<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87710</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2020 19:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2020 19:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;แบงก์ชาติ&#039;ฟุ้งมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้เชิงรุกได้ผล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ธ.ค. 2563 นางวิเรขา สันตะพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดความคืบหน้าการช่วยเหลือลูกหนี้ ว่ามาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ ของ ธปท. ที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2563 จากการให้ความช่วยเหลือเป็นการทั่วไปในวงกว้าง ปรับให้มาเป็นการให้ความช่วยเหลือเชิงรุกและตรงจุดที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกหนี้แต่ละรายนั้น ได้ผลและมีความคืบหน้าตามเจตนารมณ์ของการปรับนโยบายจากครอบคลุมเป็นเจาะจง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เห็นได้จากสถานะและความสามารถจ่ายชำระหนี้ได้ตามเงื่อนไขของลูกหนี้ในภาพรวมปรับดีขึ้น จึงไม่เกิดปัญหาผิดนัดชำระหนี้จำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว (cliff effect) หลังมาตรการพักชำระหนี้ที่ทยอยครบกำหนด โดยในภาพรวมลูกหนี้ที่ขอรับการช่วยเหลือทยอยลดลงจาก 7.2 ล้านล้านบาท ในเดือน ก.ค. 2563 เหลือ 6 ล้านล้านบาท ในเดือน ต.ค. 2563 โดยเมื่อครบกำหนดมาตรการการพักชำระหนี้ ลูกหนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้ขอรับความช่วยเหลือต่อ และสามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ โดยการช่วยเหลือที่ผ่านมาเป็นลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์ประมาณ 55% และของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ 45%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมูลหนี้ที่ธนาคารพาณิชย์ให้ความช่วยเหลือแบ่งเป็นลูกหนี้ธุรกิจ 63% และลูกหนี้รายย่อย 37% โดยลูกหนี้ธุรกิจได้รับการปรับโครงสร้างหนี้อย่างต่อเนื่อง และจากการประเมินพบว่า 66% ของหนี้ภาคธุรกิจสามารถชำระหนี้ได้ตามเงื่อนไข 32% ต้องปรับโครงสร้างหนี้ ส่วนที่เหลือ 2% หรือคิดเป็นวงเงิน 3 หมื่นล้านบาท เป็นกลุ่มลูกหนี้เปราะบางที่ธนาคารพาณิชย์ยังไม่สามารถติดต่อได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ในด้านของลูกหนี้รายย่อยพบว่า 70% สามารถชำระหนี้ได้ตามเงื่อนไข 29% ต้องปรับโครงสร้างหนี้หรือมีมาตรการผ่อนปรนมารองรับ และ 1% หรือคิดเป็นวงเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท เป็นกลุ่มเปราะบางที่ไม่สามารถติดตามได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนสูง ธปท. ได้ติดตามและร่วมมือกับสถาบันการเงินเพื่อดูแลลูกหนี้อย่างใกล้ชิด และเพื่อพิจารณามาตรการให้ความช่วยเหลือแก่ลูกหนี้ได้ทันต่อเหตุการณ์ มีประสิทธิภาพ และสามารถรักษาความมั่นคงของระบบการเงิน&amp;rdquo; นางวิเรขา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ลูกหนี้ที่ประสบปัญหาหรือต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมสามารถติดต่อผ่าน call center ของสถาบันการเงินแต่ละแห่งได้โดยตรง หรือ โทร 1213 ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริหารทางการเงิน ธปท. ส่วนลูกหนี้ที่มีปัญหาการติดต่อสถาบันการเงิน สามารถแจ้งความต้องการที่จะปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงินผ่าน &amp;quot;ทางด่วนแก้หนี้&amp;quot; เว็บไซต์ https://www.1213.or.th/App/DebtCase&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87710</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), ลูกหนี้, วิเรขา สันตะพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201222/image_big_5fe1e1a13d24c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
