<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26090</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2019 09:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2019 21:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประจิน&#039;เซ็นอนุมัติพักโทษกรณีพิเศษปล่อย3บิ๊กคดีกรุงไทย&#039;สุชาย-วิโรจน์-มัชฌิมา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ม.ค.62- สืบเนื่องจากกระแสข่าวพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ลงนามคำสั่งการพักการลงโทษ ร.ท.สุชาย เชาว์วิศิษฐ อดีตประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงไทย นายวิโรจน์ นวลแข อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย และนายมัชฌิมา กุญชร ณ อยุธยา อดีตกรรมการบอร์ดกรุงไทยผู้ต้องขัง 3 รายในคดีทุจริตอนุมัติเงินกู้จากธนาคารกรุงไทยให้กับบริษัทในเครือกฤษดามหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้อนุมัติพักการลงโทษเป็นกรณีพิเศษจริง โดยทั้งหมดผ่านการพิจารณาพักการลงโทษมาตามลำดับขั้น. ในเดือนพ.ย.61 คณะอนุกรรมการพักการลงโทษ ซึ่งมีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน อนุมัติพัการลงโทษ เนื่องจากคุณสมบัติเข้าหลักเกณฑ์พักโทษกรณีพิเศษ คือรับโทษจำคุกมาแล้ว 1 ใน 3 เป็นผู้ต้องขังสูงอายุ โดยมีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป และมีปัญหาสุขภาพเจ็บป่วยเรื้อรังระยะสุดท้าย ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ต่อมาคณะอนุกรรมการพักโทษ ได้เสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พิจารณาและอนุมัติพักการลงโทษกรณีพิเศษในเดือนธ.ค. 61 &amp;nbsp;และในวันนี้ (8 ม.ค.) เป็นวันครบกำหนดโทษ 1 ใน 3 หรือ 3 ปี 4 เดือน 15 วัน เรือนจำจึงได้ปล่อยตัวบุคคลทั้ง 3 ออกจากเรือนจำ. โดยหลังจากนี้ บุคคลทั้ง 3 มีหน้าที่ต้องรายงานตัวกับพนักงานคุมประพฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนักโทษทั้ง 3 รายดังกล่าว ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาลงโทษจำคุก 18 ปี ถูกส่งตัวเข้ามายังเรือนจำเมื่อวันที่ 26 ส.ค.2558 และได้รับพระราชทานอภัยโทษตามวโรกาสสำคัญต่างๆ ทำให้โทษจำคุกเหลือเพียง 9 ปี เมื่อรับโทษจำคุกมาแล้ว 1 ใน &amp;nbsp;3 หรือ 3 ปีเศษจึงมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์พักโทษกรณีพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาส่วนใหญ่ที่ถูกส่งตัวเข้ามาคุมขังมีอาการเจ็บป่วยหนักด้วยโรคประจำตัวเรื้อรัง ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เรือนจำจึงส่งตัวออกไปรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลภายนอก โดยร.ท.สุชายมีอาการป่วยหนัก นายวิโรจน์มีปัญหาสุขภาพตาเกือบมองไม่เห็น ส่วนนายมัชฌิมาก็ต้องนั่งรถเข็นตลอดเวลา .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26090</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.อ ประจิน จั่นตอง, พักโทษ, มัชฌิมา กุญชร, ร.ท.สุชาย เชาว์วิศิษฐ, รมว.ยุติธรรม, วิโรจน์ นวลแข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190108/image_big_5c34ae2bbe0a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19621</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คดีกรุงไทย หลอน &quot;ทักษิณ-โอ๊ค&quot; จุดตาย เช็ค 10 ล้านเข้าบัญชี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;  &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในที่สุด คนในตระกูล ชินวัตร ก็ต้องตกเป็นจำเลยในชั้นศาลขึ้นมาอีกคน หลังอัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง โอ๊ค-พานทองแท้ ชินวัตร ในคดีปล่อยกู้กรุงไทย ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เมื่อวันพุธที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่ต้องจับตาดูหลังจากนี้ว่า สุดท้ายแล้ว ชะตากรรมของ พานทองแท้ จะซ้ำรอยบิดา-ทักษิณ ชินวัตร และอา&amp;ndash;ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ถูกศาลยุติธรรมตัดสินลงโทษจนต้องหนีคดีไปต่างประเทศหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ ผลพวงจากคดีปล่อยกู้กรุงไทย ทำให้ สองพ่อลูก ทักษิณ-พานทองแท้ อยู่ในสภาพเดียวกัน คือตกเป็นจำเลยในชั้นศาล จากเรื่องปล่อยกู้กรุงไทยยุคทักษิณเป็นนายกฯ หลังก่อนหน้านี้อัยการปัดฝุ่นยื่นฟ้องทักษิณเป็นจำเลยต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ ไปเมื่อปีที่แล้ว ในความผิดฐานมีส่วนรู้เห็นกับการทุจริตปล่อยกู้เงินร่วม 9,900 ล้านบาทให้กับกลุ่มบริษัทในเครือกฤษดามหานคร ที่มีสองพ่อลูก วิชัย-รัชฎา กฤษดาธานนท์ ที่มีความมักคุ้นกับทักษิณ เป็นเจ้าของ-ผู้บริหาร อันเป็นการฟ้องคดีตามช่องทางที่ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาฯ เปิดช่องให้ฟ้องคดีได้ หากจำเลยหลบหนีคดีและไต่สวนคดีลับหลังจำเลยได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่มาตอนนี้ไม่ใช่แค่ทักษิณเท่านั้น แต่ลูกชายพานทองแท้ก็ตกเป็นจำเลยในคดีปล่อยกู้กรุงไทยเช่นกัน เพียงแต่เป็นคนละฐานความผิด เพราะพานทองแท้โดนเรื่อง ความผิดฐานฟอกเงิน หลังจากทาง ปปง.ส่งเรื่องให้ดีเอสไอสอบสวนและทำสำนวนสั่งฟ้องพานทองแท้กับเครือญาติของนางกาญจนาภา หงษ์เหิน อดีตเลขานุการส่วนตัว หญิงอ้อ-พจมาน ณ ป้อมเพชร มารดาพานทองแท้  &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ แนวทางการสอบสวนของ ปปง.-ดีเอสไอ ได้แกะรอยเส้นทางการเงินของผู้เกี่ยวข้องรวมสี่คน คือ นางเกศินี จิปิภพ มารดานางกาญจนาภา, นางกาญจนาภา และวันชัย หงษ์เหิน สามีนางกาญนาภา รวมถึงพานทองแท้ โดยแกะรอยการทำธุรกรรมทางการเงินและการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ หลังจากเงินกู้กรุงไทยถูกปล่อยสินเชื่อออกมา จนพบว่ามีธุรกรรมการเงินเป็นเช็คสองใบ คือ 26 ล้านบาท และ 10 ล้านบาท เข้าไปยังบัญชีของกลุ่มผู้ต้องหาโดยเฉพาะเข้าบัญชีพานทองแท้สองครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ก้อนแรกเกิดขึ้นเมื่อ 30 ธันวาคม 2546 ที่มีการโอน แคชเชียร์เช็คจำนวนเงิน 26 ล้านบาท จากธนาคารไทยธนาคาร โดยหักจากเงินในบัญชีของนายวิชัยสั่งจ่ายและนำเงินเข้าบัญชีนายพานทองแท้ที่ธนาคารกรุงเทพฯ แต่วันเดียวกันก็มีการยกเลิกรายการ จากนั้นวันรุ่งขึ้นมีการซื้อแคชเชียร์เช็คสั่งจ่ายบริษัทหลักทรัพย์ธนชาติ เพื่อชำระค่าหุ้นในบัญชีซื้อขายของนางเกศินี จิปิภพ แล้วนางเกศินีได้สั่งจ่ายเช็คจำนวน 1 ล้าน 8 แสนบาท เข้าบัญชีนายพานทองแท้ ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขารัชโยธิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เงินก้อนที่สอง พบการทำธุรกรรม เมื่อ 17 พ.ค.2547 นายวิชัยสั่งจ่ายเช็คธนาคารไทยธนาคาร จำนวน 10 ล้านบาท เข้าบัญชีเงินฝากพานทองแท้ ที่เป็นบัญชีธนาคารกรุงเทพ สาขาบางพลัด ซึ่งก่อนหน้านี้พานทองแท้อ้างว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินจากการทำธุรกิจซื้อขายรถหรูกับนายรัชฎา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จนสุดท้ายเมื่อดีเอสไอส่งสำนวนมายังอัยการ ทางอัยการใช้เวลาพิจารณาอยู่พอสมควร จนมีการเลื่อนสั่งคดีมาแล้วรอบหนึ่ง พร้อมกับการให้ดีเอสไอสั่งสอบสวนเพิ่มเติม โดยแยกสำนวนตามหลักฐานการโอนเงินดังกล่าว สองก้อน ออกเป็น 2 สำนวน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งในส่วนของพานทองแท้ถูกอัยการยื่นฟ้องเพียงสำนวนเดียวคือ กรณีเงิน 10 ล้านบาทที่โอนเข้าบัญชีในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ขณะที่สำนวนเช็ค 26 ล้านบาท อัยการสั่งฟ้องกาญจนาภาและวันชัย โดยพานทองแท้รอดในสำนวนหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ศาลฎีกาฯ เคยตัดสินจำคุกอดีตผู้บริหารกรุงไทยและกฤษดามหานคร เช่น ร.ท.สุชาย เชาว์วิศิษฐ, วิโรจน์ นวลแข, วิชัยและรัชฎา กฤษดาธานนท์ เป็นเวลาหลายปี อันเป็นคำตัดสินที่คงทำให้ทักษิณ&amp;ndash;พานทองแท้ ที่ตกเป็นจำเลยในเรื่องปล่อยกู้กรุงไทยเช่นกัน คงผวาไม่น้อย โดยเฉพาะ พานทองแท้ กับหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชี ที่เป็น &amp;quot;จุดตาย&amp;rdquo; ของคดีนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19621</URL_LINK>
                <HASHTAG>พานทองแท้ ชินวัตร, ร.ท.สุชาย เชาว์วิศิษฐ, วิโรจน์ นวลแข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกศินี จิปิภพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181010/image_big_5bbe18b2541f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19602</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จำได้หรือไม่ &#039;รวยแล้วไม่โกง&#039;?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ &amp;quot;สนธิ ลิ้มทองกุล&amp;quot; ยอมรับสภาพ ติดคุก ๒๐ ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีศักดิ์ศรีไม่หนี!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนั้นไม่มีใครในตระกูลลิ้มทองกุล ออกมาโวยวายว่า เป็นเรื่องการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อศาลตัดสินผิดถูกก็ว่าไปตามนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วหันมามองคนในตระกูล &amp;quot;ชินวัตร&amp;quot; ชอบแหกตาชาวบ้านว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์&amp;quot; หนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พานทองแท้&amp;quot; ยังไม่หนี แต่สำรอกว่าถูกการเมืองเล่นงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สร้างราคาจับคู่ชกกับลุงตู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะไปหาเสียงทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะต่อสู้กับเผด็จการให้ถึงที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะไม่พอใจที่ คสช.ไม่ยื่นมือมาปรองดอง ซึ่งประเด็นนี้...น่าคิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปรองดองคืออะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล้มคดี ปล่อยพวกฟอกเงินเป็นอิสระ อย่างนั้นหรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหมือนพ่อไม่มีผิด!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ตระกูลชินวัตร ส่งสัญญาณชัด จะใช้การเมืองสู้เพื่อตระกูลอีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พานทองแท้&amp;quot; ผู้ต้องหาที่ ๔ ร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน ในคดีกู้กรุงไทย พยายามหาทางรอด!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เริ่มจากปล่อยกระแสในโลกโซเชียลด้วยประโยคว่า &amp;quot;๑๐ ล้านเยอะฝุดๆๆ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งพี่ทั้งน้องโพสต์ข้อความเหมือนกัน ราวกับจะบอกว่า เศษเงินแค่ ๑๐ ล้าน จิ๊บๆ ตระกูลชินวัตรไม่โกง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหมือนที่ ทักษิณ ประกาศเมื่อครั้งเข้าสู่การเมืองใหม่ๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ผมเข้ามาเล่นการเมืองเพราะอยากทำประโยชน์ให้ชาติบ้านเมือง ผมรวยแล้วผมไม่โกง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีคนเชื่อว่าตระกูล &amp;quot;ชินวัตร&amp;quot; ไม่ได้โกง และจะเชื่ออย่างนั้นตลอดไปชั่วฟ้าดินสลาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ทุกวันนี้มีคนรอบข้างทักษิณ ติดคุกเพราะโกง ไปแล้วหลายคน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรืออาจกล่าวได้ว่า เป็นการติดคุกแทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุชาย เชาว์วิศิษฐ ในฐานะประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงไทย ๑๘ ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิโรจน์ นวลแข ในฐานะกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ๑๘ ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิชัย กฤษดาธานนท์ ผู้บริหารกฤษดามหานคร ๑๒ ปี และยังมีคดีเพิ่มคือฟอกเงิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อ &amp;quot;พานทองแท้&amp;quot; บอกว่า ๑๐ ล้านแค่เศษเงิน ก็ควรต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่หนีตามพ่อแม้ว ตามอาปู&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อบอกว่า &amp;quot;ลูกทักษิณ&amp;quot; ต้องเข้มแข็งให้สมกับเป็นเลือดเนื้อของทักษิณ ก็ต้องแสดงความประเสริฐกว่าพ่อให้ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และวันนี้ &amp;quot;โอ๊ค&amp;quot; ทำบางอย่างได้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีสมุนน้อยใหญ่ในพรรคเพื่อไทยแห่แหนกันไปให้กำลังใจที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ราวกับว่า &amp;quot;โอ๊ค&amp;quot; คือหัวหน้าพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย เพราะเป็นเรื่องของกลุ่มคนที่ร่วมกันโกง และฟอกเงิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่ศาลราวกับมีการประชุมพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือพรรคที่เรียกตัวเองว่าฝ่ายประชาธิปไตย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็คงได้รู้กันแล้วมันคือ ประชาธิปไตยตามสั่ง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19602</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารกรุงไทย, วิโรจน์ นวลแข, สนธิ ลิ้มทองกุล, อ่านเอาเรื่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b69ad52eea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
