<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2020 06:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หม่อมเต่าทิ้งกำนัน ไขก๊อกพ้นหัวหน้ารปช./&#039;เอนก-วรงค์&#039;เต็งเสียบแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;พปชร.ระอุหวิดบานปลาย &amp;quot;สิระ&amp;quot; ชง กก.บห.ชุดใหม่ต้องไม่เกี่ยวพันยาเสพติด &amp;quot;ไผ่ ลิกค์&amp;quot; &amp;nbsp;สวนทันควัน &amp;quot;บ้ารึเปล่า&amp;quot; สะพัด &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; นอนมาขึ้นหัวหน้าพรรคคนใหม่ไร้คู่แข่ง &amp;quot;สันติ-อนุชา&amp;quot; ชิงดำเลขาธิการ &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; ไม่ติดใจ 6 ส.ส.ดอดกินข้าวกับ &amp;quot;พีระพันธุ์&amp;quot; ขณะที่ &amp;quot;รปช.&amp;quot; ป่วน &amp;quot;หม่อมเต่า&amp;quot; ไขก๊อกพ้นหัวหน้า 5 ส.ส.-สมาชิกพรรคมึนตึ้บ คาด &amp;quot;เอนก-หมอวรงค์&amp;quot; เต็งหัวหน้าคนใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ผ่านมายังมีความเคลื่อนไหวในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารพรรคอย่างต่อเนื่อง โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร. กล่าวถึงในวันที่ 19 มิ.ย.ที่จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรค พปชร.ชุดรักษาการเพื่อกำหนดวันประชุมใหญ่สามัญเพื่อเลือก กก.บห.ชุดใหม่ว่า ตนไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคจะไปทำไม และไม่ต้องไปสังเกตการณ์หรอก เขาเรียบร้อยดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าซ้อมรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคหรือยัง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;ยังไม่รู้เลย จะไปรู้ได้ยังไง ก็ต้องแล้วแต่สมาชิกพรรคเขา&amp;quot; เมื่อถามว่าสมาชิกพรรคส่วนใหญ่ออกมาให้สัมภาษณ์สนับสนุน พล.อ.ประวิตร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;คนที่ไม่ให้สัมภาษณ์ก็ไม่สนับสนุนไง&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงานและรักษาการเลขาธิการพรรค พปชร.กล่าวตอบคำถามกรณีจะสนับสนุน พล.อ.ประวิตรเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่หรือไม่ว่า แล้วแต่ที่ประชุม ส่วนตำแหน่งเลขาธิการพรรคก็ขึ้นอยู่กับที่ประชุมและหัวหน้าคนใหม่เหมือนกัน รวมทั้งเรื่องสัดส่วน กก.บห.ก็เป็นเรื่องต้องหารือกันอีกเช่นกัน เมื่อถามว่ามีการวางตัว กก.บห.ไว้แล้วหรือไม่ นายสนธิรัตน์ตอบกลับว่า &amp;nbsp;&amp;quot;เนี่ย ชอบคาดเดากันไปล่วงหน้า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ารู้สึกถอดใจจากการเมือง หรือจะมีการไปตั้งกลุ่มใหม่หรือไม่หากไม่ได้เป็น กก.บห.แล้ว &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ตอบว่าอย่าเพิ่งคาดเดาหรือคิดไปล่วงหน้า &amp;quot;ขอให้เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ&amp;quot; ส่วนประเด็นที่มีการล่ารายชื่อเพื่อถอดถอนตนออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรค ตนยังไม่ได้คุยกับใคร และไม่ได้คุยว่าจะมีชื่อตนเองอยู่ใน กก.บห.ชุดใหม่ด้วยหรือไม่ ส่วนจะส่งผลต่อการปรับ ครม.หรือไม่ เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี และอย่าเพิ่งไปคาดเดาล่วงหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่ประชุมพรรคพลังประชารัฐ อาคารวัน รัชดา ถ.รัชดาภิเษก มีการประชุม ส.ส.ของพรรคประจำสัปดาห์ โดยมีนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล, นายอนุชา นาคาศัย รองหัวหน้าพรรค, นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค และนายสุชาติ ชมกลิ่น นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุม ขณะที่นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ &amp;nbsp;สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานะรักษาเลขาธิการพรรค ยังคงไม่เข้าร่วมประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในที่ประชุมนายไพบูลย์ได้แจ้งว่า คณะกรรมการบริหารพรรคชุดรักษาการจะเตรียมจัดประชุมในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ เวลา 10.00 น. ณ ที่ทำการพรรคเดิม จากนั้นการประชุมได้เกิดความวุ่นวายขึ้นเล็กน้อยระหว่างที่รอสื่อมวลชนเก็บบรรยากาศการประชุม ก่อนเข้าวาระที่ 3 ซึ่งนายสิระ เจนจาคะ ส.ส. กทม.ได้ลุกขึ้นหารือ โดยเสนอว่าให้คณะกรรมการบริหารชุดรักษาการต้องพิจารณาเพิ่มคุณสมบัติผู้ที่จะเป็น กก.บห.พรรคชุดใหม่ โดยอย่าให้ผู้ที่เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเข้ามาดำรงตำแหน่ง &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ตะโกนสวนทันทีด้วยความไม่พอใจว่า &amp;quot;บ้ารึเปล่า!&amp;quot; ถึง 3 ครั้งติดต่อกัน ก่อนที่นายไพบูลย์จะรีบตัดบทระบุว่า สิ่งที่นายสิระเสนอนั้นไม่ได้อยู่ในวาระการประชุม ก่อนที่จะเชิญสื่อออกนอกห้อง
ป้อมนอนมาหัวหน้า พปชร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายไพบูลย์กล่าวถึงการประชุม กก.บห.พรรคชุดรักษาการวันที่ 19 มิ.ย.นี้ว่า จะมีการรายงานที่ประชุมว่ามี กก.บห.ลาออก และจะเสนอที่ประชุมให้รับรององค์ประชุม กก.บห.ชุดรักษาการ จำนวน 34 คน นอกจากนั้นจะพิจารณาดำเนินการเพื่อเลือก กก.บห.ชุดใหม่ โดยเบื้องต้นกำหนดไว้วันที่ 3 ก.ค. โดยการประชุมในวันดังกล่าวองค์ประชุมต้องไม่น้อยกว่า 250 คนตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด ได้แก่ สมาชิกที่เป็น กก.บห.กึ่งหนึ่งเท่าที่มีอยู่ สมาชิกจากสาขาพรรคกึ่งหนึ่ง และสมาชิกพรรคประจำจังหวัด ซึ่งสมาชิกพรรคไม่ว่าจะมีสถานะอย่างไรก็ตามทุกคนมี 1 สิทธิ์ 1 เสียงเท่ากัน โดยเบื้องต้นมีรายชื่อทั้งหมดแล้ว คงจะไม่เกิดการขนคนมาร่วมโหวตเนื่องจากอยู่ในช่วงโควิด-19 ที่ต้องมีมาตรการเว้นระยะห่าง &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ รักษาการนายทะเบียนสมาชิกพรรค กล่าวว่า ในการประชุมวันที่ 19 มิ.ย.นี้ รักษาการ กก.บห.จะเข้าประชุมในวันดังกล่าวด้วย เมื่อถามว่าหากมีการเสนอชื่อให้มาเป็น กก.บห.ชุดใหม่จะตัดสินใจอย่างไร นายวิเชียรกล่าวว่า &amp;quot;ไม่เป็นแล้ว ขอทำหน้าที่ ส.ส.&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า ในการประชุมวันที่ 19 มิ.ย.ที่ประชุมจะพิจารณาวาระแก้ไขข้อบังคับพรรคใหม่ &amp;nbsp;ก่อนจะนำไปสู่การประชุมใหญ่ในวันที่ 3 ก.ค. ทั้งนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าจะมีการเสนอรายชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานยุทธศาสตร์พรรค เป็นหัวหน้าพรรคเพียงคนเดียว ขณะที่ตำแหน่งเลขาธิการพรรค ล่าสุดแคนดิเดตยังมี 2 คนตามเดิม คือ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง แกนนำกลุ่มเพชรบูรณ์ ที่ในช่วงหลังมีความใกล้ชิดกับ พล.อ.ประวิตร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมี ส.ส.ในพรรคจำนวนหนึ่งให้การสนับสนุน อาทิ กลุ่มนายวิรัช รัตนเศรษฐ, นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี ประธาน ส.ส. ส่วนนายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท รองหัวหน้าพรรค แกนนำกลุ่มสามมิตร ที่ช่วงหลังก็มีความสนิทสนมเป็นเหมือนมือขวาตั้งแต่ พล.อ.ประวิตรก้าวเข้ามาเป็นประธานยุทธศาสตร์ โดยนายอนุชาเป็นรองประธานยุทธศาสตร์ ซึ่งทั้งคู่ยังมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่า พล.อ.ประวิตรจะตัดสินใจเลือกใคร ด้วยเหตุผลใด และเข้ามาทำภารกิจใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ชี้แจงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในที่ประชุม ส.ส.พรรคระหว่างตนกับนายสิระนั้น การที่ตนต้องทักท้วงเนื่องจากเห็นว่าขณะนั้นที่ประชุม ส.ส.พรรค กำลังเข้าสู่การซักซ้อมเพื่อเตรียมข้อมูลและความพร้อมในการประชุมสภา ที่จะมีการอภิปรายร่าง พ.ร.บ. โอนงบประมาณรายจ่ายในวันที่ 17 มิ.ย. แต่จู่ๆ นายสิระกลับพูดเรื่องนี้ขึ้นมากลางที่ประชุม นอกวาระการประชุม ทำให้ภาพลักษณ์ของพรรคเสียหาย เพราะพรรคพลังประชารัฐไม่ได้สนับสนุนให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอยู่แล้ว ตนไม่ทราบเจตนาของนายสิระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมสนามกอลฟ์ ฮูลา ฮูลา อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ ดร.แสงชัย วสุนธรา ประธานกลุ่มพรรคพลังประชารัฐภาคใต้ ได้เป็นประธานการประชุมร่วมกับผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐภาคใต้ (ส.ส.สอบตกที่ผ่านมา) ทั้งหมดรวม 45 คน เพื่อประชุมปรึกษาหารือเรื่องการทำกิจกรรมลงพื้นที่ ในการติดตามประชาชนที่รัฐมอบเงินผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิค-19 ทั่วถึงหรือไม่ รวมทั้งปัญหาอุปสรรคต่างๆ เพื่อรวบรวมข้อมูลรายงานให้แก่พรรค และได้เล่าเรื่องราวข้อเท็จจริงกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้นให้ผู้ร่วมประชุมได้ระดมเสนอความคิดเห็นต่างๆ จากนั้นที่ประชุมได้สรุป แสดงจุดยืนของกลุ่มพรรคพลังประชารัฐภาคใต้ว่า ปัญหาภายในพรรคก็แก้ปัญหาในพรรค จะไม่ขอความคิดเห็นหรือเข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่กลุ่มพรรคพลังประชารัฐภาคใต้ขอสนับสนุนให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา คงเป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งให้กำลังใจและปฏิบัติหน้าที่ มีสมาธิจัดการปัญหาประเทศชาติ ที่ประชาชนชื่นชอบและไว้ใจมากที่สุด ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีการประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โดยมีนายประกอบ รัตนพันธ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช เป็นประธานที่ประชุม ขณะที่ ส.ส.พรรคต่างๆ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
ไม่ติดใจ 6 สส.กินข้าวกับพีระพันธุ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนเข้าร่วมการประชุม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ปชป.เปิดเผยว่า เป็นการประชุมส.ส.ตามปกติเพื่อพิจารณาวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฏร ที่จะมีขึ้นในวันที่ 17 มิ.ย. ส่วนการนัดผู้ช่วยรัฐมนตรี ผู้ช่วย ที่ปรึกษา เลขานุการรัฐมนตรี ก็เพื่อให้ทุกคนตระหนักในภารกิจ นอกจากดูแลงานในกระทรวงแล้วจะต้องดูแลเรื่องต่างๆ ที่ประชาชนฝากผ่าน ส.ส.มาให้บรรลุผลในภาระหน้าที่ในกระทรวงนั้นๆ ส่วนการรับฟังความเห็น ส.ส.ในพรรคมีการแลกเปลี่ยนกันเป็นระยะอยู่แล้ว แต่วันนี้ต้องการให้ทุกคนได้ตระหนักในภารกิจมากขึ้น ใครที่ทำครบถ้วนสมบูรณ์ก็เป็นเรื่องดี ส่วนใครที่ขาดตกบกพร่องก็ปรับปรุงเพื่อความเข้มข้นในการทำงานต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความขัดแย้งภายในพรรค โดยเฉพาะกรณีมี ส.ส.ไปรับประทานอาหารกับนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและอดีต ส.ส.พรรค ปชป.นั้น นายจุรินทร์กล่าวว่าคงไม่สอบถามอะไร &amp;nbsp;ใครจะไปพูดคุยอะไรกับใครไม่สามารถตอบล่วงหน้าได้ และตนเองไม่มีอะไรติดใจเพราะ ส.ส.ก็มีเพื่อนข้ามพรรคได้ ทุกคนมีสิทธิ์พบปะหารือทานข้าวด้วยกันเป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีอะไรที่จะคิดว่าเป็นประเด็นขึ้นมาโดยไม่จำเป็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวล่ารายชื่อ กก.บห.พรรคเกินครึ่ง เพื่อเปิดทางให้เลือกหัวหน้าพรรคและกก.บห.ชุดใหม่ เช่นเดียวกับพรรคพลังประชารัฐ นายจุรินทร์กล่าวว่าเป็นคนละพรรคกัน จะใช้โมเดลเดียวกันคงไม่ได้ แต่ละพรรคมีที่มาที่ไป มีฐานราก มีความแตกต่างกัน พรรคประชาธิปัตย์ก็ยังเป็นพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้แปลว่าถ้าพรรคหนึ่งมีปรากฏการณ์อย่างหนึ่ง พรรคเราจะต้องเป็นอย่างนั้นด้วย เป็นเพียงกระแสข่าว โดยข้อเท็จจริงยังไม่มีอะไรเป็นไปตามนั้น และการแลกเปลี่ยนความเห็นระหว่างเลขาธิการพรรค รองหัวหน้าพรรคกับสมาชิกพรรคก็ดำเนินการอยู่ เพียงแต่ว่าอาจจะขาดเกินบ้างแล้วแต่กรณี เพราะ 2-3 เดือนมานี้ก็เป็นช่วงปิดสมัยประชุม และเป็นช่วงโควิด-19 ด้วย แต่พอเปิดสมัยประชุมสภาก็คงจะเจอกันมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์กล่าวอีกว่า ระยะเวลาที่ผ่านมาก็ได้เดินสายพบปะสมาชิกสม่ำเสมอต่อเนื่อง และยินดีที่จะพบปะทุกคนเสมอไม่ได้มีปัญหาอะไร ทั้งนี้พรรคจะมีการนัดประชุม กก.บห.ในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ และจะกำหนดวันประชุมใหญ่สามัญตามกฎหมาย ซึ่งเคยกำหนดวันไปแล้วแต่ต้องเลื่อนเพราะสถานการณ์โควิด-19 แต่หากเป็นไปได้และ กกต.อนุญาตการประชุมใหญ่สามัญก็ควรจะเกิดขึ้นไปภายในเดือน ก.ค. &amp;nbsp;และในวันที่ 6 ก.ค.จะนัดประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแผนงานขับเคลื่อนพรรค ในที่ประชุมสมาชิกสามารถแสดงความเห็นได้ ไม่มีครั้งไหนที่ไม่สามารถแสดงความเห็นได้ เพราะทุกคนมีสิทธิ์แสดงความเห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี ปฏิเสธกระแสข่าวล่ารายชื่อให้เปลี่ยนคณะกรรมการบริหารพรรคว่า ยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่ยังอยากให้มีการประชุมใหญ่เพื่อรับฟังความเห็นของสมาชิก ซึ่งได้มีการเสนอและสอบถามไปหลายครั้งแล้ว แต่เชื่อว่าน่าจะได้รับคำตอบเดิมว่ายังติดสถานการณ์โควิด-19 แต่วันนี้ก็จะถามในที่ประชุมอีกครั้ง
ปชป.เซ็ง รมต.ไม่ทำแต้ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในการประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ว่า ผู้ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมได้กล่าวเตือน ส.ส.พรรคว่าอย่าให้ความสนิทสนมกับสื่อมวลชนให้มาก และอย่านำเรื่องภายในของพรรคแพร่งพรายออกไป เพราะจะสร้างความเสียหายให้พรรค &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นได้เปิดโอกาสให้สมาชิกเปิดใจในช่วงวิกฤติโควิด โดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง &amp;nbsp;ได้วิเคราะห์สถานการณ์ทั้งก่อนและหลังโควิดระบาดว่า ในช่วงโควิดระบาดส่งผลกระทบต่อประชาชนจากมาตรการต่างๆ ของรัฐที่ต้องการยับยั้งการแพร่ระบาด น่าเสียดายที่รัฐมนตรีของพรรคที่มีบทบาทสามารถช่วยเหลือ ส.ส.สมาชิกพรรคในการทำคะแนนกับชาวบ้านได้ อย่าง รมว.พาณิชย์ และ รมช.สาธารณสุข ไม่ได้มีบทบาทช่วยเหลือ ส.ส.ของพรรคเท่าที่ควร ทำให้ ส.ส.ต้องช่วยตัวเองโดยสละเงินเดือนทำถุงยังชีพ จัดซื้อเจลแอลกอฮอล์มาแจกจ่ายประชาชนและเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่สำคัญพรรคไม่มีกระบอกเสียงหรือสื่ออยู่ในมือ ขณะที่พรรคอื่นเช่นพรรคพลังประชารัฐ ทำอะไรก็มีสื่อประชาสัมพันธ์ให้ แม้กระทั่งโครงการเยียวยาให้เกษตรกรของกระทรวงเกษตรฯ ก็ยังถูกนายอุตตม &amp;nbsp;สาวนายน รมว.การคลัง ลงพื้นที่จังหวัดนครปฐมไปเก็บเกี่ยวคะแนนแทน ทำให้สังคมเข้าใจว่าเป็นโครงการของพรรคพลังประชารัฐ&amp;quot; แหล่งข่าวอ้างคำพูดนายสาทิตย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.ภาคเหนือคนหนึ่งกล่าวเสริมว่า พรรคไม่มีการต่อยอดประชาสัมพันธ์เพื่อเก็บเกี่ยวคะแนนนิยมในนโยบายของพรรคเลย และการที่หลายคนระบุว่ารัฐมนตรีของพรรคมีผลงาน แต่ในส่วนของจังหวัดตาก กระแสของพรรคในพื้นที่ไม่ได้กระเตื้องขึ้นเลย ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าเป็นนโยบายของประชาธิปัตย์ แต่เข้าใจว่าเป็นนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ส.ส.ใต้อีกคนวิเคราะห์ว่า คะแนนนิยมของพรรคพลังประชารัฐที่จริงแล้วไม่มี มีแต่คะแนนส่วนใหญ่อยู่ที่ตัวผู้นำ พล.อ.ประยุทธ์ ในอนาคตหาก พล.อ.ประยุทธ์อยู่พรรคใด ฐานคะแนนนิยมก็จะย้ายตามไป และขอให้จับตาดูกรณีเงินเยียวยาของรัฐบาลเดือนละ 5,000 บาท 3 เดือน ว่าจะมีการขยายระยะเวลาให้เงินจำนวนดังกล่าวเพิ่มอีก 3 เดือนต่อคนอีกหรือไม่ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์เคยพูดเหมือนโยนหินถามทางมาก่อนหน้านี้แล้ว หากเปรียบไปแล้วก็เป็นเหมือนการซื้อเสียงครั้งหน้าเพื่อรองรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตหรือไม่
หม่อมเต่าลาออก หน.รปช.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงค่ำวันเดียวกัน มีความเคลื่อนไหวจากพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ว่า ล่าสุด ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและหัวหน้าพรรค รปช.ได้ยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคและตำแหน่งหัวหน้าพรรคในวันนี้อย่างกะทันหัน แต่ไม่กระทบต่อการทำงานตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานแต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า การลาออกครั้งนี้ทั้งสมาชิกพรรคที่เป็น ส.ส.และไม่ได้เป็น ส.ส.ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแกนนำในกลุ่ม กปปส. ต่างไม่มีใครทราบสาเหตุของการลาออกในครั้งนี้และแสดงความตกใจ โดยเฉพาะ ส.ส.ของพรรค รปช.ทั้ง 5 คนได้มีการเรียกประชุม ส.สและคณะ กก.บห.เป็นการด่วน ซึ่งในที่ประชุมต่างยืนยันว่าไม่ทราบสาเหตุของการลาออกจากพรรคและตำแหน่งหัวหน้าพรรค และเพื่อเป็นการให้พรรคสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ ที่ประชุมจึงมีมติให้นายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง เลขาธิการพรรค ซึ่งเป็นนักกฎหมายคนสนิทนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย &amp;nbsp;ทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าพรรค รปช.ไปก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคส่งผลกระทบทำให้คณะกรรมการบริหารพรรค รปช.ทั้งคณะต้องพ้นจากวาระการดำรงตำแหน่งตามกฎหมายพรรคการเมือง โดย กก.บห.ชุดปัจจุบันทั้งคณะต้องทำหน้าที่รักษาการไปพลางๆ ก่อน โดยที่ประชุมพรรคมีมติให้จัดการประชุมใหญ่สามัญในวันที่ 5 ก.ค.ที่จะถึงนี้ ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนใกล้ชิดของ ม.ร.ว.จัตุมงคลบอกว่า ตนไม่ทราบสาเหตุของการลาออกกะทันหันนี้เช่นกัน ส่วนการลาออกครั้งนี้เป็นเพราะทราบว่าพรรคจะถูกยึดโควตาเก้าอี้รัฐมนตรีหรือไม่ ตนคิดว่าไม่ใช่ เพราะพรรคที่น่าเป็นห่วงคือพรรคชาติพัฒนาที่มี ส.ส.เพียงแค่ 3 เสียง แต่พรรค รปช.มี 5 เสียง อีกทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะต้องนำพรรคเศรษฐกิจใหม่มาเกลี่ยเก้าอี้ใหม่อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวเผยว่า หัวหน้าพรรค รปช.คนใหม่ที่จะมาแทน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล คาดว่าน่าจะเป็น นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ซึ่งปัจจุบันดำรงแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) อีกกระแสก็มองว่านายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ กรรมการบริหารพรรค มีความเหมาะสมเช่นกัน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 19.00 น. ม.ล.มิ่งมงคล โสณกุล หรือ &amp;quot;หม่อมเต่านา&amp;quot; บุตรสาว ม.ร.ว.จัตุมงคล ได้โพสต์รูปภาพขณะนั่งรับประทานข้าวกับบิดา พร้อมข้อความระบุว่า &amp;quot;มาเลี้ยงข้าวพ่อ..เนื่องจากท่านลาออกจากหัวหน้าพรรค รปช...ขอส่งกำลังใจให้ท่านนายกฯ ในการปรับ ครม.ค่ะ....รบกวนอย่าเพิ่งโทรหาเรากับพ่อสัก 3 ชม.นะคะ..ทานข้าวเย็นกันอยู่ ขอบพระคุณค่ะ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68894</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคพลังประชารัฐ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, วิรัช รัตนเศรษฐ, วิเชียร ชวลิต, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, สุชาติ ชมกลิ่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุชา นาคาศัย, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200616/image_big_5ee8ce552a083.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แห่เสนอแผนฟื้นฟู4แสนล. พท.เดินหน้าแก้พรก.กู้เงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สศช.เผยเสนอแผนลงทุนแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาทคึกคัก หลายหน่วยงานแห่เสนอแผนลงทุน 28,000โครงการ วงเงินกว่า 3.72 แสนล้าน ยันพร้อมให้ประชาชนร่วมตรวจสอบความโปร่งใส รองประธาน กมธ.โอนงบฯ ขวาง กมธ.ฝ่ายค้านยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ระบุ กมธ.พิจารณาตาม ม.144 ถูกต้องแล้ว เพื่อไทยเดินหน้าเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ พ.ร.ก.กู้เงิน ห่วงรัฐบาลใช้เงินไม่มีประสิทธิภาพ ชงเพิ่มสัดส่วน ส.ส.อยู่ใน กก.กลั่นกรอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการใช้เงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ในวงเงิน 4 แสนล้านบาท หลังจากปัญหาโควิด-19 คลี่คลายผ่านการใช้งบประมาณลงทุนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม วงเงิน 400,000 ล้านบาท ได้กำหนดตารางแผนงานลงทุน เพื่อเปิดให้องค์กร หน่วยงานท้องถิ่น สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน กลุ่มประชาชน ชมรม เสนอแผนลงทุนเข้ามาให้ สศช.พิจารณา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้หลายหน่วยงานเสนอแผนลงทุนมาให้พิจารณาแล้ว ณ วันที่ 5 มิถุนายน จำนวน 28,331 โครงการ วงเงิน 372,000 ล้านบาท แยกเป็นหน่วยงานระดับจังหวัด 55 จังหวัด วงเงินลงทุน 203,643 ล้านบาท มีทั้งระดับจังหวัด อบจ. เทศบาล อบต. &amp;nbsp;ในส่วนของระดับกระทรวง เช่น กระทรวงเกษตรฯ เสนอเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อพัฒนาทำเกษตร เครื่องมือเครื่องจักร แหล่งน้ำ การแปรรูป กระทรวงอุตสาหกรรม เสนอแผนพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร การช่วยเหลือเอสเอ็มอี วงเงิน 168,000 ล้านบาท&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทศพรกล่าวว่า สศช.กำหนดเวลาตั้งแต่วันที่ 5-15 มิ.ย.63 อนุกรรมการได้เริ่มกลั่นกรองแผนลงทุน หลังเปิดให้ทุกภาคส่วนเสนอแผนลงทุนล็อตแรกเข้ามา จากนั้นคณะกรรมการกลั่นกรองเตรียมนำโครงการเสนอ ครม.พิจารณาแผนลงทุนล็อตแรก &amp;nbsp;2-7 ก.ค.นี้ เพื่ออัดฉีดเงินออกสู่ระบบหวังพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ยอมรับยอดเงินลงทุนที่เสนอมาครั้งนี้อาจเกินกรอบเงินกู้ 400,000 ล้านบาท แต่ต้องผ่านการพิจารณากลั่นกรองอีกหลายขั้นตอน ดังนั้น แผนลงทุนที่จะได้รับการพิจารณาควรอยู่ในกรอบที่กำหนด ประกอบด้วย แผนงานการเติบโตอย่างยั่งยืน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เกษตรอัจฉริยะ เกษตรแปลงใหญ่ การท่องเที่ยวคุณภาพสูง เกษตรทฤษฎีใหม่ การท่องเที่ยวชุมชน แผนงานด้านเศรษฐกิจฐานราก เช่น การผลิต แปรรูป การท่องเที่ยวชุมชน การพัฒนาสินค้าโอท็อป การตลาดออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการกระตุ้นการบริโภค เช่น ด้านการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และกระทรวงการคลังกำลังหารือร่วมกันในการแจกคูปองให้กับนักท่องเที่ยว คาดว่าสรุปได้ในเร็วๆ นี้ หากหน่วยงานใดยังเสนอแผนลงทุนไม่ทันจะมีเปิดให้เสนอรอบ 2 อีกวันที่ 9 ก.ค.63 ยอมรับตัวเลขเงินลงทุนเป็นเพียงยอดการเสนอ คณะกรรมการต้องตรวจสอบคัดกรองให้อยู่ในกรอบวงเงิน 400,000 ล้านบาท
เชิญ ปชช.ตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต้องการเชิญชวนประชาชนเข้ามาช่วยตรวจสอบการใช้งบประมาณลงทุนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม วงเงิน 400,000 ล้านบาท เพราะคณะกรรมการกลั่นกรองยึดหลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี เปิดเผย โปร่งใส ทั่วถึง เที่ยงธรรม เกิดผลสัมฤทธิ์ ตอบสนองความต้องการ ประชาชนมีส่วนร่วม ตรวจสอบได้ ชอบด้วยกฎหมาย และยังได้เชิญบุคคลที่ 3 ได้แก่ องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และกรรมาธิการชุดต่างๆ สภา มาร่วมทำงานตรวจสอบ ติดตาม ประเมินผล เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ว่าเงินกู้ 400,000 ล้านบาทไปอยู่ไหน หากมีการทุจริตคอร์รัปชันจะได้มีองค์กร หน่วยงานช่วยกันตรวจสอบ ยืนยัน ส.ส.ไม่สามารถแบ่งเค้กเงินลงทุนเป็นรายพื้นที่ เพราะมีการติดตามตรวจสอบหลายมิติ&amp;rdquo; นายทศพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 63 กล่าวถึงกรณีที่กรรมาธิการฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญว่าร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณขัดกับรัฐธรรมนูญว่า ร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 144 กำหนดไม่ให้กรรมาธิการแปรญัตติเพิ่มงบประมาณ เพราะร่างกฎหมายฉบับนี้มีลักษณะคล้ายกับ พ.ร.บ.งบประมาณ และที่ผ่านมาในการพิจารณาปรับลดงบประมาณก็พิจารณาสอดคล้องกับมติ ครม.ที่มีการปรับลดงบประมาณด้านการฝึกอบรม งบประมาณด้านการประชาสัมพันธ์ และงบประมาณศึกษาดูงานต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มีการใช้จ่ายและยังไม่สามารถใช้จ่ายได้ เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมทั้งงบลงทุนที่ไม่สามารถจัดซื้อจัดจ้างได้ทันในวันที่ 7 เม.ย.63 หรือลงนามสัญญาภายในวันที่ 31 พ.ค.63 จึงเชื่อว่าการ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณจะผ่านไปด้วยความเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมวิปรัฐบาลเพื่อเตรียมการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 10-11 มิ.ย.นี้ โดยมีวาระพิจารณาญัตติด่วนให้มีการตั้ง กมธ.สามัญตรวจสอบการใช้งบประมาณโควิด และเรื่องเร่งด่วนในการตั้ง กมธ.วิสามัญการพิจารณา cptpp ตามที่สมาชิกทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลร่วมกันเสนอ ส่วนร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณ 63 ไม่ทันเข้าสภาในสัปดาห์นี้ได้ เนื่องจากในรายละเอียดต่างๆ ยังมีการประชุมกันอยู่ และคิดว่า กมธ.น่าจะพิจารณาเสร็จวันที่ 9 มิ.ย. หรือ 10 มิ.ย. จึงขอเลื่อนเข้าระเบียบวาระสภาในวันที่ 17 มิ.ย. ซึ่งการเลื่อนดังกล่าวจะไม่กระทบกับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 เพราะร่าง พ.ร.บ.งบฯ 64 วางไว้ให้เข้าสู่การพิจารณาของสภาประมาณวันที่ 24-25 มิ.ย.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการตั้ง กมธ.วิสามัญติดตามการใช้งบตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ จะสามารถตั้งได้หรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่า ตรงนี้ไม่ได้มีปัญหา แต่สิ่งที่จะพูดคุยกันคือจะให้เวลาในการพิจารณากี่วัน เพราะการใช้เงินงบประมาณครอบคลุมไปถึงปี 64 และน่าจะตั้งใช้กรรมาธิการชุดใหญ่ โดยให้มีตัวแทนเกือบทุกพรรคการเมือง และเวลาในการพิจารณาอาจจะต้องสองครั้ง คือครั้งแรก 120 วัน แล้วต่ออีก 120 วัน ก็น่าจะครอบคลุมได้ &amp;nbsp;
เดินหน้าแก้ พรก.กู้เงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค, นายโภคิน พลกุล และนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา คณะกรรมการยุทธศาสตร์ ร่วมแถลงความคืบหน้ากรณีการเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท โดยคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า พ.ร.ก.กู้เงินทั้ง 3 ฉบับนั้น พรรคเพื่อไทยได้แสดงความห่วงใย และย้ำหลายครั้งว่าเป็นเม็ดเงินก้อนสุดท้ายที่จะใช้รีสตาร์ทเศรษฐกิจประเทศไทยขึ้นมาอีกครั้ง แต่จากการติดตามดูเราพบว่ามีปัญหา เพราะไม่เปิดโอกาสให้สภาได้ดูแลเม็ดเงินนี้ จึงเสนอให้มีการตรวจสอบการใช้เงิน เพื่อให้รีสตาร์ทประเทศไทยได้อย่างแท้จริง เราเห็นว่าการใช้เงินไม่มีประสิทธิภาพ การเยียวยาก็เกรงว่าจะไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีแผนงานที่ชัดเจน แผนงานที่ปรากฏเป็นงบที่ตรวจสอบยาก เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจน้อย และเกิดการทุจริตได้ง่าย หากนายกฯ มีความจริงใจ โปรดพิสูจน์ความจริงใจโดยการรับข้อเสนอของฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรค ในการดูแลตรวจสอบเม็ดเงินซึ่งเป็นน้ำมันถังสุดท้ายนี้ โดยการรับร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ และตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขึ้นมาตรวจสอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงศ์เทพกล่าวว่า ร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท หลักการคือต้องการให้เพิ่มการตรวจสอบโดยฝ่ายนิติบัญญัติ โดยเสนอให้ในคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ มีกรรมการผู้สังเกตการณ์ 4 คน โดยเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากการเสนอของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล 2 คน และฝ่ายค้าน 2 คน รวม 4 คน ทำหน้าที่เหมือนกรรมการทุกอย่าง เว้นแต่ไม่มีอำนาจนาจหน้าที่ในการลงมติ แต่สามารถเป็นหูเป็นตาเพื่อดูว่าใช้จ่ายเงินไปในประเด็นใดบ้าง หรือมีปัญหาอะไร อย่างน้อยจะทำให้สภาได้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ การรายงานต่อสภา เดิมให้รายงานปีละ 1 ครั้ง เรามองว่าอาจจะช้าไป จึงเสนอให้รายงานทุก 3 เดือน เพื่อให้ ส.ส.หรือ ส.ว.จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของเข้าชื่อร้องขอข้อมูลการกู้เงินและการใช้เงิน และกระทรวงการคลังจะต้องส่งข้อมูลที่ขอให้ทางสภาภายใน 10 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงศ์เทพกล่าวว่า ส่วน พ.ร.ก.เอสเอ็มอี จริงๆ ไม่ได้ช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และอาจจะเข้าไม่ถึงการช่วยเหลือในส่วนนี้ กฎหมายฉบับนี้ควรจะเน้นการช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม เราคิดว่าควรจำกัดไว้ว่าแต่ละแห่งไม่เกิน 500 ล้านบาท และทุกแห่งรวมกันต้องไม่เกิน 1,000 ล้านบาท และได้เปิดโอกาสให้วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม ตามคำนิยามในกฎหมายวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สามารถเข้าถึงเงินจำนวนนี้ได้ โดยแต่เดิมวิสาหกิจไม่มีวงเงินสินเชื่อกับธนาคารไม่มีสิทธิ์ไปขอ ดังนั้นเราคิดว่าแม้วิสาหกิจที่ไม่มีวงเงินสินเชื่อกับธนาคาร มันก็น่าจะเปิดโอกาสให้เขาขอสินเชื่อได้ โดยกำหนดกรอบเบื้องต้นไว้จะต้องไม่เกิน 15 ล้านบาท โดยเราจะส่งรายละเอียดของร่างกฎหมายฉบับนี้ให้กับทางสภาเอสเอ็มอีช่วยให้ความเห็นประกอบเพิ่มเพื่อจะได้พัฒนาต่อไป และให้มีการรายงานต่อสภาทุก 3 เดือน ว่าใครกู้ยืมเงินแก่ใครบ้าง การชำระเงินคืนเป็นอย่างไร และการชดเชยความเสียหายจากของสถาบันเงินเป็นอย่างไร ซึ่งจะให้โอกาส ส.ส. ส.ว. สามารถขอข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆ ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงศ์เทพกล่าวอีกว่า ส่วน พ.ร.ก.ตราสารหนี้ ที่จะมีคณะกรรมการกำกับกองทุนเพื่อรักษาสภาพคล่องของการระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เราได้มีการเสนอให้มีคณะกรรมการผู้สังเกตการณ์ โดยเป็นผู้ทรงวุฒิที่เสนอจาก ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านอย่างละ 2 คน โดยไม่มีอำนาจในการลงมติ นอกจากนั้นยังได้กำหนดเรื่องอำนาจในการผ่อนผัน ซึ่งแต่เดิมให้อำนาจในการผ่อนผันกว้างขวางมาก เช่น การซื้อตราสารหนี้ซึ่งจะต้องซื้อไม่เกินร้อยละ 50 ของตราสารหนี้ที่ออกใหม่ แต่เปิดโอกาสให้คณะกรรมการกำกับฯ ผ่อนผันได้โดยไม่มีข้อจำกัด ซึ่งเราเห็นว่าไม่ควผ่อนผันให้ซื้อเกินร้อยละ 60 และควรจะขายให้คนทั่วไปก่อนอย่างน้อยร้อยละ 40 ไม่ใช่ให้รัฐบาลซื้ออย่างเดียว และควรจะมีการรายงานให้สภาทราบทุก 3 เดือน ว่าการลงทุนที่ทำไปเป็นอย่างไร รวมถึงให้โอกาส ส.ส.และ ส.ว.เข้าชื่อขอข้อมูลรายละเอียดในการลงทุนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายโภคินกล่าวว่า การเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.กู้เงินนั้น ก็เพื่อตรวจสอบหรือการเข้าไปดูแลการใช้เงินเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเพื่อให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันน้อยที่สุด การเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมนั้น ไม่ใช่เรื่องของการเมือง แต่เพราะเราเห็นปัญหา จึงยกร่างให้ดีที่สุด หาก ส.ส.รัฐบาลรวมทั้ง ส.ว.ร่วมสนับสนุน การใช้เงินของประเทศจะเป็นประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ กล่าวว่า การโอนงบประมาณจำนวนกว่า 8.8 หมื่นล้านบาท ตนมีความเป็นห่วง เพราะเงินงบประมาณที่โอนมานั้น รัฐนำกลับไปใส่ในงบกลางหรืองบสำรองฉุกเฉิน ใส่พานให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีอำนาจสั่งจ่าย ดังนั้นทางพรรคฝ่ายค้านจะตรวจสอบการใช้จ่ายเงินให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ คือการแก้ปัญหาโควิด-19 และการเยียวยาประชาชน หากลักไก่เอาไปทำอย่างอื่นรับรองว่าเจอกันแน่นอน โดยรัฐบาลต้องไม่นำเงินที่กระทรวงต่างๆ โอนให้ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นการซื้ออาวุธหรือใช้จ่ายแบบสุรุ่ยสุร่ายอย่างที่ทำมาตลอด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68180</URL_LINK>
                <HASHTAG>การุณ โหสกุล, ทศพร ศิริสัมพันธ์, วิรัช รัตนเศรษฐ, วิเชียร ชวลิต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200608/image_big_5ede340ebea72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68176</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนดีแพ้การเมืองเก่า &#039;สมคิด&#039;ยกตัวอย่าง&#039;กอบศักดิ์&#039;ยังต้องระเห็จ-4กุมารไปด้วยกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์-ประวิตร&amp;rdquo; เล่นบทเตมีย์ใบ้ ไม่ตอบเรื่องการเมือง ส่วน &amp;ldquo;สมคิด&amp;rdquo; วอนสื่อเสนอข่าวนั่งเทียนให้น้อยหน่อย ยกตัวอย่างคนดีอย่าง &amp;ldquo;กอบศักดิ์&amp;rdquo; ยังต้องระเห็จไป &amp;ldquo;อุตตม&amp;rdquo; ย้ำจัดประชุมแน่ใน 45 วัน &amp;ldquo;สุวิทย์&amp;rdquo; บอกชัด 3 กุมารจะหารือในวันที่ 9 มิ.ย.เพื่อกำหนดท่าที ลั่นมาด้วยกันก็ต้องไปด้วยกัน ยอมรับที่ผ่านมาไม่ค่อยเข้าหา ส.ส. มุ่งแต่วางรากฐานเพราะเป็นกระทรวงใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 8 มิ.ย. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ครั้งที่ 3/2563 โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ, นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง&amp;nbsp;
ทั้งนี้ ก่อนการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ได้ทักทายสื่อมวลชน และเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจทั้งหมดตามกระแสข่าวใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์เพียงแต่ชะลอเดินเพื่อฟังคำถามแต่ไม่ตอบใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่กองการบิน ศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบก (บางเขน) หลังจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ลงจากเฮลิคอปเตอร์ และแถลงการณ์ตรวจสถานการณ์ผักตบชวาและวัชพืชในลุ่มน้ำภาคกลาง ผู้สื่อข่าวได้ถามว่าได้เตรียมตัวที่จะเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หรือยัง พล.อ.ประวิตรไม่ตอบ &amp;nbsp;ได้แต่เดินยิ้มไปขึ้นรถยนต์เพื่อเดินทางกลับทันที
ขณะที่นายสมคิดกล่าวถึงกระแสข่าวความวุ่นวายภายในพรรค พปชร. ว่าช่วงนี้พวกเราทุกคนไม่ว่าใครทั้งนั้น ต้องร่วมใจช่วยกันดูแลให้การเมืองดี ให้บรรยากาศการเมืองไทยดี การเมืองนี้สำคัญมาก และเป็นหน้าที่ของทุกคน ถ้าการเมืองดีเศรษฐกิจก็จะดีตาม สังคมก็จะดีตาม ถ้าบรรยากาศการเมืองไม่ดี งานการก็เดินไม่ได้ ทุกคนก็จะเดือดร้อน รวมทั้งพวกเราด้วย ฉะนั้นต้องช่วยกัน
วอนเสนอข่าวดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ข่าวอะไรก็แล้วแต่ไม่ว่าใครจะพูดอะไร จริงเท็จหรือเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าเราเสนอให้น้อยหน่อยในสิ่งที่ไม่สร้างสรรค์มันก็จะช่วยการเมืองได้ใช่หรือไม่ คนดีๆ เราต้องการให้เข้ามาอยู่ในเมืองไทย เข้ามาให้ช่วยทำงานการเมืองใช่หรือไม่ เราเห็นตั้งแต่วันแรกแล้ว รัฐมนตรีอย่างเช่นกอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ คนดี คนเก่ง ซื่อสัตย์สุจริต เขาก็อยู่การเมืองไม่ได้ แล้วถ้าทยอยไปทีละคน ใครจะทำงาน ใช่ไหม พวกเขาไม่ได้เดือดร้อน คนอื่นต่างหากที่จะเดือดร้อน ช่วยกันนะครับ ผมมองว่าทุกฝ่ายก็รู้จักกันทั้งนั้น ข่าวอะไรก็อย่าไปพูด อย่าไปถาม หยุดได้แล้ว&amp;quot; นายสมคิดกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ข่าวที่เกิดขึ้นก็มาจากบรรดานักการเมือง นายสมคิดกล่าวว่า ก็ไปถามคนที่เขาพูด ไม่ต้องมาถามตนเอง ข่าวดีๆ ทำไมไม่ตามกัน เช่นการฟื้นฟู ขสมก. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนดีมีเยอะในเมืองไทย และอยากให้เขาเข้ามา ถ้าเข้ามาได้ก็เชิญเข้ามาเลย คนที่อายุมากแล้วจะได้ถอยไป&amp;quot; นายสมคิดระบุ&amp;nbsp;
เมื่อถามว่าแล้วนายกฯ คิดเหมือนที่นายสมคิดคิดหรือไม่ นายสมคิดตอบว่า &amp;quot;อ้าว นายกฯ เป็นคนดีใช่หรือไม่ ท่านก็ต้องคิดเหมือนกัน และการปรับ ครม.ก็อยู่ที่ท่านอยู่แล้ว&amp;quot;
ซักต่อว่า แสดงว่าช่วงนี้หลายคนเล่นการเมืองมากกว่าการทำงานใช่หรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า ไม่ได้ว่าอย่างนั้น แต่อยากให้ทุกคนเอาใจใส่ ตั้งใจ และพูดคุยในสิ่งที่ช่วยบ้านเมืองได้ ใครมาใครไปไม่สำคัญหรอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ามองใครไว้บ้างที่จะให้มาช่วยงานด้านเศรษฐกิจ นายสมคิดกล่าวว่า คนดีๆ มาได้ทั้งนั้น เวลคัม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนการประชุม คนร. นายอุตตม ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวถึงการจัดประชุมเลือกกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ว่า อยู่ในขั้นตอน โดยต้องจัดประชุมภายในกรอบ 45 วัน ซึ่งผู้จะมาเป็น กก.บห.ชุดใหม่ก็ยังไม่ทราบเป็นใคร ต้องรอการประชุมก่อน
เมื่อถามว่าหากมีการเปลี่ยน ครม.ด้านเศรษฐกิจ จะมีผลกระทบต่อแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจหรือไม่ นายอุตตมกล่าวว่า เชื่อว่านายกฯ จะดูแลในทุกเรื่อง และกลั่นกรองอย่างรอบคอบ และเมื่อถามย้ำถึงกระแสข่าวรัฐมนตรี 3 คนเตรียมพูดคุยเพื่อกำหนดท่าทีในการทำงานร่วมกัน นายอุตตมปฏิเสธตอบคำถามดังกล่าวพร้อมเดินเข้าห้องประชุมทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตมให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า ขออนุญาตไม่ตอบเรื่องการเมือง วันนี้มุ่งที่งาน และจะไม่พูดเรื่องข่าวลืออะไรทั้งนั้น เพราะงานทั้งหลายที่จะออกมา ต้องทำให้ผู้ประกอบการ ประชาชนสัมผัสได้ว่ามาตรการออกมาแล้วได้รับการช่วยเหลือ นี่คือหัวใจของความมั่นใจ ไม่ใช่เรื่องข่าวลือโน่นนี่นั่น ซึ่งข่าวลือมันมี ห้ามไม่ได้ แต่ก็อยากจะขอว่า เรามาโฟกัสด้วยกันตรงนี้ว่าเอางานออกมาก่อน เวลานี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อมากสำหรับประเทศไทย ขอเรื่องนี้ก่อน อย่างที่เรียนว่าข่าวลือมีทั่วไป ที่กำลังพูดคือเราโฟกัสที่งานเท่านั้นเอง
มาด้วยกันไปด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษาฯ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวถึงกระแสข่าวเตรียมนัดหารือนายอุตตม และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน รักษาการเลขาธิการ พปชร. เกี่ยวกับการลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่า วันนี้ยังทำงานอยู่ ตอนนี้ทุกคนต้องช่วยกันทำงาน ต้องช่วยนายกฯ นำพาวิสัยทัศน์ของประเทศไปข้างหน้าในช่วงหลังวิกฤติโควิด-19 ส่วนที่โพสต์เฟซบุ๊กถึงเรื่องการปล่อยวางนั้น เป็นการเตือนตัวเอง ไม่ได้ปลงกับปัญหา วันนี้นายกฯ ให้โจทย์มาอีกเยอะ ตอนนี้มีหน้าที่ทำงาน และแม้จะเป็นรองหัวหน้า พปชร. แต่ไม่ค่อยคุ้นชินกับงานการเมือง ซึ่งปกติก็โพสต์ข้อความในวันอาทิตย์ที่เป็นเรื่องสบายๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ถือว่าถอดใจหรือไม่ นายสุวิทย์กล่าวว่า เราทำงาน ทำจนวินาทีสุดท้าย ตอนนี้แม้มีความคิดหลากหลายก็ต้องมาคุยกันว่าการเมืองหลังโควิด-19 ควรจะเป็นอย่างไร รูปแบบการเมืองที่ทำกันอยู่แบบเดิมๆ ตอบโจทย์หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่ระบุว่า 3 กุมารจะนัดคุยนั้น นายสุวิทย์กล่าวว่า ก็เพราะเราเป็นคู่กรณี ถ้ามีโอกาสต้องคุยกัน ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องสปิริต เรามาด้วยกันก็ต้องไปด้วยกัน แต่ไม่เกี่ยวกับการทำงาน ก่อนหน้านี้พวกตนคือ 4 กุมาร ลาออกจากรัฐบาล คสช.เพื่อไปตั้งพรรคใหม่ เป็นอารมณ์ของการที่มาด้วยกันก็ต้องไปด้วยกัน ต้องคุยกัน การตัดสินใจจะไม่ใช้อารมณ์ และเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนายสมคิด แต่เป็นเรื่องภายในพรรค 4 กุมารเป็น กก.บห. แต่นายสมคิดเป็นอาจารย์ และให้การสนับสนุน 4 กุมารมาตลอด ก็แล้วแต่ท่าน แต่ถ้าแยกให้ออกเรื่องนี้เป็นเรื่องภายใน ต้องมาคุยกัน &amp;nbsp;ซึ่งจริงเท็จไม่รู้ แต่มีการพูดกันว่าการปรับเปลี่ยนผู้บริหารพรรคเชื่อมโยงกับการปรับเปลี่ยน ครม. แต่ข้อเท็จจริงการปรับ ครม.เป็นเรื่องของนายกฯ ต้องเคารพนายกฯ จะตัดสินใจอย่างไรก็ตามต้องหารือนายกฯ ก่อน และการลาออกจาก ครม.หรือไม่หลังการหารือทั้งสามคน ต้องให้เกียรตินายกฯ เพราะท่านเป็นคนเลือกเรามา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมถือว่าภารกิจผม ท่านนายกฯ ไว้วางใจ ให้มาตั้งกระทรวงใหม่ ตั้งไข่มาระดับหนึ่ง หากลาออกเลยจะหาว่าทิ้งกระทรวง ตอนนี้เป็นเวลากว่าหนึ่งปี ถือว่าสร้างฐานรากมาพอสมควร ก็เป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีใหม่ แต่ส่วนนายกฯ จะให้ผมและอีกสองกุมารอยู่ต่อหรือไม่ ก็เป็นดุลยพินิจของท่านนายกฯ และวันนี้นายกฯ ไม่ได้ส่งสัญญาณอะไร ซึ่งท่านมองว่าควรมองประเทศไทยไปข้างหน้า อย่ามัวเสียเวลามองแต่ปัญหา&amp;rdquo; นายสุวิทย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ที่นายสุวิทย์ระบุว่าไม่ได้ใกล้ชิดกับพรรค ตรงนี้เป็นปัญหาใช่หรือไม่ นายสุวิทย์ยอมรับว่าตรงนี้เป็นข้อบกพร่อง ในช่วงที่ผ่านมาไม่มี ส.ส. และตามรัฐธรรมนูญก็เป็น ส.ส.ไม่ได้ และงานในกระทรวงอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับประชาชนโดยตรง ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยและงานวิจัย ยอมรับว่าตั้งแต่เป็นรัฐมนตรีก็ทำงานอยู่แต่ที่กระทรวง เพราะจำเป็นต้องขึ้นรูปกระทรวงใหม่
9 มิ.ย.รู้ท่าที 3 กุมาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การเลือก กก.บห.ชุดใหม่ จะสมัครเป็นรองหัวหน้าพรรคอีกหรือไม่ นายสุวิทย์กล่าวว่า พอแล้ว อันนี้เดี๋ยวค่อยมาว่ากัน การทำหน้าที่รักษาการตรงนี้ ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าการทำงานให้เต็มที่ ส่วนช่องโหว่ความสัมพันธ์กับ ส.ส.นั้น หากยังทำงานในฐานะรัฐมนตรีคือสิ่งที่ต้องปรับปรุง เพราะเรื่องนี้เป็นจุดอ่อนที่ให้เขามาตีเราได้ เรื่องนี้ไม่ปฏิเสธ แต่จะปรับปรุงเพื่อไปบริหารพรรคใหม่หรือไม่นั้น ต้องขอคิดอีกที และตั้งแต่มีประเด็นนี้ พวกตนเองทั้งสามคนยังไม่ได้คุยกัน ต้องคุยกัน ต่างคนต่างคิดไม่ได้ และเมื่อคุยกันแล้วต้องเรียนผู้ใหญ่ อย่างน้อยท่านนายกฯ และนายสมคิดต้องรับทราบในสิ่งที่พวกเราหารือกัน และคิดอ่านอย่างไร ซึ่งเราต้องรักษาภาพใหญ่ให้ได้ เพราะนายกฯ ยังต้องอยู่ในภาวะต้องขับเคลื่อนวิกฤติ ไม่อยากให้ท่านปวดหัว ซึ่งในการประชุม ครม.วันที่ 9 มิ.ย. เมื่อเจอกันทั้งสามคนคงได้คุยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นายสมคิดได้ส่งสัญญาณอะไรมาหรือไม่ นายสุวิทย์กล่าวว่า ท่านก็ส่งสัญญาณเหมือนที่ถามกับสื่อว่าเบื่อหรือไม่ ซึ่งก็บอกว่าสู้อยู่ ไม่ได้สู้ทางการเมือง แต่สู้ในเนื้องานของกระทรวง แต่รับรู้ว่ามีสิ่งนี้เกิดขึ้น จะไปนิ่งนอนใจไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ในฐานะรักษาการนายทะเบียนพรรค กล่าวถึงการเตรียมประชุมใหญ่สามัญประจำปีเพื่อเลือก กก.บห.พรรคชุดใหม่ ว่าอยู่ระหว่างการเตรียมการ ซึ่งการประชุมใหญ่ประจำปีมีเงื่อนไขว่าต้องรายงานกิจการดำเนินการ และต้องใช้องค์ประชุมอย่างน้อย 250 คน ในขณะที่สมาชิกพรรคมี 45,000 คน จึงต้องเชิญตัวแทนมาประชุม อีกทั้งยังมีความเสี่ยงเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงต้องเตรียมความพร้อม แต่ยืนยันว่ายังอยู่ในกรอบ 45 วันตามข้อบังคับพรรค ส่วนที่มีข้อกังวลว่าอาจมีการระดมคนมาเพื่อโหวตให้ กก.บห.คนใดคนหนึ่งนั้น ยืนยันว่า ส.ส.ของพรรคจะมี 1 เสียง 1 โหวต และเชื่อว่า ส.ส.พรรคมีวิจารณญาณ และคงไม่ทำอะไรที่ทำให้เกิดความเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน รักษาการรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และฝ่ายกฎหมายพรรค กล่าวถึงการจัดประชุมใหญ่สามัญเพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ หลัง 18 กก.บห.ชุดปัจจุบันลาออก ส่งผล กก.บห.สิ้นสภาพทั้งหมดว่า เชื่อว่าไม่มีปัญหา ไม่มีอะไรน่าห่วง หลังนายอุตตม สาวนายน รักษาการหัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รักษาการหัวหน้าพรรค ระบุแล้วกำลังดำเนินการไปตามขั้นตอนกรอบเวลา คือภายใน 45 วัน นับตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. สัปดาห์นี้ผู้มีหน้าที่น่าจะยื่นเรื่องแจ้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถึงการลาออกของ 18 กก.บห.และสัปดาห์หน้ารักษาการหัวหน้าพรรคน่าจะเรียกประชุมรักษาการ กก.บห. เพื่อกำหนดการประชุมใหญ่สามัญได้ทั้งวันประชุม สถานที่ และระเบียบวาระการประชุม ทั้งนี้ คาดว่าจะจัดประชุมใหญ่สามัญเพื่อเลือก กก.บห.ชุดใหม่ได้ในวันที่ 4 ก.ค. หรือวันที่ 12 ก.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ กล่าวถึงข่าวการปรับ ครม. ซึ่งถือว่าเป็นอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์จะพิจารณาปรับหรือไม่ปรับใคร และในฐานะสมาชิกพรรค พปชร. ขณะนี้อยู่ระหว่างการดูแลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.จังหวัดลำปาง เขต 4 หากสามารถชนะการเลือกตั้งได้ จะทำให้ ส.ส.ที่ร่วมอุดมการณ์จะมีเพิ่มเป็น 71 คน จาก ส.ส.ทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในฐานะ ส.ส.พลังประชารัฐ กำลังรวบรวมกลุ่มคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน กลุ่มที่ต้องการสร้างบ้านแปงเมืองอาสาเข้ามาเพื่อรับใช้ประชาชน กลุ่มที่มีอุดมการณ์เดียวกันนี้มีประมาณ 70 คน หากคนลำปางไว้วางใจให้พลังประชารัฐเข้าดูแล เป็นปากเป็นเสียง กลุ่มเราจะมีเพิ่มเป็น 71 คน การเข้ามาครั้งนี้ไม่ได้เข้ามาเพื่อต่อรองอำนาจหรือต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี แต่จะเข้ามาดูแลทุกข์สุข ของประชาชน เข้ามาเป็นปากเสียงของประชาชน แก้ปัญหาปากท้องให้กับประชาชน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรค พปชร.และเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล พาดพิงถึงปัญหาภายในพรรค พปชร.และกล่าวหาการบริหารด้านเศรษฐกิจล้มเหลวว่า ปัญหาความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐเป็นเรื่องภายในพรรค ไม่เกี่ยวอะไรกับพรรคก้าวไกล อยากให้นายวิโรจน์ดูแลพรรคตัวเองให้ดีก่อน จะได้ไม่เหมือนพรรคเก่าที่เคยอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐนั้น เชื่อว่าเมื่อผู้หลักผู้ใหญ่ภายในพรรคทำความเข้าใจกัน ทุกอย่างก็จบ ส่วนการปรับ ครม.นั้นเป็นอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์เพียงผู้เดียว ไม่มีใครแทรกแซงได้&amp;rdquo; นายธนกรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล ได้ทำหนังสือถึงประชาชนตอบโต้นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรค พปชร. ว่ามีนามสกุลเดียวกันกับโฆษกกระทรวงพลังงาน ก่อนจะสรุปว่าจะขอใช้สิทธิอันชอบธรรมพึ่งกระบวนการยุติธรรมต่อไป โดยหากชนะคดีจะขอทำบุญบริจาคให้เด็กยากจนพิเศษที่บ้านมีฝาบ้านไม่ครบสี่ด้านโดยไม่มีเงื่อนไข และขอบริจาคทำบุญซ่อมอุโบสถ วัดต่างๆ แต่อยากได้มือกฎหมายเก่งๆ ของประเทศมาช่วย เพราะกำลังสู้กับผู้มีอำนาจคับบ้านคับเมือง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68176</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.นพดล กรรณิกา, ดร.อุตตม สาวนายน, ธนกร วังบุญคงชนะ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า, วิเชียร ชวลิต, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, สุวิทย์ เมษินทรีย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200608/image_big_5ede3306ca8cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68114</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2020 12:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2020 12:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายทะเบียนพปชร.ยันจัดประชุมใหญ่ใน45วัน ปัดขนคนโหวตกก.บห.ชุดใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย. 63 - ที่รัฐสภา นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรักษาการนายทะเบียนพรรค กล่าวถึงการเตรียมประชุมใหญ่สามัญประจำปี ของพรรคพลังประชารัฐ เพื่อเลือกกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคชุดใหม่ ว่า อยู่ระหว่างการเตรียมการ ซึ่งการประชุมใหญ่ประจำปีมีเงื่อนไขว่าจะต้องรายงานกิจการดำเนินการและต้องใช้องค์ประชุมอย่างน้อย 250 คน ในขณะที่สมาชิกพรรคมี 45,000 คน จึงต้องเชิญตัวแทนมาประชุม อีกทั้งยังมีความเสี่ยงเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงต้องมีการเตรียมความพร้อม แต่ยืนยันว่ายังอยู่ในกรอบ 45 วัน ตามข้อบังคับพรรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มีข้อกังวลว่าอาจจะมีการระดมคนมาเพื่อโหวตให้ กก.บห.คนใดคนหนึ่งนั้น ยืนยันว่า ส.ส.ของพรรคจะมี 1 เสียง 1 โหวต และเชื่อว่าส.ส. พรรคพลังประชารัฐ มีวิจารณญาณและคงไม่ทำอะไรที่ทำให้เกิดความเสียหาย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68114</URL_LINK>
                <HASHTAG>กก.บห.ชุดใหม่, ประชุมใหญ่สามัญ, พปชร., วิเชียร ชวลิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200608/image_big_5eddbd3786270.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68001</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อุตตม&#039;ยันเรียกคุยใน45วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อุตตม&amp;quot; ยันเรียกประชุมพรรคใน 45 วัน แต่ไม่ใช่สัปดาห์หน้า &amp;quot;สมศักดิ์&amp;quot; ยอมรับ พปชร.ขัดแย้ง แต่ไม่รุนแรงถึงกับพรรคแตก โทษสื่อปั่นข่าว ทำเป็นกลุ่มเป็นก้อนเบี่ยงเบนทั้งความจริงและไม่จริง เหน็บเป็นความสามารถอย่างหนึ่ง &amp;quot;ธนกร&amp;quot; ท่องคาถา เป็นไปตามธรรมชาติ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา โพลเปิดโปงประชาชนส่วนใหญ่เคลือบแคลงสงสัยนักการเมืองเรียกร้องปรับ ครม. เพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากเงินกู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกำหนดการเรียกประชุมรักษาการกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดเก่า เพื่อกำหนดวันประชุมใหญ่สามัญเพื่อเลือก กก.บห. ชุดใหม่ หลังมี กก.บห.ลาออก 18 คนว่า การประชุมใหญ่ถือเป็นการประชุมประจำปี แม้จะมีหรือไม่มีการเปลี่ยนแปลง กก.บห. ตามกฎหมายพรรคก็ต้องจัดประชุมอยู่แล้ว แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง กก.บห. ก็จำเป็นต้องทำภายในกำหนดเวลา 45 วัน ซึ่งขณะนี้นายทะเบียนพรรคได้เริ่มดำเนินการแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่าไม่มีแรงกดดันใดๆ ในสัปดาห์หน้าจะยังไม่มีการเรียกประชุมรักษาการ กก.บห.อย่างแน่นอน&amp;quot; หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐกล่าวกรณีที่สมาชิกพรรคจะรวมตัวกันโดยใช้มาตรา 41 ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง เพื่อเข้าชื่อขอให้เปิดประชุมวิสามัญ เพื่อที่จะขอให้เปิดประชุมใหญ่สามัญประจำปีเองว่า หากทำได้ตามกฎหมายก็แล้วแต่สมาชิกจะดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการจัดประชุมใหญ่จะมีขึ้นตามกฎหมาย โดยไม่ถือว่าช้า เพราะยังอยู่ในกำหนดเวลา 45 วัน และจะมีวาระการเปลี่ยนแปลง กก.บห.แน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรค พปชร. กล่าวว่า ตามขั้นตอนเมื่อมี กก.บห.ลาออก พรรคก็จะต้องตรวจสอบรายชื่อทั้งหมด โดยขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการประสานเตรียมเชิญประชุม แต่ยังไม่สามารถระบุวันเวลาได้ ส่วนในสัปดาห์หน้าจะเป็นการประชุมประจำสัปดาห์ของ ส.ส.เพื่อรับทราบมติของวิปรัฐบาลตามปกติเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม สถานะตามกฎหมายของ กก.บห.ขณะนี้ คือ การพ้นสภาพทั้งคณะ ดังนั้นหากจะมีการเรียกประชุมจะเป็นการประชุมของรักษาการ กก.บห.ทั้ง 34 คน ไม่ใช่ 16 คนที่ไม่ได้ยื่นใบลาออก ส่วนกรณีที่จะมีสมาชิกบางส่วนเข้าชื่อตามมาตรา 41 ตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง เพื่อขอให้มีจัดประชุมใหญ่สามัญ โดยไม่ต้องรอหัวหน้าพรรคกำหนดนั้น คิดว่ากำหนดเดิมของการประชุมใหญ่สามัญประจำปีจะจัดขึ้นในเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด จึงต้องเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ใช่ว่าจะไม่มีการจัดประชุม จึงไม่มีเหตุอันเป็นเงื่อนไขให้สมาชิกพรรคใช้ช่องทางดังกล่าวในการยื่นเพื่อขอจัดประชุมใหญ่ได้เอง จึงขอให้สมาชิกเข้าใจว่า ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนและกรอบเวลาของกฎหมาย ไม่มีการดึงเกมหรือทำให้เกิดความล่าช้า เนื่องจากการเตรียมการจัดประชุมขนาดใหญ่ที่มีคนจำนวนมาก ต้องจัดหาสถานที่และนัดวันเวลาที่เหมาะสม ถึงต้องใช้เวลาในการพิจารณาด้วย&amp;quot; นายวิเชียรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะแกนนำพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการคนในข่าว FM 100.5 MCOT News Network โดยกล่าวถึงความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐว่า หากจะถามว่าจบหรือไม่จบ พูดไปก็เหมือนโกหก แต่หากถามว่ามีอะไรรุนแรงหรือไม่ ต้องตอบว่าไม่มี เพราะพรรคการเมืองจะหยุดทำงานไม่ได้ และจะหยุดเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมืองไม่ได้ พรรคการเมืองคือกลุ่มของผู้คนที่เข้ามาทำงานทางการเมือง เพื่อให้ประเทศชาติบ้านเมืองได้รับประโยชน์สูงสุดจากการบริหารจัดการงบประมาณ หรือการใช้กลไกการทำงานของภาครัฐให้ประเทศเดินหน้าแข่งขันกับประเทศอื่นได้&amp;nbsp;
&amp;quot;สมศักดิ์&amp;quot;ยันพรรคไม่แตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่หากถามผู้คนภายในพรรคทะเลาะกันหรือไม่ ก็ต้องตอบว่า ไม่มี เพียงแต่อาจจะเป็นความคิดเห็นที่ออกไปแล้วมีสื่อใหญ่บางแขนงนำไปขยายความ หรือแสดงความเห็นว่าคนใดเหมาะหรือไม่เหมาะกับตำแหน่งใด แล้วนำไปแนะนำกับผู้บริหารสูงสุดทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งก็มีลักษณะของความชอบและความไม่ชอบส่วนตัวที่ปะปนไปด้วย ต้องบอกว่าสื่อกลุ่มใหญ่ๆ ก็สามารถเหนี่ยวนำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่สื่อนั้นๆ ชื่นชอบได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายืนยันว่า เรื่องภายในพรรคพลังประชารัฐไม่รุนแรงถึงขั้นพรรคแตกแน่นอน และเรื่องของคำว่าพรรคแตก มันก็เป็นความรู้สึกของสื่ออีกนั่นแหละ ที่มองว่าถ้าเป็นอย่างนี้จะแตกนะ เพราะบางทีเขาอาจจะรัก เขาหวงบางส่วนที่เขารักของเขาอยู่ ทำให้เหมือนกับว่ามันรุนแรง แต่ถ้าหากว่าเป็นไปตามธรรมชาติ มันคงไม่ใช่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้น บทบาทของสื่อมีผลกระทบกับการเมืองมากทั้งทางตรงและทางอ้อม ต้องยอมรับว่าขณะนี้ถ้าสื่อที่ทำเป็นกลุ่มเป็นก้อนจะสามารถเบี่ยงเบนทั้งความจริงและไม่จริงได้ ก็เป็นความสามารถอย่างหนึ่ง&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า การที่กรรมการบริหารพรรคลาออก 18 คน ไม่ใช่เพราะคนในพรรคไม่เอากรรมการบริหารพรรคชุดนี้ เพียงแต่ว่ากรรมการบริหารพรรคชุดนี้เปิดทางให้สมาชิกเลือกผู้บริหารใหม่ ถือเป็นความใจกว้าง ซึ่งอาจจะเลือกคนเดิมได้ เพราะคนเดิมก็กลับเข้ามาเป็นกรรมการบริหารพรรคได้ แต่ถ้ามองแบบไม่รักชุดเก่าเกินไป ก็จะรู้ว่าคือการเปิดใจกว้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมมากลางๆ ชี้ให้เห็นว่าการปรับเปลี่ยนของพรรคการเมืองหลังจากการเลือกตั้งนั้น ไม่ควรจะเกิน 1 ปี ทุกพรรคก็ปฏิบัติมาเช่นนี้ เขาจะมีการพูดคุย สังคายนา ถ้าพอใจในกรรมการบริหารพรรคชุดเดิม เขาก็จะเลือกเข้ามาอีก เป็นครรลองของระบอบประชาธิปไตย แต่บางทีความรักของคนบางกลุ่มที่มีต่อกรรมการบริหารพรรคชุดต่างๆ เขาก็อาจจะเอามาพูดให้ดูรุนแรง แต่จริงๆคนในพรรคไม่มีรุนแรง และผมไม่ได้คิดจะเอาอะไรเลย แต่ผมต้องการให้พรรคเป็นที่ครองใจของประชาชน อาจจะทำไม่ได้ทั้งหมด เช่น ผู้คนในกลุ่มมหาเศรษฐี เราอาจจะทำไม่ได้ แต่เราจะทำอย่างไรให้คนชนบทยอมรับได้ เรามีกลไกคือในระดับของพรรค ผมมองแค่นั้นเอง ผมมองด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่ถ้าจะออกมาในเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจ ผมว่าเราอย่าพูดเรื่องการเมืองดีกว่า พูดเรื่องอย่างอื่นดีกว่า&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ยังไม่พร้อมนั่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐว่า ก็ไปถาม พล.อ.ประวิตรทุกวัน พล.อ.ประวิตรเป็นคนซื่อ ถามท่านไป ท่านก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร ตนก็เข้าใจ ท่านไม่มีอะไรหรอก ท่านตรงไปตรงมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าอยากเปลี่ยนกระทรวงดูแลหรือไม่ รมว.ยุติธรรมตอบว่า ไม่เคยคิดอยากเปลี่ยนกระทรวง ตนเป็นนักการเมือง ตนรู้ว่าวันนี้ควรจะทำอะไร เราจะคิดเป็นอื่นไม่ได้ จะทำอะไรให้ประชาชนส่วนใหญ่เป็นสุข ได้ประโยชน์จากการทำงานของเราทั้งทางตรงและทางอ้อม ถ้าไปแย่งเพื่อผลประโยชน์เพื่อคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งนั้นคือคิดผิด&amp;nbsp;
เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมว่าไม่ต้องไปสู้รบปรบมือ ไม่ต้องไปวิพากษ์วิจารณ์ดีกว่า ผมไม่มีปัญหา ผมอยู่ตรงนี้ ผมทำงานได้ ถ้าอยากเห็นผมในตำแหน่งอื่น ให้เวลาผมอีก 6 เดือน ผมว่าจะเห็นชัดแล้วว่าสิ่งที่ผมเข้ามาทำตรงนี้ ผมไม่ใช่นักสังคมสงเคราะห์ ผมเป็นสายวิทยาศาสตร์ แต่ผมทำได้ ถ้ายุติธรรมกับผม ให้ผมอยู่อย่างน้อย 6 เดือน ผมจะทำอะไรให้เห็นเป็นรูปธรรม และผมก็มั่นใจว่าผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองเห็นอยู่ และจะได้เห็นชัดเจนในกระทรวงยุติธรรม&amp;rdquo; นายสมศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และโฆษกพรรคพลังประชารัฐ เผยว่า ไม่ขอพูดถึงสถานการณ์ความขัดแย้งภายในพรรค เพราะทุกอย่างจะเป็นไปตามธรรมชาติ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา จะมุ่งเน้นทำงานให้กับพี่น้องประชาชนเพียงอย่างเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐกล่าวถึงกรณีการรวมกลุ่ม 6 ส.ส.พลังประชารัฐ ประกาศจุดยืน เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่าพวกเราทั้ง 6 คนถือเป็น ส.ส.รุ่นใหม่ เข้ามาทำงานสภาครั้งแรก และได้เห็นถึงปัญหาที่ประชาชนทุกข์ร้อน เมื่อมาเห็นปัญหาของพรรคในขณะนี้ ก็รู้สึกไม่สบายใจ จึงอยากให้ผู้ใหญ่ได้พูดคุยทำความเข้าใจ เพื่อให้เกิดความปรองดอง เพราะวันนี้เรื่องสำคัญที่สุดคือการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งพวกตนยืนยันว่าการรวมกลุ่มในครั้งนี้ไม่ใช่การรวมเพื่อต่อรองทางการเมือง แต่รวมกลุ่มจากอุดมการณ์และแนวทางที่เหมือนกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกเรามีอายุไล่เลี่ยกัน อยากเห็นการเมืองพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเหมือนๆ กัน ไม่ใช่การเมืองน้ำเน่าแบบทุกวันนี้ จึงได้รวมกลุ่มเพื่อทำงานร่วมกัน วันนี้อยากจะขับเคลื่อนให้พรรคพลังประชารัฐก้าวไปข้างหน้า เพราะพวกเราเคารพผู้ใหญ่และ ส.ส.ทุกคนในพรรค แต่เราก็มีจุดยืน และอยากจะสะท้อนมุมมองของประชาชนให้ผู้ใหญ่ในพรรคได้รับฟัง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงคุณสมบัติของคนที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคนั้น น.ส.วทันยากล่าวว่า จะต้องเป็นผู้นำที่มีความเข้มแข็ง มีความเป็นธรรมให้กับสมาชิก และมีวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนพรรค เพื่อให้พรรคมีความเป็นหนึ่งเดียว และสามารถที่จะเดินหน้าต่อไปได้ ส่วนชื่อแคนดิเดตที่มีชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะมานั่งเป็นหัวหน้าพรรคนั้น ตนมองว่าท่านมีความเมตตาและมีความอาวุโส และ ส.ส.ทุกคนให้ความเคารพอยู่แล้ว ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับสมาชิกในการเลือกหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า การปรับ ครม.เศรษฐกิจ จะเท่ากับยอมรับอย่างเป็นทางการว่ารัฐบาลล้มเหลวในการบริหารเศรษฐกิจ ดังนั้นการปรับ ครม.เศรษฐกิจควรจะปรับรองนายกฯ ที่เคยคุมเศรษฐกิจออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบกับความล้มเหลว และกระทรวงการคลังที่ไม่ได้ผลงานในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจคิดได้แค่แจกเงินอย่างเดียว แถมแจกเงินยังถูกด่าเพราะล่าช้าและไม่ทั่วถึง ประชาชนเดือดร้อนจำนวนมากไม่ได้รับ และ รมว.การคลังก็ยอมรับความผิดพลาดเอง อีกทั้งการเยียวยายังไม่เรียบร้อย แต่จะคิดแจกเงินเที่ยว แจกเงินช็อปปิ้งกันอีกแล้ว ทั้งที่ในอดีตไม่เคยประสบความสำเร็จ และไม่ได้เป็นการฟื้นเศรษฐกิจอย่างแท้จริง
ประชาชนสงสัยเตรียมโกง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การปรับ ครม.ที่เกิดขึ้นจากการเอาชนะกันด้วยทุนและอำนาจ ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชน นอกจากจะทำให้รัฐบาลนี้ล้มเหลวในการแก้ปัญหาประเทศมากยิ่งขึ้น ที่น่าเป็นห่วงคือจะเกิดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันหนักยิ่งขึ้นโดยไม่มีใครสามารถสกัดกั้นขัดขวางได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ปรับคณะรัฐมนตรี เพื่อใคร กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินการเก็บข้อมูลแบบผสมผสาน (Mixed Method) ทั้งการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ การลงพื้นที่ และการเก็บข้อมูลในโลกโซเชียล ทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,871 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 1-5 มิ.ย.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงผลประเมินคนดีในคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน พบว่า ร้อยละ 48.5 ระบุมีคนดีอยู่บ้าง ในขณะที่ร้อยละ 37.3 ระบุไม่มีเลย แต่ร้อยละ 14.2 ระบุมีคนดีอยู่มาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าเป็นห่วงคือ ความเห็นต่อรัฐบาลในข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีปรับเพื่อใคร พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 63.3 มองว่ารัฐบาลจะปรับคณะรัฐมนตรีเอานักการเมืองเข้ามาหาผลประโยชน์เงินกู้และถอนทุนคืนใช้เลือกตั้งต่อไป ในขณะที่ร้อยละ 34.1 มองว่ารัฐบาลจะปรับเอาคนดีเข้ามาทำงานแก้ความเดือดร้อนและปกป้องเงินกู้ผลประโยชน์ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85.1 ระบุข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีจะก่อให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยในหมู่ประชาชนต่อความไม่ชอบธรรมของรัฐบาล แสวงหาผลประโยชน์จากเงินกู้ เข้ากระเป๋านักการเมือง ในขณะที่ร้อยละ 14.9 ระบุ ไม่ใช่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 66.8 ระบุนายกรัฐมนตรีลอยตัวเหนือปัญหา ทำตัวเป็นพระเอกตลอดกาล ในขณะที่ร้อยละ 33.2 ระบุนายกรัฐมนตรีตื่นตัวแก้ปัญหา น้ำผึ้งหยดเดียว ปกป้องรักษาคนดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบแนวโน้มจุดยืนการเมืองของประชาชนตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 จนถึงล่าสุด หลังกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐลาออก เมื่อเสร็จสิ้นการอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงินผ่านสภาผู้แทนราษฎร โดยฐานสนับสนุนรัฐบาลลดฮวบดิ่งลงอีก จากร้อยละ 39.1 ในช่วงอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน เหลือเพียงร้อยละ 20.4 ในช่วงหลังการอภิปราย พ.ร.ก.กู้เงินผ่านสภาผู้แทนฯ และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐลาออก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68001</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์ ฉายแสง, ดร.นพดล กรรณิกา, ธนกร วังบุญคงชนะ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พิชัย นริพทะพันธุ์, วทันยา วงษ์โอภาสี, วิเชียร ชวลิต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200606/image_big_5edb94e5960bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67677</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.อาฟเตอร์ช็อก ธรรมนัสโวยโดนหักหลัง-วางแผนให้แตก/สมศักดิ์ขยับนัดกินเส้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ตอกย้ำ 18 กก.บห.พลังประชารัฐลาออก เป็นแค่เรื่องระดับพรรคไม่เกี่ยวกับปรับ ครม. สุดเซ็งมีแต่ข่าวขัดแย้งแทนที่จะสมัครสมานสามัคคี &amp;quot;พี่ป้อม-น้องตู่&amp;quot; เล่นบทเตมีย์ใบ้กรณีพี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์นั่งหัวหน้าพรรค &amp;quot;สมคิด&amp;quot; ลงทุนมาให้ข่าวเอง สอบถามสื่อเบื่อไหมเกมชิงอำนาจ &amp;quot;ธรรมนัส-สิระ&amp;quot; เตือน &amp;quot;อุตตม-สนธิรัตน์&amp;quot; ระวังคนรอบข้างแทงข้างหลัง &amp;quot;สมศักดิ์&amp;quot; นัดกินก๋วยเตี๋ยวเปิดใจถึงเบื้องหลังรอยร้าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 2 มิถุนายนยังคงมีความต่อเนื่องในกรณี 18 กรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ลาออก โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ว่า ไม่อยากพูดอะไรตรงนี้มาก เพราะเป็นเรื่องการเมืองในระดับพรรคการเมืองซึ่งเป็นกันทุกพรรค และไม่ได้จะชี้แจงหรือแก้ตัวอะไรให้กับใคร จะยุ่งเกี่ยวเฉพาะในเรื่องของรัฐบาล และในเรื่องการร่วมรัฐบาล นี่คือหน้าที่ของนายกฯ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ในเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นเรื่องของพรรคการเมือง ก็ไปว่ากัน แต่ขอร้องว่าอย่าไปดรามากันเยอะแยะไปหมด ทำให้สมองมันไม่ว่าง &amp;nbsp;ส่วนเรื่องการปรับความเข้าใจกันคิดว่าไม่จำเป็น เพราะเป็นเรื่องภายในพรรคก็ให้ภายในพรรคเขาคุยกันเอง ไม่จำเป็นต้องไปเรียกใครมาทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสอบถามว่า การเปลี่ยนตัว กก.บห.พรรค ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาลในครั้งนี้จะผูกโยงกับเก้าอี้รัฐมนตรีและส่งผลต่อการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่าเรื่องนี้พูดมาหลายครั้งแล้วว่า การที่จะปรับ ครม.ได้ต้องว่ากันอีกขั้นตอนหนึ่ง เป็นเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาล นายกฯ ต้องพิจารณาในภาพรวมตรงนั้น เรื่องของวันนี้เป็นเรื่องของพรรคการเมืองเขาก็ว่ากันไป ซึ่งพวกท่านก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าหลายๆ เรื่องเป็นเรื่องกลไกทางการเมืองในระดับพรรค การเมืองมีตั้งแต่ระดับพรรคของแต่ละพรรค ระดับของพรรคร่วมรัฐบาลและระดับของรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอให้เข้าใจตรงนี้ อย่าให้มีปัญหาอย่างอื่นต่อไปอีกแค่นี้ก็พอแล้ว วุ่นวายพอสมควร แต่ทั้งหมดเราสามารถแก้ไขได้ด้วยความเข้าใจระหว่างกัน ขอร้องสื่อและบรรดาสื่อโซเชียลต่างๆ ขอให้ช่วยกันดูในส่วนที่เป็นความสำเร็จ เรื่องของความก้าวหน้า เรื่องที่ทำให้เกิดความรักความสามัคคี ไม่ดีกว่าหรือ ผมไม่สามารถจะไปบังคับให้ใครรักได้ทุกคน ดังนั้นก็ต้องมีทั้งคนรักและคนเกลียด แต่ขอร้องว่าอย่าเกลียดประเทศของท่านเท่านั้นเอง&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า เวลาจากนี้ไปต้องเตรียมในเรื่องของการพิจารณาพระราชบัญญัติโอนงบประมาณ &amp;nbsp;2563 ในวันที่ 4 มิ.ย.ซึ่งจะเดินทางไปแถลงด้วยตัวเองในสภาอีกครั้งหนึ่ง ให้ความสำคัญและให้เกียรติต่อสภาและสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกคน ต่างคนต่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน หลังจากนั้นก็จะมีวาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 อีก สรุปว่ายังมีอีกหลายวาระที่จะได้พบกันในสภา ขอร้องให้ใจเย็นๆ อย่าใจร้อน ตนเองก็ใจเย็นอย่างถึงที่สุดแล้ว เพราะมันไม่เกิดประโยชน์ที่จะไปโมโหใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การทำงานจะให้เกิดความขัดแย้งน้อยลง ทุกคนทุกฝ่ายต้องหารือและรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน อะไรถ้าเห็นว่าเป็นประโยชน์ก็ขอให้สื่อช่วยกันขยายความในสิ่งที่ดี เราต้องไม่ให้พื้นที่ข่าวมีแต่เรื่องของความขัดแย้งมากเกินไป ผมไม่ได้ว่าพวกท่าน แต่ถ้ามันมากเกินไป สิ่งดีๆ ก็ไม่ได้รับการรับรู้รับทราบ จึงขอร้องทุกคนช่วยกันด้วย เพราะทุกคนก็รักชาติรักแผ่นดินด้วยกันทั้งสิ้น วันนี้อย่าลืมโลกเปลี่ยนคนปรับ หลุดจากกับดักสู่ความยั่งยืน เข้าใจหรือไม่เราต้องหลุดพ้นจากกับดักของตัวเองให้ได้ทั้งหมดทุกคน ทุกภาคส่วน ผมเองก็ต้องปรับตัวเช่นเดียวกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสอบถามถึงกระแสข่าวที่ว่า พปชร.จะผลักดันให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ พล.อ.ประยุทธ์หยุดเพื่อฟังคำถาม แต่ไม่ตอบอะไร จากนั้นกล่าวขอบคุณและเดินจากไปทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงการเลือก กก.บห.ชุดใหม่ภายใน 45 วันว่า แม้ยังไม่คลายล็อกสถานการณ์โควิด-19 ทั้งหมด แต่สามารถจัดประชุมพรรคการเมืองได้ หรืออาจประชุมทางไกลก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ก่อนการประชุม ครม. พล.อ.ประวิตรยังคงมาร่วมประชุมตามปกติ โดยมีหน้าตาแจ่มใส และเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่าไม่เป็นอย่างไร และเมื่อถามถึงปัญหาภายในพรรค พปชร.จบหรือยัง พล.อ.ประวิตรตอบทันทีว่าไม่มีอะไรนี่ ไม่มีอะไรแล้ว
ปัดตอบนั่งหัวหน้าพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พรรคจะมีการประชุมใหญ่เพื่อเลือก กก.บห.เมื่อใด พล.อ.ประวิตรกล่าวว่าภายใน 45 &amp;nbsp;วัน ตามกฎหมายพรรคการเมือง และเมื่อถามว่าได้รายงานเรื่องนี้ต่อ พล.อ.ประยุทธ์หรือยัง พล.อ.ประวิตรไม่ตอบ รวมถึงคำถามที่ว่าพร้อมเป็นหัวหน้าพรรคแล้วหรือยัง พล.อ.ประวิตรก็ไม่ตอบ ซ้ำยังส่ายหัวเชิงรำคาญด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กล่าวเรื่องนี้ว่า เป็นเรื่องภายในพรรคที่พี่ๆ น้องๆ จะต้องไปนั่งคุยกัน แต่น่าเสียดายน่าจะเอาพลังไปใช้ในทิศทางที่ช่วยกันแก้ปัญหาบ้านเมืองมากกว่า อยากให้พูดคุยกัน แต่ก็ไม่ได้แนะนำอะไร เพราะตนเองและ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคอยู่แล้ว &amp;nbsp;เพียงแต่อยากให้กำลังใจคนทำงาน เพราะที่ผ่านมาทุกคนก็ทำงานหนัก วันนี้พระราชกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจก็ผ่านสภาเรียบร้อย เงินช่วยเหลือก็ไปถึงพี่น้องประชาชนแล้ว วันข้างหน้ายังมีอุปสรรคอีกเยอะ อยากให้คิดถึงตรงนี้ให้มากๆ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าอะไรกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่นายสมคิดพูดจบประโยคนี้ได้พูดถามสื่อว่า &amp;quot;เบื่อมั้ย&amp;quot; ก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะถามต่อว่าแล้วอย่างนี้จะทำงานด้วยกันต่อได้หรือไม่ นายสมคิดยิ้มก่อนตอบว่า &amp;quot;ผมไม่ทราบในเรื่องนี้ &amp;nbsp;ผมไม่ได้บ่น แค่ถามว่าเบื่อมั้ย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การเปลี่ยนแปลง กก.บห.ครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นรัฐมนตรีเศรษฐกิจ จะส่งผลต่อการปรับ ครม.ด้านนี้หรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่าไม่รู้ สื่อถามเองก็ต้องคิดเอง และเมื่อถามย้ำว่าถ้าเกิดการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง จะยังทำงานใน ครม.นี้ต่อไปหรือไม่ นายสมคิดตอบว่าเหตุการณ์ข้างหน้ายังมาไม่ถึง สื่อถามยากมาก ซึ่งนายอุตตมและนายสนธิรัตน์ก็ไม่ได้ปรึกษาหารือในเรื่องนี้ ทุกคนก็รู้จักกันดีอยู่แล้วภายในพรรคก็ต้องหารือกัน ใช้พลังของพรรคสร้างประโยชน์แก่บ้านเมืองจะดีกว่า&amp;nbsp;
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อพูดจบ นายสมคิดได้เปรยขึ้นว่า &amp;quot;น่าเสียดายนะ&amp;quot; และเมื่อถามว่าได้พูดคุยกับนายกฯ หรือ พล.อ.ประวิตรแล้วหรือยัง นายสมคิดกล่าวว่า &amp;quot;ไม่ได้พูดคุยกันเลยครับ ผมบอกแล้วว่าผมและนายกฯ ไม่ได้อยู่พรรคการเมือง กับท่านประวิตรก็เจอกันทุกวัน ก็ไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ ผมคิดว่าท่านก็เป็นผู้ใหญ่ที่ทุกคนก็นับถืออยู่แล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นที่น่าสังเกตว่า การให้สัมภาษณ์ของนายสมคิดครั้งนี้เป็นการตั้งใจลงมาให้สัมภาษณ์โดยเฉพาะ &amp;nbsp;ทั้งที่โดยปกติจะเลี่ยงการให้สัมภาษณ์ประเด็นการเมือง โดยเป็นการให้สัมภาษณ์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ซึ่งเป็น 1 ใน กก.บห.ที่ลาออกระบุว่า ตอนนี้ปัญหาในพรรค พปชร.ไม่ได้มีความขัดแย้งอะไรกันแล้ว มันจบลงแล้ว ส่วนเรื่องการปรับโครงสร้างบริหารพรรคก็ต้องดูความเหมาะสมในการขับเคลื่อน เพราะพรรคมีขนาดเป็นอันดับ 2 จึงต้องพยายามเป็นอันดับ 1 &amp;nbsp;ต้องพยายามสร้างความมั่นคงไปเรื่อยๆ เนื่องจากเราเป็นพรรคการเมืองใหม่ ต้องปรับการบริหารจัดการไป ขอให้มองกันในแง่ดีตรงนั้นดีกว่า ไม่อยากให้มองเป็นเรื่องความขัดแย้ง จริงๆ ภาพที่เห็นมันเป็นความมั่นคงด้วยซ้ำไป&amp;nbsp;
ปรับ ครม.ยังอีกนาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีข่าว พล.อ.ประวิตรจะมาเป็นหัวหน้าพรรค พปชร.คนใหม่ ส่วนตัวสนับสนุนหรือไม่ &amp;nbsp;นายณัฏฐพลกล่าวว่า ในการประชุมของสมาชิกก็ต้องดูแนวทางและความเหมาะสม ส่วนเรื่องการปรับ ครม.นั้นคงอีกนาน อย่างน้อย 45 วันก่อนที่พรรค พปชร.จะมี กก.บห.ชุดใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ อดีต กก.บห.ยอมรับถึงการลาออกว่า ได้รับการประสานจากทางผู้ใหญ่ที่นับถือท่านหนึ่ง เมื่อได้พิจารณาแล้วเห็นว่าช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมามีข่าวความเห็นต่างและความขัดแย้งในพรรคมาก ส่งผลกระทบต่อการทำงานและความเป็นเอกภาพของรัฐบาล เพราะคนที่ถูกกดดันมีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี มีหน้าที่แก้ปัญหาโควิดให้ประชาชน และก่อนหน้านี้สื่อพยายามจับกลุ่มจัดแบ่ง กก.บห.เป็นสายโน้นสายนี้ โดยเฉพาะกลุ่มตนเองถูกจับตาเป็นพิเศษว่าเป็นตัวแปร ทั้งๆ ที่คือพลังประชารัฐ และเมื่อลาออกก็นำไปผูกโยงว่าอยู่ฝ่าย พล.อ.ประวิตร ทำให้กลุ่มนายอุตตมไม่พอใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งเหล่านี้มีคนบางคนพยายามสร้างขึ้นมาเพื่อให้เกิดความขัดแย้ง โดยมีผมอยู่ตรงกลาง อยากให้สังเกตว่ามีคนบางกลุ่มที่ขับไล่นายอุตตมมาตลอด แต่ไม่ลงชื่อลาออก นั่นหมายความว่ามีคนวางแผนให้เกิดความขัดแย้งเพื่อให้มีการปรับ ครม.จะได้ตำแหน่งที่หวังไว้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะมีการปรับ ครม. เปลี่ยนให้ พล.อ.ประวิตรเกลี่ยเก้าอี้กันใหม่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่มีความเห็น เป็นอำนาจของนายกฯ ซึ่งนายกฯ ให้สัมภาษณ์แล้วว่ายังไม่ถึงเวลาปรับ ครม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม ในฐานะ กก.บห.พรรค พปชร.กล่าวว่า ตามข้อบังคับพรรค &amp;nbsp;16 กก.บห.ที่ยังไม่ลาออกจะยังรักษาการอยู่ และจะจัดประชุมใหญ่วิสามัญภายใน 45 วัน ซึ่งน่าจะสอดคล้องกับการผ่อนคลายเฟส 4 ด้วย ซึ่งการเปลี่ยนแปลง กก.บห.พรรคนั้นไม่เกี่ยวกับเก้าอี้รัฐมนตรี เป็นคนละส่วนกัน ซึ่งนายกฯ ก็รับทราบถึงการลาออกของ กก.บห.แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การใช้วิธีให้ กก.บห.ลาออกเพื่อกดดันให้หัวหน้าพรรคต้องหลุดจากตำแหน่ง จะทำให้คนในพรรคทำงานร่วมกันต่อไปได้หรือไม่ นายอิทธิพลกล่าวว่า การทำงานนั้นใกล้ชิดกันอยู่แล้ว มีทั้งความเห็นตรงกันและเห็นต่างเป็นเรื่องปกติ ส่วนกระแสชื่อ พล.อ.ประวิตรจะมาเป็นหัวหน้าพรรคนั้น &amp;nbsp;สมาชิกพรรคทุกคนยอมรับ พล.อ.ประวิตรอยู่แล้ว เพราะท่านเป็นผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ และเป็นประธานยุทธศาสตร์ของพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส อดีต กก.บห.พรรค พปชร.ที่ลาออกระบุว่า เป็นเรื่องปกติทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย เป็นการเดินต่อไปข้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพที่มั่นคง เพราะถ้าปล่อยไว้นานๆ โดยไม่เปลี่ยนแปลง การเลือกตั้งครั้งหน้าจะไม่เหลือเพื่อน ส.ส.อยู่ต่อแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หัวหน้าและเลขาฯ ไม่ควรยึดติดกับตำแหน่งนี้ เพราะว่าถ้าทุกคนในกรรมการบริหารพรรคเกินครึ่งไม่ยอมรับ ก็ควรเป็นสุภาพบุรุษ ไม่ใช่คนนั้นคนนี้มาพูดว่าเป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์แบบนี้ ผมเรียนว่าธุรกิจ กิจการห้างร้านต่างๆ ก็ต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลงเพื่อให้อยู่ได้ พรรคพลังประชารัฐเองถ้าจะให้อยู่ต่อไปได้ และอยู่โดยมีคุณภาพ ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง ทำไมต้องยึดติดกับตำแหน่ง&amp;quot; นายสัมพันธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร.กล่าวถึงกระแส พล.อ.ประวิตรจะเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคว่า ยังไม่สามารถให้ความเห็นได้ เพราะขึ้นอยู่กับเสียงของสมาชิกพรรคในการเลือก
เตือนถูกแทงข้างหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรค พปชร.กล่าวว่า ขอให้สมาชิกพรรคทุกคนหยุดเล่นเกมสร้างความแตกแยกอีก เพราะเมื่อถึงวันประชุมใหญ่ของพรรคทุกอย่างจะเข้าสู่หลักประชาธิปไตย ต่างคนต่างมี 1 เสียงที่จะเลือกให้ใครมาเป็นหัวหน้าหรือเลขาฯ พรรค เพราะฉะนั้นวันนี้ไม่มีประโยชน์ที่ต้องมาวัดขุมกำลังกัน รอให้ถึงวันนั้นก็จะรู้เองว่าสมาชิกส่วนใหญ่ไว้ใจให้ใครมาทำหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อผลที่ประชุมใหญ่ออกมา สมาชิกทุกคนได้เลือกแล้ว ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็ต้องยอมรับเสียงส่วนใหญ่ของสมาชิก อย่าทำตัวเป็นพวกขี้แพ้ชวนตี เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นก็ไม่สมควรที่จะเป็นนักการเมืองที่เข้ามาดูแลประชาชนและประเทศชาติ เพราะในเมื่อระบอบประชาธิปไตยยังเคารพกันไม่ได้&amp;quot; นายสิระกล่าวและว่า ขอฝากไปถึงนายอุตตมและนายสนธิรันต์ว่า ขอให้ดูคนรอบข้างให้ดี บางคนไว้ใจไม่ได้ ต่อหน้าอย่างลับหลังอีกอย่าง อย่าตกเป็นเหยื่อ เพราะเท่าที่เห็นมีคนบางกลุ่มที่ทำตัวเหมือนให้การสนับสนุน แต่กลับลงชื่อไล่ทั้ง 2 ท่านด้วย
มีรายงานว่า ในวันที่ 3 มิ.ย. เวลา 12.00 น. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ในฐานะแกนนำพรรค พปชร.ได้จัดทานอาหารกลางวันในหัวข้อ &amp;quot;กินก๋วยเตี๋ยว คุยการเมือง&amp;quot; พร้อมเปิดใจถึงประเด็นความขัดแย้งภายในพรรค ที่ร้านอาหารกินเส้น ตรงข้าม ป.ป.ช. สนามบินน้ำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการลาออกของ กก.บห.พรรค &amp;nbsp;พปชร.ว่าเป็นเรื่องภายในของพรรค พปชร. เพียงแต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันไม่สมเหตุสมผลเท่าไร ซึ่งสิ่งที่เป็นต้นเหตุของปัญหา คือรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ออกแบบมาให้พรรคการเมืองอ่อนแอ ทางออกของประเทศเราคือต้องแก้รัฐธรรมนูญ 2560 โดยเร็ว ทุกฝ่ายต้องเข้ามาร่วมกันอย่างจริงใจ โดยเฉพาะ ส.ว.ที่มาจากระบบสืบทอดอำนาจ ต้องกล้าออกมาสนับสนุนและทำเพื่อชาติบ้านเมืองก่อนจะสายไปกว่านี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67677</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วิษณุ เครืองาม, วิเชียร ชวลิต, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, สมคิด เชื้อคง, สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ, สิระ เจนจาคะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อิทธิพล คุณปลื้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200602/image_big_5ed6521981ec6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64803</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2020 17:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2020 17:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิเชียร&#039; พร้อมแจง กกต. ปม​ &#039;เสธ.อ.&#039; ครอบงำพปชร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค.63 - นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และฐานะนายทะเบียนพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ และอดีตส.ว.ส่งคำร้องไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ขอให้ตรวจสอบพรรคพลังประชารัฐ กรณีข่าวเสธ.อ้น​ พล.อ.กนิษฐ์ ชาญปรีชา ส.ว.อยู่เบื้องหลังเดินเกมเปลี่ยนเปลี่ยนหัวหน้าและเลขาธิการพรรค อาจฝ่าฝืนพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง อาจนำไปสู่การยุบพรรคได้ว่า ถือเป็นสิทธิของผู้ร้องที่จะไปยื่น ส่วนของเราหากถามมาก็ชี้แจงไป เพราะเราไม่มีพฤติกรรมให้ใครมาครอบงำพรรค เป็นเรื่องที่คนถูกร้องกล่าวอ้างดูแลนายของเขา ซึ่งไม่ได้มีอะไรเกี่ยวหรือมีอิทธิพลอะไรกับพรรค และพรรคไม่ได้มีพฤติกรรมให้ใครมาครอบงำเช่นนั้น เป็นเรื่องส่วนตัวของส.ว.คนดังกล่าวบกพร่องคุณสมบัติหรือหรือไม่ที่ฝักใฝ่พรรคการเมือง ซึ่งส.ว.เองมีข้อจำกัดห้ามฝักใฝ่พรรคการเมือง สำหรับปัญหาความขัดแย้งภายในพรรค โดยหลักแล้วหัวหน้าพรรค นายอุตตม สาวนายน ก็อยากให้มีการพูดคุยกัน เมื่ออยู่พรรคด้วยกันแล้วควรร่วมกับขับเคลื่อนพรรค&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64803</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิเชียร ชวลิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190215/image_big_5c6665a10b3a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
