<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59107</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2020 18:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2020 18:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองผวจ.เมืองโอ่ง​ แจง​ ไม่ได้ใช้ราชบุรีเป็นสถานที่กักตัว​&#039;ผีน้อย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค.63 - นายวิสาห์ พูลศิริรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี พร้อมนายแพทย์ชวนนท์ อิ่มอาบ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดราชบุรี แถลงกรณีมีข่าวว่าจังหวัดราชบุรีเป็นสถานที่กักตัวผู้ที่เดินทางกลับจากกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะสองเมืองของประเทศเกาหลีใต้ ว่า​ หลังจากมีประชาชนเกิดความกังวลไม่สบายใจจึงมีการยกเลิกไป จากนี้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดราชบุรีจะประชุมพิจารณาหาสถานที่แห่งใหม่ตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้​ สถานที่ข้างต้นจังหวัดราชบุรีได้เตรียมการไว้รองรับชาวราชบุรีที่เดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยงเท่านั้น คือ จีน เกาหลีใต้ อิตาลี และประเทศอิหร่าน ซึ่งสถานที่แห่งนี้จะรับเฉพาะคนที่ไม่ป่วยไข้เท่านั้น หากป่วยไข้หน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขจะคัดแยกตั้งแต่ต้นทางคือสนามบิน แล้วนำไปกักตัวคล้ายกับคนไทยที่กลับจากเมืองอู่ฮั่นประเทศจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนกรณีที่มีข่าวหรือข้อความที่เผยแพร่จากสื่อส่วนกลางและสื่อออนไลน์ว่าในเขตทหารจังหวัดราชบุรีเป็นสถานที่กักตัวผู้ที่เดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยงนั้น ทางผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีได้ประสานกับข้อมูลจากหน่วยทหารแล้วว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใดขอให้ประชาชนสบายใจได้&amp;quot;นายวิสาห์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59107</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราชบุรี, วิสาห์ พูลศิริรัตน์, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200307/image_big_5e638c4d09227.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26548</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2019 19:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2019 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “เทศกาลแห่งแสงไฟฯจังหวัดราชบุรี”  ย้อนเวลาสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแสดงแสงไฟ สื่อประสม จ.ราชบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ย้อนเวลาไปสู่ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ราชบุรี&amp;rdquo; ในปัจจุบันเป็นที่รู้จักในเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวของคนรุ่นใหม่ ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติและอาหารการกิน มีร้านค้า ร้านอาหาร รีสอร์ตที่ทันสมัยเกิดขึ้นมากมายตอบสนองนักท่องเที่ยว แต่กว่าที่ราชบุรีจะอุดมสมบูรณ์และเป็นที่นิยมในทุกวันนี้ เมืองราชบุรีก็เคยผ่านช่วงเวลาและเหตุการณ์สำคัญอยู่หลายครั้งในอดีต โดยเฉพาะเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ระบุว่ามีความเกี่ยวข้องกับสมรภูมิการรบหลายสมัย หนึ่งในเหตุการณ์ที่คนราชบุรีลืมไม่ลงคือ ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ที่กองทัพญี่ปุ่นเริ่มพ่ายแพ้สงครามในเมียนมา และจะต้องถอยทัพผ่านราชบุรี เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้บุคคลสำคัญของจังหวัดเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่เยี่ยมราษฎรในขณะนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้ จังหวัดราชบุรีจึงได้ร่วมกับหน่วยงานราชการและเอกชน โดยการสนับสนุนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานราชบุรี จะจัดงาน &amp;ldquo;เทศกาลแห่งแสงไฟและสื่อประสมจังหวัดราชบุรี&amp;rdquo; สุดยิ่งใหญ่ ย้อนเวลาไปสู่ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และการแสดง &amp;ldquo;ย้อนรอยเล่าขาน ตำนานเมืองราชบุรี เรืองรุจี เกริกก้องปฐพี&amp;rdquo; เป็นครั้งแรก ตั้งแต่วันที่ 15-20 มกราคมนี้ ที่บริเวณริมเขื่อนรัฐประชาพัฒนา แม่น้ำแม่กลอง อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี เพื่ออนุรักษ์สืบสานประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าของจังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ย้อนรอยราชบุรีผ่านม่านน้ำพุ

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายวิสาห์ พูลศิริรัตน์ รองผู้ว่าราชการ จ.ราชบุรี กล่าวถึงที่มาการจัดงานว่า การจัดงานขึ้นมาในช่วงวันที่ 15-20 มกราคม มีวัตถุประสงค์เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี &amp;ldquo;ท่านหลวงนิคมคณารักษ์&amp;rdquo; บุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ราชบุรี ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เนื่องจากสมัยนั้นเมืองราชบุรีเป็นเส้นทางลำเลียงทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์ของญี่ปุ่นไปมลายูและเมียนมา เมื่อกองทัพญี่ปุ่นเริ่มพ่ายแพ้สงครามในเมียนมา ฝ่ายสัมพันธมิตรจึงจำเป็นต้องทำลายเส้นทางถอยทัพกองทัพญี่ปุ่นที่จะเดินทางลงใต้ไปยังมาเลเซียและไปฐานทัพใหญ่ที่สิงคโปร์ โดยในคืนวันที่ 14 มกราคม พ.ศ.2488 เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรได้มาโจมตีทิ้งระเบิดที่สะพานจุฬาลงกรณ์ ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลองในเขตเทศบาลเมืองราชบุรี ขณะนั้นท่านหลวงนิคมคณารักษ์ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ในช่วงเช้าวันที่ 15 มกราคม 2488 ได้ออกเยี่ยมราษฎรและลงตรวจพื้นที่ ในระหว่างปฏิบัติงานท่านได้ประสบอุบัติเหตุจากระเบิดที่ทิ้งจากเครื่องบิน แต่ยังไม่ระเบิดทันทีของคืนที่ 14 มกราคม ได้เกิดระเบิดขึ้นในวันนั้น ทำให้ท่านเสียชีวิต ราษฎรชาวราชบุรีต่างเศร้าโศกเสียใจเป็นอันมาก นี่ก็เป็นวัตถุประสงค์อย่างแรกที่เราจัดขึ้นมา เพราะอยากจะนึกถึงบุคคลทางประวัติศาสตร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิสาห์กล่าวต่อว่า แต่จริงๆ แล้วในสมัยนั้นมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นที่ราชบุรีจำนวนมาก นอกจากราชบุรีจะเป็นเส้นทางลำเลียงหลักที่ทางญี่ปุ่นใช้ขนเชลยศึกจากสิงคโปร์ไปลงชุมทางรถไฟหนองปลาดุก เพื่อสร้างรถไฟจากหนองปลาดุกไปเมียนมาแล้ว จากตำรายังบอกอีกว่า ก่อนจะโดนระเบิด ในขณะนั้นทางญี่ปุ่นได้มีการตั้งค่ายที่ราชบุรีเพื่อสร้างสะพานรถไฟอีกเช่นกัน ก็มีอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่คนไทยทำให้สะพานที่ญี่ปุ่นสร้างขึ้นมา รถจักรไม่สามารถวิ่งได้ จมลงไปอยู่ในน้ำแม่กลองเป็นเวลา 74 ปีผ่านมาแล้ว ตอนนี้ทางการรถไฟฯ ก็มีการสำรวจพบระเบิดอีกด้วย ตอนแรกเราทราบว่ามีอยู่ 3 ลูกในน้ำ ตอนนี้ทางกรมสรรพวุธทหารเรือได้ลงไปพิสูจน์ว่ามีระเบิดที่โดนทิ้งอยู่ในน้ำทั้งหมด 7 ลูกที่พบแล้ว รวมถึงหัวรถจักรที่เล่าขานกันมาแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สองถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องราวต่างๆ เหล่านี้ก็กลัวว่าจะจางหาย จึงนำมาเสนอให้เห็นในงาน ที่น้อยคนนักจะทราบว่ามีอดีตผู้ว่าจังหวัดราชบุรีเสียชีวิตจากการตรวจพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ราษฎรในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เรื่องหัวรถจักรในน้ำคนราชบุรีก็ยังรู้น้อย ยิ่งระเบิดในน้ำยิ่งไม่มีใครทราบ ก็เป็นที่มาส่วนหนึ่งของการจัดงาน ไม่เพียงเท่านี้ ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง เพราะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาที่ราชบุรีจำนวนมาก ก็พยายามสร้างกิจกรรมท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ๆ ให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชม มาดู สัมผัส เพิ่มเติมจากแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ สถานที่อื่นๆ ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในราชบุรีด้วย&amp;rdquo; นายวิสาห์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวรรธนชัย โตสวัสดิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาราชบุรี กล่าวเสริมว่า สำหรับกิจกรรมที่น่าสนใจภายในงาน วันที่ 16 มกราคม เป็นต้นไป จะได้ช็อป ชิม อาหารอร่อย และสินค้า OTOP มีชื่อเสียงมากมายของจังหวัดราชบุรี ซึ่งมีประมาณ 700-800 ผลิตภัณฑ์ มีความหลากหลายทั้งอาหารการกิน ของใช้ ไม่ว่าจะเป็นผ้าทอราชบุรี เป็นผ้าตีนจก ผ้าลายเต้าหู้ดำ ที่น่าจะมีลายเดียวในประเทศไทย สินค้าพืชผักทางการเกษตร แปรรูป และที่พิเศษคือในช่วงค่ำของทุกวันจะได้ชมการประดับไฟโชว์แสงสี การแสดงน้ำพุดนตรี และการแสดงหนังใหญ่ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดราชบุรี ส่วนวันที่ 18-20 มกราคม ตั้งแต่ 4 โมงเย็นเป็นต้นไป จะได้ชมงานศิลป์และนิทรรศการศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ทั้งแฟชั่นโชว์ผ้าขาวม้า ซึ่งผ้าขาวม้าค่อนข้างขึ้นชื่อของราชบุรี แล้วก็ผลงานนิทรรศการศิลปะโดยศิลปินราชบุรี และชมศิลปะการแสดงพื้นบ้าน กิจกรรม Workshop และการสาธิตศิลปะจากเหล่าศิลปินมากมาย พร้อมประกวดวาดภาพชิงเงินรางวัล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สะพานจุฬาลงกรณ์ สถานที่สำคัญช่วยเล่าเรื่องราว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายวรรธนชัยยังบอกอีกว่า ไฮไลต์ของงานในช่วงวันที่ 18-20 มกราคม ตั้งแต่เวลา 1 ทุ่มครึ่ง จะได้ชมการแสดงแสง-เสียงจินตภาพประกอบแสง สี เสียง และสื่อประสม อิงประวัติศาสตร์ &amp;ldquo;ย้อนรอยเล่าขาน ตำนานเมืองราชบุรี เรืองรุจี เกริกก้องปฐพี&amp;rdquo; เรื่องเล่าราชบุรี ด้วยเวทีกลางน้ำแม่กลองยาว 60 เมตร โดยจำลองเหตุการณ์สำคัญสัมพันธมิตรนำระเบิดทิ้งสะพานจุฬาลงกรณ์ ด้วยการแสดงพลุประกอบเสียงเพลง พร้อมเอฟเฟ็กต์ที่หาชมยาก และการเล่าเรื่องผ่านในน้ำพุยาว 100 เมตร รวมถึงไฟประดับตกแต่งทั่วบริเวณงานลานแสดงที่นำมาประยุกต์ใช้ในการจัดงานให้มีความสวยงาม ทันสมัย นับล้านดวงด้วยเทคนิคการเล่นแสงไฟ การย้อมสี เพื่อให้เข้ากับการแสดง พร้อมทั้งไประดับงานรูปแบบอื่นๆ บริเวณถนนวรเดชตลอดสาย ตั้งแต่หน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรีจนถึงสะพานจุฬาลงกรณ์ ให้เกิดความประทับใจต่อนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมากยิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้สนใจจะมาชม &amp;ldquo;เทศกาลแห่งแสงไฟและสื่อประสมจังหวัดราชบุรี&amp;rdquo; สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดราชบุรี หมายเลขโทรศัพท์ 0-3232-2028 และ ททท.สำนักงานราชบุรี หมายเลขโทรศัพท์ 0-3291-9176-7 Call center 1672.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26548</URL_LINK>
                <HASHTAG>ททท., ท่านหลวงนิคมคณารักษ์, วิสาห์ พูลศิริรัตน์, ศูนย์ความปลอดภัยในการทำงานเขต 7 (จ.ราชบุรี), สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดราชบุรี, เทศกาลแห่งแสงไฟและสื่อประสมจังหวัดราชบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190114/image_big_5c3c7dc98623f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
