<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119651</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 16:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีกแล้ว &#039;ส.ส.วิโรจน์&#039; ปั่นเฟกนิวส์ฉีดซิโนแวค 2 เข็มไม่ให้ร่วมพิธีถวายผ้ากฐิน บิดเบือนข้อปฏิบัติสำนักพุทธฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.64 - นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ว่า&amp;nbsp;มหาเถรสมาคม กำหนดมาตรการการเข้าร่วมพิธีทอดกฐินพระราชทาน เข้าใจว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนซิโนแวค หรือซิโนฟาร์ม 2 เข็ม ไม่น่าจะได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมพิธีนะครับ&amp;nbsp;อนุญาตเฉพาะคนที่ฉีด AstraZeneca, Pfizer, Moderna หรือ J&amp;amp;J เท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเพจเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;&amp;quot;สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ&amp;quot; พบว่า&amp;nbsp;ผู้เข้าร่วมพิธีถวายผ้ากฐิน ต้องได้รับการฉีดวัคซีน 2&amp;nbsp;เข็มยี่ห้อใดก็ได้&amp;nbsp;รวมถึงวัคซีนซิโนแวค และซิโนฟาร์ม หรืออย่างน้อย 1&amp;nbsp;เข็ม แอสตราเซนิกา,ไฟเซอร์ โมเดอร์นา ,จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน โดยเนื้อหาจากสำนักพุทธฯ รายงานดังนี้ วันจันทร์ที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ เวลา ๑๔.๐๐ น. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นประธานการประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ ๒๑ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๔ โดยครั้งนี้เป็นประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ออนไลน์ (Zoom Meeting) มีกรรมการมหาเถรสมาคมเข้าร่วมประชุม การนี้นายสิปป์บวร แก้วงาม รองผู้อำนวยการรักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ทูลถวายเปิดการประชุม นายสิทธา มูลหงษ์ โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นายสมบัติ พิมพ์สอน รองโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นายยุทธศักดิ์ แก้วพระพาน ผู้ช่วยโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยภายหลังการประชุม นายสิทธา มูลหงษ์ โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นายสมบัติ พิมพ์สอน รองโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นายยุทธศักดิ์ แก้วพระพาน ผู้ช่วยโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แถลงข่าวการประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ ๒๑/๒๕๖๔ ณ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยมีมติที่สำคัญ ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-การกำหนดมาตรการปฏิบัติในพิธีทอดพระกฐิน/กฐิน ตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID &amp;ndash; 19) มหาเถรสมาคมได้มีมติ เพื่อเป็นการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - 19) และเพื่อเป็นการปฏิบัติตามข้อกำหนดของรัฐบาล ซึ่งออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๓๒) ในห้วงเวลาการจัดพิธีทอดกฐิน ประจำปี ๒๕๖๔ ระหว่างวันที่ ๒๒ ตุลาคม - ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ จึงเห็นควรกำหนดมาตรการให้ทุกวัดดำเนินการ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑.การจัดพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานให้เป็นไปตามที่กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม กำหนด
๒.การจัดพิธีถวายผ้ากฐินพิธีราษฎร์ให้ปฏิบัติโดยอนุโลมตามมาตรการจัดพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี ๒๕๖๔ ดังนี้
๒.๑ ผู้เข้าร่วมพิธีฯ จำกัดจำนวนผู้เข้าร่วม พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) ไม่เกิน ๒๕ คน ,พื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) ไม่เกิน ๕๐ คน และพื้นที่ควบคุม (สีส้ม) ไม่เกิน ๑๐๐ คน ทั้งนี้ ให้เว้นระยะห่าง ประมาณ ๑.๕ - ๒ เมตร ต่อคน ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข
๒.๒ ผู้เข้าร่วมพิธีถวายผ้ากฐิน ต้องได้รับการฉีดวัคซีน ๒ เข็ม หรืออย่างน้อย ๑ เข็ม แอสตราเซนิกา,ไฟเซอร์ โมเดอร์นา ,จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน มาแล้วเป็นระยะเวลาอย่างน้อย ๑๔ วัน แต่ผู้เข้าร่วมพิธีที่เดินทางข้ามเขตพื้นที่ต้องมีใบรับรองการตรวจเชื้อ COVID &amp;ndash; 19 โดยมีระยะเวลาไม่เกิน ๗๒ ชั่วโมง
๒.๓ จำนวนพระสงฆ์ให้พิจารณาตามความเหมาะสม และให้เว้นระยะห่างประมณ ๑.๕ - ๒ เมตรต่อรูป และสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาในขณะเข้าร่วมพิธี
๒.๔ ขอความร่วมมืองดพิธีสมโภชน์องค์กฐิน และงดการตั้งขบวนอัญเชิญองค์กฐิน
๒.๕ กำหนดให้มีจุดตรวจคัดกรองผู้ร่วมพิธี
๒.๖ จัดเตรียมเจลแอลกอฮอล์ตามจุดต่างๆ ในสถานที่จัดพิธี
๒.๗ ให้ผู้เข้าร่วมพิธีสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาขณะเข้าพิธี
๒.๘ ให้ปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข และปฏิบัติตามประกาศ/คำสั่งของจังหวัดอย่างเคร่งครัด
๓. ให้เจ้าคณะผู้ปกครองทุกระดับกำชับให้วัดในเขตการปกครองปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID &amp;ndash; 19) ตามประกาศของรัฐบาล หรือข้อแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข หรือตามมาตรการที่คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดในเขตพื้นที่นั้นๆ กำหนด อย่างเคร่งครัด
- การแต่งตั้งพระสังฆาธิการ จำนวน ๑๐ รูป
- การเปลี่ยนแปลงชื่อวัด จาก วัดกงหิต เป็นวัดลำสินธุ์ ที่ตั้งอยู่ในอำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119651</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคก้าวไกล, วัคซีนซิโนแวค, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f66f3ca53c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115585</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2021 11:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2021 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คับแค้น &#039;ก้าวไกล&#039; ช้ำหนัก &#039;บิ๊กตู่&#039; อยู่ยาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย.64 - ภายหลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลงคะแนนเสียงไว้วางใจ 6 รัฐมนตรี มีความเคลื่อนไหวของ ส.ส.จากพรรคก้าวไกล โดยนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร &amp;nbsp;ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ได้โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ว่า สรุป คือ ถ้านับเสียงสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ ผ่านแบบรองบ๊วย โดยได้คะแนน &amp;nbsp;264 เฉือนบ๊วย รมว.สุชาติ ที่ได้ 263 ไปแค่ 1 คะแนน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้านับเสียงไล่ พล.อ.ประยุทธ์ คือ บ๊วย โดยได้คะแนนโหวตให้ออกมากที่สุดที่ 208 คะแนน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญ๙รายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์เช่นกันว่า &amp;quot;คับแค้น&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115585</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ซักฟอก, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210904/image_big_6132f2fe2ad5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115328</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 19:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แค้นสุมอก! &#039;วิโรจน์&#039; ปะทะเดือด &#039;คารม&#039; ลุกประท้วงก้าวไกลด้อยค่าวัคซีน-พาดพิงสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.64 - เวลา 15.40 น. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายโจมตีการจัดหาวัคซีน การบริหารจัดการวัคซีน ของพล.อ.ประยุทธ์ นายอนุทิน แต่บรรยากาศตลอดการอภิปราย เต็มไปด้วยการประท้วง จากอดีตส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เนื่องจาก นายวิโรจน์ ใช้ถ้อยคำรุนแรง เสียดสี พาดพิงบุคคลภายนอกบ่อยครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายวิโรจน์อภิปรายว่า นายอนุทิน เคยพูดว่า ในไตรมาส 3 จะมีวัคซีนเต็มแขนคนไทย ไม่คิดว่าคนเป็นรัฐมนตรีจะมาโกหก การฉีดวัคซีน เป็นไปอย่างกระท่อนกระแท่น มีการเลื่อนฉีดวัคซีนเป็นระยะๆ เป็นภาระให้ประชาชนต้องคอยตรวจสอบอยู่ตลอดเวลา ขณะที่นายกรัฐมนตรี ก็จัดหาวัคซีนลวงโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถึงช่วงนี้นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่ไปนั่งในที่นั่งพรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วง ทำให้นายวิโรจน์ พูดขึ้นมาทันที เชิญครับงู นายคารมประท้วง ประธานที่ควบคุมการประชุม เพิกเฉยต่อที่ผู้อภิปรายบอกว่า ลวงโลก เมื่อนายสุชาติ ตันเจริญ ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม วินิจฉัย การอภิปรายยังอยู่ในญัตติ ทำให้นายวิโรจน์ ระบุกลับมาว่า ขอบคุณท่านประธาน ท่านเก่งนะครับ ฟังภาษางู รู้เรื่อง เป็นเหตุให้นายคารม ตอบโต้อีกครั้งว่า ผมรักษามารยาท ท่านจะเสียดสีก็เสียดสีไป แต่ผมก็ไม่กลัวท่าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิโรจน์ยังกล่าวถึงพล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถจัดหาวัคซีนมาได้ทันในเดือนสิงหาคม ตามที่เคยพูดเอาไว้ ถือเป็นการจัดหาวัคซีนลวงโลก จากนั้นได้เปิดคลิปช่วงหนึ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ พูดถึงบริษัทสยามไบโอไซแอนซ์ ที่ทำหน้าที่ผลิตวัคซีน และพูดไปถึงร.9 ร.10 หลังจากเปิดคลิป นายวิโรจน์อภิปรายต่อไปอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ นำสถาบันมาอ้าง มาวันนี้ไม่รู้จะเกิดความเสียหายกับสถาบันไปถึงไหน แทนที่จะรับฟังนายธนาธร ที่เคยทักท้วง กลับนำหมาย 112 ไปมอบให้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้ พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นอดีตส.ส.ที่ถูกขับออกจากพรรคอนาคตใหม่ ลุกขึ้นเตรียมประท้วง นายวิโรจน์ พูดสวนมาว่า ขอให้ประธาน นำกำมะถัน มาโรยในที่นี้ด้วย รู้สึกงูจะเพ่นพ่านเหลือเกิน พ.ต.ท.ฐนภัทรกล่าวว่า ผู้อภิปรายเสียดสี ผมรักสถาบัน ปกป้องสถาบัน เทิดทูน ไม่ควรนำสถาบันมาพูดเล่นๆในทีนี้ อย่ามาพูดเล่นๆกัน สำเนียงส่อภาษา กริยาส่อสกุล นายสุชาติ ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม วินิจฉัยว่า แม้ไม่เอ่ยชื่อใคร แต่ก็อย่าไปเสียดสี และขออย่าไปเอ่ยชื่อวัคซีนทำนอง ยี่ห้อนั้นดีกว่ายี่ห้อนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายวิโรจน์ ยังคงอภิปรายโจมตี ยังคงเสียดสี ใช้ถ้อยคำกล่าวหา การไม่ยอมเข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ กระบวนการจัดหาวัคซีนล่าช้า พาดพิงบางบริษัทที่ทำหน้าที่ผลิตวัคซีน วิพากษ์วิจารณ์ข้อเสนอให้ฉีดวัคซีนไขว้ และพาดพิงบุคคลภายนอก ทำให้ส.ส.พลังประชารัฐ ส.ส.ภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงอยู่เป็นระยะๆ เพราะเห็นว่า ผู้อภิปราย มีความจงใจ บิดเบือนใส่ร้าย ทำให้คนเข้าใจผิดอย่างร้ายแรง แต่ถ้าเป็น ส.ส.พรรคก้าวไกล ที่ย้ายพรรคไป นายวิโรจน์ จะเสียดสีว่าเป็นงูทุกครั้ง ทำให้นายสุชาติที่ควบคุมการประชุม ต้องขอให้ถอนคำพูด เพราะในสภาฯ ไม่มีงู&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115328</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด้อยค่าวัคซีน, พรรคก้าวไกล, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f66f3ca53c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 14:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 14:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอกสารหลุด! &#039;พรรณิการ์&#039; ข้องใจนิรโทษกรรม &#039;คณะผู้จัดหาวัคซีน&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค.64 - จากกรณีนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล ออกมาระบุว่า ได้รับเอกสารการนำเสนอแนวทางในการปรับปรุงกฎหมาย เพื่อเพิ่มความคุ้มครองบุคลากรการแพทย์ในสถานการณ์โควิด ในนาม &amp;ldquo;พระราชกำหนดจำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) พ.ศ....&amp;rdquo; โดยตั้งคำถามว่า จะเป็นการนิรโทษกรรมเหมาเข่งให้กับรัฐบาล และคณะผู้จัดหาวัคซีนด้วยใช่หรือไม่ และล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เพียงว่า เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับบุคลากรแพทย์ และลดช่องโหว่คนหัวใสฟ้องร้องเอาผิด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า กล่าวว่า การให้สัมภาษณ์อย่างนี้ของนายอนุทิน หมายความว่าเอกสารชุดที่นายวิโรจน์เปิดเผยนั้น เป็นเอกสารจริง กำลังจะมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้จริง นายอนุทินไม่ได้ปฏิเสธเรื่องนิรโทษกรรม เพียงแต่เอาแพทย์พยาบาลบุคลากรด่านหน้ามาบังหน้า ทั้งที่ในเอกสารดังกล่าวระบุชัดเจนว่า บุคคลที่จะได้รับการคุ้มครองไม่ให้ถูกฟ้องร้อง นอกจากแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ยังรวมถึงคณะผู้จัดหาวัคซีนด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้ประชาชนทุกคนรู้อยู่เต็มอก รัฐบาลรู้อยู่แก่ใจ ว่าที่ประเทศไทยเดินทางมาถึงจุดที่มีผู้ติดเชื้อหลักสองหมื่นคน ผู้เสียชีวิตหลัก 100-200 คนต่อวัน คนแย่งชิงวัคซีนกันเหมือนจับฉลากชิงโชค บุคลากรด่านหน้าต้องเรียกร้องครั้งแล้วครั้งเล่า กว่าจะได้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพมาถึงแขน แต่ก็ยังได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ทั้งหมดนี้เกิดจากการบริหารวัคซีนที่ผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น การแทงม้าตัวเดียวของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หยุดเอาบุคลากรการแพทย์มาบังหน้า หยุดเอาประชาชนเป็นตัวประกัน หยุดทำเรื่องไร้ยางอาย ประชาชนยังตายกันไม่หยุดหย่อน แต่รัฐบาลกลับคิดหาทางเอาตัวรอด พ้นผิดลอยนวล&amp;rdquo; น.ส.พรรณิการ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112697</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, นิรโทษกรรม, พรรณิการ์ วานิช, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110d6766b018.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111435</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 18:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิโรจน์&#039; ข้องใจ คำสั่ง สธ. ไม่นับผลตรวจ ATK เป็นผู้ติดเชื้อ มุ่งปกปิดอำพรางตัวเลขหรือไม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค. 64 - นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีหนังสือ สธ 0211.021/15965 ลงวันที่ 23 ก.ค. ที่ระบุในตอนหนึ่งว่า ให้ยกเลิกการทำการตรวจคัดกรองเชิงรุก (Active Case Finding) ด้วยวิธี RT-PCR โดยให้ใช้ Antigen Test Kit (ATK) ซึ่งให้ผลเร็วกว่าแทน และหากพบผลเป็นบวก จะยังไม่นับรวมเป็นผู้ป่วย ไม่ต้องรายงานในระบบโรคติดเชื้อนั้น ว่า ในการใช้ ATK ที่ทราบผลภายในระยะเวลาเพียง 30 นาที เพื่อตรวจคัดกรองเชิงรุก จะทำให้สามารถแยกเอาผู้ติดเชื้อออกจากครอบครัว และชุมชน รวมถึงเพื่อให้เขาสามารถเข้าสู่กระบวนการรักษาได้โดยเร็ว ทั้งยังเป็นการสกัดกั้นการระบาดของโรค และลดอัตราการเสียชีวิตของประชาชนได้ ซึ่งพรรคก้าวไกลได้เสนอแนวคิดนี้มาโดยตลอด เพราะเป็นวิธีที่จะทำให้รัฐบาลสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ผู้ติดเชื้อสามารถเข้าถึงยาต้านไวรัส และยารักษาโรคตามอาการต่างๆ ตามการวินิจฉัยของแพทย์ได้ โดยที่ไม่ต้องรอผลตรวจจากวิธี RT-PCR ซึ่งหลายกรณีต้องใช้เวลารอคอยนานกว่า 3 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิโรจน์ กล่าวว่า จากแนวเวชปฏิบัติของกรมการแพทย์เมื่อวันที่ 21 ก.ค.2564 ระบุชัดว่าผู้ติดเชื้อหากได้รับยา Favipiravir ภายใน 4 วันนับจากวันเริ่มมีอาการ ผู้ป่วยจะมีแนวโน้มตอบสนองต่อการรักษาได้ดี หมายความว่าโอกาสที่จะเปลี่ยนจากผู้ป่วยในกลุ่มสีเขียวเป็นกลุ่มสีเหลือง หรือกลายเป็นผู้ป่วยสีแดงที่มีอาการหนัก ก็จะลดลง รวมถึงโอกาสที่จะเสียชีวิตก็จะลดลงตามไปด้วย และในแนวเวชปฏิบัติฉบับนี้ ยังระบุอีกด้วยว่า ผู้ที่ตรวจด้วยชุด ATK แล้วพบผลเป็นบวก จะต้องได้รับการรักษาเสมือนผู้ป่วยด้วยโรคโควิด-19 ระหว่างที่รอตรวจวินิจฉัยยืนยันด้วยวิธี RT-PCR หรือการวินิจฉัยอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ตามสภาพการณ์จริงในปัจจุบัน แม้มีสถานพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์จำนวนหนึ่งได้ปรับระบบงานธุรการ โดยเฉพาะระบบการจ่ายยา เพื่อให้ผู้ติดเชื้อเข้าถึงยา Favipiravir ได้เร็วขึ้นแล้ว แต่ยังพบว่าโรงพยาบาลในสังกัดอื่นๆอีกเป็นจำนวนมากไม่ยึดตามแนวปฏิบัตินี้ ทำให้กว่าแพทย์จะพิจารณาจ่ายยา Favipiravir ได้ แม้ผู้ติดเชื้อจะรู้ผลจากการตรวจด้วยชุดตรวจ ATK แล้วก็ตาม แต่การจ่ายยายังคงต้องรอคอยงานเอกสารธุรการการลงทะเบียน และการตรวจยืนยันด้วยวิธี RT-PCR ซึ่งกินระยะเวลาการรอคอยที่ยาวนาน ทำให้ผู้ป่วยในกลุ่มสีเขียว โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มที่มีโรคประจำตัว มีอาการหนักขึ้น และเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในประเด็นดังกล่าวนี้พรรคก้าวไกล จึงขอเรียกร้อง ไปยังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. และนายกฯ ให้เร่งสั่งการอย่างเป็นทางการเพื่อทำให้ระบบการจ่ายยา และระบบการดูแลรักษาผู้ป่วยเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นมาตรฐานเดียวกัน ไม่ใช่ต่างสังกัดก็ต่างทำ แบบที่เป็นอยู่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิโรจน์ กล่าวว่า หากไม่วางแผนอย่างเป็นระบบเพื่อให้ผู้ติดเชื้อกันตัวเองออกจากครอบครัวและชุมชนได้อย่างรวดเร็ว และเข้าถึงยา และการรักษาตามการวินิจฉัยของแพทย์อย่างทันท่วงที การควบคุมการระบาด ก็จะขาดประสิทธิภาพ กลายเป็นภาระของระบบสาธารณสุข และการสูญเสียชีวิตของประชาชนก็จะเพิ่มมากขึ้นจากการที่กลุ่มผู้ป่วยสีเขียวเปลี่ยนเป็นสีเหลือง และแดง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรื่องหนึ่งที่น่าเป็นกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับหนังสือ สธ 0211.021/15965 ก็คือ เมื่ออ่านดูในข้อที่ 5 เนื้อหาในคำสั่งนี้เหมือนมีเจตนาที่จะไม่บันทึกผลตรวจจากชุดตรวจ ATK ในสารบบเลย จึงอาจเข้าข่ายเป็นพฤติกรรมที่พยายามปกปิดอำพรางจํานวนผู้ติดเชื้อที่แท้จริง ซึ่งนอกจากจะเป็นการปกปิดข้อเท็จจริงกับประชาชนแล้ว ยังจะเกิดความเสียหายอย่างมากกับการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคต&amp;rdquo; นายวิโรจน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โฆษกพรรคก้าวไกลยังได้เสนอให้กระทรวงสาธารณสุข จัดทำระบบรายงานการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้ชัดเจนโดยแบ่งออกมาเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. รายงานการตรวจ และผลการตรวจด้วยวิธี RT-PCR&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. รายงานการตรวจ และผลตรวจด้วยชุดตรวจ ATK อย่างเดียว โดยไม่ได้ยืนยันซ้ำด้วยวิธี RT-PCR&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. รายงานการตรวจ RT-PCR ยืนยันผลตรวจจากชุดตรวจ ATK เพื่อที่ประชาชนจะได้ทราบถึงอัตราการเกิด False Positive&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิโรจน์ กล่าวว่า ยืนยันว่า การที่จะประคับประคองสถานการณ์ในช่วงวิกฤติระหว่างการรอคอยวัคซีนที่มีคุณภาพสูงต่อเชื้อกลายพันธุ์เพื่อนำมาฉีดให้กับประชาชน ต้องอาศัยความรวดเร็ว และความจริงเท่านั้นที่จะนำพาประชาชนผ่านพ้นวิกฤตไปได้ และเกิดความสูญเสียที่น้อยที่สุด แต่ถ้ารัฐบาลยังคงใช้การปกปิดอำพราง และยังคงยึดติดกับระบบรัฐราชการรวมศูนย์ ที่มีแต่ความเชื่องช้า ต่างสังกัดต่างทำไม่มีมาตรฐานเดียวกัน ก็จะเป็นการก่อกรรมทำเข็ญกับประชาชนแบบไม่สิ้นสุด และจะทำให้ประชาชน โดยเฉพาะคนตัวเล็กตัวน้อย ต้องล้มตายเป็นจำนวนมากอย่างที่ไม่ควรจะเป็น ซึ่งยืนยันได้ว่านี่ไม่ใช่ความโชคร้ายของพวกเขาเอง แต่เกิดจากเป็นความบกพร่องอย่างอำมหิตของรัฐบาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111435</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_610143970118e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109941</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 13:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิโรจน์&#039; ได้ทีเสี้ยม &#039;หมอตี๋-ปชป.&#039; ชน &#039;บิ๊กตู่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.64 - นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงกรณีที่ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ออกมาระบุว่า สัญญาที่รัฐบาลได้ทำกับแอสตร้าเซนเนก้า ไม่ได้ระบุว่าต้องส่งมอบเมื่อใดนั้น ว่า รัฐบาลไม่น่าจะได้รับวัคซีนเพื่อนำมาใช้ปกป้องชีวิตของประชาชนคนไทยจากโรคระบาด ได้ครบ 61 ล้านโดส ภายในสิ้นปี 2564 นี้ ซึ่งถ้าสัญญา ไม่ได้ระบุ ระยะเวลาในการส่งมอบที่ชัดเจน ก็ไม่รู้ว่าจะถูกเลื่อนการส่งมอบอีกหรือไม่ แม้จะรู้สึกคับแค้น และเสียใจที่ได้รับทราบข่าวดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ก็ยังดีที่วันนี้ได้รู้ความจริง จากปากของ นายสาธิต ที่กล้านำเอาความจริงที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ไม่ยอมบอกกับประชาชน เข้าใจว่านายสาธิต คงต้องเผชิญแรงกดดันจากทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และนายอนุทิน เป็นอย่างมาก ที่นำเอาความจริงมาเปิดเผยในครั้งนี้ ในเมื่อประชาชนได้รู้ความจริงแล้วว่า รัฐบาลนั้นเชื่อถือไม่ได้อีกแล้ว ต่อจากนี้ไป ประชาชนคงต้องเน้นพึ่งพาตนเองให้มากขึ้น ตลอดจนช่วยเหลือเกื้อกูลกันในยามทุกข์ยามยากให้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิโรจน์ กล่าวว่า การกระจายความเสี่ยงในการจัดหาวัคซีน ตนและภาคประชาชน ได้เตือนรัฐบาลมาโดยตลอด ว่าหากรัฐบาลไม่กระจายความเสี่ยงในการจัดหาวัคซีนเอาไว้ล่วงหน้า ถ้าเกิดปัญหาการส่งมอบวัคซีนล่าช้า หรือเกิดปัญหาประสิทธิผลของวัคซีนที่ไม่เพียงพอต่อการป้องกันการระบาด หรือเกิดปัญหาอาการไม่พึงประสงค์หลังรับการฉีดวัคซีนที่ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่น หรือในกรณีที่ต้องเผชิญหน้ากับเชื้อกลายพันธุ์ แล้วรัฐบาลจะแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อปกป้องชีวิตของประชาชนได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม ในเมื่อนายสาธิต กล้าที่จะนำเอาความจริงมาเปิดเผยแล้ว ก็ควรจะเปิดเผยความจริงทั้งหมดให้กับประชาชนได้รับทราบ เพราะมีอีกหลายเรื่อง ที่ประชาชนอยากรู้ความจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น 1. ในเมื่อเงื่อนไขการอุดหนุนวงเงิน 600 ล้านบาท ให้กับ บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด มีเงื่อนไขที่ระบุในหนังสือจากคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ มีเงื่อนไขจำกัดการส่งออก และประเทศไทยจะมีสิทธิสั่งซื้อเป็นอันดับแรก แล้วเหตุใด ในรายละเอียดในหนังสือแสดงเจตจำนงในการทำสัญญา (Letter of Intent) ในวันที่ 12 ต.ค. 2563 รัฐบาลจึงไปตกลงที่ยอมให้แอสตร้าเซนเนก้า สามารถส่งออกได้ โดยปราศจากเงื่อนไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิโรจน์ กล่าวว่า 2.ตกลงแล้วสัญญาวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 26 ล้านโดส ที่ลงนามในวันที่ 12 ม.ค. 2564 นั้นมีเงื่อนไขจำกัดการส่งออก และประเทศไทยมีสิทธิซื้อก่อน อยู่หรือไม่ แล้ว ณ วันนี้ ที่ประชาชนได้รับวัคซีนไม่เป็นไปตามแผน 10 ล้านโดสต่อเดือน รัฐบาลสามารถบังคับสัญญาได้หรือไม่ 3.ในกรณีที่ไม่มีเงื่อนไขการจำกัดการส่งออก และสิทธิการซื้อวัคซีนก่อน แล้วสัญญารับทุนอุดหนุนของบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ที่ลงนามในวันที่ 18 ธ.ค. 2563 นั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร และ 4.สัญญาที่เปิดเผย ณ วันนี้นั้น เป็นสัญญาสั่งซื้อวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ที่ปรากฏตัวเลขเพียง 26 ล้านโดส เท่านั้น จึงอยากจะสอบถามว่า ตัวเลขอีก 35 ล้านโดส เพื่อรวมเป็น 61 ล้านโดส นั้นอยู่ในสัญญาฉบับไหน และมีเงื่อนไขการสั่งซื้ออย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิโรจน์ กล่าวว่า ตนขอทวงถามไปถึงนายอเนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ว่า ปกติแล้วประชาชนทั่วไป จะสามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูลสต๊อกวัคซีนโควิด-19 ได้ผ่านระบบการติดตามตรวจสอบย้อนกลับโซ่ความเย็นของวัคซีนโควิด-19 ซึ่งพัฒนาโดยกระทรวง อว. แต่ทำไม ในปัจจุบัน จึงมีการปิดกั้นไม่ให้ประชาชนเข้าไปตรวจสอบได้ จึงขอเรียกร้องให้กระทรวง อว. กลับมาเปิดให้ประชาชนได้เข้าถึงข้อมูลสต๊อกวัคซีนโดยเร็วที่สุด เพราะนี่คือ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของประชาชน ความโปร่งใสเท่านั้น ที่จะเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับมาได้ ยิ่งปิดกั้น ยิ่งทำให้ประชาชนขาดความเชื่อถือในรัฐบาล และจะทำให้รัฐบาลล่มสลายในความชอบธรรมในการบริหารราชการแผ่นดินในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า ตนขอให้กำลังใจนายสาธิต เพราะเข้าใจในความอึดอัดของนายสาธิตดี ที่ต้องทนเห็นประชาชนเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส เห็นประชาชนตายคาบ้าน เห็นคนรอคิวตรวจต้องนอนรอตามริมกำแพงวัด นอนรอบนฟุตบาท ต้องตากฝนรอ เห็นน้ำตาประชาชนที่หมดหนทางในการหาเตียง เห็นเด็กตัวเล็กๆ ต้องกำพร้าที่จะไม่ได้รับอ้อมกอดจากพ่อแม่อีก เห็นคนต้องสิ้นเนื้อประดาตัว หมดอาลัยตายอยากในชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมขอตั้งคำถามเชิงให้กำลังใจ ไปยังนายสาธิตว่า พรรคประชาธิปัตย์ ยังจะยอมให้กับรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ ก่อกรรมทำเข็ญกับประชาชน ต่อไปเรื่อยๆ แบบนี้ จริงๆ หรือพรรคประชาธิปัตย์ ทำได้แค่เบือนหน้าหนี กัดริมฝีปากล่าง และแอบไปร้องไห้ปาดคราบน้ำตา กับภาพความทุกข์ยากสิ้นหวังของประชาชน ที่สาหัสขึ้นอยู่ทุกวัน ทำได้แค่นี้จริงๆ หรือ&amp;rdquo; นายวิโรจน์ กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109941</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิโรจน์ ลักขณาอดิศร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f12a9b038e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109832</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2021 17:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 17:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิโรจน์&#039; ถามรัฐบาลทำไมยอมแอสตราฯเลื่อนส่งวัคซีนให้ไทยออกไปถึง พ.ค.65</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.64 - นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) แถลงข่าวในรูปแบบออนไลน์ ถึงกรณีการบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของรัฐบาล ว่า ที่ผ่านมารัฐบาลสื่อสารให้กับประชาชนทราบในหลายช่องทางว่า ในเดือนมิ.ย.จะได้รับวัคซีนแอสตราเซเนกา 6.3 ล้านโดส ในเดือนก.ค.-พ.ย. เดือนละ 10 ล้านโดส และ เดือนธ.ค. อีก 5 ล้านโดส รวมเป็น 61 ล้านโดส โดยเมื่อวันที่ 17 ก.พ. ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎรด้วยตนเองว่า ในไตรมาสที่ 3 วัคซีนแอสตร้าเซนเนกา จะมีเต็มโรงพยาบาล เต็มแขนพี่น้องประชาชนคนไทย มีจนไม่พอเก็บ และในวันที่ 14 มี.ค. นายอนุทินยังให้สัมภาษณ์ยืนยันอีกด้วยว่า วัคซีนหลักของประเทศไทย คือ วัคซีนแอสตร้าเซนเนกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันรัฐบาลไทยกลับมีการจัดหาวัคซีนซิโนแวคอย่างต่อเนื่องถึง 19.5 ล้านโดส ทำให้ประชาชนสับสนว่า ตกลงวัคซีนยี่ห้อไหนเป็นวัคซีนหลักกันแน่ หากวัคซีนแอสตร้าเซนเนกาเป็นวัคซีนหลัก เหตุใดจำนวนการส่งมอบถึงได้มีน้อยกว่าวัคซีนซิโนแวค และดูเหมือนการส่งมอบจะไม่เป็นไปตามแผนการจัดหาวัคซีนที่รัฐบาลเคยประกาศเอาไว้ และในเมื่อแอสตร้าเซนเนกาส่งมอบวัคซีนไม่ครบตามแผนในเดือนมิ.ย. เหตุใดรัฐบาลถึงไม่กระวีกระวาดเร่งรัดบังคับสัญญาให้ส่งมอบให้ครบ ในเมื่อกำลังการผลิตของวัคซีนแอสตร้าเซนเนกามีการประเมินว่ามีอยู่ 180 ล้านโดสต่อปี เฉลี่ย 15 โดสต่อเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิโรจน์ กล่าวว่า การที่รัฐบาลเอาเงินภาษีมาอุดหนุนบริษัทสยาม ไบโอไซเอนซ์ จำกัด ในวงเงิน 600 ล้านบาทนั้น มีการเบิกใช้จริง 596.23 ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการผลิตวัคซีนชนิดไวรัลเวกเตอร์ ตามหนังสือ นร 1106/(คกง.)207 เรื่อง ผลการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองของการใช้จ่ายเงินกู้ ในคราวการประชุมครั้งที่ 17/2563 ลงวันที่ 24 ส.ค. 63 ซึ่งมีการระบุเงื่อนไขไว้ชัดเจนว่า &amp;lsquo;มีเงื่อนไขจำกัดการส่งออก เพื่อให้ประเทศไทยได้รับสิทธิในการซื้อวัคซีนที่ผลิตโดยผู้ผลิตในไทยเป็นอันดับแรกตามจำนวนความต้องการและราคาวัคซีนที่เหมาะสม และวัคซีนที่เหลือบริษัทแอสตร้าเซนเนกาวางเป้าหมายในการกระจายให้กับประเทศอื่นในภูมิภาคนี้&amp;rsquo; จึงเข้าได้ว่าประเทศไทยมีสิทธิที่จะได้รับการส่งมอบหรือมีสิทธิซื้อวัคซีนก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังเคยยืนยันอย่างหนักแน่นว่าวัคซีนแอสตร้าเซนเนกาจะไม่มีวันถูกตัดคิวหรือมีคนมาแย่งไปได้ เพราะผลิตในประเทศไทย คำถามคือในเมื่อประเทศไทยมีสิทธิจัดซื้อวัคซีนเป็นอันดับแรกและมีความชอบธรรมในการได้รับวัคซีนตามแผนการจัดหาวัคซีน 10 ล้านโดสต่อเดือน เหตุใดรัฐบาลถึงไม่พยายามหารือกับแอสตร้าเซนเนกาในการปรับลดหรือจำกัดการส่งออกวัคซีน เพื่อให้คนไทยรับวัคซีนตามสิทธิที่พึงได้รับ ซ้ำร้ายเช้าวันนี้ในรายการเจาะลึกทั่วไทย นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ได้ให้สัมภาษณ์ว่า วัคซีนแอสตร้าเซนเนกา 61 ล้านโดส ที่ตามแผนจะต้องจัดส่งภายในเดือนธ.ค. 64 มีแนวโน้มจะถูกขยายการส่งมอบไปในเดือน พ.ค. 65 และแอสตร้าเซนเนกาจะส่งมอบวัคซีนให้รัฐบาลประมาณร้อยละ 40 ของกำลังการผลิต ประมาณ 5-6 ล้านโดสต่อเดือน และในสัญญาไม่ได้กำหนดระยะเวลาการส่งมอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม โดยหลักการของการทำสัญญา แม้จะไม่มีการกำหนดระยะเวลาการส่งมอบเอาไว้ในสัญญาก็ตาม แต่จะต้องมีการระบุแผนประมาณการณ์ในการส่งมอบ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลนำแผนประมาณการณ์การส่งมอบมาชี้แจ้งให้ประชาชนได้รับทราบโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม นายอนุทิน และนายสาธิต ยอมให้มีการเลื่อนการส่งมอบวัคซีนให้ครบ 61 ล้านโดสไปเป็นเดือนพ.ค. 65 ได้อย่างไร ทำไมรัฐบาลถึงไม่พยายามที่ใช้อำนาจตามกฎหมายจำกัดการส่งมอบวัคซีน เพื่อให้ประชาชนได้รับวัคซีน&amp;rdquo; นายวิโรจน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า การที่นายสาธิตให้สัมภาษณ์โดยระบุว่า การบังคับใช้กฎหมายอาจจะได้ผลหรืออาจจะไม่ได้ผลนั้น ตนได้ตรวจสอบเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับสัญญาวัคซีนแอสตร้าเซนเนกาที่ได้รับมาจากสถาบันวัคซีนแห่งชาติ พบว่าในเอกสารที่ชื่อว่าหนังสือแสดงเจตจำนงก่อนทำสัญญา นายอนุทินได้ลงนามเอาไว้เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในตอนหนึ่งของหนังสือระบุว่าได้ตกลงหลักการส่งออกวัคซีนแบบปราศจากข้อจำกัดใดๆ โดยอยู่บนพื้นฐานการพูดคุยแลกเปลี่ยนเชิงสร้างสรรค์ระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและแอสตร้าเซนเนกา แม้หนังสือแสดงเจตจำนงฉบับนี้จะไม่มีผลผูกพันตามกฎหมายโดยทันทีก็ตาม แต่ทำไม พล.อ.ประยุทธ์และนายอนุทิน ถึงไปแสดงเจตจำนงตกลงหลักการให้มีการส่งออกโดยปราศจากข้อจำกัดได้อย่างไร หมายความว่าเงื่อนไขการอุดหนุนบริษัทสยาม ไบโอไซแอนซ์ จำกัด ที่ประเทศไทยจะได้รับการส่งมอบวัคซีนเป็นประเทศแรกนั้นไม่มีความหมายเลยหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อรู้ทั้งรู้เช่นนี้รัฐบาลกล้าที่จะลงนามทุนอุดหนุนให้กับบริษัท สยาม ไบโอไซเอนซ์ จำกัด ได้อย่างไร สิ่งที่ประชาชนอยากรู้ที่สุด คือ มีประโยคที่ระบุว่ารัฐบาลไทยสามารถจำกัดสิทธิการส่งออกและได้รับสิทธิในการจัดซื้อวัคซีนเป็นอันดับแรกอยู่ในสัญญาหรือไม่ และจะได้รับสิทธิในการซื้อวัคซีนเป็นอันดับแรก วัคซีนที่เหลือจึงจะนำไปส่งออกได้อยู่ในสัญญาหรือไม่ และสัญญาที่ได้รับมอบมาในตอนนี้ คือ สัญญาวัคซีน 26 ล้านโดส แล้วอีก 35 ล้านโดส นั้นอยู่ในสัญญาฉบับไหน หรืออยู่ในส่วนที่ถูกถมดำตรงบรรทัดไหน และหากไม่มีเงื่อนไขดังกล่าวระบุเอาไว้ในสัญญา เหตุใดนายอนุทินจึงกล้าพูดให้คำมั่นกับประชาชนว่าวัคซีนจะไม่มีวันถูกตัดคิว เป็นการโกหกประชาชนทั้งที่รู้อยู่ก่อนแล้วใช่หรือไม่ว่าไม่สามารถจำกัดการส่งออกได้ แต่ก็ยอมทำสัญญาฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีกฎหมายใดที่จะสามารถบังคับให้ส่งมอบวัคซีนแอสตร้าเซนเนกาตามกำหนดได้หรือไม่ นายวิโรจน์ กล่าวว่า มีอยู่ คือ พ.ร.บ.ความมั่นคงด้านวัคซีน แต่นายสาธิตก็ไม่ได้รับรองว่าจะได้ผลหรือไม่ ดังนั้น จึงมาปะติดปะต่อกับหนังสือแสดงเจตจำนงก่อนการทำสัญญา และดูเหมือนจะมีการตกลงหลักการที่ยอมให้มีการส่งออกโดยปราศจากข้อจำกัด ซึ่งจากเงื่อนไขอุดหนุนวงเงิน 600 ล้าน มีประโยคในทำนองนี้ที่ให้อำนาจรัฐบาลในการจำกัดการส่งออกและให้สิทธิในการซื้อหรือรับมอบวัคซีนในสัญญาหรือไม่ ซึ่งจากสัญญาที่มีการถมดำยังไม่ปรากฏข้อความลักษณะดังกล่าว ซึ่งรัฐบาลจะต้องชี้แจง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าควรใช้กฎหมายที่มีอยู่ในมือหรือไม่ นายวิโรจน์ กล่าวว่า คงต้องหารือกับแอสตร้าเซเนกาว่าปัญหาเกิดจากอะไร และจะทำอย่างไรให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์สุงสุดโดยที่ยังคำนึงถึงประเทศอื่นๆด้วย ต้องหาก่อนว่าเป็นความผิดของใคร ถ้าปรากฏว่าเป็นความผิดของรัฐบาลที่รู้ตั้งแต่แรกแล้วไปทำสัญญายอมรับเงื่อนไขของแอสตราเซเนกาก็ต้องให้ความเป็นธรรมแอสตราเซเนกาด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109832</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคก้าวไกล, วัคซีนแอสตราเซเนกา, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60f004c817359.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
