการแก้ไขปัญหา บริษัท การบินไทย &amp;nbsp;จำกัด (มหาชน) กล่าวเรื่องนี้ว่า สาเหตุการลาออกของนายไพรินทร์ เนื่องจากติดข้อกฎหมายของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งนายไพรินทร์ยังพ้นจากตำแหน่ง รมช.คมนาคมไม่ถึง 2 ปี ซึ่งไม่สามารถไปนั่งเป็นกรรมการในบริษัทเอกชนได้ นอกจากนี้สมัยที่นายไพรินทร์เป็น รมช.คมนาคมได้กำกับดูแลการบินไทย จึงเกรงว่าจะมีผลประโยชน์ที่ขัดแย้งได้ จึงได้ขอลาออก เพื่อไม่ให้การฟื้นฟูการบินไทยมีปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประภาศกล่าวว่า ยังไม่มีความจำเป็นต้องตั้งกรรมการใหม่แทนนายไพรินทร์ เพราะระเบียบของ ก.ล.ต.กำหนดไว้ว่าบริษัทต้องมีกรรมการไม่น้อยกว่า 5 คน ซึ่งตอนนี้มีเกินกว่าที่ ก.ล.ต.กำหนด &amp;nbsp;และการลาออกของนายไพรินทร์ก็ไม่มีผลกระทบกับแผนฟื้นฟูการบินไทยที่อยู่ในกระบวนการของศาล&amp;nbsp;
มีรายงานข่าวแจ้งว่า หลังกระทรวงการคลังขายหุ้นออกไป 3% ทำให้การบินไทยสิ้นสภาพการเป็นรัฐวิสาหกิจแล้ว ทำให้สถานะปัจจุบันเป็นบริษัทเอกชนที่ผู้ถือหุ้นสามารถเลือกบุคคลใดก็ได้เข้ารับตำแหน่งกรรมการบริษัทตามที่เห็นสมควร ซึ่งนายไพรินทร์ก็ไม่น่าเข้าข่ายแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิวัฒน์ ปิยะวิโรจน์ รองกรรมการผู้อํานวยการใหญ่สายการพาณิชย์ (DN) การบินไทย กล่าวถึงกรณีโซเชียลมีเดียมีการแชร์ข้อมูลว่าการบินไทยมีปัญหาเรื่องการขอคืนตั๋วของลูกค้าในช่วงหยุดการบินตั้งแต่เกิดสถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่า แม้ปัจจุบันการบินไทยจะไม่ได้ทำการบินและอยู่ในช่วงฟื้นฟูกิจการ แต่การดำเนินการคืนตั๋วให้ลูกค้าไม่ได้มีปัญหา เพียงแต่มีการกำหนดเวลาคืนตั๋วเพิ่มขึ้นจาก 60 วันเป็น 180 วัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67128</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล, ประภาศ คงเอียด, ลัศนันท์ ลีลามณี, วิวัฒน์ ปิยะวิโรจน์, วิษณุ เครืองาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200527/image_big_5ece688cea586.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2018 00:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2018 09:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีจีเล็งดึงช่องข่าวละครไทยให้ผู้โดยสารชมสดบนฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บินไทย เอาใจผู้โดยสารเตรียมนำช่องข่าว-ละครไทยให้ผู้โดยสารชมแบบสดๆ บนเครื่องบิน หลังฟีดแบค LIVE TV on Board ดีงาม ช่วยเพิ่มยอดขายตั๋วได้ 5% เล็งเปิดโหวต ธ.ค.นี้ ก่อนให้บริการ เม.ย.62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิวัฒน์ ปิยะวิโรจน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทฯ มีแผนต่อยอดการให้บริการชมรายการโทรทัศน์สดบนเครื่องบิน หรือ LIVE TV on Board ซึ่งสายการบินไทยเปิดให้บริการตั้งแต่เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับจากผู้โดยสารดีมาก โดยในไตรมาส 2หรือประมาณเดือน เม.ย.62 บริษัทฯ จะเพิ่มช่องรายการโทรทัศน์ ทั้งรายการข่าว และละครไทยให้ผู้โดยสารได้ชมแบบสดผ่านจอทีวีบนเครื่องบินแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับความเพลิดเพลิน ไม่พลาดข่าวสารขณะเดินทาง และเป็นทางเลือกให้ผู้โดยสารได้รับชมรายการสดที่หลากหลายมากขึ้น จากปัจจุบันให้บริการอยู่ 4 ช่อง ได้แก่ CNN BBC NHK และ Sport 24 ซึ่งเป็นช่องรายการข่าว และกีฬาชั้นนำระดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิวัฒน์ กล่าวต่อว่า ในเดือน ธ.ค.61 บริษัทฯ มีแผนจะเปิดให้ผู้โดยสารโหวตเลือกช่องโทรทัศน์รายการข่าว และละครไทยที่ผู้โดยสารต้องการรับชมแบบสดๆ บนเครื่องบิน จากนั้นจะรวบรวมผลโหวต เพื่อติดตั้งช่องโทรทัศน์ที่ได้รับเสียงโหวตมากที่สุดต่อไป โดยบริษัทฯ ตั้งใจว่าระยะแรกอาจเพิ่ม 1-2 ช่องก่อน เพื่อดูความนิยมของผู้โดยสาร ก่อนขยายระยะที่สองต่อไป ทั้งนี้การบินไทยให้บริการ LIVE TV on Board &amp;nbsp;ฟรีแก่ผู้โดยสาร ขณะนี้มีเครื่องบินที่ติดตั้งชุดอุปกรณ์รับส่งสัญญาณ LIVE TV ในห้องโดยสารแล้ว 20 ลำ ได้แก่ เครื่องบินแอร์บัส A350-900 จำนวน 12 ลำ ทำการบินในเส้นทาง อาทิ เชียงใหม่ สิงคโปร์ โซล โตเกียว โอซากา ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ โรม มิลาน และบรัสเซลส์ และเครื่องบินโบอิ้ง 787-8 และโบอิ้ง 787-9 รวม8 ลำ ทำการบินในเส้นทาง อาทิ โตเกียว ไทเป ดูไบ เวียนนา บริสเบน โอ๊คแลนด์ และมะนิลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิวัฒน์ กล่าวด้วยว่า หลังจากเปิดให้บริการ LIVE TV on Board พบว่า สามารถช่วยเสริมจุดแข็งทางการตลาดให้การบินไทยได้อย่างดี โดยสามารถเพิ่มยอดจำหน่ายบัตรโดยสารได้มากขึ้นประมาณ 5% ในเส้นทางที่มีการให้บริการดังกล่าว ทั้งนี้คาดว่าเมื่อมีการเพิ่มช่องโทรทัศน์รายการข่าว และละครไทย ก็จะได้รับการตอบรับที่ดีเช่นกัน และช่วยเพิ่มยอดจำหน่ายบัตรโดยสารได้มากขึ้นด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นในช่วง 4-6 เดือนข้างหน้าเตรียมนำรายการละครไทยยอดฮิตและรายการข่าวของช่องชื่อดังต่างๆ นำขึ้นไปฉายบนเครื่องบินแบบเรียลไทม์เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้โดยสารนอกเหนือจากรายการกีฬาและช่องข่าวระดับโลกในปัจจุบัน นอกจากนี้การบินไทยยังตั้งเป้าเพิ่มช่องทางการซื้อตั๋วผ่านระบบดิจิทัลทั้งออนไลน์และแอพพลิเคชั่นโดยตั้งเป้าจะเพิ่มยอดขายผ่านระบบดิจิทัลให้เพิ่มขึ้น 10% จากปัจจุบันมีสัดส่วน 20% ของรูปแบบการขายทั้งหมด&amp;quot;นายวิวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21063</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, ช่องข่าว, รายการทีวี, ละครไทย, วิวัฒน์ ปิยะวิโรจน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181030/image_big_5bd7b9c6741d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2018 08:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2018 08:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บินไทยเผยทัวร์จีนหด 10% จ่อจับมือแอร์ไลน์ดึงนักท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บินไทยเผยทัวร์จีนหด 10% จ่อจับมือแอร์ไลน์จีนเปิดเกทเวย์ไทย-จีนดึงนักท่องเที่ยว ชูแผนดึงเอเซีย-ยุโรปเที่ยว 30 เมืองรองกระตุ้นยอดขายไฮซีซั่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิวัฒน์ ปิยะวิโรจน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน)เปิดเผยว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวจีนในช่วงที่ผ่านมานั้นส่งผลโดยตรงต่อตลาดการท่องเที่ยวเช่นเดียวกับการบินไทยที่พบว่าปริมาณนักท่องเที่ยวจีนที่ใช้บริการลดลง 10% ในช่วงสองไตรมาสที่ผ่านมาโดยเฉพาะเมืองรองอย่างคุณหมิงและเฉิงตูเป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามปัจจุบันการบินไทยมีสัดส่วนลูกค้าจีนเพียง 10% ของทั้งหมดดังนั้นจึงเป็นกลุ่มตลาดที่ยังมีโอกาสเติบโตและสร้างรายได้ให้กับองค์กรอีกมากในอนาคต ดังนั้นจึงได้ร่วมมือกับสายการบินเบอร์หนึ่งของจีนอย่าง China Southern Airline ซึ่งมีฝูงบินกว่า 800 ลำ โดยตั้งใจว่าจะพัฒนาเกทเวย์ ระหว่างเมืองกวางโจว-กรุงเทพ สำหรับนักท่องเที่ยวจีนและการรองรับผู้โดยสารต่อเครื่อง ดังนั้นหลังจากนี้จะมีการลงนามบันทึกความร่วมมือในทุกด้านทั้งการทำตลาด การส่งต่อผู้โดยสารไปจนถึงเรื่องเปิดเส้นทางการบินใหม่เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิวัฒน์กล่าวต่อว่าสำหรับฤดูท่องเที่ยวไฮซีซั่น 3 เดือนช่วงปลายปีนั้นเชื่อว่านักท่องเที่ยวจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง ดังนั้นจึงจับมือร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเพื่อจัดแพคเกจกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรอง โดยการบินไทยจะจัดโปรโมชั่นราคาพิเศษในการจองตั๋วไปยังสนามบินปลายทางพร้อมกรุ๊ปทัวร์พาไปเที่ยวเมืองรองใกล้เคียง โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นตลาดศักยภาพชาวเอเซีย ทั้ง อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์และจีนเป็นต้น เพื่อส่งเสริมจุดหมายปลายทางใหม่ของการท่องเที่ยวไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามสำหรับแพคเกจเมืองรองนั้นจะมี 10 รูปแบบคลอบคลุม 30 เมืองรอง อาทิ เชียงใหม่-ลำพูน-ลำปาง, กระบี่-พัทลุง-พังงาและอุดรธานี-อุบลราชธานี-ขอนแก่น เป็นต้น ดังนั้นด้วยแคมเปญดังกล่าวจึงมั่นใจว่าจะสามารถเพิ่มยอดผู้โดยสารได้แน่นอน พร้อมคาดกานณ์อัตราบรรทุกผู้โดยสารต่อเที่ยว(Cabin Factor) จะไม่ต่ำกว่า 80% ในช่วงไฮซีซั่นของปีนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มองว่าในช่วงสามเดือนนี้ตัวเลขนักท่องเที่ยวเอเซียยังคงแข็งแกร่งจึงเตรียมเพิ่มเที่ยวบินเส้นทางกรุงเทพ-ฮ่องกงและกรุงเทพ-โซลรวมถึงเส้นทางภูเก็ต-ฮ่องกงอีกด้วย ส่วนเรื่องการเปิดเส้นทางบินเข้าสหรัฐอเมริกานั้นขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมหากเปิดบินได้ภายใน1-2 ปีนั้นจะใช้เครื่องบินใหม่ไปให้บริการเพราะเป็นตลาดศักยภาพคุ้มค่ากับค่าใช้จ่าย ส่วนนักท่องเที่ยวอาเซียนที่น่าจับตามองเพื่อทำตลาดได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์และอินโดนีเซีย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20986</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, ดึงเอเซีย-ยุโรปเที่ยว, ทัวร์จีนหด, นักท่องเที่ยว, วิวัฒน์ ปิยะวิโรจน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181030/image_big_5bd7b9c6741d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
