<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116178</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 17:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 17:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039; คอนเฟิร์ม &#039;ธรรมนัส-นฤมล&#039; ถูกปลดพ้นตำแหน่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.64 - เมื่อเวลา 17.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีพระบรมราชโองการให้ 2 รัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นการปลดออกจากตำแหน่ง เนื่องจากในตัวพระบรมราชโองการได้มีการอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 171 บัญญัติไว้ว่า พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอํานาจในการให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ตามที่นายกรัฐมนตรีถวายคําแนะนํา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวว่า ซึ่งวันที่มีผลบังคับจริงคือวันที่ระบุในพระบรมราชโองการ นั่นหมายถึง ตั้งแต่เวลา 01.00 น.ของวันที่ 8 ก.ย. 2564 อย่างไรก็ตามตนเพิ่งได้ทราบข่าวว่าร.อ.ธรรมนัสแถลงข่าวว่าได้ทำจดหมายลาออก ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าจดหมายฉบับนั้นระบุวันที่เท่าไหร่ แต่สิ่งที่เป็นทางการคือให้ยึดตามพระบรมราชโองการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะต้องแต่งตั้งรัฐมนตรีคนใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทนเลยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่จำเป็น เพราะตามรัฐธรรมนูญระบุไว้เพียงแค่ให้มีรัฐมนตรีได้ไม่เกิน 36 คน ดังนั้นจะปล่อยให้ทิ้งว่างก็ได้ เพราะเนื่องจากทั้งสองตำแหน่งนี้ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ (รมช.)ไม่ใช่รัฐมนตรีว่าการ (รมว.)ส่วนงานในหน้าที่ของสองรัฐมนตรีก็จะต้องกลับคืนสู่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง เพราะอำนาจหน้าที่ของรมช.ก็เป็นไปตามคำสั่งมอบหมายจากรมว.อยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อไม่มีรมช. อำนาจเหล่านั้นก็กลับคืนสู่รมว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาล หรือไม่นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มีใครคิดหรอก มีแต่สื่อที่คิด ยืนยันเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไรในการปรับเปลี่ยนตัวบุคคล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116178</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธรรมนัส, วิษณุ, วิษณุ เครืองาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_6139e6221a648.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112657</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 08:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 08:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช.บนทางสองแพร่ง! ปมเปิดบัญชีทรัพย์สิน&#039;บิ๊กตู่-วิษณุ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค. 64 - นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ป.ป.ช.บนทางสองแพร่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.หลักกฎหมายปปช.คือ การป้องกันและปราบปรามการทุจริต&amp;nbsp; ดังนั้นกรณีใด ที่ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินหรือไม่ต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน ป.ป.ช.มีอำนาจ ที่จะกำหนดให้ยื่น หรือเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินได้ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เพราะเหตุละเมิดหลักนิติรัฐ และใช้บัญญัติวิธีวิปริต ทำให้คน 2 คนอยู่เหนือกฎหมาย คือไม่ต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน&amp;nbsp; โดยไม่คำนึงว่าประชาชนจะรู้สึกอย่างไร และเป็นเหตุให้คนทั้งหลายสงสัยจับจ้องว่ามีการทุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารลงมติว่า เพื่อให้ประชาชนมีส่วนตรวจสอบการทุจริต จึงให้ ป.ป.ช.เปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้ ป.ป.ช. ต้องอยู่บนทางสองแพร่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ไม่ยอมเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน ซึ่งผู้เสียหาย หรือกรรมการข้อมูลข่าวสารสามารถฟ้องเป็นคดีอาญาต่อศาลอาญาทุจริต และขอให้ศาลสั่งให้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินได้ และในทางการเมือง ก็จะเกิดผลกระทบครั้งใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- เห็นชอบตามคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารสั่งให้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน ก็จะให้เกิดเหตุมะรุมมะตุ้ม ตรวจสอบทรัพย์สินกันเป็นการยกใหญ่!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะไปแพร่งไหนดี?&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ (สขร.) มีมติให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต้องเปิดเผยบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี โดยให้เหตุผลว่า &amp;quot;เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบความโปร่งใสในการบริหารราชการแผ่นดิน ป้องกันการทุจริตและการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112657</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัญชีทรัพย์สิน, บิ๊กตู่, ป.ป.ช., วิษณุ, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_606414cb52dc2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108875</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 22:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ค.ยื่นซักฟอกไล่นายกฯ ตามโผไพบูลย์ปธ.แก้รธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อไทยชิงเขย่าขวัญ รบ. มีแน่ศึกซักฟอก เจอกันกลางเดือน ก.ย. &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; บอกผ่านโทรโข่งลูกหาบ พปชร.กับ ภท.ฟัดกันไม่ส่งผลต่อ รบ. ส่วน ปชป.เข็น &amp;quot;บัญญัติ&amp;quot; ไม่ขึ้น &amp;quot;ไพบูลย์&amp;quot; นั่ง ปธ.กมธ.คุมแก้ รธน. &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; การันตี พ.ร.ก.ฉุกเฉินคุ้มกันบิ๊กตู่ เอาผิดอาญายาก แต่เปิดช่องคดีแพ่ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง &amp;nbsp;ส.ส.นครราชสีมา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า แกนนำพรรคเพื่อไทยเห็นตรงกันที่จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ มาตรา &amp;nbsp;151 ในเดือน ส.ค.นี้ คาดว่าจะอภิปรายก่อนปิดสมัยประชุมในวันที่ 18 ก.ย. โดยจะประสานงานกับพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ทั้งนี้เบื้องต้นได้แจ้งแต่ละพรรคทราบแล้ว &amp;nbsp;และเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ คือไม่ต้องการปล่อยให้รัฐบาลบริหารประเทศต่อไป เพราะเกรงจะเกิดความเสียหายมากขึ้น อีกทั้งก่อนหน้านี้พรรคฝ่ายค้านเคยเสนอแนวทางการแก้ปัญหาต่อรัฐบาลไปแล้ว แต่รัฐบาลไม่ได้ดำเนินการจนส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่องโควิด-19 และวัคซีนที่เป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยเตรียมหาช่องทางกฎหมายฟ้องร้อง &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กรณีบริหารจัดการสถานการณ์โควิดล้มเหลวว่า คำว่าผิดพลาดมีความหมายหลายอย่าง ความผิดพลาดบางอย่างต้องไปดำเนินการทางการเมือง เช่นอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือตั้งกระทู้ถาม เรียกว่าเป็นการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน &amp;nbsp;แต่ความผิดพลาดใดที่เป็นเรื่องผิดกฎหมายกระทำไปโดยเจตนาหรือประมาทเลินเล่อ ก็สามารถดำเนินคดีฟ้องร้องเอาผิดได้ซึ่งก็มีการฟ้องอยู่เนืองๆ หากดูวาระการประชุมคณะรัฐมนตรีก็จะมีเรื่องฟ้องร้องรัฐบาลอยู่เสมอ โดยศาลตัดสินบางครั้งรัฐบาลก็แพ้ บางครั้งรัฐบาลก็ชนะ โดยเฉพาะที่ศาลปกครองซึ่งมีอยู่เรื่อยๆ เป็นเรื่องปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินมีข้อยกเว้นห้ามฟ้องร้องรัฐบาลหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า การฟ้องเจ้าหน้าที่ของรัฐรับผิดทางแพ่งไม่ยกเว้น คือฟ้องได้และต้องชดใช้ค่าเสียหายก็มีกันอยู่ และที่ผ่านมาก็มีการฟ้องภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และฝ่ายที่ฟ้องคือประชาชนก็ชนะสามารถเรียกค่าเสียหายได้ แต่คดีอาญาอาจจะยากเพราะกฎหมายคุ้มครองอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามแทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ว่าจะหย่าศึกของ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐกับพรรคภูมิใจไทย อย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดรอยร้าวจนทำงานร่วมกันต่อไปไม่ได้ว่า เรื่องดังกล่าวเกิดมาจากการโต้ตอบของ ส.ส.ในพรรคร่วมรัฐบาล แต่ยืนยันว่านายกฯ ไม่มีปัญหาใดๆ ในการทำงาน ยังสามารถพูดคุยกันด้วยความเรียบร้อยความเข้าใจ &amp;nbsp;ส่วนปัญหาที่กระทบกันบ้าง สุดท้ายเชื่อว่าสามารถทำความเข้าใจกันได้ด้วยดี ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดนายกฯ ขอให้คำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก ซึ่งการประชุม ครม.ทุกครั้งยังคงมีบรรยากาศการประชุมด้วยดี ไม่ได้มีการถกเถียงอะไรที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ผลการประชุมคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม &amp;nbsp;(ฉบับที่ ...) พุทธศักราช .... (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 83 &amp;nbsp;และมาตรา 91) ของรัฐสภา ซึ่งเป็นการประชุมร่วมกันนัดแรกที่มีการเลือกประธานกรรมาธิการ ผลออกมาว่าที่ประชุม กมธ.เห็นชอบให้นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ดำรงตำแหน่งประธาน กมธ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ &amp;nbsp;พรรคประชาธิปัตย์ ที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าจะได้รับการส่งชื่อชิงตำแหน่งประธาน กมธ.นั้น พบว่านายบัญญัติ เป็นเพียง กมธ.และที่ปรึกษา ขณะที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ดำรงตำแหน่งเป็น กมธ.และประธานที่ปรึกษา สำหรับรองประธาน กมธ.มี 7 &amp;nbsp;คน ประกอบด้วย นายมหรรณพ เดชวิทักษ์, นายสุทิน &amp;nbsp;คลังแสง, นายศุภชัย ใจสมุทร, นายสมชาย แสวงการ, &amp;nbsp;นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ, นายธีรัจชัย พันธุมาศ และนายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัชกล่าวว่า การพิจารณาของ กมธ.คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน เมื่อดูรายละเอียดและนำร่างของพรรคเพื่อไทยและพรรคพลังประชารัฐมาประกอบ จะทำให้การเดินหน้าพิจารณาเป็นไปอย่างรวดเร็วไม่น่าเกิน 2 สัปดาห์ &amp;nbsp;และเชื่อว่าไม่มีอะไรน่าห่วง เพราะหลักการใกล้กันและเป็นไปตามข้อบังคับข้อ 124 แต่หากมีคนสงสัยจะส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความก็ไม่ช้า เพราะในระยะนี้สามารถทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญรอไว้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในส่วนของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ท่ามกลางสถานการณ์โควิดระบาดอย่างหนัก วันเดียวกันนี้ที่รัฐสภา นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร &amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมร่วมกับวิป 3 ฝ่าย คือ วุฒิสภา, ฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยหลังการประชุมเสร็จสิ้นลง นายอนันต์ ผลอำนวย &amp;nbsp;ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า ขณะนี้การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 กระจายไปทั่วประเทศ ประชาชนมองหาที่พึ่ง ที่ประชุมมีมติให้ดำเนินการประชุมสภาต่อไป ส่วนคณะกรรมาธิการสามัญทั้ง 35 คณะ และคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดต่างๆ ที่ยังไม่หมดอายุและยังไม่มีความจำเป็นถึงที่สุด ให้ชะลอการประชุมออกไปสองสัปดาห์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108875</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัญญัติ, บิ๊กตู่, พ.ร.ก.ฉุกเฉินคุ้มกันบิ๊กตู่, พบูลย์, พปชร., วิษณุ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603cb3f2a8f7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108872</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 22:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ซื้อ‘ไฟเซอร์’ จัดหา‘โมเดอร์นา’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม.เห็นชอบ​จัดซื้อวัคซีนซิโนแวคอีก 10.9 ล้านโดส จัดหาไฟเซอร์อีก 20 ล้านโดส ไฟเขียว อภ.เป็นตัวกลางทำสัญญาซื้อ &amp;quot;โมเดอร์นา&amp;quot; ส่วน &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; &amp;nbsp;เผยสัญญาสุดโหด บางยี่ห้อไม่รับผิดชอบส่งช้า ฟ้องร้องก็ไม่ได้ &amp;quot;หมออุดม&amp;quot; ชี้ไวรัสกลายพันธุ์ทำให้ประสิทธิภาพวัคซีนลดลง ห่วง รพ.รับไม่ไหว รับ &amp;quot;ซิโนแวคภูมิต้านเดลตาต่ำ&amp;quot; ต้องบูสต์เพิ่มภูมิต้านทานฉีดเข็ม 3 ให้กลุ่มเสี่ยงบุคลากร 7 แสนคน ก่อนเล็งใช้แอสตร้าฯ-ไฟเซอร์ ศบค.เห็นชอบไฟเซอร์เป็นวัคซีนทางการแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 6 กรกฎาคม นพ.ทวีศิลป์ &amp;nbsp;วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ &amp;nbsp;ศบค. แถลงว่าการฉีดวัคซีนโควิดวันที่ 5 ก.ค.มีจำนวน &amp;nbsp;280,642 โดส ทำให้ยอดรวมสะสมการฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.มีทั้งสิ้น 11,058,390 โดส และถ้าไปดูผู้สูงอายุขณะนี้ได้ฉีดไปเพียง 0.8% ผู้มีโรคเรื้อรัง 7 &amp;nbsp;กลุ่มโรค 3.4% ดังนั้นจึงอยากขอให้กลุ่มคนวัยทำงานชักชวนญาติของท่านที่อยู่ในกลุ่มนี้ไปฉีดวัคซีน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เตรียมเสนอสัญญาจัดซื้อวัคซีนไฟเซอร์เข้าหารือในที่ประชุม ครม. สาเหตุที่ต้องนำเข้าที่ประชุม ครม.เพราะต้องขอเงินจากรัฐบาล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะซื้อทุกครั้งต้องมาขอ หากกรณีเอกชนจ่ายเงินเองโดยรัฐบาลเป็นผู้จัดซื้อให้ ซึ่งการคือวัคซีนเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ไม่เหมือนกับการซื้อของทั่วไป เพราะอำนาจอยู่ที่ฝ่ายผู้ผลิตหรือผู้ขาย และตนได้มีโอกาสดูสัญญาบางฉบับที่ สธ.นำมาให้ตรวจดู ก็รู้สึกแปลกใจ เพราะฝ่ายผู้ขายหรือผู้ผลิตบอกว่าถ้าไม่เซ็นสัญญาไม่ต้องซื้อของจากเขา และมีเงื่อนไขว่าถ้าส่งล่าช้าจะไม่รับผิดชอบ และบางยี่ห้อบอกไม่คืนเงิน และเราไปคิดค่าปรับ ยึดทรัพย์ หรือฟ้องร้องอะไรไม่ได้ และไม่รับผิดชอบความเสียหายใดๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่สำคัญคือระบุว่า ห้ามเปิดเผยสัญญา เนื่องจากการขายให้แต่ละประเทศเขียนสัญญาไม่เหมือนกัน มีทั้งเอื้ออารีและเข้มงวด ถ้าใครเอาไปเปิดเผยจะขายให้ครั้งเดียวและไม่ขายให้อีกเลย ซึ่งจะเห็นว่าที่ผ่านมาฝ่ายรัฐบาลจะไม่พูดเรื่องสัญญาการซื้อวัคซีนเลย แต่ยืนยันว่ารัฐไม่ได้โกหกหรือหลอกลวง แต่ในบางเรื่องพูดไม่ได้ ทำให้บางคนที่พยายามพูดให้ดูดี จนกลายเป็นทำให้รัฐถูกมองว่าพูดกลับไปกลับมา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า การจัดซื้อวัคซีนยี่ห้อโมเดอร์นาไม่ได้เป็นวัคซีนหลักที่รัฐประกาศ วัคซีนหลักคือรัฐบาลจัดหาให้และฉีดประชาชนฟรี ซึ่งมีอยู่ 5 ยี่ห้อ คือ ซิโนแวค, แอสตร้าเซนเนก้า, สปุตนิก วี, ไฟเซอร์ และจอห์นสันแอนด์จอห์นมัน ส่วนซิโนฟาร์มที่จัดหาโดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ก็ไม่ใช่วัคซีนหลัก เพราะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี​ แถลง​ว่า ที่ประชุม​ ครม.เห็นชอบจัดหาวัคซีนซิโนแวคเพิ่มเติม 10.9 ล้านโดส กรอบวงเงิน 6,111.41 &amp;nbsp;ล้านบาท โดยใช้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน แบ่งเป็นการจัดซื้อ &amp;nbsp;2 เดือนโดยกรมควบคุมโรค ดังนี้ จัดหาวัคซีนเพิ่มเติมในเดือน ก.ค. วงเงิน 3,894.8 ล้านบาท และจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมเดือน ส.ค. 2,169.96 ล้านบาท และมีค่าบริการจัดการวัคซีนและส่วนที่เกี่ยวข้องอีก 46.65 ล้านบาท สำหรับวัคซีนไฟเซอร์ ครม.ได้เห็นชอบให้ สธ.เป็นผู้จัดหาวัคซีนจำนวน 20 ล้านโดส โดยมอบหมายให้อธิบดีกรมควบคุมโรคเป็นผู้ลงนามในสัญญา ครม.ยังเห็นชอบการจัดทำความตกลงกับประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อรับมอบวัคซีนไฟเซอร์ที่บริจาคมาให้ประเทศไทย
ไฟเขียว อภ.ลงนามซื้อโมเดอร์นา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชากล่าวว่า ครม.ยังได้เห็นชอบให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) เป็นตัวกลางในการจัดหาวัคซีนโมเดอร์นากับบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด และมอบหมายผู้อำนวยการ อภ.เป็นผู้ลงนามในสัญญา พร้อมกับรับข้อสังเกตจากสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ไปดำเนินการให้เหมาะสมกับการเจรจาเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจาก ครม.แจ้งว่า สำหรับวาระการจัดหาวัคซีนโมเดอร์นาและไฟเซอร์นั้น ได้ถูกนำเข้าเป็นวาระลับที่สุดหรือริมแดง เมื่อ ครม.เห็นชอบแล้วเจ้าหน้าที่ได้เก็บเอกสารกลับทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ได้นำเรื่องการจัดหาวัคซีนไฟเซอร์และโมเดอร์นาตามนโยบายของ ศบค.และรัฐบาลเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. แล้ว โดย ครม.มีมติเห็นชอบให้กรมควบคุมโรคลงนามสัญญาจัดหาวัคซีนไฟเซอร์ 20 ล้านโดส และรับบริจาควัคซีนไฟเซอร์จำนวนหนึ่งจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้จากที่ได้มีการส่งร่างสัญญาให้สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) พิจารณาเงื่อนไขในร่างสัญญาทั้ง 2 &amp;nbsp;ฉบับ ทั้งของ ครม.กับไฟเซอร์และองค์การเภสัชกรรมกับโมเดอร์นา มีความเห็นและข้อเสนอแนะในการไปเจรจาเงื่อนไขต่างๆ ซึ่ง สธ.ก็รับมาและจะพยายามเจรจาให้ได้เงื่อนไขที่ดีที่สุด แต่ก็ได้ขออนุมัติกรอบใหญ่จาก ครม.ไว้แล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะไปเจรจาให้ได้เงื่อนไขที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนที่จะลงนามสัญญาต่อไป แต่ยังอยู่ในเงื่อนเวลาที่จะเจรจาได้ โดยมีเวลา 30 วันหลังจากที่ลงนามใน Term Sheet ไปแล้วก่อนลงนามสัญญาจัดซื้อ จะไม่กระทบเวลาส่งมอบวัคซีนซึ่งยังอยู่ในไตรมาสที่ 4 ส่วนวัคซีนบริจาคคาดว่าน่าจะมาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.อุดม คชินทร ที่ปรึกษาศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโคโรนาไวรัส 2019 (ศบค.) &amp;nbsp;แถลงว่า เราต้องหาวัคซีนเจเนอเรชันใหม่ที่ควบคุมตัวกลายพันธุ์ ซึ่งแม้แต่ไฟเซอร์หรือโมเดอร์นาเองก็กำลังทำวัคซีนเวอร์ชันใหม่ คาดว่าจะออกมาปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า แต่ระหว่างที่รอวัคซีนใหม่เราต้องหาวัคซีนบูสเตอร์ เพื่อเพิ่มภูมิต้านทานต่อสู้เชื้อกลายพันธุ์ ซึ่งคณะกรรมการคุยมา 2-3 เดือนเรื่องฉีดเข็ม 3 และสลับวัคซีน สำหรับ เดลตาจะไปทั่วโลก ถ้าดูข้อมูลวัคซีน ไฟเซอร์เจออัลฟาลดลง 7.5 เท่า เจอเดลตาลดลง 2.5 เท่า ส่วนแอสตร้าเซนเนก้าเจอเบตาลดลง 9 เท่า เจอเดลตาลดลง 4-3 เท่า &amp;nbsp;เป็นข้อมูลทำในประเทศอังกฤษ ส่วนซิโนแวคข้อมูลที่ สวทช.ทำกับจุฬาฯ พบว่าซิโนแวค 2 เข็ม เมื่อเจอเดลตา ภูมิลดลง 4.9 เท่า ถ้าแปลงตัวเลขทางคลินิก ไฟเซอร์ที่กระตุ้นภูมิได้สูงสุดคือวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ หมายถึงไฟเซอร์และโมเดอร์นา รองลงมาแอสตร้าฯ ที่กระตุ้นภูมิได้หลักพันต้นๆ ส่วนซิโนแวคกระตุ้นหลักหลายร้อย ก็ต้องยอมรับว่าไฟเซอร์ป้องกันได้ดีที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.อุดมกล่าวว่า ในแง่การป้องกันโรคพบว่าไฟเซอร์ป้องกันเดลตาลดลงจาก 93% เหลือ 88% แอสตร้าฯ ลดลงจาก 66% เหลือ 60% แต่ที่สำคัญคือวัคซีนที่มีตอนนี้สามารถป้องกันการนอนโรงพยาบาล เจ็บป่วยรุนแรงได้ ไฟเซอร์ป้องกันได้ 96% แอสตร้าฯ ป้องกันได้ 92% ซึ่งไม่แตกต่าง ถือว่าเท่ากัน สำหรับซิโนแวคมีข้อมูลน้อย ไม่รู้ว่าป้องกันการติดเชื้อได้เท่าไหร่ชัดเจน แต่เมื่อดูในเรื่องภูมิต้านทานที่ป้องกันเดลตาได้ไม่ดี แต่การฉีดซิโนแวค 2 เข็มสามารถป้องกันเจ็บป่วยและตายได้มากกว่า 90% &amp;nbsp;
บูสต์เข็ม 3 ให้บุคลากร 7 แสนคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทุกวัคซีนเราต้องรู้ว่าไม่มีทางป้องกัน 100% แต่ทุกตัวมีประสิทธิภาพป้องกันการป่วยรุนแรงหรือตายได้เกิน 90% แม้แต่ซิโนแวคก็สามารถป้องกันเจ็บป่วยรุนแรง จะได้ไม่ต้องเข้า รพ. เพราะตอนนี้เตียงเขียว เหลืองแดงของเราตึงมาก การฉีดวัคซีนจะทำให้บุคลากรทางการแพทย์ได้ผ่อนลงหน่อย ตอนนี้มันหนักจริงๆ ทุก รพ.ใน กทม.และ ตจว.มันหนักมาก เตียงสีแดงไม่พอ &amp;nbsp;ก่อนโควิดใน กทม.และ รพ.ใหญ่มีเตียงแดง 230 เตียง &amp;nbsp;ตอนนี้เราเบ่งไป &amp;nbsp;400 กว่าเตียง แต่หมอพยาบาลเท่าเดิม ตายวันละ 50 ป่วยใหม่วันละ 5-6 พัน แล้วจะไหวมั้ย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ปรึกษา ศบค.กล่าวถึงระยะที่ภูมิต้านทานหลังฉีดวัคซีนอยู่ได้นานแค่ไหน &amp;nbsp;นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดพบว่าหลังฉีด 3-4 เดือน ภูมิต้านทานจะเป็น &amp;nbsp;Hatf Life หรือภูมิลดลง เป็นเหตุผลทำไมเราจึงต้องการบูสเตอร์โดส แต่องค์การอนามัยโลกยังไม่ได้ออกแนวทางเป็นทางการว่าต้องฉีดเข็มที่ 3 และตอนนี้มีเพียง 2 ประเทศ คือยูเออีกับบาห์เรนที่ฉีดเข็มที่ 3 โดย 2 เข็มแรกเป็นซิโนแวค เข็ม 3 เป็นซิโนฟาร์ม เพราะหาที่อื่นไม่ได้ และยังไม่มีประเทศไหนประกาศเป็นทางการต้องฉีดเข็มที่ 3 หลักการขอให้ฉีดเข็ม 1 และเข็ม 2 ครบก่อน &amp;nbsp; เข็ม &amp;nbsp;2 จะช่วยในการป้องกันได้แน่นอน &amp;nbsp;เรื่องวัคซีนได้ตัวไหนก็ขึ้นกับบริบทแต่ละประเทศ ท่านอย่าเพิ่งไปจองเอ็มอาร์เอ็นเอเพราะอาจจะได้วัคซีนรุ่นเก่า ควรรอเอ็มอาร์เอ็นเอรุ่นใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในที่ประชุมเราคุยกันเรื่องซิโนแวค ที่ใช้ไปมากสุดคือ ในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ 7แสนคน ฉีดซิโนแวคครบ ห่างจากเข็ม 2 แล้วประมาณ 3-4 เดือน เรามีมติชัดเจน &amp;nbsp;บุคลากรทางการแพทย์จะต้องได้เข็ม 3 ก่อน ซึ่งอาจจะเป็นแอสตร้าฯ หรือเอ็มอาร์เอ็นเอ ซึ่งได้รับบริจาคจากอเมริกา 1.5 ล้านโดส ข้อมูลออกซ์ฟอร์ดฉีดแอสตร้าฯ เข็ม 3 กระตุ้นภูมิได้ 6 เท่า หลังเว้น 6 เดือนจากเข็ม 2 ถ้าฉีดซิโนแวค 2 เข็ม ประมาณ 3-4 เดือน ควรได้บูสเตอร์โดสและเป็นแพลตฟอร์มอื่น จะเป็นแอสตร้าฯ &amp;nbsp;หรือเอ็มอาร์เอ็นเอก็ได้ เราให้ศิริราช, จุฬาฯ ศึกษาเข็ม 3 &amp;nbsp;ตัวไหนเหมาะดีที่สุด อีกเดือนจะรู้ผล ซึ่งเราเป็นประเทศแรกที่จะกำหนดเป็นไกด์ไลน์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.อุดมกล่าวด้วยว่า ในอนาคตเอ็มอาร์เอ็นเอจะเป็นวัคซีนหลักแน่นอน ซึ่ง ศบค.ชุดใหญ่ก็ผ่านแล้ว เลือกไฟเซอร์ให้เป็นวัคซีนราชการ หมายถึงฉีดให้ประชาชนฟรี &amp;nbsp; แต่การที่เราสั่งไฟเซอร์แล้วยังไม่มาทันทีเพราะแย่งกันมาก อย่างไต้หวัน, สิงคโปร์ที่ฉีดไปก่อนเราก็ยังได้ไม่ครบเลย ไฟเซอร์เร็วสุดน่าจะได้ประมาณเดือน ต.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามแทนนายกฯ กรณีกลุ่มคณะแพทย์เตรียมยื่นรายชื่อ 2,200 รายชื่อเรียกร้องให้เปลี่ยนวัคซีนหลักของประเทศเป็นชนิด &amp;nbsp;mRNA ว่า ใน ครม.ได้พูดคุยในเรื่องดังกล่าว โดยพิจารณาถึงความเหมาะสมในการจัดหาวัคซีนเข้ามาให้ประชาชน ซึ่งปัจจุบันเรามีวัคซีนหลายแพลตฟอร์ม ทั้งวัคซีนเชื้อตายที่ส่วนใหญ่มาจากประเทศจีน ทั้งซิโนแวคและซิโนฟาร์ม นอกจากนั้นก็ยังมีวัคซีนที่เป็นเทคโนโลยีไวรัลเวกเตอร์ คือแอสตร้าเซนเนก้า และเทคโนโลยี mRNA วันนี้ก็ได้พิจารณาเห็นชอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการลงนามสัญญาไฟเซอร์ 20 &amp;nbsp;ล้านโดส และจำนวนวัคซีนบางส่วนที่ได้รับบริจาคมาจากสหรัฐอเมริกาด้วย ถือว่าเรามีถึง 3 แพลตฟอร์ม หวังว่าประชาชนจะมีความมั่นใจเกี่ยวกับวัคซีนที่มีอยู่.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108872</URL_LINK>
                <HASHTAG>10.9 ล้านโดส, ครม., วัคซีนซิโนแวค, วิษณุ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมออุดม, โมเดอร์นา, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210626/image_big_60d730281a790.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 11:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 11:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;ชี้รัฐบาลถูกฟ้องเป็นเรื่องธรรมดา ภายใต้พ.ร.ก.ฉุกเฉินคุมโควิดเอาผิดแพ่งพอได้แต่อาญายาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ค.64-นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคเพื่อไทยเตรียมหาช่องทางกฎหมายฟ้องร้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม บริหารจัดการสถานการณ์โควิดล้มเหลวสามารถทำได้หรือไม่ว่า ตนไม่ทราบต้องไปถามเขาเพราะเป็นคนจะฟ้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าหากรัฐบาลบริหารงานผิดพลาดประชาชนมีสิทธิฟ้องหรือไม่ รองนายกฯตอบว่า คำว่าผิดพลาดมีความหมายหลายอย่าง ความผิดพลาดบางอย่างต้องไปดำเนินการทางการเมืองเช่นอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือตั้งกระทู้ถาม เรียกว่าเป็นการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน แต่ความผิดพลาดใดที่เป็นเรื่องผิดกฎหมายกระทำไปโดยเจตนาหรือประมาทเลินเล่อก็สามารถดำเนินคดีฟ้องร้องเอาผิดได้ซึ่งก็มีการฟ้องอยู่เนืองๆ หากดูวาระการประชุมคณะรัฐมนตรีก็จะมีเรื่องฟ้องร้องรัฐบาลอยู่เสมอโดยศาลตัดสินบางครั้งรัฐบาลก็แพ้ บางครั้งรัฐบาลก็ชนะ &amp;nbsp;โดยเฉพาะที่ศาลปกครองซึ่งมีอยู่เรื่อยๆเป็นเรื่องปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ซักว่าฝ่ายค้านตั้งโจทย์ฟ้องกว้างไปใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็แล้วแต่เขาตนไม่ทราบและตนไม่มีหน้าที่ไปหาความผิดของรัฐบาลซึ่งตนคิดว่าฝ่ายค้านมีความรู้ความเข้าใจไม่เป็นไรมีการฟ้องกันมาเยอะแล้วไม่ได้ยุ่งยากอะไร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินมีข้อยกเว้นห้ามฟ้องร้องรัฐบาลหรือไม่ รองนายกฯ แจงว่า การฟ้องเจ้าหน้าที่ของรัฐรับผิดทางแพ่งเขาไม่ยกเว้น อย่างไรก็ฟ้องได้และต้องชดใช้ค่าเสียหายก็มีกันอยู่และที่ผ่านมาก็มีความฟ้องภายใต้พ.ร.ก.ฉุกเฉินและฝ่ายที่ฟ้องคือประชาชนก็ชนะสามารถเรียกค่าเสียหายได้ แต่คดีอาญาอาจจะยากเพราะกฎหมายคุ้มครองอยู่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108790</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝ่ายค้าน, ฟ้องนายกฯ, วิษณุ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e3ca3db5cdb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2021 23:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตจว.เจอแล้วโควิดทะลักจากกทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ปัดรัฐบาลลักหลับ ประกาศยกระดับพื้นที่สีแดงเข้ม 10 จังหวัด &amp;quot;ศบค.&amp;quot; น้อมรับเสียงวิจารณ์ &amp;nbsp;แจงออกเพื่อสกัดแพร่ระบาดโควิดพื้นที่เสี่ยง &amp;quot;มท.&amp;quot; สั่งกำนัน-ผญบ.-อสม.ดูแลแรงงานลอบกลับบ้าน ตำรวจสนธิกำลัง &amp;quot;กทม.-ทหาร&amp;quot; ตั้งด่าน 6 เส้นทางรอบกรุง &amp;quot;อุดรฯ&amp;quot; เจอแล้ว 2 สามีภรรยาทะลักมาจากแคมป์ก่อสร้าง กทม.ติดเชื้อโควิด-19 &amp;quot;พิษณุโลก&amp;quot; แรงงานเข้าพื้นที่แล้วกว่า 300 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. นายวิษณุ เครืองาม &amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อกำหนดของ ศบค. ที่ประกาศเมื่อตี 1 จนถูกวิจารณ์ว่ากะทันหันเกินไป ถือเป็นการประกาศแบบลักหลับว่า ไม่ได้ลักหลับหรอก เขาก็เกริ่นให้รู้ โธ่จะลักหลับอะไร ใครก็รุมด่ารัฐบาลอยู่ว่าแพลมออกมาจนพวกคนงานเขาหนีออกไปหมดแล้วตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย. แล้วก็เป็นสัญญาณให้รู้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้ทางหมอเขาขอว่าจะต้องทันที เพราะต้องชั่งน้ำหนักระหว่างผลกระทบทางเศรษฐกิจและผลกระทบในทางสุขภาพ เพราะโควิดมันรุนแรงมาก โดยเฉพาะสายพันธุ์เบตาที่ระบุไว้ในข้อกำหนด ส่วนเหตุผลที่ต้องห้ามนั่งกินในร้านอาหาร ก็คือการบริโภคอาหารนั้นมันเป็นเหตุให้ต้องถอดหน้ากากอนามัย นี่คืออันตราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. กล่าวตอนหนึ่งถึงการออกข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 25 เรื่องพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดว่า ประเด็นสำคัญคือการสกัดการแพร่ระบาดใน กทม.และปริมณฑล การสั่งปิดแคมป์ทุกแห่ง ทุกผู้รับเหมา ทุกซับคอนแทร็กต์ ส่วนโรงงานแม้ไม่ได้ปิดแต่ก็ให้เข้มข้นมาตรการบับเบิลแอนด์ซีล ร้านอาหารขอให้สั่งกลับไปทานที่บ้าน และให้ห้างสรรพสินค้าปิดในเวลา 21.00 น. รวมถึงออกข้อกำหนดเพื่อดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากมาตรการที่กล่าวมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะมีการตั้งจุดตรวจสกัดที่ต้องแสดงบัตรประชาชน เช่นเดียวกับพื้นที่อื่นๆ ที่ต้องตั้งจุดตรวจสกัดเหมือนกัน โดยจุดตรวจสกัดจะเป็นเครื่องเตือนในการลดการเดินทางให้ใช้เทคโนโลยีในการสื่อสาร ส่วนผู้ที่มีนัดฉีดวัคซีนยังสามารถเดินทางได้อยู่ เพราะเป็นการเดินทางที่เชื่อมโยงกับการควบคุมโรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คำสั่งที่ออกมาเราต้องใช้หลักกฎหมายและความรอบคอบในการเขียน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ใช้กฎหมายอย่างถูกต้อง เราน้อมรับในเสียงวิจารณ์ที่ว่าเมื่อออกข้อกำหนดแล้วยังเห็นแรงงานออกไปต่างจังหวัดจำนวนมาก ซึ่งโดยเจตนาของกฎหมาย เราอยากให้ทุกคนตั้งอยู่กับที่ แต่ประเทศไทยเรามีอิสรเสรีพอสมควร โดยตอนนี้มีข้อกำหนดฉบับนี้ออกมาก็ขอให้ทุกคนให้ความร่วมมือ ข้อกฎหมายคือข้อกฎหมาย เราไม่อยากให้ใครได้รับโทษ เจตนาของเราเพื่อนำมาเป็นกติกาในการอยู่ร่วมกันอย่างดีในสังคม รับทราบมาว่ามีคนได้รับผลกระทบจำนวนมาก แต่ตัวเลขที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ต้องหาทางช่วยกันในการลดการแพร่ระบาด&amp;rdquo; นพ.ทวีศิลป์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีที่ ศบค.ประกาศข้อกำหนดฉบับที่ 25 เพื่อคุมเข้มโครงการก่อสร้างใน กทม.จะรวมถึงการตกแต่งภายในห้างสรรพสินค้าหรืออาคารบ้านเรือนด้วยหรือไม่ แล้วกลุ่มเหล่านี้จะต้องหยุดการก่อสร้างด้วยหรือไม่ เพราะคนเหล่านี้ไม่ได้รวมอยู่ในแคมป์ก่อสร้าง โฆษก ศบค.กล่าวว่า ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายคงไม่สามารถแจกแจงได้ว่าคนกลุ่มไหนเป็นกลุ่มไหน เพราะถ้าเป็นแรงงานก็ล้วนแต่มีความเสี่ยง อาจจะทำงานที่หนึ่งแล้วพักอีกที่หนึ่ง และถ้ายังมีการทำงานอยู่ จะมีการเคลื่อนย้ายกันอยู่เรื่อยๆ อาจจะเป็นแหล่งแพร่กระจายโรค ทางคณะกรรมการที่ปรึกษา ศบค.ยังคงเน้นว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มเดียวกันทั้งหมด มีการไปมาหาสู่กัน ดังนั้นจึงสื่อความหมายว่าเป็นทุกส่วนที่เป็นแรงงาน ไม่ว่าจะมีสัญชาติไทยหรือต่างด้าว ขอให้หยุดพักกันเป็นเวลา 30 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ในฐานะคณะที่ปรึกษาด้านการสาธารณสุข ศบค. กล่าวว่า สิ่งที่ ศบค.และผู้ที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังอยู่ คือหลังจากที่ปิดไซต์ก่อสร้างและแคมป์คนงานแล้ว มีโอกาสที่แรงงานจะย้ายออก โดยเบื้องต้น ศบค.ได้แจ้งให้คณะกรรมการโรคติดต่อในแต่ละจังหวัดให้รับทราบก่อนออกมาตรการแล้วว่าให้เร่งติดตามตัวทันทีที่มีคนเดินทางจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดเดินทางเข้ามา และตอนนี้แต่ละจังหวัดได้ติดตามคนกลุ่มนี้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อในปัจจุบันที่พบสูงขึ้นต่อเนื่องจะเพิ่มขึ้นอีก เพราะเมื่อเข้าไปติดตามกลุ่มแรงงานเหล่านี้แล้วต้องเข้าไปตรวจหาเชื้อเชิงรุก ก็อาจพบขึ้นได้ เพราะบางคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ ยังไม่ได้รับการตรวจหาเชื้อ จึงไม่ทราบว่าติดเชื้อจริงหรือไม่&amp;quot; นพ.ประสิทธิ์กล่าว
คุมอยู่แรงงานทะลักไป ตจว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ามีข้อสังเกตรัฐบาลบกพร่องในการควบคุม หลังจากที่ประกาศแรงงานพากันเดินทางออกต่างจังหวัดจำนวนมาก นพ.ประสิทธิ์กล่าวว่า มองได้ 2 ด้าน ด้านหนึ่งถ้าพบผู้ติดเชื้อที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้รับการตรวจ เมื่อตรวจก็จะพบว่าติดเชื้อ เราก็สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ อีกด้านที่เป็นห่วงคือคนที่ไม่รู้ว่าติดเชื้อ และยังไม่ได้ตรวจ แล้วไปกระจายเชื้อตามที่ต่างๆและไม่มีการติดตามตัว นี่คือสิ่งที่น่ากลัว แต่เมื่อมีคำสั่งปิดต้องแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ เพื่อเตรียมการรับมือ ซึ่งตรงนี้ทราบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าพบผู้ติดเชื้อเพิ่มในหลายจังหวัดเป็นเพราะมีแรงงานกระจายตัวเข้าไปยังถือว่าควบคุมสถานการณ์ได้อยู่หรือไม่ ที่ปรึกษาด้านการสาธารณสุข ศบค.กล่าวว่า ยังเร็วเกินไป เพราะเพิ่งเห็นแค่วันเดียว ต้องขอเวลาติดตามว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อในแต่ละจังหวัดเป็นอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการเคลื่อนย้ายของแรงงานไปต่างจังหวัดว่า ได้กำชับไปแล้วว่าให้ดูแลอย่างเข้มแข็ง และให้ทำตามที่ ศบค.และ สธ.กำหนด รวมถึงกระทรวงแรงงานก็มีมาตราที่จะเยียวยาให้อยู่แล้ว ขณะนี้ยังคุมอยู่ เราดูแลให้ทุกคนอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าได้รับรายงานถึงแรงงานที่ลักลอบออกจากแคมป์คนงานอย่างไรบ้าง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ไม่มากเท่าไหร่ และเราได้ให้หน่วยทหารเข้าไปดูแลอยู่แล้ว พร้อมได้กำชับกระทรวงแรงงานให้แรงงานอยู่ในที่ที่ ศบค.กำหนด ไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ทุกคนต้องปฏิบัติตามที่ ศบค.กำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ &amp;nbsp;เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า กรณีมีการเคลื่อนย้ายไปต่างจังหวัด เฉพาะแรงงานไทยที่จะต้องถูกกักตัวที่บ้าน 14 วัน ไม่ให้ออกไปไหน เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดของเชื้ออีก ซึ่งทุกพื้นที่จะเป็นอย่างนี้หมด ไม่มีใครยอม ได้กำชับไปในพื้นที่ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัครประจำหมู่บ้าน (อสม.) จะต้องเข้มงวด ฉะนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดการแพร่เชื้อ จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการรายงานถึงผลเสียอะไรออกมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องยอมรับที่มีปัญหาคือแคมป์ก่อสร้าง ทั้งในต่างจังหวัดและปริมณฑลมีหลายร้อยแคมป์ ฉะนั้นจะต้องควบคุมให้ได้ หากยังปล่อยให้เกิดการเคลื่อนย้ายก็จะคุมไม่อยู่ และจะทำให้มีปัญหาเรื่องเตียงไม่เพียงพออีก ฉะนั้นจึงต้องหยุดการเคลื่อนที่ทั้งหมด โดยไม่ให้เคลื่อนย้ายไปต่างจังหวัด แต่จะให้อยู่ในแคมป์ เราจะคุมทั้งหมดในพื้นที่สีแดง และทุกพื้นที่จะต้องเข้มงวดไม่ให้มีแรงงานออกจากแคมป์ ถ้าพบว่าออกไปก็จะต้องถูกกักตัว เชื่อมั่นว่าต่างจังหวัดจะมีความเข้มงวดไม่ให้แรงงานเหล่านี้เข้าไปอยู่พื้นที่ทั้งสิ้น&amp;quot; พล.อ.อนุพงษ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.มหาดไทยกล่าวว่า นโยบายขณะนี้ไม่อยากให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงาน แรงงานต่างด้าวเราคงจะคุมได้ แต่แรงงานของไทยมีทั้งนอนในแคมป์และนอนที่บ้าน ถ้าปิดแคมป์เขาก็อยากกลับบ้าน ซึ่งกลับไปก็ต้องโดนกักตัว ที่ไม่ใช่ลักษณะของ quarantine แต่เป็นลักษณะการกักตัวที่บ้าน เป็นการคุมไว้สำหรับสังเกตอาการ ไปไหนไม่ได้เท่านั้น&amp;nbsp;
ตร.ตั้งด่าน 6 จุดทั่วกทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร.กล่าวว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ได้กำชับ บช.น., บช.ภ.1-9,ตม.ตชด., บช.ทท. และหน่วยปฏิบัติอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ให้จัดกำลังชุดสายตรวจร่วมชุดเคลื่อนที่เร็วและชุดปฏิบัติการต่างๆสนับสนุนการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติตามมาตรการเร่งด่วนตามข้อกำหนดฯ ฉบับที่ 25 เพื่อสกัดกั้นการระบาดในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ป้องกันการแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานก่อสร้าง การตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจ หรือจุดสกัด เพื่อคัดกรองการเดินทาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. มอบหมายให้ พล.ต.ต.สมนึก น้อยคง รอง ผบช.น. เป็นผู้แทนประชุมหารือร่วมกับ กทม. เพื่อตั้งด่านตรวจห้ามไม่ให้มีการเคลื่อนแรงงานออกนอกพื้นที่ &amp;nbsp;รวม 6 จุด ใช้กำลังตำรวจ 4 นาย, ทหาร 4 นาย, เทศกิจ 2 นาย/จุด/ผลัด โดยเริ่มตั้งจุดตรวจตั้งแต่วันจันทร์ที่ 28 มิ.ย.64 เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.อุดรธานี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี โพสต์เพจเฟซบุ๊กระบุว่า จุดตรวจโนนสะอาด จังหวัดอุดรธานี ตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นสองสามีภรรยาที่เดินทางมาจากแคมป์คนงานในพื้นที่กรุงเทพมหานครย่านบางบอน ซึ่งจะกลับบ้านที่อำเภอบ้านผือ ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อทั้ง 2 รายถูกส่งตัวเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี เรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครราชสีมา นายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานใช้มาตรการที่เข้มข้นในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา มีแรงงานเดินทางออกจาก กทม.เป็นจำนวนมาก โดยได้เน้นย้ำให้ทุกพื้นที่ทั้ง 32 อำเภอ จับตาแคมป์คนงานทุกพื้นที่อย่างเข้มงวด ให้เข้าไปตรวจสอบอย่างใกล้ชิดว่ามีแรงงานจากพื้นที่เสี่ยงลักลอบเข้ามาในพื้นที่อีกหรือไม่ หากพบว่ามีเข้ามาอย่างไม่ถูกต้อง ไม่ผ่านตามมาตรการที่กำหนด จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายทันที &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.พิษณุโลก นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิษณุโลก ที่ได้สั่งดำเนินการจัดตั้งด่านคัดกรองเฝ้าระวังอีกครั้งในช่วงตั้งแต่วันนี้ 28 มิถุนายน-11 กรกฎาคม 2564 โดยให้ตรวจตราด่านรองในชุมชน/หมู่บ้าน เพื่อคัดกรองเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางเข้าจังหวัด ค้นหากลุ่มเสี่ยงและเข้าถึงเพื่อการควบคุมโรคได้รวดเร็ว โดยก่อนการตั้งด่าน 5 เสือพิษณุโลก ได้ออกปฏิบัติการค้นหากลุ่มเสี่ยง เคาะประตูบ้านติดตามแรงงานที่เดินทางกลับบ้าน &amp;nbsp;ซึ่งพบว่ามีแรงงานเข้าพื้นที่เบื้องต้น และรายงานตัวในแอป Save Phitsanulok กว่า 300 คนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวภายหลังหารือประชุมทางไกลร่วมกับผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขและนายแพทย์สาธารณสุข ถึงการรับมือสถานการณ์โควิด-19 ว่าได้กำชับให้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน ทั้งผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด อสม.ในพื้นที่ ร่วมกันวางแนวทางในการแก้ไขและรับมือสถานการณ์โควิด หลังจากเริ่มพบมีแรงงานทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา ภายหลัง ศบค.สั่งปิดสถานที่ชั่วคราว โดยให้ทุกฝ่ายร่วมกันบริหารจัดการเขตสุขภาพของตนเองให้ดี และจัดทำแผนตั้งแต่ติดตามผู้ที่เดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยง และนำตัวไปกักใน Local quarantine คล้ายกับมาตรการเดิมในอดีต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107968</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิษณุโลก, พื้นที่สีแดงเข้ม 10 จังหวัด, มท.กทม.-ทหาร, วิษณุ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุดรฯ, เชื้อโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af6c418ee41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83020</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2020 18:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2020 18:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดือดปุดๆ 8 พฤศจิกาสะเทือนถึง 2 ธันวา &#039;จตุพร&#039; แทงสวน &#039;วิษณุ&#039; นายกฯบิ๊กตู่ ไม่รอด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ย.63 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟชบุ๊กไลฟ์ peace talk ว่า คงต้องจับตาอย่างใกล้ชิดใน 2 วันที่จะถึงนี้ คือกลุ่มราษฎรนัดชุมนุมใหญ่ 8 พ.ย. ที่อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยมีกิจกรรมเขียนจดหมาย ซึ่งทำให้แต่ละฝ่ายวิตกต่อสถานการณ์อย่างยิ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้ง ในวันที่ 2 ธ.ค. ศาล รธน.นัดอ่านคำพิพากษากรณี พล.อ.ประยุทธ์ พักบ้านหลวงหลังเกษียณอายุราชการ และอยู่มาต่อเนื่องยาวนานถึงปัจจุบันร่วม 6 ปี ถ้าเทียบเคียงกับกรณีนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ทำรายการอาหาร &amp;quot;ชิมไปบ่นไป&amp;quot; ตามที่ทำมาก่อนเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ถูกยื่นให้ ศาล รธน.วินิจฉัยการเป็นลูกจ้างและรับเงินเกิน 3,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่น่าสนใจคือ กรณีนายสมัคร ศาล รธน.ใช้พจนานุกรมมาตีความคำว่า &amp;quot;ลูกจ้าง&amp;quot; จนทำให้ต้องพ้นจากนายกรัฐมนตรี แต่กรณีพักบ้านหลวงนั้น หากคิดแค่ค่าน้ำค่าไฟ และมูลค่าบ้านแล้ว อย่างไรก็เกิน 3,000 บาท ปัญหาคือระหว่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับระเบียบอนุญาตให้ของกองทัพบก อะไรมีสถานะใหญ่กว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย บอกว่า ไม่ต้องการพูดชี้นำ แต่รอพูดวันที่ 3 ธ.ค. ซึ่งหลายคนประเมินว่า พูดแบบนี้หมายความว่า พล.อ.ประยุทธ์ รอดแน่ๆ ส่วนคนวงในรัฐบาลมาโวยวายใส่ตนที่คาดเดาล่วงหน้า พร้อมปรามาศว่า เดาผิดพลาดมาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เรื่องราวทั้งหมดของประเทศไทยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางการเมือง สมัยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี พรรคพลังประชาน เป็นพรรคแกนนำรัฐบาล และเป็นพรรคอันดับที่ 3 ที่ถูกยื่นให้ยุบพรรค โดยมีพรรคชาติไทย และพรรคมัชญิมา ถูกยื่นก่อนเป็นอันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่วันดีคืนดี ศาล รธน.นัดให้มาแถลงปิดคดีทั้งที่ยังมีพยานเหลือเต็มอีกมาก แต่ถูกตัดออก แล้วย้ายมาแถลงปิดคดีที่ศาลปกครอง ซึ่งมีเขตอำนาจศาล ปรากฎว่านายบรรหาร ศิลปอาชา พรรคชาติไทย นางอนุวรรณ เทพสุทิน พรรคมัชฌิมา แถลงด้วยนำตานองหน้า พรรคพลังประชาชน ไม่ส่งคนไปแถลงเพราะรู้ว่าผลคงยุบพรรคแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแถลงปิดคดียุบพรรคเสร็จช่วงเที่ยง บ่ายนัดอ่านคำวินิจฉัย ทั้งที่รับรู้กันว่า ต้องมีคำวินิจฉัยส่วนตัวก่อน จึงมีคำวินิจฉัยกลาง แล้วใครจะเชื่อว่า คำแถลงส่วนตัวของตุลาการ และคำวินิจฉัยกลางด้วยมติเสียงข้างมากจบใน 1 ชม. ซึ่งเกิดขึ้นได้ในประเทศไทย แล้วนายสมชาย พ้นจากนายกรัฐมนตรี ขณะประชุม ครม.สัญจรที่เชียงใหม่&lt;/p&gt;


	เอ๊ะยังไง! &amp;#39;กนก&amp;#39;
	&amp;#39;นักเรียนเลว&amp;#39; จะเปล่งเสียงแห่งการเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;
	เอาแล้ว!ทวิตเตอร์ระงับการใช้บัญชี &amp;#39;เยาวชนปลดแอก&amp;#39;&amp;nbsp;
	เล่นแรง!&amp;#39;เฒ่า3นิ้ว&amp;#39;เหน็บมีหมาเหลืออยู่4ตัว
	&amp;#39;จตุพร&amp;#39; ตัดสินแล้ว ดีเบตการเมือง &amp;#39;กองหนุนลุงตู่&amp;#39; ถูกหามลงเวที!


&lt;p&gt;ถึงวันนี้ วันที่ พล.อ.ประยุทธ์ เส้นใหญ่ แข็งแรง เหนียวแน่นมาก แต่เมื่อ 2 นายกฯที่ผ่านมานั้น ถ้าเทียบเคียงก็โดนเล่นงานมาแล้ว ตนจึงแทงว่า ไม่รอด ต้องพ้นจากตำแหน่ง เผื่อฟลุ๊ก&amp;nbsp;แม้แต่พจนานุกรมยังทำให้นายสมัคร พ้นจากนายกฯได้ แล้วพักบ้านหลวงจะแตกต่างกันได้อย่างไง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อนายวิษณุ บอกว่า จะอธิบายความวันที่ 3 ธ.ค.เท่ากับตีความว่า พล.อ.ประยุทธ์ รอด แต่ผมสวนนายวิษณุ ไม่รอด เพราะสถานการณ์การเมืองเป็นตัวกำหนด และการเมืองช่วงจากนี้ไปแปรเปลี่ยน สถานการณ์ก็พลิก ขนาดพจนานุกรมยังคว่ำนายกรัฐมนตรได้ เมื่อบ้านหลวงให้ ผบ.ทบ.พัก แล้วเลยจาก ผบ.ทบ.มีสิทธิ์หรือเปล่าละ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวว่า ปัญหามีว่าเมื่อเคยมีการวินิจฉัยเรื่องเหล่านี้มา หลายคนบอกจบลงตรงเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ตนมองคนละเรื่อง เพราะสถานการณ์เปลี่ยน เรื่องราวเปลี่ยน ดังนั้น จะคิดแบบหลักการเดิมๆก็ไม่ง่ายเหมือนเดิม กลับมาถถูกต่อว่า ไปคาดเดาล่วงหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อวิษณุ บอกพูดวันที่ 3 ธ.ค.นั่นตีความว่า รอด แต่ผมสวนว่า ไม่รอด เพราะเอาปัจจัยทางการเมืองในวันที่แข็งแรง วันกระแสสูงกับวันกระแสต่ำ วันที่เคยเป็นจุดแข็งแล้วกลายเป็นจุดอ่อน แล้วมาว่าผมคาดเดาผิด ก็ว่าไม่ถือสากัน เมื่อต่างคนต่างเชื่อ นั่นเป็นประชาธิปไตย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งสำคัญ ตนมองว่า ช่องศาล รธน.มันแปลกๆ เพราะเมื่อ 3 ธ.ค. ปี 2551 มีนายกรัฐมนตรีโดนไปแล้ว แล้ววันที่ 2 ธ.ค.จะรอดหรือไม่ แม้ที่ผ่านมารอดมาแล้วทุกกรณี แต่เมื่อสถานการณ์ไม่เอื้อแล้ว เนื่องจากการชุมนุม 8 พ.ย.จะส่งผลต่อวันที่ 2 ธ.ค. ดูจากสถานการณ์คนจะมาชุมนุมแบบทะลุเพดานก็ได้ ดังนั้นเหตุการณ์ในไทยในแต่ละสถานการณ์ผกผันตลอด แล้วจะเอาอะไรมาเชื่อละว่ารอด เห็นผลก่อนหรือหรือไร ตนจึงแทงว่าไม่รอด อาจทายผิดก็ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่า คำวินิจฉัย ศาล รธน. วันที่ 2 ธ.ค.เป็นทางลงเดียวของบ้านเมืองนี้ อีกอย่าง นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เร่งหารืออดีตนายกฯ หาทางออกประเทศ ถ้าประชุมกันวันเดียวแล้วแถลงเลย ซึ่งคงไม่มีอะไรซับซ้อน
&amp;ldquo;ถ้านายกฯ ปัจจุบันถูกอดีตนายกฯแถลงอย่างเอกฉันท์ ควรเสียสละลาออก เรื่องราวก็ง่ายขึ้น อีกทั้งเมื่อการชุมนุม 8 พ.ย. ส่งผลสะเทือนถึง 2 ธ.ค. ถ้าประยุทธ์ ลาออกก่อนอาจไม่มีการพิจารณาในวันที่ 2 ธ.ค.ก็ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวว่า สถานการณ์ประเทศไทย ช่วงนี้ต้องพิจารณาเป็นตอนๆไป เผลอๆวันที่ 8 พ.ย.ชุมนุมใหญ่ พล.อ.ประยุทธ์ อาจไปก่อนก็ได้ ดังนั้น ทางการเมืองต้องใจเย็นเข้าไว้ ตนจัดรายการวิเคราะห์การเมือง ไม่ใช่เวทีปราศรัย อีกอย่างพวกมาป่วน ไม่อยากฟังก็ไม่ต้องฟัง หลีกไปให้พ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ฝ่ายรัฐบาลจะคิดอย่างไรก็ตาม แต่ประชาธิปไตยเห็นต่างกันได้ ไม่ได้ทำร้ายล้าง ถ้ารัฐบาลแตะต้องไม่ได้ก็เป็นปัญหา ขนาดตั้งสมานฉันท์ ยังทะเลาะกันเกือบตาย ทั้งขู่ฟ้องไว้ล้วงหน้า วันนี้ต้องการอะไร ถ้าบ้านเมืองไม่มีทางออก เล่นการเมืองกันจนพัง เอาเหลี่ยมคูทางการเมืองนิดหน่อย เพื่อไปโชว์ผู้มีอำนาจ ผมเห็นความฉิบหายมามากแล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น วันนี้บรรยากาศของไทย อาการน่าเป็นห่วงจริงๆ ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นมา เกิดอุบัติเหตุจากอะไรก็แล้วแต่ ตนประเมินด้วยสถานการณ์ที่น่าห่วงใย เพราะชุมนุมวันที่ 8 พ.ย.จะเป็นปรากฎการณ์ที่เหนือกว่าชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมัน ซึ่งแต่ละฝ่ายจะละเลยสถานการณ์วันที่ 8 พ.ย.ไม่ได้ ตนมีความเชื่อเลยว่า ครั้งนี้จะหนักที่สุด และครั้งนี้ต้องคิด เพราะเปราะบางที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร ย้ำว่า รัฐมีหน้าที่ปกป้องคนหนุ่มสาว ขอให้มองเขาอย่างลูกหลาน ควรใช้หลักนิติศาสตร์ หลักรัฐศาสตร์ สิ่งสำคัญต้องไม่ใช้ความรุนแรง โดยการชุมนุมมี 3 ระยะ คือระยะแรกสวยงาม กลางไม่กระทบกระทั่ง &amp;nbsp;ส่วนระยะท้ายเป็นการป้องกันแทรกแซง ซึ่งจะนำไปสู่อะไรต้องเตรียมใจในสิ่งที่อาจเป็นอุบัติเหตุเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ต้องไม่ใช้ความรุนแรง ทุกอย่างต้องจบด้วยสันติวิธี รัฐต้องไม่ปราบปรามประชาชน พร้อมป้องกันพวกมือที่สาม เท้าที่สี่ด้วย ดังนั้น เส้นทางยกสุดท้ายนี้ ได้เลยระยะโลกสวยกันแล้ว ผมไม่อยากให้มีวีรชนเกิดขึ้นในประเทศอีก อาการประเทศไทยช่วงนี้จึงน่าเป็นห่วงจริงๆ เชื่อว่า 8 พ.ย.หนักจริง แล้วการเมืองส่อจะกลับไปสู่เรื่องเดิมๆ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร ทิ้งท้ายว่า ความจริงไม่ควรจบลงในทุกเหตุการณ์ที่ผ่านมา ขอให้ทุกฝ่ายใช้ทวงทำนองระมัดระวัง ให้จบลงด้วยสันติวิธี และหวังว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะลุกออกจากตำแหน่ง เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงนี้.&lt;/p&gt;


	&amp;#39;พิธีกรชื่อดัง&amp;#39;โพสต์อำลาเนชั่น&amp;nbsp;
	&amp;#39;เสธPlay&amp;#39; เชือด &amp;#39;บิ๊กเพื่อไทย&amp;#39; สังเวยปม &amp;#39;สวัสดิการดี คงไม่ต้องมาบวช&amp;#39;
	&amp;#39;ไทยภักดี&amp;#39; ร้อง &amp;#39;ปอท.&amp;#39; เอาผิด &amp;#39;ศาสดา 3 นิ้ว&amp;#39; ยุยงปลุกปั่น จาบจ้วงสถาบันฯ
	อดีตผู้พิพากษาจี้ &amp;#39;พศ.&amp;#39; เปลื้องผ้าเหลืองพระ 3 นิ้ว
	&amp;#39;สส.พนิต-ปชป.&amp;#39; ด่ายับ &amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39;&amp;nbsp;

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83020</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, จตุพร, บิ๊กตู่, วิษณุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200830/image_big_5f4ba52858765.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
