<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111210</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2021 20:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2021 20:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แรมโบ้&#039; ยันนายกฯรับฟังความคิดเห็นทุกฝ่าย ซัด &#039;วิโรจน์&#039; สมองคิดแต่ด้านลบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ค.64 - นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.พรรคก้าวไกล แนะนายกฯ อย่าฟังแต่คนประจบ พร้อมถามคนติดเชื้อเป็นจำนวนมากจะให้ประชาชนออกมาชมรัฐบาลหรือ โดยระบุว่านายกฯ ไม่ได้มองว่าจะมีใครชม หรือไม่ชมการทำงานของรัฐบาล และนายกฯ พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทุกคนอยู่แล้ว รวมถึง นายวิโรจน์ หรือ พรรคฝ่ายค้านทุกคนด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันการทำงานของนายกฯ ได้ทำงานร่วมกับ รัฐมนตรี ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับหากจะออกมาตรการใดๆเพื่อให้สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดคลี่คลายลง นายกฯ จะหารือและรับฟังจากคณะแพทย์ เป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสกสกล กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นนั้น นายกฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ทำทุกอย่างเพื่อแก้ไขปัญหา ทำงานเชิงรุก เพื่อไม่ให้มีผู้ป่วยหนักต้องอยู่ที่บ้าน หรือมีใครต้องตายคาบ้านอีก &amp;nbsp;ยืนยันไม่มีใครอยากให้มีผู้ป่วยติดเชื้อ หรือเสียชีวิตแม้แต่คนเดียว ซึ่งนายวิโรจน์ ก็น่าจะเข้าใจสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิดของประเทศ เข้าใจการทำงานของนายกฯ และรัฐบาล รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ทำงานอย่างหนักในขณะนี้ด้วย &amp;nbsp;ไม่ใช่จะมาแกล้งโง่ ทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไร และออกมา กล่าวหาโจมตีนายกฯ กับรัฐบาล ทำลายขวัญกำลังใจของคนทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสกสกลระบุว่า สถานการณ์ประเทศขณะนี้ ที่ทุกคนร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาอยู่ไม่มีใครมามองว่าใครประจบสอพลอใคร &amp;nbsp;แต่หากจะมีก็คงจะเป็น นายวิโรจน์ และพรรคการเมืองฝ่ายค้านมากกว่า ที่ในหัวสมองมีแต่คิดเรื่องลบ &amp;nbsp;คิดแต่เรื่องผลประโยชน์ส่วนตน &amp;nbsp;ไม่เคยคิดที่จะทำประโยชน์เพื่อใครเลย คอยแต่จะเสี้ยมให้ประชาชนเกลียดชังนายกฯ และรัฐบาล เพื่อผลประโยชน์ตัวเอง ซึ่งหากทำตัวแบบนี้ ตนเองก็ขอเตือนว่า เลือกตั้งครั้งต่อไปอาจจะไม่มีที่ยืนในสภาฯ เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ต้องถามกลับไปถึงนายวิโรจน์ว่า ยังมีสติรักและห่วงใยประเทศชาติประชาชนมากน้อยแค่ไหน ยิ่งในยามวิกฤตโควิดประชาชนเจ็บป่วยล้มตายทำไมสมองของนายวิโรจน์ไม่ตระหนักคิดลงพื้นที่ช่วยประชาชน จะเอาแต่ปากมาโจมตีรายวัน ถ้ามีนักการเมืองหรือผู้แทนของประชาชนขาดจิตสำนึกความรับผิดชอบเช่นนี้ ต่อให้ใครมาเป็นนายกฯประเทศไทยก็ไปไม่รอด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า วันนี้เรามาจับมือกันสู้กับสงครามโควิดดีกว่า มันหนักกว่าสงครามโลกเสียอีก เราคนไทยด้วยกันจะมามัวทะเลาะกันทำไม มาช่วยกันปกป้องดูแลชีวิตพี่น้องคนไทยด้วยกันไม่ให้สูญเสียเพิ่มหรือสูญเสียให้น้อยที่สุดไม่ดีกว่าหรือ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111210</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, วิโรจน์, เสกสกล อัตถาวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210726/image_big_60feb99269a57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107434</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2021 22:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กตู่’หักพปชร.! ค้านแก้ม.144,185เปิดช่องโกง/สภาเดือดส.ว.ปะทะส.ส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถกแก้ รธน.วันแรก ส.ว.ปะทะ ส.ส.เดือด! &amp;nbsp;ฝ่ายค้านจี้บรรจุร่างแก้ ม.256 แต่ &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; ยันต้องยึดคำวินิจฉัยศาล รธน. &amp;ldquo;ไพบูลย์&amp;rdquo; รับปาก ส.ว.แก้ ม.144, 185 &amp;nbsp;ในชั้น กมธ.กลับไปยึดหลักการเดิม แต่ยกเว้น ส.ส.-ส.ว.ติดต่อหน่วยงานราชการเพื่อช่วยเหลือ ปชช.ได้ &amp;ldquo;ส.ว.วันชัย&amp;ldquo; อัด ส.ส.เอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้ ส.ว. &amp;ldquo;ส.ส.พปชร.&amp;rdquo; โวยเสียดสีรัฐสภาจี้ให้ลาออก &amp;ldquo;คารม&amp;rdquo; โต้อย่าทำตัวเป็นผู้วิเศษ &amp;nbsp;&amp;ldquo;กิตติศักดิ์&amp;rdquo; ฉะ &amp;ldquo;โรม&amp;rdquo; ส.ส.ปัดเศษ เจอ &amp;ldquo;วิโรจน์&amp;rdquo; สวนกลับให้เกียรติ &amp;ldquo;ไพบูลย์&amp;rdquo; ด้วย &amp;ldquo;สุรชัย&amp;rdquo; ซัด ส.ส.หยุดเอาสิทธิเสรีภาพ ปชช.บังหน้ามัดมือชก ส.ว. ขณะที่นายกฯ ค้านแก้ ม.144, 185 ชี้เป็นหัวใจป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน
ที่รัฐสภา ถนนเกียกกาย วันที่ 23 มิถุนายน มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่พรรคการเมืองต่างๆ เสนอจำนวน 13 &amp;nbsp;ฉบับเป็นวันแรก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนการประชุม นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า การเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันนี้จะเรียงลำดับโดยเริ่มที่ร่างของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 1 ร่าง พรรคเพื่อไทย (พท.) 4 ร่าง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) 2 ร่าง และพรรค ปชป. 6 ร่าง เมื่อเสนอร่างครบเสร็จแล้วจะอภิปรายร่วมกัน เชื่อว่าแต่ละฝ่ายจะทำให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถ้าเป็นไปตามข้อตกลงจะลงมติในเวลา 16.00 น.ของวันที่ 24 มิถุนายน และสามารถเสนอชื่อกรรมาธิการ 45 &amp;nbsp;คนได้ก่อนเที่ยงคืนของวันที่ 24 มิถุนายน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนของพรรค พปชร.ว่า ยืนยันจะไม่แก้มาตรา 144, 185 เรื่องนี้นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค ในฐานะผู้เสนอร่างให้สัมภาษณ์ไปแล้ว จะมีการปรับร่างที่ยื่นไปแล้วของพรรค พปชร. ทั้งนี้แต่ละพรรคยื่นข้อเสนอมาเพื่อแก้ไข ก็ต้องไปคุยกันในสภา ซึ่งแกนนำพรรคร่วมได้คุยกัน พูดกันทุกเรื่องรวมทั้งประเด็นบัตรเลือกตั้งด้วย
พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 &amp;nbsp;กล่าวถึงจุดยืนการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 13 ฉบับว่า &amp;nbsp;ภายหลังจากที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ในฐานะผู้เสนอญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้พูดคุยกับ ส.ว. ก็ได้ยอมถอยในส่วนของมาตรา 144 และมาตรา 185 โดยการพิจารณาวาระ 2 ในชั้นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) จะเสนอให้ กมธ.แก้ไขกลับไปใช้ตามหลักการเดิมของรัฐธรรมนูญ 2560 ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีและขอขอบคุณนายไพบูลย์ หากไม่เป็นไปตามที่พูดคุยกันจะยอมให้ ส.ว.ล้มในวาระ 3 ทำให้ในขณะนี้ ส.ว.คลายความกังวล เพราะมีความชัดเจนว่า ส.ว.จะได้ไม่เป็นแพะรับบาป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า &amp;nbsp; เป็นเรื่องที่ไว้ใจไม่ได้ เนื่องจากในชั้นกรรมาธิการแปรญัตติ อาจมีการอ้างได้ว่าไม่สามารถแก้ไขให้ผิดไปจากหลักการที่ได้รับรองในวาระที่ 1 แล้ว ทางที่ดีต้องไม่รับหลักการข้อเสนอของพรรคพลังประชารัฐตั้งแต่วาระแรก หรือถ้าไม่ยอมถอนร่างข้อเสนอออกไปก็ขอให้ตัดถ้อยคำในหลักการและเนื้อหาทั้งหมดที่เกี่ยวกับมาตรา 144 และ 185 ออกไป &amp;nbsp;มิเช่นนั้นก็ขอให้ ส.ส.และ ส.ว.โหวตให้ข้อเสนอของพรรคพลังประชารัฐตกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 09.50 น. ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม มีวาระพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่พรรคการเมืองต่างๆ เสนอ จำนวน 13 ฉบับ โดยก่อนเข้าสู่การพิจารณา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ขอหารือถึงการไม่บรรจุร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม &amp;nbsp;มาตรา 256 แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้ง่ายขึ้น และเพิ่มหมวด 15/1 ให้มีการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) &amp;nbsp;เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ของฝ่ายค้านเป็นระเบียบวาระการประชุมว่า เหตุผลที่จะต้องบรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว เพราะรัฐสภาต้องมีสารตั้งต้น ลองนึกภาพว่าถ้าผลการทำประชามติออกมาว่าให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รัฐสภาจะดำเนินการอย่างไร เราจะดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ได้เลยถ้าไม่มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญรองรับ ดังนั้นการจะตีความว่าการมีหมวด 15/1 เป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญ เป็นการตีความเกินคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ อยากให้ประธานรัฐสภาได้ทบทวน
&amp;#39;ชวน&amp;#39; ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน. &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวนชี้แจงว่า หลักการและเหตุผลของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตราดังกล่าวที่เสนอในครั้งนี้เป็นของเดิมกับครั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย เหมือนกันหมด ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยและให้มีหมวด 15/1 ย่อมมีผลทำให้เป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน อันเป็นการแก้ไขหลักการและเหตุผลสำคัญ จึงจำเป็นต้องจัดให้มีการทำประชามติสอบถามประชาชนเสียก่อน ดังนั้นเราจึงต้องยึดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อตนดูแล้วก็เห็นว่าบรรจุไม่ได้ &amp;nbsp; เพราะถ้าบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระ เท่ากับตนไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลที่มีความผูกพันทุกองค์กร และแน่นอนว่าตนจะต้องทำผิดศาลรัฐธรรมนูญแน่ ขอให้เชื่อว่าตนตัดสินโดยยึดความถูกต้องเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นที่ประชุมเริ่มพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม โดยในลำดับแรกให้แต่ละพรรคลุกขึ้นเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของตนเอง นายไพบูลย์ นิติตะวัน &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของพรรค พปชร.ตอนหนึ่งว่า มี 5 ประเด็น &amp;nbsp;13 มาตรา ได้แก่ 1.การแก้ไขมาตรา 29 มาตรา 41 และมาตรา 45 เพื่อเพิ่มการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพแก่ประชาชน &amp;nbsp;2.การแก้ไขระบบเลือกตั้งให้กลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบเหมือนรัฐธรรมนูญปี 2540 ได้แก่ ส.ส.เขต 400 คน และ &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน พรรคใดที่ส่ง ส.ส.เขตไม่น้อยกว่า 100 คนให้มีสิทธิ์ส่งผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อได้ พรรคใดจะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อต้องได้คะแนนบัญชีรายชื่อไม่ต่ำกว่า 1% ป้องกันปัญหาการเป็น ส.ส.ปัดเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.การแก้ไขมาตรา 144 ให้ตัดบทลงโทษ ส.ส., ส.ว.และ กมธ.ที่แทรกแซงการแปรญัตติงบประมาณไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม แต่เมื่อมี ส.ว.ทักท้วงว่าการแก้ไขดังกล่าวทำให้หลักการตรวจสอบงบประมาณที่รัฐธรรมนูญปี 2560 เขียนไว้อย่างเข้มข้นสูญเสียไป ตนก็เห็นด้วยและรับปากว่า หากรับหลักการแก้ไขวาระที่หนึ่งแล้ว &amp;nbsp;การพิจารณาในชั้น กมธ. ตนและพรรคพลังประชารัฐจะเสนอแก้ไขมาตรา 144 ให้คงหลักการเข้มข้นของรัฐธรรมนูญปี 2560 ไว้ตามเดิม ให้สบายใจได้ แต่ขอหารือว่าควรพิจารณาถึงเจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณที่ได้รับผลกระทบจากมาตรานี้ จะหาวิธีผ่อนคลายอย่างไร เพราะเจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณไม่กล้ามาเป็น กมธ.งบประมาณ &amp;nbsp;เพราะกลัวเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงตามมาตรา 144
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์กล่าวอีกว่า 4.การแก้ไขมาตรา 185 เรื่องการยกเลิกการห้าม ส.ส.-ส.ว.เข้าไปแทรกแซง ก้าวก่ายการทำงานของข้าราชการ ที่ ส.ว.เป็นห่วงเช่นกันว่า จะทำลายหลักการการก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานของข้าราชการนั้น ก็รับปากว่าหากรับหลักการวาระที่หนึ่ง จะไปผลักดันในชั้น กมธ.ให้คงหลักการป้องกันการก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานข้าราชการไว้ตามเดิม แต่ขอเพิ่มเติมให้มีความชัดเจนขึ้นโดยยกเว้นกรณี ส.ส.-ส.ว.ไปติดต่อหน่วยงานรัฐเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน ไม่ให้ถือเป็นการก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานหน่วยราชการ &amp;nbsp;และ 5.ให้ยกเลิกมาตรา 270 ขอเปลี่ยนแปลงอำนาจวุฒิสภาในการเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ มาเป็นให้อำนาจ ส.ส.และ ส.ว.ร่วมกันติดตาม เสนอแนะ เร่งรัดการปฏิรูปประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 11.15 น. นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวชี้แจงหลักการและเหตุผลร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจำนวน 4 ร่างว่า เริ่มจากร่างที่ 1 แก้ไขเพิ่มเติม หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย โดยเพิ่มความเป็นวรรค 5 ของมาตรา 25 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 29 เพิ่มสิทธิในกระบวนการยุติธรรม เป็นมาตรา 29/1 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 34 มาตรา 45 และมาตรา 47 เพิ่มสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญเป็นมาตรา 49/1 &amp;nbsp;และเพิ่มอำนาจของคณะกรรมาธิการที่จะเรียกเอกสารหรือเรียกบุคคลมาแถลงข้อเท็จจริงหรือให้ความเห็นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 129 ร่างที่ 2 แก้ไขเพิ่มเติมระบบการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 มาตรา 85 มาตรา 91 และมาตรา 92 และยกเลิกมาตรา 93 และมาตรา 94 ร่างที่ 3 (1) แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 159 เกี่ยวกับที่มาของนายกรัฐมนตรี และ (2) ยกเลิกมาตรา 272 ที่ให้อำนาจสมาชิกวุฒิสภาเลือกนายกฯ &amp;nbsp;และร่างที่ 4 แก้ไขเพิ่มเติม (1) หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ โดยยกเลิกมาตรา 65 เกี่ยวกับการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ (2) แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 152 และมาตรา 162 โดยตัดคำว่ายุทธศาสตร์ชาติออกไปเพื่อให้สอดคล้องกับการยกเลิกมาตรา 65 (3) ยกเลิกมาตรา 270 มาตรา 271 และมาตรา 275 เพื่อให้สอดคล้องกับการยกเลิกมาตรา 65 และเป็นการยกเลิกอำนาจของวุฒิสภาบางเรื่อง และ (4) ยกเลิกมาตรา 279
&amp;#39;ภท.-ปชป.&amp;#39; ยันปิดสวิตช์ ส.ว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 12.00 น. นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมจำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ ฉบับที่ 1 แก้ไขมาตรา 55 &amp;nbsp;โดยเพิ่มมาตรา 55/1 ให้ประชาชนมีรายได้พื้นฐานในการดำรงชีวิตอย่างทั่วถึง โดยประชาชนไม่ต้องเรียกร้อง แต่กำหนดให้เป็นหน้าที่ของรัฐจัดให้ประชาชนมีรายได้ทั่วหน้า &amp;nbsp;ให้เงินสดแก่ประชาชนที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน &amp;nbsp;2,763 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นการแก้ไขปัญหาความยากจนได้อย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลักประกันถ้วนหน้ารักษาทุกโรค สำหรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่สอง คือเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งเราเห็นว่ามีความจำเป็นต้องมี ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีไม่เหมาะสม จึงเห็นสมควรให้แก้มาตรา 65 กำหนดยุทธศาสตร์ชาติสามารถปรับเปลี่ยนแก้ไขเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ได้ และร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่สาม เสนอเหมือนกับพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;คือมาตรา 159 ที่มาของนายกฯ และยกเลิกมาตรา 272 &amp;nbsp;การให้อำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม จำนวน 6 ฉบับ ดังนี้ 1.แก้ไขมาตราว่าด้วยสิทธิของประชาชน 4 มาตรา ว่าด้วยสิทธิในกระบวนการยุติธรรม, สิทธิที่ดินทำกิน, สิทธิผู้บริโภค และสิทธิชุมชน, 2.มาตราว่าด้วยการกระจายอำนาจปกครองท้องถิ่น 3.เรื่องการตรวจสอบการกระทำที่ผิดจริยธรรมของกรรมการ ป.ป.ช. โดยเสนอแก้ 2 มาตรา คือมาตรา 236 และมาตรา &amp;nbsp;237 &amp;nbsp;4.เรื่องการแก้ไขมาตรา 256 ว่าด้วยกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 5.เรื่องระบบเลือกตั้งควรมีบัตร 2 ใบ &amp;nbsp;เพื่อเลือกแยกคนและแยกพรรคได้ และ 6.ประเด็นการแก้ไขมาตรา 272 เรื่องการเลือกนายกฯ เห็นว่า ส.ว.ไม่ควรมีอำนาจไปถึงการเลือกนายกฯ แทนประชาชนที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงเช่นเดียวกับ ส.ส.ได้ ดังนั้นการแก้มาตรา 272 จึงเป็นเพียงการย่นระยะเวลาในบทเฉพาะกาล &amp;nbsp;5 ปี เพื่อกลับสู่หลักการประชาธิปไตยถูกต้องและเร็วขึ้นเท่านั้น ถือเป็นการปลดล็อกเงื่อนไขข้อจำกัดและข้อขัดแย้งทางการเมืองได้อีกระดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 12.55 น. นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.ได้ลุกขึ้นอภิปรายเป็นคนแรกว่า จากการพิจารณาทุกร่างรัฐธรรมนูญพอสรุปได้ว่า ถ้ามีการแก้ไขระบบการเลือกตั้งจะทำให้พรรคเล็กหายไป พรรคใหญ่จะผงาด ลดบทบาทภาคประชาชน มีอิทธิพลล้วงลูกและก้าวก่าย โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณและข้าราชการประจำ ส่วนการปิดสวิทช์ ส.ว.นั้น &amp;nbsp;ตนสนับสนุนให้ตัดอำนาจ ส.ว.ในเรื่องนี้ แต่พรรคการเมืองที่เสนอมาตนก็อยากใช้คำพูดว่ากินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง ทำทีเรียกร้องประชาธิปไตย เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่ ส.ว. &amp;nbsp;รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันในส่วนระบบเลือกตั้งต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองและเป็นเจ้าของพรรค มีส่วนร่วมในการคัดคนลงเลือกตั้ง เสียงของประชาชนมีคุณค่าไม่ทิ้งน้ำ แต่ที่เสนอแก้มานี้พรรคเล็กพรรคน้อยจะหายไป พรรคใหญ่ๆ ทุนหนาจะผงาด นายทุนพรรคจะครอบงำ พรรคคนมีเงินมีอำนาจจะมีบทบาท ธุรกิจการเมืองกำลังจะกลับมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายวันชัยอภิปรายอยู่นั้น นายวิโรจน์ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ได้ประท้วงนายวันชัยเพราะอภิปรายเสียดสีสมาชิกรัฐสภา และเรียกร้องให้นายวันชัยลาออกจากตำแหน่ง ส.ว. เพราะนายวันชัยกำลังเป็นรอยด่างของระบอบประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ &amp;nbsp;พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นประท้วงซ้ำว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญมุ่งหมายให้ประเทศดีขึ้น ไม่ใช่ว่าคนอื่นเลวทั้งหมด อย่าเป็นผู้ใหญ่แต่อายุ แต่ต้องฝึกความเป็นผู้ใหญ่ในตัวเองด้วย &amp;nbsp;ทำให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ขอให้นายวันชัยพูดตรงประเด็นในเนื้อหาแก้ไขรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวันชัยยืนยันไม่ได้ว่าใคร และที่ผ่านมาเมื่อมีการพูดถึง ส.ว.จะโจมตี ส.ว.อย่างรุนแรง จากนั้นได้อภิปรายต่อถึงการตัดอำนาจ ส.ว.โหวตเลือกนายกฯ และทันทีที่นายวันชัยอภิปรายเสร็จสิ้น นายคารมยังคงลุกขึ้นประท้วงว่าขอให้ประธานกำชับ ถ้าทำตัวเป็นผู้วิเศษ ประธานต้องควบคุม ขณะที่นายวันชัยโต้ว่าไม่ทราบว่านายคารมมีอะไรเป็นพิเศษกับตนหรือไม่ และขอให้นายคารมหาพรรคอยู่ให้ได้ก็แล้วกัน
&amp;#39;ส.ว.-ส.ส.&amp;#39; โต้กันเดือด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.45 น. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว. อภิปรายว่า เรื่องบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ อดห่วงไม่ได้ว่าจะถอยหลังไปสู่รัฐธรรมนูญปี 2540 ที่ไม่มีหลักการใหม่ช่วยพัฒนาระบบการเมืองประเทศให้เป็นสถาบันการเมืองของประชาชน ส่วนการตัดมาตรา 272 ยกเลิกอำนาจ ส.ว.โหวตนายกฯ นั้น ตนไม่ขัดข้อง เพราะ ส.ว.เป็นแค่อำนาจปลายทางในการเห็นชอบนายกฯ &amp;nbsp;แต่ต้นทางอยู่ที่ ส.ส.เป็นผู้เสนอชื่อ ประเด็นทั้งหมดที่เสนอเข้ามาเรื่องสิทธิเสรีภาพประชาชนเชื่อว่า ส.ว.เห็นด้วย แต่อย่าเอาเรื่องสิทธิเสรีภาพเป็นตัวประกันไปผูกรวมเรื่องอื่น ส.ว.หนักใจในการให้ความเห็นชอบที่มัดมือชก เอาสิทธิเสรีภาพบังหน้า &amp;nbsp;เอาประโยชน์ ส.ส.มาผูกรวมกัน นี่คือความจำเป็นต้องมีสองสภาคอยกลั่นกรอง นี่คือคำตอบว่ามี ส.ว.ไว้ทำไม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายตอนหนึ่งว่า ถ้าจะมีประเด็นที่สำคัญต้องแก้ไขเร่งด่วนที่สุด พรรคก้าวไกลเห็นว่าต้องแก้ไขมาตรา &amp;nbsp;272 ยกเลิกอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ &amp;nbsp;เราต้องยอมรับความจริงว่า ส.ว.ชุดนี้คือกลไกการสืบทอดอำนาจ พล.อ.ประยุทธ์ การที่ผู้ใดจะมีความชอบธรรมในการเลือกนายกฯ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สูงสุดในการพัฒนาบ้านเมือง ผู้ที่จะเลือกนายกฯ ต้องได้รับมอบอำนาจจากประชาชน ซึ่ง ส.ว.ทั้งหมดไม่ได้มีความชอบธรรมนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างนั้นนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. ลุกขึ้นประท้วงนายรังสิมันต์ว่า ส.ว.ได้อำนาจเลือกนายกฯ มาจากประชาชน 16 ล้านเสียงสนับสนุน แต่นายรังสิมันต์ได้คะแนนแบบปัดเศษมาจึงได้เป็น ส.ส. จากนั้นนายธีรัจชัย &amp;nbsp;พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นโต้ตอบ โดยถามว่านายกิตติศักดิ์ประท้วงเรื่องอะไร ทำให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานการประชุมห้ามไม่ให้ทั้งสองฝ่ายตอบโต้กันอีก จากนั้นนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า นายกิตติศักดิ์กล่าวถึง ส.ส.ปัดเศษ เท่ากับว่ากำลังพูดถึงนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ตนขอความกรุณาให้เกียรตินายไพบูลย์ด้วย จากนั้นนายพรเพชรได้ขอให้นายรังสิมันต์อย่าเสียดสี ส.ว.อีกและเชิญให้อภิปรายต่อ&amp;nbsp;
ต่อมา พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว. อภิปรายว่า &amp;nbsp;การเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ภายใต้ระบบจัดสรรปันส่วนผสม ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว จากนั้นเกิดปัญหาที่ทุกพรรคการเมืองบอกว่าสลับซับซ้อน ไม่ยุติธรรม หากยังใช้ระบบนี้ต่อไปอาจจะมีปัญหาได้ จึงได้เสนอแก้ไขมา ส่วนตัวสนับสนุนบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และควรใช้วิธีการคำนวณแบบระบบเยอรมัน แต่สิ่งที่พรรคการเมืองต่างๆ เสนอมานั้น เป็นการคำนวณ ส.ส.เหมือนรัฐธรรมนูญปี 2540 หมดเลย หากมีการแก้ไขในอนาคตอันใกล้ อาจทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็งเหมือนสมัยพรรคไทยรักไทยที่ได้ ส.ส.มากถึง 377 เสียง ทำให้เกิดเผด็จการรัฐสภา สามารถยกร่างแก้ไขกฎหมายได้ตามอำเภอใจ แต่เมื่อไม่มีทางเลือก ส่วนตัวจะสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญญัตติที่ 1-3-13 ไปก่อน &amp;nbsp;
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ยืนยันไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 144 และ &amp;nbsp;185 เนื่องจากบทบัญญัติดังกล่าวได้วางหลักการสำคัญห้ามมิให้ ส.ส.และ ส.ว.เปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมรายการ หรือจำนวนในรายการของงบประมาณรายจ่ายประจำปี แต่สามารถลดหรือตัดทอนรายจ่ายได้เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันของรัฐธรรมนูญ 2560 นายกรัฐมนตรียังเห็นว่า การจัดทำข้อเสนอโครงการในแต่ละจังหวัด ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมเสนอความคิดเห็นผ่านกระบวนในส่วนต่างๆ ได้ ในส่วนของมาตรา 185 นายกฯ เห็นว่าเป็นหลักการที่ถูกต้องแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107434</URL_LINK>
                <HASHTAG>185, กิตติศักดิ์, ค้านแก้ม.144, ถกแก้ รธน., ม.256, วิโรจน์, ส.ว.วันชัย, ส.ส.พปชร, ส.ส.เดือด, สุรชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210623/image_big_60d34b232e532.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2021 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2021 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภท.ซัด&#039;ก้าวไกล&#039;ฉีดวัคซีนครบ2เข็มไม่มีใครแพ้และตาย บี้สร้างความมั่นใจให้ปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค. 64 - นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.พรรคก้าวไกล ต้องการให้ทำประกันให้คนเสียชีวิตจากการฉีดวัคซีน 5&amp;nbsp;ล้านบาท โดยอ้างเป็นเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชน ว่า&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนไทยทุกคนรู้ดีว่าวัคซีนที่จัดเตรียมให้คนไทยได้ฉีดคือวัคซีนที่ฉีดกันทั่วโลก เป็นที่ยอมรับมาตรฐานความปลอดภัย โดยแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ และเภสัชกร สิ่งที่ ส.ส.วิโรจน์เสนอว่าควรออกมาทำประกันชีวิตถ้าคนไทยคนใดฉีดแล้วตาย จ่ายสิบล้านบาท เป็นเรื่องที่น่าตกใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เป็นเรื่องน่าตกใจนะครับ เพราะคุณคิดว่าชีวิตคนไทยมีค่าเพียงสิบล้านบาทเท่านั้นเอง ขณะที่รัฐบาล บุคลากรทางการแพทย์ทุ่มเททำงานเหนื่อยยากลำบาก เพราะทราบดีว่าชีวิตหนึ่งชีวิตมีค่าที่ประเมินราคาเป็นเงินไม่ได้ และชีวิตคนไม่ใช่เครื่องเดิมพัน อย่างที่คุณคิด เวลานี้บทบาทในฐานะพรรคการเมือง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ทั้ง ส.ส และส.ว. ต่างออกมาสร้างความมั่นใจรณรงค์ให้ประชาชนลงทะเบียนฉีดวัคซีน&amp;rdquo; นายศุภชัย ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศุภชัย กล่าวด้วยว่า การเลือกตั้งคราวที่แล้วพรรคภูมิใจไทยได้รับการเลือกตั้งจากทั้งประเทศมาสามล้านเจ็ดแสนคะแนน ถ้าพี่น้องประชาชนยังเชื่อมั่นเรา ผมเชื่อว่าจะมีประชาชนจากจำนวนนั้นมากพอสมควรไปฉีดวัคซีน และการเลือกตั้งคราวที่แล้วพรรคอนาคตใหม่มีผู้ลงคะแนนให้กว่าแปดล้านคน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทราบดีว่าเมื่อมีการประกาศให้ ส.ส ไปฉีดวัคซีน ส.ส จากพรรคก้าวไกล ที่เดิมคืออนาคตใหม่ ไปฉีดกันกลุ่มแรกก่อนใคร ซึ่งนับเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและด้วยความที่เป็นพรรคคนหนุ่มสาวส่วนใหญ่จึงฉีดวัคซีนซิโนแวคและเท่าที่ทราบท่านได้ฉีดเข็มสองกันครบถ้วนแล้ว และแน่นอนไม่มีข่าวว่ามีท่านใดแพ้และท่านใดตาย&amp;nbsp; ผมจึงขอเรียกร้องคุณวิโรจน์ และ ส.ส ก้าวไกล ทุกท่าน ที่ได้ฉีดวัคซีน ได้ออกมาช่วยกัน แทนที่จะวิพากษ์วิจารณ์ ตำหนิการทำงานของรัฐบาลอย่างเดียว โปรดออกมารณรงค์เรียกร้องพี่น้องประชาชนกว่าแปดล้านคนที่เคยเลือกท่านมาเป็นผู้แทน ให้ลงทะเบียนรับการฉีดวัคซีนแค่นี้ก็ถือว่าท่านได้ทำหน้าที่คนไทย แสดงความรักชาติอย่างล้นเหลือแล้วครับ&amp;rdquo; ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103164</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวไกล, ภท., วัคซีน, วิโรจน์, ศุภชัย ใจสมุทร, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210416/image_big_6078fa2e67904.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100923</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 16:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 16:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.วิโรจน์ เคลื่อนไหวแล้วหลังเพจดังแฉอยู่เบื้องหลัง &#039;หมอไม่ทน&#039; ล่าชื่อตะเพิด &#039;อนุทิน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย.64 - นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีโพสต์จากเพจ Ringside การเมืองว่า สิ่งที่เขียนสื่อไปในทางที่ทำให้ผู้อ่านเข้าใจได้ว่า ตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับแคมเปญใน Change ของกลุ่ม &amp;lsquo;หมอไม่ทน&amp;rsquo; และมีปัญหา หรือความแค้นส่วนตัวกับนายอนุทิน ไม่ทราบว่าเพจ Ringside การเมือง เป็นของใคร แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับแคมเปญใน Change ของกลุ่มหมอไม่ทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมยืนยันว่า ผมไม่เคยมีปัญหา หรือความแค้นส่วนตัวใดๆ กับคุณอนุทิน ทุกๆ ภารกิจที่ผมทำ ล้วนเป็นการทำหน้าที่ภายใต้อำนาจนิติบัญญัติอันทรงสิทธิ์ทั้งสิ้น จึงขออนุญาตเรียนชี้แจง ตามข้อเท็จจริงสั้นๆ ไว้เท่านี้&amp;rdquo; นายวิโรจน์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกัน เฟซบุ๊กของนายวิโรจน์ ได้เผยแพร่บทความ &amp;lsquo;เสียงสะท้อนจากหมอหน้างาน 4 ประเด็น ที่รัฐบาลควรรับฟัง&amp;rsquo; มีเนื้อหาโดยสรุปว่า ได้ประชุมหารือกับหมอที่ปฏิบัติงานอยู่หน้างาน ซึ่งทุกเรื่องที่ได้หารือล้วนเป็นสิ่งที่รัฐบาล ศบค. และกระทรวงสาธารณสุข ควรเร่งนำไปพิจารณา และปรับปรุงอย่างเร่งด่วน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบสาธารณสุข ลดอัตราการป่วยหนักและการเสียชีวิตของประชาชนลง โดยได้จัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงบวก เสนอต่อรัฐบาลโดยเปิดผนึก มีประเด็นโดยสรุปดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ 1: ปัญหาการส่งต่อผู้ป่วยข้ามสังกัด
ถ้าพิจารณาเรื่องปัญหาการหาเตียงให้กับผู้ป่วยที่เป็นปัญหาอยู่จะพบว่า &amp;lsquo;กรุงเทพมหานคร&amp;rsquo; เป็นพื้นที่ที่มีปัญหามากที่สุด จนประชาชนรู้สึกเดือดดาลต่อรัฐบาล ทั้งที่ กทม. ดูเหมือนเป็นพื้นที่ที่มีบุคลากรทางการแพทย์ต่อประชากร เครื่องมือแพทย์ โรงเรียนแพทย์ ซึ่งมีศักยภาพด้านระบบสาธารณสุขสูงกว่าต่างจังหวัดมาก แต่ปัญหาการจัดการเตียงใน กทม. ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะ โรงพยาบาลใน กทม. มีหลากหลายสังกัด ทั้งของ กทม. ของกรมการแพทย์ ของมหาวิทยาลัย ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ของกรมแพทย์ทหารบก ของกรมแพทย์ทหารเรือ ของกรมแพทย์ทหารอากาศ ฯลฯ ซึ่งในแต่ละเขตทั้ง 50 เขต ของ กทม. ก็ไม่มี รพ. ในทุกๆ เขต ซึ่งโรงพยาบาลแต่ละแห่งรับมือการระบาดโดยเน้นการจัดการภายในสังกัดของตัวเองเป็นหลัก ทั้งการจัดหาเตียง การส่งต่อ อย่างบริการรถพยาบาลกู้ชีพฉุกเฉินก็จัดการกันเองภายในสังกัด เช่น ศูนย์เอราวัณ ของ สำนักการแพทย์ กทม. จะเน้นส่งผู้ป่วยให้กับ รพ. ในสังกัดของ กทม. เป็นหลัก ส่วน ศูนย์นเรนทร ของกรมการแพทย์ จะเน้นส่งผู้ป่วยให้กับ รพ. ในสังกัดของกรมการแพทย์ หากเตียงในสังกัดเต็ม การหาเตียงให้กับผู้ป่วยในโรงพยาบาลอื่นข้ามสังกัด ทำได้ยากมาก ไม่มีระบบในการประสานงานเพื่อให้เกิดการจัดการอย่างบูรณาการ ต่อให้หมอรู้ทั้งรู้ว่าโรงพยาบาลแห่งไหนมีสมรรถนะในการรักษาที่สูงกว่าและพอที่จะรับผู้ป่วยที่มีอาการหนักได้ ก็เป็นเรื่องยากที่จะส่งหรือรับ หากอยู่กันคนละสังกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ต้องยอมรับว่า การบริหารการจัดสรรเตียงในโรงพยาบาลต่างจังหวัดวันนี้ แม้ว่าจะมีอุปสรรคในด้านความพร้อม แต่มีระบบในการจัดการที่ดีกว่า กทม. มาก แต่ละจังหวัดจะใช้วิธีบริหารโดยสาธารณสุขจังหวัด โดยมีผู้ตรวจการประจำเขตสุขภาพ ซึ่งครอบคลุมประมาณ 4-5 จังหวัด ทำหน้าที่จัดหาเตียงให้กับผู้ป่วย โดยกระจายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลอำเภอ และโรงพยาบาลประจำจังหวัด ในเขตสุขภาพอย่างบูรณาการ ถึงแม้จะมีปัญหาบ้าง แต่ก็ไม่มีความอลหม่าน จัดการอย่างลำดับความสำคัญผิด และให้โรงพยาบาลแต่ละแห่งจัดการกันเองอย่างเดียวดาย อย่างที่เกิดขึ้นในพื้นที่ กทม.&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเรื่องนี้ นายวิโรจน์ มีข้อเสนอแนะว่า ควรจัดให้มี &amp;lsquo;ศูนย์กลางในการประสานงานจัดหาเตียง และส่งต่อผู้ป่วย&amp;rsquo; ที่ทุกสังกัดใน กทม. บูรณาการร่วมกัน มี Call Center กลางเพียงเบอร์เดียว ที่ทำหน้าที่ประสานงานได้ทุกสังกัด เพื่อไม่ให้ประชาชนสับสน โดยให้กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีความรู้ความสามารถในการควบคุมการระบาดของโรค เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการตัดสินใจ โดยลดบทบาทของ ศบค. ลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการต่อมา ควรจัดหาและดัดแปลงพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่ ที่มีที่จอดรถจำนวนมาก เช่น ศูนย์จัดการแสดงสินค้า หรือ รัฐสภา จัดตั้งเป็น &amp;lsquo;โรงพยาบาลแรกรับ&amp;rsquo; ที่มีขีดความสามารถในการตรวจวินิจฉัย และดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเบื้องต้น ก่อนที่จะส่งต่อผู้ติดเชื้อไปยัง รพ. ที่มีสมรรถนะเหมาะสมกับอาการของผู้ติดเชื้อแต่ละคน หรือถ้าโรงพยาบาลใดเตียงเต็มก็ให้ส่งผู้ป่วยมาที่โรงพยาบาลแรกรับก่อนได้โดยไม่จำเป็นต้องให้ผู้ป่วยไปรอคอยเตียงอย่างสิ้นหวังที่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประการที่สาม ควรเร่งจัดหาเครื่องช่วยหายใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ควรเร่งจัดหาเครื่อง High Flow Oxygen Cannular (HFNC) เพิ่มเติม จากที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้กรุณาพระราชทานให้กับ รพ. ต่างๆ ไว้แล้วในเบื้องต้น เพราะรับการยอมรับจากแพทย์ผู้ปฏิบัติงานว่า มีประสิทธิภาพอย่างยิ่งในการช่วยชีวิตประชาชน และหาก ICU ยังเต็มอยู่ ไม่สามารถใส่ท่อช่วยหายใจได้ อาจจะใช้เครื่อง High Flow Oxygen Cannular (HFNC) ในการรักษาไปก่อน ซึ่งสามารถลดอัตราการเสียชีวิต และอัตราการเข้านอนไอซียูลงได้ ส่งผลให้ผู้ป่วย ICU น้อยลง และที่สำคัญสามารถใช้งานนอกห้อง Isolation room ได้ เพราะไม่ได้ก่อให้เกิดความเสี่ยงสูงต่อการฟุ้งกระจาย (High Risk Aerosol Generating Procedure)&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัญหา ประเด็นที่ 2 ผลตรวจช้า เบิกยาไม่ได้ พอรู้ผล อาการก็ลุกลามแล้ว ในเรื่องนี้ นายวิโรจน์ ระบุว่า สาเหตุหนึ่งมาจาก ปัจจุบันการส่งตรวจ RT-PCR มีจำนวนเพิ่มขึ้น กว่าจะทราบผลว่าติดเชื้อโควิด-19 บางกรณี ต้องรอถึง 2 วัน ระหว่างรอผลตรวจ แม้ว่าแพทย์จะมีดุลยพินิจจากอาการ ที่เชื่อได้ว่าผู้ป่วยน่าจะติดเชื้อโควิด-19 แต่ก็ไม่สามารถจ่ายยา Favipiravir ได้ กว่าจะทราบผลตรวจทำให้อาการของผู้ติดเชื้อแย่ลง รักษายากขึ้น ผู้ป่วยบางรายพบเชื้อลามไปที่ปอด จนมีโอกาสเสียชีวิตสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้อเสนอแนะคือควรที่จะปรับปรุงกระบวนการให้ออกผลตรวจจากห้องปฏิบัติการให้เร็วขึ้น หรืออาจเปิดทางเลือกให้ตรวจหาเชื้อในรูปแบบอื่น ที่ออกผลตรวจได้เร็วขึ้น เช่น Rapid Antigen Test ในระหว่างที่การตรวจแบบ RT-PCR ยังคงล่าช้าอยู่ และควรพิจารณาอนุญาตให้แพทย์ สั่งจ่ายยา Favipiravir ได้ เมื่อวินิจฉัยจากอาการ หรือผลตรวจแบบ Rapid Antigen Test แล้วเชื่อว่าผู้ป่วยน่าจะติดเชื้อโควิด-19 นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุข ควรจะสำรองยาทางเลือกอื่นนอกจาก Favipiravir เพื่อให้แพทย์ได้เลือกใช้ในการรักษาให้กับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับประชาชน&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ 3: ถ้าละเลยชุมชนแออัดใน กทม. การระบาดจะแพร่กระจายต่อเนื่องเกินควบคุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พื้นที่ กทม. มีชุมชนแออัดเป็นจำนวนมาก และการระบาดของโรคโควิด-19 ได้ระบาดเข้าไปในพื้นที่ชุมชนแออัดหลายแห่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงมีความเสี่ยงขั้นสุดต่อการแพร่ระบาดและอีกปัญหาหนึ่ง ที่ละเลยไม่ได้ก็คือ ปัญหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เป็นแรงงานต่างชาติ ซึ่งมักจะอยู่อาศัยรวมกันอย่างแออัด แต่วันนี้ถูกละเลย และหากยังคงปล่อยปละละเลยต่อไป มีโอกาสสูงมาก ที่จะนำมาซึ่งการแพร่ระบาดที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้อเสนอแนะกระทรวงพัฒนาสังคมฯ &amp;nbsp;การเคหแห่งชาติ และ กทม. ควรร่วมกันจัดหาพื้นที่ให้กับประชาชนในชุมชนแออัด ให้ได้ออกมาจากในชุมชนเพื่อกักตัวรักษา และ กทม. ควรต้องเร่งจัดสรรพื้นที่ในการกักตัวรักษาให้กับแรงงานต่างชาติ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเด็นสุดท้าย : ถ้าไม่แก้กฎหมาย ไม่ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ฉีดวัคซีน อาจฉีดวัคซีนไม่ได้ตามเป้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อจำกัดของกฎหมายในปัจจุบัน กำหนดให้บุคลากรทางการแพทย์ 3 ประเภทเท่านั้น ที่จะสามรถปักเข็มฉีดวัคซีนให้กับประชาชนได้ ซึ่งได้แก่ แพทย์ พยาบาล (ภายใต้การกำกับของแพทย์) และหมออนามัย (ภายใต้การกำกับดูแลของแพทย์) ซึ่งต้องยอมรับว่า แพทย์ และพยาบาล &amp;nbsp;ต้องรับภาระอย่างหนักมาก และถ้าหากไม่แก้ไขกฎหมายข้อนี้ เมื่อวัคซีนมา รัฐบาลจะมีบุคลากรที่เพียงพอต่อการฉีดวัคซีนให้เป็นไปตามเป้าหมาย 10 ล้านโดสต่อเดือนได้อย่างไร และต่อให้มีการแก้ไขกฎหมายเมื่อวัคซีนมาถึง แล้วจะฝึกอบรมให้เจ้าหน้าที่อื่นมีทักษะในการฉีดวัคซีนทันได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ควรแก้ไขกฎหมายโดยอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ หรือบุคลากรประเภทอื่นที่ได้รับการฝึกอบรม ให้สามารถทำหน้าที่ฉีดวัคซีนได้และควรเร่งจัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ฉีดวัคซีน เพื่อเตรียมความพร้อม ระหว่างที่รอการส่งมอบวัคซีน รัฐบาลควรวางระบบในการจองคิวฉีดวัคซีน โดยให้ประชาชนจองคิวเข้าฉีดวัคซีนที่ทั้งระบุวัน และช่วงเวลา มีการทำ Online Checklist มาก่อนล่วงหน้า เพื่อไม่ให้ประชาชนผู้ยังไม่สามารถฉีดวัคซีนได้ ต้องมาที่สถานที่ฉีดวัคซีนแบบเสียเที่ยว เมื่อมาถึงมีระบบในการจัดแถวคอยที่มีประสิทธิภาพ พยายามวางจุดบริการที่ให้ประชาชนบริการตนเองให้มากที่สุด เช่น การลงทะเบียนผ่านบัตรประชาชน การรับบัตรคิว การชั่งน้ำหนัก การวัดความดันโลหิต เพื่อลดภาระของบุคลกรทางการแพทย์ลง เป็นการทำให้กระบวนการฉีดวัคซีนเร็วขึ้น มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ต้องเร่งเตรียมการไว้ตั้งแต่วันนี้ได้แล้ว จะรอให้วัคซีนมาก่อนแล้วค่อยเตรียมไม่ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิโรจน์ ทิ้งท้ายว่า ข้อเสนอแนะทั้ง 4 ประเด็น เป็นเสียงสะท้อนจากหมอหน้างานที่มีความหมายมาก จึงพยายามเขียนสรุปด้วยข้อความเชิงบวก พยายามหลีกเลี่ยงการติติงโดยไม่จำเป็น เว้นแต่เป็นประเด็นที่จำเป็นต้องสะท้อนความรู้สึกให้รัฐบาลได้รับทราบถึงความเดือดร้อนของประชาชน และความกังวลของบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าจริงๆ จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐบาลจะเล็งเห็นถึงความปรารถนาดี และเปิดใจรับฟังเสียงสะท้อนของคุณหมอด่านหน้า ที่ได้อาสาสรุปเป็นข้อเสนอแนะเพื่อนำเสนอรัฐบาล โดยเปิดผนึกให้ประชาชนทั่วไปได้ร่วมรับทราบด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100923</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, วิโรจน์, หมอไม่ทน, อนุทิน, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210411/image_big_607267bb70bb6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67360</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2020 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2020 14:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก๊วนพิธีกรลูกน้องโอ๊คหวิดอกแตกคาจอ! รับไม่ได้ &#039;แรมโบ้อีสาน&#039; พาดพิงรัฐบาลกู้มาโกง สวนเดือดจะพูดอะไรต้องมีศักดิ์ศรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.63 -&amp;nbsp;จากกรณี นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ &amp;nbsp;หรือแรมโบ้อีสาน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ตอบโต้นายจิรายุ ว่า &amp;quot;ลุงตู่นักกู้แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยาในความหมายของนายจิรายุนั้น ประชาชนชื่นชอบ เพราะลุงตู่กู้เพื่อให้ประชาชนใช้จ่ายอย่างทั่วถึง ดีกว่า ผู้นำบางคนในอดีตของพวกท่านเป็นนักโกงแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา นักกู้มาโกง นักกู้มากินมาเก็บใส่กระเป๋าตัวเอง โดยไม่เผื่อแผ่ประชาชน อย่างนี้ประชาชนสาปแช่งนะครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดวอยซ์ทีวี ของนายพานทองแท้ ชินวัตร ได้เผยแพร่รายการ &amp;nbsp;Talking Thailand ดำเนินรายการโดย นายธีรัตถ์ รัตนเสวี , นายวิโรจน์ อาลี ,นายพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ลงในยูทูปช่อง VOICE TV หัวข้อ &amp;ldquo;ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ&amp;rdquo; อยู่ในข่ายที่ &amp;ldquo;แรมโบ้อีสาน&amp;rdquo; กล่าวลอยๆ หาว่า &amp;ldquo;โกง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพิธีกรทั้ง 3 คน ได้ร่วมกันวิพากษ์วิจารณ์นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ &amp;nbsp;อย่างดุเดือดดังนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรัตถ์ พูดถึงคำกล่าวของนายสุภรณ์ช่วหงนึ่งว่า &amp;quot;การกู้ของรัฐบาลเป็นการกู้เพื่อใช้หนี้ให้กับรัฐบาลในอดีตที่สร้างหนี้ไว้ โดยเฉพาะหนี้สินที่ค้างหนี้ชาวนาในการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและหนี้สินอื่นๆ และการกู้เงินมาเพื่อใช้จ่ายเยียวยาช่วยเหลือประชาชนเพื่อคนยากคนจนที่เดือดร้อนดีกว่าการกู้มาโกง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิโรจน์ :&amp;nbsp;&amp;ldquo;เงิน 1.9 ล้านล้านบาท มีตรงไหนที่เอามาชดใช้หนี้จำนำข้าว&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชญ์ : &amp;ldquo;บางครั้งการเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีเขาไม่จำเป็นต้องมีคุณสมบัติอย่างอื่นเลยหรือฮะ นอกจากคุณสมบัติแบบเนี้ย พูดมากกว่านี้เดี๋ยวเขาฟ้องผม คืออย่างนี้ก็ได้เหรอ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิโรจน์ : &amp;ldquo;แกก็รู้ตัวดีว่าแกทำอะไรอยู่ แต่แกก็ต้องทำเพื่อความอยู่รอดของแก&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรัตถ์ : &amp;ldquo;มันต้องมีศักดิ์ศรีในการพูดบ้างหรือเปล่า ถามจริง&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าคุณไปดูในเนื้อ พ.ร.ก. ที่คนบอกว่ามีเอกสารไม่กี่หน้า มันก็ไม่มีพูดถึงจำนำข้าวเลย&amp;rdquo; &amp;ldquo;บรรดา ส.ส.ฝ่ายค้านถึงเรียกร้องให้มีการตั้งคณะ กมธ.ขึ้นมาตรวจสอบ คุณแรมโบ้ออกมาสนับสนุนสิครับ บอกว่าพรรคพลังประชารัฐหนุนการจัดตั้งคณะ กมธ.ขึ้นมาตรวจสอบ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67360</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีรัตถ์, พิชญ์, วอยซ์ทีวี, วิโรจน์, สุภรณ์, แรมโบ้อีสาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200530/image_big_5ed2098820e7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
