<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27734</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัพเดต36พรรคส่งสส.ได้ สะพัด&#039;วงศ์สวัสดิ์&#039;วางมือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดวันแรกลงทะเบียนใช้สิทธิ์ล่วงหน้าคึกคักถึงขั้นเว็บล่ม กกต.คาดถึง 19 ก.พ.จะมียอดทะลุ 2 ล้านคน เปิดตัวเลขอัพเดต 36 พรรคการเมืองส่ง ส.ส.ได้ พร้อมวางปฏิทิน 8-21 มี.ค.พรรคการเมืองเตรียมโผล่โชว์วิสัยทัศน์ผ่านหน้าจอ ไฟเขียวจัดดีเบตแต่ต้องให้เท่าเทียม &amp;ldquo;วิชชุดา&amp;rdquo; เผยเตรียมถกปลัด กทม.จุดติดป้ายหาเสียง &amp;ldquo;หญิงหน่อย&amp;rdquo; ปลุกเร้าลูกพรรค ชู &amp;ldquo;ทักษิณ&amp;rdquo; หากินบอกผลงานพิสูจน์มาแล้วทำให้เป๋าตุง สะพัด &amp;ldquo;วงศ์สวัสดิ์&amp;rdquo; วางมือการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เริ่มเปิดให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งนอกเขต ขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าทั้งในเขต นอกเขต และนอกราชอาณาจักรทางอินเทอร์เน็ตแล้ว ทาง https://election.bora.dopa.go.th/ectoutvote/ เป็นวันแรก โดยเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค.-19 ก.พ.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.กล่าวว่า ระยะเวลาลงทะเบียนล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 28 &amp;nbsp;ม.ค.-19 ก.พ.ถือว่าไม่น้อย ซึ่งผู้ที่ลงทะเบียนนอกเขตและนอกราชอาณาจักรสามารถเข้าไปเช็กรายละเอียดได้ทาง www.khonthai.com โดยในเว็บไซต์มีรายละเอียดของแต่ละประเทศและมีขั้นตอนลงทะเบียน ส่วนถ้าผู้ใดที่ต้องการใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าในเขตของตัวเอง ต้องยืนยันด้วยตัวเองในเขตเลือกตั้งที่ตนมีสิทธิ์ หรือยืนยันทางไปรษณีย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การเปิดให้ลงทะเบียนวันแรกในหลายพื้นที่คึกคักอย่างมากจนทำให้เว็บไซต์ล่ม และกลายเป็นที่วิจารณ์อย่างมากในช่วงเช้าหลังเปิดให้ลงทะเบียนในโลกออนไลน์ รวมทั้งยังมีการติดแฮชแท็ก #เลือกตั้งล่วงหน้าติดท็อปเทนแฮชแท็กยอดนิยมประจำวันด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต.ชี้แจงเรื่องนี้ว่า ได้สอบถามสำนักบริหารการทะเบียน &amp;nbsp;กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเปิดระบบลงทะเบียนทางอินเทอร์เน็ตเมื่อช่วง 08.30 น. จนถึงช่วง 09.00 น.เศษ พบว่ามีผู้สนใจเข้าลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์แล้วกว่าพันคน และมีบางคนเข้าระบบไปศึกษาข้อมูลก่อนทำให้ระบบรวนเกิดการขัดข้องไประยะหนึ่ง โดยเฉพาะการลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักร แต่ขณะนี้ได้แก้ไขจนสามารถเข้าไปลงทะเบียนได้ตามปกติแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;กกต.ประเมินว่าจะมีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในการเลือกตั้งครั้งนี้เกินกว่า 2 ล้านคน เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้ทุกคะแนนมีความหมาย ซึ่งหลังปิดการลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 19 ก.พ. กกต.จะประกาศยอดลงทะเบียนในการแต่ละประเภทให้สาธารณชนทราบตามที่กฎหมายกำหนด&amp;rdquo; นายณัฏฐ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกันที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการฯ นายอิทธิพรได้มอบนโยบายการปฏิบัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ให้แก่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง และผู้ตรวจการเลือกตั้ง โดยระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีหลักเกณฑ์เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ผู้ปฏิบัติหน้าที่ต้องศึกษาและความทำเข้าใจกฎหมายและระเบียบต่างๆ ตั้งแต่การรับสมัครไปจนถึงการประกาศผลการนับคะแนน เพื่อไม่ให้มีข้อผิดพลาดบกพร่องจนนำไปสู่การร้องเรียนต่างๆ โดยขอให้ยึดหลักรวดเร็วทันต่อเวลา เที่ยงตรง ไม่เอนเอียงเข้าข้างฝ่ายใด เพราะการปฏิบัติหน้าที่สามารถให้คุณให้โทษกับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้ วางตัวเป็นกลางทางการเมือง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;การเลือกตั้งครั้งนี้มีการแข่งขันสูง การปฏิบัติหน้าที่ของผู้อำนวยการการเลือกตั้งจึงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด อีกทั้งเราอยู่ในยุคโซเชียลมีเดียที่มีการส่งต่อข้อมูลทั้งจริงและเท็จเป็นไปอย่างรวดเร็ว &amp;nbsp;จึงขอให้ทำงานด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง นอกจากนี้ขอให้มีความเป็นจิตอาสาสาธารณะ ให้ความร่วมมือกับผู้ใช้สิทธิ์และผู้สมัครอย่างเต็มที่ เราจะดูแลทุกท่านอย่างเต็มที่ ขอให้ทำงานเต็มความสามารถเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใส สุจริต เที่ยงธรรม&amp;rdquo; นายอิทธิพรกล่าว
แจง 36 พรรคส่ง ส.ส.ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต.กล่าวถึงสถานะของพรรคการเมืองขณะนี้ว่า จากข้อมูล ณ วันที่ 25 ม.ค.มีพรรคการเมืองทั้งสิ้น 105 พรรค แต่มีพรรคที่มีคุณสมบัติสามารถส่งผู้สมัคร ส.ส.ได้แล้ว 36 พรรค แยกเป็นพรรคการเมืองที่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) &amp;nbsp;ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 ที่ได้ปฏิบัติตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 ใน 4 เรื่อง คือทุนประเดิม 1 ล้านบาท, จัดให้มีสมาชิก 500 คนประชุมใหญ่แก้ไขข้อบังคับพรรค และประชุมเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ครบถ้วน รวมทั้งจัดตั้งสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดแล้ว 14 พรรคประกอบด้วย พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย (รป.), พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.), &amp;nbsp;พรรคเสรีรวมไทย (สร.), พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.), พรรคเพื่อชาติ (พ.ช.), พรรคพลังท้องถิ่นไท &amp;nbsp;(พทท.), &amp;nbsp;พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.), พรรคประชาธิปไตยใหม่ (ปธม.), พรรคภูมิใจไทย (ภท), พรรคเพื่อธรรม (พธ.), พรรคเพื่อไทย (พท.), พรรคพลังไทยรักชาติ (พทรช.), พรรคชาติพัฒนา (ชพน.) และพรรคเพื่อสหกรณ์ไทย (พ.พสท.)
ขณะที่พรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นใหม่ตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 ซึ่งดำเนินการเพียงเรื่องการจัดตั้งสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดครบถ้วนก็สามารถสมัครได้มีทั้งสิ้น 22 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.), พรรคประชาชนปฏิรูป (ปชช.), พรรคอนาคตใหม่ (อนค.), &amp;nbsp;พรรคทางเลือกใหม่ (ทลม.), พรรคพลังไทสร้างชาติ (พทช), พรรคประชาภิวัฒน์ (ปชภ.), พรรคประชาชาติ (ปช.), พรรคพลังธรรมใหม่ (พธม.), พรรคเพื่อนไทย (พ), พรรครวมใจไทย (รจท), พรรคไทยธรรม &amp;nbsp;(ทธม.), พรรคเพื่อคนไทย (พคท.), พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.), พรรคแผ่นดินธรรม (ผธ.), &amp;nbsp;พรรคพลังแผ่นดินทอง (พผดท), พรรคไทยรุ่งเรือง (ทรร.), พรรคพลังชาติไทย (พพชท), พรรคพลังแรงงานไทย (พ.รง.ท.), พรรคประชานิยม (ปย.), พรรคเศรษฐกิจใหม่ (ศม), พรรคพลังปวงชนไทย (พลท.) &amp;nbsp;และพรรคประชาธรรมไทย (ปธท.)
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ข้อมูลสถานะพรรคการเมือง กกต.จะอัพเดตไปเรื่อยๆ จนกว่าถึงวันเปิดรับสมัคร โดยเชื่อว่าจะมีพรรคการเมืองที่มีความพร้อมในการส่งผู้สมัครเพิ่มมากขึ้น และ กกต.จะจัดส่งข้อมูลดังกล่าวให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตทุกเขตทั่วประเทศ เพื่อประกอบการพิจารณารับสมัคร&amp;rdquo; นายแสวงกล่าว
มีรายงานว่าใน 36 พรรคที่แจ้งการจัดตั้งสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดมายัง กกต.นั้นยังมีเพียง 3 พรรคการเมือง คือ ปชป., &amp;nbsp;รป. และ สร.เท่านั้น ที่มียอดรวมการจัดตั้งสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดครบ 77 จังหวัด ซึ่งตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 มาตรา &amp;nbsp;145 กำหนดไว้ว่าพรรคการเมืองใดได้จัดตั้งสาขาพรรค หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดให้พรรคการเมืองสามารถส่งผู้สมัครได้ทุกเขตเลือกตั้งในจังหวัดนั้น ดังนั้นถ้าพรรคการเมืองใดไม่ประสงค์ส่งผู้สมัครครบ 350 เขตใน 77 จังหวัด ก็ไม่จำเป็นต้องตั้งสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดครบทั้ง 77 จังหวัด แต่ตั้งเฉพาะในจังหวัดที่จะส่งเท่านั้นก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอิทธิพรกล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองที่ปฏิบัติตามกฎหมายครบถ้วนมีสิทธิ์ในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วประเทศแค่ 4 พรรคว่า ไม่กังวลใดๆ เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลช่วงประมาณวันที่ 20 ม.ค. ซึ่งเรื่องดังกล่าวพรรคการเมืองหลายพรรคกำลังเร่งอยู่ เชื่อว่าขณะนี้มีเพิ่มขึ้นอีกมาก คงไม่ได้หยุดอยู่แค่ 4 พรรค ดังนั้นเมื่อพรรคการเมืองที่ดำเนินการตามกฎหมายครบถ้วนแล้วก็เพียงแค่แจ้งให้ กกต.ทราบตามเงื่อนไข หลังจากนั้นจึงจะส่งผู้สมัครเลือกตั้ง ส.ส.ได้
ประชุมติดป้ายหาเสียง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ช่วงเวลา 14.00 น. นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ และ น.ส.เพชรชมพู กิจบูรณะ ทีมงานโฆษก รปช.เข้าไปยื่นเอกสารประกอบการจัดตั้งสำนักงานตัวแทนและสาขาพรรค เพื่อแสดงความพร้อมในการเลือกตั้ง โดยยืนยันว่าพรรคจะดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 4 ก.พ. ซึ่งเป็นวันเปิดรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเป็นวันแรก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วน น.ส.วิชชุดา เมฆานุวงศ์ ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในวันที่ 29 &amp;nbsp;ม.ค.จะไปร่วมประชุมกับปลัด กทม.เพื่อหารือถึงการกำหนดจุดปิดป้ายหาเสียงเลือกตั้งของทั้ง 30 เขตของ กทม. เนื่องจากกรุงเทพฯ เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องการกำหนดสถานที่ จากนั้นจึงจะนำมาประกาศจุดต่างๆ โดยพร้อมกันเพื่อให้เกิดความเท่าเทียม ส่วนเรื่องการแจ้งใช้สื่อโซเชียลมีเดียของว่าที่ผู้สมัคร พรรคการเมือง รวมทั้งผู้ช่วยหาเสียงนั้น พบว่ามีว่าที่ผู้สมัครและพรรคการเมืองหลายพรรคทยอยเข้ามาแจ้งวิธีการและช่องทางหาเสียงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือว่ามีจำนวนมากพอสมควร โดย กกต.กทม.เปิดให้ผู้ประสงค์จะหาเสียงทางสื่อโซเชียลแจ้งได้โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส.วิชชุดายังกล่าวถึงสถานที่รับสมัคร ส.ส.กทม.แบบแบ่งเขตว่า จะใช้อาคารกีฬาเวสน์ 2 ไทย-ญี่ปุ่น (ดินแดง) ระหว่างวันที่ 4-8 ก.พ. ทั้งนี้จะใช้สถานที่สมัครรวม แต่จะจัดจุดรับสมัคร 30 เขต โดยจะมีการจับสลาก 2 ครั้งสำหรับผู้ที่มาก่อน 8.30 น.ของวันที่ 4 ก.พ. โดยครั้งแรกเป็นการจับลำดับการจับสลาก และครั้งที่สองเป็นการจับหมายเลขผู้สมัคร ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เดินทางมาถึงก่อนเวลา 8.30 น.จำนวนมาก เพราะต่างคาดว่าจะได้เลขที่จำง่าย&amp;nbsp;
ด้านนายชุมสาย ศรียาภัย คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค พท.ได้ยื่นหนังสือของหัวหน้าพรรคต่อเลขาธิการ กกต.แจ้งการหาเสียงเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ของพรรค 5 ช่องทาง คือ เฟซบุ๊ก ยูทูบ ไลน์ เว็บไซต์ &amp;nbsp;และทวิตเตอร์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรค ชทพ.กล่าวว่า เตรียมเสนอปัญหาเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง ส.ส.ต่อ กกต.ว่า หลังเห็นภาพตัวอย่างบัตรเลือกตั้ง ส.ส.ที่จะใช้ในวันที่ 24 มี.ค.62 พบว่าจะทำให้ผู้ใช้สิทธิ์เกิดความสับสน พรรคจึงเสนอให้ปรับเปลี่ยนเพื่อเรียงลำดับช่องใหม่ในบัตรเลือกตั้ง โดยเรียงจากหมายเลขผู้สมัคร ช่องกากบาทลงคะแนน ก่อนเป็นโลโก้พรรค และชื่อพรรคการเมือง ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้จะไม่ทำให้ผู้ใช้สิทธิ์สับสน ง่ายต่อการลงคะแนน โดยพรรคได้ทำหนังสือด่วนที่สุดเพื่อเสนอต่อประธาน กกต.เพื่อพิจารณาแล้ว
8-21 มี.ค.พรรคออกทีวี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. และนายแสวงพร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายประชุมหารือร่วมกับผู้บริหารสถานีวิทยุโทรทัศน์ เพื่อสนับสนุนการจัดสรรเวลาออกอากาศให้แก่พรรคการเมือง &amp;nbsp;โดยนายแสวงระบุว่า กกต.อยากขอความร่วมมือกับสถานีโทรทัศน์ของรัฐ และสถานีโทรทัศน์ดิจิตอลในการจัดสรรเวลาออกอากาศ โดย 1 วันขอเวลา 60 นาที ระหว่างวันที่ 8-21 มี.ค. โดย 5 วันแรกเป็นการออกอากาศสปอตโฆษณาของพรรคการเมืองพรรคละ 10 นาที ส่วน 5 วันถัดมาเป็นการออกอากาศเทปการประชันนโยบายของพรรคการเมือง โดยการออกอากาศทั้ง 2 กรณี กกต.จะให้พรรคดำเนินการในเรื่องของการจัดทำสปอต ส่วน กกต.จะจัดทำในเรื่องของเวทีดีเบต โดยรับผิดชอบเนื้อหาและนำส่งให้สถานีไปเผยแพร่ ซึ่งสถานีสามารถเลือกเผยแพร่ได้ในช่วงเวลา 06.00-24.00 น. โดยไม่จำเป็นว่าแต่ละสถานีต้องเผยแพร่ในช่วงเวลาเดียวกันเพราะ กกต.เข้าใจถึงผังรายการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ประเด็นที่สถานีสอบถามว่าสามารถจัดเวทีดีเบตได้เอง หรือจัดรายการวิเคราะห์การเมืองได้หรือไม่นั้น ยืนยันว่าการทำหน้าที่ของสื่อยังคงทำได้ตามปกติ แต่การจะเชิญตัวแทนพรรคการเมืองมาดีเบต หรือเสนอข่าวขอให้คำนึงถึงความเท่าเทียม ไม่ใช่ให้น้ำหนักกับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง &amp;nbsp;เพราะถ้าเกิดกรณีดังกล่าวอาจทำให้สื่อถูกร้องเรียนจากพรรคการเมืองเอง&amp;rdquo; นายแสวงกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับกรณีผลสำรวจความคิดเห็น (โพล) ที่ระบุว่าคนไทยเกือบ 80% เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีการซื้อเสียงนั้น น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค อนค.กล่าวว่า ไม่แปลกใจต่อเรื่องดังกล่าว ทีมหาเสียงทั้ง 77 จังหวัดรายงานเข้ามาเหมือนกันหมดว่า พรรคการเมืองหลายพรรคใช้เงินจำนวนมากในการจ่ายให้ประชาชนเพื่อไปเลือกพรรคของตัวเอง ตามลักษณะการเมืองแบบเก่าที่มีมากว่า 60 ปี และวัฎจักรเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เราเชื่อว่าแม้ประชาชนจะเห็นคนมาให้เงินหรือรับเงิน แต่กาลเวลาที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าการใช้เงินเล่นการเมืองไม่ได้ทำให้ไทยก้าวหน้ายิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้เราเชื่อว่าเงินไม่มีส่วนตัดสินใจ รับเงินแล้วจะเลือกหรือไม่นั่นเป็นเรื่องที่ประชาชนตัดสิน แต่เราเชื่อว่าประชาชนจะเลือกจากนโยบายและจุดยืนของพรรค เราเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ของไทย&amp;rdquo; น.ส.พรรณิการ์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรค พท.กล่าวเช่นกันว่า ทราบมาว่ามีไอ้โม่งเดินเข้าไปในชุมชนของกรุงเทพฯ แล้วเสนองบประมาณในการพัฒนาพื้นที่ และรับปากว่าจะนำความเจริญมาให้ชุมชน เข้าข่ายสัญญาว่าจะให้ และถือเป็นการตกเขียวงบพัฒนาจำนวน 5 แสนบาทต่อชุมชน ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัดก็มีการร้องเรียนว่าข้าราชการวางตัวไม่เป็นกลาง มีการสั่งการผู้ใหญ่บ้านเอื้อประโยชน์ให้พรรคใดพรรคหนึ่ง แต่ขอเตือนว่าวันนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะประชาชนมีเครื่องมือบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ขอย้ำให้ทุกคนวางตัวเป็นกลาง ตอนนี้พรรคกำลังรวบรวมข้อมูลหลักฐานทั้งหมดเพื่อเตรียมยื่น กกต.ต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนความเคลื่อนไหวในการหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ นั้น พรรคเพื่อไทยได้จัดสัมมนาเพื่อเตรียมความพร้อมลงสู่สนามเลือกตั้ง โดยมีแกนนำพรรค กรรมการบริหารพรรค รวมทั้งว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั่วประเทศเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งกล่าวว่า กว่า 2 เดือนที่ลงพื้นที่ประชาชนต่างสะท้อนปัญหา เศรษฐกิจแย่ หนี้สินเพิ่มขึ้น 28 ปีที่ทำการเมืองมาไม่มีครั้งไหนที่ประชาชนรู้สึกว่าขาดที่พึ่ง พวกเขารอคอยให้พวกเราไปช่วยเขาออกจากความทุกข์&amp;nbsp;
หน่อยชูแม้วหาเสียง!
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;พรรคการเมืองเกิดขึ้นหลายพรรค แต่สุดท้ายคือ 2 ขั้วเท่านั้น คือขั้วที่ตั้งขึ้นสืบทอดอำนาจเผด็จการ และขั้วตั้งขึ้นเพื่อให้ประชาธิปไตย วันนี้เราไม่ได้อยู่ในสงครามโลกที่ใช้รถถังไปสู้กัน แต่เราอยู่สงครามการค้า เราจึงต้องออกไปแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ถ้าเราได้รัฐบาลไม่เชี่ยวชาญเศรษฐกิจคนไทยจะทุกข์มากขึ้น อยู่ที่ประชาชนว่าจะเลือกรัฐบาลที่เชี่ยวชาญด้านการทหาร หรือรัฐบาลเชี่ยวชาญแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย นายทักษิณ ชินวัตรเคยทำสำเร็จมา ทุกครั้งเราทำเศรษฐกิจดีขึ้นทุกครั้ง มีความสุข กระเป๋าตุงทุกครั้ง&amp;rdquo; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวอีกว่า พรรคจะนำพาประเทศไทยไปสู่ความสวบสุข ไม่ใช่ความสงบสุขแบบ 4-5 ปีที่ไม่มีเสรีภาพ ความสงบสุขไร้คุณภาพกระเป๋าแฟบ พรรคจะสร้างความสงบสุขบนเศรษฐกิจที่ดี มีบางพรรคการเมืองหรือผู้มีอำนาจบอกปล่อยเลือกตั้ง เลือกพรรคการเมือง เดี๋ยวบ้านเมืองไม่สงบ ความไม่สงบที่เต็มด้วยความทุกข์กระเป๋าแฟบเป็นทุกข์ พรรคจะสร้างความสุขให้อนาคตประเทศ วันที่ 24 &amp;nbsp;มี.ค.คือวันแห่งชัยชนะของประชาชน หมดเวลาแล้วสำหรับรถถัง ได้เวลาแล้วของผู้บริหารมืออาชีพ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค พท.กล่าวว่า ขณะนี้รายชื่อผู้สมัคร ส.ส.เขตของพรรคเพื่อไทยใกล้เสร็จสิ้น 100% จะประชุมเคาะรายชื่อทั้งหมดในวันที่ 31 ม.ค. ในวันที่ 1 ก.พ.พรรคจะมอบใบส่งตัวของพรรคให้แก่ว่าที่ผู้สมัครทุกคนเพื่อให้นำไปสมัคร ส.ส.วันที่ 4 ก.พ. ก่อนส่งรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อต่อ กกต.ในวันที่ 5 ก.พ. เบื้องต้นมีผู้เสนอตัวจะลง ส.ส.บัญชีรายชื่อแล้ว 108 คน &amp;nbsp;ส่วนบัญชีรายชื่อนายกฯ นั้นที่เห็นกันแล้ว 2 คน คือ คุณหญิงสุดารัตน์ และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แกนนำพรรค แต่รายชื่อที่ 3 ยังไม่ชัดเจน แต่ยืนยันว่าพรรคจะส่งครบ 3 รายชื่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; มีรายงานว่า ในการเสวนาพรรคได้แจกลำโพงแบบพกพาที่ผลิตจากประเทศจีน กำลังเสียง 60 วัตต์ พร้อมไมค์ไร้สายสีทองให้แก่ว่าที่ผู้สมัครของพรรคทุกคนที่มาร่วมเสวนาเพื่อให้ไว้ใช้หาเสียง พร้อมแจกเสื้อยืดสีขาวสกรีนคำว่า &amp;ldquo;พท.พรรคเพื่อไทย หัวใจคือประชาชน&amp;rdquo; จำนวน 100 ตัวให้ว่าที่ผู้สมัครนำไปใช้ในการหาเสียงด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 เชียงราย พท.กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ชาวบ้านยังให้การตอบรับพรรคอย่างดี แม้นายยงยุทธ ติยะไพรัช จะไปเป็นกองเชียร์พรรคเพื่อชาติก็ไม่เป็นปัญหา กระแสพรรคยังดีอยู่ แต่กลับได้ยินมามีการไปบอกชาวบ้านว่าพรรคเพื่อไทย-เพื่อชาติฐานเดียวกัน พรรคเดียวกัน ตรงนี้กลัวจะทำให้ชาวบ้านสับสน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุรพล เกียรติไชยากร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 8 เชียงใหม่ พท.กล่าวถึงกระแสข่าวนายยศชนัน &amp;nbsp;วงศ์สวัสดิ์ บุตรชายนายสมชายกับนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ อดีตแกนนำพรรคเพื่อไทยจะมาลงสมัคร ส.ส.เชียงใหม่ ว่าเท่าที่รู้มาไม่มี เข้าใจว่าคงอยากขอเว้นการเมืองไปสักสมัย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายนิกรกล่าวถึงการประสรรหาผู้สมัครพรรคของ ชทพ.ว่า จะพิจารณาในวันที่ 30 ม.ค. และจะปฐมนิเทศว่าที่ผู้สมัครของพรรคในวันที่ 1 ก.พ. เวลา 09.00 น. ที่โรงแรมเซ็นทราฯ รวมทั้งจะเปิดแผนปฏิบัติการเร่งด่วนชาติไทยพัฒนา 7 ด้านด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรค ชพน.กล่าวเรื่องนี้ว่า พรรคยังมีเวลาที่จะหารือถึงวันที่ 8 ก.พ.คือวันสุดท้ายที่จะส่งรายชื่อผู้ชิง ส.ส.ของพรรค ส่วนการส่งผู้สมัคร ส.ส.กทม.นั้น พรรคก็ไม่กดดันต่อการแข่งขัน เพราะพรรคเป็นน้องใหม่ในพื้นที่ กทม. โดยจะเน้นการนำเสนอนโยบายกรุงเทพฯ ไม่มีปัญหา ผ่าน 9 แนวทางสร้างกรุงเทพฯ ให้เป็นสมาร์ตซิตี ส่วนการตัดสินใจเลือกตั้งของประชาชนไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรพร้อมยอมรับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนที่ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ หัวหน้าพรรคสามัญชน พร้อมกรรมการบริหารพรรคได้แถลงวิสัยทัศน์ของพรรคตามอุดมการณ์ของพรรค 3 ข้อ คือ &amp;nbsp;ประชาธิปไตยฐานราก สิทธิมนุษยชน และเท่าเทียมเป็นธรรม โดยมุ่งขจัดความเหลื่อมล้ำ 4 ด้าน คือ 1.ขจัดความเหลื่อมล้ำทางการเมือง 2.ขจัดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและแรงงาน 3.ขจัดความเหลื่อมล้ำทางสังคม วัฒนธรรม และความรู้ และ 4.ขจัดความเหลื่อมล้ำทางสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่ากันว่าคะแนน 9 หมื่นเสียงจะได้ ส.ส. 1 คน พรรคพร้อมส่งผู้สมัคร ส.ส.เขต &amp;nbsp;17 เขตใน จ.เชียงราย, เชียงใหม่, ลำปาง, เลย, สกลนคร, สุรินทร์, กาฬสินธุ์ และหนองบัวลำภู เป็นต้น &amp;nbsp;ซึ่งต่อให้เราแพ้เลือกตั้งครั้งหน้าต้องมีต่อ ทุกคะแนนที่เลือกมีคุณค่าในการคัดค้านกฎหมายและนโยบายที่ไม่เป็นธรรม&amp;rdquo; นายเลิศศักดิ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27734</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรายุ ห่วงทรัพย์, ณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล, นิกร จำนง, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, ภูมิธรรม เวชยชัย, วิชชุดา เมฆานุวงศ์, วิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์, สุรพล เกียรติไชยากร, สุวัจน์ ลิปตพัลลภ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อิทธิพร บุญประคอง, แสวง บุญมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190128/image_big_5c4f11a589f3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
