<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2021 19:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2021 19:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจมาเลเซียปลิดชีพผู้ต้องสงสัยอาบูไซยาฟ5ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจมาเลเซียโชว์ผลงานวิสามัญฆาตกรรมผู้ต้องสงสัยสมาชิกกลุ่มอาบูไซยาฟ 5 ศพ ที่รัฐซาบาห์บนเกาะบอร์เนียว ระหว่างการยิงต่อสู้กันเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีอ้างคำแถลงของตำรวจรัฐซาบาห์ของมาเลเซียเมื่อวันอังคารที่ 18&amp;nbsp; พฤษภาคมว่า เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ตำรวจได้จู่โจมที่ซ่อนตัวของผู้ต้องสงสัยสมาชิกกลุ่มอาบูไซยาฟ ซึ่งเป็นกลุ่มก่อการร้ายจากฟิลิปปินส์ ใกล้เมืองโบฟอร์ต รัฐซาบาห์ บนเกาะบอร์เนียวส่วนที่เป็นดินแดนของมาเลเซีย ตำรวจโดนโจมตีด้วยปืนและมีดสปาร์ตา ทำให้ต้องยิงปืนตอบโต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮาซานี กาซาลี ผู้บัญชาการตำรวจรัฐซาบาห์ กล่าวระหว่างแถลงข่าวว่า ผู้ต้องสงสัยชาย 5 คนโดนตำรวจวิสามัญฆาตกรรม เชื่อว่าทั้งหมดเป็นสมาชิกของกลุ่มอาบูไซยาฟ ซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่ทางภาคใต้ของฟิลิปปินส์ที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม และอยู่ไม่ไกลจากรัฐซาบาห์ ในที่เกิดเหตุตำรวจพบปืนพก 2 กระบอก, กระสุน 20 นัด และมีดสปาร์ตา 3 เล่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเบอร์นามาอ้างคำกล่าวของฮาซานีด้วยว่า การตายของผู้ต้องสงสัย 5 คนนี้ทำให้เชื่อว่าได้กำจัดหน่วยหนึ่งของอาบูไซยาฟที่ซ่อนตัวในรัฐซาบาห์ ทั้งนี้ ระหว่างปี 2557-2563 ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 83 คนในรัฐนี้ฐานสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มรัฐอิสลาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์เดอะสตาร์ของมาเลเซียรายงานโดยระบุชื่อของหนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่โดนตำรวจมาเลเซียปลิดชีพเมื่อวันจันทร์ว่าคือ มาบาร์ บินดา รองหัวหน้ากลุ่มอาบูไซยาฟ ซึ่งอยู่ในรายชื่อคนร้ายที่ตำรวจฟิลิปปินส์ต้องการตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มอาบูไซยาฟ ซึ่งประกาศสวามิภักดิ์กลุ่มรัฐอิสลามเมื่อปี 2557 อยู่เบื้องหลังเหตุก่อการร้ายหลายครั้งในฟิลิปปินส์ โดยก่อเหตุระเบิด, ฆ่าตัดศีรษะ, ลักพาตัวเรียกค่าไถ่นักท่องเที่ยวชาวตะวันตกและมิชชันนารี ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1990 ส่วนใหญ่ก่อเหตุในทะเลเขตแดนระหว่างมาเลเซียและอินโดนีเซียที่ไม่ค่อยมีการตรวจตรา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103346</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจมาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, วิสามัญฆาตกรรม, อาบูไซยาฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210329/image_big_6061d12738660.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71781</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2020 22:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2020 22:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจแคนาดาวิสามัญปู่วัย73ไม่สวมแมสก์เข้าร้านค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชายชาวแคนาดาวัย 73 ปีโดนตำรวจวิสามัญฆาตกรรม ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเขาปฏิเสธสวมหน้ากากอนามัยเข้าร้านค้าแล้วทำร้ายพนักงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสถานีซีบีซีของแคนาดาเมื่อวันพฤหัสบดีอ้างคำแถลงของตำรวจเมืองออนแทริโอว่า ชายคนนี้เข้าไปในร้านขายของชำร้านหนึ่งในเมืองมินเดน ซึ่งอยู่ห่างนครโทรอนโตทางเหนือราว 200 กิโลเมตร เมื่อวันพุธที่ผ่านมา แต่เมื่อพนักงานของร้านขอให้เขาสวมหน้ากากอนามัยตามที่กฎหมายบังคับเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 เขากลับปฏิเสธแล้วทำร้ายพนักงานคนนี้ จากนั้นก็หนีไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจได้รับแจ้งเหตุ แต่ไม่ได้ขัดขวางรถของผู้ต้องสงสัยรายนี้เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ตำรวจติดตามเขาไปที่บ้านโดยค้นข้อมูลจากป้ายทะเบียนรถ จากนั้นเกิดการยิงกันแล้วชายคนนี้เสียชีวิต มีตำรวจ 2 นายเกี่ยวข้อง หน่วยสืบสวนพิเศษ (เอสไอยู) ของออนแทริโอกล่าวว่า ชายคนนี้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมาไม่นาน แต่คำแถลงไม่เปิดเผยชื่อของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอสไอยูกล่าวด้วยว่า ที่เกิดเหตุ ตำรวจพบปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติ 1 กระบอกและปืนพกอีกกระบอก ยังไม่รวมอาวุธของตำรวจ 2 นายนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71781</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิสามัญฆาตกรรม, แคนาดา, โควิด-19, ไม่สวมหน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200717/image_big_5f11c5aa8f5d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55991</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2020 21:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2020 21:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิสามัญฯ ชายอินเดียจับเด็ก23คนเป็นตัวประกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จำเลยคดีฆ่าคนตายวางแผนจัดปาร์ตี้วันเกิดลูกสาววัย 1 ขวบ เชิญเด็กๆ ในหมู่บ้านมาร่วมงานเมื่อค่ำวันพฤหัสบดีแต่กลับจับเด็กทั้ง 23 คนเป็นตัวประกัน เรียกร้องให้ยกเลิกข้อหา คุมเชิงนาน 10 ชั่วโมงสุดท้ายคอมมานโดบุกเข้าไปวิสามัญฆาตกรรมคนร้าย ส่วนเมียโดนชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์ตายตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและบีบีซีเมื่อวันศุกร์ที่ 31 มกราคม กล่าวว่าเหตุการณ์นี้เกิดภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของอำเภอฟาร์รุคาบัด รัฐอุตตรประเทศ ในภาคเหนือของอินเดีย เมื่อคืนวันพฤหัสบดี โดยชายคนนี้ซึ่งสื่ออินเดียระบุว่าชื่อสุภาศ บาทาม ทำทีว่าจัดงานวันเกิดให้ลูกสาววัย 1 ขวบ แล้วเชิญเด็กๆ ในหมู่บ้าน 23 คนมาร่วมงาน จากนั้นเขาใช้ปีนจี้จับทุกคนไว้เป็นตัวประกัน รวมถึงภรรยาและลูกของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เด็กที่อยู่ในบ้านหลังนั้นมีอายุตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 15 ปี ระหว่างการคุมเชิงและเจรจาต่อรองผ่านไป 7 ชั่วโมง เขายอมปล่อยเด็กหญิงวัย 6 เดือนออกมาเมื่อเช้ามืดวันศุกร์ โดยส่งตัวให้กับเพื่อนบ้านคนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของอามิต มิศรา ตำรวจท้องที่เกิดเหตุว่า ชายคนนี้เรียกร้องให้ยกเลิกข้อกล่าวหาของเขาคดีฆ่าคนตาย และเรียกเงินค่าไถ่เด็กรายละ 10 ล้านรูปี (ราว 4.36 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์กล่าวว่าชายคนนี้ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตฐานฆ่าคนตาย ขณะนี้อยู่ระหว่างการประกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อชาวบ้านรู้เหตุการณ์ก็ได้แจ้งตำรวจ และเมื่อตำรวจมาถึง เขาเริ่มยิงออกมาจากในบ้าน สื่อท้องถิ่นกล่าวว่า ตำรวจเรียกหน่วยคอมมานโดเข้ามาด้วย และให้เตรียมพร้อมจู่โจม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มิศราเปิดเผยว่า ตำรวจพยายามเจรจาต่อรองกับเขานานหลายชั่วโมงแต่ไม่เป็นผล คนร้ายยิงปืนขู่หลายนัด ตำรวจห่วงความปลอดภัยของเด็กๆ จึงตัดสินใจบุกเข้าไปในบ้านทางประตูหลังเมื่อสถานการณ์ผ่านมาราว 10 ชั่วโมง แล้วยิงคนร้ายเสียชีวิต เด็กทุกคนได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างการยิงต่อสู้กัน ภรรยาของคนร้าย, ตำรวจ 2 นาย และชาวบ้านที่มาดูเหตุการณ์ 1 รายได้รับบาดเจ็บ หลังเหตุการณ์ยุติลง ชาวบ้านที่โกรธแค้นพากันบุกเข้าไปในบ้านแล้วรุมประชาทัณฑ์ภรรยาของเขา เธอเสียชีวิตที่โรงพยาบาลเมื่อวันศุกร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55991</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับเด็กเป็นตัวประกัน, วิสามัญฆาตกรรม, อินเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200131/image_big_5e343be114b56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51940</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2019 20:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2019 20:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจอินเดียวิสามัญ 4 ทรชนรุมข่มขืนฆ่าหมอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจอินเดียวิสามัญฆาตกรรม 4 คนร้ายที่ก่อเหตุรุมโทรมและฆ่าเผาศพสัตวแพทย์หญิงวัย 27 ปี ระหว่างทำแผนที่เมืองไฮเดอราบาดเมื่อวันศุกร์ อ้างคนร้ายแย่งปืนต่อสู้กับตำรวจ สังคมอินเดียและญาติเหยื่อแซ่ซ้อง แต่นักสิทธิประณามตำรวจใช้ศาลเตี้ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (ที่ 3 จากซ้าย) ถือปืนของกลาง ขณะตำรวจยืนอยู่รอบศพของหนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกวิสามัญฆาตกรรม เมื่อวันศุกร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 6 ธันวาคมกล่าวว่า ชาย 4 คนนี้ถูกกล่าวหาว่าก่อเหตุรุมข่มขืนแล้วฆาตกรรมสัตวแพทย์หญิงวัย 27 ปี ก่อนจะเผาศพเธอใต้สะพานแห่งหนึ่งเมื่อคืนวันที่ 27 พฤศจิกายน ทั้งสี่ถูกควบคุมตัวมานาน 1 สัปดาห์ และเมื่อเช้าวันศุกร์ ตำรวจพาพวกเขาไปทำแผนประกอบคดี แต่ตำรวจอ้างว่าคนร้ายพยายามหลบหนีด้วยการแย่งปืนตำรวจ จึงโดนตำรวจยิงเสียชีวิตทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวเผยว่า สัตวแพทย์หญิงรายนี้ถูกคนร้ายเจาะยางรถแล้วทำทีช่วยเหลือ แต่เธอถูกลวงเข้าไปในอู่ข้างถนนสายหลักของเมืองนี้ เธอโทรศัพท์หาพี่สาวโดยบอกว่าเธอกลัวชายกลุ่มนี้ ก่อนที่สายจะถูกตัด พี่สาวของเธอแจ้งตำรวจว่าน้องสาวหายตัว แต่ตำรวจไม่สนใจจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีรุมโทรมฆ่าโหดล่าสุดทำให้สังคมอินเดียหวนคิดถึงคดีของนักศึกษาหญิงที่โดนรุมโทรมบนรถบัสขณะกำลังวิ่งอยู่บนท้องถนนในกรุงนิวเดลีเมื่อปี 2555 หญิงสาวถูกโยนลงจากรถ เธอเสียชีวิตในโรงพยาบาลหลายวันหลังจากนั้น คดีนั้นสร้างความโกรธแค้นและเรียกร้องให้ระบบยุติธรรมลงโทษผู้ร้ายข่มขืนสถานหนัก โดยเฉพาะสังคมออนไลน์ของอินเดียที่ต้องการให้ประหารชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังชาย 4 คนถูกจับกุม ผู้ประท้วงหลายร้อยคนพยายามบุกโรงพักในเมืองไฮเดอราบัดที่ขังพวกเขาไว้ แต่ถูกตำรวจสลายการชุมนุม ต่อมามีการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ในหลายเมือง ที่เมืองเดลีผู้หญิงบางคนกวัดไกวดาบ และในสภาผู้แทนราษฎร ส.ส.หญิงคนหนึ่งเรียกร้องให้รุมประชาทัณฑ์ อีกคนแนะให้จับตอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลล่าสุดของรัฐบาลบันทึกว่า ปี 2560 เกิดคดีข่มขืนมากกว่า 33,000 คดี แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวกันว่ายังมีเหยื่ออีกจำนวนมากที่ไม่มีรายงาน และคดีที่เกิดขึ้นมีเพียง 32% ที่คนร้ายถูกตัดสิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการวิสามัญฆาตกรรม ผู้คนหลายร้อยคนพากันมายังที่เกิดเหตุ พวกเขาพากันจุดประทัดฉลอง และนำดอกไม้มามอบให้ตำรวจ สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นรายงานคำกล่าวของพี่สาวสัตวแพทย์หญิงรายนี้ว่าเธอดีใจที่คนพวกนี้โดนฆ่า เหตุการณ์นี้เป็นกรณีตัวอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิพากันคัดค้านการกระทำของตำรวจ ซึ่งมีชื่อเสียงว่ามักใช้การวิสามัญฆาตกรรมตัดตอนกระบวนการทางกฎหมาย หรือเพื่อปกปิดการสอบสวนที่ผิดพลาด หรือเพื่อเอาใจสาธารณชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีนากชรี กันกูลี ผู้อำนวยการฮิวแมนไรต์วอตช์เอเชียใต้ กล่าวว่า ทางการอินเดียละเมิดกฎหมายเพียงเพื่อบรรเทาความโกรธแค้นของประชาชนต่อความล้มเหลวของรัฐในคดีทางเพศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51940</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่มขืน, ตำรวจอินเดีย, รุมโทรม, วิสามัญฆาตกรรม, สัตวแพทย์หญิง, อินเดีย, ไฮเดอราบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191206/image_big_5dea5b0ae3f1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43903</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2019 21:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2019 21:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บราซิลวิสามัญฯ มือปืนจี้รถบัสจับตัวประกันหลายสิบคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มือปืนจี้รถบัสโดยสารจับคนบนรถหลายสิบชีวิตเป็นตัวประกันนานเกือบ 4 ชั่วโมงเมื่อเช้าวันอังคาร ขณะรถคันนี้วิ่งอยู่บนสะพานเชื่อมระหว่างนครรีโอเดจาเนโรกับเมืองนีเตรอยของบราซิล สุดท้ายคนร้ายโดนพลแม่นปืนยิงตายคาที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถบัสโดยสารที่คนร้ายจี้จับตัวประกัน 31 คน บนสะพานเชื่อมระหว่างนครรีโอเดจาเนโรกับเมืองนีเตรอยของบราซิล กำลังถูกเคลื่อนย้ายภายหลังคนร้ายโดนวิสามัญฆาตกรรม เมื่อวันอังคาร / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานว่า คนร้ายรายนี้ขึ้นรถโดยสารประจำทางที่กำลังมุ่งหน้าเข้านครรีโอเดจาเนโรเมื่อเวลาประมาณ 05.30 น.ของวันอังคารที่ 20 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่น แล้วจากนั้นก็เริ่มข่มขู่ผู้โดยสาร โดยสื่อท้องถิ่นของบราซิบรายงานว่า ขณะนั้นมีคนบนรถบัสประมาณ 31 คน และคนร้ายมีทั้งอาวุธปืน, ปืนชอร์ตไฟฟ้าและน้ำมันเบนซิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพเหตุการณ์ที่ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์เผยให้เห็นว่า คนร้ายปล่อยตัวประกัน ชาย 2 คน หญิง 4 คนออกมา โดยมีรถพยาบาลหลายคันจอดรอ&amp;nbsp; ตำรวจพร้อมอาวุธครบมือ พร้อมด้วยทหารและพลแม่นปืนหลายคนล้อมรถไว้ระหว่างที่ตำรวจพยายามเกลี้ยกล่อมคนร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเหตุการณ์ผ่านพ้นไปราว 4 ชั่วโมง สารวัตรทหารของบราซิลก็เปิดเผยว่า คนร้ายโดนพลแม่นปืนวิสามัญฆาตกรรมเสียชีวิตคาที่ ตัวประกันทุกคนปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเบื้องต้นยังไม่เปิดเผยว่าคนร้ายรายนี้เป็นใคร หรือมีแรงจูงใจใด รายงานข่าวของจี 1 นิวส์เผยว่า มือปืนเป็นชายผิวขาวสวมเสื้อยืดสีขาวและกางเกงขายาวสีเข้ม ตอนหนึ่งเขาโผล่ศีรษะออกนอกรถเผยให้เห็นใบหน้าด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นครรีโอเดจาเนโรของบราซิลเคยเกิดเหตุจี้รถบัสโดยสารสาย 174 จับตัวประกันเป็นข่าวครึกโครมเมื่อปี 2543 และถูกทำเป็นสารคดีระดับคว้ารางวัล คนร้ายโดนฆ่าตายและมีตัวประกันเสียชีวิต 1 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43903</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับตัวประกัน, จี้รถบัส, นีเตรอย, บราซิล, รีโอเดจาเนโร, วิสามัญฆาตกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5c0716062a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24253</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2018 21:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2018 21:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝรั่งเศสจับตายมือกราดยิงสตราสบูร์ก ไอเอสสมอ้างตามเคย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มือปืนกราดยิงที่ตลาดคริสต์มาสในเมืองสตราสบูร์ก สังหารเหยื่อ 3 คนรวมคนไทย 1 คนเมื่อค่ำวันอังคาร โดนตำรวจฝรั่งเศสวิสามัญฆาตกรรมระหว่างการยิงต่อสู้เมื่อวันพฤหัสบดี ขณะกลุ่มรัฐอิสลามสมอ้างเป็นทหารของตนอีกตามเคย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจและทีมนิติวิทยาศาสตร์ฝรั่งเศสเก็บหลักฐานที่เกิดเหตุ ที่ตำรวจวิสามัญฆาตกรรมเชริฟ เชกัตต์ มือปืนกราดยิงในตลาดคริสต์มาสเมืองสตาร์สบูร์ก / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจับตายเชริฟ เชกัตต์ หนุ่มวัย 29 ปีเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น.ของวันพฤหัสบดีที่ 13&amp;nbsp; ธันวาคม 2561 ตามเวลาท้องถิ่น (03.00 น.วันศุกร์ของไทย) เป็นการยุติปฏิบัติการไล่ล่านาน 48&amp;nbsp; ชั่วโมงที่ต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงมากกว่า 700 นายในฝรั่งเศส และทำให้หลายประเทศที่มีพรมแดนติดกับฝรั่งเศสต้องเพิ่มการตรวจตราชายแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีอ้างคำกล่าวของทางการฝรั่งเศสเมื่อวันศุกร์ว่า เชกัตต์โดนยิงตายที่เขตนอยดอร์ฟ&amp;nbsp; ห่างจากตลาดคริสต์มาสที่เขาก่อเหตุกราดยิงราว 2 กิโลเมตร คริสตอฟ กัสตาเนร์ รัฐมนตรีมหาดไทย เปิดเผยว่า ตำรวจ 3 นายพบเชกัตต์บนถนนสายหนึ่ง ตำรวจพยายามเข้าจับกุมตัวเขา แต่เชกัตต์ยิงใส่ตำรวจจนโดนวิสามัญฆาตกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวใกล้ชิดการสอบสวนเผยว่า ช่วงบ่ายวันพฤหัสบดี หญิงคนหนึ่งแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าพบเห็นชายต้องสงสัย มีลักษณะคล้ายกับเชกัตต์และมีบาดแผลที่แขน ที่เชื่อว่าเกิดจากการยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ที่ตลาดคริสต์มาส เจ้าหน้าที่จึงเปิดปฏิบัติการปิดล้อมพื้นที่และใช้เฮลิคอปเตอร์ติดกล้องตรวจจับความร้อนออกไล่ล่าเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวอีกรายเผยด้วยว่า ประชาชนที่มามุงดูรอบจุดเกิดเหตุที่ตำรวจจับตายเชกัตต์พากันร้องตะโกนไชโยและปรบมือ ชาวบ้านในพื้นที่พากันแสดงความโล่งอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฉมหน้าของเชริฟ เชกัตต์ ในใบประกาศจับของตำรวจฝรั่งเศส / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ประกาศอ้างผ่านสำนักข่าวอามัก สื่อโฆษณาชวนเชื่อของพวกเขา ว่าเชกัตต์เป็นทหารของรัฐอิสลาม ที่ก่อการตามเสียงเรียกร้องให้โจมตีพลเมืองของประเทศในกลุ่มพันธมิตรที่ต่อต้านไอเอส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยานหลายคนกล่าวกับพนักงานสอบสวนว่า ขณะเปิดฉากกราดยิงเมื่อค่ำวันอังคาร คนร้ายได้ร้องตะโกนสรรเสริญอัลลอฮ์ด้วย ส่วนรอยเตอร์อ้างคำกล่าวของพนักงานสอบสวนที่เผยกับบีเอฟเอ็มทีวีของฝรั่งเศส ว่ามือปืนรายนี้บอกกับคนขับแท็กซี่ที่ขับรถพาเขาหนีออกจากตลาดคริสต์มาสว่า เขาก่อเหตุเพื่อล้างแค้นให้พี่น้องในซีเรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงเมื่อค่ำวันอังคารมีทั้งสิ้น 3 คน หนึ่งในนั้นคือนายอนุพงษ์ สืบสมาน นักท่องเที่ยวชาวไทยอายุ 47 ปี ส่วนผู้บาดเจ็บ 13 คนนั้น รัฐมนตรีมหาดไทยฝรั่งเศสกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า 3 คนยังมีอาการวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชกัตต์มีชื่อในบัญชีเฝ้าจับตาบุคคลความคิดสุดโต่งที่มีความเสี่ยงต่อการก่อการร้ายของฝรั่งเศสมาตั้งแต่ปี 2558 เขาเคยก่อคดีไว้มากมายใน 4 ประเทศของยุโรป รวมความผิดอย่างน้อย 27 ข้อหา ซึ่งรวมถึงคดีลักทรัพย์และใช้ความรุนแรงที่ทำให้เขาเคยติดคุกที่ฝรั่งเศส, เยอรมนี และสวิตเซอร์แลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจฝรั่งเศสลาดตระเวนที่ตลาดคริสต์มาสเมืองสตราสบูร์กที่กลับมาเปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ เป็นวันแรกนับแต่เกิดเหตุกราดยิง / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงที่เชกัตต์ยังลอยนวลนั้น รัฐบาลฝรั่งเศสเรียกร้องผู้ชุมนุมกลุ่ม &amp;quot;เสื้อกั๊กเหลือง&amp;quot; ระงับการนัดชุมนุมประท้วงวันเสาร์นี้ โดยแบ็งฌาแม็ง กรีโวซ์ โฆษกรัฐบาล ขอความเห็นใจว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงกำลังปฏิบัติหน้าที่กันอย่างหนัก และรัฐบาลได้ยอมประนีประนอมแล้วหลายประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประท้วงเหล่านี้ซึ่งไม่มีผู้นำเป็นตัวเป็นตนได้ชุมนุมประท้วงในกรุงปารีสและอีกหลายเมืองทั่วประเทศในวันเสาร์มา 4 เสาร์ติดต่อกันแล้ว และพวกเขายังคงนัดชุมนุมกันต่อในวันเสาร์นี้โดยไม่รับฟังคำขอของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การชุมนุมประท้วงซึ่งเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน มีชนวนเหตุจากความโกรธแค้นของกลุ่มคนรากหญ้าต่อนโยบายการขึ้นภาษีเชื้อเพลิงของรัฐบาล แต่ความไม่พอใจได้บานปลายเป็นการประท้วงปัญหามาตรฐานการครองชีพและการต่อต้านประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ที่ถูกมองว่าไม่ใส่ใจต่อปัญหาปากท้องของประชาชนทั่วไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24253</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับตาย, ตลาดคริสต์มาส, ฝรั่งเศส, มือปืนกราดยิง, วิสามัญฆาตกรรม, สตราสบูร์ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181214/image_mid_5c13bb3d0fcd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23136</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2018 22:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2018 22:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุก 40 ปี ตำรวจปินส์ 3 นาย โหนสงครามยาเสพติดฆ่าเด็กวัย 17 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลฟิลิปปินส์ตัดสินลงโทษตำรวจ 3 นาย รายละไม่ต่ำกว่า 40 ปี ฐานฆ่านักเรียนมัธยมปลายวัย 17 ปี โดยอ้างปราบปรามนักค้าระหว่างปฏิบัติการสงครามยาเสพติด แต่หลักฐานจากกล้องวงจรปิดชี้ชัดตำรวจเจตนาฆ่าแล้วยัดปืนใส่มือเด็กหนุ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวฟิลิปปินส์ชูภาพของคีอัน เดโลส ซานโตส ขณะร่วมประท้วงด้านนอกโรงพักต้นสังกัดของตำรวจ 3 นายนี้ เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน 2561 ว่า คำพิพากษาของศาลเมืองคาลูกันในวันเดียวกันนี้เป็นคดีแรกที่เกี่ยวข้องกับการวิสามัญฆาตกรรมระหว่างสงครามยาเสพติดของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ที่ดำเนินมายาวนาน 29 เดือน และมีผู้ต้องสงสัยโดนตำรวจฆ่าตายแล้วเกือบ 5,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูเตร์เตเคยประกาศไว้ว่า เขาจะอภัยโทษให้เจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด แต่เหตุการณ์สังหารคีอัน เดลอส ซานโตส เด็กวัย 17 ปี เมื่อเดือนสิงหาคม 2560 ทำให้แม้แต่ดูเตร์เตก็กล่าวประณามและสั่งห้ามตำรวจเข้ายุ่งเกี่ยวกับการทำสงครามยาเสพติดของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจอ้างในเวลานั้นว่า ซานโตสเป็นเด็กเดินยาที่ยิงใส่ตำรวจระหว่างขัดขืนการจับกุม ทำให้ตำรวจต้องป้องกันตัว ศพของเขาถูกพบในตรอกมืดมิดสกปรกในกรุงมะนิลาโดยมือซ้ายถือปืน แต่ครอบครัวของซานโตสปฏิเสธคำกล่าวอ้างของตำรวจ นอกจากนี้ ภาพจากกล้องวงจรปิดยังฟ้องว่าตำรวจเหล่านี้พาเด็กคนหนึ่งที่รูปร่างท่าทางเหมือนกับซานโตสเข้าไปในตรอกนี้ ผู้เห็นเหตุการณ์ให้การต่อศาลไว้ด้วยว่า ก่อนโดนยิงตาย เด็กชายคุกเข่าใช้สองมือป้องศีรษะและร้องขอชีวิตด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมซานโตส (สวมเสื้อเหลือง) ถูกคุมตัวออกจากศาลเมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้พิพากษาโรลดอลโฟ อาซูเซนา กล่าวว่า ทัศนคติที่ว่ายิงก่อน คิดทีหลัง เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ในสังคมศิวิไลซ์ การฆ่าคนหรือการฆาตกรรมไม่ใช่หน้าที่ของผู้พิทักษ์กฎหมาย และความสงบสุขของประชาชนมิอาจตั้งอยู่บนพื้นฐานของการสูญเสียชีวิตมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครอบครัวของซานโตสพากันหลั่งน้ำตาเมื่อได้ยินคำตัดสินของศาลว่า ตำรวจ 3 นายนี้มีความผิดฐานฆาตกรรม และลงโทษจำคุกตำรวจ 3 นายนี้ คนละ 40 ปี ลอเรนซา แม่ของเขาซึ่งทำงานเป็นแม่บ้านในต่างแดน กล่าวว่า เธอดีใจมาก เพราะคำตัดสินนี้พิสูจน์ว่าลูกชายของเธอบริสุทธิ์และไม่เคยข้องเกี่ยวกับยาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านซัลวาดอร์ ปาเนโล โฆษกของดูเตร์เตยินดีกับคำตัดสินนี้ และว่าคดีนี้เป็นการเจตนาฆ่า ซึ่งดูเตร์เตไม่ยอมให้เกิดขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23136</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆาตกรรมวัยรุ่น, ตำรวจฟิลิปปินส์, ฟิลิปปินส์, วิสามัญฆาตกรรม, สงครามยาเสพติด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181129/image_big_5bfff90c46d9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
