<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75008</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2020 12:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2020 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทลายรังผู้ก่อการร้ายจุดเกิดเหตุปะทะ 7 ศพ พบหลุมฝังอุปกรณ์ระเบิดคาดประกอบได้ถึง 20 ลูก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.63 - จากกรณีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้ปิดล้อมป่าละเมาะกลางทุ่งนาพื้นที่ ม.2 ต.กอลำ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี จนเกิดการยิงปะทะกับกลุ่มก่อความไม่สงบอย่างดุเดือดตลอด 3 วันตั้งแต่วันที่ 14-16 ส.ค.ที่ผ่านมาทำให้กลุ่มก่อความไม่สงบถูกวิสามัญเสียชีวิต 7 ศพ ยึดอาวุธปืนคนร้ายได้ 9 กระบอก ส่วนเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดมีรายงานจากหน่วยความมั่นคงว่า เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงได้เข้าไปปิดล้อมตรวจค้นและตรวจสอบพื้นที่จุดเกิดเหตุอีกครั้ง โดยเฉพาะบริเวณป่าละเมาะจุดปะทะ ปรากฏว่าพบพื้นที่บริเวณโดยรอบมีลักษณะคล้ายมีการฝังสิ่งของบางอย่าง จำนวน 9 จุดเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการขุดขึ้นมาปรากฏว่า พบถังพลาสติกถูกฝังไว้ใต้ดิน เมื่อเปิดดูพบว่าภายในมีอุปกรณ์ทำระเบิด ประกอบด้วย กล่องเหล็ก วงจรระเบิด ดินระเบิด และระเบิดชนิดขว้างที่ประกอบเสร็จแล้ว จำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงได้นำออกมาตรวจสอบอย่างละเอียด พร้อมทำการเก็บดีเอ็นเอเพื่อตรวจสอบรอยนิ้วมือแฝงและหาความเชื่อมโยงว่าสิ่งของทั้งหมดมีใครเกี่ยวข้องอีกหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบอุปกรณ์และชิ้นส่วนระเบิดที่ยึดได้ในครั้งนี้ เชื่อว่าหากนำมาประกอบระเบิดน่าจะได้ระเบิดแสวงเครื่องบรรจุกล่องเหล็กขนาด 3-5 กก. ประมาณ 15-20 ลูก ซึ่งจากการทลายแหล่งพักพิงครั้งนี้ ถือเป็นการปิดพื้นที่รังประกอบระเบิดของกลุ่มก่อความไม่สงบ และยังสามารถกดดันกลุ่มสมาชิกแนวร่วมในพื้นที่ อ.ยะรัง. อ.มายอ จ.ปัตตานี และพื้นที่บางส่วนของ จ.ยะลาได้มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบบริเวณริมชายป่าติดกับถนนเรียบคลองชลประทาน พื้นที่เขตรอยต่อระหว่าง บ้านเกือลองแตยอ ต.ม่วงเตี้ย-บ้านวังกว้าง ม.5 ต.ป่าไร่ อ.เเม่ลาน จ.ปัตตานี ตรวจพบอุปกรณ์แผงวงจร จำนวน 18 ชิ้น ประกอบพร้อมใช้งาน จำนวน 1 ชุด เชื้อประทุระเบิดจำนวนหนึ่ง โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ ซัมซุงฮีโร่ จำนวน 1 เครื่อง ถ่าน AA และ ถ่าน 9 โวล์ต ประกอบชุด จำนวนหนึ่ง วิทยุสื่อสาร จำนวน 2 เครื่อง แบตเตอรี่วิทยุสื่อสาร จำนวน 5 ก้อน ท่ออลูมิเนียมตัดสั้น จำนวน 3 ชิ้น เจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐาน เข้าพิสูจน์ทราบพร้อมเก็บหลักฐาน เพื่อพิสูจน์ทราบต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75008</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ปัตตานี, วิสามัญคนร้าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200820/image_big_5f3e0909184a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74703</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2020 14:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2020 14:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.ยังตรึงพื้นที่เหตุปะทะเดือด โจรใต้ดับ 7 ศพ วางกำลังป้องกันขั้นสูงสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.63 - จากกรณีเหตุปะทะในหมู่บ้านบือแนจือแล ม.2 ต.กอลำ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ทำให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ทหารถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 3 นาย และผู้ก่อการร้ายเสียชีวิต ร่วม 7ราย เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุด พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้แจ้งเตือนหน่วยความมั่นคงใน 3 จังหวัด และ 4 อำเภอ ใน จ.สงขลา เพิ่มมาตรการป้องกันขั้นสูงสุด ได้แจ้งหน่วยงาน จนท.สามฝ่าย ในพื้นที่ให้มีการสนธิกำลังทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองได้ ระดมกำลังเพิ่มมาตรการณ์เข้มงวดในการตรวจค้นยานพาหนะทุกชนิด ที่ผ่านเข้า-ออกทางจุดตรวจต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้มีการเพิ่มความเข้มงวดเส้นทางเข้าเมืองปัตตานี 4 มุมเมืองเป็นหลัก รวมทั้งตั้งจุดตรวจรอง&amp;nbsp;จุดตรวจสกัดเฉพาะกิจเสริมอีกทางหนึ่งด้วย และมีการวางกำลังจุดตรวจร่วมตำรวจทหาร และฝ่ายปกครองในพื้นที่ตามแยกต่างๆ โดยด่านตรวจค้นต่างๆในจังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;ให้มีการตรวจสอบข้อมูลของบุคคลที่เดินทางเข้าสู่จังหวัดปัตตานีอย่างเข้มงวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้มีการตรวจตามบ้านต่างๆบริเวณที่เกิดเหตุดังกล่าวเช่นกัน เพื่อป้องกันการลอบเข้ามาก่อเหตุ หวังตอบโต้เจ้าหน้าทีในพื้นที่ ซึ่งได้มีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษโดยเฉพาะตลอดสัปดาห์นี้ที่มีการปะทะอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ได้มีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษโดยเฉพาะตลอดสัปดาห์นี้ที่เกิดเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง เพราะมีแหล่งข่าวแจ้งว่ากลุ่มคนร้ายมีการเคลื่อนไหวในการที่จะสร้างสถานการณ์เพื่อตอบโต้ &amp;nbsp;จนท.ของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับความคืบหน้าหลังจากเหตุปะทะยืดเยื้อ 3 วัน เจ้าหน้าที่ได้วิสามัญคนร้ายรวม 7 ศพนั้น แม้ว่าเสียงปืนได้สงบลงแล้ว จนขณะนี้เข้าเป็นวันที่ 4 จนท.ยังคงมีการควบคุมพื้นที่โดยรอบ แต่ภารกิจยังไม่เสร็จสิ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงวางกำลังกระชับวงล้อมเข้าพื้นที่ตามยุทธวิธี โดยตรวจค้นตามจุดต่างๆ รอบพื้นที่เกิดเหตุในรัศมี 1-5 กิโลเมตร เพื่อตรวจค้นและหาหลักฐานอย่างละเอียด จนมั่นใจว่าในพื้นที่จุดปะทะไม่มีคนร้ายหลบซ่อนอยู่อีก หรือจนกว่าแน่ใจแล้วว่าพื้นที่ดังกล่าวนั้นปลอดภัยแล้ว จึงจะถอนกำลังออกจนท.ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74703</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ปัตตานี, วิสามัญคนร้าย, เหตุปะทะกับคนร้าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200817/image_big_5f3a328a37e68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2020 20:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2020 20:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปะทะเดือด! จนท.เด็ดหัวโจรใต้ 2 ศพ ยังหลบหนีอีก 3 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.63 - จากกรณีเหตุปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับคนร้ายในพื้นที่ป่าละเมาะในหมู่บ้านบือแนจือแล ม.2 ต.กอลำ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ขณะเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงเข้าปิดล้อมตรวจค้น ซึ่งเหตุปะทะครั้งนี้ทำให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ทหารถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ถูกนำส่ง รพ.ศูนย์ยะลา 1 นายและ รพ.ยะรัง จ.ปัตตานี 2 นาย ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว เบื้องต้นหลังการปะทะเจ้าหน้าที่ยึดที่พักพิงและอุปกรณ์สนามจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงปิดล้อมตรวจค้นอย่างต่อเนื่อง โดยเหตุปะทะเกิดขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 14 สค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด เมื่อเวลา 17.00 น. พลตรีปราโมทย์ พรหมอินทร์ เสนาธิการ กองทัพภาคที่ 4 ในฐานะโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ซึ่งเดินทางลงพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมรับฟังการรายงานสถานการณ์จาก พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผบ.ฉก.ทพ.43 พร้อมเปิดเผยว่า สถานการณ์ยังคงมีการปิดล้อมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากหลังเหตุปะทะครั้งแรกทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ซึ่งในเวลานั้นพบว่าคนร้ายมีด้วยกัน 5 คนพร้อมอาวุธครบมือ สามารถหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการเสริมกำลังเข้าปิดล้อมอย่างหนักเพื่อกดดันและช่วงที่มีการเจรจาให้คนร้ายออกมามอบตัวนั้น ปรากฏว่าเกิดการยิงปะทะขึ้นอีกครั้งที่ 2 กินเวลาร่วม 15 นาที เมื่อเสียงปืนสงบ เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่สามารถเข้าไปเคลียร์พื้นที่ได้ในช่วงนั้นเพราะไม่แน่ใจว่า คนร้ายหลบซ่อนตัวจุดไหนเนื่องจากบริเวณโดยรอบเป็นทุ่งนาและมีป่าละเมาะสูงและคนร้ายอาจจะฉวยโอกาสยิงใส่เจ้าหน้าที่ ทางผู้บังคับบัญชาได้กำชับเสมอว่าขอให้ปฏิบัติภารกิจจากเบาไปหาหนัก ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้ทำการกระชับพื้นที่และกดดันต่อเนื่องเพื่อหวังให้คนร้ายมอบตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ชุดปฏิบัติการณ์จู่โจมได้เข้าไปเคลียร์พื้นที่จุดปะทะ ปรากฏว่าพบคนร้ายถูกวิสามัญ 2 ศพ พร้อมยึดอาวุธปืนคนร้าย 2 กระบอก ประกอบด้วย ปืนอาการ์ และปืนสั้น ขนาด 9 มม. จึงได้ประสานไปยังแพทย์ รพ.ยะรัง และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าทำการชันสูตรพลิกศพ และจากการตรวจสอบของผู้ตายทั้ง 2 ศพทราบชื่อ นายมะสุกรี สารูเมาะ และนายอันวา กอแล แต่อย่างไรก็ตาม การปิดล้อมยังคงดำเนินต่อไปตามยุทธวิธี เพราะเชื่อว่า ยังคงมีคนร้ายที่เหลืออีก 3 คนหลบหนีอยู่ในพื้นที่นี้ และไม่สามารถหนีไปไหนได้ไกล ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงตรึงพื้นที่และปิดล้อมตรวจค้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวอีกว่า ภารกิจครั้งนี้ถือเป็นการปฏิบัติต่อเนื่องของชุดจรยุทธในการไล่ล่ากลุ่มก่อความสงบที่ก่อเหตุลอบวางระเบิดชุดคุ้มครองครูเมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา รวมไปถึงการดำเนินการปิดล้อมพื้นที่เป้าหมายเพื่อกดดันและปิดช่องว่างไม่ให้กลุ่มก่อความไม่สงบหรือแนวร่วมมีโอกาสออกมาก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74472</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน.ภาค 4, จ.ปัตตานี, วิสามัญคนร้าย, เหตุปะทะกับคนร้าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f368b06ecab1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58244</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2020 14:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2020 14:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดระทึก! จับตาย &#039;ไก่ เซเว่น&#039; เสือร้ายจับชาวบ้านเป็นตัวประกัน 3 คน สุดท้ายหนีไม่รอดถูกตร.วิสามัญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ.63 - พ.ต.ท.ก่อเกียรติ ทองนุ่น รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ภายในร้านเสริมสวย&amp;rdquo;น้องนุช&amp;rdquo; เลขที่ 1717/6 ซอยหลังวิกวิโรจน์ ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งแล้วจึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.ธีระวุฒิ เทพเลื่อน รอง ผกก.สส. , ร.ต.อ.วรัชญ์ &amp;nbsp; สวัสดี รอง สวป.ทำหน้าที่ หน.สายตรวจร้อยเวร 20 พร้อมด้วยกำลังตำรวจชุดสืบสวนจำนวนหนึ่งและตำรวจ นปพ.นครศรีธรรมราช รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุเพื่อร่วมกันจับกุมคนร้ายในร้านเสริมสวยที่เกิดเหตุทันที โดยมี ด.ต.คำรพ อุปการณ์ดี ผบ.หมู่งาน ป.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นสามีของนางผานิตย์ อุปการณ์ดี อายุ 45ปี เจ้าของร้านเสริมสวยดังกล่าว ร่วมเดินทางไปที่เกิดเหตุเพื่อล้อมจับกุมคนร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ จนท.พบรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวฟสีดำแดง ทะเบียน 1กฉ-4178 ซึ่งเป็นของคนร้ายจอดอยู่หน้าร้านเสริมสวยดังกล่าว ส่วนคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์กำลังรื้อค้นทรัพย์สินภายในบ้านและได้เตรียมห่ออุปกรณ์เสริมสวยเตรียมจะหลบหนี ซึ่งเมื่อคนร้ายเห็น จนท.ตำรวจ จึงชักอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.ออกมายิงใส่ จนท.ตำรวจ 1 นัดเพื่อเปิดทางหลบหนี แต่กระสุนไม่ถูกใคร ก่อนคนร้ายจะวิ่งหลบหนีออกไปบนถนนราชดำเนิน แล้ววิ่งตัดเข้าซอยไปทะลุถนนศรีปราชญ์ โดยมีรถจยย.ไม่ทราบสีและยี่ห้อมารับพาหลบหนีไป ซึ่ง จนท.ได้วิทยุกสัดจับคนร้ายที่หลบหนีอย่างไม่ลดละ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งเวลา 06.00 น. พ.ต.ท.ก่อเกียรติ ได้กระจายกำลังไล่ติดตามคนร้ายไปจนถึงถนนป่าโล่ง ห่างจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ 400 เมตร พบสังเกตเห็นคนร้ายวิ่งเข้าไปตามถนนป่าโล่ง จนท.จึงไล่ติดตาม จนคนร้ายได้หลบหนีบุกเข้าไปในบ้านเลขที่ 211/6 ถนนป่าโล่ง ซึ่งมีนางปิยะมาศ&amp;nbsp;บุญทิพย์ หรือ ตา อายุ 50ปี เจ้าของบ้านกำลังทำอาหารอยู่ในครัวหลังบ้าน ซึ่งคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนจี้หัวจับตัวนางปิยะมาศเป็นตัวประกันบังคับจะเอารถจยย.เพื่อจะหลบหนี แต่นางปิยะมาศบอกว่าไม่มีรถจยย.คนร้ายจึงปล่อยตัวนางปิยะมาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนคนร้ายวิ่งเข้าไปในบ้านเลขที่ 2112/10 ที่อยู่ติดกัน ใช้ปืนจี้หัวนายประพาส ทิพย์ยุทธิ์ อายุ 63ปี เจ้าของบ้านเพื่อบังคับเอารถจยย.เพื่อหลบหนี แต่รถจยย.ไม่สามารถออกได้ คนร้ายจึงใช้ปืนจี้หัวนายประพาส ออกมาหน้าบ้านเพื่อขู่ไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุมได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏว่าทันใดนั้นได้มีนายกนกพล เจริญวรรณ อายุ 30ปี หลานชายของนายประพาส ได้เข้ามาช่วยเหลือจับคนร้ายจนกอดรัดฟัดเหวี่ยงแย่งชิงตัวประกันกับคนร้าย ทำให้คนร้ายใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด9มม.ยิงใส่ร่างนายกนกพล 1นัด แต่กระสุนไม่ลั่น ทำให้นายกนกพลล้มหัวฟาดพื้นแตกเลือดอาบ ส่วนนายประพาสได้สะบัดมือคนร้ายจนหลุดแล้ววิ่งหลบหนีไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นคนร้ายได้พยายามวิ่งหลบหนี แล้วใช้อาวุธปืน 2กระบอกยิงใส่ จนท.ตำรวจไปหลายนัดแต่ไม่โดนใคร ซึ่งจนท.ตำรวจได้ยิงสวนถูกร่างคนร้ายไปหลายนัดเช่นกัน กระสุนเจาะถูกลำตัวคนร้ายจนทรัด แต่คนร้ายพยายามแข็งใจวิ่งหลบหนีเข้าไปในซอยมหรรณพ ถนนป่าโล่ง ไปได้ประมาณ 50เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นคนร้ายยังไม่สิ้นฤทธิ์ ยังจับตัว ด.ช.ยามารุดดีน เจ๊แต่ อายุ 8 ปี ซึ่งกำลังเดินอยู่ในซอยดังกล่าวเป็นตัวประกันโดยใช้ปืนจี้หัวและล็อคคอ ด.ช.ยามารุดดีนไว้แน่น พร้อมขู่เจ้าหน้าที่ไม่ให้เข้ามาไม่เช่นนั้นจะยิงเด็กให้ตาย ทำให้ จนท.ไม่กล้าเข้าใกล้แต่ได้ปิดล้อมเกลี่ยกล่อมให้คนร้ายมอบตัวแต่โดยดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏว่าขณะที่คนร้ายกำลังล็อคคอ ด.ช.ยามารุดดี ลากถอยหลังไปครู่หนึ่ง เกิดเดินสะดุดฝ่าท่อระบายน้ำจนล้มลง ประกอบกับก่อนหน้านี้ถูกกระสุนปืนของ จนท.ยิงใส่ลำตัวหลายนัด ทำให้คนร้ายหมดแรงล้มลง ทั้งๆที่มือยังล็อคคอ ด.ช.ยามารุดดีไว้แน่น ก่อนที่จนท.ตำรวจจะกรูกันเข้าไปช่วยเหลือ ด.ช.ยามารุดดีนออกได้อย่างปลอดภัย ก่อนจนท.แจ้งมูลนิธิรีบนำร่างคนร้ายที่บาดเจ็บสาหัส ส่ง รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช แต่ได้เสียชีวิตที่ รพ.เวลาต่อมาเพราะกระสุนถูกยิงเข้าลำตัวหลายนัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเกิดเหตุแล้ว ร.ต.อ.อภินันท์ พลศร รอง สว.(สอบสวน)สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีเหตุวิสามัญคนร้ายและไปเสียชีวิตที่ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและชันสูตรพลิกศพ สอบสวนทราบคนร้ายที่เสียชีวิตชื่อนายพงษ์ศักดิ์ เจษฎารมย์ หรือ ไก่ เซเว่น อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ 2 ต.ขนาบนาค อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช สอบพบประวัติมีหมายจับคดีชิงทรัพย์และลักทรัพย์จำนวนหลายหมายจับ มีประวัติเคยก่อเหตุลักทรัพย์และชิงทรัพย์ มาหลายคดีรวมทั้งเคยก่อคดีชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อเซเว่นมาหลายครั้งจนถูกจับกุมเมื่อออกมาก็ยังก่อคดีตระเวนลักทรัพย์และชิงทรัพย์มาหลายครั้งจนถูกจนท.จับตายดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในที่เกิดเหตุจนท.พบปลอกกระสุน9มม.ตกอยู่นับสิบปลอก และกระสุนปืน.38 จำนวน 1ปลอก,อาวุธปืน9มม.1กระบอกและอาวุธปืนพกสั้น.38ไทยประดิษฐ์ 1กระบอกจำนวน2กระบอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐานต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายกนกพล เจริญวรรณ อายุ 30ปี พลเมืองดีที่เข้าช่วยจับกุมคนร้ายและกอดรัดฟันเหวี่ยงกับคนร้ายล้มหัวแตกจนถูกคนร้ายใช้ปืนยิงใส่แต่โชคดีกระสุนปืนด้าน ไม่ลั่น ได้เล่านาทีระทึกให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ก่อนเกิดเหตุตนพบว่าคนร้ายกำลังจับตัวนายประพาสลุงของตนเป็นตัวประกันโดยใช้ปืนจี้หัว โดยไม่คิดอะไรและไม่กลัวอะไรได้เข้าชาร์ทจับคนร้ายแบบไม่คิดชีวิต จนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับคนร้ายจนล้มหัวแตกเลือดออาบ และถูกคนร้ายยิงสวนมา1นัดแต่โชคดีกระสุนด้าน ทำให้ตนรอดชีวิตมาได้หวุดหวิดก่อนคนร้ายวิ่งหลบหนีไปและถูกตำรวจจับตายดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ตนรอดมาได้หลังถูกคนร้ายยิงแต่กระสุนด้านเชื่อว่าอาจจะเป็นเพราะบารมีและความศักดิ์สิทธิ์ของเหรียญในหลวงร.9และเหรียญพญาครุฑ ที่ตนห้อยติดคอไว้ตลอดเวลาปกปักรักษาชีวิตตนมาได้ในครั้งนี้ นายกนกพล กล่าวพร้อมยกมือไหว้ท่วมหัวในที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58244</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครศรีธรรมราช, วิสามัญคนร้าย, สภ.เมืองนครศรีธรรมราช, เมืองคอน, ไก่ เซเว่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200226/image_big_5e561d1680619.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
