<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117393</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 05:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กางวิสัยทัศน์ ปตท. สร้างความยั่งยืนยับยั้งความล้มเหลว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;มนุษย์&amp;rdquo; ไม่สามารถอยู่ท่ามกลางความล้มเหลวได้...&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งความล้มเหลวของสังคม รวมถึงด้านสิ่งแวดล้อม จึงทำให้ที่ผ่านมาการทำงานต่างๆ จะต้องมีการปรับเปลี่ยน และเสริมสร้างความเข้มแข็งในทุกด้าน ทุกยุคทุกสมัยอยู่เสมอ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของที่สิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิต รวมทั้งยังต่อยอดไปสู่อนาคตอีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และในปัจจุบันสิ่งจำเป็นที่มนุษย์พึงกระทำก็คือการพัฒนาสังคมให้เกิดความเจริญก้าวหน้า และก้าวทันต่อความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นอยู่เสมอ แต่...จากการพัฒนานี้เองก็อาจจะเป็นส่วนเสียที่สะสมจนอาจจะไปลดทอนความยั่งยืนที่ตั้งใจอยู่ก็เป็นได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;...หลายครั้งที่หลายกิจกรรมของมนุษย์สร้างผลกระทบอย่างมากต่อการคงอยู่ของทรัพยากรธรรมชาติ หรือส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งขยะล้นเมือง อากาศเป็นพิษ โลกร้อน และอีกหลายๆ เหตุการณ์ที่ทำให้มนุษย์ต้องย้อนกลับมาทบทวนในสิ่งที่จะเดินหน้าต่อ จนทำให้เกิดรูปแบบการพัฒนาสังคมอย่าง &amp;ldquo;ยั่งยืน&amp;rdquo; ขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ภาคธุรกิจก็จะต้องมีการปรับแผนการดำเนินการครั้งใหญ่ให้สามารถตอบสนองกับความต้องการของสังคมได้อีกครั้ง โดยยึดโจทย์หลักในการพัฒนาอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน เพื่อที่จะสามารถดูแลทั้งสังคมและสิ่งแวดล้อมไปควบคู่กัน และด้วยเป้าหมายที่เปลี่ยนไปนี้ หนึ่งในองค์กรที่สามารถปรับตัวและมุ่งมั่นที่จะใช้โจทย์ในการทำงานดังกล่าวมาเป็นหลักในการดำเนินธุรกิจก็คือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ภายใต้การนำของ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดย นายอรรถพล เปิดเผยภายในการเสวนาในงาน Youth Charge The Kickoff ว่า ปตท. มีการปรับตัวอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความต้องการของสังคมที่เปลี่ยนไป รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับทรัพยากรธรรมชาติเอง ทำให้บริษัทต้องยกเครื่องใหม่ ชูวิสัยทัศน์การทำงานให้ตอบโจทย์กับเรื่องนี้มากขึ้น ซึ่งมุ่งมั่นว่าเราจะเป็นจะเป็นพลังงานที่ขับเคลื่อนทุกชีวิต ผู้คน ชุมชน สังคม ประเทศ หรือโลก ด้วยพลังแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นพลังงานสะอาด หรือพลังงานทดแทน ที่ ปตท. ได้เข้าไปดำเนินการเรื่องนี้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;Powering Life with Future Energy and Beyond&amp;rdquo; วิสัยทัศน์ที่สะท้อนถึงความยั่งยืน โดยการขับเคลื่อนทุกชีวิตด้วยพลังแห่งอนาคต และเติบโตในธุรกิจใหม่ที่ไกลกว่าพลังงาน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยธุรกิจใหม่ในที่นี้ เห็นได้ว่าในช่วงที่ผ่านมา ปตท. มีการดำเนินงานพัฒนาในธุรกิจรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) และแบตเตอรี่อย่างเต็มตัว รวมถึงการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาดำเนินธุรกิจหุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) คลาวด์เซอร์วิส และโดรน ด้วยความมุ่งมั่นนี้เองจึงได้จัดตั้ง บริษัท พีทีที เรส จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจดังกล่าวให้ตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้เกิดผลเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้จากการดำเนินในธุรกิจใหม่ๆ ยังรวมไปถึงธุรกิจอื่นที่มีส่วนในการขับเคลื่อนให้วิถีชีวิตของคนในสังคมมีความเป็นอยู่ที่ยั่งยืนมากขึ้น อาทิ อุปกรณ์การแพทย์ ผลิตยารักษามะเร็ง โดยใช้ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเข้ามาร่วมพัฒนา โดยตั้งเป้าจะยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน นำไปสู่การเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจของผู้ประกอบการ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมและเชื่อมโยงสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอรรถพล กล่าวว่า ปัจจุบัน ปตท. มีการแบ่งแผนการทำงานของบริษัทเป็น 2 ฉบับ ฉบับแรกคือการดำเนินงานในด้านธุรกิจที่จะสามารถสร้างผลกำไรและผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นได้อย่างเข้มแข็ง รวมถึงสร้างรายได้ให้กับประเทศในนามของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่อีกฉบับหนึ่งคือเดินหน้าเรื่องยกระดับคุณภาพชีวิตและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มที่ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เพราะเชื่อมั่นว่าทุกภาคส่วนของการดำเนินงานมีความสำคัญ และการเข้าไปส่งเสริมชุมชนหรือสังคมด้วยการดูแลสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น จะสามารถสร้างอนาคต สร้างโลกให้ดีขึ้นรองรับการเติบโตของเยาวชนรุ่นใหม่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ความสำคัญด้านเทคโนโลยี เป็นส่วนสำคัญที่ ปตท. เห็นว่าจะเข้ามาตอบสนองความต้องการที่จะพัฒนาสังคมควบคู่ไปกับความยั่งยืนได้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดิจิทัล เอไอ โรโบติกส์ แต่สิ่งสำคัญที่สังคมไทยจำเป็นจะต้องทำคือ &amp;ldquo;การเรียนรู้ทำความเข้าใจในเทคโนโลยี จนสามารถนำมาสร้างประโยชน์และประยุกต์ใช้กับแนวทางการพัฒนาในอนาคตให้ได้มากที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยเฉพาะ &amp;ldquo;ไบโอเทคโนโลยี&amp;rdquo; ที่เป็นการพัฒนาทรัพยากรที่มีอยู่แล้วแต่นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยต่อยอดให้เป็นสิ่งใหม่ๆ เชื่อว่าจะเป็นส่วนที่จะสร้างความเจริญและความยั่งยืนให้กับสังคมได้อย่างดี &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพราะหากไบโอเทคโนโลยีได้รับการพัฒนาอย่างดี จะสามารถไปตอบสนองกับปัจจัย 2 อย่างที่สำคัญต่อชีวิตมนุษย์ คือ อาหาร และ ยารักษาโรค ได้ทันที!&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และตลอดเวลาที่ผ่านมา ปตท. ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์เสมอมา โดยเฉพาะกับกลุ่มเยาวชนที่จะมาเป็นอนาคตของโลกได้ โดยการสนับสนุนกับโรงเรียนระดับทั่วไป ให้มีการเรียนการสอนทั้งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่เป็นการสนับสนุนทั้งเงินทุน องค์ความรู้ หรือจัดโครงการต่างๆ ขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนการดำเนินงานหลักของ ปตท. เองก็ได้มีการจัดตั้งโรงเรียนกำเนิดวิทย์ (KVIS) เพื่อคัดเลือกเยาวชนที่มีความสนใจและมีความถนัดในเรื่องดังกล่าวเข้ามาเรียนรู้เสริมพัฒนาการในระดับมัธยมปลาย ขณะเดียวกันในระดับมหาวิทยาลัยก็ได้มีการจัดตั้ง สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) ขึ้นเพื่อจัดการเรียนการสอนระดับปริญญาโท และ ปริญญาเอก ซึ่งเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของสังคมได้อย่างดีที่สุด เนื่องจากการเรียนดังกล่าวจะมุ่งเน้นการสร้างสรรค์งานวิจัยชั้นสูงที่สามารถก่อให้เกิดนวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ๆ ตอบโจทย์การพัฒนา เพื่อให้กลายเป็นนักวิจัยและสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่ยั่งยืนให้กับประเทศต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ในภาคส่วนของด้านการพัฒนาบุคลากร &amp;ldquo;สถาบันนวัตกรรม ปตท.&amp;rdquo; ก็เป็นอีกหนึ่งผลงานที่จะสามารถตอบได้ว่า ปตท. มุ่งมั่นเรื่องนี้อย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เนื่องจากมีจุดมุ่งหมายที่จะเป็นเวทีให้กับคนทำงานรุ่นใหม่ ให้สามารถแสดงความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี และการสนับสนุนเชิงเทคนิคครอบคลุมอย่างครบวงจรได้อย่างเต็มที่ โดยดำเนินงานวิจัยและพัฒนาในรูปแบบที่หลากหลายและครอบคลุม เพื่อสร้างนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ปิโตรเคมี และพลังงานทางเลือก ให้มีคุณภาพสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ และร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทยอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xyiv8467943399&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จึงตอบได้ว่าการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับคน สังคม ประเทศ หรือโลก ต้องไม่ใช่การใช้ทรัพยากรในอนาคตโดยไม่ไตร่ตรองอย่างแน่นอน แต่โจทย์สำคัญคือต้องมีแผนดำเนินงานในทุกมิติอย่างชัดเจนและครอบคลุม โดยอาศัยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และความร่วมมือจากหลายๆ ด้านเข้ามาช่วยด้วย ซึ่งเชื่อมั่นได้เลยว่าจุดนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยจะก้าวข้ามวิกฤต หรือความล้มเหลวได้ &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117393</URL_LINK>
                <HASHTAG>AI, KVIS, Powering Life with Future Energy and Beyond, VISTEC, Youth Charge The Kickoff, การพัฒนาอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน, กิจกรรมของมนุษย์สร้างผลกระทบ, ความล้มเหลวของสังคม, ธุรกิจรถยนต์พลังงานไฟฟ้า, นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), บริษัท พีทีที เรส จำกัด, ปตท., ยั่งยืน, วิสัยทัศน์, สถาบันวิทยสิริเมธี, โรงเรียนกำเนิดวิทย์, ไบโอเทคโนโลยี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_6149820f307e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115493</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 19:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การดำเนินการตาม พ.ร.บ. 77 กับบทบาทการพัฒนานักกฎหมายภาครัฐของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;การพัฒนานักกฎหมายภาครัฐถือเป็นภารกิจที่สำคัญอีกประการหนึ่งของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยมุ่งเน้นการพัฒนานักกฎหมายให้มีความรู้ทั้งในด้านงานกฎหมาย คุณธรรม และจริยธรรม และทันต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก ซึ่งจะส่งผลดีต่อการปฏิบัติงานทั้งในด้านการร่างกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย ทำให้กฎหมายถูกนำไปใช้อย่างถูกต้อง เป็นธรรม และเป็นที่พึ่งให้แก่ประชาชน ตามที่ได้กำหนดวิสัยทัศน์ไว้นั่นก็คือ &amp;ldquo;Better Regulation for Better Life&amp;rdquo; หรือพัฒนากฎหมายให้ดีเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;พระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 หรือที่นักกฎหมายเรียกกันว่า &amp;ldquo;พ.ร.บ.77&amp;rdquo; ซึ่งเป็นกฎหมายที่มุ่งปฏิรูประบบกฎหมายให้ทันสมัย มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นมา มีสาระสำคัญ 6 เรื่อง ได้แก่ (1) กำหนดหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมาย ตั้งแต่การรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง และการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายหรือที่เรียกว่า RIA (2) กำหนดหลักเกณฑ์การตรวจสอบเนื้อหาของร่างกฎหมาย (3) กำหนดหลักเกณฑ์การประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย (4) กำหนดกลไกเกี่ยวกับการเข้าถึงบทบัญญัติของกฎหมาย (5) กำหนดกลไกการโต้แย้งหรือตรวจสอบบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่มีโทษอาญาโทษทางปกครอง หรือสภาพบังคับที่มีผลร้ายอื่น และ (6) กำหนดกลไกเร่งรัดให้หน่วยงานของรัฐต้องออกกฎหรือดำเนินการอื่นใดโดยเร็ว ดังนั้น การเรียนรู้และทำความเข้าใจในแนวทางการดำเนินการเพื่อรองรับและขับเคลื่อนการปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว เช่น แนวทางการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย แนวทางการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย จึงเป็นสิ่งสำคัญที่นักกฎหมายภาครัฐของกระทรวง และกรมต่าง ๆ จะต้องนำไปดำเนินการตามภารกิจที่เกี่ยวข้องได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงได้จัดโครง&amp;shy;&amp;shy;&amp;shy;การฝึกอบรมวิทยากรการดำเนินการเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายขึ้น เมื่อวันศุกร์ ที่ 27 สิงหาคม 2564 ผู้เข้าอบรมฯ ประกอบด้วย นิติกรระดับชำนาญการหรือชำนาญการพิเศษ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายในกระทรวง และกรมต่าง ๆ จำนวน 100 คน โครงการฝึกอบรมฯ ในครั้งนี้ จัดในรูปแบบออนไลน์ ผ่านโปรแกรม Microsoft Teams เพื่อเป็นการป้องกันและช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมฯ ได้รับความรู้เกี่ยวกับเจตนารมณ์และสาระสำคัญของพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 ทั้งในส่วนการดำเนินการตามกระบวนการจัดทำร่างกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบความจำเป็นในการตรากฎหมาย การรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง การวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย การเปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบนั้นต่อประชาชน และการตรวจสอบเนื้อหาของร่างกฎหมายทั้งระบบอนุญาต ระบบคณะกรรมการ การใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ของรัฐ และระยะเวลาในการดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย และหลักเกณฑ์การกำหนดโทษอาญา และกระบวนการภายหลังเมื่อกฎหมายมีผลใช้บังคับแล้วในส่วนของการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย รวมทั้งการจัดทำข้อมูลกฎหมายเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบทบัญญัติของกฎหมายได้ และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในดำเนินการตามภารกิจที่เกี่ยวข้องและสามารถถ่ายทอดความรู้ให้แก่เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐซึ่งวิทยากรนั้นสังกัดอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป โดยได้รับความร่วมมือจากผู้เข้าอบรมฯ ทุกท่านเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115493</URL_LINK>
                <HASHTAG>Better Regulation for Better Life, กฎหมาย, การบังคับใช้กฎหมาย, การพัฒนานักกฎหมายภาครัฐ, การร่างกฎหมาย, คุณธรรม, จริยธรรม, พ.ร.บ. 77, วิสัยทัศน์, สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, โครง­­­การฝึกอบรมวิทยากรการดำเนินการเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_6131c1ab46363.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61653</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2020 08:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2020 08:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดร.อาทิตย์ ซูฮกวิสัยทัศน์ผู้นำการบริหารของทักษิณ ยากที่จะหาใครทัดเทียมได้  แต่เสียดายอยู่อย่างเดียว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1&amp;nbsp;เม.ย. 63 -&amp;nbsp;ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต&amp;nbsp; โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาดังนี้ &amp;quot;วิสัยทัศน์วิสัยสามารถความคิดความอ่านที่กว้างไกล และความเป็นผู้นำในการบริหารประเทศของนายกทักษิณ ชินวัตร นับว่ามีสูงมากยากที่จะหาใครทัดเทียมได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสียดายอยู่อย่างเดียวว่าถ้าไม่นำผลประโยชน์ของชาติไปเป็นของตนเองพวกพ้องและต่างชาติโดยไม่ชอบไม่ควรและไม่มักใหญ่ใฝ่สูงจนเกินไปน่าจะเป็นคุณูปการต่อชาติบ้านเมืองอย่างยิ่ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61653</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์, ทักษิณ ชินวัตร, ผู้นำ, วิสัยทัศน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190508/image_big_5cd274c6d9a71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
