<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46774</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2019 21:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2019 20:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซาอุดีอาระเบียออกวีซ่านักท่องเที่ยวเป็นครั้งแรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลซาอุดีอาระเบียเตรียมออกวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวเป็นครั้งแรก หวังกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศในช่วงยามที่ต้องการลดการพึ่งพารายได้จากน้ำมัน คาดประเดิมวีซ่าให้พลเมืองจาก 49 ประเทศเริ่มวันเสาร์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ หินช้างในทะเลทรายอูลาใกล้เมืองอัลอูราของซาอุดีอาระเบีย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของอาเหม็ด อัลคาตีบ รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวของซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันศุกร์ที่ 27 กันยายน 2562 กล่าวว่า การเปิดประเทศซาอุดีอาระเบียต้อนรับนักท่องเที่ยวถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์ของประเทศนี้ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้ประหลาดใจกับมรดกโลก 5 แห่งที่ได้รับการรับรองจากยูเนสโกที่เรามี รวมถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีชีวิตชีวาและความสวยงามทางธรรมชาติที่น่าทึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของบลูมเบิร์กนิวส์อ้างคำกล่าวของรัฐมนตรีผู้นี้ว่า ซาอุดีอาระเบียจะเปิดให้นักท่องเที่ยวจาก 49 ประเทศขอวีซ่าทางออนไลน์ได้ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 28 กันยายนเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีและบีบีซีกล่าวว่า การกระตุ้นการท่องเที่ยวของซาอุดีอาระเบียเป็นหนึ่งในงานชิ้นสำคัญของโครงการปฏิรูปเศรษฐกิจตามวิสัยทัศน์ 2030 ของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมาร เพื่อเตรียมเศรษฐกิจของประเทศสำหรับยุคหลังการพึ่งพารายได้จากน้ำมัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามแผนดังกล่าว รัฐบาลซาอุดีอาระเบียหวังว่ารายได้จากการท่องเที่ยวจะเพิ่มจากร้อยละ 3 เป็นร้อยละ 10 ของจีดีพีภายในปี 2573 โดยตั้งเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งภายในและต่างประเทศปีละ 100 ล้านคน และคาดว่าจะสร้างงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้ 1 ล้านตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาตีบกล่าวด้วยว่า ทางการจะผ่อนคลายกฎการแต่งกายสำหรับสตรีต่างชาติด้วย โดยจะอนุญาตให้สตรีชาวต่างชาติเดินทางในที่สาธารณะของซาอุดีอาระเบียโดยไม่ต้องสวมชุดคลุมอาบายะห์แบบเดียวกับที่บังคับกับสตรีซาอุดี เพียงแต่ยังต้องแต่งกายให้เรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมา ราชอาณาจักรที่รุ่มรวยด้วยมรดกของเบดูอินและแหล่งโบราณสถานแห่งนี้ ออกวีซ่าให้เฉพาะกับคนงานต่างชาติ นักธุรกิจ ผู้พักอาศัย และผู้แสวงบุญที่มาเยือนนครมักกะฮ์และเมดีนา แต่เมื่อปีที่แล้ว ซาอุดีอาระเบียเริ่มออกวีซ่าชั่วคราวให้แก่ผู้มาเยือนเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมด้านวัฒนธรรมและกีฬา หวังชิมลางการกระตุ้นการท่องเที่ยว อย่างไรก็ดี หลายคนมองว่า ข้อจำกัดจากความเคร่งครัดทางสังคมและศาสนารวมถึงการห้ามเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้ซาอุดีอาระเบียไม่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศนี้เกิดขึ้น 2 สัปดาห์หลังจากโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ของซาอุดีอาระเบีย 2 แห่งโดนโจมตีเมื่อวันที่ 14 กันยายน ซึ่งสหรัฐกล่าวโทษอิหร่าน และส่งผลต่อราคาน้ำมันตลาดโลกและเพิ่มความวิตกว่าจะเกิดความขัดแย้งวงกว้างในภูมิภาคนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46774</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นการท่องเที่ยว, ซาอุดีอาระเบีย, ลดพึ่งพาน้ำมัน, วิสัยทัศน์ 2030, วีซ่านักท่องเที่ยว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190927/image_big_5d8e143239281.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
