<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2020 13:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2020 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ยืนยันวิสัญญีแพทย์ติดเชื้อโควิด กักตัวกลุ่มเสี่ยง40คนรวด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค.63- &amp;nbsp;นายธัชกร หัตถาธยากูล &amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล &amp;nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ , นพ.ภูวดล กิตติวัฒนาสาร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบุรีรัมย์ และผู้แทนจากมณฑลทหารบกที่ 26 ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ได้ร่วมกันแถลงข่าว &amp;ldquo;ข้อเท็จจริงการติดเชื้อโควิด-19&amp;rdquo; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมชั้น 2 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ &amp;nbsp;กรณีที่มีกระแสข่าวว่า มีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
นายธัชกร กล่าวยืนยันว่า ได้มีวิสัญญีแพทย์ที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ &amp;nbsp;ติดเชื้อโควิดจริงแต่ไม่ใช่ผู้ป่วยรายใหม่ &amp;nbsp;เป็นหนึ่งในผู้ป่วย 5 ราย ที่แถลงยืนยันผลตรวจไปก่อนหน้านี้ คือ เป็นชายชาวต่างชาติ 2 ราย หญิงไทย 3 ราย ซึ่งเป็นวิสัญญีแพทย์ด้วย 1 ราย โดยจากการสอบสวนโรค พบว่า วิสัญญีแพทย์คนดังกล่าว &amp;nbsp;เดินทางออกนอกพื้นที่จังหวัดไปยังภาคใต้ &amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร และ จ.นครราชสีมา &amp;nbsp;
นายธัชกร ระบุด้วยว่า จากไทมไลน์พบว่าในช่วงวันที่ 16-18 มี.ค. วิสัญญาแพทย์คนดังกล่าวซึ่งยังไม่รู้ว่าตัวเองติดเชื้อ &amp;nbsp;ได้ไปปฏิบัติงานดมยาให้ผู้ป่วยที่มาผ่าตัดตามปกติ โดยไม่มีผู้ป่วยรายใดติดเชื้อโควิด หรืออยู่ในข่ายต้องสงสัย จากนั้นวันที่ 19 &amp;nbsp;มี.ค. ก็เริ่มมีน้ำมูก &amp;nbsp;เสียงแหบ &amp;nbsp;เจ็บคอเล็กน้อย &amp;nbsp;ไข้ต่ำๆ ไอมากขึ้นน้ำมูกเล็กน้อย &amp;nbsp;ได้ไปพบแพทย์ที่ห้องอุบัติเหตุฉุกเฉินภายใน รพ.บุรีรัมย์ &amp;nbsp;แพทย์สั่งป้ายคอตรวจไข้หวัด &amp;nbsp;ผลเป็นลบ &amp;nbsp;และตรวจเอ็กซเรย์ปอด &amp;nbsp;ไม่พบความผิดปกติ &amp;nbsp;จึงกลับมารักษาตัวที่บ้าน &amp;nbsp;20 มี.ค. มีอาการไอและน้ำมูกเพิ่มขึ้น ไข้ต่ำๆ อาการทรงๆ นอนพักที่บ้าน &amp;nbsp;21 มี.ค. นอนพักและทานยาที่บ้านมีน้ำมูกและไอมากขึ้น จึงปรึกษาอายุรแพย์โรคติดต่อเชื้อ ให้การวินิจฉัยเป็นปอดอักเสบ ให้ทำการป้ายคอตรวจโควิด-19 ถูกกักบริเวณห้องแยกโรค 22 มี.ค. นอนพักและทานยารอผลตรวจ ยังมีไอและน้ำมูก 23 มี.ค. ผลตรวจโควิด-19 แพทย์รับเข้ารักษาที่ห้อง EIU ได้รับยาต้านไวรัส &amp;nbsp;24 มี.ค.อาการดีขึ้น ไอน้อยลง &amp;nbsp;คัดจมูกเล็กน้อย เจ็บคอ &amp;nbsp;ไม่มีไข้ &amp;nbsp;จึงย้ายออกจากห้อง EIU &amp;nbsp;พักฟื้นที่โรงพยาบาลสนาม BRIC BOX ของเอกชน ที่เตรียมไว้รองรับผู้ป่วย และผู้เสี่ยงสัมผัสเชื้อโควิด
&amp;nbsp;
นายธัชกร กล่าวว่า ทั้งนี้ จากการสอบสวนโรคยังพบว่าขณะที่วิสัญญีแพทย์คนดังกล่าวมาปฏิบัติหน้าที่ที่ รพ.บุรีรัมย์ ก็มีแพทย์ พยาบาล บุคลากรอื่นๆ และคนไข้ทั่วไปที่มาใช้บริการ ที่เสี่ยงสัมผัสเชื้อต้องเข้าข่ายถูกกักตัวและเฝ้าติดตามอาการเป็นเวลา 14 วัน ประมาณ 30 &amp;ndash; 40 คน ซึ่งในจำนวนนี้บางส่วนให้กักตัวที่โรงแรม BRICBOX บางส่วนก็กักตัวที่บ้าน โดยจะมีทีมแพทย์ตรวจวัดไข้ และติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นพ.ภูวดล กิตติวัฒนาสาร ผอ.โรงพยาบาลบุรีรัมย์ &amp;nbsp;กล่าวถึงความคืบหน้า เกี่ยวกับอาการป่วยของผู้ติดเชื้อโควิดทั้ง 5 รายว่า &amp;nbsp; ทั้งวิสัญญีแพทย์ หญิงชาวไทย และชายต่างชาติจำนวน 4 ราย มีอาการดีขึ้น &amp;nbsp;มีเพียงชายต่างชาติอีก 1 คน ที่อาการหนักซึ่งแพทย์ก็ให้ทำการรักษาและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล &amp;nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ก็ยืนยันว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 ในพื้นที่ไม่ได้รุนแรงตามที่มีกระแสข่าวออกไป &amp;nbsp;ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกและไว้วางใจเชื่อมั่นในระบบการคัดกรองและตรวจรักษา ซึ่งแพทย์ พยาบาลทุกคนก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ ส่วนผู้ป่วยทั้ง 5 รายนั้น ก็เป็นผู้ที่ติดเชื้อมาจากนอกพื้นที่แล้วเดินทางเข้ามาในจังหวัดบุรีรัมย์ อย่างไรก็ตามก็ได้กำชับให้บุคลากรทางแพทย์งดการเดินทางไปจังหวัดที่เสี่ยง เพื่อลดความเสี่ยงการนำเชื้อเข้ามาระบาดในพื้นที่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60849</URL_LINK>
                <HASHTAG>#บุรีรัมย์, #โควิด-19, วิสัญญีแพทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200325/image_big_5e7af40cdf1dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13205</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2018 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2018 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวเศร้า ดร.ริชาร์ด แฮร์ริส คุณหมอฮีโร่ชาวออสซี่ สูญเสียพ่อ ไม่กี่ชั่วโมงหลังภารกิจลุล่วง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ดร.ริชาร์ด แฮร์ริส คุณหมอนักดำถ้ำชาวออสเตรเลีย ที่เป็นผู้ประเมินร่างกายและความพร้อมของทีมหมูป่าในการดำน้ำออกจากถ้ำหลวง สูญเสียคุณพ่ออย่างกะทันหันเมื่อวันพุธ ไม่กี่ชั่วโมงภายหลังภารกิจถ้ำหลวงสำเร็จลุล่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหมอริชาร์ด แฮร์ริส ร่วมภารกิจถ้ำหลวง Image copyright OZTEK/RICHARD HARRIS&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษและสื่อหลายสำนักของออสเตรเลียรายงานข่าวน่าสลดใจนี้เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2561 โดยรายงานได้กล่าวยกย่องวิสัญญีแพทย์จากเมืองแอดิเลดรายนี้ว่าเป็นนักดำน้ำในถ้ำผู้เชี่ยวชาญและได้รับการยอมรับนับถือทั่วโลก รัฐบาลออสเตรเลียกล่าวว่า ดร.แฮร์ริสเข้าร่วมภารกิจนี้ตามคำเชื้อเชิญของบุคคลที่อยู่ในระดับสูงที่สุดของรัฐบาลไทย ที่ได้รับคำแนะนำมาอีกทอดหนึ่งจากนักดำถ้ำชาวอังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหมอสละช่วงเวลาของการหยุดพักผ่อนมาร่วมภารกิจนี้ โดยได้เข้าไปประเมินสภาพร่างกายของทีมหมูป่าภายในถ้ำหลวงและอยู่กับพวกเขานาน 3 วัน และเป็นคนแนะนำปฏิบัติการช่วยหมูป่าออกจากถ้ำว่า ควรพาหมูป่าคนที่อ่อนแอที่สุดออกมาก่อน เชื่อกันว่าเขาอยู่ในกลุ่มนักกู้ภัยกลุ่มท้ายๆ ที่ออกจากถ้ำหลังภารกิจสำเร็จเมื่อค่ำวันอังคารที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี รายงานของสื่อและทางการออสเตรเลียกล่าวว่า ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น คุณหมอก็ได้รับข่าวร้ายว่าคุณพ่อเสียชีวิต ดร.แอนดรูว์ เพียร์ซ จากหน่วยพยาบาลกู้ชีพ เมดสตาร์ ในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย กล่าวว่า แฮร์รี (ชื่อที่เพื่อนๆ เรียก) เป็นคนเงียบและจิตใจดี ผู้ไม่เคยลังเลที่จะสนับสนุนภารกิจนี้ เขาจะเดินทางกลับออสเตรเลียในไม่ช้า เพื่อใช้เวลากับครอบครัว และขอให้เคารพความเป็นส่วนตัวของครอบครัวเขาในช่วงเวลานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จูลี บิชอป รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลียยกย่องว่าเขาเป็นชิ้นส่วนที่สำคัญของความพยายามกู้ชีพในครั้งนี้ ส่วนนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผบ.ศอร.กล่าวกับไนน์นิวส์ของออสเตรเลียเมื่อวันพุธ ขอบคุณทีมงานจากออสเตรเลีย โดยเฉพาะคุณหมอท่านนี้ว่าช่วยเหลือภารกิจครั้งนี้ได้มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากเฟซบุ๊กของ ดร.ริชาร์ด แฮร์ริส Image copyright RICHARD HARRIS/FACEBOOK  &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซู โครว์ เพื่อนของหมอแฮร์ริส กล่าวกับบีบีซีว่า เขาเป็นคนรักครอบครัวที่ถ่อมตน ความใจเย็นของเขาช่วยปลอบประโลมเด็กๆ ในถ้ำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โซเชียลมีเดีย นอกจากจะพากันขอบคุณบรรดาฮีโร่ทุกภาคส่วนที่ช่วยในภารกิจนี้แล้ว ยังมีหลายคนเรียกร้องให้มอบรางวัล &amp;quot;คนออสเตรเลียแห่งปี&amp;quot; ซึ่งเป็นรางวัลเกียรติยศสูงสุดสำหรับพลเมืองของออสเตรเลียแก่คุณหมอด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13205</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหมอนักดำถ้ำ, ถ้ำหลวง, ทีมหมูป่า, ภารกิจลุล่วง, ริชาร์ด แฮร์ริส, วิสัญญีแพทย์, สูญเสียพ่อ, ออสเตรเลีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180711/image_big_5b459ba4b2a79.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
