<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57433</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2020 18:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2020 18:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MOU กรมธนารักษ์ไม่ใช่ทางออก  อนาคตใหม่ สั่งลั่นกองทัพต้องเปิดเผยงบการเงินมาทั้งหมด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ.63 - นายวิโรจน์​ ลักขณาอดิศร​ ส.ส.บัญีรายชทีิพรรคอนาคตใหม่​ กล่าวถึงกรณที่​ พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ร่วมกับ กรมธนารักษ์&amp;nbsp; ลงนามบันทึกข้อตกลง &amp;ldquo;โครงการการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจของกองทัพบกว่าเบื้องต้น การที่ ผบ.ทบ. ตระหนักถึงปัญหาของสวัสดิการเชิงธุรกิจ หรือกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ที่กองทัพเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การทำข้อตกลง หรือ MOU ในโครงการในการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจ ร่วมกับกรมธนารักษ์ แม้ว่าจะเป็นความพยายามในการแก้ปัญหา แต่ถ้าหากเป้าหมายของการแก้ปัญหานี้ คือ &amp;quot;การสร้างความโปร่งใส และการวางกลไกที่ตรวจสอบได้&amp;quot; การทำ MOU นั้นเป็นแค่เพียงมาตรการที่ดึงเอากรมธนารักษ์ มาช่วยเรียกความเชื่อมั่นให้กับกองทัพบกเท่านั้น แต่ยังไม่สามารถตอบโจทย์ในเรื่องความโปร่งใสในระยะยาวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยกตัวอย่างเช่น จากข่าวการลงนามใน MOU ประชาชน หรือสภาผู้แทนราษฎร ไม่อาจรู้ได้เลยว่า รายละเอียดใน MOU คืออะไร&amp;nbsp; ตามข่าวระบุว่า ก่อนที่จะมีการลงนามใน MOU ท่าน ผบ.ทบ. ได้ตรวจร่าง MOU ถึง 1&amp;nbsp; เดือนครึ่ง ซึ่งก็ไม่ได้มีการเปิดเผยให้กับสาธารณชนทราบว่า รายละเอียดใน MOU ที่ผ่านการตรวจทานของ ผบ.ทบ. แล้ว นั้นมีเงื่อนไขอะไรบ้าง มีข้อยกเว้น หรือสิทธิพิเศษ ให้กับผู้ใด หรือในกรณีใดบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ตามข่าวที่ระบุว่า กรมธนารักษ์จะมีการแบ่งสัดส่วนรายได้คินให้แกกองทัพบก ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 2.5 - 5 บางอย่างก็ร้อยละ 7.5 นั้นมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างไร สามารถเปิดเผยได้หรือไม่ว่า ธุรกิจใดมีการแบ่งสัดส่วนรายได้เท่าใด เพื่อให้ประชาชน และสาธารณชนได้พิจารณาร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทั่วไปแล้ว หากต้องการที่จะมีการตั้งต้นใหม่ให้ถูกต้อง ที่บางคนมักจะใช้คำว่า &amp;quot;ล้างบาง&amp;quot; สิ่งที่ควรทำเป็นลำดับแรก ไม่ใช่การทำ MOU มาทับสิ่งที่ทำกันอยู่เดิม แต่เป็นการตรวจสอบทางบัญชี และการเปิดเผยงบการเงินให้แก่สาธารณชนได้ร่วมตรวจสอบ เพื่อหาตรวจสอบว่า จุดไหนที่มีปัญหาการรั่วไหล หรือมีความไม่โปร่งใส เกิดขึ้น เพื่อจะได้ดำเนินการสอบสวน และจัดการตามระเบียบ กฎหมาย ให้ถูกต้องเสียก่อน แต่ปัจจุบัน งบการเงินของธุรกิจกองทัพต่างๆ ต้องถือว่าตรวจสอบได้ยากมากๆ บางธุรกิจ ไม่สามารถหางบการเงินได้เลย ไม่รู้เลยว่า มีรายได้ และผลตอบแทนที่เป็นเงินนอกงบประมาณเท่าใด จากข่าว ขนาดปลัดกระทรวงการคลัง คุณประสงค์ พูนธเนศ ก็ยังไม่สามารถตอบได้ว่ากิจการในเชิงธุรกิจของกองทัพบก ได้กำไรกี่พันล้านบาท เมื่อนักข่าวสอบถามต่อไปยัง พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เสนาธิการทหารบก ก็ไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ โดยเพียงแต่ให้คำตอบว่า กำไร จากกิจการทั้งหมดไม่ถึงพันล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญ ก็ยังไม่มีความชัดเจนอีกด้วยว่า นับจากนี้เป็นต้นไป หลังจากที่มีการทำ MOU กับกรมธนารักษ์แล้ว จะมีการเปิดเผยงบการเงินของทุกๆ กิจการที่กองทัพเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ตลอดจนรายละเอียดของเงินนอกงบประมาณ ของกองทัพบกให้ประชาชนทราบหรือไม่อย่างไร จะเปิดเผยเป็นงบการเงินรายปี หรือรายไตรมาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเปิดเผยงบการเงิน และรายละเอียดของ MOU เป็นกระบวนการสำคัญ ที่ยังไม่มีการพูดถึงเลย แล้วจะบรรลุถึง &amp;quot;ความโปร่งใส และกลไกการตรวจสอบ&amp;quot; ได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกประเด็นหนึ่ง ที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็คือ หน่วยงานของรัฐที่มีรายได้เป็นเงินนอกงบประมาณ ไม่ได้มีเพียงกองทัพบกเท่านั้น ณ ขณะนี้ ยังไม่มีท่าทีใดๆ จากหน่วยงานอื่นๆ เลย อาทิ กองทัพอากาศ กองทัพเรือ กองบัญชาการกองทัพไทย ตลอดจนหน่วยงานอื่นๆ ที่ไม่ใช่กองทัพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางแก้ปัญหานี้ ที่ยั่งยืนที่สุด ก็คือ การแก้ไข พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 มาตรา 61 วรรค 2 และวรรค 3 ที่ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เงินนอกงบประมาณของหน่วยงานของรัฐ ให้นํามาฝากไว้ที่กระทรวงการคลัง เว้นแต่จะมีกฎหมายกําหนดไว้เป็นอย่างอื่นหรือได้ทําความตกลงกับกระทรวงการคลังเป็นอย่างอื่น เว้นแต่จะมีกฎหมายกําหนดไว้เป็นอย่างอื่น เงินนอกงบประมาณนั้นเมื่อได้ใช้จ่ายในการปฏิบัติหน้าที่หรือการดําเนินงานตามวัตถุประสงค์จนบรรลุวัตถุประสงค์แห่งการนั้นแล้ว มีเงินคงเหลือ ให้นําส่งคลังโดยมิชักช้า ทั้งนี้ การนําเงินส่งคลังให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกําหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั้นควรแก้ไข โดยให้ทุกหน่วยงานของรัฐต้องนำเงินนอกงบประมาณของตนมาฝากไว้ที่กระทรวงการคลังทุกกรณี และหากมีเงินคงเหลือ ก็ต้องนำส่งคลังทุกกรณี เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากมีความจำเป็น หรือเพื่อความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการ ก็เป็นที่เข้าใจได้ แต่ต้องตราเป็นกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติเท่านั้น เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นอำนาจนิติบัญญัติ ที่มาจากปวงชนชาวไทย ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบ ไม่ควรอนุญาตให้ให้ผู้หนึ่งผู้ใด สามารถทำข้อตกลงกับกระทรวงการคลังเพื่อยกเว้นได้ ซึ่งประชาชน หรือแม้แต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็มิอาจทราบได้เลยว่า หน่วยงานไหนไปทำข้อตกลงอะไรไว้กับกระทรวงการคลังไว้บ้าง และรานละเอียดจ้อตกลงนั้นเป็นอย่างไร ไปตกลงกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่สำคัญก็คือ ใครที่มีอำนาจในการลงนามข้อตกลงนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตราบใดก็ตาม หากไม่มีการแก้ไข พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ในมาตรา 61 วรรคสอง และวรรคสาม ในอนาคต MOU ที่เคยทำเอาไว้ในวันนี้ ก็อาจจะถูกยกเลิก หรือถูกเปลี่ยนแปลง โดย ผบ.ทบ. ท่านใหม่ โดยที่ประชาชน ไม่รับรู้เลย ก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การจะทำให้กองทัพมีความโปร่งใส ที่แท้จริงจึงไม่ใช่แค่การทำ MOU แต่เป็นการเปิดเผยงบการเงินทั้งหมด ทั้งในปัจจุบันที่เป็นอยู่นี้ และในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิจการใด ที่กองทัพไม่ควรจะเข้าไปเกี่ยวพันแล้ว เพราะไม่ใช่ภารกิจหลักของกองทัพ ก็ควรพิจารณาคืนให้แก่รัฐไป ่สนกิจการที่ยังดำเนินการอยู่ ก็ต้องเปิดเผยงบการเงินให้สาธารณชนรับทราบ มีการตรวจสอบบัญชีตามมาตรฐานทางบัญชีอย่างถูกต้อง โดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกับผลักดันการแก้ไข พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ อย่างเร่งด่วน เพื่อให้ครอบคลุม &amp;quot;เงินนอกงบประมาณ ซึ่งเป็นเงินแผ่นดิน ของหน่วยงานรัฐทั้งหมด&amp;quot; ซึ่งจะเป็นกลไกการตรวจสอบ ที่มีประสิทธิภาพเพิ่มสูงขึ้นกว่าที่เป็นอยู่​ วิโรจน์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57433</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กแดง, ปฏิรูปกองทัพ, ผบ.ทบ., วิโรจน์​ ลักขณาอดิศร​</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200217/image_big_5e4a7a49037e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
