<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104171</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรงเจิมเทียนรุ่งวิสาขบูชา พระราชทานบัตรอวยพรฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ในหลวง&amp;quot; ทรงเจิมเทียนรุ่งถวาย 6 พระอารามหลวง เนื่องในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา&amp;nbsp; พร้อมพระราชทาน &amp;ldquo;บัตรอวยพรวิสาขบุรณมีบูชา วันสำคัญสากลของโลก พ.ศ. ๒๕๖๔ พระราชทาน&amp;rdquo; สืบสานแนวพระราชดำริของรัชกาลที่ 6 ครบรอบ 100 ปีใน พ.ศ.2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 พ.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกพร้อมด้วยเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระสุหร่าย และทรงเจิมเทียนรุ่งที่ทรงพระราชอุทิศถวายพระอารามหลวง&amp;nbsp; จำนวน 6 พระอาราม ได้แก่ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดบวรนิเวศวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม และวัดนิเวศธรรมประวัติ&amp;nbsp; จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื่องในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา&amp;nbsp; และที่ทรงพระราชอุทิศถวายพระอารามหลวง จำนวน 7 พระอาราม ได้แก่ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดบวรนิเวศวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม วัดนิเวศธรรมประวัติ&amp;nbsp; จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และวัดบรมนิวาสราชวรวิหาร เนื่องในวันถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้าประจำปี 2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทาน &amp;ldquo;บัตรอวยพรวิสาขบุรณมีบูชา วันสำคัญสากลของโลก พ.ศ.๒๕๖๔ พระราชทาน&amp;rdquo; ที่ทรงมีพระราชปณิธานที่จะสืบสานแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานบัตรอวยพรเนื่องในวันวิสาขบูชา ให้เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของการส่งบัตรอวยพรแก่กันในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2463 และครบรอบ 100 ปีใน พ.ศ.2564 นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บัตรอวยพรวิสาขบุรณมีบูชา วันสำคัญสากลของโลก พ.ศ.๒๕๖๔ พระราชทาน&amp;rdquo; ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นภาพวาดฝีพระหัตถ์ ที่ทรงอธิบายถึงพระราชมรดกทางปัญญาที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานไว้ก็คือ แนวพระราชดำริเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงอธิบายเพิ่มเติมว่า แนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงนั้น เมื่อแปลตามหลักนิรุกติศาสตร์ จะได้ความว่า &amp;ldquo;ความพอเพียง เป็นกิจอันประเสริฐ&amp;rdquo; (สนฺตุฏฺฐี เสฏฺฐกิจฺจํ) ซึ่งเป็นหลักใจที่เป็นกลางๆ ในการดำเนินชีวิตที่ทุกคนปฏิบัติได้ ปฏิบัติถึง และปฏิบัติให้เป็นผลได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงขยายความให้เกิดความชัดเจนอีกว่า ความจริงคุณสมบัติของหลักการเศรษฐกิจพอเพียง ที่ประกอบด้วย ความพอประมาณ การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี และความมีเหตุผล ก็คือหลักการทางพระพุทธศาสนาที่เรียกว่า ไตรสิกขานั่นเอง กล่าวคือ &amp;ldquo;ศีล&amp;rdquo; ที่แปลว่า ปกติ เป็นการดำเนินชีวิตโดยไม่เบียดเบียนตนและสังคม มีชีวิตที่เป็นปกติ เรียกว่า รู้จักดำเนินชีวิตอย่าง &amp;ldquo;พอประมาณ&amp;rdquo; คือมีกายวาจาที่สมดุล ไม่ใช้กายวาจาของตนสร้างความเดือดร้อนทั้งแก่ตนและสังคม การเจริญสติที่ต่อเนื่องจนเป็น &amp;ldquo;สมาธิ&amp;rdquo; คือ ความตั้งใจมั่น จะก่อให้เกิดผล &amp;ldquo;มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี&amp;rdquo; และการตื่นรู้ ที่นำไปสู่การพัฒนา ก่อให้เกิด &amp;ldquo;มีเหตุผล&amp;rdquo; เรียกอีกอย่างว่า &amp;ldquo;ปัญญา&amp;rdquo; ดังนั้นเศรษฐกิจพอเพียงในการปฏิบัติการที่แท้จริงก็คือ พัฒนาพฤติกรรมทางกายวาจาให้มีความพอประมาณ หรือความปกติ พัฒนาสติต่อเนื่องจนมีจิตที่ตั้งมั่นเรียกว่า &amp;ldquo;สมาธิ&amp;rdquo; มีผลทำให้มีภูมิคุ้มกัน และปฏิบัติเรียนรู้จนเกิดการตื่นรู้ เห็นทุกอย่างตามเหตุปัจจัย ทำให้กระบวนการคิดประกอบด้วยหลักการของเหตุและผล ดังนั้น ทุกกิจกรรมของมนุษยชาติควรประกอบด้วยหลักการแนวพระราชดำริที่ว่า &amp;ldquo;ความพอเพียง เป็นกิจอันประเสริฐ&amp;rdquo; กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ กิจกรรมใดที่ประกอบด้วยหลักแห่งความพอเพียง คือหลักแห่งความสมดุลเป็นพื้นฐาน ก็เรียกได้ว่า เป็นกิจอันประเสริฐ เป็นกิจที่นำไปสู่ความสงบสุขของตนและผู้อื่นในสังคมเป็นที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิสาขบูชา เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ตรงกับวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 หรือในกรณีปีใดมีอธิกมาสจะกำหนดในเดือน 7 อันเป็นวันคล้ายดิถีประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชดำริเกี่ยวกับบัตรอวยพรเนื่องในวันวิสาข
บูชา เพื่อให้เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของการส่งบัตรอวยพรแก่กันในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ทำนองเดียวกับการอวยพรในวันสมโภชพระคริสตสมภพ จึงทรงริเริ่มการพระราชทานบัตรอวยพรวันวิสาขบูชาแก่พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และข้าทูลละอองธุลีพระบาทในราชสำนัก เป็นครั้งแรกเมื่อพุทธศักราช 2463 บรรดาพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และข้าทูลละอองธุลีพระบาทผู้ได้รับพระราชทานบัตรอวยพร ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และพร้อมใจกันสนองพระราชนิยมด้วยการจัดทำบัตรถวายพระพร เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายเช่นกัน ลักษณะของบัตรถวายพระพรแต่ละฉบับ มีขนาด ลวดลาย และข้อความที่แตกต่างกันไป มีทั้งข้อความเป็นคาถาภาษาบาลี ความเรียงร้อยแก้ว และบทร้อยกรองประเภท โคลง หรือกลอน เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัตรอวยพรวันวิสาขบูชา สะท้อนให้เห็นถึงแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชปรารถนาให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของวันวิสาขบูชา พร้อมส่งความปรารถนาดี ด้วยภาพและข้อความอันเป็นมงคล ทำให้ผู้ได้รับเกิดความปีติยินดี ก่อให้เกิดสามัคคีธรรม และน้อมนำใจให้รำลึกถึงคุณพระรัตนตรัยเป็นสรณะนำทางชีวิต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104171</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถวาย 6 พระอารามหลวง, ทรงเจิมเทียนรุ่งวิสาขบูชา, พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา, วันสำคัญสากลของโลก, วิสาขบูชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210525/image_big_60ad14c3e31b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2020 10:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2020 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตักบาตรริมฝั่งโขงที่หนองคายคึกคัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.2563 - &amp;nbsp;พุทธศาสนิกชนชาวหนองคาย ออกมาตักบาตรบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงเนื่องในวันวิสาขบูชากันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากปีนี้มีการงดจัดกิจกรรมทำบุญตักบาตรและเวียนเทียนที่วัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยบรรยากาศการทำบุญตักบาตรเนื่องในวันวิสาขบูชาที่จังหวัดหนองคาย ปีนี้มีการงดจัดกิจกรรมทำบุญตักบาตรและเวียนเทียนตามวัดต่าง ๆ โดยเฉพาะที่วัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง ที่เป็นสถานที่หลักจัดกิจกรรมเนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้พุทธศาสนิกชน ชาวหนองคาย ได้พากันออกมาทำบุญตักบาตรตามเส้นทางที่พระภิกษุสงฆ์ตามเส้นทางต่าง ๆ ทั้งตามหมู่บ้าน และชุมชนของตนเอง
&amp;nbsp;
ลานวัฒนธรรมริมฝั่งแม่น้ำโขงภายในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย ก็เป็นอีกจุดที่พุทธศาสนิกชนชาวหนองคายพากันออกมาทำบุญตักบาตรในวันวิสาขบูชากันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะลานวัฒนธรรมริมฝั่งแม่น้ำโขงบริเวณชุมชนวัดธาตุ จุดที่มีพระธาตุกลางน้ำจมอยู่ในแม่น้ำโขง และเป็นจุดที่มีพิธีลอยเถ้าอัฐิหลวงพ่อคูณ มีพระภิกษุสงฆ์และสามเณร จากวัดต่าง ๆ ภายในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย ที่มีวัดตั้งอยู่ใกล้ลานวัฒนธรรมริมฝั่งแม่น้ำโขง ออกมาบิณฑบาต ให้พุทธศาสนิกชนชาวหนองคายได้ทำบุญตักบาตรเนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65197</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตักบาตร, พุทธศาสนิกชน, วิสาขบูชา, หนองคาย, แม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200506/image_big_5eb22cf20aa73.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2020 08:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2020 08:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สงขลาคึกคัก!พุทธศาสนิกชนสวมหน้ากากออกมาทำบุญตักบาตรเนื่องในวันวิสาขบูชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.2563 - ที่ย่านการค้าวชิรา ถนนทะเลหลวง อ.เมือง จ.สงขลา มีพุทธศาสนิกชนชาวสงขลาเดินทางมาทำบุญตักบาตรพระสงฆ์เนื่องในวันวิสาขบูชาบริเวณนี้อย่างคึกคัก แม้เป็นช่วงวิกฤติโควิด-19 &amp;nbsp;โดยพระสงฆ์ออกมาเดินรับบิณฑบาตรจากประชาชนตามปรกติ ซึ่งถือเป็นกิจของสงฆ์ และพระทุกรูปจะสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตนเองเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;
แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีประชาชนที่มาทำบุญตักบาตรลดลง เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่จะไม่ออกจากบ้าน &amp;ldquo;อยู่บ้าน หยุดโรค เพื่อชาติ&amp;rdquo; แต่ในเช้าวันนี้ประชาชนออกมาทำบุญตักบาตรพระสงฆ์กันคึกคัก เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว เนื่องในวันวิสาขบูชา &amp;nbsp;ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาและวันสำคัญสากลของโลก ท่ามกลางการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระวิสุทธิคุณ พระปัญญาคุณ และพระมหากรุณาธิคุณ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีต่อมวลมนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลายและนำหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์มาเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65187</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถนนทะเลหลวง, พุทธศาสนิกชน, วิสาขบูชา, สงขลา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200506/image_big_5eb21999adb47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64043</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2020 16:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2020 16:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;อิทธิพล&quot;ชงแนวทางปฏิบัติวันวิสาขบูชาเข้า ครม. ออกกฎจำกัดคนเข้าวัดเวียนเทียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 23 เม.ย.- นายอิทธิพล คุณปลื้ม&amp;nbsp;&amp;nbsp;รมว.วัฒนธรรม กล่าวภายหลังมอบถุงยังชีพ และอาหาร ให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร&amp;nbsp;และวัดสุทัศน์เทพวราราม ว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;รัฐบาลมอบหมายให้ทุกกระทรวง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผสานพลังเครือข่ายปฏิบัติงานตามที่มีหน้าที่อยู่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้ประสานความร่วมมือกับ เครือข่ายบ้าน วัด โรงเรียน หรือ บวร โดยขับเคลื่อนพลังบวรในการช่วยฝ่าวิกฤติร่วมกันทั่วประเทศ ในส่วนกรุงเทพฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้ร่วมกับวัดต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดำเนินงานตามพระดำริ ของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช&amp;nbsp;สกลมหาสังฆปริณายก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยให้วัดเพื่อเป็นศูนย์กลางในการแจกจ่ายอาหาร และถุงยังชีพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมประสานไปยังกรุงเทพมหานคร ให้สำรวจความต้องการของชุมชน และเชิญประธานชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;มาเป็นตัวแทนมารับอาหาร แล้วกระจายไปยังคนในชุมชน รวมถึง มอบแก่ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ เพื่อลดจำนวนคนมารวมตัวกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนภูมิภาคได้มอบให้วัฒนธรรมจังหวัดประสานกับเจ้าอาวาสวัดในแต่ละวัด รวมถึงผู้นำท้องถิ่น เพื่อให้มาช่วยดูแลการแจกเครื่องอุปโภคบริโภค ตามมาตรการที่รัฐบาลกำหนด&amp;nbsp;&amp;nbsp;เน้นการ เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้สวมใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้ วธ.&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยังเป็นสื่อกลางในการรับบริจาคสิ่งของเครื่องใช้และเครื่องยังชีพจากผู้มีจิตศรัทธา โดยจะนำไปมอบต่อให้บุคลากรทางการแพทย์ และ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพล กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา ประจำปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งได้มีการยกเลิกการจัดกิจกรรมที่ท้องสนามหลวงไปแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรมการศาสนา (ศน.) จึงประสานไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนา (พศ.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในการออกมาตรการรณรงค์และแนวปฏิบัติในการจัดกิจกรรมทางศาสนาเนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา ในลักษณะเดียวกับ เทศกาลวันสงกรานต์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งสามารถลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ลงได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งหลักๆ ก็ให้งดเว้นจัดกิจกรรมเพื่อ เป็นการลดการรวมกลุ่มคน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้ใช้เวลาทำบุญตักบาตรในเวลาอันรวดเร็ว หรือ หากวัดใดจัดกิจกรรมการเวียนเทียนจะต้องจำกัดจำนวนคน และให้เว้นระยะห่างในการเดินวนรอบพระอุโบสถ&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยให้แต่ละวัดพิจารณาขนาดพื้นที่ที่จะรองรับจำนวนคน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตลอดจนรณรงค์ให้ประชาชนไหว้พระ สวดมนต์ที่บ้าน เป็นต้น ทั้งนี้จะมีการประเมินสถานการณ์ในภาพรวมของประเทศ เพื่อกำหนดแนวทาง เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.)ภายในสัปดาห์หน้า ก่อนออกเป็นข้อปฏิบัติอย่างเป็นทางการให้ทั่วประเทศปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64043</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงวัฒนธรรม, วัดสุทัศนเทพวราราม, วิสาขบูชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200423/image_big_5ea1619a9233a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36177</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2019 17:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2019 17:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเสด็จฯเวียนเทียน บำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค.62 - เวลา 16.43 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา ณ &amp;nbsp;พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงพระอุโบสถ ทรงจุดเทียนรุ่ง และทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่งบูชา พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร &amp;nbsp;พระพุธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ พระพุทธเลิศหล้านภาไลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมมาสน์ศิลา ทรงกราบ &amp;nbsp;เสด็จออกจากพระอุโบสถ ทรงยืนที่ชานพระอุโบสถ &amp;nbsp;รักษาราชการผู้อำนวยการกองพระราชพิธี ทูลเกล้าฯ ถวายเทียน ทรงจุดไฟจากโคมไฟฟ้า แล้วพระราชทานเพื่อเชิญไปถวายเจ้าอาวาส จุดเทียนบูชาพระรัตนตรัยตามพระอารามหลวงที่ได้ทรงพระราชอุทิศไว้ &amp;nbsp; จากนั้น รักษาราชการผู้อำนวยการกองพระราชพิธี ทูลเกล้าฯ ถวายเทียนชนวน ทรงจุดไฟจากโคมไฟฟ้า แล้วทรงถือเทียนนั้นไว้ &amp;nbsp; เจ้าพนักงานศุภรัตนำโคมเทียนมาขอพระราชทานจุดไฟ สำหรับทรงถือเมื่อเวลาเสด็จ ฯ เวียนเทียนประทักษิณพระอุโบสถ พระราชวงศ์ ข้าราชการ จะได้เข้าไปเฝ้า ฯ ขอพระราชทานต่อเทียนที่ทรงถืออยู่นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสร็จการต่อเทียนแล้ว พระราชทานเทียนชนวนนั้นให้เจ้าพนักงานสนมพลเรือนรับไป ทรงกราบที่พระแท่น แล้วทรงนำสวดสรรเสริญพระรัตนตรัย &amp;nbsp;สวดจบ &amp;nbsp;ทรงรับโคมจากเจ้าพนักงานศุภรัต ทรงพระดำเนินเลี้ยวขวาเวียนรอบพระอุโบสถ &amp;nbsp;เมื่อเสด็จฯ เวียนรอบพระอุโบสถครบ 3 รอบแล้ว เสด็จเข้าพระอุโบสถ เสด็จ ฯ ไปที่ธรรมมาสน์ศิลา ทรงโปรยดอกมะลิที่ธรรมมาสน์ศิลา (พระเทพปริยัติมุนี วัดหงส์รัตนาราม ขึ้นนั่งยังธรรมมาสน์ศิลา) ถวายความเคารพพระราชอาสน์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ &amp;nbsp;ประทับพระราชอาสน์ &amp;nbsp;เสด็จ ฯไปทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์ที่หน้าพระราชอาสน์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปตั้งที่ธรรมมาสน์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม &amp;nbsp; ประทับพระราชอาสน์ &amp;nbsp;ทรงศีล (เจ้าพรักงานกรมการศาสนาอาราธนาศีล พระเทพปริยัติมุนี ถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนา จบ) ทรงหลั่งทักษิโณทก (พระเทพปริยัติมุนี ถวายอนุโมทนาบนธรรมมาสน์ แล้วลงมานั่งยังอาสน์สงฆ์)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสด็จ ฯไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์แด่พระราชาคณะที่ถวายเทศน์แล้วทรงประเคนสบงถวายพระสงฆ์ 4 รูป ที่สวดรับอนุโมทนา ประทับพระราชอาสน์ &amp;nbsp;(พระสงฆ์ถวายอดิเรก ออกจากพระอุโบสถ)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ถวายความเคารพพระราชอาสน์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp; ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ &amp;nbsp; เสด็จออกจากพระอุโบสถ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36177</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ, วิสาขบูชา, เวียนเทียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190518/image_big_5cdfe38e8a6d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10275</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; วันอังคารที่ 29 พ.ค.2561 ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 วัน &amp;quot;วิสาขบูชา&amp;quot; เป็นวันสำคัญของพุทธศาสนา มี 3 เหตุการณ์สำคัญคือ ได้แก่ วันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานคติธรรมว่า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสั่งสอนให้เราทั้งหลายรู้เท่าทันจิตใจของตนเองอยู่ตลอดเวลา การจะละคลายความยึดมั่นถือมั่นอันเป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ ย่อมไม่อาจเกิดขึ้นได้เลยหากขาดสภาพธรรมะที่เรียกว่า &amp;quot;สติ&amp;quot; ขอเชิญชวนสาธุชนทั้งหลายจงอย่าได้ละเลยการอบรมเจริญสติ ให้รู้เท่าทัน กาย วาจา และใจของตน อันจักได้ชื่อว่าเป็นการกระทำหน้าที่ชาวพุทธได้ปฏิบัติบูชาตามที่พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญ และเป็นการสืบอายุพระพุทธศาสนาให้ ยั่งยืนอยู่คู่โลกนี้สืบไป ตราบกาลนาน...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนกรณีทุจริตเงินทอนวัดที่กำลังร้อนระอุขณะนี้จะทำให้ประชาชนเสื่อมความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาหรือไม่ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม บอกว่า &amp;quot;ขอให้คนไทยมีสติในการพิจารณา ไตร่ตรองและแยกแยะว่าอะไรดีหรือไม่ดี ความศรัทธาเกิดขึ้นได้ โดยอย่ายึดติดที่ตัวบุคคล ขอให้ยึดถือพระรัตนตรัยเป็นที่ตั้งและเลื่อมใสศรัทธาต่อหลักธรรมคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งสอนให้คนประพฤติ ปฏิบัติดี นำไปสู่ผู้มีศีล สมาธิ และปัญญา หากพุทธศาสนิกชนยึดหลักธรรมของพระพุทธองค์แล้ว เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่อพระสงฆ์ ไม่ว่าจะเป็นพระเถระ หรือพระทั่วไปก็ตาม จะไม่เกิดความหวั่นไหวในพระรัตนตรัยแต่อย่างใด...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาการทุจริตเงินทอนวัด เป็นเรื่องที่สะสมมานาน แต่ไม่มีใครกล้าแตะ เพราะเกี่ยวข้องกับพระเถระชั้นผู้ใหญ่ เจ้าหน้าที่รัฐก็เกียร์ว่าง กระบวนการยุติธรรมไม่ทำงาน เมื่อ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เดินหน้าตรวจสอบสะสางอลัชชีในคราบพระสงฆ์ จึงสะเทือนวงการผ้าเหลือง เหตุการณ์นี้ต้องพลิกวิกฤติเป็นโอกาสนำไปสู่การสังคายนาคณะสงฆ์ครั้งใหญ่ สำหรับ พุทธะอิสระ นั้น แม้จะโดนหางเลขไปด้วย ได้ฝากผ่านลูกศิษย์ว่า &amp;ldquo;อย่าทำให้ คสช.เสียกำลังใจ ช่วยกันผลักดันให้ คสช.ปฏิรูปวงการสงฆ์ให้สำเร็จ โดยกรรมการมหาเถรสมาคมต้องไม่แต่งตั้งคนของตัวเองเข้าไปปฏิรูปกฎหมายสงฆ์ กวาดล้างอลัชชีให้หมดไป!&amp;rdquo; ก็ถือว่าเบี้ยแลกขุนครั้งนี้คุ้มค่า...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; น่าอดสูยิ่งสำหรับ พรรคเพื่อไทย-แกนนำ นปช. ที่โอดครวญมาตลอดว่าพวกตัวเองถูกกระทำจากอำนาจรัฐอย่างไม่ยุติธรรม ถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง แต่เมื่อ &amp;quot;พุทธะอิสระ&amp;quot; ถูกเจ้าหน้าที่ใช้กำลังบุกเข้าจับกุมอย่างรุนแรงเกินกว่าเหตุ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ แต่นักการเมืองเหล่านี้กลับซ้ำเติมเข้าไปอีก เพียงแค่มีจุดยืนทางการเมืองต่างกัน แยกแยะไม่ออกว่าอะไรคือความยุติธรรม โดยเฉพาะ นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่โดนคดีทุจริตบ้านเอื้ออาทร พูดเอาดีแต่ฝ่ายตัวเอง ไม่เคยมีแนวคิดจะปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับประชาชนทุกฝ่าย จ้องจะแก้รัฐธรรมนูญเพียงเพื่อประโยชน์ของฝ่ายการเมืองอีก แล้วอย่างนี้จะสร้างความปรองดองได้อย่างไร...0&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ชงสูตร &amp;quot;ก.ตร.&amp;quot; ใหม่ 18 คน โดยให้ &amp;quot;กกต.&amp;quot; กำหนดวิธีการเลือก ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุติ 8 คน มาจากการเลือกโดยตำรวจชั้นสัญญาบัตรขึ้นไปจากผู้ที่เคยเป็นตำรวจ 5 คน และผู้ที่ไม่เคยเป็นตำรวจอีก 3 คน พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร อดีตรองผู้บังคับการจเรตำรวจ บอกว่าไม่ตื่นเต้นและไม่ใช่การปฏิรูปที่แท้จริง เพราะ ก.ตร.ยังเป็นตำรวจจึงควรจะมีตัวแทนภาคประชาชนเพิ่มด้วย นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต ก็รู้สึกเซ็งๆ ย้อนว่า &amp;quot;คุณจะปรับปรุงยังไงของคุณก็ปรับไปเถอะ แต่ช่วยตอบหน่อยว่าประชาชนจะได้รับความยุติธรรมจากองค์กรตำรวจได้อย่างไร?&amp;quot; นั่นน่ะสิ ชงมาสารพัดสูตร จนละเลยหัวใจสำคัญของการปฏิรูปตำรวจที่จะแก้ปัญหา การไม่รับส่วยสินบน ไม่ล้มคดี ไม่ยัดข้อหาผู้บริสุทธิ์ จะทำให้หมดไปได้อย่างไร?...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานสวดพระอภิธรรม สู่บุญ วุฒิวงศ์ ประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีก วันที่ 30 พ.ค.61 รดน้ำศพเวลา 16.00 น. ที่วัดมะกอก (ติดกับ รพ.พระมงกุฎ) จากนั้นเวลา 18.30 น. สวดพระอภิธรรม วันที่ 31 พ.ค.61, 1 มิ.ย.61 เวลา 18.30 น. สวดพระอภิธรรม วันที่ 2 มิ.ย.61 เวลา 15.00 น. ทำพิธีฌาปนกิจที่วัดมะกอก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10275</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวีระ โรจน์พจนรัตน์, บันทึกหน้า4, พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร, พรรคเพื่อไทย, พุทธะอิสระ, วิสาขบูชา, ศรีสุวรรณ จรรยา, สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก, สังศิต พิริยะรังสรรค์, สู่บุญ วุฒิวงศ์, แซมซาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10254</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2018 16:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2018 16:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศร้ารับวิสาขบูชา!&#039;หลวงพ่อเฉลี่ย&#039;เกจิดังสุพรรณฯมรณภาพ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค.2561 - &amp;nbsp;วันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้และปรินิพพานขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็เกิดข่าวเศร้ากับแวดวงพระพุทธศาสนา เมื่อพระปริยัติคุณาภรณ์ (เฉลี่ย สิริธโร ป.ธ.3) หรือหลวงพ่อเฉลี่ย อดีตรองเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี อดีตเจ้าอาวาสวัดธัญญวารี (วัดหนองนา) ต.ไร่รถ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี&amp;nbsp;ได้มรณภาพลงอย่างสงบเมื่อเวลา 00.29 น. ด้วยโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร ที่โรงพยาบาลอู่ทอง สิริอายุ 76 ปี 55 พรรษา โดยมีพิธีถวายน้ำสรงศพ วันที่ 30 พ.ค.2561 เวลา 16.00 น. ที่ศาลาการเปรียญวัดธัญญวารี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระปริยัติคุณาภรณ์ มีนามเดิมว่า เฉลี่ย มณีวงษ์ เกิดเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2485 บิดาชื่อนายเผื่อน มณีวงษ์ ​มารดาชื่อนางย้วน มณีวงษ์ อุปสมบท เมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ศ.2505 ณ พัทธสีมาวัดธัญญวารี​ ต.ไร่รถ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี โดยมีพระครูสุวรรณวิสุทธิ์ เจ้าอาวาสวัดธัญญวารีเป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูวรนาถรังสี เจ้าอาวาสวัดเกาะ​ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระมหาบุญพิง ปญฺญาภรโณ วัดโพธินิมิตสถิตมหาสีมาราม เป็นพระอนุสาวนาจารย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำแหน่งฝ่ายปกครอง ปี 2512 เป็นพระกรรมวาจาจารย์, ปี 2512 เป็นเจ้าคณะตำบลไร่รถ, ปี 2515 เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดธัญญวารี​, ปี 2521 เป็นพระอุปัชฌาย์, ปี 2526 เป็นเจ้าคณะตำบลดอนเจดีย์, ปี 2532 เป็นรองเจ้าคณะอำเภอดอนเจดีย์, ปี 2539 เป็นรองเจ้าอาวาสวัดธัญญวารี, ปี 2545 เป็นเจ้าอาวาสวัดธัญญวารี, ปี 2552 เป็น เจ้าคณะอำเภอดอนเจดีย์ และปี 2557 เป็นรองเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านสมณศักดิ์ ปี 2517 เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะตำบล ชั้นโท ที่พระครูปริยัติวราภรณ์, ปี 2531 เป็นพระครูสัญญาบัตร รองเจ้าคณะอำเภอ ชั้นเอก ในราชทินนามเดิม, ปี 2546 เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะอำเภอ ชั้นเอก ในราชทินนามเดิม, ปี 2556 เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะอำเภอ ชั้นพิเศษ ในราชทินนามเดิม, 5 ธ.ค.2558 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญ ที่พระปริยัติคุณาภรณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10254</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระปริยัติคุณาภรณ์, พระพุทธศาสนา, วัดธัญญวารี, วัดหนองนา, วิสาขบูชา, สุพรรณบุรี, หลวงพ่อเฉลี่ย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180529/image_big_5b0d1c12606a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
